SINK DOWN รักจมลึก

ตอนที่ 2 : SINK DOWN : EPISODE 1 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    1 ก.ย. 63

คำเตือน: นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

อาจมีความรุนแรงทางเพศและการใช้ภาษา โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ

ทวีตติดแท็ก #รักจมลึก หรือ #รุกฆาตฮันนา ได้ค่ะ


indy_swag presents...

SINK DOWN รักจมลึก

หมายเหตุ: นางเอกเรื่องนี้ไม่เวอร์จิ้นนะคะ สืบเนื่องจากคาแร็กเตอร์ของฮันนาตั้งแต่เรื่อง IRATE BLUE แล้วด้วย

แต่เดี๋ยวในเรื่องนี้จะมีการพูดถึงเหตุผลและความคิดของฮันนาเอง ซึ่งจะค่อยเป็นค่อยไปตามพล็อตจ้าา

หากนักอ่านท่านใดไม่ถูกจริตกับแนวนี้เท่าไหร่ จะข้ามผ่านไปอ่านเรื่องอื่นของนกก็ได้โน๊ะ ไม่ว่ากันคร้าบ

 EPISODE 1 



@GRAY CLUB

เวลา 22.30 นาที

“ชาม ถึงหรือยังคะ?”

[ยังไม่ถึงเลยค่ะ รถติดมากกก]

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องรับนะคะ ขับรถดี ๆ”

[ค่า เดี๋ยวชามถึงแล้วจะโทรหาอีกทีนะคะพี่ฮันนา]

“ค่ะ” ฉันเดินเข้าไนต์คลับหลังวางสายโทรศัพท์ คืนนี้ฉันนัดกับชาม วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะอยู่กับชามน่ะ หมายถึง... จะไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันแล้วอะไรแบบนั้น เพราะถึง กำหนดข้อตกลงของเราแล้ว

หนึ่งอาทิตย์นับจากวันที่ดนัยมาโวยวายใส่นั่นแหละ

ดีหน่อย ชามเข้าใจอะไรง่าย ไม่งอแง ต่างฝ่ายต่างเคารพกติกากันเป็นอย่างดีจึงไม่มีปัญหา การได้เดตกับชามถือว่าไม่เลว เธอเป็นคนคุยเก่ง ช่างเอาใจ รู้จักการวางตัว และไม่ล้ำเส้นที่ฉันกำหนด อยู่ด้วยแล้วไม่อึดอัด 

เราไปทานข้าว ดูหนัง ทำอะไรด้วยกันหลายอย่างตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันหรอกนะ ไม่ใช่ว่าเพศไหนก็ไม่เลือกอย่างที่ดนัยตราหน้า หมอนั่นคิดว่าฉันนอนกับทุกคนที่เข้ามาหรือไง

ไร้สาระ

เซ็กซ์... ฉันไม่เคยทำมันกับผู้หญิงด้วยกัน

แน่ล่ะ ฉันไม่ได้ชอบเพศเดียวกันในรูปแบบนั้นสักหน่อย

แค่สบายใจที่จะคุยด้วย ไปไหนด้วยกัน จับมือ กอดกัน มากสุดก็แค่จูบ ไม่สิ อารมณ์เหมือนจุ๊บปากมากกว่า ไม่มีใครเลยเถิดถึงขั้นสุดท้าย กับผู้ชายที่ฉันเดตด้วยก็เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะไปถึง จุดนั้น เสียหน่อย มันไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นไง 

แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าฉันค่อนข้าง ฟรีเซ็กซ์ที่ไม่ได้หมายความว่าสำส่อนนอนกับใครก็ได้น่ะนะ

คนละเรื่องเลย ความสัมพันธ์ขั้นนั้นฉันยินยอมกับแค่คนบางคนเท่านั้นแหละ

สำหรับฉัน... ฟรีเซ็กซ์ไม่ใช่การมั่วไม่เลือกหน้าจนขาดความรับผิดชอบในชีวิต

ถ้ามีความพร้อมและความรับผิดชอบชีวิตตัวเองมากพอจนไม่ทำให้ตัวเองหรือคนอื่นเดือนร้อน มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาตามมาทีหลังจากการมีความสัมพันธ์ทางกาย อย่างพวกโรคติดต่อ ท้องไม่พร้อม หรือความสัมพันธ์ยุ่งยากทางใจ ซึ่งฉันคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร 

ในเมื่อฉันควบคุมตัวเองได้ มีขอบเขตชัดเจนและป้องกันตัวเองเสมอ

ความสัมพันธ์ทางกายเป็นแค่สัญชาตญาณดิบของสิ่งมีชีวิตที่ดำรงเผ่าพันธุ์ด้วยการสืบพันธุ์ เป็นแค่อารมณ์ความรู้สึกของกลไกร่างกาย ไม่จำเป็นต้องมีความรู้สึกรักจนอยากได้เป็นคู่ครอง แค่พอใจครอบครองชั่วครั้งชั่วคราวก็พอ

ความรักน่ะไร้สาระ ฉันไม่ศรัทธา และไม่เคยเชื่อว่ารักแท้มีอยู่จริง

“ไง ฮันนา ไม่เจอกันนานเลยนี่”

ระหว่างนั่งจิบเครื่องดื่มรอชามอยู่ที่บาร์ เสียงทุ้มของใครสักคนก็เอ่ยทักอย่างสนิทสนม หันไปมองก็พบร่างสูงกำลังเดินมาทิ้งสะโพกพิงบาร์อยู่ด้านข้างอย่างแปลกใจ เลิกคิ้วสูงมองเขา พร้อมทั้งจุดยิ้มมุมปากบาง ๆ

“พยัคฆ์?”

“อ่าฮะ หล่อแบบนี้เธอคิดว่าใครล่ะครับ”

พยัคฆ์ชื่อของชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีและโคตรหลงตัวเองคนนี้ เขาเปรียบเหมือนเป้าเดินได้ สายตาผู้หญิงรอบข้างหันมามองตามหมอนี่กันตาเป็นมัน แต่คงเป็นที่น่าเสียดายเพราะอดีตเพล์บอยคนนี้ไม่แม้แต่จะชายตามองใคร

ก็นะ หมอนี่มีแฟนแล้ว แถมฉันก็รู้จักดีซะด้วย

“หลงตัวเองเหมือนเดิม”

“เพิ่มเติมคือเมียก็หลงมากกกก พูดเลย!” หมั่นไส้คนมีเมียขึ้นมาตงิด เดี๋ยวนี้กล้าพูดเต็มปากเต็มคำ ทีตอนยังไม่รักกันนะ ไฟต์กันจะเป็นจะตาย เจอกันครั้งแรกก็ถูกสั่งคนมาซ้อมซะเละ โดนหนักเลยล่ะ

ส่วนสาเหตุ... เพราะหมอนี่มาคั่วฉันช่วงนั้นไง

“ฟ้าไม่มาด้วยเหรอ?”

