「END」SINFUL PHANTOM สัมผัสรักร้าย ลวงหัวใจ [Vol.3]

ตอนที่ 7 : PHANTOM :: CHAPTER 6 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    14 ก.พ. 60

หมายเหตุ: จากที่นกร่างพล็อตไว้ มุตาจะกลับเข้าร่างประมาณตอนที่ 10 ไม่เกิน 15 นะคะ อดใจรออีกสักนิดนึง ช่วงนี้ให้พวกนางคอนเน็กชั่นในเวอร์ชั่นโลกต่างมิติไปก่อน อิๆ จากที่ตอนแรกบอกเรื่องนี้จะพาสเทลสุดในเซ็ต แต่คิดว่าพาสเทลจะเปลี่ยนเป็นดำตอนมุตากลับเข้าร่างง่ะ เตรียมตัวนะ ความตลกในตอนแรกแค่หลอกตา 555555




เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องใหญ่...

สำหรับคนอื่นอาจจะไม่ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นเรื่องใหญ่พอที่จะทำให้มุตาขวัญเสียอย่างหนัก กว่าจะปลอบให้สงบลงก็กินเวลาไปเป็นชั่วโมง ผมเองก็เครียดไปด้วย 

นี่มันเลวร้ายเกินไปแล้วว่ะ 

พอรู้ว่าจู่ๆ วิญญาณของมุตาก็ค่อยๆ เลือนหาย นี่ผมมองไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงเธอมาเป็นอาทิตย์ 

ถ้าเกิดมุตาหายไปทั้งอย่างนั้น โดยผมไม่รู้ว่าวิญญาณของเธอกลับเข้าร่างหรือแตกสลายไป...

แค่คิดก็รู้สึกแย่จนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้

ขนาดผมยังรู้สึกกลัวในสิ่งที่เราคาดเดาไม่ได้

มุตาจะกลัวจนขวัญเสียขนาดนี้ก็ไม่แปลก...

เราไม่มีทางรู้ว่าเหตุการณ์นี้จะนำมาซึ่งอะไร...ดีหรือร้ายกันแน่

“ขอโทษนะ” 

แม้จะเคยพูดไปแล้วครั้งหนึ่ง แม้จะเพิ่งมารู้ทีหลังว่ามุตาได้ยิน แต่ผมก็เลือกจะพูดคำๆ นี้ออกมาอีกครั้ง...ต่อหน้าเธอ ให้เด็กที่เพิ่งหยุดสะอื้นเงยหน้ามองผมด้วยสายตาฉงน 

ผมมองสบดวงตากลมโตของมุตาพลางระบายยิ้มอ่อน 

ก่อนขยับริมฝีปากพูดอีกครั้งให้ได้ฟังชัดๆ 

“พี่ขอโทษที่พูดไม่ดีใส่ ขอโทษนะครับ น้องมุตา”

“อึก...” ยัยผีตาแบ๊วเบะปากแรงเหมือนจะร้องไห้อีก

“จะไม่ไล่แล้วนะ ไม่ต้องกลัว เรายังมีพี่อยู่...ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เหลือใคร”

“มุตารู้ มุตาทำให้พี่เจนัสลำบาก” เธอบอกเสียงเครือ “มุตาไม่ได้โกรธพี่ ไม่โกรธเลย ฮึก...ตอนนั้นแค่น้อยใจ”

“งั้น...ยกโทษให้พี่ได้มั้ย?”

“ไม่...” มุตาส่ายหน้าให้ผมชะงักไปนิด ก่อนจะหยุดยิ้มกับประโยคต่อมา “ก็ไม่ได้โกรธ ยกโทษให้ไม่ได้”

J

“แต่อย่าไล่มุตาอีกนะ มุตาไม่มีที่ไปแล้ว มุตาอยากอยู่กับพี่เจนัส อย่าไล่นะ...” 

ผมมองเด็กที่นั่งกอดขาวางคางไว้บนเข่า หันหน้ามามองผมเหมือนลูกหมาที่กำลังอ้อนขอความรักจากเจ้าของด้วยความรู้สึก...เอ็นดู

“ครับ ไม่ไล่ครับไม่ไล่”

“จริง อึก...นะ!” สิ้นน้ำคำให้สัญญา พลันผมก็ได้เห็นรอยยิ้มกว้างสดใสเคลือบคราบน้ำตาของเด็กสาวตรงหน้าในวินาทีนั้น 

พานให้หัวใจเต้นแรงผิดไปหนึ่งจังหวะอย่างแปลกประหลาด

ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน 

แต่ผมว่ารอยยิ้มสดใสแบบนี้เหมาะกับมุตาที่สุดแล้ว

“ไปกันเถอะ” 

ผมพูดเมื่อนึกได้ว่ายังมีอีกเรื่องที่เราต้องเคลียร์ พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“ปะ ไปไหนคะ?” มุตาเงยหน้ามองอย่างสงสัย

“ไปหาคนที่จะช่วยเราได้ไง”

รู้ใช่ไหมว่าผมหมายถึงใครและกำลังจะไปที่ไหน?

