「END」Look out! แหกกฎรัก เขย่าหัวใจ

ตอนที่ 9 : CHP.8 I can call him mine 1 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    7 ก.ค. 57




Call him mine - Tata Young

Look out's shot!

You know I need stability
And you know you can't give it to me…

นายรู้ไหมว่าฉันต้องการความมั่นคง
และนายก็รู้ว่านายให้ฉันไม่ได้


CHAPTER 8

 

I can call...him mine
ฉันสามารถพูดได้ว่า...เขาเป็นของฉัน

 
 

 

 

“เป็นแฟนคนน่ารักนะครับคนสวย พิชญ์ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว”

 

“...”

 

“นะครับคนดี”

 

“เอ่อ...”

 

“นะครับ คนสวยของพิชญ์” เขากำลังหว่านล้อมฉันแน่ๆ ทำเสียงอ่อนเสียงหวานทั้งที่กำลังขอฉันเป็นแฟนมันใช้ได้ที่ไหน ไม่รู้หรือไงว่าหัวใจฉันไม่ได้แข็งแกร่งขนาดพอจะต้านทานเสน่ห์เหลือร้ายที่คนตรงหน้ากำลังใช้เป็นกับดักสักนิดเดียว

 

อันตรายชะมัดเลยผู้ชายคนนี้ ใบหน้าฉันร้อนวูบวาบเหมือนกำลงอบซาวหน้ายังไงยังงั้น ไอร้อนจัดลามแล่นไปถึงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระจายทั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายเท้า

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

เต้นแรงเกินไปแล้ว บ้าเอ้ย!

 

ปึก!

 

“นะ นาย...ถอดเสื้อทำไม” ขณะฉันกำลังปรามาสตัวเองในใจ จู่ๆ พิชญ์ก็ถอดเสื้อที่สวมอยู่ออก ก่อนจะเหวี่ยงลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ ฉันปลายตามองเสื้อที่กองอยู่บนพื้นมุมหนึ่งของห้องแล้วต้องเม้มริมฝีปากด้วยความรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก

 

ไม่กล้าหันกลับไปมองหน้าพิชญ์ ได้แต่จ้องเสื้อของเขาเช่นนั้นแล้วผ่อนลมหายใจระบายความตื่นเต้นออกมา ก็เท่านั้น...ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด ซ้ำร้ายหัวใจยังเต้นสั่นรุนแรงกว่าเดิมจนเจ็บร่องอก

 

ไอ้ความรู้สึกตื่นเต้นนี่มันอะไร มันคืออะไร...

 

“ใส่เสื้อเดี๋ยวนี้นะ” ฉันจะประสาทกินแล้วให้ตายสิ ไม่กล้าสบตา ไม่กล้ามองหน้า เหมือนคนโง่เง่าไม่รู้จะต้องเอาสายตาไปมองตรงไหนดี

 

“ไม่ใส่” พิชญ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทะเล้นปนกวนประเส้นกัน ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วย

 

“นายจะบ้าไง ถอดเสื้อผ้าแบบนี้คิดว่าเท่เหรอ”

 

“ไม่หันกลับมาดูจะรู้เหรอว่าฉันเท่หรือไม่เท่”

 

“...” เขากำลังแกล้งฉันสินะ ฮือ อยากจะบ้าตาย ทำไมถึงได้เป็นผู้ชายดื้อด้านเอาแต่ใจแล้วก็โรคจิตแบบนี้!

 

“หันมาครับ อย่าให้คนน่ารักต้องออกแรงบังคับ เธออาจจะรับไม่ไหวเชื่อสิ -_-

 

“พิชญ์...อึก!” ลมหายใจสะดุดห้วงทันทีที่หันใบหน้ากลับมา หมายจะด่าไอ้คนชอบพูดจาส่อ แต่ทุกอย่างก็ถูกกลืนลงคอไปจนหมด เพียงเพราะใบหน้าของคนตัวสูงอยู่ใกล้มากจนน่าใจหาย

 

เขามายืนตรงหน้าฉันได้ยังไง!

 

ปลายเท้าของเราสัมผัสกันเบาๆ นอกนั้นไม่มีที่สัมผัสกันเลย แต่เชื่อไหม...ผิวเนื้อตรงปลายเท้าร้อนจนกำลังเหยียบบนกองถ่านแดงๆ อย่างไรอย่างนั้น จนต้องเม้มริมฝีปากเข้าหากันแล้วจ้องสบนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มนิ่งงัน พยายามไมลากสายตาลงไปมองว่าลำตัวของเขาแข็งแกร่งแค่ไหน กำยำเพราะออกกำลังกายมาอย่างไร...

 

ทำไมต้องมาเปลือยท่อนบนต่อหน้าฉันด้วยวะไอ้บ้านี่!

 

“คนน่ารักอุตส่าห์ขอเป็นแฟนยังต้องคิดอะไรนานนักหนา” คนตัวสูงขมวดคิ้วมองฉันเหมือนผู้ใหญ่กำลังดุเด็ก พิชญ์ไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้มากกว่านั้น เขาทำเพียงยืนอยู่ตรงหน้าและปลายเท้าก็ยังแตะกันเหมือนเดิม แต่ลมหายใจร้อนๆ ที่เขาจงใจเป่ารดในหน้าฉันน่ะกำลังปั่นป่วนกันเสียไม่มี “ใช้เวลาคิดนาน ฉันก็จะถอดทีละชิ้น ทีละชิ้น...จนกว่าเธอจะตอบตกลงน่ะนะ”

 

“นาย...บังคับกันนี่”

 

“ไม่บังคับแล้วจะได้คบเหรอ รู้ตัวใช่ไหมว่าสวย หุ่นเอ็กซ์ ถึงได้เล่นตัวกับคนหล่อที่โคตรน่ารักอย่างฉันอยู่ได้”

 

“สตินายยังโอเคไหมวะ ?” เรื่องหลงตัวเองของเขาเป็นอะไรที่โคตรน่าหมั่นไส้สำหรับฉันเลยไง โอเค...ไม่ปฏิเสธหรอกว่าพิชญ์น่ะดูดีอย่างที่เขาพูดจริงๆ แต่บางทีการชมตัวเองมันก็ทำให้ความหล่อลดน้อยลงนะ

 

“วัดใจกันไปเลยว่าเธอจะทนกับหุ่นของฉันได้นานแค่ไหน”

 

“...” หมอนี่มันโรคจิตเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ใช้วิธีแบบนี้ขอผู้หญิงเป็นแฟนอย่างนั้นเหรอ

 

“หรือถ้าเธออยากเห็นอะไรๆ ของฉันก็บอกตรงๆ เลยก็ได้ ไม่ต้องยื้อเวลาอย่างนี้หรอก”

 

“บ้าสิ! ใครจะไปอยากดูของนาย โรคจิต!” ฉันกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้ว่าจะต้องเอามือไปวางไว้ตรงไหนดี ขนาดคำด่ายังหามาปรามาสคนหลงตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ พวงแก้มฉันรอบวูบวาบเหมือนเส้นเลือดใต้ผิวหนังพร้อมจะปริแตกได้ทุกเมื่อ ฝ่ามือก็เย็บเยียบสลับร้อนจัด

 

ฉันกำลังเผชิญหน้าอยู่กับอะไรกันแน่วะ ทำไมถึงได้น่าปวดหัวอย่างนี้...

