「END」Look out! แหกกฎรัก เขย่าหัวใจ

ตอนที่ 8 : CHP.7 Be my girl [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    14 มิ.ย. 57




BE MY BABY - WONDER GIRLS

Look out's shot!
This has never happened to me long ago, my heart is beating

I try to be calm but whenever you show up in front of me, baby
มันไม่เคยเกิดขึ้นกับฉันนานแล้ว หัวใจเต้นแรงน่ะ
ฉันพยายามจะหักห้ามใจ แต่ก็ยังคงเห็นแต่คุณอยู่ตรงหน้าฉัน ที่รัก


CHAPTER 7

 

Be my girl 

เป็นผู้หญิงของฉันเถอะนะ

 
 

 

 

[NUTCHA TALK]

 

หมับ!

 

“อ๊ะ!” สิ้นน้ำคำข่มขู่คนตรงหน้าก็ตวัดวงแขนเกี่ยวเอวฉันเข้าแนบชิดลำตัวด้วยลำแขนแกร่งอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยเพียงข้างเดียว “นายลามปามฉันอีกแล้วนะ”

 

“อือ” คนหน้ามึนตอบรับส่งๆ เบียดแผ่นอกแกร่งอุ่นร้อนเข้ากับหน้าอกฉันมากขึ้น รับรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายกำยำของผู้ชายตรงหน้าได้ชัดเจน อะไรไม่ร้ายเท่าหัวใจของฉันตอนนี้...มันกำลังเต้นเร้ารุนแรงอย่างน่ากลัว

 

หาใช่ความขัดเขินอย่างเดียวไม่ แต่กลับเป็นความขุ่นเคืองก่อนหน้านี้ต่างหากที่กำลังเล่นงานเลือดร้อนในกายดิ้นพล่านตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

 

จะอะไรเสียอีกล่ะ...ก็บราเซียลายจุดสีหวานที่ฉันขวางใส่พิชญ์ไง!

 

ยิ่งนึกความโมโหก็ทวีขึ้นอีกหลายเท่าตัว

 

ก็จะไม่ให้ฉันเดือดดาลขนาดนี้ได้ที่ไหน

 

ฉันเจอยกทรงคัพเล็ก(กว่าของฉัน)ตกอยู่บนเตียงนอนของพิชญ์ตอนที่คนใจร้ายเอาฉันมาขังไว้ เชื่อไหม...วินาทีที่เห็นว่ามันไม่ใช่ของฉันเลือดร้อยในกายก็ตีรวนวูบวาบไม่หยุด ความกรุ่นโกรธปะทุขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ฉันพยายามหาเหตุผลว่าทำไมถึงรู้สึกโมโหทั้งที่ความจริงก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกอะไรเลยไง

 

กระทั่งตอนนี้เหตุผลของฉันก็ยังบางเบาเหลือเกิน

 

ก่อนจะเจอหน้าพิชญ์อีกครั้งซึ่งเขามายืนข้างหลังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ ฉันกำลังคุยกับไม้เอกที่โทรมารังควานผ่านโทรศัพท์ไม่เลิกราจนแทบเสียสติ หัวใจของฉันปวดแสบปวดร้อนยังไงก็ไม่รู้ทุกครั้งที่ได้คุยกับเด็กคนนั้น

 

ทว่า...อารมณ์เหล่านั้นยังไม่อาจเทียบเท่ากับความรู้สึกที่เสียไปตอนเจอยกทรงตัวนี้ด้วยซ้ำ

 

จะว่าอย่างไรดี...ยังจำกันได้ไหมว่าหมอนี่เคยพูดอะไรกับฉันไว้บ้าง ?

 

พิชญ์เคยบอกไงว่ากำลัง(ตั้งใจ)จีบฉัน โอเคเลยว่าพอได้ใช้เวลาอยู่กับเขาบ่อยมากขึ้นอาจจะไม่ได้เกลียดพิชญ์จนเข้ากระดูกดำอย่างตอนแรกที่เราเจอกัน พอเขาบอกอย่างนั้นแล้วเริ่มเข้ามาวนเวียนใกล้ตัวฉันเรื่อยๆ หลายมุมของผู้ชายคนนี้ก็ค่อยๆ เผยออกมาทีละนิด ทีละนิดจนฉันเริ่มเปิดใจกับเขามากขึ้น ถึงคนหื่นกามจะคอยแทะเล็มเล็กๆ น้อยๆ ตามประสาก็ตาม

 

เจ้าตัวบอกว่าอดยากปากแห้งเรื่องผู้หญิงมากเพราะตามจีบฉันนี่แหละ ใช่...เขาเคยบอก ฉันจำได้

 

ประหนึ่งว่าไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นเหมือนที่ผ่านมาอย่างกิติศัพท์ได้ถูกเล่าขานไปทั่วเรื่องความเพลย์บอย เมื่อก่อนพิชญ์เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยกว่ากางเกงในเสียด้วยซ้ำ แต่พออยากได้ฉันเขาก็เริ่มปรับตัว ฉันไม่รู้หรอกว่าหมอนี่ทีเล่นทีจริงหรืออะไรกับฉันมากนัก แต่บอกตามตรงว่าคำพูดของเขาน่ะฉันเชื่อนะบางที บอกว่าอดอยากก็แสดงว่าเขาไม่ได้ดวงใครเลยจริงไหม ?

 

แล้วนี่อะไรวะ...อดยากมากแล้วบราตัวนี้มันลอยมาจากไหนอย่างนั้นเหรอ ถ้าผู้หญิงไม่ตกถึงท้องจริงจะมีของพรรค์มาอยู่ในห้องนอนเขาไหม

 

หรือยังไง...หรือเป็นโรคจิตงี้เหรอ เก็บยกทรงไว้ดมหรืออะไร ?

 

“ไม่ต้องมาจับตัวฉันเลย” ยอมรับเลยว่าฉันโกรธมาก โมโหเสียจนตัวเองก็ยังไม่เข้าใจว่าจะเดือดร้อนทำไมนัก ในหัววาดภาพไปสารพัดว่าเจ้าของบราเซียตัวนี้รูปร่างเป็นยังไง เรื่องหน้าตาไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่ แซบได้ใจพิชญ์คงไม่ชายตาแลหรอก

 

ลีลาคงเด็ดมากเลยสิ เหอะ!

 

“อยากจับ” เขาก็ยังคงทำตัวหน้ามึนเหมือนเดิม ไม่สนเลยว่าฉันกำลังทำสีหน้าแบบไหน ไม่สนด้วยว่าฉันจะจิกข่วนท่อนแขนจนได้แผลไปเท่าไหร่ ราวกับคนตัวสูงจะไม่ปล่อยให้ฉันหนีเขาไปทั้งอย่างนี้ “ไม่จับเธอก็หนีฉัน”

 

ฉันไม่ชอบคนโกหก ตอแหล ตลบตะแลง นะเว้ย หรือมีใครชอบอย่างนั้นเหรอ ?

 

ก็ไม่...

