「END」SINFUL PHANTOM สัมผัสรักร้าย ลวงหัวใจ [Vol.3]

ตอนที่ 5 : PHANTOM :: CHAPTER 4 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    3 พ.ย. 59

หมายเหตุ: เรื่องนี้ยังเป็นแนว 18+ ในเซ็ต SINFUL เช่นเดิมนะจ๊ะ ถึงจะเห็นเริ่มเรื่องมาคอมเมดี้ขนาดนี้ก็เถอะ 5555 แต่นางเอกไม่ได้ตายนะเออ แค่วิญญาณหลุดจากร่างค่ะ พาร์ทหลักของเรื่องแบ่งเป็นสองพาร์ท คือพาร์ทวิญญาณกับตอนที่วิญญาณเข้าร่างนางเอกแล้ว ฉะนั้นรอการคอนเน็กชั่นค่ะ 555




“ตะ แต่ท่านยมฯบอกว่าฉันยังไม่ถึงที่ตายนะคะ!

“...” เมื่อกี้พูดไรวะ อะไรยมๆ นะ?

“ท่านยมบาลบอกว่า ฉันแค่...แค่จิตหลุดออกจากร่างเฉยๆ ไม่ได้ตายสักหน่อย”

เชรดดดดดด! ผมนี่ถึงกับตกใจแรงมาก

“อะไรนะ! ยมบาล!!” เบิกตากว้างมองยัยผีตาแบ๊วแบบไม่อยากจะเชื่อรูหูตัวเอง นี่...นี่ถึงขั้นไปเจอยมบาลมาแล้วด้วยเหรอวะ เฮ้ย! ผีตนเดียวยังไม่พอใช่ปะ นี่ยังมีภพอื่นมิติอื่นมาเกี่ยวข้องอีก

เชี่ยยย! ผมกำลังเจอกับอะไรวะครับ WTF?!

“อื้อ! ท่านยมฯบอกว่าฉันแค่วิญญาณหลุดออกจากร่างค่ะ” 

มุตาหยักหน้าหงึกหงักแรงๆ สำทับคำพูด ราวกับกลัวว่าผมจะไม่เชื่อเธอยังไงยังงั้น แถมยังบอกอีกว่าเธอแค่วิญญาณออกจากร่างยังไม่คราวตายอีกแน่ะ

เดี๋ยวนะ! คือผมควรตกใจเรื่องไหนก่อนดีวะ?

เรื่องยมบาล หรือเรื่องมุตายังไม่ตายแค่วิญญาณออกจากร่าง?

โอ้โห! อะเมซิ่ง ชุดใหญ่ไฟกะพริบมากครับขอบอก!

“เอิ่ม...” 

พูดไม่ออกบอกไม่ถูก กะพริบตาปริบๆ อ้าปากพะงาบเหมือนปลาเกยน้ำตื้น สีหน้าตอนนี้คงดูเหมือนคนโง่เง่าบอกเลยเถอะครับ 

“แล้วๆๆๆๆ เอ่อ...ท่านยมฯหน้าตาเป็นไง เฮ้ย ไม่ใช่สิ! คือท่านยมฯได้บอกไหมว่าต้องทำยังไงให้วิญญาณเธอกลับเข้าร่าง แบบว่า...เหมือนในหนังที่ต้องตามหาร่างเธองี้เปล่าวะ?”

เกือบออกนอกทะเล เสือกมีความอยากรู้ถึงหน้าตายมบาลไปอีกครับ ดีนะดึงตัวเองกลับมาทัน เกือบหลงประเด็น เพราะที่สำคัญคือเรื่องของเด็กคนนี้ต่างหาก 

แบบนี้น่าจะไม่ยาก คิดว่าท่านยมฯคงบอกอะไรมาบ้างแหละ

“อื้อๆ!” 

เป็นอีกครั้งที่มุตาพยักหน้าแรงๆ ดวงตากลมโตฉายรอยคล้ายกับกำลังตื่นเต้นที่ได้พูดคุยเรื่องนี้กับผม ราวกับเธอรอให้ใครสักคนรับฟังมานานยังไงยังงั้น 

คือ...เก็บอาการดีใจไว้ใช้ตอนได้กลับเข้าร่างบ้างดีไหม

ไอ้สีหน้าแบบนั้นน่ะ...