ฟ้าครามปัจจุบันเป็นเมียพยัคฆ์ และเป็นพี่น้องคนละแม่ของฉันเอง

นี่แหละ ตัวการสั่งคนมารับน้องหมอนี่ซะจั๋งหนับ

ตอนนั้นฉันกับฟ้าครามมีความสัมพันธ์ซับซ้อนกันอยู่นิดหน่อย เลยทำให้ฟ้าครามเกลียดพยัคฆ์อย่างกับอะไร มีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะแยะสมัยพวกเราเรียนมหาวิทยาลัย แต่ไม่บันเทิงเท่าไหร่หรอก ขอไม่อธิบายแล้วกัน

เอาเป็นว่าตอนนี้โอเค เคลียร์กันแล้ว ฉะนั้นไม่ต้องไปสนใจอดีต มองแค่ปัจจุบันก็พอ

“เธอก็น่าจะรู้เหตุผลมั้งฮันนา ไม่น่าถาม”

“ก็จริง ฟ้าไม่ชอบสถานที่แบบนี้ แถม... ตอนนี้ก็ท้องนี่นะ” ถึงจะไม่ค่อยได้เจอ แต่ก็โทรไปถามสารทุกข์สุกดิบตามประสา รู้แหละว่าฟ้าครามกำลังท้อง เท่าที่คุย ได้ข่าวว่าพยัคฆ์โอ๋เมียจะตาย “ไม่คิดว่านายจะกล้าทิ้งฟ้ามาคลับ”

“ผมก็ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงเมียเลี้ยงลูกไหมล่ะครับคุณ”

อ้อใช่ พยัคฆ์เป็นเจ้าของคลับนี้ หุ้นกับเพื่อนเขาอีกสองคน

“แล้วฉันต้องโทรไปรายงานฟ้าหรือเปล่า เพราะดูเหมือน ว่าที่คุณพ่อลูกอ่อนจะฮ็อตซะเหลือเกิน เรากลอกตามองรอบตัวอย่างรู้กัน “สายตาผู้หญิงครึ่งค่อนคลับมองนายอย่างกับอยากจะกลืนเข้าไปทั้งตัวงั้นแหละ”

“เหรอ แล้ว... รวมเธอด้วยปะ?” พยัคฆ์ก็ยังเป็นพยัคฆ์ หลงตัวเองเกินเบอร์ มั่นหน้าเกินจำเป็น ฉันกลอกตาอย่างระอาใจใส่เลยเถอะ ทำหน้าตามั่นใจว่าฉันมองเขาด้วยสายตาเหมือนผู้หญิงคนอื่นซะด้วย

อยากจะขำให้ฟันร่วง

“โทษทีที่ต้องทำให้ผิดหวังนะ พอดีฉันไม่ชอบกินของเก่า” ฉันเหยียดยิ้ม พยัคฆ์เองก็ยิ้มตอบ รู้ทันล่ะสิว่าฉันกำลังจะหลอกด่า แต่ก็หาความสะทกสะท้านไม่เคยเจอ “โดยเฉพาะของที่มัน หมดอายุเดี๋ยวท้องจะเสียเปล่า ๆ”

“ปากเธอนี่ กัดเจ็บพอ ๆ กับเมียฉันฉิบหาย” เขากลับมาอย่างไม่จริงจัง เรามองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนฉันกับพยัคฆ์จะหัวเราะออกมาพร้อมกัน ไม่มีบรรยากาศอึดอัดระหว่างเรา มันผ่อนคลายกว่าที่ใครจะคิดด้วยซ้ำ

มันเป็นจุดที่ฉันค่อนข้างโอเค...

จุดที่ต่อให้เคยมีความสัมพันธ์กันมา แต่ตอบจบไม่ยุ่งยากเพราะต่างฝ่ายต่างทำตามข้อตกลงของกันและกัน มันก็แค่ความสัมพันธ์ทางกายบางครั้งบางคราว ไม่ได้ผูกขาดกันด้วยก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายที่หากเผลอไผลให้ใจเมื่อไหร่มันก็พร้อมจะทำให้เจ้าของอย่างเราเจ็บเจียนตาย

“ฉันกับฟ้าครามก็พี่น้องกันไหม” ถึงเราจะห่างแค่ไม่กี่เดือนก็เถอะ

“เอาเหอะ จะดื่มไรก็สั่ง ลงบัญชีฉันแล้วกัน เลี้ยงเอง”

“โชว์ป๋ากับคนเคยควง เป็นคนอื่นรับรองว่าฟ้าครามได้หัวร้อนแน่ ถ้ารู้”

ฉันก็แซวไปงั้น พยัคฆ์มันไม่ได้เลี้ยงฉันในฐานะคู่ควงเก่าหรอก มองตาก็รู้แล้ว เห็นแก่ที่ฉันเป็นพี่น้องเมียเขาต่างหาก ถ้าไม่มีฉัน... หมอนี่ก็คงไม่เจอฟ้าคราม ถึงจุดเริ่มต้นหลายอย่างของสองคนนี้มันจะโคตรยุ่งเหยิงก็เถอะ

“เธอไม่รู้เหรอฮันนา ฟ้าครามน่ะ ร้อนทุกคืน”

“...” การแซวของฉันก็ไม่เคยเกิดผลกับผู้ชายคนนี้ พยัคฆ์แค่ไหวไหล่ไปที ทำหน้าตาโคตรน่าหมั่นไส้ พลันว่าต่อด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่รับรอบว่าถ้าฟ้าครามยืนอยู่ตรงนี้... คงมีพ่อบ้านใจกล้าได้หัวแตกสักคน

“หมายถึงเร่าร้อนบนเตียง... กับฉันน่ะนะ”

เออ เอาที่สบายใจเลยพยัคฆ์

“นายนี่มันเหมือนเดิมจริง ๆ ฟ้าครามเอานายอยู่ได้ไงวะ” กลอกตามองบนรัว ๆ

“ไม่รู้เหรอ ฉันยอมอ่อนให้ ถ้าเอาจริง สิบฟ้าครามก็เอาฉันไม่อยู่ บอกเลย!” พูดแล้วยักไหล่แบบโคตรน่าหมั่นไส้ เออ ทำเป็นพ่อบ้านใจกล้าเข้าไป เดี๋ยวฉันจะฟ้องฟ้าครามให้ดู เดี๋ยวรู้เลยว่ายอมอ่อนหรืออ่อนจริง ๆ กันแน่

“เอาเหอะ นั่นเป็นปัญหาของพวกนาย ขออย่างเดียว... อย่าทำให้ฟ้าเสียใจ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม”

ฉันไม่เชื่อในรักแท้ก็จริง แต่ไม่ดูถูกความรักของคู่อื่นหรอกนะ

พวกเขาอาจจะมองเห็นบางอย่างจากความรักและคนรัก โดยที่คนไร้ศรัทธาอย่างฉันมองไม่เห็นก็ได้

