「END」Look out! แหกกฎรัก เขย่าหัวใจ

ตอนที่ 3 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    20 เม.ย. 57






Look out's shot!

Boys don’t say! Boys don’t play
หุบปากซะที! อย่ามาปั่นหัวกันให้ยากเลย
If you’re not serious…leave me alone!
ถ้านายไม่ได้จริงจังอะไร...ก็อย่ามายุ่งกับฉัน!


CHAPTER 2

I don’t sell myself to anyone.
ไม่ได้ง่ายกับใครก็ได้ว่ะ




 

 

“อึก”

 

ทันทีที่รู้สึกตัวเพราะความเย็นวาบที่กระทบผิวกายทำให้ต้องพลิกตัวมุดผ้าห่มเพื่อหาความอบอุ่นอย่างเสียไม่ได้ แปลกชะมัด ปกติฉันไม่ใช่คนเปิดแอร์องศาต่ำเหมือนอยู่ขั้วโลกเหนือเลยนะ เพราะเวลาเป็นหวัดขึ้นมาอาการจะหนักกว่าคนปกติ

 

เวรจริง! ทำไมหนาวเหมือนกำลังแก้ผ้าวะ

 

ฉันเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นพยายามข่มอาการปวดหนึบตรงหัวที่เล่นงานกันอย่างรุนแรง นี่ถ้ารู้ว่าตื่นมาแล้วจะแฮงค์ขนาดนี้ รู้งี้เมื่อคืนไม่ดื่มหนักเอาเป็นเอาตายหรอก ฉิบ! อาการเวียนหัวเล่นงานฉันไม่หยุดหย่อนเลยด้วย รู้สึกเหมือนหัวตัวเองจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ไม่มีผิด

 

“แสบคอชะมัด”

 

ฉันบ่นงึมงำพลางพลิกไปพลิกมาบนเตียงอย่างไม่สบายเนื้อสบายตัว ปวดหัวจนต้องยกมือคลึงขมับเบาๆ อยู่หลายสิบนาที ทว่าความปวดนั้นก็ไม่ได้บรรเทาลง ฉันลืมตาขึ้นมองภายในห้องที่มืดสนิท ดันตัวเองลุกจากที่นอนอย่างยากลำบาก

 

ความแห้งแสบบริเวณลำคอทำให้ฉันเบ้หน้าหลายต่อหลายครั้ง ปกติฉันเป็นพวกสาวนักปาร์ตี้ตัวยงเชียวนะ เรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ของมึนเมาอะไรพวกนี้จัดว่าพอตัวอยู่เหมือนกัน ด้วยอาชีพนางแบบสมัครเล่นที่กำลังพึ่งเริ่มทำงานได้ไม่นานทำให้ฉันต้องเข้าสังคมมากขึ้น เรื่องปาร์ตี้นี่ไม่ต้องพูดถึงเลย โอ้ย มีบ่อยจนรับอีเว้นท์ไม่หวาดไม่ไหว

 

เมื่อคืนฉันนัด เบิร์นเพื่อนสนิทออกมาที่เอมป์คลับให้เจ้าตัวไถ่โทษที่เธอกล้าทิ้งฉันไว้ก่อนหน้านี้ที่สกายคลับ ทำให้ฉันต้องเจอโรคจิตมาจับหน้าอกกันหน้าด้านๆ อีกทั้งยังตามรังควานฉันไม่เลิกรา กระทั่งวันนี้ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนทั้งที่ฉันไม่จำเป็นต้องหนีเลยก็ได้ แต่ไม่รู้ทำไม พอเห็นหน้าตาทะเล้นปนสดใสจนน่าหมั่นไส้ของหมอนั่นแล้วฉันถึงทนอยู่ไม่ได้

 

และเพราะเรื่องบ้าๆ เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนนั้นแหละทำให้ฉันต้องดื่มเหล้าจนเมา อยากลืมสัมผัสหยาบคายของหมอนั่น อยากลืมใบหน้ายียวนแสนหล่อเหลา อยากลืมแม่งให้หมดทุกอย่าง

 

สงสัยฉันจะแฮงค์จากการลองดื่ม ลำยองกระทืบโรงเหล้ายาดองตัวใหม่ก็เป็นได้

 

วาบ!

 

ทันทีที่ปลายเท้าแตะลงบนพื้นห้องอันเย็นเยียบร่างกายฉันก็หนาวยะเยือกอย่างไม่อาจหักห้ามได้ ความหนาวเหน็บนั้นทำให้ฉันยกมือลูบเนื้อตัวไปมาคลายความเย็น นั่นทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างฉงนใจ เมื่อพบว่าบนร่างกายฉันมีแค่บราฯ กับอันเดอร์แวร์สองชิ้นเท่านั้นเอง

 

อะไรกันยัยนัชชา นี่เมาไม่รู้เรื่องจนถอดเสื้อผ้าตัวเองเลยเหรอ ?

 

ฉันส่ายหัวไปมาอย่างระอาใจ งี่เง่าอะไรแบบนี้ก็ไม่รู้ ถึงขนาดเมามากจนถอดเสื้อผ้าตัวเองมันไม่ไหวนะเว้ย คิดดูสิ...เกิดฉันไปเมาอยู่ข้างนอกจนหัวราน้ำแล้วแก้ผ้าให้คนอื่นดูไม่แย่ไปกว่านี้เลยเหรอ

 

โชคยังดีที่ฉันอยู่ห้องคนเดียวเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก อีกอย่างในห้องก็มืดสนิทจนแทบมองอะไรไม่เห็นด้วยซ้ำ ครั้นพอควานหาสวิตซ์ไฟบนหัวเตียงเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ทั้งที่ปกติฉันก็เปิดประจำอยู่แล้ว โอ้ย! อยากจะบ้าตาย ถ้าดื่มแอลกอฮอล์มันจะส่งผลไปต่างๆ นานา ฉันจะไม่ดื่มหนักแล้วนะ

 

ด้วยความหงุดหงิดที่เปิดไฟไม่ได้ฉันก็นั่งขยี้เส้นผมตัวเองอยู่ข้างเตียงนานนับสิบนาที ปรับสภาพสายตาให้คุ้นชินกับความมืดในที่สุด ก่อนเดินหยัดตัวขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินออกไปจากห้องนอนอย่างระมัดระวัง

 

หลังจากเดินออกมาดื่มน้ำที่ครัวขนาดย่อมของคอนโดซึ่งเวลาค่อนข้างนานเลยกว่าจะหาตู้เย็นเจอ แม่ง อะไรก็ขัดใจฉันไปหมดเลยไง ไอ้นี่อยู่นั่น ไอ้นั่นอยู่โน้น มันคืออะไรวะ ฉันว่ามันแปลกๆ แล้วนะ มันมีบางอย่าง ไม่สิ! ทุกอย่างเลยต่างหากที่ผิดแปลกไปหมด ไม่ว่าจะเป็นประตูห้องหรือแม้แต่ตำแหน่งวางตู้เย็นก็ไม่เหมือนเดิม อะไรไม่ร้ายเท่าตอนนี้ฉันหาสวิตซ์ไฟนอกห้องไม่เจอด้วยนี่สิ!

 

เฮ้! ใครมาทำอะไรกับห้องฉันกันแน่ ?

 

“ขโมยขึ้นปะวะ”

 

แต่จะเป็นไปได้ยังไง คอนโดที่นี่ระบบรักษาความปลอดภัยออกจะระดับห้าดาว อีกอย่างนี่มันชั้นที่ยี่สิบห้าเลยนะเว้ย ฉันถอนหายใจเพื่อระบายความหงุดหงิด ก่อนจะเดินหาสวิตซ์ไฟอีกรอบ แต่ก็ยังเหมือนเดิม มันหายไปจากตรงที่ฉันคิดว่าควรอยู่แน่ๆ อีกทั้งความมืดทำให้ฉันมองอะไรก็ไม่ถนัดก็เลยทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวยาวอย่างหงุดหงิดใจไม่เสื่อมคลาย

 

ตุบ!

 

ทว่าในตอนที่ทิ้งก้นนั่งลงนั้นเอง...!