 

ดังนั้นการเจอเหตุการณ์เช่นนี้ทำให้ฉันเสียความรู้สึกกับเขาไปกี่เปอร์เซ็นก็ยังไม่อาจประเมินได้ เอาเป็นว่าฉันเสียใจที่เขาหลอกฉัน เสียใจมากที่ทำเหมือนฉันเป็นผู้หญิงโง่ อยากจะหลอกอะไรยังไงก็ได้โดยคิดว่าฉันตามเข้าไปทัน เออ...ถ้าไม่เข้ามาในห้องนี้ฉันคงตาบอดต่อไป

 

“เพราะไม่อยากอยู่กับพวก ลิ้นสองแฉกไง” ฉันเหยียดยิ้มมองพิชญ์อย่างปรามาส “ต่อหน้าอย่าง ลับหลังอีกอย่าง เหอะ...ตอแหล”

 

“ทำไมไม่เชื่อฉันบ้างวะ บอกว่าไม่รู้ก็ไม่ไง”

 

“นี่ห้องนอนใคร ?” ฉันเลิกคิ้วถามเจ้าของอ้อมกอดอย่างกวนประสาท

 

“ห้องเค้าเอง T^T

 

ก่อนหน้านี้พิชญ์เหมือนจะโกรธฉันด้วยใช่ไหม ตอนเขาเห็นไม้เอกกอดฉันที่สนามแข่งแล้วโผล่เข้ามาถีบไม้เอกกระเด็นออกไป พิชญ์ดูโมโหจนเกือบควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ฉันตกใจมากนะกับท่าทางแปลกไปเหมือนคนละคน ราวกับเขาไม่ใช่ผู้ชายโลกสวย น่ารัก มุ้งมิ้งอย่างที่ปากว่าสักนิดเดียว

 

ทว่าเวลานี้สถานะของเรากลับกันอย่างสิ้นเชิง

 

กลายเป็นฉันเองที่โมโหเขาอยากข่วนหน้าตาหล่อเหลาที่ก่อนหน้านี้ตีหน้ายักษ์ใส่กันให้แหกไปข้าง อยากทำร้ายร่างกายเขาให้สาสมกับความคุกรุ่น แต่เรี่ยวแรงของฉันก็ถูกเขาทัดทานไปจนหมด เพียงกลิ่นกายอ่อนๆ ผสมกลิ่นโรออนซ์และกลิ่นมิ้นท์จากบุหรี่จางๆ ก็สามารถปั่นป่วนหัวใจฉันได้ไม่ยากเลย

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

เขาอันตราย...พิชญ์น่ะอันตรายกับความรู้สึกของฉันมากเกินไปแล้ว

 

“ห้องนายแล้วยังตอแหลว่าไม่รู้เนี่ยนะ” เคยรู้สึกอยากตบหน้าใครให้หายโมโหไหม ยิ่งคู่กรณีทำสีหน้าใสซื่อเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรแล้วยิ่งอยากเอาเท้ากระแทกหน้าน่ะ เคยเป็นกันไหม! “คนโกหก ปล่อยเลย!

 

ให้ทนเห็นหน้าพิชญ์มากกว่านี้ฉันได้กลายร่างเป็นฆาตกรแน่

 

ไอ้ผู้ชายเจ้าชู้เอ้ย!

 

“โอ้ย! ทำหึง น่ารักอะ! >.<” คนไม่สำนึกก็ยังทำหน้าตาล้อเลียนฉันไม่เลิก ทำตัวสะดีดสะดิ้งตามนิสัยจนฉันไม่รู้จะต้องจัดการเขาอย่างไรดีแล้ว

 

นอกจากจะไม่ง้อไม่อธิบายอะไรออกมาสักอย่าง ยังมาล้อเลียนฉันอีกนะคิดดู คนอะไรก็ไม่รู้ตีหน้ากวนประสาทอยู่ได้ ไม่คิดว่าฉันจะหงุดหงิดบ้างเหรอ บอกเลยว่าตอนนี้ฉันไม่ตลกกับเขาด้วยหรอก เรื่องหลอกลวงแบบนี้ฉันซีเรียสมากนะเว้ย

 

“เค้าไม่นอกใจตัวเองหรอก จริงๆ นะ จริงน้า~

 

“อย่าเอาหน้ามาถูนะ” ฉันเอ็ดเสียงเขียวพลางเบี่ยงหน้าหลบสัมผัสอุ่นร้อนตรงพวงแก้มในที แต่ก็ยังไม่พ้น พิชญ์ดื้อดึงใช้แก้มอุ่นแนบลงกับแก้มข้างหนึ่งของฉันแล้วถูไถไปมาเหมือนลูกแมวอย่างเอาใจ คลอเคลียคลายกำลังอ้อนวอนให้ลดโทษความผิดอย่างไรอย่างนั้น ฝันไปเถอะไอ้คนกระล่อน!

 

กลายเป็นว่า...ฉันกับพิชญ์ยืนอยู่บนเตียงชิดผนังหัวเตียง คนตัวสูงยืนกอดเอวาแน่นจนเจ็บราวไปถึงกระดูกบริเวณที่ถูกรัด ยังไม่พอ...พิชญ์บดเบียดร่างกายกำยำกับเข้าหาฉันมากขึ้นอย่างเอาแต่ใจ เอาใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ถูไถอยู่ตรงแก้มฉันนี่เอง

 

ขนาดผลักไสออกด้วยแรงทั้งหมดยังไม่ขยับห่างเลยคิดดู!

 

เกลียดนักแรงของผู้หญิงเนี่ย!

 

“ถูแก้มไม่ได้ งั้นเอาปากไปถูอะไรอย่างอื่นได้ไหมนะ ?”

 

ในวินาเดียวกันเลย!

 

ผลัวะ!

 

“โอ้ย! ตบหัวไมอะคนสวย พิชญ์เจ็บนะเว้ย” คนถูกทำร้ายร่างกายยู่ปากไม่พอใจ พลางมองฉันเหมือนงอนๆ แต่ฉันก็ไม่สนหรอกว่าเขากำลังทำสีหน้าแบบไหน มีอย่างเหรอ...พูดจาสองแง่สองง่ามอย่างนั้นมันน่าไหมล่ะ ?

 

ไม่ลงไปหยิบส้นเข็มมาฟาดปากก็บุญแล้วย่ะ (อันที่จริงโดยกอดอยู่หยิบไม่ได้)

 

“ฉันเพื่อนเล่นนายเหรอ อย่าลามปามให้มากนะพิชญ์” ฉันหรี่ตามองเขาเป็นการสำทับคำพูด หาแต่พิชญ์ก็ยังคงเป็นพิชญ์ นอกจากจะไม่ฟังแล้วยังใช้นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่สวยตรึงสายตาฉันให้สบกับเขาเช่นนั้นอย่างน่าประหลาดอีก

 

ราวกับตกอยู่ในห้วงมนต์สะกดของคนตัวสูง ร่างกายฉันเบาหวิวดุจปุยนุ่น หัวสมองเริ่มสลัดภาพเรื่องราวต่างๆ ก่อนหน้านี้ออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงตรงนี้...ตรงหน้าฉันนี่เอง

 

พิชญ์...

