{END} Crash Love กระแทกรัก |【ตีพิมพ์กับ Product Y】

ตอนที่ 17 : กระแทกรัก : Chapter 13 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 367 ครั้ง
    24 ต.ค. 62

{ Y a o i / B o y' s L o v e }


ติดแฮชแท็ก #คุณเทพไอ้เจา

Chapter 13




สี่วัน...

กูหลบหน้าคุณเทพมาสี่วันละ

เออ ตั้งแต่ถูกคุณเทพจูบวันนั้นแหละ 

แม่งโคตรลำบากเลยนะเว้ยที่ต้องมาหลบหน้าคนที่อยู่บ้านเดียวกัน แถมเป็นเจ้านายเนี่ย 

แต่ก็นั่นแหละ เอาเป็นว่าไอ้เจาคนนี้หลบเก่งพอตัวครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหลบไปได้อีกนานแค่ไหน ป้าศรีก็เริ่มจะดุแล้วเพราะผมไม่ยอมไปหาคุณเทพ แม้จะถูกคุณเทพเรียกพบก็เอาแต่บ่ายเบี่ยง แถกับป้าศรีกับพี่กบไปเรื่อย

“สองสามวันมานี้เจาเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูไม่ค่อยอยากเจอคุณชายเลยล่ะ”

“เปล่าพี่ กะ... ก็ไม่มีอะไร” ผมยิ้มแหย “สงสัยผมเรียนหนักมั้ง เหนื่อย ๆ”

“เหรอ แต่เจาทำเหมือนกำลังหลบหน้าคุณชายเลยนะ” โอ้โห ผมแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอวะ ดูออกเลยเหรอ นี่เลิ่กลั่กละนะ “คุณชายก็ถามหาเจาทุกวัน ไม่มีไรจริงปะเนี่ย ปกติก็เห็นติดคุณชายจะตาย”

“ผมเนี่ยนะติดคุณเทพ?” ผมทำหน้าเหวอ “เฮ้ย ไม่ไช่ละพี่กบ

“เหรอ ถ้าเจาไม่ได้ติดคุณชาย งั้นสงสัยคุณชายจะติดเจามากนะ”

“ทะ ทำไมพี่กบคิดงั้น”

“ก็พี่เห็นคุณชายถามถึงเจาตลอด ยิ่งสองสามวันนี้พี่เห็นคุณชายไปด้อม ๆ มอง ๆ แถวห้องเจาด้วยนี่ เหมือนมีเรื่องอะไรอยากจะคุยด้วยนะ แต่ก็ไม่เห็นคุณชายจะเคาะประตูเรียก แถมคุณชายดูเครียด ๆ ยังไงไม่รู้”

กูก็เครียดพี่...

ว่าแต่คุณเทพมาห้องผมด้วยเหรอ ไม่เห็นรู้เลย

“เอ่อ... พี่กบ ๆ ผมไปรดน้ำกล้วยไม้ก่อนนะ” ผมบอกพี่กบ แล้วก็เดินออกมาจากครัว ตรงไปห้องกล้วยไม้เพื่อหนีหน้า 

ไม่ไหว ขืนอยู่ต่อกูได้หลุดอะไรออกไปแน่ ๆ ก็อยากจะบอกนะว่าตอนนี้ไอ้เจายังไม่พร้อมเจอคุณเทพโว้ยยย

แต่ถ้ามีใครรู้ เรื่องนั้นต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ

ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นภาพ พอเห็นภาพก็ยิ่งนึกถึงสัมผัสนั้น...

ความรู้สึกตอนที่ริมฝีปากอุ่นจัดของคุณเทพกดลงมาบนปากผม ไม่ได้ลึกซึ้ง แต่ซาบซ่านไปทั้งริมฝีปาก ลามมาจนถึงก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายจนสั่นไหวอย่างรุนแรง ไม่มีใครพูดอะไรหลังจากคุณเทพผละตัว ถอนจูบออกไปแบบอ้อยอิ่ง ผมเอาแต่ก้มหน้า กัดริมฝีปากที่ถูกสัมผัสเอาไว้ 

ไม่มีการถามถึงเหตุผลใด ๆ ไม่มีการเรียกร้องหรือโวยวาย

เอาง่าย ๆ กูทำอะไรไม่ถูกครับ!

ไม่กล้ามอง ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ ด้วยซ้ำ

ก่อนจะรีบเดินหนีกลับห้อง เช้าวันรุ่งขึ้นก็หลบหน้าเพราะทำใจกล้าเจอคุณเทพไม่ได้

นี่ขนาดว่าผ่านมาสี่วันละนะ แต่จนตอนนี้หัวใจผมก็ยังสั่นทุกครั้งที่นึกถึงจูบนั้น

เห็นงี้ แต่ผมไม่ใช่ไก่อ่อน ผมเคยมีแฟน เซ็กซ์ก็เคยผ่านมาแล้วเถอะ ผมรู้จักความรัก รู้จักความรู้สึกตื่นเต้นตอนตกหลุมรักใครสักคน แน่นอนว่าเป็นไปได้ยากที่ผมจะไม่รู้ความรู้สึกของตัวเองเลย 

กลับกัน รู้ดีเกินไปด้วยซ้ำว่าที่ตัวเองใจบางซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับคนเดิม ๆ ตลอดมันเป็นเพราะอะไร มันไม่ใช่ความปลื้มแบบไอดอลอย่างที่เคยเป็น

ผมรู้...

แต่ก็ทำเป็นเหมือนไม่รู้

เอาจริง คุณคิดว่าถ้าผมไม่รู้สึกอะไรเลย ผมจะยอมให้คุณเทพใกล้ชิดขนาดนั้นเหรอวะ?

ผมอาจจะไม่ค่อยคิดมากเรื่องใกล้ชิดผู้ชาย สมัยก่อนก็แก้ผ้าโดดน้ำกับเพื่อนตูม ๆ แข่ง ว้าวกับเพื่อนก็มี แต่เอาจริง ผมก็ไม่เคยรู้สึกใจสั่นหวั่นไหวเวลาอยู่กับผู้ชายหน้าไหนเหมือนที่เป็นกับคุณเทพมาก่อนเลย มันเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับตอนที่ผมเริ่มชอบและตกหลุมรักเฟิร์นนั่นแหละ 

ถึงจะคนละเพศ แต่นี่ก็เป็นความรู้สึกหวั่นไหวไม่ต่างกัน

ใช่ ไอ้เจามันไม่ได้โง่ทุกเรื่องนะจะบอกให้

ยิ่งเรื่องความรู้สึกตัวเอง มันยิ่งรู้ดีกว่าใคร

รู้... แต่ก็ไม่กล้าคิดหรือคาดหวังอะไรมากกว่านั้น เข้าใจอารมณ์ปะ?

คุณเทพเป็นผู้ชายไง โอเค มาถึงจุดนี้ ผมก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าคุณเทพจะผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะไม่สน ถูกไหม คุณเทพเป็นใคร เป็นเจ้านายนะเว้ย สถานะของเราก็โคตรต่างกัน ไม่ต้องให้ใครบอก ผมก็รู้ว่ามันไม่เหมาะสม คุณเทพออกจะมีหน้ามีตา ไม่เคยมีข่าวเสียหาย ชีวิตเขาดีอะ แล้วผมก็รู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก

เพราะงั้นผมถึงไม่กล้ามองความรู้สึกของตัวเองชัด ๆ สักที

แต่พอถูกคุณเทพจูบแบบไม่ทันตั้งตัว กูช็อกสิครับรออะไร! หัวใจจะวายตายห่าอยู่แล้ว มันตื่นเต้น ประหม่า แถมยังเขินจนหน้าแดงฉิบหาย ตัวสั่นเพราะแค่ถูกผู้ชายจูบ ไม่รังเกียจ แถมเสือกรู้สึกดีอีก

แค่นี้แม่งก็โคตรชัดแล้วปะหัวใจ!