 

“อ้วกใส่ยังไม่พอ นี่ยังมานั่งทับพิชญ์เทอร์โบอันบักใหญ่(?)อีก ต้องการอะไรจากสังคมครับ L

 

“...!!” สะ เสียงนี้มัน

 

“ยังอีก” ก้นฉันยังสัมผัสกับ บางอย่าง ได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ใช่ ฉันยังนั่งอยู่บนโซฟา หากแต่กลับมีร่างกายของใครบางคนรองรับก้นฉันเอาไว้อย่างพอดิบพอดี แล้วใครที่ว่าฉันก็จำมันได้ดีทั้งน้ำเสียงและใบหน้าแสนกวนประสาทนั่นด้วย “ยังไม่ลุกไปอีก!

 

“อ๊ะ!

 

ราวกับต้องการจะกลั่นแกล้งฉันไม่มีผิด พอตั้งสติได้ฉันก็เตรียมลุกขึ้นหมายจะหันกลับไปเล่นงานไอ้คนที่บังอาจบุกเข้าห้องฉันอย่างพิชญ์ให้หน้าหงาย วงแขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยก็ตวัดเกี่ยวเอวฉันและออกแรงกดให้นั่งทับอยู่ที่เดิม ตอนนี้เจ้าของโซฟา(จำเป็น) ก็เหมือนจะลุกขึ้นมากึ่งนั่งกึ่งนอน ทั้งที่ยังมีฉันนั่งทับช่วงล่างเขาอยู่

 

บัดซบ! ไม่อยากจิตนาการเลยว่าไอ้ส่วนที่ฉันนั่งทับอยู่เนี่ยมันคืออะไร แม่ง ชัดเจนเกินไปว่ะ

 

“นั่งท่านี้ก็ดีเหมือนกัน ซ้อม ออนท็อปไปในตัวนะครับ”

 

“อะ ออนท็อป ?” นี่ในหัวมึงคิดอะไรไอ้บ้าพิชญ์ ไอ้คนจัญไร ไอ้ผู้ชายสันดานเสีย “ออนบ้าออนบออะไรวะ!” ฉันตะคอกเสียงแข็งพลางทุบหมัดกับแผงอกแกร่งร้อนที่เบียดแนบต้นแขนเข้ามาแรงๆ ในที

 

บ้าเถอะ ไอ้หื่นนี่มาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง จำได้ว่าครั้งล่าสุดฉันอ้วกใส่เขาแล้วก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย นี่อย่าบอกนะว่าคนที่พาฉันกลับมาที่ห้องแล้วยังถอดเสื้อผ้ากันอีกคือไอ้พิชญ์นี่น่ะ!

 

นัชชาอยากจะบ้าตาย!

 

สภาพของฉันเหมือนกำลังนั่งตักหมอนี่อยู่เลยไง ไม่ๆ ก็นั่งบนตักเลยนั่นแหละ แล้วแบบยังไงดีวะ...คือจะดิ้นก็ไม่ได้ ยิ่งดิ้นแก้มก้นฉันก็ยังสัมผัส ไอ้นั่นชัดเจนจนไรขนอ่อนลุกชันไปหมดเลย ฉันไม่ทะลึ่งลามกนะสาบานสิ แต่มาแนบชิดกันแบบนี้มันก็อดสยิวไม่ได้อยู่ดี

 

สรุปคือฉันก็ได้แต่นั่งเกร็งตัวอย่างไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบนตักในอ้อมกอดแข็งแกร่งอย่างจำยอมนั่นแหละ จะมีอาการต่อต้านด้วยการใช้หมัดทุบตามลำตัวพิชญ์เพื่อระบายความกรุ่นโกรธตามสภาพเอื้ออำนวย

 

“แบบนี้ไง ฮิๆ”

 

ปึก ปึก

 

“อะ ไอ้บ้า! ทำบ้าอะไรของนายวะ” ฉันร้องเสียงหลงอย่างตระหนกกับการกระทำน่ากระดากอาย พิชญ์ไม่พูดเปล่าเขายังขยับสะโพกตัวเองขึ้นลงทั้งที่ฉันนั่งทับช่วงล่างอยู่ ส่งผลให้ร่างกายเล็กของฉันโคลงเคลงอยู่บนตักหมอนี่ ประเด็นคือเหมือนเรากำลังทำอะไรกันเลยไง

 

บัดซบ! ความร้อนจากเส้นเลือดในร่างกายไหลวนมารวมอยู่บนใบหน้าฉันทีเดียวแล้ว ไม่อยากคิดด้วยว่าไอ้ที่กระแทกผิวผ่านเนื้อผ้ากั้นแสนบางคืออะไร แต่แบบยังไงดี คือไม่ต้องคิดมากกูก็รู้ว่ามันคืออะไรเว้ย

 

“สาธิตการออนท็อปไง แต่ความจริงเธอต้องเป็นคนขย่มฉันแทนนะ”

 

ผลัวะ!

 

“ประสาท!” เพราะหมอนี่เอาแต่พูดจาสองแง่สองง่ามไม่หยุดฉันเลยตบหัวเขาเต็มแรง จะบอกว่ากำลังแก้เขินก็ได้นะ ไอ้เรื่องที่หมอนี่พูดน่ะทำให้ฉันประหม่าขึ้นมาเฉยๆ เลย

 

โชคดีที่ในห้องมืดมากจึงช่วยปกปิดอาการหน้าแดงของฉันได้เป็นอย่างดี ไม่อย่างนั้นไอ้บ้ากามพิชญ์ต้องเห็นแน่ว่าฉันหน้าแดงเป็นลูกตำลึงไปแล้ว

 

“มือเธอหนักจังเลย ตบหัวผมทำไมอะ L

 

“ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอวะ ฮึ่ย!

 

“แล้วทำไมตัวเธอร้อน” พิชญ์ยังคงใช้น้ำเสียงกวนเส้นประสาทกันไม่เลิก ราวกับเขากำลังสนุกที่ได้แกล้งฉันไม่มีผิด ไอ้เวรนี่เป็นใคร เราสนิทกันเหรอ ฉันเพื่อนเล่นนายหรือไงไอ้บ้า “หรือว่าคิดลึกอยู่อะ ฮั่นแหนะ!

 

“ยะ อยากโดนตบหัวหลุดไง!

 

สารภาพตามตรงเลยว่าถึงฉันจะเป็นผู้หญิงแรงๆ แต่ก็ไม่ได้ชำนาญเรื่องพวกนี้หรอก การถึงเนื้อถึงตัวกับผู้ชายน่ะแทบนับครั้งได้เชียวนะ แบบว่ายังไงดี...ตอนนี้ฉันคิดว่าอะไรๆ ของหมอนี่กำลังกลายสภาพยังไงก็ไม่รู้ หรือกูคิดไปเองว่ามันเปลี่ยนไป บ้าจริง! สถานการณ์แบบนี้ฉันไม่ชอบเลยนะเว้ย

 

ใครก็ได้ช่วยฉันออกไปจากไอ้บ้าพิชญ์ที

 

ตึกตัก ตึกตัก!

 

ไอ้หัวใจงี่เง่านี่ก็เต้นสั่นรุนแรงแทบหลุดออกจากอกรอมร่อ ตื่นเต้นเหรอ หวั่นไหวเหรอ งี่เง่าว่ะ ฉันคิดว่าไม่ได้มีโมเม้นท์อะไรแบบนั้นเลยไง ทว่า...ตัวฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องใจเต้นแรงผิดจังหวะด้วย

 

“กรี๊ด! ใจร้ายกับคนหล่อ น่ารักอย่างผมถือว่าเธอแน่มาก”

 

“อย่ามากรี๊ดใส่หูฉันได้ไหม” ฉันพยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ พิชญ์กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนฉันรู้สึกหายใจไม่ออก ก่อนจะสะดุ้งเมื่อริมฝีปากอุ่นระนาบลงตรงหลังใบหูแผ่วเบาพลางเม้มเบาๆ “ละ แล้วนี่เข้ามาในห้องฉันได้ยังไง”

 

สาบานได้เลยว่าไม่ได้อยากมีปฏิกิริยากับหมอนี่เท่าไหร่ แต่ยังไงวะ...คือเหมือนเขารู้เลยไงว่าฉันมีจุดอ่อนตรงหู แล้วแม่งก็เอาแต่กระซิบพูด พ่นลมหายใจรดใบหูฉันอยู่ได้ ฉันรู้สึกร้อนวาบทุกครั้งเวลามีใครมาทำอะไรใกล้หู มันหวิว สยิวแปลกๆ เป็นปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติน่ะเข้าใจไหม ฉันห้ามตัวเองไม่ได้ แล้วก็ห้ามไอ้ตัวหนึบหนับเจ้าของอ้อมกอดไม่ได้เหมือนกัน

 

มึงจะรัดกูให้ตายไปเลยไหมไอ้สันขวาน!