“เรื่องไม่ทำให้เสียใจ ฉันคงสัญญากับเธอไม่ได้” ไม่รู้ฉันเผลอจ้องหน้าพยัคฆ์เขม็งแค่ไหน แต่เขาก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงไร้แววล้อเล่นอย่างเคย “ชีวิตคู่ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเกิดขึ้น ทั้งหวาน เปรี้ยว จืด หรือแม้แต่ขม ฉันไม่รู้นะว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดีหรือร้าย แต่ก็อยากให้รู้ไว้... ฟ้าครามเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันอยากใช้ชีวิตคู่ด้วย”

“ฟ้าครามโชคดีที่มีนาย”

“ไม่ก็เป็นฉันที่โชคดี... เพราะมียัยหน้าเมื่อยนั่นเป็นเมีย”

แววตาพยัคฆ์ตอนพูดเรื่องนี้มันทำให้ฉันจำนนต่อความรู้สึกเขา และคิดว่าฟ้าครามโชคดีจริง ๆ ที่ได้มีความสุขกับคนที่รักสักที เธอเจ็บปวดมามากพอแล้ว ฉะนั้น ถ้าพยัคฆ์ทำให้ฟ้าครามต้องกลับไปจมอยู่กับความรู้สึกเหล่านั้นอีก

ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเขาแน่!

“ไปนะ ฉันนัดเพื่อนไว้ ตามสบาย” พยัคฆ์ขยับตัวยืนหลังตรง

“อือ ขอบใจที่เลี้ยงแล้วกัน”

“ไม่ต้องขอบจงขอบใจ” เขาว่า สีหน้าจริงจังเลือนหาย กลายเป็นดวงตาแวววาวด้วยประกายความเจ้าเล่ห์บางอย่าง ที่พอได้ฟังแล้วก็อดเป็นห่วงฟ้าครามอย่างเสียไม่ได้ “ฉันจะกลับไปเช็คบิลกับฟ้าครามอย่างสาสมใจเอง หึ ๆ”

ฉันส่ายหน้ามองตามหลังร่างสูงที่เดินเลี่ยงขึ้นไปโซนวีไอพีชั้นสองของคลับ ก่อนจะหันกลับมาสนใจบรรยากาศรอบตัวอีกครั้ง พลันสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงของใครบางคนกำลังแหวกนักเที่ยวกลางคืนที่ยืนขวางอยู่และเดินตรงมาหา คิ้วพลันขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นว่าเป็นใคร แม้แสงไฟในคลับจะค่อนข้างสลัว แต่มั่นใจเลยว่าเป็นเขาแน่ ๆ

ดนัย...

มาได้ไงวะ?

 



RUKKHAT TALKS

“มึงทำแบบนี้หมายความว่าไง”

ผมชะงักตอนกำลังจะก้าวออกจากโต๊ะวีไอพีภายในคลับที่เพื่อนสนิทเป็นเจ้าของ เงยหน้ามองตามเสียงที่คุ้นเคยก็พบไอ้เจ้าของคลับที่เพิ่งจะมาถึง พอดีกับที่ผมกำลังลุกขึ้นจะปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำ ด้วยมาถึงคลับพร้อมไอ้วินน์ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ดื่มจนน้ำเต็มกระเพาะ ปวดจะแย่ หันไปเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเจ้าของคำพูด

เดี๋ยว สายตาที่ไอ้พยัคฆ์มองผมตอนนี้คือไรวะ?

“ไรมึงไอ้เสือ” ผมถามสั้นกระชับ

“เออ เหี้ยไร เปิดมาก็ซีเรียส เพิ่งมาถึงไม่ใช่เหรอวะ นั่งดิ!” ไอ้วินน์เองก็เงยหน้าจากจอมือถือขึ้นมามองงง ๆ เช่นกัน พร้อมกระชากเสียงพูดตามสไตล์ผู้ชายโผงผางของมัน กระดกเหล้าล้างคอตามไปอีกแก้ว

“มึงอ่ะไอ้รุก ไมทำงี้ครับ” ยังไม่ยอมนั่งตามที่ไอ้วินน์บอก ยกมือกอดอกมองผมด้วยสีหน้าแบบ ยังไงดี... เรียกว่า ตอแหลได้ไหมวะ คือผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ รู้จักมันมาตั้งกี่ปีแล้ว ทำไมจะไม่รู้ว่าพอมันทำหน้าตาแบบนี้จะหาเรื่องอะไรอีก “กูมาถึงปุ๊บ มึงลุกจากโต๊ะปั๊บ คือระ? รังเกียจช้ะ? ไม่อยากร่วมโต๊ะมากอ๋อ? กูเพื่อนมึงปะ? ใช่ซี้...

ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จห่าเหวอะไรของมัน

“ถ้าไม่อยากแดกตีนแทนเหล้า หยุดละครดราม่าน้ำเน่าของมึงซะ ไอ้เสือ” ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ตั้งแต่เรียนจบก็ไม่ค่อยมีเวลาได้นัดเจอกัน แต่พอเจอหน้าทีไร ไอ้พยัคฆ์ต้องตอแหลเล่นใหญ่ใส่ตลอด

อยากจะถามนะว่า เพื่อนเล่นเหรอ?แต่ก็ลืม...

กูก็เพื่อนมันจริง ๆ นั่นแหละ!

“พูดงี้เดี๋ยวมีงอน”

“ตามสบาย วันนี้กูไม่ง้อ ชัด?” อยากงอนมึงงอนไปเลย ไอ้เหี้ย! “หลบ ก่อนกูจะเยี่ยวใส่หน้ามึง!

กูปวดฉี่จะแตก เสือกมาดราม่าไม่ดูจังหวะ ไอ้เพื่อนตะไล!

“วินน์! มึงดูไอ้รุก มันเกรี้ยวกราดใส่กูครับ! กูงอนนนนน”

ไม่ไหว ขืนอยู่ต่อ เดี๋ยวผมคงได้จัด บาทาลูบพักตร์ให้ไอ้พยัคฆ์อย่างแน่นอน

สบถด่าพร้อมยกนิ้วกลางใส่หน้ามัน ก่อนจะรีบรุดออกจากโต๊ะ ปล่อยให้ไอ้วินน์รับมือกับความตอแหลของไอ้พยัคฆ์ไปคนเดียว แต่ยังไม่วายได้ยินเสียงหัวเราะของมันลอยตามหลังมา ผมถอนหายใจแรง ๆ ยกมือลูบหน้าไล่ความหงุดหงิดออกระหว่างเดินไปห้องน้ำ รู้สึกเหมือนไมเกรนจะขึ้นไงชอบกล จะกี่ปี ๆ ก็ยังขยันอ้อนมืออ้อนตีนไม่เปลี่ยน

ปวดหัวฉิบหาย

พอทำธุระในห้องน้ำเสร็จก็เดินแยกออกไปยังลานจอดรถของคลับโดยไม่ได้บอกใคร

พอดีลืมมือถือไว้ในรถ แต่ขี้เกียจลุกมาเอาตั้งแต่แรกเลยนั่งดื่มกับไอ้วินน์ไปก่อนระหว่างรอไอ้พยัคฆ์ที่เป็นคนนัดแต่เสือกมาถึงคนสุดท้าย กว่ามันจะเสด็จออกจากห้องได้ก็ต้องประคบประหงมเมียก่อนไง ว่าไม่ได้ ตอนนี้แฟนมันกำลังท้องเลยต้องดูแลเป็นพิเศษ ถ้าวันนี้มันไม่ต้องเข้ามาเคลียร์เอกสารที่คลับละก็...