ใช่ เรื่องที่เกิดขึ้นกับมุตามันเกินสติปัญญาของผมที่จะหาทางแก้ไขได้ ผมไม่รู้เลยว่ามันถึงกลายเป็นแบบนี้ สิ่งเดียวที่ผมนึกออกก็คือ...

เราต้องไปหาหลวงพ่อที่วัด 

ท่านเป็นที่พึ่งเดียวที่ผมมีตอนนี้ ผมจึงขับรถมุ่งหน้ากลับไปวัดเดิมอีกครั้งในช่วงสายของวัน โดยมีมุตานั่งชันเข่ากอดขาอยู่บนเบาะข้างคนขับ

ท่าทางมุตาเองก็ยังมีความกังวล เธอเอาแต่กอดขาตัวเองไว้ตลอดเวลานั่ง ราวกับต้องการให้มันเป็นโล่คุ้มภัยให้ตัวเองยังไงยังงั้น ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร 

เข้าใจดีว่าอะไรตอนนี้ก็ดูจะสั่นคลอนจิตใจเธอลงได้ง่ายๆ ไปซะหมด

เราไม่ได้พูดกันเลยตั้งแต่ขึ้นรถมา 

กระทั่ง...

“พี่เจนัส” มุตาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบลงด้วยการเรียกชื่อผมเสียงหวิว 

ผมหันไปมองตอนรถจอดติดไฟแดงพอดี เจ้าของเสียงนั้นไม่ได้หันมามองผมหรอก มุตามองออกไปนอกหน้าต่างข้างตัวอย่างเหม่อลอย มองดูเม็ดฝนที่เริ่มตกกระทบกระจกเพราะสภาพอากาศแปรปรวนตั้งแต่เราออกจากคอนโด 

“คนที่พี่จะไปหา...เขาจะช่วยมุตาได้มั้ย”

ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมมุตาถึงไม่หันหน้ามามองด้วยพูด

เธอกลั้นก้อนสะอื้นไว้ไม่ให้ผมได้ยิน...

แต่เนื้อเสียงที่เอ่ยก็สั่นพร่าจนรู้ได้ทันที

“ได้สิ” มาถึงขั้นนี้แล้ว ถ้ายังมีศรัทธา เราก็ยังมีหวัง “...พี่เชื่อว่าท่านจะช่วยมุตาได้”

“แล้วถ้า...ไม่ได้” 

ทว่า ความหวาดกลัวตลอดอาทิตย์คงทำให้มุตาแทบจะไม่หลงเหลือความหวังเลยกระมัง ความกลัวกัดกินจิตใจจนดำดิ่งสู่ความสิ้นหวัง 

“ถ้ามุตาต้องหายไปทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร...ฮึก มุตาจะทำยังไงดี”

เป็นอีกครั้งที่ผมอยากจะดึงเด็กคนนี้เข้ามากอดแน่นๆ 

กอดให้รู้ว่าเธอยังอยู่ตรงนี้นะ อยู่ตรงหน้าผมนี่ไง เธอไม่ได้หายไปไหน ใช่...ยังไม่ได้หายไปสักหน่อย อย่าทำหน้าหมดหวังสิ อย่าร้องเลย เธอไม่เหมาะกับน้ำตาหรอก

ผม...โคตรอยากบอก

“พี่จะไม่ยอมให้มันเป็นอย่างนั้น”

“ตะ แต่ว่า...”

“เชื่อพี่นะครับ น้องมุตา เชื่อพี่...”

รู้มั้ย บรรยากาศในรถตอนนี้มันอึดอักกระอักกระอ่วนจนน่าหงุดหงิด

หงุดหงิดตัวเองนี่แหละไม่ใช่ใคร...

เพราะสิ่งที่ผมทำได้ มันก็เท่านี้ไง 

ได้แค่บอกให้มุตาเชื่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและปลอบประโลม ด้วยหวังว่ามันจะทำให้เด็กคนนี้รู้สึกดีขึ้นบ้าง 

หวังว่ามันจะช่วยเยียวยาความหวาดกลัวที่กัดกินจิตใจของเธอได้...สักนิดก็ยังดี

“...” มุตาไม่ตอบรับ ไม่ได้หันกลับมามองผมสักวินาที เอาแต่มองเม็ดฝนนอกตัวรถเงียบๆ

ภายในรถจึงตกอยู่ในความเงียบไร้ซึ่งบทสนทนาอีกครั้ง

แต่ยังไงผมก็อยากให้เธอเชื่อนะ อยากให้เชื่อว่าเรายังมีหวัง...