มันน่ารักเกินหน้าเกินตาสถานะผีๆ ของน้องมากครับ!

ฮึ่ย! หมั่นเขี้ยวฉิบหายเลย

“แล้วได้ถามหรือเปล่าว่าร่างเธออยู่ที่ไหน?” 

ได้เจอยมบาลมาขนาดนี้ อย่างน้อยก็ต้องบอกได้แหละว่ากายหยาบของเด็กคนนี้อยู่ที่ไหน 

เพราะงั้นรีบเลย รีบบอกมา เดี๋ยวพี่จะพาน้องไปส่งคืนร่างจริงเอง!

อารมณ์เหมือนเจอเด็กหลงทางในสวนสนุกแล้วต้องพาไปส่งที่ประชาสัมพันธ์ไงก็ไม่รู้ว่ะ

ทว่า คำตอบของยัยผีตาแบ๊วก็ทำให้ผมชะงักความดีใจฉับพลัน

“ตะ ตอนกำลังจะถาม จู่ๆ ฉันก็มาโผล่ตรงที่คุณเจอนั่นแหละค่ะ กะ ก็เลย...ไม่ทันได้ถามน่ะค่ะ” 

มุตาบอกเสียงเบา สีหน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด แล้วก็ก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเอง ไหล่ของเธอสั่นน้อยๆ อย่างน่าสงสาร

“กลับไปถามให้รู้เรื่องอีกไม่ได้เหรอ?”

“ฉัน...ไม่รู้วิธีไปหรอก...” มุตาบอกพลางส่ายหน้าไปมา ทำให้หัวใจที่เบิกบานของผมก่อนหน้าห่อเหี่ยวลงกว่าเดิม ราวกับความหวังสุดท้ายมันไม่มีทางเป็นไปได้ “ตอนนั้น...อยู่ดีๆ ก็โผล่ไปนรกเองซะเฉยๆ”

แฟนตาซี...นี่แม่งโคตรแฟนตาซีฉิบหาย!

เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าผมยังอยู่ในโลกมนุษย์อยู่ไหม หรือตัวเองหลุดเข้ามาในหนังสือแห่งความทรงจำเหมือนอย่างในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ซะแล้ว 

เอ๊ะ! หรือผมกำลังเป็นหนึ่งในนักแสดงละครเรื่องแนวจักรๆ วงศ์ๆ หรือเปล่าวะ?

เครียด...เห็นแบบนี้ผมกำลังเครียดมากนะครับ

ไม่อยากเชื่อว่าทั้งหมดนี่จะเป็นเรื่องจริง ไม่อยากเชื่อว่าผมกำลังพูดคุยกับผีแบบเป็นเรื่องเป็นราว ประหนึ่งสวมบทเป็นคุณริวจิตสัมผัสในรายการคนอวดผียังไงยังงั้น 

ใครเข้ามาเห็นผมพูดคนเดียวคงผมเป็นบ้าหรือไม่ก็ประสาทหลอนแน่ๆ แม่งเอ๊ย! แล้วจะให้ทำยังไงวะทีนี้ ช่วงศูนย์บรรเทาทุกข์ผีโดยเจนัสจิตสัมผัส...ล่มไม่เป็นท่าเลย!

ผมว่ามาทางนี้แม่งไม่เวิร์กว่ะ ไม่เวิร์กจริงๆ

ไสยศาสตร์ไม่ใช่ทางของไอ้เจนัสคนนี้เลยโว้ยยยย!

 


ตอนนี้รู้แล้วว่ามุตาไม่ได้ตายอย่างที่คิด...

เธอวิญญาณหลุดจากร่างด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างที่มนุษย์อย่างเราก็ไม่อาจทราบได้ หรือแม้แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนแบบนั้น 

แต่เรารู้แล้วว่าถ้าหากหาร่างมุตาเจอก็จะสามารถทำให้เธอกลับเข้าร่างได้ แต่นั่นแหละประเด็น...คือกายหยาบของเด็กนี่อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แถมเธอก็ไม่มีความจำอะไรติดตัวอีก

บอกเลยว่ายาก! จะให้ผมช่วยเธอเนี่ยยากมาก!!

