DON'T LOSE HOPE รักนี้ยังมีหวัง

ตอนที่ 6 : LOSE :: ACTION 5 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    16 ก.ย. 63

Story : DON'T LOSE HOPE รักนี้ยังมีหวัง

Author : indy_swag | Rate : PG-13

 
:คำเตือน:
นิยายเรื่องนี้พระ-นางค่อนข้างพูดน้อย (มาก!) ทำให้การบรรยายความรู้สึกนึกคิดจะค่อนข้างเยอะกว่าปกตินะคะ
ถ้าใครไม่ถูกจริตกับความเงียบสามารถผ่านได้ แต่ถ้าชอบพระเอกละมุน อบอุ่น เชิญมาตกบ่วงพี่นายน้อยได้เล้ยยย
ถึงจะเงียบ ๆ สื่อสารผ่านโทรจิต(?) แต่รับประกันความอบอุ่นของพี่นายน้อยค่ะ ดือที่สุดแน้วคนเน้!

 ACTION 5 
 
 


นริศยอมถอย

หมอนั่นไม่มีความมั่นใจมากพอ ไม่กล้าแลกกับไพ่ที่ผมถืออยู่ในมือตอนนี้

แน่ล่ะ ผลได้ เสีย ของเรื่องนี้น่ะ บอกเลยว่าไม่คุ้มกันหรอก บทสนทนาน่าอึดอัดของเราจึงจบลงแค่นั้น พร้อมกับแม่ใหญ่ให้คนมาตามนริศกลับไป ไข่หวานก็ไม่ประวิงเวลา ผงกหัวหงึก ๆ ให้ผม ก่อนจะวิ่งแยกไปอีกทาง หลีกเลี่ยงทางเดินบริเวณโรงอาหาร 

ส่วนผม... ถึงไม่อยากตามนริศเข้าไป หากก็จำต้องโผล่หน้าไปหาพ่อกับแม่ใหญ่อยู่ดี

ส่วนตอนนี้อยู่บ้านแล้วครับ

กลับจากบ้านการุณย์ตอนบ่าย เผลองีบหลับจนถึงค่ำ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนมือถือที่วางตรงโต๊ะหัวเตียงสั่นสองครั้ง หยิบมาดูก็เห็นว่ามีข้อความเข้าจากโปรแกรมแชตไลน์ยอดนิยม ซึ่งผมไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่

หากทว่า คราวนี้มันมีสิ่งที่ น่าสนใจปรากฏอยู่ตรงหน้าจอแจ้งเตือนนี่สิ

 

KHAIWAN: วันนี้...

KHAIWAN: ขอบคุณนะคะ

 

ไข่หวาน...

ใช่ นั่นแหละ ชื่อที่แสดงตัวตนของเจ้าของข้อความสั้น ๆ สองข้อความนี้

ผมบันทึกเบอร์เธอไว้ อันที่จริง มีเบอร์โทรทุกคนในกลุ่มงาน ก็บันทึกเผื่อเอาไว้ เห็นนานแล้วว่ามันแอดไลน์อัตโนมัติทันทีที่บันทึกเสร็จ แต่ไม่เคยคุยกับใคร โทรก็ไม่ค่อย ส่วนตัวไม่คิดว่าไข่หวานจะเล่นอะไรพวกนี้ด้วยซ้ำ

แบบว่าด้วยหลาย ๆ อย่าง ผมเองก็เป็นคนไม่ค่อยเล่นโซเชี่ยลเหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันพัฒนาไปไกล บางครั้งก็ต้องมีส่งงานตามงานจากเพื่อนหรืออาจารย์ผ่านโปรแกรมพวกนี้บ้าง อย่างเฟซบุ๊กอะไรแบบนั้น

จาวเป็นคนสมัครให้ผมเอง ไลน์นี่ก็ถูกเธอบังคับอีก

แต่เอาเถอะ นั่นไม่ใช่ประเด็น

สาระสำคัญจริง ๆ คือ... ผมจ้องข้อความของไข่หวานมาสิบนาทีแล้ว กดเข้ามาอ่านและค้างที่หน้าต่างแชตของไข่หวานอยู่ จ้องจนเหมือนจะทะลุผ่านไปหาอีกคนได้ยังไงยังงั้น

ไงดีล่ะ แค่คิดไม่ถึงว่าจะได้รับข้อความแบบนี้น่ะครับ

แปลกดี...

ผมดันหลุดยิ้มอ่อนออกมาโดยไม่มีสาเหตุเฉยเลย

 

NN.: ไม่เป็นไรครับ

 

ตัดสินใจพิมพ์ตอบไปแค่นั้น ขมวดคิ้วเข้าหากันนิดหน่อย รู้สึกไม่มั่นใจว่าควรจะพิมพ์อะไรต่อดีหรือเปล่า ปกติถ้าเป็นจาว รายนั้นจะพิมพ์มารัว ๆ ส่วนผมก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แต่ตอนนี้ ไม่รู้สิ แค่ขึ้นว่า ‘Read’ พร้อมกับความเงียบที่ตามมาอีกเกือบสิบนาทีก็ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดแปลก ๆ

รู้สึกเหมือนจะต้องมีอะไรต่อ...

ไม่จากทางนั้น ก็ต้องเป็นทางผมนี่ล่ะ

โอเค ผมส่งเองก็ได้

 

NN.: ทำอะไรอยู่?

 

รอประมาณเกือบห้านาทีก็ขึ้น ‘Read’ หรือ อ่านแล้วหมายความว่าไข่หวานเปิดอ่านเรียบร้อย ทว่าก็ยังเงียบต่อไปอีกเกือบห้านาที จนผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเพี้ยนที่มานั่งจ้องมือถือเหมือนกำลังรอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

เออ ใช่ แล้วผมจะมานั่งลุ้นทำไม?