อย่างน้อยๆ เราก็ควรจะมีหวัง เราทุกคนก็อยู่กันได้ด้วยความหวังทั้งนั้น หวังเรื่องเล็กๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ เพราะมีความหวังถึงได้มีแรงก้าวเดินต่อไป

แม้จะไม่มีทางรู้ว่ามันจะกลายเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ หรือไม่ก็ตาม

กระทั่ง ผมขับรถมาถึงปลายทางในเวลาต่อมา...

แค่เลี้ยวมายังบริเวณลานจอดรถด้านหน้าวัด ผมก็เห็นหลวงพ่อยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหน้า ราวกับว่าท่านกำลังรอคอยการมาถึงของพวกเราอยู่ก่อนแล้วยังไงยังงั้น

“สวัสดีอีกครั้งครับหลวงพ่อ” ผมยกมือไหว้ท่านตอนเดินมาหยุดตรงหน้า

หลวงพ่อมองผมครู่หนึ่ง ก่อนเบนสายตามองข้างกายผมนิ่ง...ด้านเดียวกับที่มุตากำลังยืนอยู่นี่แหละ เธอยกมือไหว้ ยืนก้มหน้าตัวสั่นกลั้นเสียงสะอื้นอยู่อย่างนั้น 

ดวงจิตมุตายังบางเบาจนแทบมองไม่เห็นเหมือนเดิม

แต่ผมมั่นใจว่าหลวงพ่อต้องมองเห็นเธอแน่ๆ

ก่อนผมจะรู้สึกใจชื้นกับประโยคสั้นกระชับที่หลวงพ่อเอ่ยเรียบๆ

“ตามอาตมามาสิโยม”

 


หลายวันต่อมา

วันนี้เป็นอีกวันที่ผมตื่นแต่เช้าตรู่แม้จะมีเรียนช่วงบ่ายก็ตาม

ตระเตรียมอาหารทั้งของคาวและของหวานเรียบร้อยก็ขับรถไปวัด ผมตื่นมาใส่บาตรที่วัดเดิมทุกวัน นับตั้งแต่หลายวันก่อนที่ผมพามุตามาหาหลวงพ่อนั่นแหละ 

วันนั้นน่ะ พอผมมาถึงไม่ทันได้เอ่ยอะไร ท่านก็ออกปากให้เราตามท่านไปยังโบสถ์ โดยมุตานั่งพับเพียบอยู่ตรงหน้าประตูโบสถ์ ส่วนผมก็เข้าไปนั่งด้านในกับหลวงพ่อ

ผมไม่ต้องอธิบายเรื่องราวให้มากความ หลวงพ่อก็บอกให้ผมนั่งสมาธิและแผ่เมตตาให้กับดวงจิตของมุตา 

หมั่นทำแบบนี้ รวมถึงเวลาทำบุญกรวดน้ำก็ให้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเธอด้วย

ท่านไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมหรือไขข้อกระจ่างใดๆ ว่าทำไมวิญญาณมุตาถึงกลายเป็นแบบนั้น หลวงพ่อเพียงแนะให้ผมนั่งสมาธิ แผ่เมตตา ทำบุญกรวดน้ำ 

ผมก็ทำอย่างที่ท่านแนะนำอย่างสม่ำเสมอมาตั้งแต่วันนั้นนะครับ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!

ดวงจิตของมุตาค่อยๆ กลับมาชัดเจนเรื่อยๆ 

จนตอนนี้ผมกลับมาเห็นมุตาแบบเดิมได้แล้ว

นั่นทำให้ผมได้เห็นรอยยิ้มใสบนดวงหน้าน่ารักของยัยผีตาแบ๊วอีกครั้ง จิตใจของมุตาก็เริ่มกลับมาเป็นปกติเหมือนดวงจิตของเธอนั่นแหละ 

เธอกลับมายิ้ม กลับมาหัวเราะ แล้วก็ทำตัวติ๊งต๊องง๊องแง๊งให้ผมได้ปวดหัวเลยทีเดียว

พอเห็นเด็กนี่ยิ้มได้ ผมก็พานจิตใจเบิกบานไปด้วย

บอกแล้วไงว่ามุตาเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าน้ำตาเป็นไหนๆ

เด็กผีอะไรก็ไม่รู้ ทั้งแบ๊ว ทั้งใส ทั้งน่ารัก จนผมหมั่นเขี้ยว!