 

ฉันเม้มริมฝีปากด้วยความรู้สึกอันหลากหลายที่ประเดประดังเข้ามา หัวใจวูบไหวทุกครั้งที่นัยน์ตามีความหมายของเขากวาดมองไปทั่วดวงหน้า พวงแก้มร้อนวาบราวกับมีใครเอาไฟมาลนจี้อย่างไรอย่างนั้น ฝ่ามือที่เคยผลักไสเผลอกำหมัดแน่นและไม่รู้ว่าจะต้องเอามันไปวางไว้ตรงไหนดี ได้แต่กำแน่นข้างลำตัวเช่นนั้นราวกับคนไม่มีสติ

 

“ตบหัวมันไม่ดี เดี๋ยวสมองคนน่ารักฟ่อทำไง” เขาทำปากจู๋อย่างน่ารัก ใช้ฝ่ามือข้างที่วางยกขึ้นลูบหัวตัวเองปอยๆ ก่อนจะใช้นัยน์ตาอันทรงพลังคู่นั้นสะกดฉันอีกครั้ง

 

ใบหน้าหล่อเหล่าโน้มลงมาใกล้ กดริมฝีปากอันเต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่รสมิ้นท์บนสันจมูกฉันแรงๆ สองสามที กระตุกจังหวะการหายใจฉันให้สะดุดห้วงอย่างไม่อาจหักห้ามได้

 

“ฟ่อตั้งนานแล้วเถอะ คิดแต่เรื่องไร้สาระ!

 

“แรงนะตัวเธอ”

 

“...”

 

“เป็นชะนีอย่าปากร้ายนักสิ คนน่ารักหัวใจบอบบางนะ”

 

“เป็นผู้ชายอย่างแรดนักสิ เลิกทำตัวไร้สาระไปเลยยิ่งดี”

 

“การที่ฉันคิดถึงแต่เรื่องของเธอมันไร้สาระตรงไหน...”

 

กึก!

 

“...” คำพูดของเขาทำให้ฉันต้องกัดริมฝีปากด้วยความรู้สึกอันน่าพิศวงที่โถมแทรกเข้ามาในก้อนเนื้อโง่ๆ ในอกข้างซ้าย อันตราการเต้นของมันรุนแรงทวีคูณขึ้นอย่างไม่อาจหักห้ามได้ ซ้ำร้าย...คนตัวสูงตรงหน้ายังคงใช้สายตาคมคู่สวยไล่ต้อนฉันเหมือนกำลังสนุกที่สามารถทำให้ฉันเงียบได้อย่างไรอย่างนั้น

 

พิชญ์เบียดชิดร่างกายเข้ามาจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจเขาขชัดเจนกว่าเดิม

 

หนักแน่น อบอุ่น และสม่ำเสมอ

 

“แค่คิดถึงก็ผิดเหรอ...” ฉันดันใบหน้าพิชญ์ให้ออกห่าง แต่ก็เท่านั้น...นอกจากจะไม่ห่างออกไปยังชิดเข้ามาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกันแล้ว “คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิดสินะครับ”

 

“...”

 

“น่าน้อยใจจุงเบย L

 

“เหอะ” ฉันแค่นยิ้มให้กับสิ่งที่เจ้าตัวกำลังพูดอย่างไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกอย่างไรก่อนดี “คิดถึงฉันมากจนต้องพาผู้หญิงมากกถึงเตียงเนี่ย มันคิดถึงแบบไหนเหรอพิชญ์ ?”

 

“ฉัน...!

 

“คงคิดถึงมากเลยใช่ไหมถึงได้ตอแหลกับฉันแบบนี้” ฟังยังก็ฟังไม่ขึ้นว่าไหม นี่ห้องของเขาไง ห้องนอนภายในคอนโดระดับห้าดาวที่มีการเข้าออกด้วยคีย์การ์ด หากเขาไม่ได้เป็นคนพามาแล้วเจ้าของเต้าคัพซีจะปีนกำแพงเข้ามาหรือไงวะ นี่มันชั้นที่เท่าไหร่ของคอนโด

 

ไม่ตลกเลยนะ...ฉันไม่ได้โง่ถึงขนาดไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเสียหน่อย หลักฐานทนโท่คาตาแบบไม่ต้องสืบหาขนาดนี้แล้วจะคิดเป็นอื่นคงไม่ได้มั้ง

 

“เกลียดนักผู้ชายกลับกลอกพรรค์นี้น่ะ”

 

“ฟังกันบ้างสิครับ!

 

“ไม่...เฮือก!” กรอบตาฉันเบิกกว้างทันทีที่พิชญ์กระชากน้ำเสียงหงุดหงิด เขาจัดการปราบพยศฉันอย่างร้ายกาจ “นี่นาย...!” พยายามจะร้องห้ามแต่ก็ทำได้แค่จิกเล็บลงบนหลังมือหนาสุดแรง

 

ฉันจะทำยังไงกับเขาดี จะทำยังไงกับผู้ชายมือไวอย่างพิชญ์ดี...

 

“ทำไมคนสวยชอบฟังอะไรเข้าใจยาก รู้ไหมว่าคนพูดเหนื่อยนะเวลาพูดความจริงแล้วไม่มีเชื่อ” คนเอาแต่ใจกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแหบทุ้มอย่างน่าใจหาย หัวใจฉันเต้นเหมือนจะหลุดออกมาอยู่แล้ว ตลอดเลย พิชญ์ใช้จุดอ่อนของฉันบังคับให้ฉันฟังเข้าตลอด “หึงจนหน้ามืดตามัวแล้วนะคนสวย”

 

ปากเขาก็ปั่นป่วนอยู่ข้างใบหูของฉัน ฝ่ามือข้างนั้นก็ยังไม่เคลื่อนย้ายออกไปจากจุดไม่น่าเตะต้องเสียที

 

ฉันอยากฆ่าเขาจริงๆ!

 

แตะต้องร่างกายฉันประหนึ่งเป็นร่างกายเขาเองมันใช้ได้ที่ไหน

 

“ไม่...ไม่ได้หึง” ฉันปฏิเสธด้วยเส้นเสียงสั่นไหว แม้พยายามจะให้มันหนักแน่นที่สุด ทว่าฝ่ามือซุกซนของคนตัวสูงก็ปั่นป่วนฉันเกินไป พิชญ์ไม่เห็นใจฉันสักนิดเดียว จะใจร้ายกับฉันไปถึงไหนกัน “ฉันไม่ได้...จะ เจ็บ”

 

ฝ่ามือร้ายลงแรงบีบจนฉันต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด คมเล็บฉันจิกลึกเข้าผิวเนื้อหลังฝ่ามือข้างนั้นของเขาสุดแรงก็ยังไม่อาจทำให้คนเอาแต่ได้ละฝ่ามือออกไป ประเด็นคือพิชญ์กำลังยิ้มกวนประสาทให้ฉันตอนผละใบหน้าออกมาด้วยไง

 

ปึก!

 

ฉันกัดริมฝีปากทนความเจ็บปวดก่อนจะทุบอกเขาไปทีหนึ่งกับความสุดโต่งของผู้ชายคนนี้ เขาไร้ลิมิตเกินไป ทำเหมือนฉันไม่มีหัวใจเลยว่าไหม นี่มันไม่ตลกแล้วนะ มันมากเกินความจำเป็นแล้ว ผู้ชายหื่นกามคนนี้น่ะเหรอที่ฉันจะหึงเขา เหอะ! ฉันก็แค่ไม่ชอบที่เขาโกหกเลยโมโหเท่านั้นแหละ ไม่ได้หึงหวงอะไรสักนิด อยากจะไปนอนกับใครก็ไปเลยสิไม่ใช่มาทำตัวบ้ากามกับฉันอย่างนี้

 

ไอ้ลามก!