อย่าหวังเลยว่ามันจะโผล่หน้ามาหาเพื่อนฝูง

ไอ้พยัคฆ์มันติดเมียอย่างกับอะไรดี

ตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย พวกเราสามคนก็แยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเอง

ผมกับไอ้วินน์ทำงานเป็นวิศวกรให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ดูแลในเรื่องการออกแบบเครื่องจักรในกระบวนการผลิตหรือแปรรูปให้เข้ากับคุณสมบัติของอาหาร รวมถึงการซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลด้วย เราเรียนจบวิศวกรรมอาหารน่ะครับ

จริง ๆ ไอ้พยัคฆ์ก็เรียนมาด้วยกันนี่แหละ แต่มันเลือกจะบริหารงานที่คลับต่อ ขนาดบริษัทพ่อมันเองยังโยนไปให้พี่ชายที่เป็นลูกติดแม่เลี้ยงทำเลย บ่งบอกว่าตั้งใจหันมาจับธุรกิจไนต์คลับร่วมกับหุ้นส่วนอีกสองคนอย่างเต็มตัว

ก็นะ รายได้จากที่นี่ก็ทำให้มันมีปัญญาเลี้ยงเมียกับลูกได้สบาย ๆ

“ปล่อย!

กึก...

เดินมาเกือบถึงรถก็มีเสียงใครสักคนออกคำสั่งดังลั่น สองเท้าพลันชะงัก หันมองรอบตัวก็ยังไม่เห็นใคร ลานจอดรถตรงนี้ค่อนข้างมืดด้วย แต่ใบหูผมยังได้ยินเสียง คิดว่าไม่ใกล้ไม่ไกล และเหมือนกำลังเกิดการต่อสู้จากคนสองคน ตอนแรกกะว่าจะไม่สนใจ อาจเป็นคนเมาทะเลาะหรืออะไรสักอย่าง มาคลับก็เจอเหตุการณ์คล้าย ๆ แบบนี้บ่อย

ทว่า เสียงผู้ชายที่ตะคอกกับเสียงผู้หญิงที่พยายามสั่งให้ปล่อยซ้ำ ๆ ดึงความสนใจผมจนได้

ไงดี นี่ก็คลับไอ้พยัคฆ์ ถ้าเกิดเรื่องร้ายคงไม่ดีเท่าไหร่

กูแวะไปเสือกหน่อยก็ได้

“ไปกับฉัน! ขึ้นรถ ไม่งั้นยัยนั่นไม่รอดแน่!!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดดังชัดกว่าเดิม พลันขมวดคิ้วเข้าหากันกับประโยคคล้ายกำลังใช้ข่มขู่ใครบางคน คำว่า ไม่รอดรั้งให้ผมเร่งฝีเท้าเร็วกว่าเดิมไปยังทิศทางเดียวกับเสียงพวกนั้น

ถ้าไม่ใช่เรื่องร้ายแรง มันคงไม่พูดเหมือนจะขู่ฆ่ากันอย่างนั้นมั้ง

ฉิบหายแล้วไอ้เสือ อาจเกิดคดีฆาตกรรมในพื้นที่คลับมึงครับ

แย่กว่านั้นคือผมยังไม่ได้ไปหยิบโทรศัพท์ในรถด้วยไง

“บ้าไปแล้วเหรอวะ นายทำแบบนี้ทำไม ดนัย!

“เพราะเธอทิ้งฉันไง!

รู้ตัวอีกทีก็เดินมาจนเห็นชาย-หญิงคู่หนึ่งกำลังยืนยื้อกันอยู่ข้างรถที่เปิดประตูทิ้งไว้

ผมไม่ได้สนใจการโต้ตอบของสองคนนั้น เพราะผู้ชายพยายามจะกระชากผู้หญิงเข้าไปในรถ แต่ผู้หญิงที่ผมเห็นเพียงแผ่นหลังก็ขัดขืนด้วยแรงทั้งหมดที่มี ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกยัดเข้าไป เดินเข้าไปใกล้อีก ผมก็เห็นว่ามีร่างผู้หญิงอีกคนนอนอยู่ที่เบาะหลังของรถ ดูเหมือนจะไม่ได้สติด้วย

เฮ้ย แบบนี้ท่าไม่ดีแล้ว

“โธ่เว้ย! บอกให้ปล่อย เวร ไอ้... !

พลั่ก!

“โอ้ย!!” เส้นเสียงของฝ่ายหญิงขาดหายไป พร้อมกับร่างของผู้ชายที่กระเด็นออกไปอย่างแรงทันทีที่ผมเร่งฝีเท้ามาจนถึงตัว ไม่พูดพร่ำทำเพลงถีบผู้ชายจนหงายหลังไปกองอยู่บนพื้นอย่างที่เห็น “ไอ้เหี้ย มึงเป็นใครวะ!

ผมเมินคำถามของไอ้เวรนี่ หันกลับมาหาฝ่ายผู้หญิงแทน

หากทว่า

“เป็นไรไหม อ้าว เธอ...เส้นเสียงผมกลับขาดหาย ตอนเห็นดวงหน้าสวยเต็มตา เผลอเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจนิดหน่อย เพราะใบหน้าคุ้นจัดของเธอไม่ทำให้ผมต้องเสียเวลาระลึกเลยว่าเจ้าหล่อนเป็นใคร

ฮันนา กิ๊กเก่าไอ้พยัคฆ์สมัยเรียนมหาวิทยาลัยนี่เอง

“นี่... นาย” ปฏิกิริยาของเธอก็ไม่ได้ต่างกัน

ก่อนผมจะขมวดคิ้วมุ่น เมื่อสังเกตเห็นร่องรอยปริแตกมีเลือดซึมตรงมุมปากของเธอ ดูแล้วน่าจะเจ็บไม่เบา แก้มบวม ขึ้นรอยแดงเป็นนิ้วมือครบห้านิ้วขนาดนี้ ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าไอ้ระยำตัวไหนมันทำ

ก็เหี้ยเกิน

“โทรหาไอ้พยัคฆ์” ผมสั่ง ทั้งที่ตายังโฟกัสอยู่ที่มุมปากแตกยับของเธอ ฮันนายืนจ้องผมกลับนิ่ง ๆ เหมือนไม่เข้าใจ ผมจึงต้องสั่งย้ำอีกครั้ง ในจังหวะเดียวกับไหล่ที่ถูกกระชากจากด้านหลัง “เบอร์ มีใช่ไหม โทรเลย เดี๋ยวนี้!