 

“เซ็กซี่ขยี้ตับขนาดนี้ทนไหวก็เอาเลยนัชชา ให้มันรู้กันไปเลยว่าเธอไม่อยากเป็นแฟนกับผู้ชายอย่างฉัน

 

“นาย...ประสาทหรือ...กรี๊ด!

 

รวดเร็วจนหัวใจเกือบวายตาย!

 

พิชญ์ทำตัวหลุดโลกด้วยการถอดกางเกงยีนส์ที่สวมออกจนฉันรีบหันหลังให้แทบไม่ทัน บัดซบ! ถึงจะมีบ็อกเซอร์อยู่แต่เหตุการณ์อย่างนี้อย่างทำเหมือนเป็นเรื่องปกติได้ไหม ฉันเป็นผู้หญิงนะเว้ยทำไมเขาถึงหน้าด้านทำอะไรหน้าไม่อายได้ลงคอ แก้ผ้าต่อหน้าฉันอย่างนี้ได้ยังไง คนบ้า!

 

“หันกลับมา” ขนอ่อนตามร่างกายลุกเกรียวกราวเมื่อน้ำเสียงสุขุมดังอยู่แถวๆ ต้นคอ เขายังยืนอยู่ทีเดิมข้างหลังฉันนี่เอง อยากวิ่งหนีออกจากตรงนี้แต่แข้งขาก็แข็งเหมือนถูกหินผาอันหนักอึ้งกดทับเอาไว้ กัดริมฝีปากระงับอาการตื่นเต้นจนรู้สึกว่าคมเขี้ยวเกาะผิวเนื้ออ่อนๆ จนได้รสเค็มปร่าของเลือด

 

หัวใจฉันจะหลุดออกมาจากอกให้ได้เลย...ทำยังไงดี

 

“ไม่”

 

“นัชชา”

 

“อย่ามาเรียกชื่อฉันนะ” อีกนิดเดียวฉันต้องสติแตกแน่ ลมหายใจร้อนก็ยังเป่ารดต้นคอกันเหมือนคนเบื้องหลังจงใจปั่นประสาทกันอยู่ไม่มีผิด แน่เลย...พิชญ์ต้องกำลังสนุกที่ได้แกล้งให้ฉันกระวนกระวายแน่ๆ “ถอยไปห่างๆ ด้วย เฮือก!

 

นอกจากจะเพิกเฉยต่อคำพูด พิชญ์ยังทำเรื่องน่าตบด้วยการขยับตัวเข้ามาจนแผ่นหลังฉันสัมผัสกับแผงอกแกร่งของเขา ร่วมไปถึงสัดส่วนด้านล่างที่เบียดกับสะโพกฉันอย่างจงใจอีก

 

อะไรมันเบียดกับก้นฉันอยู่วะ ฮือ...

 

“หนึ่ง”

 

“นาย...” กรอบตาฉันเบิกกว้าง ฝ่ามือทั้งสองข้างได้แต่กำแน่นทำอะไรไม่ถูก พิชญ์ไม่นับเปล่าเขายังจงใจกระแทกสะโพกเข้ามาราวกับต้องการปั่นประสาทฉันอย่างไรอย่างนั้น บ้าจริง! ถึงเขาจะมีบ็อกเซอร์และบนร่างกายฉันยังมีเสื้อผ้าครบ ทั้งที่เป็นอย่างนั้นแต่ทำไมเวลาไอร้อนแทรกผ่านเข้ามาตอนร่างกายสัมผัสถึงได้เหมือนกับไม่มีอะไรขวางกั้นเลยล่ะ

 

อยากหันกลับไปตบหน้าคนโรคจิตให้ได้เลือด แต่แค่ยืนทรงตัวบนเตียงยังลำบากเลยไง...

 

“สอง”

 

“โอ้ย!” ร่างกายฉันสะท้ายเฮือก เซถลาไปด้านหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัวจนต้องใช้มือค้ำกำแพงตรงหัวเตียงไม่ให้ใบหน้ากระแทกจากการกระทำอันหยาบคายของผู้ชายนิสัยไม่ดีเบื้องหลัง พิชญ์จงใจเพิ่มแรงกระแทกจนร่างฉันเซถลาเลย เท่านั้นยังไม่พอเขายังใช้ท่อนแขนอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามกอดรัดรั้งเอวฉันเข้าหาลำตัวอย่างเอาแต่ใจอีก

 

สภาพนี้มัน...

 

“จะให้นับสามเลยไหม” สุ่มเสียงลุ่มลึกดังคลอเคลียร์ข้างใบหู ริมฝีปากร้อนขบลงมาเบาๆ ทว่ากลับมีอานุภาพมาพอจะทำให้ขนอ่อนตามร่างกายลุกชันพร้อมๆ กัน ช่องท้องฉันบิดมวนแปลกประหลาดทุกครั้งเวลาถูกลมหายใจร้อนจัดของเขาเป่ารดลงมา “เผื่อผมจะได้กดเธอให้รู้แล้วรู้รอด”

 

มันรู้สึก...เสียวยังไงก็ไม่รู้

 

ฉันไม่ได้ทะลึกนะเว้ย แต่แบบยังไงดี...ฉันไม่สามารถบังคับร่างกายตัวเองได้ไง หูฉันน่ะถือเป็นจุดอ่อนเลยก็ว่าได้ พิชญ์ชอบมาไม้นี้ทุกครั้งเวลาอยากให้ฉันเสียเปรียบน่ะ บ้าจริง! หัวใจฉันจะหลุดออกมาอกอยู่แล้วนะ

 

“อะ ไอ้ ไอ้...”

 

“ไอเลิฟยู พูดสิครับที่รัก” ต้องใช้คำไหนด่าคนหน้าด้านอย่างพิชญ์บอกฉันทีเถอะ!

 

“อึก! ไอ้ลามก” สาบานได้ว่าถ้าจัดการกับความรู้สึกตัวเองดีกว่านี้ฉันจะไม่เงอะงะอยู่อย่างนี้แน่ ฉันจะเอาเลือดหัวไอ้บ้าพิชญ์ออกให้ดูเลย ใครใช้ให้กระแทกเข้ามาแบบนั้น ท่าทางลามกของเขากำลังจะทำให้ฉันปวดประสาทตายอยู่แล้ว

 

“ลามกมากด้วยนะรู้ยัง”

 

“อย่าเอาแต่ใจสิพิชญ์”

 

“จะเอาเธอด้วยว่ะตอนนี้ กำลังได้ที่เลย ฮิๆ”

 

“ให้ตาย...” ฉันสบถอย่างหัวเสีย จนปัญญาจะต่อกรกับเขาแล้วจริงๆ ให้เถียงกันต่อไปอีกมีแต่เสียกับเสีย พิชญ์ไม่ยอมรามือง่ายๆ แน่หากยังไม่ได้สิ่งที่เขาต้องการ ไม่อยากเชื่อว่าฉันจะแพ้ให้เขาราบคาบขนาดนี้ “แค่ตกลงก็พอใช่ไหม”

 

“อือ”

 

“...”

