{END} Crash Love กระแทกรัก |【ตีพิมพ์กับ Product Y】

ตอนที่ 12 : กระแทกรัก : Chapter 10 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,953
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 347 ครั้ง
    4 ก.ค. 62

{ Y a o i / B o y' s L o v e }


ติดแฮชแท็ก #คุณเทพไอ้เจา

Chapter 10



คู่หมั้นของคุณเทพเป็นคนสวย

สวยในแบบน่ารัก ดูนุ่มนิ่ม เรียบร้อย อ่อนหวาน บอบบาง น่าปกป้อง ดูดีมีชาติตระกูล สมกับที่เป็นลูกคุณหนูนั่นแหละ ตอนเห็นทั้งสองคนเดินลงมาจากรถด้วยกัน ผมคิดว่าเธอช่างเป็นผู้หญิงที่เหมาะกับคุณเทพดี

ผมคิดอย่างนั้น... 

ในตอนแรก

ใช่ ก็แค่ตอนแรกที่มองจากภายนอก เพราะคุณหนูน้ำฝนอะไรนี่ดูเป็นอย่างนั้นจริง

เธอยิ้มแย้ม ช่างพูด แถมยังพูดจาเพราะไม่ต่างจากคุณเทพ เธอแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงสีอ่อนอย่างน่ารัก เหมือนกับตุ๊กตาบาร์บี้ยังไงยังงั้น สวยหวานจนไอ้เจายังแอบใจเต้น

ทว่าใจก็ต้องหยุดเต้น เพราะดันบังเอิญไปเห็นตอนคุณเขามาเข้าห้องน้ำ พอเดินออกมาเจอคุณเจคอปวนเวียนขวางทางอยู่ก็ทำผมอึ้งนิด ๆ 

จำได้ว่าตอนแรกที่เธอลงรถพร้อมคุณเทพก็ก้มลงไปเล่นกับคุณเจคอปที่ไปรอรับอย่างน่ารัก แต่มาเห็นอีกที ภาพสีหน้าเอ็นดูก่อนหน้านี้ไม่เหลือละ นอกจากจะไม่เอ็นดูต่อ ยังทำหน้ารังเกียจอีก

แถมยังไล่คุณเจคอปชิ่ว ๆ ก่อนจะรีบเดินหนีกลับออกไปด้านนอก

ผมได้แต่เลิกคิ้วมองภาพนั้นอย่างไม่เข้าใจ

ถ้าไม่ชอบหมา แล้วจะทำท่ารักทำไมตั้งแต่แรกวะ 

เอ้อออ คนเรานี่ก็แปลกอะ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบปะ 

ผมก็ได้แต่คิดและงงอยู่คนเดียว ไม่ได้พูดหรือเล่าให้ใครฟังในสิ่งที่เห็น แค่สังเกตอยู่เงียบ ๆ ในมุมมองที่ต่างจากเดิม

ดูเหมือนจะไม่ได้น่ารักอย่างที่เห็นครั้งแรกซะล่ะม้างงงง

แล้วก็ดันจริงอย่างที่คิด เมื่อเจอกับตัวเองจัง ๆ

หลังมื้ออาหารเย็นผ่านไป คุณขุนพล คุณเทพ และคู่หมั้นของเขาก็นั่งคุยกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ป้าศรีเพิ่งเอาของว่างออกไปเสิร์ฟ 

ส่วนผมก็กำลังจะยกถาดชาร้อนตามออกไป พอดีกับที่คุณน้ำฝนเดินเข้ามาในครัว

เธอมองผมตั้งแต่หัวจรดตีน ก่อนหน้านี้ตอนเห็นผมยืนเจ๋อรอรับคุณเทพก็หันไปถามคู่หมั้นตัวเองแหละว่าผมเป็นใคร ท่าทางจะรู้จักคนที่บ้านนี้เป็นอย่างดี 

พอคุณเทพบอกว่าเป็นเด็กใหม่ เธอก็พยักหน้าแล้วหันมายิ้มหวานให้

แต่ตอนนี้ดิ...

มองเหยียดเหมือนกูไปเหยียบเล็บขบเขาอะ อิหยังวะ

“ชาของพี่เทพใช่ไหม?” อ้าว เสียงก็ไม่ได้อ่อนหวานแล้วด้วย แข็ง ๆ จิก ๆ ดูไม่อยากจะเสวนา ผมก็เลยพยักหน้าแทนคำตอบ เธอจิ๊ปาก แล้วก็ยื่นมือมาพลันว่า “เอามานี่ ฉันจะยกออกไปเอง”

“ไม่เป็นไรครับคุณ ผมยกไปดีกว่า มันร้อน เดี๋ยวจะลวกคุณเข้า” 

เธอเป็นแขกของเจ้านาย อีกอย่างมันก็หน้าที่ผมด้วย ขืนให้คุณหนูเขายกออกไป ป้าศรีไม่ดึงหูไอ้เจาจนยานถึงไส้ติ่งเลยหรือไง

“กะอีแค่ยกชา แกคิดว่าฉันโง่กว่าขี้ข้าอย่างแกเหรอ”

“...” เจอดอกนี้เข้าไป ไอ้เจาถึงกับเงิบแดก 

คือคุณครับ บอกกันดี ๆ ก็ได้ปะ อะไรจะต้องจิกต้องกดหัวกันเบอร์นั้นถามหน่อย ฟังแล้วก็ยอมรับว่าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เห็นตอนอยู่กับคุณเทพพูดจาไพเราะเสียงหวานน่าฟังเชียว

ไหงตอนนี้อย่างกับคนละคน

“ยังยืนโง่อยู่อีก เอาถาดมานี่!