มันเหมือนเรางมเข็มในมหาสมุทรเลยไง ไม่มีเบาะแส ไม่มีอะไรที่พอจะสืบสาวได้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน 

หนำซ้ำยังมีผมแค่คนเดียวที่เห็นผีเด็กตาแบ๊วๆ คนนี้เท่านั้นอีก

และแน่นอน...ตอนนี้มุตาตามติดผมยิ่งกว่าเดิมด้วยเถอะ!

ตอนนี้ก็เข้าหนึ่งอาทิตย์เต็มแล้ว หลังจากที่เราเริ่มคุยกันในวันนั้น ซึ่งมันกลายเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ตอนนี้ผมเป็นคนที่มีวิญญาณผีเด็กหน้าแบ๊วเดินวนเวียนไปด้วยทุกที่ 

ผมเองก็พยายามทำใจให้ชินและทำความเข้าใจอยู่อ่ะนะ แต่ไอ้การมีวิญญาณที่เธอทะลุผ่านคนโน้นคนนี้มาเดินอยู่ข้างๆ ตลอด มันก็มีบ้างที่ผมผวาแล้วทำสีหน้าแปลกๆ

ยิ่งตอนอยู่มหาลัย บอกเลยว่านรกของจริง!

คิดดูแล้วกัน ไม่ว่าผมจะไปไหนก็มีมุตาตามติด

ยัยผีตาแบ๊วนี่ก็เหมือนผีเก็บกดอะไรเบอร์นั้นก็ไม่รู้นะครับ คือพยายามชวนผมคุยตลอดเวลา พอออกมานอกคอนโดเห็นนั่นเห็นนี่ก็ชี้โบ้ชี้เบ้แล้วถามเจื้อยแจ้ว 

ประหนึ่งว่ามีเด็กวัยกำลังเรียนรู้และช่างถามมาด้วยก็ไม่ปาน 

ผมก็พยายามจะไม่ตอบเวลาอยู่ข้างนอกไง แต่พอถูกเซ้าซี้มากๆ ก็มีเผลอตอบเผลอตวาดด้วยความรำคาญบ้างอะไรบ้างเว้ย 

แล้วสิ่งที่ได้รับกลับมาคืออะไรรู้ไหม?

ก็สายตาแปลกๆ จากคนรอบข้างไง!

ตอนนี้ทั้งไอ้โป๊ยเซียนไอ้อั่งเปาแม่งกำลังคิดว่าผมเป็นบ้า เพราะเห็นผมพูดคนเดียวบ่อยๆ คนไม่ใช่แค่มันสองคน คนอื่นๆ ในชั้นเรียนก็เหมือนกัน 

พวกเขาเริ่มมองผมด้วยสายตาแปลกๆ จนน่าอึดอัด

ทำให้ตอนนี้ผมมักจะปลีกวิเวกมาอยู่คนเดียวอย่างช่วยไม่ได้...

“พี่เจนัสๆๆๆ มุตาอยากกินไอ้นี่อ่า...” 

คิดอะไรเพลินๆ เสียงเจื้อยแจ้วก็ดังขึ้นระหว่างที่ผมกำลังนั่งทำรายงานอยู่ที่ห้องสมุดของมหาลัย เงยหน้าขึ้นมองผีที่นั่งฝั่งตรงข้าม 

เธอก็ชี้ที่รูปอาหารในนิตยสารที่ว่างอยู่ตรงหน้าเธอให้ผมดู 

ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง 

“เนี่ยๆๆๆ พรุ่งนี้ทำบุญให้ด้วยนะคะ”

ครับ...การ อยู่ร่วมกับผีมาหนึ่งอาทิตย์ทำให้มีพัฒนาการอะไรหลายอย่าง

อย่างเช่น เมื่อเธอรู้ว่าผมอายุมากกว่าก็เปลี่ยนสรรพนามจากคุณมาเป็นเรียกว่า พี่เจนัสแล้วก็แทนตัวเองด้วยชื่ออย่างที่ได้ยิน น้ำเสียงก็มีชีวิตชีวาขึ้นจากตอนที่เจอวันแรก แววตาก็มีประกายมากขึ้น ไม่ค่อยดูหม่นหมองหรือเหงาหงอยเหมือนลูกหมาถูกทิ้ง 

แล้วนี่...ถึงขั้นเรียกร้องให้ผมทำบุญอันนั้นอันนี้ที่อยากกินให้แล้วด้วย

ปกติเห็นแต่คนเลี้ยงสัตว์เนอะ หมาแมวกระต่าย หรือจะเลี้ยงต้อยก็ว่ากันไป...