 

“...” ฉันผ่อนลมหายใจเข้าออกปรับอารมณ์ให้ปกติที่สุด ในเมื่อเลือกทางอื่นแล้วเขาจะคุกคามฉันเอาเป็นเอาตายขนาดนี้ก็ไม่มีทางไหนดีไปกว่านี้แล้ว ผู้ชายเอาแต่ใจอย่างพิชญ์น่ะดื้อดึงกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มากนัก ขืนปล่อยให้อยู่ในสภาพนี้ต่อไปมีหวังได้หมดตัวกันแน่

 

“ตกลง”

 

“อะไร” ไม่กวนตีนฉันสักวินาทีมันจะตายให้ได้เลยใช่ไหมไอ้บ้านี่! “ตกลงอะไรพูดให้ชัดเจนสิครับ”

 

“ตกลง ฉันจะคบกันนาย พอใจยัง ?”

 

“พอใจมาก สงสัยต้องจัดท่ายากรับขวัญสักหน่อย ฮิ J
 

“อ๊ะ! อย่ามาจูบคอนะเว้ย” คนเบื้องหลังไม่ฟังคำค้าน กดเรียวปากร้อนบนผิวเนื้อบริเวณต้นคอฉันอย่างจาบจ้วงและเอาแต่ใจ ท่อนแขนแข็งแกร่งอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามก็กอดเกี่ยวตรึงเอวฉันให้แนบชิดกับลำตัวช่วงล่างของเขาอย่างดึงดัน

 

ทุกพื้นที่ที่ริมฝีปากร้อนสัมผัสลงมา ราวกับผิวกายส่วนนั้นถูกถ่านไฟแดงระนาบไม่มีผิด แสบร้อนแทบไหม้ ขนอ่อนตามร่างกายลุกเกรียวกราว พิชญ์รู้ว่าตรงไหนสามารถทำให้ฉันไปไหนไม่รอด ส่วนไหนที่เขาควบคุมฉันได้ หมอนี่รู้มากเกินไปแล้ว

 

“ถอดเกือบหมดแล้ว ทำกิจกรรมในร่มต่อเลยได้ไหมนะ” เขาถามเสียงงึมงำ ปากก็สาละวนสร้างรอยจูบบนต้นคอฉันไม่หยุด ดูเอาเถอะ ได้คืบจะเอาศอก ได้ศอกจะเอาวามันไม่ใช่แล้วไง

 

“หยุดเลย ก็ตกลงแล้วจะเอาอะไรอีก ปล่อย!” พิชญ์เป็นแบบนี้ทุกที พอยอมหน่อยก็โลภมาก เรื่องเอาเปรียบฉันน่ะงานถนัดหมอนี่เลยไง หาเรื่องแทะเล็มฉันทุกวีถีทาง ไม่ตลกเลยนะ หัวใจฉันไม่ตลกด้วยสักนิดเดียว สั่นไหวรุนแรงได้ยังไง ร่างกายร้อนผ่าวเพียงเพราะเขาสัมผัสตั้งแต่เมื่อไหร่

 

ฉันกลัว...กลัวความรู้สึกของตัวเอง กลัวว่าสักวันอาจจะเผลอตกหลุมพรางร้อนร้ายของผู้ชายคนนี้เข้าจนได้

 

หากตกลงไป การปีนขึ้นมาคงไม่ใช่เรื่องง่ายเป็นแน่

 

“มีท่ายากที่แฟนไม่เรียกใช้บริการนี่มันเจ็บปวดจัง”

 

“อะ อึก!

 

รวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวได้ทัน!

 

คนตัวสูงที่ซ้อนทับเบื้องหลังจับร่างฉันพลิกหันกลับไปเผชิญหน้าด้วยแรงที่ไม่อาจทันทานได้ ลมหายใจฉันขาดห้วงในวินาทีที่หันกลับมาเลย ใบหน้าของเราอยู่ใกล้กันเกินไป ลมหายใจเขาร้อนเกินไป ไม่เท่านั้น...ฝ่ามือทั้งสองข้างเปลี่ยนมาตรึงหัวไหล่ฉันเอาไว้แน่น

 

หัวใจฉันเต้นรุนแรงคล้ายจะหลุดออกจากอกรอมร่อ...

 

นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มอันแน่นด้วยเสน่ห์จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉันราวกับกำลังควานหาอะไรสักอย่าง พาลกระตุกหัวใจให้วูบไหวอย่างบอกไม่ถูก ความกดดันนี่มันคืออะไร ขนาดหายใจแรงๆ ฉันยังไม่กล้าทำเลย ดวงตาคมของเขาทั้งจริงจัง ลุ่มลึก และน่าหลงใหลในคราวเดียวกัน

 

“มีแฟนแล้วนะรู้ยัง ?”

 

“...” ฉันได้แต่กัดริมฝีปากด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย สายตาไม่กล้าเลื่อนไปไหนราวกับกำลังถูกคนตัวสูงสะกดจิต ได้แต่กำฝ่ามือแน่นพลางสบสายตาคนตัวสูงนิ่งงัน ร้ายกว่านั้นพิชญ์จงใจโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากล่างของเราสัมผัสกันบางเบา เสียดสีเพียงเล็กน้อยแต่ก็เหมือนร่างกายจะมอดไหม้ลงตรงนี้เลย

 

“สงสัยยังงงอยู่”

 

“อะ อื้อ!” พิชญ์ฉกริมฝีปากลงมากดจูบหนักแน่นบนเรียวปากฉันแรงๆ เหมือนต้องการดึงสติฉันกลับมา หรืออยากจะพรากสติฉันให้หายไปก็ไม่รู้ หัวใจฉันจะวายตายเพราะเขานี่แหละ บ้าเอ้ย ริมฝีปากฉันร้อนฉ่าไปหมดเลย เลือดลมก็ตีรวนขึ้นมารวมตัวอยู่บนแก้มฉันนี่เอง

 

“เธอเป็นผู้หญิงของฉัน ชัดพอไหมเนี่ย ?”

 

“...”

 

“ก็ยังไม่ชัด...!

 

“ชัด! เข้าใจแล้ว อย่ามาจูบนะ” มุมปากของคนตัวสูงยกขึ้นเหมือนกำลังพอใจ หาเรื่องจะจูบฉันใช่ไหมตกลง ไอ้บ้านี่!

 

“จูบนิดจูบหน่อยทำเล่นตัว -..-

 

“เดี๋ยวตบคว่ำ”

 

“งั้นฉันปล้ำ ฮิๆ”

 

ผลัวะ!

 

สาบานไหมว่าเราเป็นแฟนกันเมื่อห้านาทีที่แล้ว...ทำไมฉันคิดว่าสถานภาพของเราเหมือนคู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมาแล้วสิบปีล่ะ แบบแหย่กันแล้วก็ต้องลงไม้ลงมือ ไม่นะ...ทำไมเธอต้องคิดไปถึงขั้นนั้นด้วยวะยัยนัชชา!

 

“ผู้หญิงตบคือผู้หญิงรัก” ฉันเริ่มเกลียดหมอนี่อีกแล้วว่ะ เรื่องหน้าด้านสกิลมันแน่นมากจริงๆ

 

“เพ้อเจ้อ”

 

“ผู้หญิงไม่ยอมรับแปลว่ากำลังเขิน”

 

“นายนี่มัน...”