 

“ไงนะครับ ?”

 

“เข้าห้องฉันมาได้ยังไง อย่าให้ต้องพูดซ้ำอีกรอบนะพิชญ์” หยุดทำน้ำเสียงกวนคนอื่นสักวินาทีเดียวมันจะตายหรือไง ไม่ต้องเห็นใบหน้ายียวนแค่ฟังน้ำเสียงก็รู้ว่าพิชญ์กำลังปั่นหัวฉันอยู่ ประเภททำให้ฉันของขึ้นได้ง่ายๆ เนี่ยเขาน่ะชนะเลิศขอบอก

 

คิดดูสิ! เรารู้จักกันหรือไงถึงได้กล้ามาทำอะไรแบบนี้ แถมเจอหน้ากันนับครั้งได้ด้วยซ้ำ ดีกรีกวนเส้นของเขานี่สปีดแซงหน้าใครต่อใครไปไม่รู้เท่าไหร่ มันน่าตบให้เลือดกบปากนัก

 

“เธอแน่ใจเหรอ ?”

 

“...” ทว่าเขากลับตั้งคำถามกลับมาจนฉันต้องขมวดคิ้วในความมืดอย่างไม่เข้าใจ “หมายความว่าไง ?”

 

“ไม่บอก ปล่อยให้งง...อั่ก!

 

“ฉันเพื่อนเล่นนายเหรอ กวนตีนบ่อยไปคิดว่าดีแล้วใช่ไหม” มันอดไม่ได้กับน้ำเสียงแรดๆ ของไอ้ตัวก่อกวนอย่างพิชญ์ จนแล้วจนรอดฉันก็ตบหัวเขาอีกจนได้ “ปล่อยมือจากตัวฉันด้วย”

 

“ไม่เอา!” พิชญ์ตอบกลับด้วยเสียงอู้อี้พลางซบใบหน้ากับลาดไหล่มนของฉันอย่างถือสิทธิ์ ซ้ำร้ายยังไม่วายกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น สัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายกำยำของกันและกันได้เป็นอย่างดี แย่ที่สุดคือหัวใจฉันกระตุกสั่นแปลกๆ ตั้งหลายที

 

สถานการณ์ส่อแววไม่ดีเอาเสียเลย ฉันเกือบเปลือยเลยนะ อีกอย่างหมอนี่ก็ใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเอง เพราะงั้นผิวกายของเราถึงได้เบียดเสียดกันชัดเจนเกินความจำเป็น มันไม่เวิร์ค ยังไงแบบนี้ก็ไม่เป็นผลดีกับตัวฉันสักนิดเดียว

 

“นายจะมากเกินไปแล้วนะพิชญ์”

 

“ผมอยากได้มากกว่านี้ เธอก็รู้”

 

“นายเป็นใคร ฉันเป็นใคร เรารู้จักกันเหรอ ?” ฉันถอนหายใจระบายความหงุดหงิดอย่างไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับคนดื้อด้านอย่างไรดี เรื่องที่เขาพูดโอเคเลยว่าฉันก็รู้ รู้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เราเจอกันด้วยซ้ำ ผู้ชายเจ้าชู้มือไวอย่างพิชญ์น่ะจะคิดเรื่องอะไรได้นอกจากเรื่องใต้สะดือ “มีสิทธิ์อะไรเหรอ ?”

 

แต่แล้วไงวะ ฉันรู้ก็ไม่ได้แปลว่าต้องยอมเสียหน่อย หมอนี่น่ะนิสัยเสียจนกู่ไม่กลับแล้วเชื่อไหม เขาคิดว่าตัวเองอยากได้อะไรก็ต้องได้ คงไม่เคยผิดหวังล่ะมั้งถึงได้หน้าด้านพูดออกมาทั้งที่ฉันยังไม่ได้ยอมสักคำ แถมยังรุกรานกับไม่หยุดอีก!

 

น่าฟาดปากให้แตกด้วยส้นเข็มอีกทีสองทีจริง!

 

“เธอชื่อนัชชา ผมชื่อพิชญ์ ทีนี้เราก็รู้จักกันแล้วไง”

 

“คิดว่าฉันตลกไหม ? คิดอะไรตื้นๆ! นายคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นไง ?”

 

“แล้วทำไมผมต้องคิดมาก ทำไมต้องทำให้มันยาก คิดมากหน้าก็จะแก่ ตีนกาก็มา คอลลาเจนก็ลดลง” เสียงทุ้มนุ่มอู้อี้อยู่ตรงไหล่ฉันนี่เอง พิชญ์ทำเหมือนตัวเองเป็นผู้หญิง ความแรดของเขาน่ะเกินหน้าเกินตาจนน่าหมั่นไส้ฉิบ ห่วงเรื่องหน้าตาอะไรพวกนี้ยิ่งกว่าฉันอีกนะเว้ย ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ! “ถ้าหน้าเหี่ยวพิชญ์จะไม่ทนนะครับ ไม่ชอบอะ”

 

“นายเป็นตุ๊ดไงวะ จุกจิกชะมัด”

 

“ของแบบนี้ต้องพิสูจน์นะครับนะ ฮิ”

 

“ไม่! ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ ปล่อยฉัน ก่อนที่ฉันจะไม่เหลือความอดทนกับโรคจิตอย่างนายอีก” ฉันพูดเสียงแข็งอีกครั้งเพื่อให้คนตัวสูงเจ้าของอ้อมกอดรับรู้ว่าตอนนี้ฉันไม่เล่นอีกต่อไปแล้ว ขืนอยู่ในสภาพล่อแหลมนานกว่านี้ฉันต้องเสร็จไอ้หื่นพิชญ์เป็นแน่

 

อีกอย่างถึงเราจะพึ่งเจอกันก็เถอะ ทว่ากลับไม่เป็นผลดีกับหัวใจของฉันเลย บางครั้งก็สั่นไหวผิดจังหวะอย่างไม่รู้จะต้องทำอย่างไรกับก้อนเนื้อโง่ๆ ในอกดี ฉันเป็นแค่มนุษย์ไง มีความรู้สึก ยิ่งอยู่ใกล้ผู้ชายเสน่ห์เหลือร้ายอย่างพิชญ์แล้ว มันก็ต้องมีกันบ้างใช่ไหมล่ะ

 

เสี้ยววินาทีที่เผลอหลงเสน่ห์ของเขาน่ะ...

 

“ไม่ปล่อยครับ” แต่พิชญ์ก็ยังคงเป็นพิชญ์ นอกจากจะแสดงให้เห็นความดื้อด้านแบบหน้าด้านๆ แล้วยังเป็นผู้ชายที่เอาแต่ใจตัวเองที่สุดในโลกหาใดเปรียบ

 

“หนึ่ง”

 

“...” ฉันเริ่มนับอย่างใจเย็น บอกกลายๆ ว่าฉันเริ่มหมดความอดทนกับพฤติกรรมรุกรานของเขาเต็มที หากแต่คนเอาแต่ใจก็ยังทำเหมือนหูทวนลมจนน่าตีให้หน้าหงาย

 

“สอง”

 

“...”

 

พลั่ก!