“ขอบคุณนะคะ พี่เจนัส J

“เรื่องอะไร” ผมหันมองเสี้ยวหน้ามุตาที่ยืนอยู่ข้างกาย 

เธอไม่ได้มองหน้าผม กำลังทอดสายตามองแม่น้ำเบื้องหน้าของเราด้วยสายตาเป็นประกาย 

หลังจากใส่บาตรเรียบร้อยผมก็มายืนให้อาหารปลาที่ท่าน้ำข้างวัดน่ะ

“ทุกเรื่องเลย ทุกอย่างที่พี่เจนัสทำให้มุตา...” ก่อนเธอจะหันมามองผม พลางฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี “มุตาดีใจนะคะที่ได้เจอพี่เจนัส ดีใจมากจริงๆ เพราะถ้าไม่เจอพี่...มุตาก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองจะเป็นยังไง”

วินาทีนั้น ราวกับหัวใจผมถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว...

ตึกตัก ตึกตัก

รอยยิ้มบนดวงหน้าน่ารักของมุตา แสดงออกว่ากำลังมีความสุขและดีใจสุดซึ้งอย่างที่พูด พลัน ทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายผมเต้นผิดจังหวะไปวินาทีหนึ่งอย่างห้ามไม่ได้ 

สายตาผมยังจับจ้องยัยผีตาแบ๊วสุดน่ารักตรงหน้านิ่งงัน

ราวกับต้องมนต์ประหลาด ทำให้ไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้...

บะ บ้าเอ๊ย! เป็นผีไม่จำเป็นต้องน่ารักขนาดนี้มั้ยวะ!

“...” ผมนิ่งไปจนลืมว่าต้องพูดอะไรสักอย่าง

ก่อนประโยคถัดมาของยัยผีตาแบ๊วจะสั่นคลอนหัวใจที่ปิดตายของผมอีกครั้ง

“มุตาชอบพี่มากๆ เลยนะคะ พี่เจนัส J

เดี๋ยวนะ...

“ชอบ...?” ริมฝีปากขยับทวนคำนั้นโดยอัตโนมัติอย่างเลื่อนลอย

รู้สึกอึ้งไม่น้อยเลยไง...

แน่สิ จู่ๆ ก็ถูกบอกว่า ชอบแถมยังเป็น ชอบพี่มากๆ เจ้าของคำพูดยังมองผมด้วยรอยยิ้มกว้างตาคว่ำเป็นสระอิอย่างน่ารัก 

แบบว่า...สีหน้าสดใส เบิกบานใจ ใสซื่อ และบริสุทธิ์ยังไงก็ไม่รู้ว่ะ 

ถ้านี่เป็นฉากในการ์ตูนอะนิเมะสักเรื่อง ผมคงได้เห็นด้านหลังมุตาเป็นเป็นทุ่งดอกทานตะวันแสนสดใสบานเต็มไปหมดแน่ๆ

เอาจริงๆ ผมก็เคยถูกผู้หญิงมาสารภาพรักไม่น้อยนะ สวยกว่านี้ แซบกว่านี้ก็เยอะ

แต่ไม่รู้ทำไม...

พอเด็กนี่พูดคำว่า ชอบออกมาได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ซ้ำยังฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีแบบนั้น มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนคนถูกน็อกเอ้าท์กลางอากาศ...

หัวใจเต้นแรงมาก มือไม้เย็นเฉียบไปหมดเลย

อาการแบบนี้คือไร? คือมึงตื่นเต้นใช่มั้ยไอ้เจนัส!

“อื้อ! มุตาชอบพี่เจนัส ชอบมากๆๆๆ” หมัดแรกยังเล่นงานก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของผมไม่สาแก่ใจ มุตาถึงได้ขยี้ซ้ำๆ จนมันแทบจะหลุดกระดอนออกจากอกรอมร่อ “ถึงพี่จะเคยไล่มุตา ถึงจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่คนใจดีก็เถอะ”

“...” รูปประโยคง่ายๆ และคนพูดก็ไม่ได้มีความหมายอื่นแฝงเร้น กลับทำให้ผมต้องเบือนหน้าหนีคนที่ส่งยิ้มกว้างมาให้เสียเอง 

จู่ๆ อากาศก็เหมือนจะร้อนขึ้น จนต้องเป่าปากพลางเขย่าคอเสื้อระบายความอึดอัด

ก่อนประโยคต่อมาจะเรียกให้หันกลับมามองเธออีกครั้ง

“แต่มุตาคิดว่าพี่เจนัสน่ะ...ใจดีที่สุดในโลกเลย!

“อ่า...” ผมครางในลำคอเบาๆ ลองคิดดูดีๆ ไอ้ที่เธอบอกว่า ชอบ นั่นน่ะ “ชอบเพราะใจดี...สินะ”

เอิ่ม คือ...ก็ไม่ได้ชอบในความหมายอื่น ถูกม๊ะ?