 

“ฉันทำไม ?”

 

“เอาหน้าออกไปไกลๆ หน่อยได้ไหม” ฉันเบี่ยงหน้าหลบลมหายใจร้อนจัด หากทว่าพิชญ์กลับไล่ต้อนฉันไม่ยอมถอยออกไปสักเซ็นฯเดียว กวนประสาทที่สุดในสามโลก นิสัยเสีย! “ฉันอึดอัดนะพิชญ์”

 

“แต่ฉันกำลังได้อารมณ์เลย”

 

“โรคจิต”

 

“แถมวิปริตให้ด้วยแหละครับ ฮิๆ”

 

“...” หมอนี่เก่งนะว่าไหม ทำให้ฉันอับจนคำพูดกับเขาอีกแล้ว ทั้งหน้าด้านทั้งมึนโรคจิตเป็นที่หนึ่ง นอกจากเรื่องพวกนี้แล้วทำอะไรที่มนุษย์ปกติเขาทำได้บ้างไหมอยากรู้ อย่างเช่นควรใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยเวลาคุยกันน่ะ ทำได้ไหมไอ้ผู้ชายโรคจิต! “อยากให้ฉันโกรธเหรอ ถอยไป!

 

ฉันกระชากเสียงไม่พอใจใส่ หรี่ตามองคนตัวหน้าอย่างไม่ชอบใจ หากแต่เขาก็เลือกจะเพิกเฉยความกรุ่นโกรธของฉันแล้วทำตัวหน้าไม่อาย เบียดเรือนกายไร้อาภรณ์ช่วงบนเข้ามาจนแผ่นอกกับสัมผัสบดเบียดกัน

 

ทั้งที่ฉันยังสวมเสื้อผ้าครบ ทำไมถึงรู้สึกถึงอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นปรอทแทบแตกทะลุทะลวงผ่านเนื้อผ้าเข้ามาได้ล่ะ ราวกับระหว่างเราไม่มีเนื้อผ้าขวางกั้นอย่างไรอย่างนั้น ใกล้ขนาดนี้อันตรายเกินไป...พิชญ์มีแค่บ็อกเซอร์ที่ใส่โหลดลงจนหมิ่นเหม่ตัวเดียว

 

คิดว่าหุ่นดีแล้วนึกจะโชว์ก็โชว์อย่างนั้นเหรอ ถามฉันสักคำไหมว่าอยากดูหรือเปล่า!

 

น่าโมโหที่สุดเลย!

 

“แค่จะบอกไม่กี่คำ ตั้งใจฟังแล้วจะไม่ทำอะไรเลย ดีไหม ?” พอเห็นฉันจนมุม หันหน้าหนีไปทางไหนก็ถูกไล่ต้อนได้หมด เจ้าตัวก็เปลี่ยนจากการยึดหัวไหล่เป็นรั้งเอวฉันด้วยท่อนแขนทั้งสองข้างแทน

 

“จะพูดอะไรกันแน่” ฉันไม่อยากไว้ใจคนมือไวใจเร็วอย่างพิชญ์เลย เผลอไม่ได้หรอก! “รีบๆ พูดแล้วก็รีบๆ ปล่อย”

 

“แค่จะบอก ตอนนี้มีแฟนแล้วห้ามมองผู้ชายคนอื่น มองฉันได้คนเดียว”

 

“บ้าน่า” เรื่องนั้นยากไปหน่อยไหม ไม่ให้มองผู้ชายคนอื่นเลยนี่คือยังไง ฉันต้องปิดตาไว้ตลอดเลยไหมถาม

 

“ฉันขี้หวงนะเผื่อยังไม่รู้ ถ้าขัดคำสั่งฉันล่ะน่าดู...” สีหน้าและน้ำเสียงจริงจังกว่าปกติของคนตัวสูงทำให้ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น ก่อนประโยคต่อมาของเขาทำให้ฉันเงิบแดกไปเลย “ถ้าเห็นว่ามองผู้ชายคนอื่น ฉันจะกินตับพวกเวรนั่นให้ดู!

 

“...” คำพูดของเขาทำให้ฉันไม่รู้จะพูดยังไงต่อดีเลยว่ะ

 

คิดดูสิ...จะมีผู้ชายสักกี่คนที่กล้าพูดเรื่องพรรค์นี้ทั้งที่พึ่งขอผู้หญิงเป็นแฟนสิบนาทีก่อนหน้า พนันกันไหมว่าผู้ชายประเภทนี้หายากและคนปกติเขาไม่ค่อยทำกันหรอก

 

บางทีฉันควรทบทวนเรื่องเป็นแฟนกับหมอนี่อีกหน่อยก็คงดี

 

ตกลงฉันคบกับตัวอะไรอยู่กันแน่วะ ?

 

“ตั้งแต่รู้จักกัน ฉันยังหาสาระจากนายไม่ได้เลยนะพิชญ์”

 

“แค่ฉันสาระแนเรื่องเธอทุกเรื่องยังไม่พออีกไง” พูดแบบนี้ก็อึ้งสิคะ แค่คำพูดธรรมดาทำให้แก้มฉันทำเหมือนจะปริแตกได้ทุกเมื่อเลยนะ ฮือ ไม่ต้องมาทำหน้าทะเล้นเลยนะเว้ยไอ้บ้า! เขินตัวจะแตกแล้วทำไงดี ฉันห้ามความรู้สึกที่เผลอไผลกับเขาไม่ได้เลย “อีกหน่อยเลือกอันเดอร์แวร์ให้เธอใส่ได้เลยนะ”

 

“ลามก”

 

“ทำใจหน่อยแล้วกัน เธอดันคบกับคนลามกแล้วนี่นะ”

 

“...งั้นเลิกกัน เลิกกันตอนนี้เลย”

 

“อยากโดนตีปากแตกเหรอ...พูดเลิกกันง่ายๆ แบบนี้ระวังทั้งตัวจะมีแต่สีกุหลาบนะครับ”

 

“...” อะไรน่ะ...สีหน้าทะเล้นของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันเพียงเสี้ยววินาที แรงกอดรัดก็เพิ่มขึ้นสร้างความเจ็บแปลบจนต้องนิ่วหน้า หลากอารมณ์เหมือนผู้หญิงเมนส์มาเลยผู้ชายคนนี้

 

“ให้ตายก็ไม่เลิกหรอก ไม่มีวัน”

 

“...”

 

“คบแล้วคบเลย ไม่มีวันหมดอายุ ไม่ระบุวันบอกเลิก เธอยังต้องเป็น พันธะของคนน่ารักไปอีกร้อยปี! L

 

 

 

[PITCH TALK]

 

หลายวันผ่านไป...