อย่างกับว่า... ผมอยากคุยกับเธอต่องั้นแหละ

คิดมาถึงตรงนี้ พลันส่ายหน้าให้กับความประหลาดของตัวเอง สงสัยวันนี้เจอเรื่องเยอะไปหน่อย ถึงได้รู้สึก เป็นห่วงไข่หวานเกินจำเป็น ก็นะ ท่าทางเธอก็ทำให้ผมกังวลได้จริง ๆ ซะด้วยสิ

ผมเลย... อยากถามสารทุกข์สุกดิบบ้าง

ทว่า ยังไม่ทันได้วางโทรศัพท์อย่างตั้งใจ ก็มีข้อความถูกส่งเข้ามา

ไลน์!

 

KHAIWAN: ร้องไห้อยู่... ค่ะ

NN.: ร้องทำไม?

NN.: หยุดร้อง เดี๋ยวปวดตา

 

ผมตอบข้อความไข่หวานกลับแทบจะทันทีทันใดและมันก็ขึ้นอ่านทันทีเหมือนกัน ทว่า ไข่หวานก็เงียบหายไปอีกหลายนาที ผมได้แต่ขมวดคิ้วมองหน้าต่างห้องแชตนิ่ง ๆ เกิดความสงสัยว่าทำไมไข่หวานถึงยังร้องไห้อยู่อีก จากที่เราแยกกัน นี่มันก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว ค่ำแล้วด้วย ร้องไห้ตลอดเลยอย่างนั้นเหรอ

แล้วร้องทำไม เพราะอะไร หรือเรื่องนริศ?

แบบนั้นมันผิดปกติไปหน่อยไหม ร้องนานเกินไปแล้ว

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกอดทนรอความสงสัยของตัวเองไม่ไหว ส่งข้อความไปย้ำถามอีกสองสามข้อความว่าทำไมหรือเพราะอะไร ทว่าไข่หวานก็ไม่ได้ตอบกลับมาเลย คราวนี้ไม่ขึ้นว่าอ่านแล้วด้วยซ้ำ

ให้ตาย...

ฉับพลัน ความหงุดหงิดเล็ก ๆ ก็ผุดขึ้นในใจ

เผลอถอนหายใจออกมาแรง ๆ อย่างไม่ค่อยเข้าใจตัวเองนัก ช่วงนี้มีเรื่องให้ผมคิดเยอะไปหรือยังไง ทำไมรู้สึกระบบความนึกคิดมันรวนชอบกล ไหนจะเรื่องนาขวัญ แล้วนี่ยังทำเหมือน สนใจเรื่องของไข่หวานเกินจำเป็นอีก

แปลกชะมัด ไอ้ความใคร่รู้ตงิด ๆ ที่ติดอยู่ในหัวเนี่ย

หากก็ต้องตัดใจ วางโทรศัพท์มือถือลงที่เดิม แม้ในใจยังเต็มไปด้วยความสงสัยเป็นกังวลอยู่ก็ตาม

น่าห่วงแปลก ๆ

END NAINOI TALKS

 



ทำไมช่วงนี้ถึงต้องเจอแต่คนที่ไม่อยากเจอ...

บางที พระเจ้าอาจจะเกลียดฉันมากก็ได้ ถึงได้หันหลังให้ แล้วส่งแต่คนพวกนั้นมาให้ฉันต้องคอยหวาดระแวงอยู่แบบนี้ หนีจากคนที่บ้าน กลับต้องเจออีกคนที่เคยทำไม่ดีกับฉันที่บ้านการุณย์อีก

ทว่า ในความโชคร้ายก็ยังจะมีโชคดีอยู่บ้าง

พี่นายน้อย...

เขาอยู่ที่นั่น ความบังเอิญบนโลกที่จะมีสักกี่คนได้พบเจอ

เป็นอีกครั้งฉันที่ถูกเขาช่วยไว้ แม้ตอนเห็นว่าเขายืนอยู่หน้าห้องกิจกรรมที่ฉันเพิ่งเล่นเปียโนและร้องเพลงจบจะทำให้ฉันตกใจมากก็ตามที หนำซ้ำ พี่เขายังบอกว่าชอบ... เพลง เขาหมายถึงเพลงน่ะ เพลงที่ฉันร้อง หมายความว่าเขาได้ยิน ฉันไม่เห็นหน้าพี่เขาตอนพูดอย่างนั้น รู้แต่ตัวเองที่เดินจูงมือเด็กน้อยอยู่ด้านหน้าเผลอบีบมือเล็กแน่นขึ้น

พร้อมกับไอร้อนที่ลามขึ้นมารวมตัวอยู่ที่แก้มทั้งสองข้าง

ไหนจะตอนที่พี่นายน้อยพาฉันออกจากโรงอาหาร ในจุดที่มีน้องชายของเขายืนอยู่กับครอบครัว คนที่ชื่อ นริศนั่น เขาเคยลวนลามฉันตอนไปทำงานกลุ่มที่บ้านพี่นายน้อย แน่นอนว่าฉันไม่ชอบเขา ขยะแขยง รังเกียจ และหวาดกลัว แค่เห็นหน้าผู้ชายคนนั้น สัมผัสน่าสะอิดสะเอียนก็หวนกลับเข้ามาจนตัวสั่นเทิ้มอย่างห้ามไม่ได้

ฉันร้องไห้ ร้องจนเหมือนไม่รู้จักวิธีหยุดน้ำตาตัวเอง

แล้วก็เป็นพี่นายน้อยอีกครั้ง...