ผมแม่งคงเป็นไม่กี่คนบนโลกที่ เลี้ยงผีล่ะมั้ง 

หรือไม่ก็เป็นคนเดียวในโลกนี่แหละ!

“...” ผมไม่ได้ตอบ แค่พยักหน้าแบบขอไปที แล้วก้มลงสนใจหนังสือตรงหน้าต่อ

หากทว่า

“พี่เจนัสๆๆ” เสียงหวานๆ เล็กๆ ก็เรียกชื่อผมอีกอย่างกระตือรือร้น 

ทำให้ผมเงยหน้ามองมุตาอีกครั้ง เธอยื่นหน้ามาเกือบครึ่งโต๊ะ ดวงตากลมโตหลุกหลิก เอามือป้องปากแล้วกระซิบพูดเสียงเบา 

“ผู้หญิงโต๊ะนั้นมองพี่ใหญ่เลยค่ะ”

ว่าแล้วก็บุ้ยปากไปทางโต๊ะที่มีนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ 

ผมก็มองตามนะ เห็นสาวๆ โต๊ะนั้นยิ้มหวานให้ ทว่าผมก็แค่หันหน้ากลับมา ไม่ได้ยิ้มตอบหรืออะไรทั้งนั้น ตอนนี้เริ่มคีพลุคได้นิดหน่อย กลับมาเป็นไอ้เจนัสนิ่งๆ เฉยๆ ออกแนวเย็นชานิดๆ เหมือนเดิมแล้ว 

แต่ก็มีที่หลุดพูดกับมุตาจนคนอื่นหาว่าพูดคนเดียวอย่างที่บอก

พอหันกลับมาก็เจอมุตาที่ยังยื่นหน้าเอามือป้องปาก ทำตาโตๆ แบบตื่นเต้นอยู่ในท่าเดิม มองแล้วก็อดจะหลุดยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้ 

ยัยนี่อาจจะลืมไปแล้วมั้งว่าตัวเองเป็นผีและไม่มีใครมองเห็นหรือได้ยินเธอนอกจากผม

แล้วจะกระซิบกระซาบทำเพื่อ?!

“ติ๊งต๊อง” 

ผมพูดกับตัวเองเบาๆ พลางส่ายหน้าให้กับภาพที่เห็น

“พี่ว่าผู้หญิงคนนั้นติ๊งต๊องเหรอคะ?” มุตาเอียงคอถาม 

ตากลมโตนั่นเต็มไปด้วยความสงสัย ผมมองสีหน้าไม่เข้าใจของยัยผีตาแบ๊วแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างเอ็นดู 

ไร้เดียงสาจนไม่รู้จะหาคำไหนมาจำกัดความดีเลยแฮะ

“เธอนั่นแหละ”

“เอ้า! อยู่ดีๆ มาว่ามุตาทำไมอ่ะ คนเค้าอุตส่าห์บอกว่ามีคนแอบมองแท้ๆ” 

ผีเด็กตรงหน้าดึงตัวกลับไปนั่งหลังตรง ยกมือกอดอกทำหน้าง้ำหน้างอแล้วสะบัดหันไปทางอื่นบ่งบอกว่ากำลัง งอนที่ผมว่าเธอติ๊งต๊อง

“เธอเป็นผี ไม่ใช่คน นี่ลืม?” 

เห็นพองแก้มทำปากยู่เหมือนปลาทองเลยอดแหย่ไม่ได้

“พี่เจนัส!” ยัยผีเด็กน้อยก็หันมาแหวผมเสียงหลง

“หึๆ” ท่าทางเอาเรื่องที่ไม่ได้น่ากลัวสักนิดของมุตาทำให้ผมเผลอหัวเราะในลำคอ พลางส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางนิตยสารอาหารที่กางอยู่บนโต๊ะ “เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาไอ้นั่นใส่บาตรให้ พอใจยัง?”

นี่เรียกว่า ง้อแล้วนะครับ บอกเลย

จบคำพูดผม ผีขี้งอนก็สะบัดหน้ากลับมามองผมแทบจะทันทีทันใด

ขวับ!