 

“อั่ก! ทำบ้าอะไรของเธอ!” ไม่รอนับถึงสามตบะฉันก็แตกจนได้ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่พิชญ์กำลังให้ความสนใจกับลาดไหล่ดีดตัวขึ้นสุดแรง ก่อนจะทิ้งน้ำหนักลงมาตามแรงโน้มถ่วง บนตักเขาเหมือนเดิม ตรงจุดเดิมด้วย! “มันจุกนะเว้ย...ครับ”

 

เออดี! จุกตายไปเลยไอ้โรคจิต!

 

“ถ้าไม่ปล่อยฉันจะทับให้มันแตกเลยเป็นไง!” โมโหจริงๆ แล้วนะเว้ย ถ้าเกิดพิชญ์ยังไม่เลิกลุ่มลามกับฉันอีกสักวินาทีเดียว เชื่อเถอะว่าฉันจะกระโดดทับจนอีพิชญ์เทอร์โบบ้าบออะไรของมันแตกคาเป้าไปเลย!

 

“นี่ขู่ผมเหรอครับ ?”

 

“ของแบบนี้ต้องลองนะคะ J

 

“ชิ! ทำไมเธอกวนตีนจังเลย สวย ดุ ปากวอนโดนดีตลอด พิชญ์ยิ่งอยากได้ จะเอาอะจะเอา T^T” คนถูกขู่จิ๊ปากอย่างขัดใจ พิชญ์ทำเสียงงุ้งงิ้งอยู่ตรงต้นแขนฉันเหมือนเด็กเอาแต่ใจที่ไม่ได้อะไรตามต้องการ ใช่ เขาทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโตมากเสียจนฉันคิดว่าตัวเองกำลังต่อกรอยู่กับเด็กแก่แดดงี่เง่า

 

คิดว่าที่ทำเนี่ยน่ารักนักเหรอวะ แหวะ! สะดีดสะดิ้งจนน่าตบให้หัวทิ่มดิน

 

“ขอบคุณที่ชมค่ะ”

 

“ประชดปะครับให้ทาย”

 

“เฮ้อ ตกลงจะปล่อยได้ยัง ?”

 

“ไม่อยาก...โอ้ย!” จอมกวนประสาททำท่าเหมือนจะพูดเอาแต่ได้อีก ฉันเลยหยิกปากเขาไปหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้ “โอเคๆ ปล่อยครับปล่อย”

 

“อย่าคิดเข้าใกล้ฉันอีกเชียว” พอร่างกายหลุดจากพันธนาการ ฉันก็รีบผละออกไปหยัดตัวเต็มความสูงห่างจากโซฟานั่นพอสมควร แต่ก็ไม่รู้จะต้องเดินไปทางไหนดี อย่าลืมสิว่าในห้องนี้มืดมากจนฉันกลัวจะเดินชนโน้นนี่ล้ม อีกอย่างมันไม่เหมือนห้องฉันเลยไง คำพูดของพิชญ์ก่อนหน้านี้เริ่มทำให้ฉันกังวลว่านี่อาจจะไม่ใช้ห้องของตัวเองแล้วด้วย

 

“ใจร้าย! เดี๋ยวก็เปิดไฟซะหรอก”

 

“ยะ อย่านะ” ฉันร้องห้ามเสียงหลงเพ่งมองใบหน้ายียวนของคนหัวส้มทองในความมืดอย่างตื่นๆ จะบ้าหรือไง ขืนเปิดไฟตอนนี้ชีวิตฉันได้พังลงเพราะสายตาเจ้าชู้ของอีตาหื่นพิชญ์แน่ๆ อย่างน้อยฉันก็ควรสวมใส่อะไรปกปิดร่างกายตัวเองก่อนสิ

 

“ฮิ กลัวอะดิ กลัวเหรอครับเหรอ ?”

 

“พิชญ์ฉันไม่เล่นนะ เลิกกวนตีนสักที” ฉันพูดเสียงเขียว “หยุดทำแบบนี้ได้แล้ว”

 

“ทำไมจะทำไม่ได้ เธออยู่ในห้องผมในสภาพเกือบเปลือย เหมือนหนูตัวน้อยๆ ที่กำลังจะวิ่งเข้าปากแมวยั่วสวาท(?) อย่างผม คิดว่าผมควรจะอยู่เฉยๆ ปล่อยให้เธอวิ่งหนีไปอีกงั้นเหรอ ?”

 

“...” น้ำเสียงทีเล่นทีจริงของพิชญ์ทำให้ฉันกัดริมฝีปากตัวเองอย่างคิดหาทางออก หมอนี่ตื้อชะมัด ให้ตายสิ เขาต้องการร่างกายฉันขนาดนั้นหรือไง ท่าทางก็ไม่น่าขาดผู้หญิงเสียหน่อย ตอนที่เจอกันหมอนี่ยังจูบอยู่กับผู้หญิงอีกคนด้วยซ้ำ จะมาอะไรกับฉันนักหนาวะ

 

เกิดบ้าอะไรถึงตามติดฉันเหมือนฆาตกรโรคจิตแบบนี้ บ้าฉิบ!

 

“เธอยังไม่ได้ชดใช้ที่เหยียบส้นตีนผม ยังไม่ได้ปลอบใจที่อ้วกรดพิชญ์เทอร์โบของผมอีก”

 

“...!

 

“รู้ไหม...กว่าผมจะขัด จะถู จะล้างคราวอ้วกของเธอไปหมดมันเหนื่อยแค่ไหน”

 

“...!!” เพียงเสี้ยววินาทีพิชญ์ของลุกขึ้นมายืนประชิดตัวฉันอีกครั้ง ฉันเม้มริมฝีปากแน่นอย่างกดดันเพราะรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดปลายจมูก บ่งบอกให้รู้ว่าเราอยู่ใกล้กันมากเกินไป กลิ่นครีมอาบน้ำของผู้ชายก็ชัดเจนปั่นป่วนอัตราการเต้นของหัวใจผิดแปลกไปหมด

 

ก่อนจะต้องกลั้นหายใจในวินาทีต่อมา

 

“ผมหมดไปหลายน้ำเลยนะครับ เหนื่อยมากเลยแหละ L

 

“พะ พูดบ้าอะไรของนายวะไอ้โรคจิต!

 

“พูดเรื่องจริงครับ เปลืองน้ำชะมัด เมื่อยมือ เหนื่อยด้วย...อะ อั่ก!

 

“คนลามก นายมันหน้าไม่อาย!” จบประโยคแสนกำกวมชวนให้ใบหน้าร้อนเห่อฉันก็ไม่ประวิงเวลา จัดการกระแทกเข่าใส่เป้ากางเกงของคนตรงหน้าเต็มแรงในจังหวะที่เจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งรับ พร้อมกับสบถด่าไอ้บ้าพิชญ์ไม่หยุด

 

ทำไมถึงพูดจาส่อได้หน้าตาเฉยราวกับเป็นเรื่องปกติ

 

“โอ้ย เธอ...!” แน่นอน แรงกระแทกมีมากพอจะทำให้ร่างสูงใหญ่ผงะถอยไปด้านหลังในวินาทีต่อมา พร้อมกุมเป้าตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวด แม้จะลางๆ แต่ฉันก็รู้ว่าต้องเจ็บมากแน่ “ฉิบ! ไข่ผมจะแตกไหมวะ”

 

“พูดจาทุเรศอยู่ได้”

 

“ทุเรศยังไง เรื่องจริงนี่หว่า...กว่าจะขัดล้างเช็ดถูให้กลิ่นอ้วกเธอหมดน่ะ ค่าน้ำขึ้นไปถึงไหนต่อไหนแล้วครับ” บ้าเอ้ย หมอนี่ต้องกำลังสนุกที่แกล้งให้ฉันลนลานได้ชัวร์ ดูก็รู้ว่าประโยคสองแง่สองง่ามก่อนหน้านั้นจะทำให้ฉันกระดากอาย แต่ก็พูดออกมาด้วยสีหน้ากรุ่มกริ่มชวนให้คิดอีก

 

ไอ้สีหน้าไม่ได้สำนึกห่าเหวอะไรเลยเนี่ย...