ไม่ว่าเปล่า เข้ามากระชากถาดถ้วยชาร้อนอีกต่างหาก

“เฮ้ย คุณ...”

“อะ โอ๊ย!

เพล้ง!!

ฉิบหาย ก็คุณเขาเล่นกระชากถาด น้ำชาร้อนก็เลยลวกมือบางเข้า เธอสะบัดมือออกทันที เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมดึงถาดกลับมาพอดี ชาร้อนที่เหลือเกินครึ่งแก้วเลยหกลวกแขนผมเต็ม ๆ เผลอปล่อยถาดหล่นพื้นจนแก้วแตก

“เกิดอะไรขึ้น” 

คุณเทพเดินมาถึงครัวและเอ่ยปากถามเป็นคนแรก โดยมีคุณขุนพลกับป้าศรีเดินตามมาติด ๆ สามคนนั้นมองซากชากับแก้วที่แตกบนพื้น เงยหน้ามองคุณน้ำฝน แล้วหยุดลงที่ผมอย่างต้องการคำอธิบาย

ทว่าผมก็ไม่ทันได้พูดอะไร คู่หมั้นคุณเทพก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

“คือน้องฝนจะเข้ามาช่วยยกของน่ะค่ะ แต่คนใช้ของพี่เทพไม่ระวัง เดินมาชนน้องฝนเข้าแล้วก็ทำถาดหลุดมือ น้องฝนถูกชาลวกมือด้วยค่ะพี่เทพ น้องแสบ ดูสิ มือน้องแดงหมดแล้ว”

เออ เอาที่สบายใจ 

มาถึงตอนนี้ก็รู้แล้วล่ะว่าคู่หมั้นของคุณเทพเป็นคนยังไง เข้าไปออเซาะออดอ้อนคุณเทพ ยกมือที่ถูกลวกนิดหน่อยนั่นให้คุณเทพโอ๋ใหญ่ 

ผมกลอกตาพลางเอาแขนไขว้หลังไว้

“ซุ่มซ่ามอีกแล้วนะเจา ดูสิ ชาลวกคุณหนูน้ำฝนหมดแล้ว ทำไมไม่ระวังเลย ดีนะที่เศษแก้วไม่บาดคุณหนูน้ำฝนเข้า เรานี่จริง ๆ เลย” ป้าศรีดุผม ถอนหายใจเหมือนระอา “แล้วขอโทษคุณหนูน้ำฝนหรือยัง?”

“ป้าศรี ไม่เป็นไรหรอกค่ะ น้องฝนไม่เป็นอะไรมาก”

“ไม่ได้สิคะ ผิดก็ต้องขอโทษ”

“...” ก็เข้าใจป้าศรีนะ แต่ก็แอบน้อยใจว่ะ 

ไม่เห็นถามผมบ้างเลยว่าเรื่องเป็นยังไง แค่เขาพูดก็เชื่อแล้วเหรอ อยากจะเถียง แต่ดันไม่อยู่ในอารมณ์ แล้วเถียงไปจะสู้อะไรได้ 

นั่นเขาคู่หมั้นเจ้าของบ้าน ส่วนกูอะแค่คนใช้

อืม นอยด์แดกไปดิ

“เจา ขอโทษคุณหนูน้ำฝนเลย”

“ขอโทษครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ” เธอพูดเสียงหวานด้วยน้ำเสียงใจดี

“...” ผมมองรอยยิ้มอ่อนหวานบนหน้าของเธอ พลางเบือนหน้าไปอีกทางแล้วแอบเบ้ปาก แม่งอดไม่ได้จริง ๆ หมั่นไส้คน 

อยากจะบอกเหลือเกินว่าอุบัติเหตุนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าคุณเธอไม่มากระชากถาดแบบนั้นรึปะ!

อยากจะแหมมมมมมมมมมม!

“คุณชายพาคุณหนูน้ำฝนไปรอด้านนอกเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลให้”

“...” คุณเทพขมวดคิ้วมองผมโดยไม่ได้พูดอะไร

มองแบบนั้นคือไรวะ ขมวดคิ้วนั่นคือไม่พอใจที่ผมทำคู่หมั้นเขาเจ็บตัวปะ หรือไง?

แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ถาม เพราะคุณน้ำฝนเธอร้องเจ็บจะเป็นจะตาย คุณเทพเลยต้องพาออกไปจากครัว ส่วนป้าศรีก็รีบกระวีกระวาดไปหายาให้ เหลือแต่คุณขุนพลที่ยืนพิงกรอบประตูไม่พูดไม่จาตั้งแต่มาถึง 

ผมไม่ได้สนใจเขาเท่าไหร่ ย่อตัวลงเก็บเศษแก้วที่แตกใส่ถาดไปทิ้ง หาผ้ามาเช็ดพื้นให้สะอาด เงยหน้ามาอีกทีก็ไม่เห็นคุณขุนพลแล้ว