“จริงนะ!” 

ทำหน้าตาดีใจยิ้มแป้นเหมือนเด็กกำลังจะได้ของเล่นที่อยากได้ไม่มีผิด ต้องยอมรับว่าตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาผมเริ่มปรับตัวได้บ้าง ดูๆ ไปแล้วมุตาก็น่ารักจริงๆ นั่นแหละ 

มองกี่ครั้งก็รู้สึก...เอ็นดู

แต่ผมก็เสือกลืมไปว่าตัวเองนั่งอยู่ในห้องสมุดที่เงียบมากๆ ดังนั้นแม้ผมจะไม่ได้พูดเสียงดัง แต่ระดับเสียงและท่าทางก็ทำให้คนอื่นสังเกตเห็นได้ง่ายอยู่ดี 

พอหันไปมองรอบตัวก็พบกับสายตาของนักศึกษาคนอื่นที่มองมาแปลกๆ สายตาที่แสดงออกว่าเคลือบแคลงหรือไม่ก็เห็นใจห่าเหวอะไรสักอย่าง

ประเด็นคือ...ผู้หญิงที่มองผมตอนแรกหันไปซุบซิบกัน แต่ผมดันได้ยิน!

“ฉันว่ารุ่นพี่เจนัสแปลกๆ แล้วอ่ะแก”

“นั่นสิ พูดคนเดียวด้วยว่ะ”

“เออ อย่าไปยุ่งด้วยดีกว่า เขาอาจจะเป็นบ้าก็ได้นะ”

ชิท! กูไม่ได้เป็นบ้า กูแค่คุยกับผีโว้ยยยยย!

เชื่อเถอะ ผมโคตรอยากจะตะโกนบอกทุกคนที่เอาแต่มองมาด้วยสายตาเหมือนผมเป็นตัวประหลาด หนำซ้ำยังนินทากันชนิดเผาขนแบบได้ยินเต็มสองรูหู 

อาจเพราะในห้องสมุดมันเงียบด้วยมั้ง 

แต่สิ่งที่ทำได้คือถอนหายใจระบายความหงุดหงิด ปิดหนังสือบนโต๊ะแล้วหยิบมันเดินตรงไปหาบรรณารักษ์เพื่อทำการยืมหนังสือ

คิดว่าห้องสมุดจะเป็นที่ที่สงบที่สุดในมหาลัยแล้วนะ แต่ก็ยังไม่วาย...

ไม่รู้จะโทษมุตา ตัวเอง หรือคนที่มองมาดีเลย

“จะไปไหนเรียนแล้วเหรอคะ?” 

ยัยผีตัวปัญหาที่เดินวนเวียนล้อมหน้าล้อมหลังเอี้ยวตัวมาถาม 

ขณะสองเท้ากำลังเดินตรงกลับไปที่ตึกคณะ อีกยี่สิบนาทีก็จะได้เวลาเข้าเรียนแล้ว ผมว่าจะไปนั่งกับพวกเพื่อนๆ สักหน่อย

อ้อ ไอ้ไม้เอกก็มาเรียนได้หลายวันแล้วด้วยนะครับ มาทั้งเฝือกนั่นแหละ

นั่นไง ผมเห็นพวกมันกำลังนั่งรวมหัวกันอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ตึกคณะ ดูเหมือนกำลังคุยอะไรกันสักอย่าง แต่ละคนทำสีหน้าเคร่งเครียดด้วย 

โดยเฉพาะไม้เอก หัวคิ้วมันขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปมอยู่แล้ว

ยิ่งเดินเข้ามาใกล้ก็ยิ่งได้ยินบทสนทนาชัดขึ้นเรื่อยๆ

“นี่มันยังไม่เลิกเพ้อถึงเรื่องนั้นอีก?”