เขินจนตัวจะแตก

ตื่นเต้นจนแทบเป็นลม

อาการกูหนักมากนะบอกเลย

ฮือออ แพ้คุณเทพโว้ยยยยยยยยย

ที่ไม่รู้คือ คุณเทพจูบผมทำไม ไม่กล้าเดาความคิดของเขาด้วย ช่องว่างระหว่างผมกับคุณเทพแม่งโคตรเยอะ หลาย ๆ อย่างคอยรั้งความคิดและใจผมไว้ ได้แต่บอกตัวเองว่าอย่าคิดไกล 

คุณเทพน่ะอยู่สูงเกินไป

หรือต่อให้เทวดาอย่างเขาลงมาเดินบนดิน ยังไงก็ยังเป็นเทวดาอยู่ดี

เอาจริง ยังไงก็เป็นไปไม่ได้อะ ผมจนนะเว้ย โง่ด้วย เซ่อด้วย แถมโคตรห่วย ไม่มีอะไรดีสักอย่างเลยปะ แล้วคนที่ดีพร้อมอย่างคุณเทพ มีผู้หญิงอยากจะเป็นแฟนเขาตั้งเท่าไหร่ มีคนเหมาะสมกับคุณเทพมากแค่ไหน จะให้ผมกล้าคิดว่าเขาจะมาชอบผมเพราะจูบเดียวเนี่ยนะ คิดแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าพรืดกับตัวเองรัว ๆ

นี่แค่ตัวเองใจกล้าไปชอบเจ้านาย แถมยังเป็นผู้ชายก็เกินเบอร์มากแล้วเถอะ

ดอกฟ้าอย่างคุณเทพ หมาอย่างผมไม่อาจเอื้อมหรอก

บางที จังหวะนั้นคุณเทพอาจจะแค่อารมณ์พาไปก็ได้ จริงมะ?

“เฮ้ออออ” 

ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาว้าวุ่นเรื่องผู้ชายเลยว่ะ

แกร๊ก...

“เจา”

“เฮือก!” ผมสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ ไรขนอ่อนลุกซู่กับเสียงทุ้มที่เอ่ยเรียกไม่ดังไม่เบา แต่กลับได้ยินชัดเจน เงยหน้ามองก็เห็นคนที่ผมพยายามหลบหน้ามาตลอดสี่วันกำลังเดินเข้ามาในห้องสวนกล้วยไม้ที่ผมซ่อนตัวอยู่

เฮ้ยยย คุณเทพมาได้ไง ทำไมไม่ไปทำงานนนนนนน

ฉิบหายแล้ว ต้องหนี!

พึ่บ...

“เจา อย่าหนี”

“...” ผมลุกขึ้น แต่หนีไม่ได้หรอก 

ห่า ห้องก็มีอยู่แค่นี้จะให้กูหนีไปไหน แถมคุณเทพยังยืนจังก้าขวางตรงประตูทางออกเดียวของห้องด้วยประเด็น นี่มันห้องปิดตายชัด ๆ เพราะงั้นผมถึงทำได้แค่หันหลังให้คุณเทพแม่งเลย

ผมบีบมือตัวเองเข้าหากันอย่างประหม่าและตื่นเต้น ได้ยินเสียงฝีเท้าขยับเข้ามาใกล้ก็ยิ่งเกร็งตัว

“หันมาคุยกันหน่อย” ไม่ได้บังคับ แต่เสียงนั้นเต็มไปด้วยการขอร้อง

“คุณเทพ ผม คือ แบบ...” 

ความคิดและความรู้สึกกำลังตีกันวุ่นวาย ผมยืนกระสับกระส่ายทั้งที่ยังหันหลังให้คุณเทพอยู่ ก่อนจะต้องสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อมีฝ่ามืออุ่นแตะลงมาที่ข้อแขน ดึงให้ผมหันกลับไปหาอย่างอ่อนโยน

ผมก้มหน้าคางชิดคอ หลุบตามองต่ำฉับพลัน

“ฉันอยากคุยกับเธอ”

“...”

“ฉันอยากคุยเรื่องของเรา”

เรื่องของเราเลยเหรอ!

“คะ คือ คือ... ผมว่าผมจะต้องไปอาบน้ำให้คุณเจคอปแหละ ฮ่า ๆ ป่านนี้คุณเจคอปคงโดดน้ำในสระไปแล้ว ต้องพามาอาบน้ำ ๆ” ผมพูดกลั้วหัวเราะ ทำท่าจะดึงข้อแขนตัวเองออก แต่คุณเทพก็ไม่ยอมให้ผมหนีไปง่าย ๆ

แหม จับไม่แน่น แต่ไม่หลุดเลยน้า

ฮือออ คุณเทพไว้ชีวิตไอ้เจาด้วยเถอะ ใจไอ้เจามันไม่ไหว

“เธอเพิ่งอาบน้ำให้เจคอปเมื่อวาน วันนี้ไม่ต้อง”

“งะ งั้นผมไปล้างรถดีกว่า”

“เธอล้างหมดทุกคันแล้วเหมือนกัน”

“งั้นผม ผม...” ผมกลอกตา พยายามคิดหาทางหนีอย่างลุกลี้ลุกลน

“เจา มาคุยกันดี ๆ เถอะ อย่าหลบหน้าอีกเลยนะครับ”

กึก...

“...” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยอย่างอ้อนวอน ผมเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตตรงหน้า สีหน้าและแววตาของคุณเทพกำลังขอร้องให้ผมคุยกับเขา ทั้งที่มันไม่จำเป็นเลย 

คุณเทพไม่จำเป็นต้องมาแคร์เด็กในบ้านอย่างผม ไม่ต้องมาขอร้องด้วยซ้ำ

แม่งเอ๊ย แล้วงี้ไอ้เจาจะขัดขืนได้ไง

แค่คุณเทพทำเสียงอ้อน ทำตาหงอย ๆ กูก็ยืนนิ่งเป็นเด็กดีไปละจ้า

ยอม ยอมแล้ว ฮืออออออ

ฝ่ามือใหญ่ที่กุมข้อแขนเลื่อนลงมาจับที่ข้อมือ ดึงให้ผมนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม ก่อนคุณเทพจะลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งหันหน้าเข้าหากันแบบไม่มีโต๊ะกั้น แล้วก็เหมือนจะกลัวผมหนีมากมั้งถึงยังจับข้อมือผมไว้หลวม ๆ ไม่ยอมปล่อย

“คุณเทพ ผมไม่หนีหรอก เอ่อ ปล่อยมือก็ได้มั้งเนอะ”

“แล้วถ้าฉันจะขอจับไว้แบบนี้... ได้ไหม?”

“อ่า...” ผมเม้มปาก กดหน้าลง สายตาจ้องข้อมือตัวเองที่ถูกกุมไว้นิ่ง

“เจา เธอโกรธฉันหรือเปล่า เรื่องนั้น...” 

