「END」Look out! แหกกฎรัก เขย่าหัวใจ

ตอนที่ 2 : CHP.1 You not a bad boy, But I hate a playboy. [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    30 มี.ค. 57

 



Austin Mahone - Mmm Yeah ft.Pitbull

Look out's shot!
Mmm Mmm yeah yeah!

She looks so good but she bad bad.
อืม ใช่เลยว่ะ!
เธอสวยมาก แต่แสบฉิบหายเลยไง


CHAPTER 1

You not a bad boy, But I hate a playboy. 



 

23.36 น. @ Emp’s Club

 

“ฮิฮิ”

 

เสียงหัวเราะแผ่วเบาคล้ายกับคนกำลังมีความสุขไม่ต่างจากพวกฆาตกรโรคจิตดังขึ้นท่ามกลางเสียงบีทหนักๆ ของดนตรีภายในเอมป์คลับไม่ได้เป็นที่สนใจของเหล่านักท่องราตรีที่กำลังสนุกสนานกันอยู่ ต่างจากเจ้าของร่างสูงสมส่วนที่ได้ยินมันอย่างชัดเจนจนน่าใจหาย แม้เสียงนั้นจะเบามากก็ตาม

 

ตึก ตึก ตึก!

 

เรียวขายาวสวยก้าวสลับกันอย่างรวดเร็วบนส้นสูงสีเงินสี่นิ้วไม่กลัวว่ามันจะทำให้พลิกคว่ำแต่อย่างใด คงไม่ต้องบอกก็น่าจะเดาออกว่าผู้หญิงเจ้าของร่างสูงร่วมหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหกเซนติเมตรนั่นกำลังเร่งรีบแค่ไหน ถึงขนาดเร่งฝีเท้าให้เร็วจนชนใครต่อใครไปทั่ว เธอก็ยังไม่หยุดก้าวเท้ายาวให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ปึก ปึก ปึก!

 

จะขวางทางทำไมนักวะ!

 

หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยเปรี้ยวสบถในใจอย่างหงุดหงิดโดยไม่คิดจะหันไปขอโทษหรืออะไรสักวินาทีเดียว ทำให้คนถูกชนหลายคนหันกลับมากรนด่าเธอไล่หลังก็มี

 

เรือนผมสีเฮเซลนัทดัดลอนใหญ่ยาวถึงกลางหลังพลิ้วไหวไปตามการขยับของร่างกาย ดวงหน้าสวยจัดซับสีแดงระเรื่อเนื่องจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปก่อนหน้ากำลังบั่นทอนสติเธอไปทีละนิด ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ใบหน้าเรียวรูปไข่เซ็กซี่ขึ้นอีกหลากเท่าตัว

 

กรอบตาเฉี่ยวดูร้ายกาจล้อมนัยน์ตากลมโตสีเดียวกับเรือนผมที่กำลังไหวระริกอย่างตระหนก แพขนตาหนายาวโค้งงอนไม่ต้องพึ่งขนตาปลอมจัดว่าน่าอิจฉาสำหรับผู้หญิงหลายคนเลยก็ว่าได้ คิ้วเรียวพาดเฉียงรับองศากับจมูกโด่งพองามกำลังขมวดเข้าหากันเป็นปม ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดเม้มเป็นเส้นตรงอย่างเคร่งเครียด

 

เธอกำลังรีบ...

 

รีบออกไปจากสถานที่อโคจรแห่งนี้ให้เร็วที่สุด!

 

ตึก ตึก ตึก!

 

ทว่า...พอหลุดออกจากเอมป์คลับทางประตูด้านหลังร้านอันปราศจากผู้คน กลับไม่ได้มีเพียงเสียงฝีเท้าของเธอคนเดียวเท่านั้นที่ดังขึ้น

 

เสียงฝีเท้าสลับหนักเบาสม่ำเสมอนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นรุนแรงด้วยความหวาดวิตก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าสวยเช่นเดียวกับฝ่ามือข้างลำตัวที่กำแน่นก็รู้สึกได้ถึงความชื้นเช่นกัน แม้ไม่คิดจะหันกลับไปมองด้วยว่าเจ้าของฝีเท้าที่กำลังไล่หลังตัวเองอยู่นั้นเป็นใคร แต่เจ้าของร่างสะโอดสะองก็รับรู้ได้เป็นอย่างดีจนอดตัวสั่นไม่ได้

 

เพราะสิ่งเดียวที่ทำให้เธอวิ่งหน้าตั้งแบบไม่คิดชีวิตก็คือไอ้เจ้าของฝีเท้าหนักๆ ด้านหลังนั่นแหละ!

 

จะจองล้างจองผลาญกูไปถึงไหนไอ้โรคจิต!