“เออดิ เพื่อนมึงอาการหนักขึ้นทุกวันๆ แล้วนะเว้ย ไอ้เอก”

“พวกมึงว่า...เราควรพามันไปเช็คสมองที่โรงพยาบาลหน่อยดีปะวะ กูล่ะเป็นห่วงแม่งจริงๆ”

“กูเห็นด้วยกับไอ้เปา แล้วมึงว่าไงวะ ไอ้เอก?” คำพูดของโป๊ยเซียนทำให้ผมหยุดนิ่ง “มึงเองก็บอกว่าที่มันเกิดอุบัติเหตุจนทำมึงแขนหักก็เพราะบอกว่าเห็นผีอะไรนั่นไม่ใช่เหรอวะ ไอ้เจแม่งแอบเล่นยาจนประสาทหลอนเปล่า”

“นั่นสิ ก่อนหน้านี้เห็นมันเฮิร์ตเรื่องผู้หญิงหนักเลยนี่ ถึงมึงจะไม่บอกกูกับไอ้เซียนก็เถอะว่าผู้หญิงที่ทำให้ไอ้เจนัสมันเฮิร์ตหนักเป็นใคร แต่มึงไม่คิดเหรอว่าไอ้เจมันอาจจะเสียใจหนักจนหันไปเสพยา ไม่งั้นมันจะหลอนได้ไง?”

“...” ไอ้ไม้เอกนั่งนิ่งฟังไอ้โป๊ยเซียนกับไอ้อั่งเปาตั้งข้อสันนิฐาน

“...” ส่วนผมก็ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม 

มองเพื่อนสนิททั้งสามคนกำลังคุยกันเสียงเครียดเหมือนสีหน้า หัวข้อนั้นก็เป็นเรื่องของผมนี่เอง เรื่องที่ผมสะสมความหงุดหงิดเอาไว้ตลอดทั้งอาทิตย์

ตอนนี้จากการเพ้อเจ้อ เป็นบ้า 

ลามไปถึงขนาดคิดว่าผมประสาทหลอนจากการเสพยาแล้ว

ก็ใช่ ก่อนหน้านี้ผม อกหักจนเสียหลักไปนาน แต่ก็ไม่ได้คิดสั้นถึงขั้นทิ้งอนาคตด้วยการหันไปเสพยา พวกมันก็เป็นเพื่อนผมมานานแล้วเปล่าวะ ทำเหมือนไม่รู้นิสัยกันไปได้ 

ก็เข้าใจนะว่าพวกมันเป็นห่วงผมแหละถึงได้เครียด

แต่แม่ง! ยอมรับเลยว่าตอนนี้ไม่สบอารมณ์เหี้ยๆ

ถ้าเดินเข้าไปหาคงได้ใส่อารมณ์จนทะเลาะกันพวกมันแน่ๆ ผมเลยตัดสินใจหมุนตัวกลับหลังหัน เปลี่ยนเป็นเดินตรงไปยังทางขึ้นตึกแทน 

แม้อีกไม่ถึงยี่สิบนาทีผมก็ต้องเจอพวกมันได้ห้องเรียนก็ตาม

อันที่จริง ตลอดทางที่เดินมาจากหอสมุดก็มีสายตาหลายคู่มองมา คงไม่ต้องให้บอกมั้งว่านักศึกษาคนอื่นมองผมด้วยสายตาแบบไหน 

มันมีข่าวลือแปลกๆ กระจายเป็นวงกว้างได้หลายวันแล้วล่ะ

ในระยะเวลาสั้นๆ แต่ข่าวลือกลับกระจายเป็นไวรัลไปทั่ว

“พี่เจนัสเป็นอะไรไปเหรอ?” มุตายังเดินตามผมมาเหมือนเดิม

“...” ผมเงียบ ย่ำเท้าเดินต่อ ไม่แม้แต่จะแลมองมุตาด้วยซ้ำ

“พี่โกรธที่เพื่อนพี่พูดแบบนั้นใช่ไหม?” 

คำถามจี้ใจดำหยุดฝีเท้าผมลงตรงมุมอับที่ไม่ค่อยมีใครเดินผ่านไปผ่านมา ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับมุตาที่เดินตามหลังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม 

“พี่...”

มุตาทำเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ผมก็พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังเสียก่อน

“ต่อไปนี้ห้ามเธอเข้าไปวุ่นวายในคลาสเรียนฉันอีก”

“...”

“ถ้าเป็นไปได้...อย่าตามมามหาลัยเลยจะดีกว่า”

ผมไม่ชอบสายตาที่คนอื่นมองมา...