คำถามที่ถูกถามแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้ผมเม้มปากแน่น ต่อให้ไม่ต้องขยายความก็รู้ว่าคุณเทพกำลังพูดถึงเรื่องอะไร แน่ดิ ก็มีประเด็นใหญ่อยู่เรื่องเดียวเนี่ย

“...”

“ที่ฉันจูบเธอ”

ชัดถ้อยชัดคำ พานให้หน้าผมร้อนอย่างกับโดนถ่านไฟแนบลงมายังไงยังงั้น

“...” ผมเลือกส่ายหน้าแทนคำตอบ

“เธอรังเกียจไหม?”

“...” ส่ายหน้าอีกครั้ง

“แล้วไม่ได้รู้สึกไม่ดี ใช่ไหม?”

“...” ผมนิ่งไปนิด กัดปากตัวเองแน่นขึ้น ใจเต้นแรง ตื่นเต้นจนแทบเป็นลมล้มพับขนาดนั้น รังเกียจก็บ้าแล้ว รู้สึกดีเกินไปต่างหาก 

แล้วพอผมส่ายหน้า คราวนี้คุณเทพก็กำข้อมือผมแน่นขึ้น ฝังความอุ่นจากฝ่ามือลงบนข้อมือผม

“งั้นเหรอ ไม่ได้หลบหน้าเพราะโกรธหรือรังเกียจจริง ๆ นะ”

“อะ อื้อ” ผมครางรับในลำคอ

“เด็กดี” คุณเทพพึมพำ เสียงคล้ายกับโล่งอก พลางขยับนิ้วหัวแม่มือลูบข้อมือด้านในของผมเหมือนไม่รู้จะทำยังไง คล้ายเป็นวิธีระบายความประหม่าหรืออะไรสักอย่าง แต่มันทำให้ผมรู้สึกเสียววาบตรงบริเวณที่ถูกลูบแปลก ๆ

ผมไม่รู้ว่าคุณเทพกำลังทำสีหน้าแบบไหน หรือรู้สึกยังไง เพราะเอาแต่จ้องมือคุณเทพเขม็ง นิ้วหัวแม่มือไล้วนบนข้อมือผมเป็นวงกลมเรื่อย ๆ ผมจ้องเหมือนกลัวว่าถ้าเผลอเมื่อไหร่สายตาผมจะไปโฟกัสที่หน้าคุณเทพแทน

แบบนั้นก็แย่ดิ ไม่ไหวหรอกตอนนี้ มองหน้าไม่ได้นะ จะตายแล้ว

แต่มือคุณเทพสั่นอะ รู้สึกได้เลย ทำไมสั่นแบบนี้

“คุณเทพ” คราวนี้เป็นผมที่เรียกชื่อเจ้านายขึ้นมาบ้าง

“หืม ว่าไงครับ?”

“คะ คือ...” ผมอ้ำอึ้ง พอคุณเทพตอบรับแบบนั้น พานให้รู้สึกเงอะงะงุ่นง่านไปหมด แต่ไหน ๆ ก็หนีไม่ได้แล้ว ผมว่าผมควรถามคำถามที่มันคาใจมาตลอดสาม-สี่วันนี้ให้รู้เรื่องไปเลย “คุณเทพจูบผมทำไมอะ?”

“...”

“แบบ... คุณเทพเป็นเกย์เหรอ?”

สับสนนะ ไม่เคยคิดว่าอย่างคุณเทพจะรู้สึกอะไรกับผู้ชายเลย

โดยเฉพาะกับไอ้เจาคนนี้

“ฉันจะตอบ แต่เธอเงยหน้าขึ้นได้ไหม” ผมกดหน้าลงกว่าเดิม “ฉันแค่อยากให้เธอเห็นสีหน้าของฉันตอนพูด อยากให้เธอมองตาฉัน แล้วก็อยากให้เธอรู้... ว่าสิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้มันมาจากความรู้สึกของฉันจริง ๆ”

“...”

“เจาครับ” 

งื้อออ อีกแล้ว เรียกผมด้วยโทนเสียงติดอ้อนกึ่งขอร้องอีกแล้วนะ

พึ่บ...

“อื้อ งะ เงยแล้วก็ได้” ผมบอกเสียงอ่อย

กึก...

ครั้งนี้เป็นผมที่เริ่มตัวสั่น ไม่ได้หวาดกลัว แต่กำลังแตกตื่นเพราะทำตัวไม่ถูก ผมกัดปากจนคิดว่าเลือดอาจจะออก ตอนเงยหน้าขึ้นมองตามคำขอ แล้วเห็นใบหน้าหล่อมองมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาอ่อนโยนมาก

“หน้าแดงมาก” คุณเทพยิ้ม กวาดสายตามองทั่วใบหน้าผมอย่างเอ็นดู แต่มันใช่เรื่องที่ต้องมาทักตอนนี้ไหมล่ะคุณเทพ โอ๊ย จะทักให้ผมประหม่ากว่าเดิมทำไม หน้าเน่อนี่ร้อนจนแทบไหม้อยู่แล้วนะ “ไม่เอา ไม่ก้มหน้านะ”

“ก็คุณเทพอะ!” กระเง้ากระงอดใส่อย่างลืมตัว

“เขินมากเหรอ?” ผมกดหน้าแรง ๆ ไปที “อืม...”

“...” คุณเทพยกมืออีกข้างเกาต้นคอ และผมก็เพิ่งเห็นใบหูของเขาชัด ๆ

“ฉันก็เขินเหมือนกัน” หูคุณเทพก็แดงไม่ต่างจากหน้าผมเลย

เชี่ยยย อาการหน้าแดงเป็นโรคติดต่อใช่ไหม ตอบ!

“ละ แล้วตกลงคุณเทพจะบอกผมได้ยังอะ” ผมทวงถาม สบตาคู่สวยอย่างไม่มั่นคงเท่าไหร่

“ฉันไม่ได้เป็นเกย์” คุณเทพพูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงมั่นคง ผมเม้มปากใจแกว่งนิดหน่อย ก่อนคุณเทพจะทำให้ผมใจเต้นแรงในประโยคต่อมา “หมายถึงก่อนหน้านี้ คิดว่าอย่างนั้นนะ ก่อนที่ฉันจะเจอเธอ...”

อะไร ตอบแบบนี้คืออะไร ไอ้เจาใจบางนะ คุณเทพพพพพพพพพ

“แล้ว ๆ คะ... คุณเทพจูบผมทำไมเหรอ”

“ฉันอยากจูบ”

“ทำไมถึงอยาก เอ่อ... จูบ”

“แล้วเธอว่าการที่เราอยากจะจูบใครสักคน ควรมาจากความรู้สึกแบบไหนล่ะ”

“คุณเทพต้องเป็นคนบอกสิ มาถามผมทำไมเล่า!” ผมมุ่ยหน้า ชักจะเกลียดรอยยิ้มคุณเทพตอนนี้ เพราะมันทำให้ใจผมแทบระเบิด 

รอยยิ้มมุมปากกรุ้มกริ่ม ดูขี้แกล้ง เหมือนไม่ใช่คุณเทพยามปกติ แต่ก็มีเสน่ห์จนอดหวั่นไหวไม่ได้

“เสียงดังแบบนี้ค่อยสมเป็นเด็กดื้อของฉันหน่อย”

“คุณเทพพพพพพ” มาของฉงของฉันอะไร๊ ไอ้เจาคิดนะ!