 

ตั้งใจแกล้งกันชัดๆ!

 

“ถอยไป!” ฉันสั่งเสียงกร้าว สายตาเริ่มปรับเข้ากับความมืดได้ในระดับหนึ่ง พอจะมองเห็นร่างสูงโปร่งของพิชญ์ที่ผละออกไปหลายเก้าค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้อีกครั้งเหมือนโรคจิตในหนัง “เข้ามาอีกก้าวเดียวนายเจ็บตัวแน่”

 

หมอนี่เป็นโรคจิตจริงๆ ใช่ไหม ?!

 

“พยศดีจัง ฮิๆ ตื่นเต้นฉิบหาย...” น้ำเสียงทะเล้นกวนเส้นเอ็นทำให้ฉันอยากเข้าไปตะกุยหน้าหล่อๆ ของเขาให้พังยับคามือ แต่ไม่ได้ ต้องใจเย็นคิดหาทางออกที่เสียเปรียบน้อยที่สุดเสียก่อน จะให้ทนสู้รบกับพิชญ์ในสภาพเกือบเปลือยก็ไม่ไหว ถึงความมืดจะช่วยพลางได้ในระดับหนึ่งก็ตาม แต่ยังไงกับผู้ชายคนนี้...ไม่ว่าจะมืดหรือสว่างก็อันตรายไปหมด

 

สายตาคนเราน่ะพอมันปรับสภาพให้ชินกับระดับแสงแล้วก็สามารถมองเห็นได้ลางๆ เหมือนกันไง

 

“พิชญ์!” ริมฝีปากครางเรียกชื่อคนตัวสูงเสียงดัง กรอบตาฉันเบิกกว้างอย่างตกใจ ขนอ่อนตามร่างกายลุกชันอย่างไม่อาจหักห้ามได้ เมื่อคนตัวสูงก้าวเข้ามาเพียงก้าวเดียวก็ประชิดตัวฉันได้สำเร็จ รวดเร็วเกินทัดทานวงแขนแกร่งตวัดเกี่ยวเอวคอดกดแนบชิดลำตัวเปลือยท่อนบนอย่างเอาแต่ใจ

 

“หือ ?”

 

“อย่ามาจับตัวฉันนะ” ไม่ใช่แค่จับแล้วด้วย ตอนนี้พิชญ์กอดรัดร่างฉันเอาไว้ในอ้อมอกกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยจนระหว่างเราแทบไม่มีอากาศแทรกผ่านได้ ความร้อนจากผิวกายของเขาแผดเผาทุกสัดส่วนที่ผิวกายเราสัมผัสเบียดกัน ราวกับผิวเนื้อถูกระนาบไปด้วยถ่านไฟร้อนจัดยังไงยังงั้น

 

มันร้อนไปหมดเลย หน้าอกที่เบียดกันอยู่ก็สั่นร้อนราวกับก้อนเนื้อข้างในจะหลุดออกมา

 

“แค่กอด...” เขาครางเสียงเบา พลางซบใบหน้าหล่อเหลาลงกับต้นคอฉันในที ฝังปลายจมูกกับซอกคอเหมือนเด็กเอาแต่ใจ สองแขนก็กอดรัดร่างฉันแน่นจนปวดหนึบ ให้ตาย! หมอนี่จะมาไม้ไหนอีก เขาเปลี่ยนท่าทางเป็นจริงจังได้ยังไง น้ำเสียงที่เคยกวนอารมณ์ก็สุขุมขึ้นเสียจนฉันอดกลัวไม่ได้ “ไม่อยากเจ็บตัวแล้วครับ”

 

ทำไมต้องมาทำเหมือนกำลัง อ้อนกันด้วยล่ะ!

 

อย่างกับแมวไม่มีผิด น้ำเสียงออดอ้อน ไหนจะมาคลอเคลียฉันไปมา น่าโมโหที่สุดเลย! หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะไปหมดแล้วนะเว้ย

 

“มะ ไม่อยากเจ็บก็ปล่อย!” เรื่องอะไรจะต้องมายืนให้เขากอดในสภาพนี้ด้วยวะ อ้อนคนอย่างฉันน่ะยังเร็วไปอีกน้อยปี!

 

“อุตส่าห์อ้อน ยังไม่ใจอ่อนอีก”

 

“อย่ามาอ้อน!” ผิดจากที่คิดไว้เสียที่ไหน รอบจัดขนาดนี้สินะถึงได้ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ากัน

 

ใช่ว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันจะอยู่เฉยเสียเมื่อไหร่ แน่นอนว่าสืบเรื่องของพิชญ์เท่าที่สืบได้มาเหมือนกัน

 

เขาเป็นเจ้าของสกายคลับ ขึ้นชื่อเรื่องเจ้าชู้เข้าขั้น ระดับพระกาฬเชียวนะ กิติศัพท์งี้กระฉ่อนจนใครต่อใครต่างก็ยกให้เป็น วายร้ายเพลย์บอย

 

พิชญ์เป็นผู้ชายที่ค่อนข้างเพอร์เฟ็กต์สำหรับสาวๆ หลายคน เขาเป็นผู้ชายอัธยาศัยดี ร่าเริง อารมณ์ดี น้อยครั้งที่จะอารมณ์เสีย ทำให้ลูกน้องในคลับรักและเคารพเขามาก แต่ฉันว่าแถมเรื่องกวนประสาท บ้ากาม แล้วก็โรคจิตเข้าไปด้วยก็ดี เพราะหมอนีแสดงออกแต่ด้านนี้ให้ฉันเห็นจริงๆ

 

“แล้วเธอน่ะ...” พออ้อนไม่สำเร็จพิชญ์ก็พูดเสียงห้วนเหมือนกำลังหาเรื่องฉันเลยไง ไม่พอ...ฉันยังเห็นใบหน้าแสนกวนเรียบนิ่งเสี้ยววินาทีในความมืดอีก เพียงเสี้ยววินาทีจริงๆ ก่อนใบหน้าคมคายจะกลับมาทะเล้นเหมือนเดิม

 

“อะไร”

 

“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อยู่เฉยๆ นะครับนะ”

 

“เรื่อง...อ๊ะ!” ฉันเผลอครางร้องออกมาเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บแปลบตรงต้นคอจากการกระทำของเขา คนเอาแต่ใจใช้เรียวปากร้อนจัดดูดเม้มผิวเนื้อคล้ายกับจะตักเตือนให้ฉันหยุดดื้อด้านกับเขาสักที

 

แม่งต้องเป็นรอยแน่ๆ!

 

“น่านะ” เสียงของพิชญ์ดังอู้อี้ตรงซอกคอฉันนี่เอง

 

น่าโมโหฉิบ! ฉันเหมือนคนเป็นหงอยทำอะไรเขาไม่ได้เลยไง ฝ่ามือทั้งสองข้างก็ได้แต่กำแน่นอยู่ข้างลำตัว ได้แต่ยืนโง่ๆ ให้เขากอดอยู่อย่างนั้น ไม่รู้จะต้องเอามันไปวางไว้ที่ไหนหรือต้องผลักไสพิชญ์ยังไงให้ออกห่าง ลำพังแรงของฉันน่ะไม่สามารถต่อกรอะไรผู้ชายคนนี้ได้เลย

 

ลมหายใจร้อนระอุที่แผดเผากันอยู่ก็สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดให้จนคิดไม่ตก รู้สึกกดดันและหวิวโหวงตรงช่องท้องยังไงก็ไม่รู้ คนตัวสูงเหมือนจะได้ใจเมื่อเห็นว่าฉันกำลังยืนนิ่งไม่ทำร้ายเขากระมัง ถึงเริ่มจรดเรียวปากและปลายลิ้นชื้นกับผิวกาย ไล้ไปตามลาดไหล่มนไม่หยุด

 

คิดจะทำบ้าอะไรของมันอีก ?!

 

ปึก!

 

แล้วฉันก็ทุบต้นคอเขาอย่างกรุ่นโกรธ!