 

นานเท่าไหร่แล้วที่ผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้ นานเป็นเดือน เป็นปี หรือเป็นทศวรรษผมเองก็ไม่แน่ใจ

 

คนเราเวลามีความรักมักจะรู้สึกอย่างที่ผมกำลังรู้สึกอยู่สินะ เวลาไม่เห็นเธอผมจะรู้สึกหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ เวลาเธอหายไปมันกระวนกระวายใจไปหมด หวาดระแวงว่าจะมีใครมาแย่งไป วุ่นวายใจเสียจนผมเสียตัวของตัวเองไปอย่างไม่น่าให้อภัย

 

ไม่ใช่แค่นั้น...ขนาดอยู่ต่อหน้า มองเห็นว่าเธออยู่ในสายตาก็ยังไม่วายเดือดร้อนอีก ไม่รู้ว่าคุณจะรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึกหรือเปล่า แต่เชื่อเถอะ...คุณต้องประสาทแดกตายแน่ ถ้าเสือกมีแฟนสวยแถมพกแตงโมเอาไว้ตั้งสองลูกแบบผม!

 

โอ้ย! คนน่ารักหงุดหงิด อยากเอาส้นตีนสะกิดพวกปรสิตจริงๆ!

 

เกิดเป็นพิชญ์ต้องอดทน เมียสวยจนอยากตีตาย

 

“ร้อนไหมฮะพี่สาว” ร้อนห่าอะไร แอร์เปิดเหมือนขั้วโลกเหนือแล้วเถอะ

 

“ผมมือใหม่มากเลย แนะนำผมด้วยนะฮะพี่สาว” มือใหม่มาก มึงกลับไปฝึกท่ายากที่บ้านก่อนดีไหม ?

 

“ผมก็เหมือนกัน ไม่รู้จะทำออกมาดีรึเปล่าฮะ พี่สาวต้องดูแลผมด้วยนะ” คิดว่ามึงไม่ดีแล้วมาตีซี้กับแฟนกูทำไม

 

น่าสงสารนะครับ เราคงต้องเสียอนาคตของชาติไปถึงสามคนในเวลาเดียวกัน ทำไมน่ะเหรอ...

 

กูจะฆ่าแม่งเรียงตัวถ้ายังไม่ถอยห่างยัยตัวดีนั่นภายในสิบวินาทีน่ะสิ!

 

“ยัยนั่นนับญาติพวกมึงตั้งแต่เมื่อไหร่วะ เหอะ!” ผมสบถยืนกอดอกมองเด็กผู้ชายอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ดสามคนกำลังรุมล้อมนัชชาที่นั่งแต่งหน้าอยู่มุมหนึ่งของสตูดิโอถ่ายภาพ อารมณ์ขุ่นเคืองในใจค่อยๆ ชัดเจนขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่สิ สาเหตุที่ผมกำลังหงุดหงิดน่ะมีแน่

 

ต้องให้บอกไหมว่ากำลังอารมณ์ไม่ดีเรื่องอะไร L

 

“ให้ตายสิ...ถอยออกไปหน่อยเถอะ” นัชชาพึมพำเสียงเบาผมจึงไม่ได้ยินว่าเธอพูดอะไร กำลังนินทาผมอยู่รึเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ไอ้เด็กสามตัวนั่นน่ะได้ยินแน่นอน ประโยคต่อมาจากปากของพวกมันจึงทำให้ความอดทนผมหมดลงทันที

 

“ก็พี่สาวสวยอ่า...ให้ห่างกว่านี้ไม่ได้หรอกครับ”

 

โครม!

 

โกรธจนลืมตัว เผลอแตะขาตั้งกล้องที่อยู่ใกล้ๆ ล้มอย่างระบายอารมณ์ โมโหทีไรผมคุมตัวเองไม่ค่อยได้ตลอด พยายามยิ้ม แสร้งทำอารมณ์ดีแต่วินาทีนี้แม่งยากสำหรับผมว่ะ เห็นไอ้เด็กเปรตพวกนั้นทำท่าทางมุ้งมิ้งใส่นัชชาอย่างออดอ้อนแล้วเอ็นส้นตีนกระตุกรัวเลยเถอะ

 

เหอะ! ไม่น่ารักอย่าคิดทักแฟนกูครับ อารมณ์เสีย! สกิลน่ารักของพวกมึงไม่ได้ครึ่งหนึ่งของกูอย่ากระแดะทำได้ไหม

 

เห็นแล้วคันมือคันเท้าฉิบ!

 

“พี่พิชญ์ทำหน้าตาน่ากลัวไปแล้วนะคะ ยืนดีๆ สิ อย่าทำข้าวของเสียหาย!” เสียงดุจากผู้หญิงตัวเล็กข้างกายไม่ได้ทำให้ผมสนใจเท่าไหร่ สายตายังมองไปยังคนกลุ่มนั้นไม่วางตา เผลอไม่ได้...ต้องมีผู้ชายมาเข้าใกล้ตลอด “ไม่น่ารักเลยนะคะ แล้วทำไมจ้องเพื่อนเค้าแบบนั้น กินไม่ได้นะ...”

 

อะไรของยัยเด็กนี่วะ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย ดูยังไงว่าผมจะกินเพื่อนของเธอไม่ได้น่ากินอะไรเลยไง ดูนัชชาก่อนแล้วค่อยพูด ยัยนั่นน่ะน่ากินตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายเท้า ปล่อยผมอดยากปากแห้งแล้วให้ไอ้เด็กเวรพวกนั้นแทะเล็มหมายความว่าไง อยากเห็นคนน่ารักของขึ้นใช่ไหมตกลง

 

“เพื่อนเธอแต่ละคนน่าพิศวาสนักเหรอ หูดำกันขนาดนั้นไม่เตะเรียงตัวก็บุญมากแล้วครับ!” เห็นอยู่ว่าพวกมันทั้งหยอดทั้งอ้อนนัชชากันใหญ่ สนุกสนามเลยนะพวกมึง แหม! เผลอหน่อยไม่ได้ก้าวก่ายหน้าที่กันตลอด หน้าที่นั้นของกูคนเดียวพอครับ พวกมึงมีสิทธิ์อะไรไปทำอย่างนั้นไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม “ขนาดเล็ก เด็กอนุบาล งัดออกมาโชว์เลยไหมใครเจ๋งกว่า”

 

โอเค บางทีผมคงโมโหจนขาดสติแล้วก็ได้ ลืมตัวเลยเห็นไหม...

 

“เดี๋ยวนะ...ขนาดมันเกี่ยวอะไรยังไงคะ ?”

 

“เธอยังเด็ก ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรอก เจ้าขา เพราะงั้นเงียบไปเลย” ผมเขม่นเด็กผู้หญิงตัวเล็กอายุประมาณสิบเจ็ดปีอย่างไม่สบอารมณ์ “คนน่ารักอารมณ์ไม่ดี ระวังปากจะมีสี”

 

ผมคิดว่ากำลังพาลว่ะ เออ พาลมากด้วยตอนนี้ ทำไมถึงออกมาเป็นแบบนี้ได้ก็ไม่รู้

 

“ดุเค้าทำไมเนี่ย!