“อื้อ! แน่นอน ถ้าไม่ใจดี มุตาก็ไม่ชอบหรอก!” ตอบรับแบบหนักแน่น 

ทำให้รู้ว่าก่อนหน้านี้ที่ใจเต้นผิดจังหวะ เพราะหลวมตัวหวั่นไหวกับรอยยิ้มใสซื่อของเธอ และมโนตีความหมายของคำว่าชอบไปเองล้วนๆ!

เวร! ตั้งแต่เจอมุตา ผมก็กลายเป็นผู้ชายขี้มโนสุดๆ เลยว่ะ

สติมั้ยล่ะมึง ไอ้เจนัสเอ๊ยยยย

“แล้ว...ทำไมคิดงั้น?” อย่าให้มุตาได้รู้นะว่าก่อนหน้านี้ผมใจเต้นไปกับคำว่าชอบของเธอเป็นเรื่องเป็นราว พลันถามออกไปด้วยความอยากรู้หน่อยๆ “พี่อาจจะใจร้ายจริงๆ ก็ได้ แค่มุตาไม่รู้หรือยังไม่เคยเห็น”

ก็อย่างที่มุตาบอก...

ก่อนหน้านี้ผมทำไม่ดีกับน้องมันนี่หว่า ทั้งไล่ ทั้งพูดจาไม่ดีใส่ 

บางทีก็คิดว่าเธออาจจะเกลียดผมเข้าให้ด้วยซ้ำ แต่ดันมาบอกว่าชอบ บอกว่าผมใจดีเฉยเลย แถมยังทำหน้าดีใจซะเหมือนเจอพ่อพระมาโปรด

ทั้งๆ ที่ผมก็ยังมี ด้านมืดอีกมากที่เธอยังไม่เห็น...

บางทีถ้าวันไหนมุตาได้เห็นด้านลบเหล่านั้น เธออาจจะไม่พูดว่าผม ใจดีอีกเลยก็ได้

“มุตามั่นใจ พี่เจนัสไม่ได้ใจร้ายหรอก” มุตาอย่างมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง “ถ้าพี่เจนัสเป็นคนใจร้ายจริงๆ พี่คงไม่ขอโทษที่พูดไม่ดี คงไม่ปลอบตอนที่มุตาร้องไห้ คงไม่ช่วยจนวิญญาณมุตากลับมาเป็นเหมือนเดิมแบบนี้ แล้วคนใจร้ายก็คงไม่ตื่นเช้าทุกวัน เพื่อมาใส่บาตรให้วิญญาณเร่ร่อนหรอกค่ะ จริงมั้ยล่ะ?”

J” ผมไม่ได้ตอบรับ แค่ระบายรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

“เพราะงั้น! คนใจดีอย่าไล่มุตาไปอีกน้า~~” แล้วก็เป็นเด็กผีตาแบ๊วที่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอย่างน่ารัก ให้ผมชะงักงันไปวินาทีหนึ่ง  “นะคะ น้าๆๆๆๆ พี่เจนัสสุดหล่อ พี่เจนัสคนดีของมุตา อย่าไล่เค้าน้า~

จะ...ใจสั่นแรงมาก!

ปกติแค่ยิ้มหรืออยู่เฉยๆ มุตาก็ดูน่ารักมากพออยู่แล้ว แต่พอเอี้ยวตัวแล้วประสานมือไว้ พร้อมน้ำเสียงเสียงออดอ้อน สีหน้าน่ารักน่าสงสารก็ยิ่งมีพลังทำลายล้างสูงกว่าปกติไม่รู้กี่เท่า 

ยัยผีตาแบ๊วนี่ไม่ได้รู้ตัวเลยใช่มั้ยว่าตัวเองน่ะน่ารักน่าเอ็นดูมากแค่ไหน ต่อให้ ใจผมยังมีใคร บางคน อยู่ แต่มันก็หวั่นไหวได้เหมือนกันนะเว้ย!

ฉิบ! แล้วเจอแบบนี้จะไปทำอะไรได้วะ นอกจาก...

“จ้า...”

ตอบรับเสียงอ่อนเสียงหวานกลับไปเลยทีเดียว



MUTA’S TALK

ตัวฉันเป็นใคร?

มาจากไหน ร่างของฉันอยู่ที่ไหน?

ทำไมถึงเป็นดวงจิตที่หลุดลอยแบบนี้?

แล้วฉัน...จะกลับไปหาร่างตัวเองเจอได้ยังไงกันนะ?