 

“ปากแข็ง”

 

“เอามือออกไป” สาบานได้ว่าถ้าเขายังไม่เอามือออกจากหน้าอกฉันต้องเป็นเรื่องแน่ ฉันจะเอาเลือดหัวชั่วๆ ของพิชญ์ออกให้ดู

 

“ไม่เอา มันนิ่มอะ”

 

“พิชญ์” จำได้ไหมครั้งแรกที่ฉันเจอเขาตรงทางเดินในคลับ เหตุการณ ครั้งนั้นเหมือนย้อนกลับเข้ามาอีกครั้งอย่างไรอย่างนั้น ฉันสอดฝ่ามือข้างที่ไม่ได้จิกหลังมือเขาใต้เรือนผมสีส้มทองแล้วกำกลุ่มผมหนานุ่มแน่นพร้อมกับกระชากหนังหัวคนตัวสูงให้หน้าหงายขึ้นตามแรง

 

“อะไรเหรอ” แต่หมอนี่ก็ยังทำหน้าตายด้วยการก้มใบหน้าหล่อเหลาลงมา สายตาเราอยู่ในระดับเดียวกัน ฉันเห็นแววตาประกายระยับในดวงตาคู่สวยของเขา

 

ฉันกำลังเผชิญอยู่กับคนโรคจิตใช่ไหมวะ

 

“ฉันโกรธนายจริงๆ แล้วนะ”

 

“อือ” สนใจกันหน่อยได้ไหม

 

“พิชญ์ ปล่อยมือสิ”

 

“อีกนิด”

 

“เดี๋ยวนี้...”

 

“อีกนิดหนึ่งน่า...”

 

“ไม่ได้...อื้อ!

 

เรากำลังยื้อร่างกายกันสักพัก ก่อนคำพูดจะถูกกลืนหายในวินาทีต่อมา!

 

ริมฝีปากอุ่นร้อนของคนตัวสูงก็กดแนบปิดเรียวปากฉันหนักหน่วง ช่วงชิงลมหายใจตอนฉันไม่ทันได้ตั้งตัว น่าโมโหที่เขากดย้ำริมฝีปากลงมาหนักแน่นหลายครั้งราวกับต้องการกลั้นแกล้งกันอย่างไรอย่างนั้น การกระทำของพิชญ์กระตุกหัวใจฉันให้ร้อนวาบอย่างบอกไม่ถูก มือไม้อ่อนปวกเปียกร่วงลงข้างลำตัว เรียวลิ้นร้อนชื้นที่ซุกไซ้ชอนไชไปมาในโพลงปากอย่างช่ำชอง ราวกับริมฝีปากฉันเป็นโถน้ำผึ้งให้เขาละเลียดตามใจชอบก็ไม่ปาน

 

“อึก! อื้อ!” ริมฝีปากฉันร้อนจัดเหมือนถูกถ่านไฟระนาบละมาไม่มีผิด ความร้อนลุ่มที่เขาสร้างสรรค์บนเรียวปากไม่ต่างจากงานกราฟิกตี้ที่ถูกสร้างขึ้น ภายนอกอาจดูกระด้าง หากทว่าลองมองให้ลึกกลับพบศิลปะที่น่าหลงใหลแฝงอยู่

 

ไม่ไหว...พิชญ์ไล่ต้อนฉันเกินไป

 

ร่างกายฉันอ่อนยวบอยู่ในอ้อมแขนกำยำที่มอบความร้อนวาบหวามให้ฉันอย่างโหยหาและละโมบ ความรู้สึกทั้งหมดที่เขาสาดเข้าใส่มันเกินตั้งรับจริงๆ ฉันรับความปรารถนาของพิชญ์ได้ไม่หมดหรอก ไม่มีทางรับไหวเพราะเขามีมากเกินไป...

 

รสจูบร้อนแรงแทบหลอมละลายริมฝีปากและหัวใจของเราเข้าด้วยกันมาพร้อมความรู้สึกทั้งหมดของเขา วินาทีนี้...ฉันไม่อาจเข้าใจสิ่งที่พิชญ์มอบให้สักอย่างเดียว หัวสมองมันหมุนเคว้งในอากาศ บางเบา และล่องลอยจนไม่อาจคว้าเอาไว้ได้

 

หากเขาไม่ได้สอดแขนเกี่ยวเอวฉันเอาไว้ปานนี้คงได้ล้มพับลงไปบนเตียงแล้วกระมัง ขนาดฉันหมดแรงต่อหน้าต่อตา กระนั้นพิชญ์ก็ยังไมหยุดปั่นป่วนฉันด้วยการปล้นลมหายใจอย่างร้อนแรงราวกับต้องการแผดเผาฉันให้มอดไหม้ไปพร้อมรสจูบร้ายกาจของเขา

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

ฉัน...ฉันตั้งรับไม่ทันแล้วนะ

 

นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์...พิชญ์เอาแต่ตะโบมจูบอย่างตายอดตายอยาก ปรนเปรอฉันสารพัดจะงัดวิธีที่เขาช่ำชองออกมาใช้ ราวกับต้องการเอาใจ หว่านล้อม ทำให้ฉันติดอยู่ในกับดักที่เขากำลังวางแผน เชือดอย่างร้ายกาจ

 

ร้ายกว่านี้ฉันต้องตายแน่ๆ

 

ฉันตามสัมผัสลึกซึ้งของเขาไม่ทัน ฝ่ามือข้างนั้นยังวางบนหน้าอกฉันอย่างถือสิทธิ์ เช่นเดียวกับมือฉันก็ยังจิกแน่นที่หลังมือของพิชญ์ จิกลงจนเหมือนเล็บจะฉีกเอาได้ ส่วนอีกข้างมันหมดแรงไปตั้งนานแล้ว คมเขี้ยวดุจแวมไพร์เกาะเกี่ยวเนื้ออ่อนตรงริมฝีปากล่างสร้างความเจ็บแสบให้ฉันอย่างมาก

 

ก่อนคนร้ายกาจจะกดจูบบนเรียวปากย้ำหนักเล่นเอาหัวใจฉันปวดไปทั้งอก ฉันเกือบเป็นลมคาอกรอมร่อจากการปั่นป่วนไม่ให้ได้หยุดพักของพิชญ์ พยายามดิ้นด้วยกำลังอันน้อยนิดก็ไม่เป็นผล พิชญ์กดย้ำริมฝีปากลงมาซ้ำๆ เหมือนไม่อยากถอนออกไป ปรับองศาใบหน้าให้ล้ำลึกกว่าเดิมหลายเท่าเป็นการประกาศชัยชนะอย่างสมบูรณ์แบบ

 

ให้ตาย เขารุกฉันแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ

 

หัวใจฉันจะระเบิดตายตรงนี้แล้ว

 

ในที่สุด...ฉันก็ปราชัยแก่พิชญ์อย่างน่าโมโห

 

“พะ พอ...พอแล้ว” จนฉันกำลังจะขาดใจตายไปจริงๆ นั่นแหละคนเอาแต่ได้ถึงยอมผละริมฝีปากออกไป แต่ก็ยังละเอียดอยู่ตรงริมฝีปากล่างฉันอย่างอาลัย ลมหายใจร้อนที่เป่ารดผิวแก้มเปรียบเสมือนน้ำกรดก็ไม่ปาน ทุกครั้งที่กระแทกลงมาผะผ่าวก็เหมือนผิวเนื้อตรงส่วนนั่นต้องของร้อน เจ็บแสบราวกับกำลังถูกน้ำกรดราดลงมาอย่างไรอย่างนั้น

 

“อื้อ” พิชญ์ตอบรับในวลีเดียว แต่เหมือนเขาจะรับคำส่งๆ ไปอย่างนั้นเอง จนฉันต้องขึ้นเสียงเมื่อคนเจ้าเล่ห์ทำท่าทางคุกคามกันอีกรอบอย่างคนละโมบโลภมาก หมอนี่น่ะไม่เคยพอหรอกไอ้เรื่องพรรค์นี้ ในหัวยัดเรื่องหื่นๆ แบบประเมินค่าไม่ได้เลย

 

“นี่! ถ้านายยังไม่เลิกรุ่มร่ามอย่าหวังว่าจะได้เจอกันอีกเลยนะ”

 

“ฮุย! ขู่แบบนี้ตบหัวพี่เลยดีไหมน้องสาว! L

 

“ใครใช้ให้นายลามปามฉันล่ะ”

 

“ช่วยไม่ได้อะ เธอน่ารักทำไม เบื่อนะเวลามีคนหึงเนี่ย หัวใจมันเต้นแร้งเต้นกาอยากจะฟันเธอท่าเดียวเลย”

 

“...!