 

“ตอนนี้ดุมาก แฟนให้กินน้ำตาล ช่วงนี้เลยดุเป็นพิเศษกับคนที่โคตรพิเศษครับ!” ผมกัดฟันพูดกับเจ้าขา แต่เหลือบตามองอีคนสวยที่กำลังแต่งหน้าอยู่ไม่ไกล ภายในห้องสตูดิโอถ่ายภาพขนาดกลาง เจ้าของร่างบางสมส่วนสุดเซ็กซี่นั่งไขว่ห้างให้ช่างแต่งหน้าที่เป็นสาวประเภทสองแต่งหน้าแบบสบายๆ โดยมีไอ้เด็กเปรตสามตัวรุมล้อมหน้าล้อมหลัง

 

สงสัยไหมว่าตอนนี้พวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่

 

คือว่า...เมื่อวานผมได้รับโทรศัพท์จากเจ้าขา เด็กมัธยมปลายที่กำลังจะจบการศึกษาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอบอกว่าต้องทำโปรเจ็กต์เอาไว้เสนอตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอะไรสักอย่าง เธอให้ผมช่วยเป็นช่างภาพในการถ่ายแบบให้หน่อย แน่นอนว่านอกจากหล่อ น่ารัก มุ้งมิ้งแล้วผมยังโคตรใจดีเลยไง เลยตอบรับทันที

 

เจ้าขาเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อผมเอง เรารู้จักกันตั้งแต่เด็กๆ เธออายุห่างกับผมเจ็ดแปดปีนี่แหละ เพราะงั้นผมเลยเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง เคยคิดเหมือนกันว่าอยากได้เธอมาเป็นน้องสาวเพราะตอนเด็กๆ ผมขี้เหงาน่ะ

 

เอาเป็นว่าช่างเรื่องนั้นไปก่อน...

 

รับปากเรียบร้อย เช้าวันนี้ผมก็มาสตูดิโอที่จะใช้ถ่ายแบบตามปกติ

 

ประเด็นสำคัญที่ทำให้มันไม่ปกติคือ...พอมาถึงก็ดันเจอนัชชากำลังนั่งแต่งหน้าในสภาพที่สวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นเสียจนใจหาย แวบแรกที่เห็นร่างกายผมตีรวนวูบวาบไปหมดเลย โอ้ย! แม่คุณทั้งเอ็กซ์ เซ็กซี่ น่าขยำขยี้คาอกฉิบหาย

 

ทว่าพวกยืนอึ้งได้สักพักก็นึกอะไรออก แต่งตัวแบบนี้ผมไม่ได้เห็นแค่คนเดียวมันน่าโมโหนะ โคตรหงุดหงิดตอนรู้ว่าคอนเซ็ปของการถ่ายแบบครั้งนี้เน้นเรื่องความเซ็กซี่อวดสัดส่วนน่าขยำขยี้นั่น ซ้ำยังมีผู้ชายตั้งหลายคนอยู่ในสตูฯ ผมเกือบจะกระชากร่างเล็กนั่นออกจากที่นี่ด้วยซ้ำ

 

หวงอะครับทำไงดี...

 

ผมยังไม่ได้คุยอะไรกับนัชชาเลยตั้งแต่มาถึง เธอกำลังวุ่นอยู่กับการแต่งหน้าและลองชุดสำหรับถ่ายแบบ ส่วนผมก็ถูกยัยเจ้าขาลากมาอธิบายเรื่องการทำงานในแบบที่เธออยากได้ โอเค...ผมก็พอจะเข้าใจเรื่องการถ่ายแบบคอนเซ็ปร้อนแรงอยู่ บางทีผมคงเข้าใจดีเกินไปกระมังถึงได้เดือดดาลอยู่อย่างนี้

 

ความร้อนแรงของผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวกับเด็กผู้ชายอีกสามคนมันไม่ดีงามสักนิดเดียว

 

ยาก...ยากมากเลยนะเว้ย ผมต้องอดทนไม่ลากนัชชากลับจนกว่าจะเสร็จงานน่ะ ยากฉิบหาย ยากจนอยากร้องไห้แล้วครับ หลังจบงานนี้ผมจะไม่ให้เธอรับงานที่เปลืองเนื้อเปลืองตัวแบบนี้อีกคอยดูสิ ไม่ยอมแน่...จะเอ็กซ์ได้ก็แค่บนเตียงของผมเท่านั้น จะร้อนแรงได้ก็แค่ตอนที่อยู่กับผมคนเดียว

 

จะทนได้สักกี่น้ำกันเชียวไอ้พิชญ์

 

ผมถามตัวเองในใจ กลัวจะทำงานยัยเจ้าขาพังไม่เป็นท่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แหละ นอกจากจะน่ารักแล้วยังความอดทนต่ำอีกนะรู้ยัง ใจผมน่ะไล่กระทืบไอ้เด็กพวกนั้นเรียบร้อยแล้ว

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด...การถ่ายครั้งนี้มีนายแบบมาประกบเธอตั้งสามคน สามคนเลยนะเว้ย! แถมแต่ล่ะคนนี่ออกลายตั้งแต่เจอเลยด้วย ตั้งแต่มาเนี่ยแม่งยังไม่ห่างจากนัชชาเลยไง เห็นแฟนกูเป็นสมบัติของชาติเหรอ ไม่ต้องดูแลขนาดนั้นก็ได้ไง

 

บัดซบ! รีบๆ ถ่ายให้จบไปเถอะก่อนที่คนน่ารักอย่างพิชญ์จะสติแตกก่อน แล้วเสื้อผ้าน่ะจะประหยัดไปถึงไหนวะ

 

ให้ใส่แค่นั้นทำไมไม่แก้ผ้าไปเลยล่ะครับ ฮ่วย! L

 

“เสื้อผ้าดีกว่านี้ไม่มีแล้ว ?” นัชชาไม่สนใจผมเลย เธอแค่หันมามองแล้วก็นั่งแต่งหน้าต่อ คุยกับไอ้เด็กเวรสามตัวนั่นด้วยไงประเด็น ทีกับผมนะ จ้องตั้งแต่มายังทำเมินใส่เหมือนคนไม่รู้จักกัน “ใส่แค่นั้นทำไมไม่ถ่ายนู้ดซะเลยล่ะ แก้แม่งให้หมดเลยดีไหม ไม่ต้องปิดหรอก!

 

“คอนเซ็ปของงานคือความเซ็กซี่ของผู้หญิงกับผู้ชาย ถ้าถอดหมดมันจะเรียกเซ็กซี่เหรอคะ นั่นมันอนาจารแล้วเถอะ”

 

“โคตรอยากทำอนาจารมากบอกเลย เห็นแล้วพ่ออยากจะขยี้ให้ตับปลิ้น!

 

“เฮ้! พี่เป็นอะไรเนี่ย เห็นหงุดหงิดตั้งแต่มาถึงแล้วนะ มองนางแบบของเจ้าขาอยู่ได้ เดี๋ยวพี่สาวก็สึกหมดหรอก” ผมถอนหายใจแรงๆ ระบายความหงุดหงิดพลางเสยผมด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

 

ไม่มีใครรู้ว่าผมรู้จักนัชชา ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นแฟนกัน

 

น่าหงุดหงิดนะว่าไหม...เจ้าหล่อนทำเหมือนผมเป็นธาตุอาการ ไม่เห็นจะทำท่างทางเหมือนคนที่พึ่งคบกันได้หนึ่งอาทิตย์เลย! แบบนี้พิชญ์จะไม่ทนครับ ลุคน่ารักห่าเหวอะไรไม่จำเป็นต้องมีแล้วมั้ง ในเมื่อแฟนกูน่าจับตีให้ตายขนาดนี้

 

แบบนี้ต้องโดน ต้องโดนสักดอก!