นี่คือคำถามที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา

นับตั้งแต่รู้ว่าตัวเองได้กลายเป็นแค่วิญญาณไร้ร่างสถิต เป็นแค่ดวงจิตที่หลุดออกจากกายเนื้อ เร่ร่อนล่องลอยไม่ต่างจากสัมภเวสีผีไร้ญาติอย่างไม่ทราบเหตุผล 

ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร มาจากที่ไหน หรือว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง 

ฉันจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อและอายุของตัวเอง

ใช่ ฉันไม่ใช่คนค่ะ เป็นแค่วิญญาณดวงหนึ่งเท่านั้น

แต่ฉันยังไม่ตายนะ! ก่อนหน้านี้จู่ๆ ก็ได้ลงไปนรกเฉยเลย เจอท่านยมฯด้วย แล้วท่านยมบาลเจ้าขาก็บอกว่าฉันแค่...วิญญาณหลุดออกจากร่างเท่านั้น 

ไม่ทันได้ถามอะไรมากกว่านั้น ดวงจิตฉันก็มาโผล่ตรงที่ที่เจอกับพี่เจนัสเฉยเลย 

ตอนนั้นฉันเห็นพี่เจนัสเดินออกมายืนอยู่คนเดียว ท่าทางเขาอารมณ์ไม่ค่อยดี ฉันก็ยืนมองเขาสักพัก ไม่ได้คิดว่าเขาจะรู้สึกตัวหรือมองเห็นฉันหรอก 

เพราะฉันน่ะ...ไม่มีตัวตนในสายตาใครมานานแล้ว

หากทว่า จู่ๆ พี่เจนัสก็หันมาในจุดที่ฉันยืนอยู่ แล้วก็เรียกให้ฉันออกไป

ตอนนั้นฉันทั้งตกใจ ดีใจ และสับสนมากๆ ค่อยๆ โผล่ออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ไม่มั่นใจว่าเขาเห็นฉันหรือมีคนอื่นอยู่บริเวณนี้ แต่มองแล้วก็ไม่เห็นใครนอกจากตัวเอง 

และสายตาคมคู่สวยของพี่เจนัสก็จ้องฉันไม่วางสายตา

ฉันเองก็จ้องเขาเหมือนกันนะ ก็จ้องจนเขารู้สึกรำคาญกระมัง จ้องด้วยความตื่นเต้นและดีใจมาก ค่อยๆ เข้าไปหาใกล้ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาเห็นฉันจริงๆ แล้วพอพี่เจนัสพูดด้วย...

ฉันนี่ฉีกยิ้มกว้างไม่หุบเลย!

ตื่นเต้นและดีใจมากกกกกกก!

รู้มั้ย ไม่เคยมีใครมองเห็นฉันเลย ฉันได้แต่มองคนอื่นที่เดินผ่านไปผ่านมา ไม่มีใครมองเห็นว่าฉันยังอยู่ตรงนี้ มันทั้งเหงา ทั้งเศร้า ทั้งน่ากลัว 

การที่ไม่มีใครมองเห็นฉันมันน่ากลัวมากจริงๆ ซ้ำร้ายก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครอีก

แต่พอพี่เจนัสรู้ว่าฉันไม่ใช่คนอย่างที่เขาคิดเท่านั้นแหละ...

สติแทบแตกแน่ะ!

ท่าทางเขาก็ดูน่ากลัวนะตอนแรก แต่พอเขาพยายามหาทางขับไล่ฉันที่ตามติดเขาไม่ยอมไปไหน ด้วยฉันเองก็เพิ่งเจอคนที่มองเห็นตัวเองครั้งแรกไง เหมือนได้ที่พึ่งพิง มันรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป เลยทำให้ฉันตามติดเขาไม่ไปไหน 

พอมาเจอพี่เจนัสเวอร์ชั่นคัฟเวอร์เป็นจอมขมังเวทย์ ทั้งตลกและดูไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด

พอไล่ฉันไม่สำเร็จ พี่เจนัสก็เลยต้องทำใจยอมให้ฉันตามติดเขาด้วยประการฉะนี้

นี่ก็ผ่านมาได้สักพักแล้วที่ฉันอยู่กับพี่เจนัส ก่อนหน้านี้พี่เจนัสยังไม่ชินกับการที่ต้องมีวิญญาณตามติด เขาดูเครียดไม่น้อย ถึงขั้นออกปากไล่ฉันด้วยคำพูดร้ายกาจเลยด้วย 

ยอมรับว่าตอนนั้นก็แอบน้อยใจและเสียใจ แต่ก็พยายามทำความเข้าใจว่าเรื่องแบบนี้คงไม่มีใครชินกันง่ายๆ ฉันเลยหายไปจากสายตาพี่เจนัสไปหลายวัน

แต่พอไม่กี่วันหลังจากนั้น พี่เจนัสก็เหมือนจะรู้สึกผิดที่พูดไม่ดีใส่ฉัน เขาพยายามเรียกให้ฉันปรากฏตัว ทั้งพูดขอโทษ โดยที่ฉันเองก็อยากให้เขามองเห็น เพราะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น 

จู่ๆ ดวงจิตของฉันก็จืดจางจนพี่เจนัสยังมองไม่เห็น ขนาดฉันยืนอยู่ตรงหน้าเขาแท้ๆ ตอนนั้นฉันกลัวมากว่าตัวเองจะหายไปทั้งอย่างนั้นจริงๆ

แต่สุดท้ายแล้ว...