“โอเค ฉันจะพูด ตั้งใจฟังด้วยล่ะ” คุณเทพคลี่ยิ้มบาง มองผมด้วยสายตาอบอุ่นอีกครั้ง

“...” ผมนี่นั่งตัวเกร็งอย่างลุ้นกับคำตอบเลยทีเดียว

หากทว่า

“เจา จริง ๆ แล้วฉัน...!

Rrrr…

ไอ้เหี้ยยยยยยยยย

คุณเทพกำลังจะพูดไง แต่เสียงโทรศัพท์ของผมดันแหกปากขึ้นมาซะก่อน ผมลนลานใช้อีกมือล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบมากดตัดสายโดยไม่แม้แต่จะก้มหน้าดูว่าใครโทรมา

เออ ใครก็ช่าง แต่นี่ไม่ใช่เวลา ไม่รับ

“ต่อเลยคุณเทพ ต่อเลย ๆ” ไม่มีแล้วไอ้เจาคนที่คอยหลบหน้า มีแต่ต่อมอยากรู้ที่สั่นระริก

ทว่า 

“อ่า คือฉันชะ...”

Rrrr...!

ไอ้ฉิบหาย มีเรื่องด่วนไหม หรือยังไง? 

ถ้าไม่ด่วนพอนะมึง กูจะด่าพ่อล่อแม่ให้ลืมบ้านเลขที่เลย ผมจิ๊ปากอย่างเสียอารมณ์ พลิกหน้าจอดู พลันขมวดคิ้วฉับเมื่อพบว่าเบอร์ที่โทรเข้าเป็นเบอร์ที่ไม่ได้ติดต่อกันหลายเดือนแล้ว

เฟิร์น

“...” ผมมองหน้าจอที่มีไฟกะพริบเป็นจังหวะ ก่อนจะเงยหน้ามองคุณเทพ เห็นคุณเทพหลุบตามองหน้าจอมือถือผมแวบหนึ่ง ก่อนเทวดาของไอ้เจาจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้รับโทรศัพท์ก่อนก็ได้

แต่คุณเทพก็ยังไม่ยอมปล่อยข้อมือผมอยู่ดี แถมจับแน่นมากด้วยตอนนี้

นี่ก็พล็อตละครอีกละ จังหวะมันได้ไปไหมวะเฟิร์น

โอ๊ย กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่แล้วเชียว!



สรุปที่ว่าจะด่าก็ไม่ได้ด่า คือพอรับสายก็ด่าไม่ออกเลย

ทำไมน่ะเหรอ?

เบอร์เฟิร์นโทรมาก็จริง แต่คนโทรไม่ใช่เจ้าของเครื่อง ดันเป็นสายจากโรงพยาบาล ติดต่อมาบอกว่าเฟิร์นโดนทำร้ายร่างกาย ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 

ผมนี่ทั้งช็อกทั้งงงไปเลยตอนได้ยินพยาบาลบอกอย่างนั้น

อะไรยังไงไม่รู้แหละ แต่ผมก็รีบไปโรงพยาบาลเพราะอดห่วงเฟิร์นไม่ได้

เฮ้ย มันไม่ใช่เล่น ๆ นะ นี่โดนทำร้ายร่างกาย เป็นไรมากเปล่าไม่รู้

เห็นพยาบาลบอกว่าถูกแฟนทำร้ายมา...

แฟนเฟิร์นตอนนี้ก็น่าจะเป็นไอ้ชู้หน้าหมาที่ผมเห็นตอนนั้นมั้ง

ไงก็เถอะ พอเห็นผมดูช็อกแล้วก็ลุกลี้ลุกลนคุณเทพก็เอ่ยปากถาม ผมก็เลยบอกว่าเพื่อนโดนทำร้ายร่างกายอยู่โรงพยาบาล ผมต้องไปเยี่ยม คุณเทพก็พยักหน้าเข้าใจ แถมยังอาสาขับรถพาผมไปโรงพยาบาลอีกต่างหาก

บุญตูดของไอ้เจาอีกแล้ว เจ้านายขับรถให้นั่ง

ว่าแต่ เมื่อกี้คุณเทพกำลังจะพูดอะไรอยู่แล้วเชียวนะ

“คุณเทพ” ผมหันไปเรียกคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย คุณเทพไม่ได้หันมามอง แต่ครางรับสั้น ๆ ในลำคอ ผมมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของเขาแล้วนิ่งไปนิด “เมื่อกี้อะ ถ้าโทรศัพท์ผมไม่ดังก่อน คุณเทพจะพูดว่าอะไรเหรอ?”

“เอาไว้เธอเยี่ยมเพื่อนเสร็จ เราค่อยคุยกันต่อดีกว่า”

“ผมอยากฟังตอนนี้อ่า”

“อยากฟัง แต่หลบหน้าหลบตาฉันสี่วันเลยนะ”

“เอ้า! ก็ให้ผมได้มีเวลาทำตัวไม่ถูกบ้างไรบ้างเหอะคุณเทพ” ผมกลอกตา พอถูกแซวแบบนี้ความเขินใด ๆ ก่อนหน้าก็เริ่มหายละ หมั่นไส้คุณเทพอะ “ผมโดนจูบนะ ไม่ได้โดนลูบหัวเหมือนทุกที แหม่”

“เธอหลบหน้าฉันตั้งหลายวัน รู้ไหม ฉันใจไม่ดีเลย นึกว่าเธอโกรธเกลียดฉันแล้ว” 

เป็นครั้งแรกไหมวะที่ผมได้ยินเสียงคุณเทพอ่อย ๆ เหมือนเด็กที่ทำความผิดแล้วกลัวจะโดนลงโทษอะ 

โคตรน่ารัก!

“ถ้าผมโกรธนะ ผมต่อยหน้าคุณเทพไปละบอกเลย”

“ขุนพลก็บอกฉันอย่างนั้น” อะไรซิ!

“เดี๋ยวนะ คุณขุนพลรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคุณเทพ”

“ก็เธอเอาแต่หลบหน้า ฉันไม่รู้จะปรึกษาใคร แล้วก็เพิ่งจูบผู้ชายครั้งแรกด้วย”

“โอ้ยยยย คุณเทพ ทำไมทำแบบนี้ล่ะ แล้วไอ้เจาจะเอาหน้าที่ไหนไปมองคุณขุนพล ตาย ๆ ๆ” อายคุณเทพไม่พอ ยังต้องมาอายเพื่อนคุณเทพด้วย คนนั้นยิ่งชอบกวนประสาทอยู่ 

คุณขุนพลต้องหาเรื่องล้อผมแน่!

“ก็ดีแล้ว ไม่ต้องมองขุนพลหรอก...” คุณเทพหยุดคำพูดไว้อึดใจหนึ่ง ก่อนจะหยุดรถเมื่อไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดง จากนั้นก็หันมามองหน้าผม ยกยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยด้วยเสียงทุ้มน่าฟัง “มองแค่ฉันคนเดียวก็พอ”

โอ้โหหห แรง แรงมากอีพ่ออีแม่เอ๊ย

“อ่อยเก่งงงงงงง”

“...” คุณเทพไม่ได้พูดอะไร นอกจากอมยิ้มแล้วมองผมเหมือนจะขำกึ่งเอ็นดู ละมือซ้ายจากพวงมาลัยมาวางบนหัวผมแล้วก็ลูบเบา ๆ เหมือนทุกที ผมเม้มปาก แอบเอียงหัวเข้าหาฝ่ามือใหญ่ตามความเคยชิน

ผมชอบเวลาคุณเทพลูบหัวแบบนี้

คิดถึงจัง



 

@โรงพยาบาล

“เจา”

“ว่าไง เฟิร์นจะเอาไร หรืออยากเข้าห้องน้ำ?” 

ผมเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเรียนที่หยิบติดมือมาอ่านฆ่าเวลาด้วย มองคนป่วยบนเตียงที่ตอนนี้บนหน้ามีรอยช้ำหลายรอยให้เห็น ตามแขนและขา ยังไม่รวมใต้ร่มผ้าอีกหลายจุด

ตั้งแต่วันที่ผมรู้ข่าวว่าเฟิร์นโดนแฟนทำร้ายร่างกายจนต้องนอนโรงบาล นี่ก็เกือบสัปดาห์แล้วที่ผมมาเยี่ยมเฟิร์นแบบนี้ ไม่เชิงมาเฝ้าทั้งวันหรอก ผมแค่แวะมาอยู่เป็นเพื่อนวันละสองถึงสามชั่วโมงแล้วก็กลับ

แต่มาหลังจากห้าโมงเย็น เพราะหมดเวลาทำงานบ้านคุณเทพน่ะ

อย่างที่เคยบอก ผมกับเฟิร์นมาจากบ้านนอกด้วยกัน เราไม่มีใครที่นี่ หมายถึง... ที่สนิทจริง ๆ จะมีเพื่อนที่ทำงานแวะมาเยี่ยมเฟิร์นบ้างช่วงวันแรก ๆ แต่สองสามวันมานี้ก็ไม่เห็นมีใครมาอีกนอกจากผม

ถามเฟิร์นแล้วก็บอกไม่มีใครมา ผมก็ได้แต่พยักหน้ารับรู้ไม่ได้พูดอะไร

วันนั้น ตอนมาเห็นสภาพเฟิร์น บอกตามตรงเลยว่าน่าสงสารมาก ผู้หญิงตัวแค่นี้แต่ถูกผู้ชายซ้อมซะเขียวช้ำไปทั้งตัว ผมโคตรโมโหไอ้หน้าตัวเมียนั่นฉิบหาย จำได้ว่าพอรู้เรื่องก็เดือดจัด

ไอ้เหี้ยนั่นซ้อมเฟิร์นเพราะเฟิร์นจะบอกเลิก

เหตุผลxมาก ก็ไม่รู้นะว่ามีปัญหาอะไรกันหนักแค่ไหนจนถึงขั้นจะเลิก แต่การซ้อมผู้หญิงไม่มีทางสู้นี่ต้องใจเหี้ยขนาดไหนเหรอถาม ผมแม่งสบถคำหยาบออกมายาวเหยียดจนคุณเทพยกมือลูบหัวแล้วบอกให้ใจเย็นถึงสงบลง แต่ก็เล่นเอาหอบเหมือนกัน เพิ่งนึกได้ว่าห้องพักพื้นของเฟิร์นเป็นห้องผู้ป่วยรวม มีคนป่วยและญาติคนอื่น ๆ อีก

กูนี่หันไปขอโทษขอโพยแทบไม่ทัน

ก็ผมโมโหนี่หว่า คือผมกับเฟิร์นรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนใช่ปะ เป็นแฟนกันมาอีกตั้งสาม-สี่ปี ถึงตอนจบแม่งจะบัดซบฉิบหายก็เหอะ แต่ผมก็ไม่ได้อยากจะเห็นเฟิร์นอยู่ในสภาพนี้ไง อย่างน้อยเฟิร์นก็เหมือนเพื่อนคนหนึ่ง ถึงจะอึดอัดตอนเจอหน้ากัน แล้วผมก็ยังมีน้ำโหทุกครั้งด้วยถ้านึกถึงเรื่องวันนั้น แต่เจองี้ก็อดห่วงมันไม่ได้อะ

“เดี๋ยวนี้อ่านหนังสือบ่อยนะ เมื่อก่อนไม่เห็นชอบอ่าน บอกอ่านแล้วจะหลับ”

“อือ ต้องเตรียมตัวนิดหน่อย” ผมบอก “แล้วตกลงเรียกเราทำไม?”

“พาเราไปเดินเล่นที่สวนของโรงบาลหน่อยสิ

“ตอนนี้อะนะ?” ผมเลิกคิ้ว หันมองนาฬิกาแขวนผนังบอกว่าตอนนี้มันทุ่มกว่าแล้ว อีกอย่างสภาพเฟิร์นนี่ก็ไม่น่าจะพาออกไปเดินเล่นเลยปะ พยาบาลจะไม่ด่ากูเปิงเหรอเฟิร์น “นึกไงอยากเดินเล่นตอนนี้”

“ไม่ได้อยากเดินเล่น แค่อยากหาที่เงียบ ๆ คุยกับเจา”

พอถูกเฟิร์นรบเร้า ผมก็เดินไปเอารถวีลแชร์มาพยุงเฟิร์นนั่ง ก่อนจะเข็นคนป่วยออกจากห้องผู้ป่วยรวม ลงลิฟต์แล้วตรงไปยังสวนหย่อมของโรงพยาบาล ไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ แต่ยุงเยอะฉิบหาย ลงมาแป๊บเดียวคันยุบยิบไปหมด

แต่ก็ยังไม่ทันได้คุยไร เสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้นซะก่อน

Rrrr…

คุณเทวดา

คุณเทพโทรมาว่ะ

“เออ เฟิร์นนั่งไปก่อนนะ เราไปคุยโทรศัพท์แป๊บ” ผมบอก พลางเดินเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์อีกทาง

คิดถึงคุณเทพว่ะ วันนั้นคุณเทพมาส่งผมที่โรงพยาบาล เข้ามาเยี่ยมเฟิร์นด้วย แต่เฟิร์นยังมีอาการหวาดกลัว ขอให้ผมอยู่เฝ้าเธอคืนนั้น ผมก็เลยบอกให้คุณเทพกลับบ้านไปก่อนเพราะคืนนั้นต้องอยู่เฝ้าเฟิร์น

คุณเทพก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาพยักหน้าเข้าใจ แต่มือนี่ลูบหัวผมไม่หยุดเลย

พอวันต่อมา ผมกลับบ้านก็ไม่เจอคุณเทพละ ที่จริงก็ไม่ค่อยได้เจอหน้าคุณเทพมาหลายวันแล้วแหละ ดูเหมือนโรงแรมคุณเทพจะมีงานเข้าพอดี เรื่องโครงการขยายสาขาโรงแรมหรืออะไรสักอย่าง เห็นว่ามีปัญหาด่วนต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย ช่วงนี้เลยกลับมางานยุ่งอีกละ 

ผมกับคุณเทพก็เลยยังไม่ได้คุยเรื่องที่ค้างเอาไว้วันนั้นสักที

เริ่มเข้าใจคุณเทพละว่าตอนอยากคุยแล้วไม่ได้คุยแม่งทรมานแค่ไหน

นี่ยังค้างคานะเว้ย ที่คุณเทพจะบอกแล้วยังไม่ได้บอกอะ ต่อมอยากรู้ยังคงสั่นไม่หยุด!

แต่คงต้องรอคุณเทพเคลียร์งานเสร็จก่อนแหละ

“คุณเทพพพพ” ผมกรอกเสียงลงไปตามสายโทรศัพท์อย่างดีใจ

[เธออยู่ไหน ยังอยู่โรงพยาบาลอีกเหรอ?]

“ครับ แต่อีกสักพักจะกลับละ” ผมบอก “แล้วคุณเทพกลับบ้านยังอะ?”