เขาปลอบในแบบของเขา วางฝ่ามืออุ่นบนศีรษะฉันแล้วลูบเบา ๆ มืออีกข้างก็ถูกฉันบีบไว้แน่น เพราะเขาจับให้มันคลายออก ตอนฉันจิกเล็บเข้ากับฝ่ามือตัวเองอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ กลายเป็นหลังมือเขามีรอยเล็บแทน ไหนจะตอนที่น้องเขาเดินมาเจอพวกเรา ทำท่าทางคุกคามหาเรื่อง พี่นายน้อยก็ออกหน้าปกป้องฉันไว้อีก

อ่า... นึกมาถึงตรงนี้ พลันความร้อนวูบก็แล่นปราดเข้ามาอีกระลอก

เขิน...

ที่รู้สึกตอนนี้ คือทั้งอุ่นใจและเขินในคราวเดียวอย่างบอกไม่ถูก

เขาช่วยฉันไว้อีกแล้ว ในหลาย ๆ เรื่อง เป็นการบังเอิญเจอกันที่ทำให้รู้สึกอุ่นซ่านอย่างประหลาด ไม่ได้ต่างจากตอนนั้น... ตอนเราบังเอิญเจอกันที่ทะเล พี่เขาใจดีเหมือนเดิม แม้จะไม่ใช่คนพูดเยอะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า...

พี่นายน้อยเป็นผู้ชายอบอุ่นและใจดีมาก ๆ คนหนึ่ง

ด้วยเห็นว่าตัวเองยังไม่ทันได้ขอบคุณเขาสักคำสำหรับในวันนี้ เมื่อนึกขึ้นได้ก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเปิดโปรแกรมแชตไลน์ที่ไม่ค่อยได้เล่น แล้วก็หยิบเอาเอกสารที่มีรายชื่อและเบอร์โทรที่เราต้องทำงานกลุ่มร่วมกันในวิชาเลือกเสรีของคณะมาแอดไลน์จากเบอร์โทรศัพท์ โชคดีอีกที่พี่นายน้อยลงทะเบียนไลน์ด้วยเบอร์นี้

ฉันถึงได้ส่งคำขอบคุณให้เขาได้...

รวดเร็วในแบบไม่ต้องรอนาน พี่นายน้อยก็ตอบกลับ และเป็นฉันเองที่อ่านแล้วเงียบหายไป ด้วยไม่รู้ว่าควรจะพิมพ์หรือชวนคุยอะไร ไม่ได้เห็นความจำเป็นในจุดนั้น ไม่รู้สิ ที่ทักไปก็แค่อยากขอบคุณน่ะ

ทว่า เป็นอีกฝ่ายที่ส่งข้อความกลับมาถามไถ่...

กว่าฉันจะตอบกลับก็ใช้เวลาหลายนาที ไม่ได้พิมพ์ช้า ฉันพิมพ์คำตอบไว้ตั้งแต่อ่านมันด้วยซ้ำ เพียงแต่ลังเลว่าควรจะกดส่งไปดีไหม หากสุดท้ายก็ส่งกลับไปอีกหนึ่งข้อความ... บอกเขาว่าฉันกำลังร้องไห้ ไม่ได้จะเรียกร้องความสนใจ ก็แค่ตอบไปตามความจริง ในเมื่อฉันกำลังมีสภาพตามที่พิมพ์ตอบเขาไปจริง ๆ

แน่นอนว่าพี่นายน้อยก็ส่งกลับมาอย่างรวดเร็ว ถามว่าร้องทำไม พร้อมทั้งบอกให้หยุดร้อง

ฉันอ่านข้อความของเขา ทว่าก็ไม่ได้ทันตอบ...

“ยัยไข่หวาน!” เสียงเรียกชื่อเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของคุณน้าก็ดังขึ้น

“เฮือก!” ฉันสะดุ้ง ปล่อยโทรศัพท์ร่วงลงพื้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ และไม่ได้สนใจมันอีก ผุดลุกขึ้นยืนจากปลายเตียง จ้องบานประตูห้องตัวเองทั้งม่านน้ำตา ริมฝีปากเม้มเข้าหากันด้วยรู้สึกกดดันและอึดอัด

ที่ฉันร้องไห้จนถึงตอนนี้ ไม่ได้เป็นเพราะน้องชายพี่นายน้อย

ไม่ใช่...

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” คุณน้าโกรธ เธอกำลังโกรธมาก ๆ “ฉันบอกให้แกเปิด!!

“... ฉันขบริมฝีปากล่างจนได้รสสนิม มือข้างหนึ่งจิกเล็บเข้ากับชายเสื้อแน่น อีกข้างกุมหน้าท้องตัวเองเอาไว้เพราะมันปวด ทั้งเจ็บทั้งปวด ตัวสั่น หน้าซีด เพราะรู้ดีว่าถ้าประตูเปิดออกมันจะเกิดอะไรขึ้น

ฉันกลัวจนตัวสั่น ห้ามมันไม่ได้ ห้ามความกลัวของตัวเองก็ไม่ได้

ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ไอ้ความรู้สึกที่มันกัดกินอยู่ในใจพวกนี้

มันแย่...

“ได้! จะไม่เปิดใช่ไหม” สิ้นน้ำคำ คล้ายกับคุณน้ากำลังบอกว่า อยากลอง ฉันก็จะจัดให้ฉันได้ยินเสียงเหมือนลูกกุญแจดังอยู่หน้าประตู พลันกรอบตาเบิกกว้างทันควัน รีบพุ่งไปคว้าลูกบิดประตูเอาไว้แน่น

“ไม่... ไม่ได้ทำ” พึมพำออกมา พลางส่ายหน้ากับตัวเอง

“ถอยออกไปเดี๋ยวนี้ นังเด็กเหลือขอ!” เธอไขกุญแจแล้ว แต่เปิดไม่ได้ เพราะฉันดันเอาไว้ ประตูต้องเปิดเข้ามาด้านใน และฉันไม่ยอม... ไม่ผ่อนแรงดัน หัวใจเต้นแรงจนเจ็บอกไปหมด “ไข่หวาน! แกอย่ามาลองดีกับฉันนะ”

“ไม่” เสียงฉันเบา ไม่มีใครได้ยินหรอก

“นังไข่หวาน! ฉันบอกให้เปิด!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด ราวกับความอดทนสุดท้ายของเธอหมดลง

พลั่ก! ตุบ!!