เอาเหอะ ชีวิตลูกจ้างก็งี้ สมัยทำงานโรงงานโดนโขกสับกว่านี้อีก

แต่ไม่รู้ทำไม ผมแม่งโคตรหงุดหงิดเลยว่ะ

“ห่า ซวยกูอีก” ผมสบถ เดินไปเปิดน้ำล้างแขนที่โดนลวก 

โดนเยอะเลย แดงเป็นปื้นทั้งแขน ความเจ็บแสบทำให้ผมสบถคำหยาบในลำคออีกหลายคำ บอกเลยว่าชักไม่ถูกชะตากับคุณหนูน้ำฝนอะไรนั่นละ

นี่ขนาดเป็นแค่คู่หมั้นนะ ถ้าแต่งงานเข้าบ้านจะขนาดไหน

ถึงตอนนั้นไอ้เจาคงถูกเฉดหัวออกจากบ้านคนแรก

ผมเดินออกจากตัวบ้านทางประตูหลังครัว เดินเลี้ยวไปทางด้านหลังบ้านโดยมีคุณเจคอปเดินตามมาจนถึงสระว่ายน้ำ ผมเดินไปนั่งห้อยขาจุ่มน้ำอยู่ตรงขอบสระ 

พอคุณเจคอปเห็นก็วิ่งทำท่าจะกระโดดลงน้ำอย่างที่ชอบทำ

หมับ!

“ไม่เอาคุณเจคอป ไม่เล่นน้ำนะ มืดแล้ว” 

ผมคว้าตัวคุณเจคอปไว้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกอดคอลากให้มายืนชิดตัว หมาตัวโตเห่าหอนบ่นอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ยอมนอนหมอบลิ้นห้อยเกาะขอบสระอยู่ข้าง ๆ

ผมก้มมองแขนแดง ๆ ของตัวเอง ก่อนจะมองคุณเจคอปแวบหนึ่ง พลันลุกขึ้นแล้วเปลี่ยนเป็นนอนคว่ำบนพื้นอยู่ข้างคุณเจคอป เอาแขนข้างที่ถูกลวกแช่น้ำ อีกข้างก็สอดมารองใต้คาง

น้ำในสระเย็น แช่แล้วรู้สึกสบาย แขนไม่รู้สึกถึงความเจ็บแสบเท่าไหร่

แผล็บ...

“อื้อ อะไรคุณเจคอป” 

ผมเลิกคิ้วหันมองหมาตัวโตขนนุ่มฟูข้างตัวที่เพิ่งเลียหน้ากันเมื่อกี้ คุณเจคอปอ้าปากลิ้นห้อย ส่งเสียงแฮ่ก ๆ อยู่ข้างหู แต่ดูแล้วเหมือนคุณเจคอปกำลังยิ้มให้ยังไงไม่รู้ 

“อยากชวนคุยอะดิ”

“แฮ่ก ๆ” ผมคงนอนมองสระน้ำเพลินไปหน่อย คุณเจคอปเลยเรียกร้องความสนใจ

“พี่เจามีเรื่องจะบอกด้วยแหละ อยากฟังปะ นี่จะรู้คนที่สอง ไม่ดิ คุณเจคอปจะเป็นหมาตัวแรกที่รู้เรื่องเลยนะ” ผมเอาแขนออกจากใต้คาง ตวัดไปกอดคอคุณเจคอปไว้ ปากก็เริ่มพูดอย่างที่อยากจะพูด “พี่เจาจะกลับไปเรียนหนังสือแล้วนะ วันนี้พี่เจาโทรหาแม่ด้วย เพิ่งได้เปิดใจคุยกันจริง ๆ จัง ๆ อย่างดราม่าอะ พี่เจาร้องไห้แง ๆ ด้วย”

“...”

“แม่ก็เหมือนกัน ร้องก่อนพี่เจาอีก แค่บอกว่าจะเรียนต่อ แม่ก็เอาแต่ร้องไห้ แต่พี่เจารู้ว่าแม่ดีใจ แต่พี่เจาน่ะเสียใจ... ที่เคยเป็นเด็กไม่ดี เคยทำให้แม่กับพ่อเสียใจ พี่เจามีอะไรจะพูดเยอะแยะ แต่ก็พูดได้แค่คำว่าขอโทษ”

ประสาทแดกถึงขั้นคุยกับหมาเป็นตุเป็นตะ

ก็นะ เข้าใจอารมณ์คนมีเรื่องอยากจะพูดกับใครสักคนปะ 

ตั้งใจไว้ว่าจะบอกแต่ก็ยังไม่ได้บอกสักที พอมีใครสักคนหรือจะแค่หมาหนึ่งตัวอยู่ข้าง ๆ ก็อยากจะพูดมันออกมา ไม่ได้บอกคน บอกหมาก็ยังดี

เดี๋ยวคืนนี้กูนอนไม่หลับ

“แต่จริง ๆ” ผมพึมพำ ทอดสายตามองน้ำในสระ “... อยากคุยกับคุณเทพ”

เมื่อเช้าคุณเทพก็รีบออกไปทำงานแต่เช้า อาหารเช้าก็ไม่ได้ทาน ก็เลยไม่ได้เจอตัวคุณเทพ กะไว้ว่าจะบอกตอนคุณเทพกลับมาตอนเย็น แต่พอกลับมาคุณเทพก็ยังไม่ว่าง ไม่มีจังหวะให้คุยเลย แถมยังเจอฤทธิ์คู่หมั้นคุณเทพอีก

เซ็งว่ะ

คิดแล้วก็ได้แค่ถอนหายใจระบายความงุ่นง่าน หากทว่า...