ถูกมองเหมือนตัวประหลาด เหมือนคนบ้า ใครแม่งจะชอบวะถาม

“ทำไม...” มุตาถามอย่างไม่เข้าใจ “ยังไงก็ไม่มีใครเห็นมุตานอกจากพี่เจนัสอยู่ดีนี่นา”

แล้วสุดท้าย 

ความเครียดที่สะสมมาตลอดอาทิตย์ก็ทำให้ผมระเบิดอารมณ์ใส่เธอจนได้

“ก็เพราะว่ามีแต่ฉันคนเดียวที่เห็นเธอไงวะ คนอื่นถึงได้ทำเหมือนฉันเป็นบ้าแบบนี้!!

“เฮือก!” ร่างเล็กตรงหน้าสะดุ้งเฮือกกับน้ำคำใส่อารมณ์รุนแรงของผม 

มุตาช้อนสายตาสั่นๆ ขึ้นมอง พลางเม้มปากแน่น ดวงตากลมโตรื้นด้วยน้ำตาราวกับสั่งได้ ถึงจะดูน่าสงสาร แต่ผมก็ทำแค่แค่นยิ้มสมเพชออกมา

สมเพชตัวเองนี่แหละ ไม่ใช่ใคร...

“ตลอดทั้งอาทิตย์ที่เธอตามติดฉันไปทุกที่ เอาแต่ทำท่าทางดีใจเหมือนได้โลกทั้งใบกลับคืนมา แต่เธอรู้ไหมว่ากำลังทำให้โลกของฉันมันแปลกแยก!” 

ผมห้ามอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาไม่ได้ ความเครียด แรงกดดัน สายตาแปลกๆ จากคนที่รู้จักผม หรือแม้แต่เพื่อนสนิทเองก็ตาม แม้จะทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่มันก็อดที่จะคิดไม่ได้อยู่ดี

ทำไมต้องเป็นผมที่มองเห็นเด็กนี่...

ทำไมถึงเป็นผมที่ต้องทนกับสายตาพวกนั้น

ต่อให้ไม่อยากเก็บมันมาใส่ใจ แต่พอเจอแบบเดิมทุกๆ วัน คิดว่าผมสะสมความเครียดไว้เท่าไหร่กันล่ะ ผมไม่พูด ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกเครียดสักหน่อย 

ต่อให้บอกคนอื่นว่าผมกำลังเผชิญอยู่กับอะไร...ใครแม่งจะเชื่อ

ขนาดไอ้ไม้เอก...ยังคิดว่าผมบ้า ไม่ก็อัพยาจนหลอนเลย เหอะ!

“พะ พี่เจนัส...” 

มุตาเรียกชื่อผมเสียงสั่น หน้าเสียไปตั้งแต่ผมตะคอกใส่เสียงดังด้วยซ้ำ

“ฉันก็แค่คนธรรมดาไงมุตา...ไม่ใช่พ่อพระ ไม่ได้ใจดีอย่างที่เธอเข้าใจด้วย” 

การที่ผมยอมคุยหรือทำเหมือนชินที่มีวิญญาณวนเวียนรอบตัว อาจทำให้เธอคิดว่าผมใจดี ดูเป็นคนดี น่าพึ่งพา ความจริงมันไม่ใช่... 

“มีเธอตามติดแค่อาทิตย์เดียวยังขนาดนี้ แล้วต่อไปฉันจะได้รับสายตาแบบไหนจากคนอื่นอีกวะ ฉันว่า...แม่งไม่ไหวหรอก”

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเริ่มจากการจำใจและจำยอมมาตั้งแต่ต้นต่างหาก

ถ้าเลือกได้...ผมอยากให้เธอหายไปด้วยซ้ำ

“พี่เจ...”

“ผีกับคน...ยังไงก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ ช่วยเลิกตามฉันสักทีเถอะ มุตา”

 

 

 


TO BE CON'



[02/11/59]
นุ้งเจนัสมาแล้ว คิดถึงกันมั้ยยยย หูยยย แค่อาทิตย์เดียวก็ไม่ไหวแล้วเหรอ เง้อออ สงสารใครดี เจนัสหรือหนูมุตาดีอ่าาาาา เข้าใจว่าเจนัสก็เครียด คนเราถ้าถูกสังคมมองเหมือนตัวประหลาด ต่อให้ทำเป็นโนสนโนแคร์ยังไงลึกๆ ในใจก็ต้องเก็บมาคิดอยู่ดีแหละ มาสะสมๆ เข้าก็ทนไม่ไหวไง งื้ออออ