 

“ไม่สิ ท่าเดียวมันไม่พอหรอก ของอย่างนี้ต้องจัดมาร้อยแปดกระบวนท่า!

 

ทันทีทันใดหลังจากประโยคน่าอายออกจากปากคนตัวสูง

 

ผลัวะ!

 

“ลามก!” ฉันหมดความอดทนกับพิชญ์จริงๆ อยากเอาส้นเข็มมาเจาะปากไม่สร้างสรรค์ของเขาเสียจริง ผู้ชายอะไรทำไมถึงได้หน้าด้านหน้าทนพูดเรื่องอย่างนี้ต่อหน้าผู้หญิงได้นะ ฉันไม่ได้โง่จนไม่รู้ไงว่าพิชญ์กำลังคิดเรื่องอะไร

 

ไม่เคยพ้นเรื่องใต้สะดือตลอด!

 

“ลกมกอะไร ร้อยแปดไม่พอละสิ...อยากเรียกร้องมากกว่านั้นก็บอกมาดีๆ”

 

แล้วไอ้เรื่องโยนความคิดชั่วๆ ให้คนอื่นนี่ก็ถนัดนักแหละ ฮึ่ย!

 

ฉันลามกเหมือนเขาหรือไงวะ ?

 

“หรือจะจัดแบบ ท่ายากเธอก็สามารถรีเควสฉันได้นะ”

 

“นาย...!” ฉันอับจนกระทั่งคำด่าเขาด้วยซ้ำ ใครก็ได้เอามันไปเก็บทีเถอะ ท่าทางเป็นเอามากแบบนี้ไม่ไหวนะเว้ย

 

เข้าขั้นโรคจิตเต็มสูบ!

 

“พิชญ์เทอร์โบเป็นจอมยุทธ์ที่ฝีมือฉกาจยิ่งนัก ฮิๆ J

 

“ฝีมือฉกาจเหรอ” ฉันหรี่ตามองไอ้ไม่มียางอายนิ่ง “เก่งกาจนักใช่ไหม ?”

 

“ครับ! อยากเห็นปะล่ะ เดี๋ยวเอาออกมาโชว์ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย ฮิๆ”

 

ผลัวะ!

 

“นายนี่มัน...!” เหลืออดจริงๆ ทนไม่ไหวกับคำพูดสองแง่สองง่ามนั่นแล้วไง น่าโมโหจนคิดคำด่าเขาไม่ออกเลยว่ะ

 

“ตบจัง! เคยมีความเมตตาต่อผู้ชายน่ารักบอบบางคนนี้บ้างไหม”

 

“อยากโดนอีกใช่ไหม ?” น้ำอดน้ำทนฉันก็ไม่ได้มีมากมายอะไรเลยไง การจัดการกับผู้ชายคนนี้ดูเป็นเรื่องยากสำหรับฉันไปเลยว่าไหม นักหนา อับจนหนทางต่อกรกับความลื่นไหลของเขาอยู่ร่ำไป เวลาทะเลาะกันทำไมฉันถึงเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอด ถ้าฉันยอมเขาง่ายๆ คงโดนเขี่ยทิ้งตั้งแต่วันแรกแล้วกระมัง “คราวนี้จะตบให้หน้าแหกเลยคอยดู”

 

“จิตใจเธอทำด้วยอะไรครับ ทำไมชอบทำร้ายร่างกายกันจัง เอะอะตบ เอะอะตบ” คนถูกทำร้ายเบ้ปากเหมือนเด็กน้อยถูกขัดใจ ฝ่ามือของนั่นก็ยังบีบค้างไว้ตรงใจกลางหัวใจอย่างหน้าด้านๆ ใช่ว่าฉันไม่พยายามดึงมือเขาออก แต่แรงฉันสู้พิชญ์ได้เสี้ยวหนึ่งก็คงดี “อยากโดนแบบตบจูบๆ เหมือนในละครหลังข่าวใช่ไหม”

 

“ประสาท”

 

“ตบแล้วผมก็จูบได้แล้วใช่ปะ ?” พิชญ์ก็ยังคงเป็นพิชญ์ผู้ชายหน้าด้านหน้าทนเหมือนเดิม เขาไม่เคยพัฒนาความหื่นให้มันลดน้อยลงเลยไง รังแต่จะเพิ่มพูนขึ้นจนจะกลายเป็นโรคจิตเต็มสูบอยู่แล้ว

 

“สต็อป!” ฉันเบิกตากว้างยกมือดันปลายคางเขาไว้ก่อนที่คนเอาแต่ใจจะฉวยโอกาสได้ทันท่วงที เวรเถอะ! ขอให้ได้แทะได้เล็มสักนิดหน่อยก็เอาเลยนะไอ้บ้านี่ ไม่ได้เลยจริงๆ ไว้ใจไม่ได้ “ฉันไม่อยากเถียงด้วยแล้วนะ จะกลับห้อง”

 

“ไม่เอา กลับทำไม”

 

“นายก็น่าจะรู้นะว่าทำไม” ขืนอยู่กับพิชญ์สองต่อสองมีหวังฉันไม่รอดเหลือถึงพรุ่งนี้เป็นแน่ “นายไว้ใจไม่ได้ ฉวยโอกาสกับฉันตลอด”

 

“ฉวยโอกาสอะไร เขาเรียกเติมขวัญกำลังใจให้ตัวเอง”

 

“ขวัญบ้าขวัญบออะไร นายเอาเปรียบฉันอยู่นะพิชญ์” ฉันถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย พลางดันใบหน้าหล่อเหลาให้ออกห่างเมื่อเขาดื้อดึงโน้มลงมา “มีอะไรช่วยคุยกับแบบไม่ถึงเนื้อถึงตัวได้ไหม ฉันรับมือนายแบบนี้ตลอดไม่ไหวหรอกนะ”

 

“...”

 

“...” พอฉันมองเขาด้วยสีหน้าจริงจังแกมอ้อนวอน พิชญ์ก็เหมือนจะอ่อนลงเล็กน้อย เขาไม่ดึงดันจะจูบฉันอีก แต่ก็ไม่ได้ขยับใบหน้าออกห่างเสียทีเดียว

 

“ลองยืนคุยกันดีๆ ได้ไหม ?”

 

“...”