“อยากคุยก็มาคุยกันสิ”

กึก...

โทนเสียงทุ้มน่าฟังดังขึ้นทำให้ผมชะงักแววตาไปจังหวะหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองทางต้นเสียง ระดับสายตาในระนาบเดียวกับพื้นมองเห็นสองเท้าที่สวมรองเท้าใส่ในบ้านกำลังเดินตรงมา พลันหยุดยืนอยู่ห่างจากตัวผมที่นอนคว่ำหน้าแช่แขนในสระ 

ผมแหงนหน้ามองไต่ระดับขึ้นก่อนจะพบกับแววตานิ่งสงบของคุณเทพกำลังหลุบมองผมอยู่

“คุณเทพ รู้ได้ไงว่าผมอยู่นี่” ถามทั้งที่นอนคว่ำแหงนหน้าอย่างนั้น

“ไม่รู้หรอก...” เขาพลางย่อตัวลง นั่งขัดสมาธิหันหน้ามาหาผม “เจา ลุกขึ้นมานั่งดี ๆ”

“...” ได้ยินแบบนั้น ผมก็ใช้แขนทั้งสองข้างดันขอบสระพยุงตัวขึ้น ลุกมานั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหาคุณเทพตามคำสั่ง พลางเช็ดแขนที่เปียกน้ำกับกางเกงไปด้วย “ไม่รู้แล้วมาได้ไงอะ”

“ก็แค่เดินหาทุกที่ที่คิดว่าเธอจะอยู่”

“...”

“ในครัว หน้าบ้าน โรงรถ ห้องเจคอป ห้องเธอ ก่อนจะเดินมาที่สระแล้วเจอตัวนี่แหละ”

“หาตัวผมขนาดนี้ มีไรจะใช้ผมปะ?” 

หรือจะมาตามให้ไปขอโทษคู่หมั้นของคุณเทพอีกที่ผมทำเขาเจ็บตัว ไม่ก็ตามมาด่ามั้ง ก็ก่อนเดินออกจากครัว คุณเทพขมวดคิ้วมองหน้าผมใหญ่เลยนี่หว่า คงโกรธที่ผมทำคู่หมั้นเขาเจ็บ

แต่แปลก ไหนคนอื่นบอกคุณเทพไม่มีแฟน ไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษ

ไหงโผล่มาอีกทีคือมีคู่หมั้นวะ?

“ยื่นแขนมาให้ฉันดูหน่อย”

พึ่บ...

“...” ผมเลิกคิ้ว เผลอขยับแขนซ่อนไว้ด้านหลัง ไม่รู้เหมือนกันว่ากูจะซ่อนทำด๋อยอะไร 

แต่พอเห็นแบบนั้น คุณเทพก็หรี่ตาดุแบบที่ไม่ค่อยได้เห็น เพิ่งสังเกตว่าคุณเทพถือยาหลอดเล็กติดมือมาด้วย

“เจา ยื่นแขนมา โดนลวกเหมือนกันใช่ไหม?” รู้ได้ไงวะ

“คู่หมั้นคุณเทพกลับแล้วเหรอ ทำไมคุณเทพมานี่อะ” ผมไม่ตอบคำถาม แต่ถามกลับแทน แล้วก็ยังไม่เอาแขนออกจากด้านหลังด้วย 

คุณเทพมองสบตาผมนิ่ง ไม่ได้โหดจัด แต่มีแววกดดันแปลก ๆ

“ขุนพลไปส่งแล้ว” เขาว่า และยังไม่ปล่อยผ่านผมง่าย ๆ “ทีนี้จะยื่นแขนมาได้หรือยัง”

“คุณเทพอย่าดุ” 

คราวนี้คุณเทพไม่อ่อนโยน พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่แข็งขึ้น บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังไม่พอใจที่ผมยึกยักไม่ยอมยื่นแขนให้สักที เห็นแบบนั้นไอ้เจาก็ใจไม่ดี หงอไปดิ ได้แต่ยิ้มแหยแล้วยื่นแขนให้คุณเทพดู

“แล้วดื้อทำไม”

ง่ะ ทำเสียงน่ากลัวไม่เลิกจริงวุ้ย แค่นี้ไอ้เจาก็หัวหดแล้วครับ 

ทว่าถึงน้ำเสียงและสีหน้าของคุณเทพจะดุกว่าทุกที แต่มือหนาที่จับข้อมือผมพลิกไปดูท้องแขนกลับอ่อนโยนเป็นบ้าเลยเถอะ

“ผมไม่เป็นไร โดนนิดหน่อยเอง”

“แบบนี้ไม่นิดแล้วเจา โดนเยอะกว่าน้องฝนอีก” 

แววตาดุทอดอ่อนลงตอนกวาดมองรอยแดงบนผิวของผม ก่อนผมจะสะดุ้งเล็กน้อย รู้สึกเย็นผิวตอนคุณเทพป้ายยาบนแขน แล้วใช้ปลายนิ้วทายาให้อย่างเบามือ 

“ทำไมไม่บอก”

“แล้วคุณเทพรู้ได้ไงว่าผมก็โดนลวก” ผมเลิกคิ้ว เอียงคอมองคุณเทพอย่างข้องใจ 

ก็มั่นใจนะว่าคุณเทพไม่น่าทันเห็นตั้งแต่แรก หากคุณเทพก็ไม่ได้ให้คำตอบในสิ่งที่ผมถาม เขาก้มหน้าทายาบนผิวให้อย่างตั้งอกตั้งใจ

“...”