หมับ!

“เฮ้ย! กูถามว่ามึงเป็นใคร มาเสือกเหี้ยไรด้วยวะ!” มันถามผมอย่างเกรี้ยวกราด ท่าทางเอาเรื่อง หัวเสียน่าดูที่ถูกขัดจังหวะ ก่อนจะตวัดสายตาไปมองผู้หญิงด้านหลังผมที่คงกำลังโทรหาไอ้พยัคฆ์ตามที่บอก

ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมผมถึงรู้ว่าเธอต้องมีเบอร์เพื่อนผมแน่

นอกจากจะเป็นกิ๊กเก่า ตอนนี้เมียไอ้พยัคฆ์ก็เป็นญาติยัยนี่ด้วยไง

“อยากเสือก มีไรไหม?” ถามกลับหน้าตาย มั่นใจว่ากวนตีนมากด้วย ไม่ได้ยี่หระกับท่าทางเกรี้ยวกราดของคนตรงหน้าเท่าไหร่ แล้วที่ให้ฮันนาโทรหาไอ้พยัคฆ์ ก็อย่าได้คิดว่าผมกลัวไอ้เวรนี่ล่ะ ถ้าคิดก็นับว่าไร้สาระ

ตลกน่า ผมไม่ใช่ไอ้พยัคฆ์นะครับ เรื่องใช้กำลังน่ะ... ของถนัด

แต่ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ที่ผมจัดการอะไรได้มาก เจ้าที่แม่งแรงจะตายเถอะ

“นี่มันเรื่องของผัวเมีย อย่ามายุ่ง ไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน!

หือ? ไงนะ?

“เฮ้ย นี่ผัวเธอ?” ทันทีที่หันกลับมาถามด้วยความสงสัย

“อย่ามาโชว์โง่ไม่เข้าเรื่อง ใช่เวลาไหมวะ” คนเพิ่งเก็บโทรศัพท์ยัดกระเป๋ากางเกงลวก ๆ ตวัดสายตาเข้มจัดขึ้นมองผมในวินาทีนั้น ถลึงตาหงุดหงิดใส่ผม ทำเหมือนอยากจะเข้ามาเขย่าหัวที่ผมดันถามคำถามโง่ ๆ กับเธอ

“ใครจะรู้ ท่าทางมันก็อยากเป็นผัวเธอใจแทบขาด อย่างน้อยก็น่าจะ คนเคย ๆปะวะ”

“รุกฆาต!

อาฮะ นั่นแหละชื่อผมรุกฆาตไงล่ะ

“หึ” ผมเหยียดยิ้มตอบรับการเรียกชื่อแสนเกรี้ยวกราดของฮันนา

ยัยนี่มันขึ้นง่าย แหย่นิดแหย่หน่อยก็หัวเสีย เนี่ย มันเป็นอย่างนี้ พอพูดเรื่องจริงก็ทำมาเป็นโกรธ เรารู้จักกันก็จริงนะครับ แต่ไม่ได้สนิทหรอก คุยกันนับครั้งได้เลย เธอไม่ชอบขี้หน้าผมตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว

เรื่องนั้น... โคตรใจตรงกัน

ผมก็ไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่ เอาจริงตอนเธอคบกับไอ้พยัคฆ์ก็เฉย ๆ นะ เหมือนต่างคนต่างอยู่มากกว่า แต่พอมีเรื่องฟ้าครามเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วเราได้คุยกัน มันจบไม่ค่อยสวยทุกที ผมมันก็ปากไม่ค่อยดีด้วยไงประเด็น

เราเลยเหมือนน้ำมันกับไฟเวลาอยู่ใกล้กันน่ะ ของต้องห้ามเลยล่ะ

“สัสเอ๊ย! กูถามว่ามึงเป็นใครวะ ทำเหมือนรู้จักกันอยู่ได้!

เล่นเกมจ้องตากับฮันนาราวกับกำลังวัดใจกันได้ไม่เท่าไหร่ ผมก็ต้องหันมามองไอ้เวรที่แม่งเอาแต่ถามคำถามซ้ำซากตั้งแต่เมื่อกี้อย่างหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง แม่งไม่มีประโยคที่ครีเอตกว่านี้แล้วหรือไง ถามห่าอะไรเดิม ๆ อยู่ได้!

“เป็นเหี้ยไรต้องอยากรู้จัก”

“กูไม่ได้อยากรู้จักมึง และถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ไม่ควรเสือกเรื่องผัวเมียชาวบ้าน เตือนครั้งสุดท้าย”

“อยากให้กูเจ็บนักก็เข้ามา ให้ไว กูรออยู่เนี่ย” ผมเลิกคิ้วกับท่าทางเกรี้ยวกราดของมัน ดุนลิ้นในกระพุ้งแก้มพลางเอียงคอมองด้วยความรู้สึกสมเพชแม่งฉิบหาย ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับคำข่มขู่กระจอก ๆ นั่นเลยเถอะ กระดิกนิ้วเรียกด้วย ทำไมยังไม่ยอมเข้ามาใกล้ ๆ ตีนสักที “มาดิ ยืนทำเหี้ยไร! เก่งกับผู้หญิงนักไม่ใช่? มาเก่งกับตีนกูนี่!

“... เงียบห่าหอกมึงเหรอ!

“กูบอกให้เข้ามาไง!” หงุดหงิดจนต้องตะคอก ทว่ามันก็ยังนิ่งเหมือนไม่เก่งจริงอยู่ได้ นึกว่าจะแน่ ทำกร่างอยู่ได้ “ถ้าไม่กล้าก็ไสหัวไป หรืออยากแดกตีนมากถึงได้มากร่างแถวนี้ ไม่รู้เหรอว่า เจ้าถิ่นเป็นใคร?”

เจ้าถิ่นในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผม หรือแม้แต่ไอ้พยัคฆ์ที่เป็นเจ้าของคลับ

ไม่หรอก เจ้าที่ที่ว่าแม่งน่ากลัวกว่านั้นเยอะ

“ไม่ต้องมาขู่กู! กูแค่ต้องการตัวผู้หญิงคนนั้น มึงแค่หลบไป!

“เอาไปทำไรวะ เมียงี้?” ดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง จะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพราะผู้หญิงคนเดียวหรือไงวะ เหอะ! แล้วยัยนี่มีอะไรดีให้มันอยากได้นักหนา เท่าที่รู้จักกันมา เป็นผู้หญิงที่ไม่น่าเข้าใกล้เลยด้วยซ้ำ “คิดผิดคิดใหม่ หาคนอื่นง่ายกว่า”

“เรื่องของกู! มึงเสือกไรด้วย เป็นคู่นอนของมันอีกคนไง!!

เอ้า เตือนไม่ฟัง คนพวกนี้เป็นประเภท ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตาแน่ ๆ

แล้วไงนะ คิดว่าผมเป็นคู่นอนยัยนี่ไปอีก?