[มาถึงสักพักแล้ว แต่ไม่เจอเธอก็เลยโทรมาถาม] วันนี้กลับเร็วกว่าปกติ ช่วงหลายวันก่อนกว่าคุณเทพจะกลับผมก็หลับไปก่อน เห็นว่าเขาต้องไปดูสถานที่ที่กำลังสร้างโรงแรมด้วยอะมั้ง [จะกลับแล้วใช่ไหม?]

“อื้อ อีกสักยี่สิบนาที จะนั่งรถเมล์กลับแหละ แต่เดี๋ยวคุยกับเฟิร์นเสร็จก่อนอะ มีไรจะคุยกับผมก็ไม่รู้ให้พาลงมานั่งคุยที่สวนหย่อมข้างตึกของโรงบาลเนี่ย ยุงโคตรเยอะเลยคุณเทพ”

[เหรอ] ผมพยักหน้าตอบ ลืมไปว่าเขาไม่เห็น [งั้นไปรออยู่หน้าโรงพยาบาลนะ]

“รอไรอะ?”

[เดี๋ยวฉันไปรับ]

“เฮ้ยคุณเทพ ไม่ต้อง ๆ เพิ่งกลับมาเหนื่อย ๆ คุณเทพอาบน้ำนอนเลย งานเยอะไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องมารับหรอก ผมกลับเองได้ ปกติก็กลับเวลานี้แหละ รถเมล์ยังไม่หมด”

[ฉันเคลียร์งานเสร็จแล้ว จริง ๆ ก็เคลียร์ไปหลายเรื่อง เดี๋ยวฉันจะไปรับเธอเอง]

“ผมเกรงใจ” ยังไงคุณเทพก็เป็นเจ้านายนะ

[ฉันอยากคุยกับเธอ] โอเค ยอมแล้ว

“อื้อ งั้นผมรอหน้าโรงบาลเนอะ”

[เด็กดี]

ผมหัวเราะ ถ้าอยู่ใกล้ ๆ รับรองได้ว่าไม่พ้นโดนคุณเทพลูบหัวอีกตามเคย ผมยังยิ้มกว้างหลังจากวางสาย รู้สึกดีเหมือนกันนะที่คุณเทพจำได้ว่าเรายังคุยกันไม่จบ 

ดีเหมือนกัน ผมก็อยากรู้จนตัวสั่นแล้วว่าคุณเทพจะพูดอะไร

อยากกลับบ้านแล้วโว้ยยยยยย

“คุยโทรศัพท์เสร็จละเหรอ” ผมพยักหน้า เดินมานั่งที่ม้าหินอ่อนตรงหน้ารถวีลแชร์ที่เฟิร์นนั่งอยู่ “คุยกับใครอะ เห็นเดินยิ้มมาแต่ไกลเลย แฟนใหม่เจาเหรอ?”

“เฮ้ย ไม่ใช่ คุยกับเจ้านาย ๆ”

“อ๋อ คุณเทพใช่ไหม”

“นั่นแหละ เดี๋ยวเขาจะมารับ” ผมบอกทั้งที่ยังยิ้มอยู่ “ว่าแต่เฟิร์นมีไรจะคุยกับเจาอะ?”

“จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรมาก” เฟิร์นยิ้ม นัยน์ตาดูหม่นแสง “แค่อยากรู้ ตอนนี้เจาเป็นไงบ้าง

“หมายถึงไงวะ ชีวิตไรงี้ปะ” ผมเลิกคิ้วสูง เฟิร์นพยักหน้า “ถ้าชีวิต ตอนนี้ก็ดีอะ ดีมากอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะดีขนาดนี้เลยมั้ง จริง ๆ ก็ตั้งแต่เจอคุณเทพแหละ เขาช่วยเราไว้เยอะ นี่เราก็กำลังจะกลับไปเรียนต่อแล้วนะ”

“เรียนต่อ... ที่เห็นอ่านหนังสือบ่อย ๆ น่ะเหรอเฟิร์นทำหน้าแปลกใจ “เจาไม่ชอบเรียนนี่”

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ใช่แหละ แต่ตอนนี้เริ่มชอบละ ไม่รู้ดิ” ไม่ได้ถึงกับขยันเรียนขึ้นหรอก แต่พอได้รู้ได้ทำความเข้าใจ มันก็เริ่มโอเคอะ ไม่แย่ “คือแม่งโคตรยากเลยเว้ยตอนแรก ไม่เข้าใจห่าไรสักอย่าง แต่พอเข้าใจมันก็สนุกดี”

ผมไม่ค่อยชอบคำนวณ และเพิ่งค้นพบว่าชอบเรียนภาษาอังกฤษ เวลาได้เจอคำศัพท์แล้วโคตรสนุกเลย

“แล้วทำไมอยากเรียนต่อตอนนี้ หยุดเรียนมาสามปีแล้วนะ”

“เพิ่งคิดได้มั้ง” 

ว่าแล้วก็หัวเราะ พลางเงยหน้ามองท้องฟ้าตอนกลางคืน กรุงเทพฯนี่มองไม่เห็นดาวเลย ไม่เหมือนที่บึงโขงหลง ดาวเต็มฟ้า พูดแล้วก็คิดถึง อยากกลับบ้านไปหาแม่ แต่ก็กลัวพ่อไล่ 

ยังจำได้ว่าตอนนั้นพ่อโกรธแค่ไหน 

“อย่างที่เฟิร์นเคยพูด ชีวิตเราย่ำอยู่กับที่นานแล้ว เมื่อก่อนเราไม่เคยคิดหรอก เราก็แค่ทำงานหาเช้ากินค่ำไปเรื่อย ไม่มีความฝัน ไม่มีเป้าหมาย ไม่เคยคาดหวังกับตัวเอง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องการอะไร เราก็แค่ใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อย”

“...”

“แต่ตอนนี้เราเริ่มคิดไง อยากลองคิดถึงอนาคตบ้าง อยากดีกว่านี้ เฟิร์นก็รู้ พ่อกับแม่ก็อยากให้เรียนต่อ เราอยากทำให้เขาภูมิใจ แล้วก็อยากภูมิใจในตัวเองด้วย มาคิดดูแล้วก็รู้สึกผิดกับพ่อแม่แหละที่ตอนนั้นดื้อฉิบหาย”

“...”

“เราทำเขาเสียใจมาเยอะแล้วว่ะ อยากทำให้ภูมิใจบ้าง”

“เจาเปลี่ยนไปมากเลยนะ”

“อืม ก็คิดว่าเปลี่ยนตั้งแต่เจอคุณเทพนะ เปลี่ยนชีวิตเราเลยคนนั้น” 

พูดถึงคุณเทพแล้วอดจะคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้ คุณเทพเป็นคนที่เวลานึกถึงก็มีแต่เรื่องดี ๆ เต็มหัวผมไปหมด มีแต่ความรู้สึกดี ๆ ทั้งนั้น ผมก็เลยยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

“เวลาเจาพูดถึงเจ้านายแล้วยิ้มตลอดเลย ดูมีความสุขนะ เหมือนชอบเขามาก”

“อื้อ ชอบดิ เราอะโคตรชอบคุณเทพเลย” ก็ในหลาย ๆ ความหมายน่ะนะ “คุณเทพเป็นคนที่ดีมาก มากแบบมากจริง ๆ เขามีแต่เรื่องดี ๆ ให้นึกถึงเต็มไปหมด เวลาคิดถึงเขา เรามีความสุข เหมือนตอนอยู่กับเขานั่นแหละ”

“เจา” ผมยังยิ้มค้าง หันไปมองหน้าคนเรียก “ยังรักเราอยู่ไหม?”