“อึก!” ร่างฉันกระเด็นเพราะแรงกระแทกมหาศาล พร้อมบานประตูที่เปิดออก ฉันล้มอยู่บนพื้น เจ็บก้นที่กระแทก และเจ็บท้องที่ได้รับการกระทบกระเทือนจนต้องใช้มือกุมเอาไว้ ทั้งที่มันไม่ได้ช่วยบรรเทาความเจ็บสักนิด

ฉันเหลือบมองร่างของคนสองคนที่เดินเข้ามาในห้อง หยุดอยู่ตรงหน้าฉัน หนึ่งคนเป็นคุณน้าที่ยืนตัวสั่น หากแต่ไม่ได้สั่นในความรู้สึกเดียวกับฉัน เธอกำลังโกรธจนตัวสั่นต่างหาก ส่วนอีกคน... แค่เห็นก็ต้องก้มต่ำ มองฝ่ามือที่เริ่มจิกลงบนหน้าท้องผ่านเนื้อผ้าของตัวเอง 

ทั้งที่เจ็บจนน้ำตาไหลมากกว่าเดิม แต่ฉันก็ยังจิกมันอยู่อย่างนั้น

ไม่ ไม่ผิด... ฉันไม่ผิด...

ฉันบอกคุณน้าในใจ เพราะกัดริมฝีปากไว้จนไม่อาจเอื้อนเอ่ยได้

ทว่า ใบหน้าที่ก้มต่ำคางชิดคอกลับถูกกระชากให้ขึ้นเงยอย่างแรง

“แกคิดว่าจะหนีความผิดได้เหรอ นังเด็กเลว!

“... เพราะถูกกระชากผมจนใบหน้าเงยสูง ทำให้เรือนผมบางส่วนที่ปิดหน้าร่วงแนบไปตามกรอบหน้า เผยดวงตาข้างหนึ่งของฉันที่กำลังเหลือบมองคุณน้าด้วยความเกรงกลัว และใครอีกคนที่ยืนตัวสูงอยู่ด้านหลัง

ผู้ชายที่มีผ้าพันแผลพันรอบศีรษะ...

คนน่ารังเกียจนั่น!

“กล้าดียังไงถึงทำร้ายอาแกจนหัวแตกฮะ!!

“... ฉันเม้มปาก กลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ ไม่แม้ปริปากเปล่งเสียง ไม่ให้การร้องไห้มันยิ่งดูน่าสมเพชในสายตาของพวกเขา ฉันรู้... ตัวเองอ่อนแอ แต่ไม่จำเป็นต้องให้คนพวกนี้ได้ยิน ฉันจะไม่ฟูมฟาย

ต่อให้ข้างใน... ในหัวใจดวงนี้มันกำลังเจ็บเจียนจะตายก็ตาม

“อย่าทำหลานเลยคุณปู ผมบอกแล้วว่ามันเป็นอุบัติเหตุ” เขาพูดกับคุณน้าด้วยสุ้มเสียงทุ้มน่าฟัง ดูอ่อนโยน นัยน์ตาที่ทอดมองก็ดูเหมือนกำลังขอร้องช่วยเหลือฉัน

แต่ไม่... ฉันไม่ได้เห็นแบบนั้น

“มันจะเป็นอุบัติเหตุได้ยังไง! เธอไม่ต้องมาปกป้องหลานเธอเลยนะ มานพ! ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษ อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะว่านังเด็กนี่กล้าผลักเธอจนตกบันได แถมยังวิ่งหนีเข้ามาหลบอยู่ในห้องหนีความผิดอีก”

“ผมไม่เจ็บหรอก ไข่หวานคง... ไม่ได้ตั้งใจ” พูดแล้วปรายตามองฉันเหมือนเห็นใจ

แต่เขายิ้ม... รอยยิ้มที่น่าสะอิดสะเอียนนั่น

“... น่าขยะแขยง

“ฉันต้องทำโทษให้มันหลาบจำ ไม่อย่างนั้นต่อไปมันก็จะไม่เคารพเธออีก!

“ผม... ไม่เป็นไร ชินแล้วล่ะ ไข่หวานคงไม่ชอบอาอย่างผม” ฉันเกลียดการเสแสร้งพวกนั้น สีหน้า ท่าทาง และสายตาที่คุณน้าไม่ทันได้มอง แต่ฉันเห็น... เห็นทุกความเลวร้ายของคน ๆ นี้ชัดเจน

มันทำให้ฉันทนไม่ไหว... เผลอตะคอกออกไปจนสุดเสียง

“เกลียด! เกลียด!! เกลียด!!!

และสิ่งที่ได้กลับมาแบบไม่ต้องร้องขอ

เพี๊ยะ!!

ใบหน้าสะบัดหันตามแรงตบของคุณน้า ความเจ็บแสบแล่นริ้วขึ้นมารวมตรงจุดนั้น เส้นเลือดใต้ผิวหนังสั่นร้อน ราวกับมันกำลังจะระเบิด กลิ่นคาวเลือดชัดเจนมากกว่าเดิมทำให้ฉันหอบหายใจหนัก หัวใจเต้นหนักหน่วง เจ็บร่องอกและเริ่มหายใจไม่ออก ทั้งร้องไห้ ทั้งโกรธ ทั้งกลัว ทั้งกดดันและอึดอัด

รู้สึกมันทุกอย่างพร้อม ๆ กันจนจะทนไม่ไหวแล้ว

“ฉันไม่เคยสั่งสอนให้แกเป็นคนแบบนี้! ลองปากดีว่าอาแกอีกที ได้โดนอีกแน่!!