สมงสมอง ไปหมดแล้วนะมึงเนี่ย

“งั้นมึงก็แค่ คู่นอนไม่ใช่ผัวเมียอย่างที่บอก ว่างั้น?” ผมเหยียดยิ้มกับท่าทางเหมือนเถียงไม่ออกของมัน แต่ผมไม่ได้สนใจหรอกนะว่าสองคนนี้จะเป็นอะไรกัน ไม่ใช่เรื่อง “ช่างมึง จะเป็นอะไรก็เรื่องของมึง”

“ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องของกู แล้วมึงมาเสือกทำไม!

“มึงมันอยู่ผิดที่ไง” ผมบอกง่าย ๆ “ถ้าเป็นที่อื่น... กูอาจจะไม่เสือกเรื่องนี้เลยก็ได้”

ยิ่งรู้ว่าผู้หญิงเป็นใครก็ไม่อยากจะยุ่ง อย่าหาว่าใจดำเลยเถอะ เพราะไม่เคยบอกว่าเป็นคนดี พลเมืองดีอะไร อย่ามาหวัง มีแต่จะปล่อยให้ยัยนี่โดนเล่นซะให้เข็ดหลาบสิไม่ว่า... คิดว่าผมดูไม่ออกเหรอวะ ไอ้เรื่องที่ผู้ชายคนนี้พยายามจะเอาตัวฮันนาไปให้ได้ แถมยังเอาแต่พูดเรื่องผัว ๆ เมีย ๆ สายตาที่มองก็มีทั้งความโกรธและอะไรมากมาย

เหอะ ก็ไม่อยากจะด่า...

แต่แม่ง เสือกโง่มาพัวพันกับผู้หญิงไม่มีหัวใจคนนี้เองแท้ ๆ

อะไร จะบอกว่าผมพูดเกินจริงหรือไง ที่ว่าฮันนาเป็นผู้หญิงไม่มีหัวใจ?

ไม่นะ ไม่เลยครับ จริง ๆ สาบาน... นี่พูดไปตามเนื้อผ้าทั้งนั้น ตามสิ่งที่เห็นมาตลอด ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วเถอะว่ะ ถึงจะไม่ได้สนิท ตั้งแต่เรียนจบก็ไม่ได้เจอ แต่มองจากรูปการก็รู้แล้วว่าเธอยังไม่เลิกแน่ ๆ

ไอ้ นิสัยเดิมนั่นน่ะ

ถ้าผู้ชายเรียกคาสโนวา อย่างฮันนาก็คาสโนวี่ตัวแม่

ทว่า ก่อนจะได้มีใครพูดมากกว่านั้น เจ้าถิ่นตัวจริงก็โผล่มาจนได้...

“เฮ้ย! ทำอะไรกันอยู่ตรงนั้น”

ผมเหลือบมองต้นเสียง ชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำท่าทางน่ากลัว แต่งตัวคุมโทนด้วยสีดำตั้งแต่หัวจรดตีนเหมือนนักฆ่าขลับให้เขาดูน่าเกรงขามพอ ๆ กับหน้าตาหล่อเหี้ยม ๆ นั่นเป็นอย่างดี ก่อนจะหันกลับมาเหยียดยิ้มให้ไอ้เวรตรงหน้า

“นี่ไง ที่ว่ามึงน่ะอยู่ผิดที่”

“... มันเงียบ มองไปทางคนที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

หึ! เจ้าพ่อมา หน้าซีดเลยไหมล่ะมึง

“กูถาม ว่ากำลังทำเหี้ยอะไรที่คลับกู” เดินมาจนถึงบริเวณที่พวกผมยืนอยู่ เจ้าของหน้าหล่อโหด ๆ ก็เหลือบมองผู้หญิงที่หมดสติในรถ มองฮันนาที่ปากแตก มองผม ก่อนจะหยุดสายตาที่คู่กรณีฮันนา “ตอบ!!

ผู้ชายมีมาพร้อมไอคุกคามน่าพรั่นพรึงคนนี้ชื่อ เรส

เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของเกรย์คลับที่ไอ้พยัคฆ์ร่วมหุ้นและยังมีอีกคนที่ชื่อ จาฟาร์คนนั้นน่ะเด็กสุด แต่ตอนนี้คงไม่น่าสนใจเท่ากับเจ้าพ่อตรงหน้าหรอกมั้ง เรสน่ะไม่ใช่แค่เจ้าของคลับธรรมดา หมอนี่น่ากลัว ทั้งหน้าตาโหด ๆ ติดเย็นชาตลอดเวลา นิสัยก็เหี้ยมไม่ต่าง เบื้องลึกเบื้องหลังก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ใคร ๆ ไม่อยากจะล้ำเส้นเข้าไป

นี่แหละ เจ้าที่ตัวจริงเสียงจริง

“มันกำลังฉุดกิ๊กเก่า อ้อ ไม่สิ... เพื่อนเก่าไอ้พยัคฆ์น่ะ” เพราะไอ้เวรนั่นเงียบ ผมถึงต้องบอกแทน แต่ใช้คำผิดไปหน่อยเลยถูกฮันนาตวัดสายตา มองแรงมาให้ “กูมาเห็น ไล่แล้ว แม่งไม่ไป สงสัยอยากลองของจัด”

“กะ กูแค่มาตามเมียกลับบ้าน!” เหมือนจะตั้งสติได้แล้ว ทำเป็นเก่งกล้าตะคอกกลับมา เริ่มเกรี้ยวกราดโดยไม่สำเหนียกชะตาชีวิตว่าแค่มึงมาก่อเรื่องในถิ่นไอ้เรสก็ทำให้เงาหัวไม่มีแล้ว “พวกมึงอย่ามายุ่ง แค่ส่งผู้หญิงมาก็จบ!

“ตามเมีย?” เรสเลิกคิ้ว ทำเหมือนสงสัยแบบเดียวกับผมตอนแรกไม่มีผิด แม้สีหน้าไอ้หมอนี่จะนิ่งเรียบจนอ่านความคิดไม่ออกสักอย่างก็ตาม “ตามยังไงเมียมึงปากแตก?”

“หมอนั่นไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน” ฮันนาก็เหมือนทนไม่ไหว พูดขัด เรียกสายตาดุดันจากไอ้เรสได้เป็นอย่างนี้ มันเลิกคิ้วสูงใส่เธอเหมือนกำลังตั้งคำถามอะไรสักอย่าง “เลิกแล้ว ตอนนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน ชัดนะ”

“ฉันไม่เลิก!

“ทำไมนายถึงเป็นคนพูดไม่รู้เรื่องวะดนัย มันจบแล้วไง มันจบแล้ว!” อ้อ ชื่อไอ้ดนัยสินะ

“มันจะไปรู้เรื่องที่เธอพูดได้ไงวะ ฮันนา” ผมเกริ่นขึ้นเรียบ ๆ เอามองสองข้างซุกกระเป๋ากางเกงตัวเอง เอียงคอมองไอ้ดนัย ก่อนจะจุดยิ้มเหยียดมุมปาก “มันเป็นหมา ไม่เข้าใจภาษาคนหรอก... หมา ตัวเมียซะด้วย”

“ไอ้เหี้ยเอ๊ย!” ดนัยสบถอย่างโกรธจัด เงื้อหมัดพุ่งเข้ามาหาผมในวินาทีนั้น

พลั่ก!