 

“พิชญ์” เขาเงียบแล้วเอาแต่ต้องฉันด้วยสีหน้าปราศจากรอยยิ้มอีกครั้ง คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเป็นปม ริมฝีปากสีอ่อนออกคล้ำเล็กน้อยเม้มเป็นเส้นตรงคล้ายกำลังถูกขัดใจ “ให้เกียรติฉันมันยากนักเหรอ ?”

 

“ให้เกียรติแล้วยังไง ปล่อยให้คลาดสายตาแป๊ปเดียวเธอก็ให้ผู้ชายคนอื่นกอดหน้าตาเฉย”

 

“เรื่องนั้น...” พิชญ์มองฉันเหมือนกำลังคาดโทษ วงแขนข้างที่กอดเอวก็กระชับแน่นเหมือนอยากจะบอกเป็นนัยๆ ว่าเขากำลังหวงฉันเลยว่าไหม “ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้นซะหน่อย”

 

ให้ตาย...บางทีเขาก็ดูน่ารักและอ่านออกง่าย บางทีฉันก็ตามความนึกคิดของพิชญ์ไม่ทันจริงๆ

 

“แล้วทำไมมันต้องกอดเธอด้วย รู้ไหมว่าฉันโคตรจะโมโหเลย”

 

“...”

 

“ตอบมา!

 

“ฉันไม่รู้...” ถึงปากจะพูดออกไป แต่ในใจฉันกลับรู้ดีว่าจุดประสงค์ของไม้เอกคืออะไร เด็กคนนั้นน่ะ...กำลังจะทำอะไรฉันเดาออก “ไม่ได้อยากให้กอด”

 

“จริง ?”

 

“อือ” ฉันรับคำในวลีสั้นๆ

 

“เธอกำลังทำให้ผมดีใจอยู่นะรู้ตัวไหม อะไรจะมั่นคงกับผมขนาดนี้ ทำตัวน่ารักเดี๋ยวจะโดนฟัดเอาง่ายๆ นะครับ J

 

“อย่ามาหอมนะเว้ย” ฉันเบี่ยงหน้าหลบริมฝีปากร้อนที่กำลังไล่จุมพิตผิวแก้มฉันอย่างสนุกสนาน ไม่สนว่าฉันจะดิ้นแทบเป็นแทบตายอยู่ในอ้อมแขนเขาแค่ไหน อยู่ใกล้หมอนี่ทีไรฉันเสียเปรียบทุกทีสิน่า

 

“ไม่หอมงั้นทำอย่างอื่นนะเว้ย”

 

“ทะ ทำอะไร” จะเสียงสั่นหาพระแสงอะไรเล่านัชชา

 

“จะปล้ำ!

 

“กรี๊ด!!

 

ตุบ!

 

ร่างฉันถูกฉุดให้นอนลงบนร่างกายกำยำของพิชญ์ทันทีในวินาทีนั้น

 

“ลงผิดท่าแล้วว่ะนัชชา” คนเจ้าเล่ห์ยิ้มกริ่ม นัยน์ตาสีน้ำตาลแพรวพราวดูไม่น่าไว้ใจ ก่อนประโยคต่อมาของพิชญ์จะทำให้ฉันทุบอกเขาไปแรงๆ “สงสัยเธอต้องปล้ำผมแทนแล้วเพราะเธออยู่ข้างบนอะ”

 

“...!

 

“เอาเลย จับผมขึงแล้วบรรเลงมาได้เลย!” ไม่ว่าเปล่าคนบงการยังจัดการจับข้อมือทั้งสองข้างของฉันเอาไว้แน่น แล้ววางมือของตัวเองไว้เหนือหัว ทำให้เหมือนกับว่าฉันกำลังจะปล้ำเขาจริงๆ เลยไง

 

บ้าไปแล้ว!

 

“ปล่อยนะพิชญ์ ฉันอึดอัด” หน้าอกฉันเบียดกับแผงอกเขาแนบชิดชนิดที่หายใจยังไม่ทั่วท้องแบบนี้ฉันอึดอัด ไม่ชอบเอาเสียเลย ความร้อนจากผิวกายของพิชญ์แทรกซึมผ่านเนื้อผ้ามาชัดเจน เสมือนฉันกับเขาไม่มีอาภรณ์ใดปกปิด

 

ไอ้ความรู้สึกพวกนี้น่ากลัวชะมัด

 

“ผมก็อึดอัด”

 

“ปล่อย” ฉันกัดริมฝีปากแน่นพลางสะบัดข้อมือให้หลุดจากพันธนาการ ทว่าก็เท่านั้น...พิชญ์ยังสามารถตรึงฉันเอาไว้แน่น “หายใจไม่ออก”

 

“อือ” เขาตอบรับส่งๆ ก่อนจะปล่อยข้อมือทั้งสองข้างเป็นโอกาสให้ฉันดันตัวแล้วลุกขึ้น ใช่ ควรจะเป็นอย่างนั้นหากพิชญ์ไม่ไวกว่าใช้ฝ่ามือหนากดศีรษะฉันให้แนบกับแผงอกแกร่งทันที

 

“พิชญ์” วันนี้พิชญ์เป็นผู้ชายที่เข้าใจอารมณ์ยากที่สุดในโลก เดี๋ยวก็ยิ้ม เดี๋ยวก็งอน เดี๋ยวก็เงียบ ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ พอดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุดฉันจึงนอนนิ่งๆ อยู่บนตัวเขาอย่างช่วยไม่ได้ ขืนดิ้นมากกว่านี้อะไรๆ ก็ได้ถูได้ไถกันมากกว่านี้น่ะสิ

 

“...”

 

“...”

 

พิชญ์ปล่อยให้ฉันนอนอยู่บนตัวของเขาแล้วใช้ฝ่ามือกดศีรษะเอาไว้เช่นนั้นนานเท่าไหร่ฉันเองก็ไม่ทราบ เอาเป็นว่ามากพอจะทำให้ฉันทนนอนเงียบบนตัวเขาไม่ไหวอีกต่อไป เสียงลมหายใจสม่ำเสมอที่เป่ารดกระหม่อมทำให้ฉันถอนหายใจระบายความอึดอัดใจออกมา

 

ทว่ามันก็ไม่ได้ช่วยให้ฉันสบายตัวขึ้นเลย

 

“ปล่อยได้แล้ว” สุดท้ายจึงต้องเอ่ยออกไปจนได้

 

“ปล่อยไม่ได้”

 

“ทำไม”

 

“เดี๋ยวเธอหนี หนีไปหาไอ้เด็กนั่นแล้วฉันจะทำยังไง”

 

“ไม่หนีหรอก” ไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องมาพูดคุยกันด้วยสภาพนี้ไปเพื่ออะไร ฉันไม่รู้หรอกว่าตอนนี้พิชญ์กำลังทำสีหน้าอย่างไหนอยู่กันแน่ ทว่าสิ่งที่เขากำลังคิดคงไม่พ้นเรื่องไม้เอก ที่พาฉันมาถึงคอนโดคงเพราะอยากเคลียร์เรื่องนี้กระมัง

 

เรื่องนี้ฉันเองก็ยังไม่รู้จะเริ่มต้นคุยกับเขาอย่างไรดี

 

ถ้าเกิดคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วพิชญ์เป็นเหมือนชั่วโมงก่อนอีกฉันไม่แย่หรอกเหรอ ?

 

อารมณ์ของเขาเกรี้ยวกราดแล้วน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจแล้วเสีย ฉันไม่อยากเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเรื่องอะไรแบบนี้เลยไง

 

“มันไม่ใช่แฟนแล้วเป็นอะไร”

 

“...”