“...” พอคุณเทพเงียบ ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไร รู้สึกอึดอัดนิดหน่อยกับบรรยากาศที่ดูแปลกไปจนเข้าใจยาก ผมปล่อยให้คุณเทพบรรจงทายา แล้วจ้องเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของคนเป็นเจ้านายที่ดูกังวลอย่างกับผมโดนรถชนมา

ผิวบริเวณที่ถูกทายาเย็นสบาย แต่ข้อมือที่ถูกกุมไว้กลับอุ่นจนร้อน

และความร้อนนั้นกำลังแล่นเข้าสู่หัวใจ...

“เจ็บไหม?”

“...!” ผมสะดุ้ง ตอนคนถูกมองเงยหน้าขึ้นมาสบตาโดยไม่ทันตั้งตัว 

คุณเทพเลิกคิ้ว เหมือนต้องการอะไรสักอย่าง คำตอบมั้ง เหมือนได้ยินเขาถาม แต่ผมไม่ได้ฟังเลยกะพริบตาอย่างอึน ๆ พลางเสมองแขนตัวเอง

ใจเต้นแรงเหมือนเด็กทำผิดแล้วถูกจับได้

“ทำไมวันนี้ดื้อ”

“ผมเปล่า” ปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นทันที

“เธอดื้อ” แต่คุณเทพยังยืนยันคำเดิม

“...” ผมมุ่ยหน้า แต่ก็ไม่ได้เถียงออกไป

โอเค ดื้อก็ดื้อวะ

“ทีหลังเป็นอะไรต้องบอก หรือไม่ก็ให้รีบหายามาทา ไม่ใช่ไม่บอกใคร แล้วยังแอบมาเอาแขนแช่น้ำในสระอีก น้ำในนี้ไม่สะอาด ถ้าแขนเป็นแผลผุพองขึ้นมาจะทำยังไง” คุณเทพกลับมาขมวดคิ้ว ทำเสียงดุอีกแล้ว

วันนี้ดุเก่งงงง

“ผมแค่โดนชาร้อนลวก ไม่ได้โดนน้ำเดือด ๆ ทั้งหม้อลวกนะคุณเทพ”

“แต่ก็เจ็บไม่ใช่เหรอ?”

“อื้อ...” ผมเม้มปากเบา ๆ “เจ็บ”

“เจา ฉันว่าเราควรจะคุยกันหน่อย”

“นี่เราก็คุยกันอยู่นะคุณเทพ” ผมว่า พลางเหลือบมองมือใหญ่ที่กุมรอบข้อมือตัวเองด้วยความรู้สึกหลากหลาย 

ใช่ มันหลากหลายอยู่ในอกจนผมต้องขมวดคิ้วมุ่นกับความคิดที่ตีกันวุ่นในหัว

คุณเทพทายาให้เสร็จแล้ว แต่ยังไม่ยอมปล่อยข้อมือ และผมก็ไม่กล้าดึงออก

“ฉันหมายถึงคุยกันทุกเรื่อง”

“...”

“ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นในครัว เรื่องคู่หมั้น แล้วก็เรื่องที่เธอจะกลับไปเรียนต่อ”

“ก็เหมือนกับที่คู่หมั้นคุณเทพเล่าไง” ผมบอกปัดเหมือนไม่ใส่ใจ และไม่รู้ว่าคุณเทพกำลังทำสีหน้าแบบไหน แต่เขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง พร้อมทั้งมีแรงบีบเพิ่มขึ้นตรงข้อมือผมนิดหน่อย นั่นทำให้ผมต้องเงยหน้ามองอีกฝ่าย

พลันพบกับสายตาคู่คมที่จ้องผมอยู่ก่อนแล้ว

“งั้นเคลียร์เรื่องนี้ก่อน” ผมเลิกคิ้วสูง “ไปรู้มาจากไหนว่าน้องฝนเป็นคู่หมั้นของฉัน?”

“พี่กบบอกผม”

“แล้วกบไม่ได้บอกอะไรอีกงั้นเหรอ?”

“ก็กำลังจะพูดต่อ แต่ได้ยินเสียงรถคุณเทพกลับมาก่อน ผมเลยรีบวิ่งออกไปรับ...” เพราะอยากจะบอกคุณเทพเรื่องที่ตัดสินใจเรียนต่อ อยากให้รู้เป็นคนที่สองรองจากแม่ แต่ก็นั่นแหละยังไม่มีจังหวะบอกจนถึงตอนนี้

เอาจริงปะ ผมรู้สึกหมดอารมณ์ว่ะ

คือรอจนหมดอารมณ์ตื่นเต้นที่จะบอกไปแล้วไง

“น้องฝนไม่ได้เป็นคู่หมั้นของฉัน”

“...” โทนเสียงจริงจังเหมือนหน้าตา ทำให้ผมกะพริบตามองคุณเทพนิ่ง บางอย่างที่บีบรัดจนอึดอัดเริ่มคลายตัวออกอย่างน่าประหลาด 

ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกตัวเบาขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเหมือนมีอะไรหล่นทับอกอยู่เลยแท้ ๆ

เป็นไรของมึงวะไอ้เจา โง่แล้วยังเสือกไม่เข้าใจตัวเองอีก มึงเป็นบ้าเหรอ!