“หือ?” ก่อนจะหุบยิ้มลงตอนเฟิร์นถามคำถามนั้น

“เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมได้ไหมเจา เรายังลืมเจาไม่ได้นะ ตอนนั้นเราขอโทษที่ทำให้เจาเสียใจ” เฟิร์นพูด พร้อมทั้งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ผมได้แต่ขมวดคิ้วมอง “เจาให้โอกาสเฟิร์นได้หรือเปล่า?”

“เรื่องของเรามันจบแล้วนะเฟิร์น”

“แต่เรายังไม่เคยลืมเจาเลยนะ เจาไม่รักเราแล้วเหรอ เรารักกันมาตั้งหลายปีนะ เจาไม่เสียดายเวลาเหรอ” เฟิร์นพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน น้ำตาคลอเบ้า เธอค่อย ๆ ยันตัวลุกจากรถเข็น ขยับมาทิ้งตัวนั่งบนขาผมเฉย

“เฮ้ย เฟิร์น...”

“กลับมาคบกับเฟิร์นนะเจา นะ”

!!!

ผมเบิกตาอย่างตกใจ เมื่อเฟิร์นจับใบหน้าผมแล้วโน้มหน้าลงมาประกบปากจูบแบบไม่ทันตั้งตัว มันเป็นแค่เวลาไม่กี่วินาทีที่ปากเฟิร์นแตะลงมาแรง ๆ ผมอึ้งไปนิด ก่อนจะบีบต้นแขนเล็กแล้วดันตัวเธอออกแทบจะทันทีทันใด

พึ่บ!

“ทำบ้าไรวะเฟิร์น มาจูบเราทำไมเนี่ย”

“เรารักเจา” เฟิร์นพยายามจะกอดผมไว้ ตอนผมลุกขึ้นยืน ทำให้เธอลุกขึ้นตามไปด้วย ผมจับแขนเฟิร์นพยายามจะดึงออก แต่เฟิร์นก็กอดแน่น แล้วฟูมฟายออกมา “ที่เราจะเลิกกับเด่นก็เพราะจะกลับมาหาเจา เรารักเจานะ”

โอ๊ย! อะไรของมึงวะเฟิร์น

“ถ้ารักเรา เฟิร์นคงไม่ทำแบบนั้นหรอก” รักยังไงถึงนอกใจวะ ผมขมวดคิ้วมุ่นอย่างหงุดหงิด บีบแขนเฟิร์นแรงขึ้น แล้วกระชากออกจากตัวอย่างไม่กลัวว่ามันจะช้ำในเพิ่ม “แล้วที่ทำอยู่นี่ เจาว่าเฟิร์นแค่รักตัวเองว่ะ”

“แล้วเจารักใคร ไม่รักเฟิร์นแล้วหรือไง เฟิร์นเป็นเมียเจานะ!

“เฟิร์นอย่ามาบ้าได้ปะ เรื่องของเราจบแล้วไหม เฟิร์นก็มีผัวใหม่ละไง ทิ้งเจาไปเองอะ จำไม่ได้เหรอ โวยวายทำไมวะ” ผมงงมากว่าจู่ ๆ เฟิร์นมันเป็นบ้าอะไรของมัน มาเรียกร้องอะไรตอนนี้

กูถามหน่อย กูผิดเหี้ยไรเนี่ย?

แม่งทำอย่างกับกูมีชู้แล้วทิ้งมึง ทั้งที่มึงนั่นแหละทิ้งกู!

“ที่เจาไม่ยอมคืนดีกับเฟิร์นเพราะเจารักคนอื่นแล้วล่ะสิ!” เฟิร์นขึ้นเสียง น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างกับคนบ้า “หึ ทำไม หลงรักเจ้านายตัวเองเหรอ นั่นผู้ชายนะ เจาจะไปชอบผู้ชายได้ไงวะทั้งที่ก็เคยเอาเราอะ เป็นบ้าเหรอ!

“...” งงหนักมาก ตกลงมันอยากคุยอะไรกับผมกันแน่ ห่านจิกเอ๊ย

“เรารู้ เจาแค่เสียใจที่เราทิ้งเจาไป เจาก็เลยจะประชดเราด้วยการไปรักผู้ชายใช่ไหมล่ะ เจาก็แค่ผิดหวัง นี่ไง เราจะกลับมาทำให้เจาเป็นผู้ชายปกติเหมือนเดิม เราจะไม่ทิ้งเจาไปแล้ว”

ไปกันใหญ่แล้วโว้ยยยยยยยยย

“ตั้งสติหน่อย เราไม่ได้ประชดอะไรเฟิร์นทั้งนั้นแหละ เรื่องผิดหวังก็ใช่ โดนนอกใจใครแม่งจะแฮปปี้ แต่ถ้าเราจะรักใครตอนนี้... เราก็รัก เพราะรู้สึกรัก เพราะความดีของเขา แบบไม่ต้องดีต่อสังคมเลย แค่ดีต่อใจเรามันก็พอแล้วอะ เข้าใจปะ เราไม่ได้รักเขาเพื่อประชดใคร เรารักเพราะคนคนนั้นดีต่อใจ เพราะงั้นเลิกคิดอะไรไร้สาระสักที”

“...”

“จะผู้ชายหรือผู้หญิง รักก็คือรักอะเฟิร์น มันก็เหมือนที่เราเคยรักเฟิร์น มันคือความรัก”

คนเราทุกคนมีสิทธิ์รักใครก็ได้ตามที่ใจเราอยากจะรักปะวะ อะไรคือปกติ อะไรคือไม่ปกติ ถึงผมจะไม่เคยชอบผู้ชายมาก่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นคนที่รักชอบเพศเดียวกัน ผมก็ไม่เห็นว่าพวกเขาจะผิดปกติตรงไหน ก็ดูรักกันปกติดีออก แต่ผมว่าคนที่มาบังคับให้คนอื่นไปรักตัวเอง ทั้งที่ตัวเองทำตัวไม่น่ารักนี่แหละที่ผิดปกติ

คือเอาตรรกะไหนคิดว่าเขาควรรักมึงตอบ ทั้งที่มึงทำเหี้ยกับเขาไว้อะ บ้าบอ

“ไม่ มันไม่ปกติ มันผิดเพศ มันวิปริต!

อ้าว อีเฟิร์น...

“มึงเป็นเหี้ยไรเฟิร์น!” คราวนี้ผมขึ้นเสียงอย่างโมโห ไม่สนแม่งแล้วว่าอยู่ในโรงพยาบาล กูไม่ทนละนะ “มาด่ากูฉอด ๆ มาเรียกร้อง มาโวยวายห่าไร ทั้งที่ก่อนหน้านี้มึงก็ทิ้งกูไปเองปะ มึงไม่ใช่เหรอที่เหี้ยกับกูอะ เย็_แม่ง!

ผมโกรธ โคตรโกรธเลยไง แม่งเป็นเหี้ยไรอะ โดนซ้อมจนสมองปลิวเหรอ

“เจา...” พอเห็นว่าผมเลือดขึ้นหน้า มันก็ตัวสั่นเหมือนตกใจ

“หรือการที่กูมาหา มาเยี่ยม มาดูอาการ มันทำให้มึงเข้าใจผิด คิดว่ากูยังรักมึงอยู่?”