 

“มันจีบเธอ ?”

 

“...อือ” ฉันครางรับเบาๆ ใบหูแนบกับแผ่นอกได้ยินเสียงอัตราการเต้นของหัวใจคนเบื้องล่างที่เต้นเร็วขึ้น แรงขึ้นอย่างน่ากลัว

 

ไม้เอกไม่ใช่แฟนของฉัน เขาไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรอย่างนั้นกับฉันเลย เขาก็แค่เด็กหนุ่มที่ทำเหมือนว่าอยากจีบฉัน แต่นั่นมันเป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้ว อีกอย่างเราก็ไม่ได้เจอกันเป็นระยะเวลาพอสมควร ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้ฉันไม่อยากเจอเด็กผู้ชายคนนั้น

 

จะว่าอย่างไรดีล่ะ...

 

ถ้าไม่จำเป็นฉันอยากอยู่ห่างจากไม้เอกให้มากที่สุด

 

“ได้ยินแล้วโมโหชะมัด” พิชญ์พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ราวกับต้องการระบายความหงุดหงิดในใจออกมาอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะกอดรัดร่างฉันจนแทบหลอมละลายเป็นร่างเดียวกันรอมร่อ “ศัตรูหัวใจจริงๆ ด้วยสินะ”

 

หายใจไม่ออกนะเว้ย!

 

“...”

 

“ปล่อยไว้ไม่ได้”

 

“เฮ้! ปล่อยฉันก่อน” ฉันทุบสีข้างพิชญ์เพื่อบอกให้เขาปล่อยฉันสักที แต่ก็เท่านั้น แรงของฉันไม่ได้สะเทือนต่อมความนึกคิดของพิชญ์ได้หรอก นอกจากจะไม่ปล่อยแล้วยังกอดรัดแน่นเสียจนฉันต้องนิ่วหน้าอย่างเจ็บบริเวณที่ถูกรัด

 

“ยิ่งเธอผมยิ่งปล่อยไม่ได้เลยไง ปล่อยเอาไว้มีหวังถูกใครงาบไปแน่ๆ”

 

“เอ๊ะ! นี่!” ไม่ว่าเปล่า พิชญ์กดจูบหนักๆ บนเรือนผมฉัน ทำให้ฉันถลึงตาอยู่ในอ้อมกอดเขาอย่างไม่ชอบใจ

 

“บ้าฉิบ ไม่คิดเลยว่าต้องทำอะไรแบบนี้จริงๆ” น้ำเสียงทุ้มงึมงำอะไรสักอย่างออกมา ก่อนพิชญ์จะลุกขึ้นทำให้ฉันต้องลุกตามเขาไปด้วย พิชญ์ผละออกจากตัวฉันปล่อยให้หยัดตัวยืนเต็มความสูงอยู่บนเตียง ส่วนเจ้าตัวก็ก้าวถอยหลังลงไปยืนอยู่ปลายเตียงแทน

 

พิชญ์ใช้นัยน์ตาอันน่าหลงใหลสะกดฉันให้มองเขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมแสนอบอุ่นนั่น ราวกับฉันหลงวนเข้าไปในเขาวงกต หาทางออกจากความรู้สึกพวกนั้นไม่ได้ หัวใจของฉันเริ่มวูบไหวเมื่อบางอย่างฉายรอยขึ้นในดวงตาคู่นั้นอย่างไม่คิดปิดบังกัน

 

เสน่ห์อันร้ายกาจยากต้านทานของของสามารถเข้ามาปั่นป่วนความรู้สึกฉันได้ไม่น้อยเลย เพียงเวลาแค่เสี้ยววินาทีฉันก็อาจจะเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดอย่างหัวใจของฉันให้เขาก็เป็นได้

 

ถึงจะไม่ค่อยชัดเจนในความรู้สึก ถึงมันจะยังไม่แน่นอน...

 

แต่ฉันมีความรู้สึกว่าหัวใจกำลังถูกผู้ชายกระล่อนคนนี้ขโมยไปกว่าครึ่งแล้ว

 

“รู้อะไรไหมนัชชา...”

 

“อะ อะไร” บรรยากาศอันกดดัน เต็มไปด้วยคำถามมากมายในหัวทำให้ฉันต้องเม้มริมฝีปากพลางจ้องสบสายตาของพิชญ์อย่างไม่ยอมหนี เม็ดเหงื่อเริ่มซึมตามกรอบหน้าอย่างไม่อาจหักห้ามได้

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

“เธออาจจะยังไม่รู้ แต่ฉันโคตรคลั่งเธอเลยว่ะ” ใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าเริ่มมีเลือดฟาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราวกับเขากำลังขัดเขินหรืออะไรสักอย่าง บ้าจริง หัวใจฉันปวดหนึบไปหมด ไม่ใช่เพราะเจ็บปวด แต่ลุ้นมากเกินไปจนปวดไปหมดเลย “...หึงมากจนเกือบหน้ามืดแล้วด้วย”

 

“...”

 

“พอเธอบอกว่ามันจีบเธอ ในหัวฉันมีแต่ความคิดชั่วร้ายเต็มไปหมด”

 

“...”

 

“เวลาฉันโกรธแม่งเป็นแบบนี้ตลอด...อยากจะเลิกน่ารักแล้วฆ่าทุกคนที่คิดแย่งเธอเลยว่ะ”

 

“...” คนตัวสูงขมวดคิ้วพลางยกมือขึ้นเสยผมตัวเองแรงๆ ตามอารมณ์

 

“ฉันคิดว่าฉันรับความรู้สึกพวกนี้คนเดียวไม่ไหว”

 

“...”

 

“บางทีฉันก็รู้สึกเหนื่อย บางทีก็คิดว่าเธอเป็นใคร เจ๋งมากขนาดทำให้ฉันคิดถึงทุกนาที หวงทุกเวลา มันไม่ใช่แล้วไง...” พิชญ์อยากจะพูดอะไรกันแน่ หัวใจฉันจะแตกออกมาอยู่แล้วนะ ทำให้ต้องทำสีหน้าจริงจังผิดจากปกติแบบนั้น ฉันไม่ชินกับพิชญ์ลุคนี้เอาเสียเลย

 

ให้ความรู้สึกเหมือนฉันต้องเชื่อฟังเขา ต้องทำตามที่เขาบอกไม่มีผิด

 

อ่า...ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

“...”

 

“ยิ่งเธอทำเหมือนรังเกียจ ฉันก็ยิ่งท้อ เสน่ห์ของฉันโคตรจะเร้าอารมณ์กว่าไอ้เด็กนั่นเลยนะ เธอไม่คิดงั้นเหรอ ?”

 

“นายมันบ้า...” ริมฝีปากฉันขยับพูดไปตามที่สมองคิด ทว่าเส้นเสียงก็เบาหวิวเกินกว่าที่คนถอยไปตั้งหลักไกลจะได้ยิน แม้สถานการณ์ตรงหน้าเกือบกลายเป็นเคร่งเครียดแต่พิชญ์ก็ยังทำให้ฉันรู้สึกอยากยิ้มกับความหลงตัวเองของเขาชะมัด

 

“ให้ตาย...หัวใจฉันเต้นแรงมากเลยนัชชา” ฉันกัดริมฝีปากตัวอย่างอย่างรู้สึกตื่นเต้น ฝ่ามือมีเหงื่อซึมออกมาเต็มไปหมดเลย เลนส์ตาสะท้อนร่างสูงเบื้องล่างที่กำลังเงยหน้ามองกลับมานิ่ง ก่อนพิชญ์จะยกฝ่ามือข้างหนึ่งขึ้นทาบหน้าอกแล้วพ่นลมหายใจเหมือนกำลังปรับอัตราการเต้นของมันให้ช้าลงกว่านี้

 

“...”