ฉันก็ได้พี่เจนัสช่วยเอาไว้อีกเช่นเคย

เห็นมั้ย ในความโชคร้ายที่กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนของฉันก็ยังมีความโชคดีอยู่ 

โชคดีที่ฉันมาเจอพี่เจนัสคนนี้ไงล่ะ ฉันน่ะชอบพี่เจนัสมากเลยนะ บางครั้งเขาก็เหมือนจะใจร้าย แต่ก็ร้ายไม่สุดอ่ะ จริงๆ แล้วฉันว่าพี่เขาเป็นคนจิตใจดีมากคนหนึ่ง 

เขาตื่นเช้ามาทำบุญให้ฉันทุกวันเลยล่ะ บางทีฉันก็จิ้มของที่ดูแล้วอย่างกินในหนังสืออาหารด้วย

พี่เจนัสทำให้ฉันรู้สึกว่า...ถ้าอยู่ข้างๆ เขา ฉันจะไม่เป็นอะไร

พรึบ!

“เฮ้ยยยย! มุตา เข้ามาทำไม!!

“แว๊กกกก” ฉันร้องเสียงหลง ตาแทบถลนออกจากเบ้า ตอนได้ยินเสียงพี่เจนัสโวยวาย 

รู้ตัวอีกที ภาพตรงหน้าก็เป็นรูปร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยที่มีหยดน้ำเกาะพรางพราว ยกมือปิดตาแทบไม่ทัน พร้อมๆ กับที่เจ้าของเรือนร่างเปลือยนั่นกระชากผ้าขนหนูมาปิดช่วงล่างหน้าตาตื่นไม่ต่างกัน 

“มุตาขอโทษๆๆ แงงง”

ลนลานวิ่งทะลุประตูห้องน้ำออกมาเลย

ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ 

เมื่อกี้คิดอะไรเพลินๆ อยู่นี่นา ไม่รู้ว่าเดินไปเดินมาตอนไหน ก็ลืมไปว่าตัวเองเป็นผีที่สามารถทะลุกำแพงได้ แล้วก็ดันเดินทะลุเข้าในห้องน้ำเฉยเลย 

แถมพี่เจนัสกำลังอาบน้ำอยู่ด้วย!!

กรี๊ดดดด ภาพมันติดตาอ่ะ ทำไงดี! TOT

แกรก...

ไม่นานพี่เจนัสก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ในสภาพที่เรียกได้ว่ากึ่งอนาจารสุดๆ 

พี่เขาพันผ้าขนหนูสีขาวรอบเอวสอบอย่างหมิ่นเหม่ ท่อนบนเปลือยเปล่าเหมือนเดิม หยดน้ำบนมัดกล้ามสวยพวกนั้นทำให้ฉันไม่กล้ามองอีกต่อไป 

ต้องหันหน้าหนีภาพชวนให้ดวงจิตแตกสลายกลายเป็นโกโก้ครั้นช์อย่างเสียไม่ได้

ฮะ ฮอต! ร้อนแรง และดีงามฝุดๆ ค่า!

หูววว พี่เจนัสของมุตาร้อนดั่งไฟเยอร์เลยยยย

“เพิ่งรู้นะว่านอกจากเป็นผีแล้ว ยังโรคจิตด้วย” เหมือนได้ยินเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอด้วยแหละ ฉันเลยหันกลับมามองพี่เจนัส “เด็กผีโรคจิต สารภาพมาเลยนะ นี่แอบดูพี่อาบน้ำมากี่ครั้งแล้วเนี่ย”

 

 

TBC.



[14/02/60]
กลับมาในวันวาเลนไทน์ มาถึงก็ 'ผ่างงงง!' ยัยผีมุตาเห็นอัลไลลล ไหนบอกพี่ซิลูกกก
ปล1. ช่วงที่มุตายังไม่เข้าร่าง เมนหลักของการดำเนินเรื่องจะเป็นของเจนัสนะคะทุกคนน
ปล2. ปกเจนัสเสร็จนานแล้วนะเออ แต่ด้วยเนื้อหายังไม่เข้าที่เข้าทาง ฉะนั้นก็อ่านในเว็บไปเรื่อยๆ โน๊ะ คงอัพไปสักพักกว่าจะเปิดพรีหนังสือนะคร้าบบบ ขอนกจัดการตัวเองให้พร้อมก่อน