“น้องฝนเป็นญาติของขุนพล ครอบครัวของเราสามคนสนิทกัน ตั้งแต่สมัยรุ่นคุณพ่อคุณแม่ ตอนคุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ ท่านเคยเปรยกับคุณพ่อของน้องฝนว่าอยากให้น้องหมั้นกับฉัน มันนานมากแล้วตั้งแต่ฉันยังเด็กมาก ๆ เป็นแค่คำพูดลอย ๆ ที่ไม่ได้จริงจังอะไร คนอื่นรู้ว่าคุณพ่อก็แค่พูดไปอย่างนั้น ที่บ้านน้องฝนก็ไม่ได้ถือเป็นคำพูดจริงจัง แซวกันไปเรื่อยว่าน้องเป็นคู่หมั้น แต่จริง ๆ ไม่ใช่ ฉันเองก็ไม่ได้คิดกับน้องฝนมากกว่าน้องสาว เข้าใจไหม?”

“...” ผมไม่ได้ตอบรับประโยคสุดท้ายนั้น 

ฟังคุณเทพอธิบายยืดยาวแล้วก็ได้แต่นิ่ง กะพริบตาปริบ ๆ มองคนพูดด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเป็นยังไง แต่รู้สึกมีความงุนงงอยู่พอตัว

“น้ำฝนเป็นน้อง ไม่ใช่คู่หมั้น เข้าใจที่พูดไหมเจา?”

“เอ่อ... ครับ ก็เข้าใจแล้ว”

แค่งงนิดหน่อยว่าคุณเทพจะมาอธิบายอะไรเยอะแยะ กลัวผมเข้าใจผิดขนาดนั้นเลยเหรอ

แค่บอกสั้น ๆ ว่าไม่ใช่คู่หมั้น ไอ้เจาก็รู้เรื่องแล้ว

“ดี” คุณเทพยกยิ้มอย่างพอใจ “ทีนี้ก็เล่าเหตุการณ์ในครัวให้ฟังหน่อย”

โอเค ดูท่าคุณเทพจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้แน่ถ้าผมไม่พูดออกไปสักที

“ผมกำลังจะยกชาไปเสิร์ฟให้คุณเทพ คุณน้ำฝนเดินเข้ามาเจอ บอกว่าจะยกไปเองแต่ผมบอกว่าไม่เป็นไร เขาก็มาดึงถาด ดึงแรงไปหน่อย ชาเลยกระเฉาะลวกมือแล้วเธอก็รีบปล่อย แต่ผมดึงกลับพอดี ชาเลยลวกผมเป็นส่วนใหญ่”

“...” ฟังผมเล่าจบ คุณเทพก็ไม่ได้พูดอะไร เอาแต่มองหน้าผมอยู่อย่างนั้น

“...” 

วันนี้ไอ้เจาแม่งเป็นบ้าด้วย จ้องคุณเทพนานไม่ได้ก็เลยต้องหลบตา หัวคิ้วยังขมวดมุ่น เพราะหลุบตามองทีไรก็เห็นว่ามือคุณเทพยังไม่ปล่อยข้อมือผมสักวินาที จับจนร้อน รู้สึกเหมือนมีเหงื่อผุดบริเวณนั้นด้วย

ไม่รู้ว่ามาจากแขนผม หรือฝ่ามือคุณเทพกันแน่

หรือไม่ก็เราทั้งคู่นั่นแหละ

เงียบกันไปเกือบนาที ก่อนคุณเทพจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบคนแรก

“น้องฝนค่อนข้างเป็นเด็กเอาแต่ใจ เธออย่าถือสาเลยนะ”

“ผมก็ไม่ได้อะไร” ผมบอกพลางไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ 

ที่จริงเรื่องโดนชาลวกมันก็แค่เรื่องเล็กน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคือง นี่ไม่ชอบขี้หน้าไปแล้วด้วยซ้ำ คิดว่าอนาคตไม่น่าจะญาติดีกันได้ 

ครั้งนี้จะไม่ถือสา แต่ถ้ามีครั้งหน้าก็อีกเรื่อง

ไอ้เจามันเป็นพวกผูกใจเจ็บ จำไปจนตายนะจะบอกให้

คุณเทพปล่อยข้อมือผม ความร้อนตรงข้อมือยังอยู่ แต่อีกฝ่ายก็ทำให้รู้สึกอุ่นที่อื่นเพิ่มอีกด้วย เพราะคุณเทพเคลื่อนฝ่ามือข้างนั้นขึ้นมาลูบหัวผม พลันว่า...

“เด็กดี”

“...” เวร ไม่ได้อุ่นแค่ที่ข้อมือ หัว ตอนนี้ลามไปหัวใจแล้วด้วยเถอะ

คุณเทพควรหยุด! 

หยุดทำให้ไอ้เจาเป็นบ้าไปมากกว่านี้ อ๊ากกกกกกก

“แล้วว่ายังไง เรื่องเรียนน่ะ ตกลงเธอตัดสินใจจะกลับไปเรียนต่อใช่ไหม?”

“อื้อ ครับ!” พยักหน้าสำทับคอแทบหัก “ผมจะกลับไปเรียนต่อปวส.”