 

ไอ้หมอนี่น่ะลามปามเกินไป เอาแต่ใจเกินไป แล้วก็มือไวปากไวเกินไปด้วย

 

“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว นายไม่มีสิทธิ์มาทำอะไรพรรค์นี้กับฉัน” คราวนี้ฉันโกรธเขาจริงๆ โกรธมากเสียจนคิดคำพูดไม่ออก อันจนทุกอย่างเหมือนหมาจนตรอก เนื้อตัวสั่นคลอนจนอยากทำมากกว่าทุบเขาด้วยหมัดของตัวเอง

 

คิดดูสิ...จับฉันถอดเสื้อผ้า ลวนลามกันอย่างหน้าด้านๆ ทั้งที่ฉันไม่ได้เต็มใจเลย เอาแต่ใช้กำลังบังคับ บีบคั้นกันอยู่ได้ โอเค พิชญ์อาจจะไม่ได้ทำเรื่องชั่วช้าประเภทข่มขืนฉันตอนไม่ได้สติ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกแย่มากในจุดนั้น

 

แต่แบบนี้ก็ไม่ใช่เหมือนกันไง

 

ต่อให้ฉันจะแต่งตัวเซ็กซี่หรือมีลุคแรงๆ ยังไงผู้ชายอย่างเขาก็ไม่มีสิทธิ์มาทำเหมือนฉันง่าย จะนอนกับเขาเมื่อไหร่ก็ได้ อยากทำกับฉันยังไงก็ไม่สนความรู้สึกของกัน มันไม่ใช่...ผิดเหรอที่ผู้หญิงอย่างฉันจะไม่ได้ง่ายอย่างใครต่อใครที่เขาเคยนอนด้วยน่ะ

 

“ถอยไปเดี๋ยวนี้!” ฉันเหลืออดเต็มที ขืนเขายังไม่เลิกทำลุ่มล่ามล่ะก็...ฉันจะตีให้ตายเลยคอยดู!

 

“โกรธอีกและ! ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย” คนหน้าด้านยังไงก็ยังหน้าด้านอย่างนั้นสินะ พิชญ์ทำเสียเหมือนเด็กถูกขัดใจ เหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ว่านะ ที่จูบต้นคอ จูบไหล่กูเนี่ย มึงยังไม่เรียกว่าทำอะไรอีกเหรอ ฮึ่ย! “หงุดหงิดบ่อยหน้าเหี่ยวนะขอบอก ฮิ”

 

ปึก! ปึก! ปึก!

 

“หยุดจูบคอฉันสักที” ระหว่างที่เรายื้อกันหมอนี่ก็ยังไม่หยุดทำรอยกับต้นคอฉันสักวินาทีเดียว ใครจะไปทนไหว!

 

“งั้นเปลี่ยนเป็นจูบอย่างอื่น”

 

“ไม่!” บ้าบอชะมัด พูดจาไม่รู้เรื่อง ไม่ว่าจะดิ้นยังไงก็ไม่หยุดออกจากอ้อมแขนของเขาเลยด้วย เอาแต่กอดรัดร่างฉันเอาไว้จนหายใจไม่ออก เขาเพิ่มแรงขึ้นทุกครั้งที่ฉันต่อต้าน ดูดเม้มรุนแรงทุกทีที่ฉันทำร้ายร่างกายของเขา เห็นตัวไม่ใหญ่เหมือนผู้ชายทั่วไป แต่เรี่ยวแรงหมอนี่เหมือนหมีควายไม่มีผิด

 

“โอ้ย! ไอ้นั่นก็ไม่ให้จูบ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ ทำไมคนสวยต้องเรื่องมากด้วยครับ” อยู่ๆ หมอนี่ก็เริ่มงอแงเฉยเลย เดี๋ยวกวนส้น เดี๋ยวจริงจัง เดี๋ยวก็มาอ้อนกัน จริงๆ เลย! แล้วอีกเดี๋ยวมันก็เริ่มจะวิปริตโรคจิตอีกแน่ “...ปล้ำเลยดีไหมจะได้หมดเรื่อง!

 

ตุบ!

 

ขาดคำที่ไหน!

 

“ว้าย!” คนตัวสูงทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาที่ฉันทำให้รับน้ำหนักไม่ไหวหงายหลังล้มลงบนโซฟาตัวเดิม โดยมีร่างกำยำของพิชญ์ทับลงมาคร่อมฉันไว้อีก คิดว่าตัวเองหนักเท่าไหร่กันวะถึงได้ทำอะไรแบบนี้ เกิดกระดูกกูหักมาใครจะรับผิดชอบ “หนักนะพิชญ์ เป็นบ้าอะไร!

 

“จะปล้ำไง! รำคาญแล้ว ทุบอยู่ได้ ด่าเข้าไป นอยด์ครับผม! L

 

ผลัวะ!

 

“อย่าเยอะ เรื่องชั่วๆ น่ะอย่าให้มากนัก!” ใบหน้าคมคายหันไปตามแรงกระแทกจากฝ่ามือฉัน เขาคงประมาทเกินไปที่ไม่ตรึงข้อมือเอาไว้หรือจงใจก็ไม่อาจทราบได้ ก็นั่นแหละ...ฉันตบหน้าพิชญ์ด้วยความรุนแรง ฝ่ามือข้างนั้นเจ็บแสบชาหยิบไปทั้งฝ่ามือเลยทีเดียว ฉันน่ะเกลียดผู้ชายแบบนี้ที่สุด “จะทำตัวสารเลวไปถึงไหน”

 

ไม่ให้เกียรติผู้หญิง เห็นแก่ตัว เห็นคนอื่นเป็นที่รองรับกามอารมณ์ของตัวเองอย่างเขาน่ะ

 

น่ารังเกียจที่สุด!

 

“แล้วไง ?” ยังมีหน้ามาทำมึนตึงใส่กันอีก กวนตีนฉันมันสนุกนักไงวะ

 

“แม่งไม่ได้เท่เลย!

 

“ชั่วแล้วได้เมียก็จะทำ...” พิชญ์ตอบกลับมาเช่นนั้น เนื้อเสียงไม่ได้เจือความกวนประสาทสักนิด นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ของเขาฉายแววจริงจังท่ามกลางความมืด ทั้งที่มืดแต่ฉันกลับเห็นดวงตาคู่คมของเขาได้อย่างชัดเจน “สารเลวแล้วได้เอาเธอก็โอเค”

 

“เวรเอ้ย!

 

หมับ!

 

“อย่ามาตบ” พอจะตบเขาให้หายคิดเรื่องชั่วๆ หมอนี่ก็รู้ทันคว้าข้อมือฉันไปตรึงไว้เหนือหัวทั้งสองข้างด้วยฝ่ามือข้างเดียวของเขา “ช้ำใจเพราะโดนปฏิเสธพอแล้ว ไม่ต้องทำให้ช้ำในตายก็ได้ครับ อยากได้เมียก่อน!

 

“นายนี่มัน...” เขาพูดไม่รู้เรื่อง ไม่ฟังอะไรสักอย่าง เอาแต่ใจไม่มีใครเกิน

 

ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะ หงุดหงิดไปหมด ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง โกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ น่าเจ็บใจชะมัด!

 

“น่ารักต่างหาก!” น่ากระทืบล่ะสิไม่ว่า ยังจะมาแรดไม่รู้จักเวล่ำเวลาอีก

 

“วิธีอื่นมีตั้งเยอะทำไมไม่ทำ...” ฉันถอนหายใจออกมาเพื่อระบายความเดือดดาล ก่อนจะเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงหวานล้อม ถ้าไม่ทำแบบนี้ฉันต้องเสียตัวให้ไอ้หื่นพิชญ์แน่ บอกตามตรงฉันเหนื่อยมาก ปวดหัวมากด้วย ไม่อยากตบตีกับคนพูดไม่รู้เรื่องอย่างพิชญ์แล้ว ฉันอยากกลับห้อง อยากพักผ่อนเข้าใจไหม “วิธีดีๆ มีให้เลือกก็เสือกไม่ใช้!

 

“อย่างกับเธอจะยอม!” พิชญ์เถียงกลับเสียงขุ่น

 

“ก็เลยจะข่มขืนกัน ?”