“... ถูกต้อง คุณน้าไม่เคยสอน

ไม่เคย... ไม่เคยแม้แต่จะเห็นฉันเป็นหลานด้วยซ้ำ

“คุณปู พอเถอะ พอครับ แค่นี้ไข่หวานก็กลัวแล้ว” เขารีบเข้ามาดึงคุณน้าออกไป ฝ่ามือที่กำเรือนผมฉันเลยรั้งให้ใบหน้าเงยขึ้นมากกว่าเดิมจนปวดคอ แต่ที่ปวดมากกว่านั้นคงเป็นใจกับความรู้สึก

“ถ้ามันกลัว มันจะไม่พูดอย่างนั้นออกมา”

“ผมเองก็มีส่วนผิดที่เข้าไปไม่ดูตาม้าตาเรือ ไข่หวานแกคงตกใจ ไม่ได้ตั้งใจหรอกครับ”

“โก... หก” ดวงตาของฉันเต็มไปด้วยน้ำตาไม่จางหาย เผลอตวัดจ้องคนพูดเขม็ง กรอบตาขึงตึงจนปวดไปหมด ถ้ามองดี ๆ ตอนนี้ดวงตาคงแดงก่ำ ทั้งจากการร้องไห้และความคุกรุ่นภายในที่รวมอยู่ด้วย

หากคราวนี้ เส้นเสียงของฉันก็แผ่วเบาจนไม่มีใครได้ยินอีกครั้ง

“เธอยังจะปกป้องนังหลานคนนี้อีกเหรอ” คุณน้ายอมปล่อยมือจากผมฉัน ผละออกจากแรงดึงของผู้ชายคนนั้น เขาจับมือของคุณน้าไว้เหมือนต้องการปลอบให้ใจเย็น “คราวก่อนมันก็เอาแจกันปาใส่หัวเธอแตกนะ”

“ไข่หวานขี้ตกใจน่ะครับ ผมรู้”

ไอ้คนน่ารังเกียจ!

ในตอนนั้นเอง ใครบางคนก็เดินเข้าหยุดยืนหน้าประตูห้อง

พลันว่าสั้น ๆ แต่เรียกความสนใจจากทุกคนได้...

“ออสก้า”

“ว่าไงนะลูกเป้?” เป็นเป้ที่เดินมากอดอกพิงกรอบประตู หลุบมองฉันที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยสายตาเรียบเรื่อย ก่อนจะตวัดขึ้นมองผู้ชายคนนั้นอย่างไม่เป็นมิตร เป้ไม่ชอบเขาเหมือนที่ฉันไม่ชอบ

ไม่มีใครชอบ... ยกเว้นคุณน้า

ฉันรู้...

“อ้อ พอดีพรุ่งนี้จะมีงานประกาศรางวัลน่ะครับแม่ เหมือนจะไม่เกี่ยวข้อง แต่สายตาจ้องผู้ชายคนนั้นที่ฉันไม่มีทางเรียกว่าอาด้วยสายตาชนิดหนึ่ง “น้านพน่าจะดูนะครับ งานนี้น่าจะเหมาะกับน้าดี”

“เป้ พูดอะไรลูก แม่งง แล้วมาที่นี่ทำไม แม่กำลังจะสั่งสอนยัยไข่หวานที่กล้าทำน้านพตกบันได เนี่ย ดูสิ หัวแตกเลย แม่เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล มาจัดการยัยตัวดีที่มันหลบหนีความผิด!

“ครับ ผมเห็นแล้ว” เป้ครางรับ เหยียดยิ้มมุมปากร้ายตอนจ้องตากับผู้ชายคนนั้น “เห็น... ตั้งแต่ต้น”

!!!” เป็นฉันที่เบิกตาโพลง กัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บแสบมากขึ้นไปอีก

วินาทีหนึ่ง เป้เบือนสายตามามอง เราได้สบตากัน... แต่ฉันอ่านสายตาเขาไม่ออก ไม่ได้รู้สึกว่าได้รับความช่วยเหลือ ไม่รู้สิ ไม่รู้อะไรเลย เป้ไม่เหมือนพี่นายน้อย บรรยากาศรอบตัวไม่ได้ทำให้รู้สึกว่ากำลัง ถูกปกป้องสักนิด

“ดีเลย! มันไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่น้านพปกป้องยัยไข่หวานใช่ไหม เป้บอกแม่!” คุณน้าก้าวเท้าเข้าไปหาลูกชายอย่างต้องการความจริง หันมามองฉันด้วยสายตาโกรธจัดไม่เปลี่ยน ขณะใครอีกคนเริ่มยืนไม่ติดที่...

“นั่นสิ ยังไงดีล่ะครับ?”

“คุณปู ผมว่าพอแค่นี้เถอะครับ คุณตบหลานไปแล้ว ถือว่าลงโทษไปก็ได้”

“แต่...

“เถอะครับ ไปเถอะ” เขาเดินเข้าไปหาคุณน้า ไม่ได้เร่งรีบจนเกินพอดี แตะข้อศอกคุณน้าเบา ๆ ออกแรงดึงให้คุณน้าเดินออกไปจากห้องอย่างนุ่มนวล ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติ แม้สายตาของเป้ที่มองตามไปจะวาวโรจน์มากก็ตาม

จากนั้นเป้ก็หันมามองฉัน ทิ้งคำพูดไว้สั้นกระชับ แล้วก็เดินออกไปอีกคน

“โง่!

ปึง!