“ไม่เรียนมหาวิทยาลัยเหรอ?”

“คือผมจบปวช. มาอะคุณเทพ คิดว่าถ้าจะเรียนต่อก็น่าจะต่อปวส. มันดูเป็นไปได้มากกว่าที่ผมจะเริ่มเข้ามหาลัยเลย พื้นฐานผมไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าต่อปวส. พื้นฐานมันก็เชื่อมกับตอนเรียนปวช. อยู่ ส่วนมหาลัย... ผมคิดเอาไว้ว่าถ้าเรียนจบปวส. ได้ ถึงตอนนั้นถ้าอยากเรียนต่อมหาลัย ผมก็จะใช้สิทธิ์เทียบโอนครับ”

ตอนนี้ขอโฟกัสแค่ว่าจะเรียนรอดจนจบปวส. ได้ไหมก่อนเถอะ

ไม่ดิ ประเด็นคือจะเรียนที่ไหนกูก็ยังไม่รู้เลยเนี่ย

“แล้วดูวิทยาลัยที่อยากเรียนไว้บ้างหรือยัง?” คุณเทพเหมือนอ่านความคิดผมออกยังไงยังงั้น

“ยังเลยครับ ผมว่าพรุ่งนี้จะลองไปร้านเน็ตหาข้อมูลดูก่อน”

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวคืนพรุ่งนี้ขึ้นไปใช้คอมพิวเตอร์ที่ห้องทำงานฉันแล้วกัน ฉันจะได้ช่วยดูที่เรียนให้เธอด้วย” เจ้าของบ้านพูดออกมาอย่างใจดี 

คุณเทพยิ้มแล้ว ยิ้มแบบที่ชอบทำ ยิ้มใจดีเหมือนเดิม ไม่ทำหน้าดุละ

“อื้อ เอางั้นก็ได้ ขอบคุณครับ” ผมจึงยิ้มออกมาอย่างเต็มแก้มบ้าง

“ว่าแต่ ฉันรู้เรื่องเป็นคนที่เท่าไหร่น่ะ?”

“ถ้าหมายถึงคน ก็คนที่สองครับ ผมบอกแม่คนแรก แต่ถ้ารวมหมดก็ลำดับที่สามแหละ”

“บอกเจคอปก่อนฉันอีกนี่เนอะ” คนพูดยกยิ้มมุมปากขัน ๆ เอื้อมมือผ่านด้านสีข้างผมไปลูบหัวคุณเจคอปที่นอนอยู่ด้านหลังผมอีกที นั่นทำให้ตัวของคุณเทพโน้มเข้ามาใกล้ “ใช่ไหมเจคอป รู้ก่อนฉันอีกนะ”

โฮ่งงง

สายตาคุณเทพโฟกัสอยู่ที่หมาของเขา แต่ไอ้เจาที่นั่งอยู่ตรงกลางอะตัวแข็งไปแล้ว สายตาโฟกัสได้แต่หน้าหล่อ ๆ ของคุณเทพที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบกับกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่คุ้นเคย เพราะเคยดมมาเต็มปอด 

ผมเม้มปากแน่น เผลอกลั้นหายใจ นั่งตัวแข็งเป็นหินไม่กล้าขยับ ตอนนี้เหมือนผมนั่งอยู่ในอ้อมกอดคุณเทพยังไงไม่รู้

โอ๊ยยย จะลูบหัวหมาก็ลุกไปดี ๆ ไหม ท่านี้มันแปลกเกินไปแล้วคุณเทพ!

ตึกตัก ตึกตัก

แปลกสุดก็หัวใจไอ้เจาที่กำลังสั่นรุนแรงอยู่ในอกนี่แหละ 

ตอนนี้อะไรก็แปลกประหลาดไปหมดสำหรับผม คือกูตื่นเต้นอะไรวะเนี่ย แค่เจ้านายเล่นกับหมา มึงไม่ต้องตื่นเต้นเหมือนหัวใจจะวายแบบนี้ก็ได้ไอ้เจา

“เอ่อ คะ คุณเทพ...” กลั้นใจส่งเสียงออกไป เพราะลมหายใจผมกำลังเป่ารดแก้มใสของคุณเทพ ตอนนี้เห็นหน้าคุณเทพชัดชนิดที่แทบนับรูขุมขนได้เลย เพราะแทบจะไม่มี 

หน้าขาวเนียนอย่างกับตูดเด็ก

กึก...

คราวนี้หนักกว่าเดิม หนักมาก เพราะคุณเทพหันมามองตอนผมเรียก หันมาทั้งที่ไม่ได้ผละตัวออก ทำให้ปลายจมูกของเราสัมผัสกัน และปากเกือบจะโดนกันอยู่แล้ว 

ผมตาโตอย่างตื่นตระหนก กลั้นหายใจอีกครั้ง พลางเม้มริมฝีปากแน่นจนรู้สึกเจ็บ คุณเทพเองก็ชะงักไป ผมไม่รับรู้ถึงลมหายใจ คิดว่าเขาก็กลั้นมันเอาไว้