[10/01/60]
มานิดหน่อยก็ไม่มีอะไรจะทอล์ก พยายามกลับมาเขียนให้หลังจากดองไป อารมณ์บางอารมณ์ก็ยังต่อไม่ติด นี่สั่งวาดปกกดดันตัวเองไปแล้วด้วยนะ เดี๋ยวรู้เลยยยยยยยยยย

[16/12/59]
กลับมาแล้วคะทุกคนนนน T.T ขออภัยที่ดองไปหนึ่งเดือนนะคะ ช่วงก่อนนกหยุดเขียนไปเพราะเขียนไม่ได้ แล้วพอจะกลับมาเขียนต่อก็เลยต่อยาก ใช้เวลานานนิดนึง แต่ตอนนี้จะเริ่มกลับมาเขียนเหมือนเดิมแล้วค่ะ คิดว่าน่าจะต่อได้แล้ว วันนี้มาอัพทดลองคัมแบ็คคคค มีใครอยู่มั้ยยยยย

[17/11/59]
มีความอึดอัดบอกไม่ถูกค่ะ มันอึดอัดตามพี่เจนัสของมุตาที่อยากจะกอดปลอบน้อง อยากจะโอ๋ๆ แต่ก็ทำได้แต่พูดปลอบใจ ไม่สามารถส่งผ่านความห่วงใยทางภาษากายได้ กรี๊ดดด ฉันอึดอัดดดด 55555

ADD FAN

VOTE ME

:: contact me ::
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

991 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #403 JirapornOil (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:34
    สู้ๆนะคะไรท์ รออ่านวนไปค่ะ
    #403
    0
  2. #402 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:16
    ตั้งใจก็บอกเหอะมุตา  แหมมม
    #402
    0
  3. #401 E'air Kcn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:24
    ไรท์. อยากอ่านต่อ ชอบเจนัส ที่สุดเเล้วววววววววววววว
    #401
    0
  4. #400 Surisa Inthasin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 20:25
    ไม่ออยากจะอ่านตอนมุตากลับเข้าร่างเลยอ่ะ กลัวว่ามันจะดร่าม่ามากกกกกก ก.ไก่ล้านตัว
    #400
    0
  5. #399 anmka_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 13:54
    รอค่าาาาาาา
    #399
    0
  6. #397 IMCHOAON (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 20:02
    อัพต่อเร็วๆน่ค่าบบ
    #397
    0
  7. #396 Toeyy' (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 17:35
    เจนัสน่ารักกก มีใจสั่นด้วย5555555
    #396
    0
  8. #395 @diamond (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:41
    อัพต่อเร็วๆน้า
    #395
    0
  9. #394 sasimasar4 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:42
    เย้ยยย คิดถึงมุตาพี่เจนัสหนักมากกกกก
    #394
    0
  10. #393 Phimraput Ulek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:15
    คิดถึงงมุตาหนักกมากกกก
    #393
    0
  11. #392 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 08:19
    แอบหวั่นไหวนะเจนัส
    #392
    0
  12. #391 kruemee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 07:57
    มาแล้ว ดีใจที่ไร้ท์กลับมาค่ะ ยังรอเสมอนะคร้า
    #391
    0
  13. #390 JirapornOil (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 06:44
    รอคอยมานานแสนนาน คิดถึงไรท์ที่สุด
    #390
    0
  14. #389 Creamy123 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 04:53
    มาแย้ววว เย้ๆ
    #389
    0
  15. #387 JirapornOil (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 11:22
    รอค่าาาา
    #387
    0
  16. #386 น้ำตาลสายไหม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 21:00
    รอค่าาาา
    #386
    0
  17. #385 kruemee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 15:13
    รอตลอดนะคะ ไร้ท์สู้ๆๆๆ
    #385
    0
  18. #384 @diamond (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 19:40
    เย้ กลับมาแล้วว อย่าหายไปนานอีกน้า
    #384
    0
  19. #383 ♣Red_Queen♞ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 19:37
    คิดถึงงงงงง
    #383
    0
  20. #382 ♣Red_Queen♞ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 19:37
    ไม่ได้เข้ามาอ่านนานมาก
    #382
    0
  21. #381 sangbombeast (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 07:05
    คิดถึงมากกกกกกกก
    #381
    0
  22. #380 Phimraput Ulek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 23:32
    อร้ายยยยยอยากเห็นตอนนางเข้าร่างแล้ววว
    #380
    0
  23. #379 ป้ามีเฮ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 19:45
    มีความละมุน...แต่ก็แฝงไปด้วยความเศร้า
    #379
    0
  24. #378 Pvl6ic (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 09:20
    โอ้ว เขิลล
    #378
    0
  25. #377 RattanaponBeer (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 08:39
    รอจ้าาา
    #377
    0