ก่อนจะเป็นมันเองที่ถูกถีบกระเด็นจนหงายหลังลงกับพื้น

แต่เปล่า ไม่ใช่ฝีเท้าผมหรอก

“ใครอนุญาตให้มึงมากร่างในที่ของกูไม่ทราบ... เจ้าพ่อเรสต่างหาก ซัดไปซะเต็มตีนจนไอ้ดนัยนอนกุมท้องอยู่บนพื้นนั่น แต่ไม่จบแค่นั้น พี่ท่านเดินเข้าไปเหยียบอกมันไว้จนหลังติดพื้นแทบจมซีเมนต์

“อึก! กู... กูแค่มาตามแฟนกูจริง ๆ”

“ก็ผู้หญิงเขาว่าไม่ใช่” เรสบอกเสียงเหี้ยม “แล้วผู้หญิงที่สลบอยู่ในรถคนนั้นน่ะ เมียมึงด้วยไหมล่ะ?”

“นะ นั่น... คือ” ดนัยอ้ำอึ้ง จนเรสเหยียดยิ้มเย็น แค่มองยังรู้สึกขนลุกฉิบหาย

“หวังว่ามึงจะเตรียมใจมาดี ก่อนจะมาทำตัวกร่างที่นี่ เพราะไม่มีใครก่อเรื่องแล้วจะ... ตายดี”

 

ผมกับฮันนากลับมาในคลับอีกครั้ง

ปล่อยให้ไอ้เรสจัดการกับไอ้ดนัยอะไรนั่นให้สาสมใจ บอกแล้วไงว่ามันอยู่ผิดที่ผิดทาง ในเมื่อไล่แล้วไม่ยอมไปดี ๆ ก็คงต้องรับ ผลกรรมที่กล้ามาก่อเรื่องไว้ในถิ่นเจ้าพ่อแทนนั่นแหละ ขอแสดงความเสียใจด้วยเลย

มึงไม่มีสิทธิ์ไปต่อที่ไหนนอกจาก ทัวร์นรกแล้วในค่ำคืนนี้

ว่าแต่ว่า... ทำไมผมต้องเป็นคนแบกร่างผู้หญิงไม่ได้สติที่ชื่อชามนี่ขึ้นมาพักบนห้องรับรองลูกค้าด้วยก็ไม่รู้ เออ คือก็ไม่ได้หนักหนาหรอก แต่ไม่ใช่เรื่อง ถูกไอ้เรสใช้อำนาจมืดกดดันมา ทั้งที่ลูกน้องออกจะล้นคลับ เอาเถอะ ก็เดี๋ยวจะหาว่าใจจืดใจดำ สภาพฮันนาก็คงพาผู้หญิงตัวก็พอ ๆ กันกลับไม่ได้ทั้งที่อีกฝ่ายยังสลบเหมือดแบบนี้เป็นแน่

วันซวยอะไรก็ไม่รู้... ไม่ได้อยากมีเอี่ยวเรื่องนี้เลย

แม่ง กูแค่เดินไปเยี่ยว แล้วมาเอาโทรศัพท์เดี๋ยวเดียวแท้ ๆ

ผมวางร่างบางลงบนเตียงเมื่อเข้ามาในห้อง ฮันนาเดินมานั่งข้างเตียง จับแขนขาคนไม่ได้สติพลิกไปมาเหมือนต้องการสำรวจบาดแผล เมื่อไม่พบความผิดปกติจึงจัดการดึงผ้าห่มคลุมตัวให้จนถึงคอ

ก่อนจะหันมาเงยหน้ามองผมที่ยืนค้ำหัวเธอในวินาทีต่อมา

“...แบบไร้คำพูด

“... และผมเองก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการทิ้งสายตาไว้ตรงมุมปากปริแตกของเจ้าหล่อน ลากสายตาสำรวจร่องรอยต่าง ๆ บนดวงหน้าสวยติดรั้นร้ายและเย็นชา แก้มข้างหนึ่งบวมเป่ง มีรอยนิ้วแดงจัดตรงทั้งห้านิ้ว

ท่าทางเจ็บไม่เบา หากสีหน้าฮันนากลับไม่ได้แสดงออกอย่างนั้น ยังนิ่งจนเหมือนไม่ได้สนใจรอยแผลตัวเองด้วยซ้ำ พอหน้าสวย ๆ ปรากฏร่องรอยพวกนี้ บอกตามตรง มองแล้วไม่รู้สึกจรรโลงใจสักนิด

ด้วยเห็นว่าหมดธุระ กำลังตัดสินใจว่าจะออกไปด้านนอก

หากทว่า

“ขอบใจ” คนที่เอาแต่เงียบ บทจะพูดก็พูดแบบไม่ให้ตั้งตัว น้ำเสียงเรียบ ๆ กับสีหน้าเดิม ๆ ถูกส่งมา ผมหลุบมองสบสายตาคู่สวย ไม่มีแววอะไรอยู่ในนั้น เฉยชาจนบางทีก็ดูคล้ายกับฟ้าครามหน่อย ๆ

ก็นะ... พี่น้องกันนี่หว่า

“ไม่เป็นไร” ผมบอกสั้น ๆ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดอีก “ทีหลังก็หัด เลือกซะบ้าง”

ฉับพลัน ฮันนาก็ตวัดสายตาวาวโรจน์มองผมอย่างไม่พอใจ

“นายช่วยฉันไว้ก็จริงนะ รุกฆาต” สายตาของเธอไม่เป็นมิตร เกรี้ยวกราดขึ้นตามแรงอารมณ์ อาจจะเข้าใจว่าหาเรื่อง แต่ไม่ใช่ เมื่อกี้ผมไม่ได้มีเจตนาหาอย่างนั้น “แต่ไม่ได้หมายความว่านายจะมีสิทธิ์มาวิจารณ์ฉัน”

โอเค ฮันนาไม่พอใจ และผมคงเลือกใช้คำพูดได้ไม่ดีเท่าไหร่

“บ้านเธอเรียกวิจารณ์ แต่สำหรับฉัน มันคือการเตือน”

“ใช่เรื่องต้องยุ่งไหม” ฮันนาดูไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิม “...ก็ไม่ใช่เรื่อง!

ด่าผมว่า ขี้เสือกแบบอ้อม ๆ ไปอีก

เราจ้องตากันนิ่ง ฮันนากำลังแสดงความไม่พอใจผ่านดวงตาคู่สวยของเธอ แต่ไม่ได้ทำให้ผมสะเทือนหรอก แล้วพอเห็นแววตาไร้ความเป็นมิตรจากเจ้าหล่อน ผมก็ดันเกิดอาการหมั่นไส้ขึ้นมาตงิด ๆ

เมื่อกี้อุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดีชั่วขณะ(?)