ผมเห็นคุณเทพหลุบตามองปากผม ก่อนจะช้อนตาขึ้นมาจ้องกันนิ่ง

บางทีอาจจะอยู่ใกล้เกินไป ผมถึงอ่านความรู้สึกในแววตาของคุณเทพไม่ออก หรือไม่ก็กำลังตาพร่าเพราะไอ้ท่าทางใกล้ชิดชวนให้คนใจบางอย่างไอ้เจาหัวใจวายตายได้ง่าย ๆ นี่แหละ 

โอ๊ย ตาลาย คล้ายจะเป็นลม

หากก่อนที่ผมจะขาดอากาศตาย คุณเทพก็เป็นฝ่ายผละตัวออกไป

“โทษที...” เสียงทุ้มแห้งต่ำกว่าปกติ คล้ายคนคอแห้ง พานให้ผมเองก็รู้สึกว่าลำคอตัวเองก็แห้งผากราวกับขาดน้ำมาแรมปี จนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พลางยกมือลูบท้ายทอยแก้เก้อ

หน้าร้อนเหมือนจะระเบิดให้ได้เลย มั่นใจได้ว่าหน้าผมต้องแดงมากแน่ ๆ

“...” 

ไม่อยากยอมรับ แต่เหมือนผู้ชายอย่างผมจะไม่สามารถต้านทานความหล่อและเสน่ห์ของคุณเทพได้แล้วจริง ๆ ตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นบ้า สับสน เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจความรู้สึกบ้าบอของตัวเองอยู่ดี

ผมใจเต้นแรงกับคุณเทพขนาดนี้ได้ยังไงวะ เขาเป็นผู้ชายนะเว้ย

ไม่น่า คงไม่ใช่...

“เจา”

“...” เสียงเรียกทำให้ผมกลับมาปัจจุบัน กะพริบตาก็ไม่เห็นว่าคุณเทพนั่งอยู่ตรงหน้าอีกแล้ว หันไปมองรอบ ๆ ก็เห็นว่าร่างสูงลุกขึ้นแล้วกำลังจะเดินกลับเข้าบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมหรี่ตามองคนตัวสูง

หูคุณเทพก็แดงเหมือนกันนี่หว่า

คุณเทพคลี่ยิ้มมุมปาก พลันว่า...

“ฉันดีใจนะที่เธอตัดสินใจกลับไปเรียน สู้ ๆ”

จบประโยคนั้นด้วยการส่งยิ้มหล่อจัดมาให้แล้วก็เดินจากไป 

เหลว... เหลวเลยหัวใจ 

สมองเบลอเพราะโดนคุณเทพน็อกไปหลายจังหวะมากวันนี้ ตอนแรกนี่เซ็งจัด แต่ตอนนี้เสือกรู้สึกอย่างกับตัวเองเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว

“อ้าว ฉิบหาย ตื่นเต้นจนลืมถามว่าไปคุยกับแม่มาตอนไหน”


TBC

คุณเท้พพพพพพพพพพพพพ

ฟหกดส่าสวฟหกด่สวฟห่ดาก

"หึ เด็กดื้อเอ้ย"

Contact me:     Twitter: @noknsn     Facebook: noksinsn



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 347 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #299 nayaunza (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 17:00
    ทำไมที่บ้านไม่ติดกล้องงงง จะได้รู้ว่าใครตอแxล
    #299
    0
  2. #273 pcy921 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 15:36
    โอ้ยยยยหล่อมากพ่อ
    #273
    0
  3. #255 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 01:27

    ถ้าอินังคุณน้องยังอยู่นานกว่านี้ เราจะยุให้เจากลับบ้าน!!!

    #255
    0
  4. #175 Xialyu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 20:43
    ดีงามมมมมมมมม
    #175
    0
  5. วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 08:16

    โอ๊ยยย ใจละลายยยยยยย

    #129
    0
  6. #128 monstertt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 07:01
    เจาลูกกกก แบ่งคุณเทพมาให้แม่ชิมบ้าง!!!!
    #128
    0
  7. #127 MALiTTLE BOSS (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 01:45
    ใจบางงงง ฉันเขิน ฉันอยากได้คุณเทพพพพ
    #127
    0
  8. วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 09:04

    มันชัดๆ อยู่แล้วล่ะเจา ไม่เห็นจะเข้าใจยากตรงไหน

    #126
    0
  9. #125 MALiTTLE BOSS (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 22:52
    ฮ่อลลลล ใจบาง คุณเทพเวอร์นี้นี่แพ้
    #125
    0
  10. วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 11:08

    คุณเทพคงฉลาดพอนะ อย่าฉลาดน้อยดูไม่ออกนะ และดูุคุณขุนพลจะดูออกนะ

    #124
    0
  11. #122 nattida dansumrit (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 06:31
    ไม่เป็นไรนะเจา คุณเทพต้องรับฟังเจาแน่ๆ สู้ๆ นะ
    #122
    0
  12. #121 ยูกิอนนะ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:57
    จะร้องไห้แล้วนะ น้องงง
    #121
    0
  13. วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 07:31

    มาต่อไวๆ นร้าาาาาา

    #120
    0
  14. #119 Punches_099 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 15:42
    เจาของพี่เหมากับคุณเทพที่สุด คนอื่นหลบไปปป
    #119
    0
  15. วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 09:35

    มารออออออ

    #118
    0
  16. #117 MALiTTLE BOSS (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 00:51
    อมก งานมาม่ามาแล้ว // แอบลงดึกนะเนี่ย รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ช่วงนี้ฝนตกบ่อย
    #117
    0