 

“...”

 

ผมไม่ได้ตอบอะไรเจ้าขากลับไป ความกรุ่นโกรธปะทุอยู่ในอก ในหัววุ่นวายแต่เรื่องของยัยตัวดีเต็มไปหมด แทบไม่เหลือให้คิดถึงใครแล้ว แค่คิดเรื่องนัชชาผมก็แทบบ้าตาย สายตาก็มองแต่เจ้าของดวงหน้าสวยร้ายและเย่อหยิ่งในทีไม่หลบไปไหน

 

ราวกับผมตกเป็นทาสของยัยแม่มดร้ายอย่างเธอเต็มเปา

 

น่าขำว่ะ...ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่คนที่ผมอยากได้ร่างกายตั้งแต่แรกเจอไม่ใช่เหรอ ก็แค่หลงรูปลักษณ์ยั่วยวนของหล่อน แค่ถูกใจความพยศจนอยากเอาชนะ ก็แค่คิดว่าถ้าปราบได้สักครั้งก็จบกันเหมือนคนอื่นๆ แต่แล้วทำไม...ทำไมผมถึงกลายเป็นเสือสิ้นลายได้แบบนี้

 

ผมดูเหมือนเพลย์บอยไหมตอนนี้ เหอะ! ความรู้สึกที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่สามารถควบคุมมันได้นี่น่ากลัวจริงๆ ผมคลั่งเธอมาก เอาแต่มองหาเธอจนไม่มีเวลาเอาสายตาไปมองใคร แบ่งเซลล์สมองคิดถึงผู้หญิงคนอื่นก็ไม่ได้ ร่างกายถูกนัชชาเข้ามาควบคุมแทบไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง

 

ความรู้สึกผมไม่ได้เริ่มที่ ตกหลุมรักทว่าจากรูปการ...ผมคงต้องจบด้วยความรู้สึก เลิกรักไม่ได้แน่เลยว่ะ

 

กล้าดียังไงมาขโมยความรู้สึกของผมไป เอาอะไรมาทำให้ผมหลงจนหัวปรักหัวปรำได้ขนาดนี้...

 

ได้ก็ยังไม่ได้สักครั้ง แล้วทำไมต้องเอาทุกอย่างของผมไปจนหมดด้วย ผู้หญิงนิสัยไม่ดีต้องรักตอบผมนะเว้ย L

 

“พี่สาวพวกเรามาเซลฟี่กันเถอะครับ -,.-

 

ผมหลุดจากภวังค์ความคิดในวินาทีนั้น!

 

เลือดร้อนในกายใกล้ระเบิดออกมาเต็มที นี่พวกมึงจะไม่จบใช่ไหม อยากลองดีเหรอ ได้เลย ได้...

 

“มองทำไมนักหนา รุมกันทำไมเหรอ...มองกูสิ มารุมกูนี่ กูน่ารักกว่าอีคนสวยตั้งเยอะโว้ย!” เคยเป็นกันไหมไอ้พวกที่มีแฟนเป็นของตัวเองน่ะ ไอ้ความรู้สึกอยากฆ่าตัวผู้ทุกตัวที่เสนอหน้าเข้ามายุ่มย่ามกับแฟนตัวเองรุนแรงได้เท่าผมรึเปล่า

 

กึก!

 

ไม่ทันรู้ตัวเท้าผมก็เดินตรงไปหานัชชาเสียแล้ว

 

มาถึงจุดนี้ผมเองก็ยังไม่เชื่อเหมือนกันว่าเราสองคนตกลงคบกันจริงจังแล้ว ฟังดูอาจเป็นเรื่องตลกสำหรับใครหลายคนก็ได้...นัชชาตกลงเป็นแฟนกับผมเมื่อหลายวันก่อน

 

ผมรู้ว่าเธอยังไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับผมกันแน่ แววตาของนัชชาตอนนั้นดูสับสน หาคำตอบไม่ได้ หากแต่ผมก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกดีๆ ที่มันบางเบามากจากดวงตาคู่สวย ถึงจะไม่ชัดเจน อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้รังเกียจผมเหมือนที่เจอกันครั้งแรก ต่อให้ทุกอย่างยังไม่เด่นชัดผมก็ยังบังคับเธออยู่ดี

 

ข่มขู่ว่าหากเธอไม่ตอบตกลงเป็นแฟนจะปล้ำเจ้าหล่อนซะให้รู้แล้วรู้รอด ถ้านัชชายังดื้อดึงผมก็คงทำอย่างที่พูดจริงๆ นั่นแหละ ดูเห็นแก่ตัวมาก ผมรู้ แต่ไม่สนหรอก ไม่แคร์อะครับบอกเลย...ถ้าอยากได้ขึ้นมาก็ต้องได้ จบนะ ?

 

เป็นไปตามคาด...ได้ยินคำขู่ยัยตัวดีก็รับตกลงรับปากแทบไม่ทัน

 

นัชชาขี้โกงว่ะ! ต้องให้ผมยังคับตลอดถึงจะตอบรับได้ ใจร้ายชะมัด...ทั้งที่เธอไม่ต้องทำอะไรเลยไง ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรสักอย่างแต่ผมก็เสือกเป็นของเธอไปหมดทุกอย่างแล้ว ความรู้สึกผิดแปลกไปจากตอนแรกที่เจอเธอ ค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละนิดจนผมเองก็พึ่งจะรู้ตัวเหมือนกันว่าคลั่งอีคนสวยได้มากขนาดนี้

 

วุ่นวายใจไปหมดตอนเห็นไอ้เด็กเปรตนั่น ไอ้ไม้เอกอะไรนั่นน่ะ...หงุดหงิดที่สุดก็ตอนรู้ว่ามันคือคู่แข่งของผม มารหัวใจอย่างมันต้องกำจัดให้สิ้นซาก เพราะงั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือการทำให้นัชชาอยู่ในพันธะของคำว่า ผู้หญิงของผมให้ได้เสียก่อน

 

ไม่มีอะไรเกินความสามารถ...ตอนนี้นัชชาตกอยู่ในสถานะนั้นเรียบร้อย

 

“เฮ้! ทำไมช่างภาพต้องเข้ามาใกล้นางแบบขนาดนี้ครับ”

 

“พี่ชายถอยออกไปนะ นี่พี่สาวพวกผมเว้ย”

 

“เฮ้ย! ทำอะไรครับ!

 

ทำให้คนแถวนี้เห็นว่ากูนี่แหละเจ้าของอีคนสวย จบไหมครับ!

 

หมับ!

 

ไม่ฟังเสียงประท้วงของใครหน้าไหน ผมเดินเข้ามากระช่างร่างเล็กในชุดที่โคตรปั่นป่วนอารมณ์ให้ลุกขึ้นแล้วกดร่างเธอนั่งบนตักของผมแทนอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาร้อนแรงจากไอ้เด็กหน้าม่อสามคน แถมด้วยสายตาตำหนิของเจ้าขาอีกด้วย

 

ณ จุดจุดนี้ไม่มีคำว่าแคร์อีกต่อไปบอกเลย!