ทว่าดูเหมือนเจ้าตัวเขาจะไม่ตอบรับคำตักเตือนนั้น แถมยังมองว่าเป็นการก้าวก่ายและเสือกเรื่องของเขา

“เป็นแบบนี้ตลอดเหรอวะ” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เลิกคิ้วสูง ขลับให้ใบหน้าดูยียวนกวนประสาทอีกคนได้ไม่ยาก ก็ถ้าไม่ชอบให้เตือนดี ๆ เปลี่ยนแนวให้ก็ได้ “ปัดความหวังดีคนอื่นทิ้ง ตอกกลับด้วยคำพูดแฝงนัยยะว่า อย่าเสือกแถม... กับคนที่เพิ่งจะช่วยเธอจากอดีตคู่ขาคลั่งรักของเธออีกต่างหาก สุดจะซาบซึ้งจริง แม่คุณ”

“...

“เอาจริงก็ไม่ได้อยากยุ่ง ไม่ได้อยากช่วยตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ” นัยน์ตาคู่สวยคุกรุ่นขึ้นเรื่อย ๆ ในยามจ้องมองผมด้วยสายตาไร้ความเป็นมิตรอย่างสิ้นเชิง แต่ผมก็ไม่ได้แคร์ “บอกตามตรง ไลฟ์สไตล์เธอแม่ง... ห่วยแตกสิ้นดี”

จบน้ำคำดูแคลนจากปากผม

“รุกฆาต!” ฮันนาก็ผุดลุกยืนอย่างรวดเร็ว ผมไม่ทันตั้งตัวทำให้ตอนนี้เรายืนใกล้กันไม่ถึงคืบ ใบหน้าอยู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจกรุ่นร้อนของกันและกันเป็นอย่างดี ก่อนจะเป็นฮันนาที่ผลักผมให้ออกห่างอย่างแรง

พลั่ก!

ปฏิกิริยาแบบนั้น ทำให้ผมเหยียดยิ้มร้ายประดับมุมปาก

“ทำไม? หรือฉันพูดไรผิด?” ผมเลิกคิ้วสูง สำทับกับรอยยิ้มก็ยิ่งทำให้ผู้หญิงตรงหน้าเดือดดาล ฮันนากำมือแน่นมาก นัยน์ตาดุแข็งกร้าวมองอย่างเอาเรื่อง “แต่ก็คิดว่าไม่นะ เท่าที่เห็น... แม่งก็ห่วยแตกจริง ๆ”

END RUKKHAT TALKS



TO BE CONTINUED


TALK WITH INDY

มีใครคิดถึงพี่เสือบ้างงงง มันยังหลงตัวเองไม่เสื่อมคลาย

บอกฟ้าครามมาตามสามีกลับด่วน! อีพี่เสือ มึ๊งงงงงง! 555555

ส่วนพระ-นางของเรื่องนี้น้านนนน... ฟาดค่ะ ไม่มีใครยอมใคร



 

มีใครคิดถึงสไตล์การเขียนแนวนี้ของเราบ้างปะ กร๊ากกก

บอกเลยว่าเรื่องนี้ 'งานหยาบ' ในหลายๆ ความหมายนะเออ

ไม่ได้เขียนแนวนี้มานานละ ช่วงนี้จะเห็นแต่เรามุ้งมิ้ง(?) เนอะ

ขอหน่อยแล้วกัน ชีวิตจะได้มีสีสัน บอกเลยว่าสนองนี้ดดด

ใครตามสองคนนี้มากจากเรื่อง #พี่เสือตะครุบเหยื่อ 

น่าจะพอเดาสไตล์การเขียนได้ แนวดิบ สายปะทะ+++

นิยายที่เกี่ยวข้อง

link - คลิก!

สถานะหนังสือ : หมด!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

106 ความคิดเห็น

  1. #104 xlolxp (@ct-comehere) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 13:23
    กรี๊ดดดด
    #104
    0
  2. #33 Owl-shy (@Owl-shy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 09:43
    โอ๊ยย แซ่บบบ
    #33
    0
  3. วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 08:30
    อ้าวไรอ้ะ เอาให้จบดิเฮียรุก
    #32
    0
  4. #31 1991may (@0614626364) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 04:51
    เจอเลยครับทีนี้สมน้ำน่า
    #31
    0
  5. #30 YiEn_626 (@YiEn_626) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 18:21
    แรดนะ พยัคฆ์
    #30
    0
  6. วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 10:43
    เล่นใหญ่อะไรเบอร์นั้นพี่เสือ
    #29
    0
  7. #28 Kie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 20:07
    อยากให้เรื่องอีเสือมีภาค2 ^^
    #28
    0
  8. #26 Owl-shy (@Owl-shy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 09:16
    อวดเมีย อวยเมีย สมาคมพ่อบ้านใจกล้า555555
    #26
    0
  9. #25 Owl-shy (@Owl-shy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 09:15
    ลากมันกลับไปทีเถอะ กราบค่ะกราบบบบ ลำไยมากกก อวดสรรพคุณจริงๆ555555555555555555555
    #25
    0
  10. วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 08:31
    มาเจอเมี่ยเก่าแบบนี้ น่าแกล้่งฟ้องเมียที่บ้านเนอะ
    ว่าอีพยัคฆ์มันหนีมาแรด 555
    #24
    0
  11. #23 YiEn_626 (@YiEn_626) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 08:18
    พยัคฆ์ขี้อวดชิบ
    #23
    0
  12. #22 YiEn_626 (@YiEn_626) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 16:06
    เกลียดดดดดดดดดดมั่นหน้า
    #22
    0
  13. #21 Kie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 14:17
    โมเม้นเก่าๆของนางเริ่มกลับมาคิดถึงจุง^^
    #21
    0
  14. #20 Owl-shy (@Owl-shy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 13:42
    ฟ้าครามเก็บมันที55555555
    #20
    0
  15. #19 mind_md1995 (@mind_md1995) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 13:09
    ชอบที่ไรต์แต่งแบบนี้ นางเอกไม่จำเป็นต้องซิงเสมอไป ชอบคาแรกเตอร์ฮันนา แรงได้ใจจริมๆ
    #19
    0
  16. วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 10:38
    รอออออออ
    #18
    0
  17. วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 10:37
    รอออออออ
    #17
    0
  18. วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 10:37
    รอออออออ
    #16
    0
  19. วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 10:37
    รอออออออ
    #15
    0
  20. วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 10:37
    รอออออออ
    #14
    0
  21. #12 YiEn_626 (@YiEn_626) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 01:05
    เจิมมมมมมมมม
    #12
    0
  22. #11 YiEn_626 (@YiEn_626) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 01:04
    เจิมมมมมมมม
    #11
    0
  23. #10 YiEn_626 (@YiEn_626) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 01:04
    พยัคฆ์มา มาทำไมนะแก
    #10
    0