 

“เหมือนจะหลุดออกจากอกให้ได้ ไม่ได้ทำอย่างนี้นาน...เธออย่าหัวเราะฉันนะ”

 

“...”

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

เต้นแรงทำไมนักหนาวะ

 

ฉันได้แต่ยื่นนิ่งแล้วปรามาสตัวเองในใจ บอกตามตรงว่าฉันรอคอยในสิ่งที่เขาพูดอย่างใจจดใจจ่อ อยากรู้ว่าในแววตาของเขาที่กำลังฉายรอยบางอย่างออกมาจะตรงกับสิ่งที่เจ้าตัวจะพูดไหม ฉันเองก็ไม่เคยรู้สึกใจเต้นแรงขนาดนี้มาก่อนเลย ราวกับหัวใจกำลังเรียกร้องอะไรสักอย่าง

 

หรือบางที...หัวใจคงกำลังพองโตจนน่าหมั่นไส้

 

“...” ฉันยังคงยืนเป็นอีบ้าใบ้อยู่เหมือนเดิม รอฟังในสิ่งที่พิชญ์จะพูดนิ่งงัน

 

ก่อนหัวใจฉันจะเต้นรุนแรงจนแทบระเบิดคาอกในวินาทีนั้น

 

“ผู้ชายเจ้าชู้แถมน่ารักโคตรๆ คนนี้รู้สึกอยากมีพันธะ ช่วยเอาตัวเธอมาจองจำหัวใจฉันหน่อยได้ไหม”

 

“...!

 

“เป็นแฟนคนน่ารักนะครับคนสวย พิชญ์ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว”

 

 

 

 




 

 Pitch:: "อะไรนะ...ไม่หึงจริงอะตัวเอง ?"





[13/06/57]
อีพิชญ์ทนไม่ไหวแล้วนะเออ นางกักอะ ไม่ปล่อยให้ไม้เอกมีโอกาสทำคะแนนเลย
มาขอเป็นแฟนตัดหน้าแบบนี้นัชชาจะว่ายังไง อิอิ
อัพช้าอย่าว่ากันนะ ไม่มีเวลาปั่นจริงๆ ค่ะ อาจจะดูทื่อๆ ไปหน่อย เดี๋ยวถ้ามีรีไรท์จะเอาลงให้ใหม่ ฮ่าๆ

เม้นท์ + โหวตให้พิชญ์หน่อยน้า



[02/06/57]
ครึ่งแรกอีพิชญ์มาแย้วน้า
ผู้ชายคนนี้ไม่เคยลดความเกรียน นางเกรียนได้ตลอดนะ
ครึ่งแรกเอาไปกันเบาๆ ก่อน ตามสัญญาเจิมกันเร็วมากเลย
นกไม่ค่อยมีเวลาแต่งอะเดี๋ยวนี้ เรียกได้ว่าไม่มีเวลาเลยก็ว่าได้
ฝึกงานโหดมากค่ะ ไม่ได้พักหายใจหายคอกันเลย T-T
เค้ามาช้าก็ต้องขออภัยด้วยน้า

เม้นท์ + โหวตให้พิชญ์ด้วยเน้อ จุ๊บบบบบบ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,805 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #5514 Tasanee Chaina (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 08:02
    โอ้ยอีพิชญ์สารภาพรักเลิศมากเขินแทนอะ
    #5,514
    0
  2. #5493 ` Question7 . (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 19:14
    โอ้ย อยากเป็นนัชชาาาา
    #5,493
    0
  3. #4707 Jutharut Jaisutti (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 19:44
    เจอแบบนี้ ยอมคบด้วยเลยอ๊ะ
    #4,707
    0
  4. #4520 LunarLN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 15:02
    อืมหืม พิชญ์ ใช่หรอ
    #4,520
    0
  5. #3879 Sarun Yok (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 20:14
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ในที่สุดอิพิชญ์ก็รู้ใจตัวเอง อิอิ
    #3,879
    0
  6. #3646 Phpalus (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 08:42
    เขินนนจิกหมอนน
    #3,646
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #3311 T--dZ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 02:30
    โอ้ยยยยยยยยบบบฟินนนยยยยยย

    เขินแทนนัชชา น่าร้ากกกกกกกกกเนอะๆๆๆๆๆๆๆ
    #3,311
    0
  9. #2257 chibi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2557 / 15:55
    พิชญ์จะหื่นไปไหนเนี้ยยย ห้าๆๆ
    #2,257
    0
  10. #1145 jenjira jj jen (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 00:53
    จะไม่ทน..555
    #1,145
    0
  11. #1065 แสบ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 06:06
    รอติดตามอยู่นะ

    พิชน่ารักมากกกแต่กะน่ากระทืบด้วย

    ชอบมากๆเลยนะ
    #1,065
    0
  12. #1063 phan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 12:56
    พิชญ์น่ารักกกกกกกกก
    #1,063
    0
  13. #1061 ByChu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 01:27
    อร๊าย เขิล
    #1,061
    0
  14. #1060 KarnNy_Memine (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 17:26
    กรี้ดดๆๆๆ ฟินนน
    #1,060
    0
  15. #1059 Honeymin11 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 15:40
    น่ารักฟรุ้งฟริ้งงง
    #1,059
    0
  16. #1058 gress (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 13:15
    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    ช้านนนนนนนนจะไม่ทน
    #1,058
    0
  17. #1057 † FuNe ~ Real † (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 20:21
    เป็นการขอเป็นแฟนที่หลงตัวเองจริงๆ 555
    #1,057
    0
  18. #1056 _Fairy_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 16:13
    อร๊ายยยยย น่ารักกกก ><
    #1,056
    0
  19. #1055 Belleza Bellz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 13:06
    ขอเป็นแฟนแล้ว!!!!
    #1,055
    0
  20. #1054 may - lon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 09:25
    แอร๊ยยยยยยยย เขินค่าาาาาาา มันฟินมว๊ากกกกกก 555555
    #1,054
    0
  21. #1052 I'joy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 08:01
    อร๊ายยยยยย เป็นเลยๆๆๆๆๆๆ เชียร์น่ะ
    ชอบอ่ะ จิน่ารัก โลกสวยกันไปถึงใหนน่ะ
    ใจจิละลายยยย5555
    #1,052
    0
  22. #1051 Ja Alone (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 00:26
    พิชญ์ช่างร้ายกราจนักใจนัชชาเต้น ตึกตักใหญ่เลยเขิลแทน
    #1,051
    0
  23. #1050 winter_sky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2557 / 23:10
    พิชญ์จะน่ารักมากไปละนะ อร้ายยยย!!!!
    #1,050
    0
  24. #1047 molody (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2557 / 18:50
    5555ไอ้ตอแหลเอ๊ย!!อยากมีพันธะคิดได้นะแกร~
    #1,047
    0
  25. #1046 Mine'Elf (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2557 / 17:59
    พิชญ์น่ารักเกิ๊น!!!!!!!!!!!
    #1,046
    0