 

“ครับ” เขาตอบกลับในวลีเดียวด้วยคำสุภาพเหมือนเคย คำพูดบางครั้งเหมือนจะสุภาพ แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม คนหลากอารมณ์โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเราแตะกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจถี่ๆ ของคนตัวสูงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งริมฝีปากยังแตะกันบางเบา

 

“ไร้น้ำยา” พอขยับปากพูดริมฝีปากก็เสียดสีกันผะแผ่ว หากแต่อนุภาพกลับไม่ได้ผ่อนปรนลงเลย เพียงแค่น้อยนิดแต่เลือดร้อนในร่างกายฉีดพล่านไปทั่วตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายเท้า

 

ร้ายกาจเกินไปจริงๆ...

 

“...”

 

“แค่ผู้หญิงคนเดียวทำให้เต็มใจยังไม่ได้ ไม่คิดเหรอว่านายมันไม่เอาไหน ขี้ขลาดถึงขนาดต้องใช้กำลังบังคับ”

 

“...” เจ้าของการกระทำอุกอาจนิ่งเงียบเมื่อถูกฉันตอกกลับบ้าง เรื่องกำลังฉันอาจจะแพ้ แต่ก็ไม่ยอมให้มาทำร้ายกันได้แน่ ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลยว่าไหม การกระทำของพิชญ์น่ะ มีแค่ความละโมบ ความใคร่ในกิเลสตัณหาเท่านั้นเอง

 

คิดว่ามันแฟร์กับฉันแล้วเหรอ ?

 

“ชอบนักใช่ไหม อยากได้นักสิผู้หญิงที่ไม่มีค่าอะไร ผู้หญิงที่นายเป็นคนทำลายคุณค่าในตัวเธอจนหมด” หากเขาทำเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ก็ต้องเป็นฉันที่เสียใจไปตลอดชีวิต บางทีผู้ชายอย่างเขาก็ต้องนึกถึงข้อนี้ให้มาก ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ใช้กำลังข่มขู่ ใช้ความได้เปรียบในทางที่ผิด “ชอบนักเหรอที่ทำลายชีวิตคนอื่นได้!

 

“...ก็ไม่” พิชญ์พึมพำอะไรสักอย่างที่ฉันจับใจความไม่ได้

 

“นายอยากได้ผู้หญิงแบบไหนกันพิชญ์ ผู้หญิงที่ไร้ค่าหรือคนที่เลอค่าจนอยากทะนุถนอม”

 

“...”

 

“ตอบมาสิ หรือได้แต่อะไรที่มัน ไร้ค่าจนเคยตัว” ฉันไม่ชอบความสัมพันธ์ข้ามขืน ไม่ชอบให้ใครดูถูกศักดิ์ศรีด้วยการย่ำยีกัน ถึงจะไม่ได้เป็นผู้หญิงโลกสวย แคร์โลกมากมายก็ตาม... “เคยชินกันอะไรพวกนั้นมาทั้งชีวิตสินะ”

 

“ใครจะบ้าอยากได้ของไม่มีราคา” คนถูกต้อนพูดเสียงอ้อมแอ้ม ก่อนจะกดเรียวปากลงมาหนักๆ เล่นเอาฉันกลั้นหายใจอย่างเสียไม่ได้

 

“ถ้าอยากได้ผู้หญิงที่มีค่ามีราคา นายก็ไม่ควรทำลายคุณค่าของเธอ”

 

“...”

 

“นายสนุก แต่ฉันรู้สึกแย่นะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางจ้องตาคมคู่สวยในความมืด หวังว่าหมอนี่จะเข้าใจบ้าง “จะเป็นยังไงถ้าฉันไม่เต็มใจ หลังจากนี้จะเป็นยังไงนายคิดบ้างไหมพิชญ์”

 

“...”

 

“สมมติว่านายทำสำเร็จ แล้วนายก็เบื่อฉัน เฉดหัวทิ้งเหมือนคนอื่นๆ จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่สนใจ ไม่คิดว่ามันระยำเกินไปหน่อยเหรอ เกิดฉันเสียใจจนฆ่าตัวตายขึ้นมา นายจะไม่รู้สึกผิดอะไรเลยใช่ไหม ?”

 

“...”

 

“...”

 

ทั้งที่ฉันพูดยาวเหยียดแต่เขาก็เอาแต่เงียบไม่ยอมปริปากอะไร ซ้ำยังไม่ยอมลุกออกจากตัวฉันสักวินาทีเดียว เราจ้องสบสายตาในความมืดเช่นนั้นหลายวินาที ลมหายใจร้อนยังคงเป่ารดแก้มฉัน ปลายจมูกยังสัมผัสกัน ริมฝีปากยังแตะกับบางเบาเช่นนั้น และหัวใจของฉันยังเต้นแรงไม่ต่างไปจากหัวใจของเขา

 

ความแนบชิดทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจคนตรงหน้าเป็นอย่างดี

 

เวร! เงียบแบบนี้ฉันกดดันนะเว้ย

 

“พิชญ์” ฉันครางชื่อเขาเสียงเบาและยังไม่หลบสายตาไปไหน

 

“เธอแม่ง...”

 

จนในที่สุดเสียงทุ้มก็ดังออกจากริมฝีปากของเขา

 

“...” และฉันต้องกลั้นหายใจเพื่อฟังสิ่งที่หมอนี่กำลังจะพูด

 

“ไม่อยากเชื่อ...” เขาหยุดคำพูดไว้อึดใจหนึ่ง และกดริมฝีปากย้ำหนักสองสามทีบนเรียวปากฉันพลางถอนหายใจเหมือนกำลังตัดสิ้นใจ “ทำฉันหมดอารมณ์ชะมัด”

 

“...!

 

“ไอ้ผมนี่ก็คนดีจะตาย ทั้งหล่อ ทั้งน่ารัก แถมโลกสวยขนาดนี้จะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ไง”

 

“หมายความว่า ?” ตกลงเขายอมฟังที่ฉันพยายามเทศนาแล้วใช่ไหม ?!

 

“จะปล่อยไปก่อนก็ได้” เจ้าของคำพูดหน้าง้ำหน้างอเหมือนไม่เต็มใจสักเท่าไหร่ แน่นอนสิ ปล่อยฉันไปแบบเต็มใจได้เขาคงไม่เสียเวลาทำตัวเป็นโรคจิตได้ตั้งนานสองนานหรอกจริงไหม “แล้วก็จะทำให้เธอร้องขอเองเลยด้วย เอาคุณสมบัติสุดเพอร์เฟ็กต์ทุกอย่างเป็นประกันครับ!

 

จุ๊บ!

 

“อย่ามาจูบ!” หมอนี่เอาแต่กดย้ำริมฝีปากหนักๆ ลงมารัวๆ ไม่ได้ล้ำลึกแต่ก็สามารถกระตุกหัวใจฉันให้กวัดแกว่งได้ไม่ยาก บ้าฉิบ! มาแทะเล็มกันตามใจชอบใช้ได้ที่ไหน

 

“นิดหน่อยพอให้กระชุมกระชวยหน่า”

 

“ไม่ต้องเลย ลุกจากตัวฉันได้แล้ว”

 

“ไม่อยากลุกอ่า...”

 

“พิชญ์!” ฉันตะหวาดเรียกชื่อเขาอย่างเหลืออด เบื่อความดื้อด้านของหมอนี่จนจะบ้าตายอยู่แล้ว ดูสิ! ยังจะมาทำหน้าเหมือนลูกแมวอ้อนเจ้าของใส่อยู่ได้ ฉันไม่ใจอ่อนหรอกโว้ย

 

“แค่นอนกอดเฉยๆ นะๆ”

 

“ไม่ได้โว้ย!” คนเอาแต่ใจเปลี่ยนจากการตรึงข้อมือฉันเป็นสอดฝ่ามือทั้งสองข้างรั้งแผ่นหลังฉันขึ้นให้ลำตัวเราแนบสนิทยิ่งกว่าเก่า เขากอดฉันทั้งที่ยังนอนทับกันไม่ห่างไปไหน ฉันจึงใช้มือที่เป็นอิสระดันใบหน้าคมคายของพิชญ์ออกอย่างไม่ยอม หมอนี่มาซบกับหน้าอกฉันได้ยังไง “ออกไปเลยนะ ไอ้บ้า”

 

ใครอนุญาตไม่ทราบ!