“แล้วไม่ใช่เหรอ ก็มาหาทุกวัน ยังไงก็เคยรักกันปะ”

“กูแค่สงสารไหม กูรู้ไงว่ามึงก็ไม่มีใคร อย่างน้อยกูก็ยังเห็นมึงเป็นเพื่อน ถึงมึงจะทำเหี้ยกับกูเอาไว้ แต่พอเห็นมึงโดนทำร้าย กูก็ยังห่วงในฐานะเพื่อน เข้าใจปะ เคยรักก็คือเคยรัก เคไหม แค่เคยอะ ตอนนี้ไม่ไง ยิ่งมึงมาทำตัวประสาทแดกใส่งี้ แม้แต่คำว่าเพื่อนกูก็ไม่มีให้แล้วเฟิร์น” ผมพ่นลมหายใจแรง ๆ “ปากดีใส่กูได้ขนาดนี้ คงไม่เป็นไรละมั้ง”

“เจา อย่าเพิ่งไป เราขอโทษ อย่าทิ้งเรา เราแค่อยากให้เจากลับมารักเราเหมือนเดิม”

“ถ้าอยากให้มีใครรักจริง ๆ มึงต้องรู้จักรักคนอื่นให้เป็นก่อนเฟิร์น”

ปากมึงบอกว่ายังรัก แต่คำด่ากราดออกมาไม่ได้แสดงออกถึงความรักที่มึงบอกว่ายังมีให้กูเลย รักยังไงของมึงวะ ทั้งตอนนั้น ทั้งตอนนี้ แม่งมีแต่ทำร้ายความรู้สึกกู

“เรามาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้จริง ๆ เหรอ”

“กูรักคนอื่นแล้วเฟิร์น” ผมบอกเสียงเรียบ “และใช่...”

“...”

“เขาเป็นผู้ชายและเจ้านายของกูเอง จบเนอะ”




TBC.

เจาใจเย็นลูกกกกกก นั่นเมียเก่า เบาหน่อย ๆ

ก็คืออย่าให้บักเจาได้ด่าเด้อสู สูนคัก! 55555

แล้วคือบอกรักคุณเทพให้คนอื่นฟังก่อนเจ้าตัวไปอี๊กกกกก


หมายเหตุ*

ใครต้องการสั่งซื้อหนังสือคุณเทพ สั่งซื้อที่เว็บนี้ได้เลยนะคะ >> http://producty.lnwshop.com/p/25

หรือถ้าใครเป็นสายอีบุ๊ค ก็มาที่ Meb ได้เลยจ้า >> คลิกเพื่อซื้ออีบุ๊ค


"หึ เด็กดื้อเอ้ย"

Contact me:     Twitter: @noknsn     Facebook: noksinsn



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 367 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #316 สาววายนิสัยดีนะ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2564 / 10:23
    เลิ้บเอเนอร์จี้ในการด่า น้องมะโหแย้วววว อิอิ
    #316
    0
  2. #314 Ying_Chor (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 04:02
    เริ่ดมากคร่าน้องเจา เอาใจไปเลย
    #314
    0
  3. #310 thongda (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 21:35
    ความบักเจา ได้ใจคักอิหลี 5555555
    #310
    0
  4. #305 PINKYYY_Y (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 16:19
    สะใจมากจร้าาา
    #305
    0
  5. #293 pueng2u (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 22:48
    จบมะ555
    #293
    0
  6. #276 pcy921 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 22:01
    หนุนี่ลุกปรบมือเลยค่ะ
    #276
    0
  7. #268 taemynnn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 19:46
    อ่านจบนานแล้วแต่อารมณ์ยังค้าง
    อีเฟิร์น เอาไปฟังนะ-กกก https://youtu.be/LrtEiMHBSpQ
    #268
    1
    • #268-1 `•to be or not to be?(จากตอนที่ 17)
      16 ธันวาคม 2562 / 21:37
      เนี่ยยย ชอบเอเนอร์จี้ไรแบบนี้ 5555555
      #268-1
  8. #266 taemynnn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 08:21
    สตินะอีเฟิร์น // เรียกด้วยฟีลลิ่งน้องเจาตอนที่1 55555 เอ๊ะ 1 หรือ 2
    #266
    0
  9. #262 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 23:53

    เออ! จบนะนังเฟิร์น! รึอยากจะเจอกับผัวเจาบ้างอ่ะ?

    #262
    0
  10. #241 jibbubu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 08:51
    บอกได้แค่ว่าสะใจจริง
    #241
    0
  11. #239 cupcake_love (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 02:25
    สุดมาก เจาด่าได้ตรงกับที่คิดไว้เลย ว่าแบบ อิเฟิร์นเป็นเ-้ยอะไร
    #239
    0
  12. #210 กะเจี๊ยบ กะเจี๊ยบ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 16:41
    สะใจว่ะ อิเฟิร์น555
    #210
    0
  13. #199 stikkies (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 20:02
    ชอบเจาจังเลย
    #199
    0
  14. #198 ป๊อปเปอร์... (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 11:32
    ชอบรูปคุณเทพรูปล่างมากเลย เรื่องอะไร เค้าคือใครจะไปดู
    #198
    2
    • #198-1 (จากตอนที่ 17)
      17 ตุลาคม 2562 / 19:56
      ชื่อ หยาง หยาง ค่ะ gif จากเรื่อง เวยเวยเธอยิ้มโลกละลาย จ้า
      #198-1
  15. #197 Xialyu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 21:38
    ทำดีมากน้องเจาของแม่
    #197
    0
  16. #196 Punches_099 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 13:40
    สะใจโว้ยยยยย!!!!
    #196
    0
  17. วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 08:28

    ตาสว่างสักทีนะเจา แคด่ายังน้อยไปด้วยนะนางชะนีนี่นะ สมควรแล้วมั้ยที่โดนซ้อมมานอนตายอยู่โรงบาลเนี่ย

    #195
    0
  18. #194 Nun7036 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 00:14
    กล้าดียังไงมาจูบปากเร้กๆของน้องเจา!!!!! ทิ้งเขาไปเองละจะเรียกร้องอะไรยัยสมองนิ่ม เจาคือสุดมาก ชอบตอนตะโกนด่าสุด5555555
    #194
    0
  19. #193 BLINKxARMY (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 23:32
    อีด๊อกกกก //ทำหน้าตาระริกระรี้
    #193
    0
  20. #192 ผักน้อย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 23:30

    ชอบอ่ะที่เจาชัดเจนขนาดนี้คุณเทพต้องฟังให้ครบๆนะ อย่าเหมือนเรื่องอื่นที่ฟังไม่ครบแล้วก็เข้าใจแบบผิดๆอ่ะ

    #192
    0
  21. #190 Punches_099 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 20:39
    ระริกระรี้สุดค้าาาา
    #190
    0
  22. #189 Peony.n (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 14:33
    คิดเองในใจว่าสะใจนังนุ้งเฟิร์น แต่ไม่กล้าบอกกลัวเค้ารู้ว่าเราร้าย555
    #189
    0
  23. #188 Xialyu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 12:41
    บอกไปเลยว่ามีแนแล้วอิอิ
    #188
    0
  24. วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 07:30

    ไหนๆ ก็คุยกับแฟนเก่า คุยแล้วก็ตัดให้จบไปเลยนะ ลำไยนาง

    #187
    0
  25. #186 Peony.n (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 01:40
    เดี้ยะๆ นังนุ้งเฟิร์น คนกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม มาขัดจังหวะซะนี่
    #186
    0