 

“ทำให้พวกมึงตาสว่างไง” ผมบอกพลางเลิกคิ้วขึ้นคล้ายกำลังหาเรื่อง กระชับท่อนแขนโอบรัดเอวบางแน่นเมื่อเจ้าตัวกำลังดิ้นพล่านพยายามจะลุกขึ้นให้ได้ “คนนี้แฟนกู มีใครข้องอะไรไหมครับ ?”

 

“ห๊ะ ?!

 

“ชัดเจน เพราะงั้นอย่าเข้าใกล้ถ้าไม่ใช่เวลางาน”

 

“พิชญ์ ทำบ้าอะไร ปล่อยสิ อึดอัด”

 

“เตือนแล้วใช่ไหมว่าอย่ามองผู้ชายคนอื่น” ไม่ว่าเปล่า ผมวางคางบนเรียวไหล่เล็ก กระซิบชิดใบหูเสียงต่ำบ่งบอกว่ากำลังอารมณ์ไม่ดีจริงๆ เรื่องเดียวที่ผมไม่เคยตีหน้ายิ้มได้ก็คงจะเป็นเรื่องของยัยนี่คนเดียว “ดูเหมือนอยากลองของกับฉันมากเลยนี่”

 

จงใจพ่นลมหายใจใส่จุดอ่อนไหวของคนตัวเล็กบนตักจนเจ้าตัวเกร็งร่างเป็นระยะ ผมรู้ว่าส่วนไหนสามารถทำให้นัชชาขัดขืนไม่ได้ ถ้ายังทำตัวไม่น่ารักจะทำให้ร้อนตายไปเลยคอยดู

 

“ฉันไม่ได้...”

 

“ต้องให้แสดงความเป็นเจ้าของอีกใช่ไหม จากถ่ายแบบเซ็กซี่อาจจะเป็นถ่ายหนังเอวีเลยก็ได้นะครับ J

 

 

 

 





 










[06/07/57]
หายไปสองอาทิตย์เลย ขอโทษน้า ไม่มีเวลาให้เรื่องนี้เลย
กลับมาอัพให้โน๊ะ แอบเปลี่ยนโปสเตอร์ด้วยเพราะไม้เอกยังไม่ออกมา
อีพิชญ์มันเป็นลัทธิคลั่งเมียค่ะ นี่แค่เป็นแฟนยังดิ้นแทบตายขนาดนี้
มาลุ้นตอนต่อไปกันเถอะ นกจะส่งไม้เอกมาเล่นงานอีพิชญ์ให้ดิ้นอีก

เม้นท์ + โหวตให้พิชญ์ด้วย
เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้น้า อิอิ


[22/06/57]

ครึ่งแรกของอีพิชญ์มาแล้ว แสนสั้น แต่ความจัญไรนั้นไม่เคยลดถอย
อีพิชญ์ร้ายค่ะ มันเอาแต่ใจ ไม่ยอมให้นัชชาได้ปฏิเสธเลยงะ่ อั้ยยยยย!
ต่อไปจะได้ดูว่าพิชญ์เวลามีแฟนจะเป็นยังไง ยังเจ้าชู้อยู่มั้ยต้องติดตาม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,805 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #5494 ` Question7 . (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 19:34
    อิพิชญ์ขี้หึงสุดๆ..
    #5,494
    0
  2. #3501 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2557 / 13:39
    งานหึงมาตลอดๆ เลยนร้าาาคนน่ารัก
    #3,501
    0
  3. #3500 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2557 / 13:38
    งานหึงต้องมาตลอดๆเลยนร้าาา คนน่ารัก
    #3,500
    0
  4. #3312 T--dZ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 02:54
    เด๋วๆๆๆๆๆๆๆ

    คือก่อนหน้านี้ นางสารภาพรักและขอเป็นแฟนได้แมนๆและน่ารักม้ากกกกกกก

    แต่อิมุขถอดเสื้อ กับท่าบังคับนี่แบบทำคนอ่านเงิบบบบบบบ 5555

    โอ้ยยยสรุปนางคงคอนเซปจ้าาา. ยอมนางจริงๆ ฮาวะ อิอิ สู้ๆน้านัชชาาาา
    #3,312
    0
  5. #2261 chibi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 16:30
    โอ้ยยยย พ่อคุณหึงหน้ามืดตามัวไปแล้วววววววว
    #2,261
    0
  6. #1157 Belleza Bellz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 / 17:47
    มานะ อ้อนๆๆ
    #1,157
    0
  7. #1156 Belleza Bellz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 / 17:46
    รออ่านน่าาาาา
    #1,156
    0
  8. #1155 Belleza Bellz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 / 17:44
    อยากอ่านต่อแว๋ววววววว!!
    #1,155
    0
  9. #1151 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 14:12
    แวะมาเจิมรออิพิชญ์
    #1,151
    0
  10. #1150 แอล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 10:22
    งานหึงหื่นโหดห่าม

    นัชชาจะโดนกินมั้ยนิ
    #1,150
    0
  11. #1149 kumama_777 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 07:19
    พิชญ์ หวงแฟนสุดๆ อ่ะ เจิมตอนต่อไปค่ะ
    #1,149
    0
  12. #1148 Belleza Bellz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 01:18
    จบงานนัชชาไม่รอดแน่เลย
    #1,148
    0
  13. #1147 Belleza Bellz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 01:17
    อยากเห็นพิชญ์หน้ามืด
    #1,147
    0
  14. #1146 Belleza Bellz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 01:16
    5555นัชชาเหนื่อยหน่อยนะมีแฟนขี้หวงเนี่ย
    #1,146
    0
  15. #1144 † FuNe ~ Real † (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 23:45
    งานหึงต้องมา หึงแรงซะด้วย นัชชาจะรับมือยังไงเนี่ย
    #1,144
    0
  16. #1143 ByChu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 22:52
    คนนี้ของช้านนนนนน
    #1,143
    0
  17. #1142 Mine_EVE (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 19:35
    อีพิชญ์หึงเกินนนนน.
    #1,142
    0
  18. #1141 jinvadee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 22:22
    พิชญ์ ออกตัวแรงแล้วนะเออ นัชชาก้นะ 555555 เขินพระเอกแทนนางเอกละเรื่องนี้
    #1,141
    0
  19. #1140 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 20:34
    พิชญ์หึงหน้ามืดเบย
    #1,140
    0
  20. #1139 -LoveEXO'- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 19:55
    อ๊ากกกกกกกกกกก อิพิชญ์เอ้ย ชอบแกจุงเบย ฮ่าๆ 

    #1,139
    0
  21. #1138 MELODY21 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 16:04
    พิชญ์หึงโหดมาก... งานนี้ต้องเจิมมมมมมม
    #1,138
    0
  22. #1135 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 11:14
    เฮียหึงแล้วน่ารักชะมัด
    #1,135
    0
  23. #1134 kumiko_chan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 10:25
    พิชญ์ควันออกหูแล้ว 5555
    #1,134
    0
  24. #1133 I'amm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 09:33
    งานหึงมาแล้ว นัชชาอย่าขยันหางงานนะ เดียวมีงานเข้าน้าค่ะ
    #1,133
    0
  25. #1132 Bussagorn Inlee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 08:59
    เจิมๆ อัพต่อไวๆน่ะคร้า
    #1,132
    0