[27/10/59]
หายไปหลายวัน เค้าลืมมมม ขอโทษษษ ช่วงนี้มีหลายเรื่องอยากเขียน 555 ขอโทษค่ะ โอ๋ๆ ไม่โกรธนะเออ เสพความบันเทิงของเจนัสดีกว่า เค้าเริ่มจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้วค่ะ เริ่มมีความพัฒนา! อิๆ
ฝากเม้นต์หรือโหวตด้วยเนอะ ขอบคุณสำหรับคนที่รอกันน้าาาา

ADD FAN

VOTE ME

:: contact me ::
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

991 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #468 tigersweet (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 06:52
    ทำตัวเปรียบเสมือนว่าตัวเองเป็นนางเอก
    #468
    0
  2. #467 tigersweet (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 06:52
    โหดร้ายย แง้
    #467
    0
  3. #301 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 13:22
    มาแว้ววว
    #301
    0
  4. #295 Nonghomexo-l (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 17:38
    ดีใจอะ อัพแล้วววว
    #295
    0
  5. #294 Dok11 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 06:16
    ไลน์ด์สู้ๆๆๆๆ. มาต่อไวๆๆๆ
    #294
    0
  6. #293 Creamy123 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 01:50
    เข้าใจทั้ง เราทีมใครดีเนี่ยยยยย
    #293
    0
  7. #291 Numwa_69 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 15:50
    555ใตนๆก็ว่าเจนัสบ้าา
    #291
    0
  8. #290 Pvl6ic (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 00:19
    ใครๆ ก็ไม่เข้าใจเจนัสกรอกจ้า 5555
    #290
    0
  9. #289 Phimraput Ulek (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 22:48
    มีความเอ็นดูโอ้ยยยนั้ลร้ากกกก^^
    #289
    0
  10. #288 Nonghomexo-l (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 20:22
    เย้อัพแล้ว:)
    #288
    0
  11. #287 Creamy123 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 18:39
    โอ้ยยยยย กลัวเดี๋ยววกลางๆเรื่องจะดราม่าาา มีดราม่าหนักหน่วงมั้ยยขาาาไรทท์
    #287
    1
    • #287-1 `•Noknk }*지용(จากตอนที่ 5)
      27 ตุลาคม 2559 / 20:34
      อยากให้รอลุ้นนนน ดราม่าก็มีอ่ะแหละ แต่หนักมั้ยยังบอกไม่ได้ 555555555
      #287-1
  12. #286 peepee apin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 10:57
    โอ้ยยย ฮาไม่ไหวแล้ววว 55555
    #286
    0
  13. #285 kruemee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 08:45
    ถ้ากลับเข้าร่างได้ จะยังจำเจนัสได้ไหมอ่ะ??
    #285
    1
    • #285-1 `•Noknk }*지용(จากตอนที่ 5)
      27 ตุลาคม 2559 / 20:34
      ลองเดาดูววววววว
      #285-1
  14. #284 kruemee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 08:39
    เจนัสน่ารัก มุตาก็ต๊องๆๆ 555555
    #284
    0
  15. #283 Dok11 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 06:58
    เมื่อไหร่จะกลับเข้าร่างงงงง. รอออออออออยู่น้าาาาาา
    #283
    0
  16. #282 Kanita Raekprakhon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 00:50
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมอยากอ่านล้าวววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
    #282
    0
  17. #279 Nonghomexo-l (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 17:17
    เจิมมมมมมม
    #279
    0
  18. #278 2110254114p (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 07:11
    เจิมมมมมมมมมม
    #278
    0
  19. #277 @diamond (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 23:24
    เจิมมมม
    #277
    0
  20. #276 @diamond (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 23:24
    เจิมมมม
    #276
    0
  21. #275 @diamond (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 23:24
    เจิมมมม
    #275
    0
  22. #274 @diamond (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 23:24
    เจิมมมม
    #274
    0
  23. #273 @diamond (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 23:23
    เจิมมมม
    #273
    0
  24. #272 Pvl6ic (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 14:21
    เจิมมมมมมมมม
    #272
    0
  25. #269 Creamy123 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 19:07
    เจิมมมมมมม รอออออออ
    #269
    0