 

“พูดไม่เพราะ”

 

“ออกไปเดี๋ยวนี้” ปากฉันยังสั่งเขาเหมือนเดิม แต่ก็เหมือนคำสั่งของฉันเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่มีค่าพอจะให้สนใจ ถึงได้เพิกเฉยแล้วมาทำเสียงงุ้งงิ้ง ทำหน้ามึนราวกับรำคาญฉันเต็มทนแบบนั้น

 

“ไม่รู้ไม่ชี้ ง่วงแล้วนอนกันๆ”

 

“พิชญ์! นายจะกลับคำพูดหรือไง” ช่วงนี้คิดว่าฉันชักจะเรียกชื่อหมอนี่บ่อยเกินไปนะ ก็ดูแต่ละอย่างสิ! ทำให้ฉันคิดอะไรไม่ออกนอกจากตะเบ่งเสียงเรียกชื่อเพื่อปรามได้เท่านั้นเอง

 

“บอกว่าจะไม่ปล้ำ นี่ก็แค่นอนกอดเท่านั้นเอง...ไม่ผิดคำพูดสักหน่อย แบร่!

 

“นี่นาย...!” โอ้ย! ฉันควรจะทำยังไงดีเหรอ กับผู้ชายอย่างพิชญ์เนี่ยพึ่งเคยเจอครั้งแรก ไม่รู้หรอกว่าต้องรับมือยังไง ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าแล้วด้วย

 

ขณะที่ฉันกำลังหงุดหงิดคิดหาทางจัดการคนตรงหน้า พร้อมกับพยายามดันหัวเขาให้ออกห่างจากหน้าอกไปด้วย คนดื้อด้านก็เริ่มทำตัวโรคจิตด้วยการแตะปลายลิ้นร้อนชื้นลงบนขอบบราเซียแผ่วเบา ทำให้ฉันเกร็งร่างกายอย่างประหม่าและตกใจทันที ฝ่ามือที่เคยผลักไสกำหมัดแน่นค้างกลางอากาศไปด้วย

 

ก่อนประโยคต่อมาจะทำให้ฉันกัดริมฝีปากอย่างอับจนหนทางขัดใจคนร้ายกาจในที่สุด

 

“นอนนะครับคนดี ก่อนที่พี่จะไม่ทนจริงๆ J

 

100%

 


"เสียน้ำ(?)ไปเยอะ เพลียจุง"



 

[19/04/14]
คนดีของเค้าอยู่ไหน มาอัพอีพิชญ์ให้แล้วนะคะ แงงง
ขอโทษที่หายไปนานมากๆ พอพักปั่นไปทำงานไฟนอลมันเลยต่อไม่ติดสักที
อย่าโกรธเค้าเลยนะคนดี เค้ากำลังพยายามอยู่ ช่วงนี้ติสแตกมากด้วย 


เอาเป็นว่ายังไงดี...
พิชญ์โดนนัชชาพูดใส่จนหมดอารมณ์เลย -,.-
ผู้ชายคนนี้เอะอะถึงเนื้อถึงตัว จะเอาจะเอาตัลหลอดดดดด!
แม่ยกว่าไง...งานนี้พิชญ์จะทำยังไงดีให้นัชชา 'ร้องขอ'
ฮิๆ พยายามแต่งมาก แม้อารมณ์จะยังไม่คงที ไม่รู้เป็นยังไง
อย่าลืมส่งฟีดแบ็คกันนะ

เม้นท์ + โหวต เป็นกำลังใจให้เค้าด้วยเน้อ


[06/04/14] 
สวัสดีจ้า นกมาอัพอีพิชญ์ให้แล้วนะคะ ขอโทษด้วยที่หายไปหลายวันเลย
ไม่ได้อยากให้รอกันนานขนาดนี้ แต่เพราะงานนกเยอะมากเลย
ชีพจรลงเท้าทุกวัน เอาเป็นว่าอย่างอนเขานะตัวเอง อุอิ

อีพิชญ์ครึ่งแรกยังคงคอนเซปโรคจิตเหมือนเดิมเบย
ตะไมพระเอกเรื่องนี้ของเขาเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้งะ -..-
นักอ่านต้องทนกับนิสัยของมันหน่อยล่ะนะ ฮ่าๆ
ใครรักพิชญ์ ชอบนัชชา อย่าลืมเม้นท์ + โหวตเป็นกำลังใจกันเน๊อะ
นกจะพยายามมาอัพให้สม่ำเสมอนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,805 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #5800 BeerWilawan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 22:32
    สนุกค่า
    #5,800
    0
  2. #5487 ` Question7 . (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 17:23
    นัชชาเท่สุดดดดดดด
    #5,487
    0
  3. #4692 Jutharut Jaisutti (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 16:47
    หื่นได้น่ารัก มุ้งมิ่ง มากอ่ะ
    #4,692
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #3644 Phpalus (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 21:39
    อีพิชช์สะดิ้งมากกกกกกอยากให้นางเอกเอาถาดตบหัวสักฉาด55555
    #3,644
    0
  6. #3499 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2557 / 11:27
    พิชญ์น่ารักกกกกก
    #3,499
    0
  7. #3498 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2557 / 11:26
    พิชญ์นางเริ่มน่ารักและอ่ะ. รักเลย
    #3,498
    0
  8. #3306 T--dZ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 00:25
    ตอนที่แล้วคะแนนอิพิชญ์พุ่งทะยาน ชนะใจคนอ่านไปเต็ม!



    มาตอนนี้ นัชชาเนี่ยแหละ คะแนนปริ๊ดดดเลย



    รับมือได้เฉยๆ กิกิ เอาใจไปเลยยยยยยยยยย



    รักแล้วแหละคู่นี้ <3
    #3,306
    0
  9. #2410 P_Phairat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2557 / 00:31
    ตลอดๆๆๆๆ
    #2,410
    0
  10. #2152 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 00:01
    เจิมริอิพิชฐญ?
    #2,152
    0
  11. #1517 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2557 / 23:44
    อีพิชญ์อ่อนมากมายยยย ใช้ยาช่วยเนี่ย
    #1,517
    0
  12. #1153 mungming123 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 10:59
    แรดจริงไรจริง
    #1,153
    0
  13. #1064 แสบ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 03:42
    รอติดตามอยู่นะ ตลกมากเลยค่ะ

    ห้าๆๆๆๆ

    นิสัยพิชเหมือนนิสัยแฟนเราเลย
    #1,064
    0
  14. #797 phan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 16:31
    เกินคำบรรยายจริงๆๆๆอิพิชญ์โลกสวย
    #797
    0
  15. #674 netnapa pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2557 / 23:28
    มุ่งมิ้ง แรดม่ากกกด
    #674
    0
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #663 Little devil (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 21:41
    นางเอกเรารอดตัวไป~
    #663
    0
  18. #662 Little devil (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 21:41
    นางเอกเรารอดตัวไป~
    #662
    0
  19. #661 Little devil (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 21:41
    นางเอกเรารอดตัวไป~
    #661
    0
  20. #654 ByChu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 22:30
    โอ้ย มุ้งมิ้งเวอรรรร์เบย ชอบอ่า
    #654
    0
  21. #489 pleum_Z (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 14:48
    อ๊ายยยย พิชญ์น่ารักเกินไปแล้ววว ชอบบบบบบบค่าาา
    #489
    0
  22. #360 winter_sky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 08:01
    พิชญ์ก็น่ารักดีนะ555
    #360
    0
  23. #261 kana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 19:32
    =0= กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด ชอบเรื่องนี้ 5555555555555
    #261
    0
  24. #260 Stupid Girl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 16:31
    รอค้าาาาาาา
    #260
    0
  25. #259 Daelee Sillygirl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 10:43
    นัชชารอดปายย
    #259
    0