ฉันรีบกัดฟันลุกขึ้นไปปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็ว พลางทรุดตัวนั่ง ทิ้งแผ่นหลังพิงบานประตูห้องอย่างหมดแรง ความรู้สึกเจ็บตามร่างกายยังปรากฏให้เห็น โดยเฉพาะตรงหน้าท้อง เดาว่ามันคงมีรอยช้ำน่ากลัวอยู่แน่ ๆ ตอนนี้

เขาทำร้ายฉัน

ผู้ชายคนนั้นตั้งใจลวนลามฉันต่างหาก

หลังกลับจากบ้านคุณแม่การุญ ฉันก็ถูกคุณน้าเรียกให้ไปทำงานบ้าน แม้จะรู้ว่าผู้ชายคนนั้นอยู่ที่นี่แล้ว แต่ฉันขัดไม่ได้ แม้ใจจริงอยากจะเก็บตัวอยู่ในห้องตลอดเวลาก็ตาม และด้วยเห็นว่าคุณน้าเองก็อยู่ข้างบน ฉันจึงเบาใจเล็กน้อย คิดว่าเขาจะไม่กล้าก่อเหตุอย่างอุกอาจ

หากทว่า ฉันคงประเมินค่าความกักขฬะของผู้ชายคนนั้นต่ำไป

เขากล้าลงมือ ทั้งที่คุณน้าก็ยังอยู่ในห้องนอน

ฉันกำลังทำความสะอาดอยู่แถว ๆ กลางบันไดทางขึ้นชั้นสองของบ้านใหญ่ เขาย่องมาด้านหลังโดยที่ฉันไม่ทันได้ระวังตัว จัดการล็อกและปิดปากฉันไว้ ฉันทั้งตกใจ ตื่นกลัว เมื่อสัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงาน ฉันก็ดิ้นขัดขืนรุนแรง เกิดการต่อสู้เงียบ ๆ ไม่มีใครรู้ และฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าเป้จะเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น ทว่าก็ไม่ใช่ประเด็น เพราะฉันคงไม่ถามหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่เข้ามาช่วยทั้งที่เห็น ฉันรู้ มันไม่ได้สำคัญ และฉันไม่ได้คาดหวัง

วินาทีนั้น... ก็แค่ทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอดด้วยตัวเอง

ขัดขืนหนักข้อเข้า ผู้ชายคนนั้นก็ต่อยท้องฉันเต็มแรง

ความเจ็บจุกแล่นพล่านกระแทกประสาทสัมผัส ฉันเกือบจะหมดแรง นึกออกใช่ไหม แรงผู้ชายตัวใหญ่กับผู้หญิงคนหนึ่ง มันเทียบกันไม่ได้ แต่ฉันก็ไม่ได้ยอมจำนน ประสบการณ์ ทำให้ฉันสั่งตัวเองให้ทำทุกวิถีทาง

จังหวะหนึ่ง เขาคงคิดว่าฉันหมดแรงไปแล้ว

และใช่ ฉันเกือบทรุดลงตรงนั้น เกือบจะถูกเขาลากไปไหนก็ไม่รู้โดยที่มือยังปิดปากแน่นมาก แต่ฉันก็รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ดิ้นหลุดจนผลักคนย่ามใจพลัดตกบันได จากนั้นก็วิ่งกลับมาขังตัวเองอยู่ในห้องนี่แหละ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ชายคนนั้นทำเรื่องแบบนี้...

มานพ เขามีศักดิ์เป็นอาของฉัน เป็นเครือญาติห่าง ๆ ทางฝั่งคุณพ่อ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้สนิทชิดเชื้อ ฉันเจอผู้ชายคนนั้นครั้งแรกตอนห้าขวบ ในงานศพของคุณพ่อและคุณแม่ มันไม่มีอะไร เขาก็เหมือนคนทั่วไปที่มาไหว้ศพ แนะนำตัวกับเด็กห้าขวบที่เอาแต่ถามว่าทำไมพ่อแม่ถึงไม่กลับมาหาอย่างฉันเหมือนคนใจดี

ตอนนั้นฉันไม่ได้รับรู้อะไรมากนัก

เขาอายุน้อยกว่าคุณน้า เป้ก็เลยต้องเรียกว่าน้าแทน ส่วนฉัน... ไม่แม้แต่อยากจะนับญาติ ต่อให้มีศักดิ์เป็นอา แต่ก็ไม่ได้เคารพ ฉันจะไม่เรียกสรรพนามให้ความเคารพให้ตัวเองรู้สึกกระดากริมฝีปากแน่นอน

ยิ่งนึกถึงสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นกระทำ ฉันก็ยิ่งเกลียด...

เกลียดเข้ากระดูกดำ

รู้สึกรังเกียจเขามากกว่าอะไรทั้งหมดบนโลกใบนี้

ส่วนประเด็นสำคัญ สาเหตุให้ฉันเกลียดผู้ชายคนนี้ยิ่งกว่าสัตว์โสโครก มันเกิดขึ้นตอนฉันอายุได้แปดขวบ เป็นเหตุการณ์แรกที่ทำให้ฉันรู้ซึ้งถึงความกักขฬะของผู้ชายคนนี้อย่างชัดเจน ทั้งที่ฉันมีศักดิ์เป็นหลานของเขาด้วยซ้ำ

เขาน่ะ...

ก๊อก ๆ ๆ

ความคิดหยุดชะงักอย่างฉับพลัน

“เฮือก!” สะดุ้งตัวโยนกับแรงเคาะประตูด้านนอก

ฉันผวา กระถดตัวออกมาหันมองบานประตูที่ปิดสนิทอย่างหวาดระแวง กัดริมฝีปากแน่น ด้วยกลัวว่าใครสักคนจะย้อนกลับมา สมองคิดในแง่ลบไปเรียบร้อย เนื้อตัวเริ่มสั่น กลอกตามองซ้ายขวาหลุกหลิกอย่างหาทางรอด

หากทว่า

“ไข่หวาน”

!!!” เมื่อน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าร้อนรนดังขึ้น หัวใจฉันพลันอุ่นวาบในวินาทีนั้น หุนหันพุ่งไปเปิดประตูห้องอย่างไม่มีท่าทีลังเล เพราะฉันจำเสียงนี้ได้ จำได้ดีว่าเป็นเสียงของใคร ใครคนที่เป็นหนึ่งในเจ้าของบ้าน

แกรก...

หมับ!

ทันทีที่เปิดประตู ราวกับร่างกายมันขยับไปเองโดยอัตโนมัติ ฉันพุ่งเข้าสวมกอดผู้หญิงตรงหน้าเต็มแรงจนร่างเพรียวสมส่วนผงะไปด้านหลังเล็กน้อย หากเธอก็รีบยกมือกอดตอบและลูบหลังเป็นเชิงปลอบเบา ๆ

“พี่รู้เรื่องแล้ว เป้บอก... พี่รู้”

“ฮึก พี่...

“ไข่หวานไม่ผิด ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร”

“พี่ปาน”

 



หลังจากนั้น ฉันก็เอาแต่ร้องไห้และกอดพี่ปานไว้...

ไม่รู้ว่าร้องไปนานแค่ไหน เพิ่งเริ่มสงบลงเมื่อไม่กี่นาทีก่อน หากยังมีรอยน้ำตาเปื้อนแก้มทั้งสองข้าง เรานั่งกันอยู่ปลายเตียงในห้องของฉัน พี่ปานไม่ได้พูดหรือถามอะไรอีกตอนที่ฉันเอาแต่ร้องไห้ และร้องหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนสำลักเพราะหายใจไม่ทันอยู่หลายครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่พอเห็นหน้าพี่ปาน น้ำตามันก็เอาแต่ไหลไม่ยอมหยุด

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เราไม่ได้เจอกัน...

“ไข่หวาน ตาบวมหมดแล้ว” กระแสเสียงอ่อนโยนมาพร้อมกับปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยน้ำตาเม็ดโตออกให้ พลางส่งสายตาเป็นห่วงมองสำรวจเนื้อตัวฉันไปด้วย “เจ็บตรงไหน เป้บอกว่าถูกทำร้ายด้วยใช่ไหม?”

“... ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ ก้มมองมือที่กุมอยู่ตรงหน้าท้องตัวเองเงียบ ๆ

แปลก...

เป้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น ทว่าก็ไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยแต่แรก กลับมาช่วยก็ตอนที่คุณน้ากำลังจะเล่นงานฉัน ถ้าไม่ได้เป้เข้ามาซะก่อน ฉันคงถูกคุณน้าลงโทษหนักแน่ แล้วเป้ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อผู้ชายคนนั้นรีบพาคุณน้าออกไป นอกจากจะทิ้งคำปรามาสสั้น ๆ ไว้ ฉันไม่รู้ว่าทำไมเป้ถึงเล่าเรื่องนี้ให้พี่ปานฟังเหมือนกัน

แต่ทั้งบ้าน พี่ปานดีกับฉันกว่าใคร และเธอเป็นคนที่ฉันไว้ใจมากที่สุด

พี่ปาน สาวสวยคนนี้ เป็นลูกของคุณน้า เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของเป้

เธอเรียนมหาวิทยาลัยปีสาม แต่ไม่ได้เรียนที่นี่ พี่ปานเรียนที่เชียงใหม่ นาน ๆ ถึงจะกลับบ้านสักที เราไม่ได้เจอกันนานมาก เธอกลับมาเมื่อวาน แต่เราไม่ได้เจอกัน เพราะพี่ปานถูกคุณน้าพาออกไปงานเลี้ยงอะไรสักอย่างของพวกคุณหญิงคุณนายน่ะ คุณน้าเป็นคนเข้าสังคมเก่ง สามีคุณน้าก็มีหน้ามีตา บางครั้งเป้ก็ยังถูกลากไปด้วยบ่อย ๆ

ส่วนวันนี้พี่ปานออกไปไหนมาไม่รู้ ท่าทางก็คงเพิ่งจะกลับมาแล้วรู้เรื่อง ถึงได้มาหาฉัน

“ให้ตาย ไม่อยากเชื่อ... คนข้างตัวอุทานเบา ๆ เมื่อเป็นฝ่ายเลิกชายเสื้อฉันขึ้น เผยให้เห็นหน้าท้องช้ำเป็นสีม่วงชัดเจน พลัน ดวงหน้าสวยก็ฉายแววกรุ่นโกรธออกมา “นี่เขาทำได้ไง ไข่หวานเป็นหลานเขานะ!

“... ฉันกัดริมฝีปากด้วยรู้สึกอึดอัด รสเลือดจากฝีมือคุณน้ายังคลุ้งไปทั่วโพรงปาก พอเห็นแววตาคุกรุ่นของพี่ปาน น้ำตาฉันก็ปริ่ม เพราะฉันรับรู้ได้ถึงความรักความห่วงใยจากเธอได้เป็นอย่างดี

พี่ปานดีกับฉันตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้าน ดีมากกว่าใคร เห็นฉันเป็นเหมือนน้องแท้ ๆ ด้วยซ้ำ

ไม่มีใครรู้... นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ชายคนนั้นทำกับฉันแบบนี้

ไม่มีใครรู้... และฉันกลัวเกินกว่าจะพูดถึงมันอีก

“เจ้าเป้ก็อีกคน! ถ้าเห็นตั้งแต่แรก ทำไมถึงไม่เข้ามาช่วย” ฉันสะดุ้ง ตอนพี่ปานแตะปลายนิ้วลงบนหน้าท้อง เจ็บจนต้องงอตัวโดยอัตโนมัติ ก่อนเธอจะกัดฟันแน่น “ไม่ต้องห่วง พี่จะบอกเรื่องนี้กับคุณแม่เอง”

“... ฉันยังเงียบ ไร้เสียงพูด

แม้จะเป็นพี่ปาน แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะพูดอะไรดี เธอก็เหมือนจะเข้าใจ เอื้อมมือมากุมมือฉันที่ประสานบนหน้าตักไว้ บีบเบา ๆ ราวกับต้องการให้กำลังใจ พานให้หัวใจอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

บางที ถ้าพี่ปานเป็นคนบอก คุณน้าอาจจะเชื่อก็ได้...

“ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องกลัว พี่จะไม่ปล่อยให้ไข่หวานโดนทำร้ายฟรีแน่ ๆ!

รู้ไหม ถ้าฉันมีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยตัวเองมากกว่านี้... ก็คงดี

มันคงดีกว่านี้มาก

 

TO BE CONTINUED

ลับมีดเกียมยื่นให้ไข่หวานลูกแม่ โธ่ลูก กอดนะคะ

 
ไม่สะดวกเมนต์จะกดโหวตก็มิว่าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

878 ความคิดเห็น

  1. #875 @ Aphrodite @ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 19:21

    แงง คิดถึงไข่หวานมากๆ

    พี่ปานคือคนที่เจพี่นายน้อยที่งานนั่นใช่ไหมมม T_T พี่ปานเป็นเซฟโซนของน้องคนเดียวในบ้านนะตอนนี้ แต่เสียดายพี่ไปเรียนตจว ว่าแต่เป้นายคงสงสารพี่ไข่หวานใช่ไหม หรือยังไง

    #875
    0
  2. #868 Mini-fish (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 19:49
    กลับมาแล้ว คิดถึงไข่หวาน
    #868
    4
    • #868-1 `•to be or not to be?(จากตอนที่ 6)
      16 กันยายน 2563 / 19:50
      กลับมาแล้วค่ะ ขอทยอยอัปเนื้อหารีไรท์อันเก่าก่อนน้า ตั้งแต่ตอนที่ 9 ไปจะเป็นเนื้อใหม่เดินเรื่องต่อแล้วงับบ
      #868-1
    • #868-3 `•to be or not to be?(จากตอนที่ 6)
      16 กันยายน 2563 / 19:54
      แงง ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกันนานขนาดนี้นะคะ
      #868-3
  3. #617 siriganlaya_JK (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 18:53
    ชอบบบบบบ
    #617
    0
  4. #495 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 10:42
    โอ๋นะๆๆ 
    #495
    0
  5. #483 Witeera Madsen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 22:43
    พี่นายน้อยน่ารัก เริ่มชอบแร้วววว จะรออ่านตอนฟินๆน้าาา
    #483
    0
  6. #482 puiziiza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 22:16
    น่ารักจังการกระทำสำคัญกว่าคำพูด, ^^
    #482
    0
  7. #481 Am_Rat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 21:01
    ใช้การกระทำเป็นคำสนทนา น่ารักดีค่ะ ชอบๆ
    #481
    0
  8. #480 barara~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 20:50
    พี่นายน้อยยยยยยย น่ารักได้อีกกกก
    #480
    0
  9. #479 KFahsai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 20:26
    พี่นายน้อยทำไมน่ารัก อบอุ่น
    #479
    0
  10. #478 ลิงแคระ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 19:25
    อิพี่นายน้อยย น่านักอ่ะ
    #478
    0
  11. #477 aey_nameay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 18:42
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดสิค่ะ
    #477
    0
  12. #476 marshamallow (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 18:27
    พี่นายน่ารักกก
    #476
    0
  13. #475 CHOMPOO_XM_MS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 17:42
    โถถ ปมอะไรขนาดนี้
    #475
    0
  14. #474 dati (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 17:24
    เป็นเรื่องที่พระนางน่าสงสารอ่าาาา TT
    #474
    0
  15. #473 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 07:45
    พี่นายน้อยพูดกำกวมแบบนี้ เดี๋ยวไข่หวานเข้าใจผิดนะ 
    ไม่ดีๆๆๆ 
    #473
    0
  16. #472 1991may (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 02:20
    สงสารไข่หวานคงกลัวมากสินะไม่เป็นไรเดี๋ยวส่งพี่นายน้อยไปปรกป้องนะค่ะ
    #472
    0
  17. #471 @ Aphrodite @ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 00:32
    ตั้ลล้ากกก
    ไข่หวานน่าสงสารอ่าา เจ็บหัวใจจี๊ดเลย Q.Q
    #471
    0
  18. #470 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 11:04
    เขาเรียกดวงสมพงศ์ อิอิ
    #470
    0
  19. #469 Mee I'ya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 10:52
    ว้าวววตกหลุมรักเพราะเสียงไข่หวานร้องเพลงเข้าแล้วล่ะสิ่
    #469
    0
  20. #468 dati (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 09:16
    เศร้าไปอี๊กก
    #468
    0
  21. #467 Am_Rat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 08:57
    ชอบๆๆ ><
    #467
    0
  22. #466 aey_nameay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 07:56
    นี่ก็เจ็บบบบ!!! มันกินใจ
    #466
    0
  23. #465 barara~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 01:20
    คู่นี้มันช่างน่าสงสารและน่าเอ็นดูเวลาเจอกันน
    #465
    0
  24. #464 CHOMPOO_XM_MS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 01:19
    หืม นักข่าวมานี่หวังว่าจะไม่มีภาพไข่หวานไปติดหรอกนะ
    #464
    0
  25. #463 Witeera Madsen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 01:16
    เราจะรอฉากพี่นายน้อยปลอบไข่หวานนน ขอแบบหวานๆน้าาา
    #463
    0