 

“วี๊ดวิ๊ด~

 

คิดยังไม่ทันขาดตอนเสียงผิวปากฟังดูไม่ต่างอะไรกับพวกจิ๊กโก๋ก็ดังขึ้นทางด้านหลัง ราวกับเจ้าของเสียงนั้นต้องการกวนประสาทเจ้าหล่อนไม่มีผิด แน่นอน...เสียงนั้นสร้างความกดดันปนความหงุดหงิดมหาศาลให้ร่างบางอย่างมาก ทำเอาส้นสูงของเธอเกือบพลิกคว่ำอยู่หลายครั้ง ทั้งที่เจ้าตัวพยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่ทำไมเสียงเมื่อครู่กลับดังชัดเจนราวกับอยู่ใกล้กันไม่ถึงสองช่วงก้าว

 

“โรคจิต นี่แม่งโรคจิตชัดๆ!” ริมฝีปากสีแดงสดสบถกับตัวเองอย่างหงุดหงิด

 

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งร่วมหนึ่งร้อยแปดสิบสองเซนติเมตรเอาสองมือล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเองท่าทางไม่ทุกข์ร้อน ใบหน้าหวานใสแสนเจ้าเหล่ทะเล้นฉาบไปด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี เขาก้าวขายาวๆ ตามผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่ลดละแต่ก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร

 

แม้ไม่ได้ออกแรงวิ่งเหมือนผู้หญิงที่กำลังหนี แต่เขาก็สามารถตามเธอได้ทันในไม่กี่ช่วงก้าว อุตส่าห์ตามหาตัวมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาแทบตาย สุดท้ายก็เจอจนได้...คนที่กระทืบตีนเขาด้วยส้นเข็มจนน้ำตาแทบเล็ดคืนนั้น

 

แล้วแบบนี้จะให้เขาปล่อย เหยื่อไปได้ยังไงจริงไหม ?

 

พิชญ์...ผู้ชายที่ทั้งน่ารัก มุ้งมิ้ง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอุตส่าห์สละเวลามาวิ่งเล่นด้วยทั้งที่ อยากวิ่งเท่าไหร่ก็วิ่งไปเลยเขาไม่ห้ามอยู่แล้ว เพราะเจ้าของร่างโปร่งคนนี้ก็ยังคงไล่ตามเธอไปจนกว่าเจ้าหล่อนจะสะดุดล้มลงเอง

 

หรือไม่...ก็จนกว่าเขาจะเบื่อเกมไล่จับหนูนี่ล่ะนะ

 

โครม!

 

ร่างสูงระหงที่ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายสะดุดอะไรสักอย่าง ก่อนจะล้มโครมลงกับพื้นข้างถังขยะอย่างแรง  หรืออาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กระมังถึงทำให้เธอดูมึนงงและแข้งขาอ่อนไปเอง ทว่าเหตุการณ์นั้นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าของเรือนผมสีส้มทองเร่งฝีเท้าเพื่อเข้าไปช่วยเหลือแต่อย่างใด

 

กลับกันผมยังยกยิ้มกว้างแสดงความพึ่งพอใจสำทับด้วยการก้าวเท้าไปในจังหวะที่สม่ำเสมอต่อไป เนิบนาบ หนักแน่น มาดมั่น ทุกฝีก้าว...

 

กระทั่งผมตรึงฝ่าเท้าของตัวเองยืนค้ำหัวเจ้าหนูน้อยแสนยั่วเย้าบนพื้นตรงหน้านิ่ง...

 

ผ่านมาตั้งหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ผ่านมานานถึงเจ็ดวันแล้วแท้ๆ ใบหน้านวลเนียนสวยสะบัดจนผมอยากจะสลัดอาภรณ์ของเธอยังคงฝังลึกอยู่ในสมองผมอยู่เลย มันแปลก...ไอ้ความรู้สึกพวกนี้มันแปลกสำหรับตัวเองผมรู้ดี ดวงหน้ารูปไข่กับองค์ประกอบทุกอย่างบนนี้ทำให้ผมติดใจจนไม่รู้จะบรรยายออกมาอย่างไรดี

 

เธอสวย ใช่ เธอสวยมากจนผมไม่อาจละสายตาได้เลยตั้งแต่ที่เห็นครั้งแรก ภายนอกดูเหลือร้ายเสียจนผมอยากขย้ำแทบตาย บอดี้ก็ดูร้อนจนน่าขยี้ไปทั้งร่าง ไม่ปฏิเสธว่าผม อยากลอง ได้ขยำขยี้ตับอีคนสวยนี่สักครั้ง

 

แม่งอยากจนตัวสั่นแล้วครับ ฮิ J

 

นัยน์ตาสีเฮเซลนัทของคนตัวเล็กกว่าตวัดขึ้นมองผมไม่เป็นมิตรเช่นคืนแรกที่เราเจอกัน ไม่สิ! ครั้งนี้ในแววตาคู่สวยทรงเสน่ห์กำลังฉายรอยกรุ่นโกรธแทบวาวโรจน์ไปด้วยไฟคับแค้นใจอย่างไรอย่างนั้น อ่า...เธอคงยังไม่ลืมเรื่องที่ผมจับโคตรพ่อโคตรแม่นมเธอล่ะมั้ง

 

คนสวยใจร้ายจังนะครับ โกรธคนน่ารักทำไมเนี่ย T^T

 

“ว่าไงน้องสาว ไหวอะเปล่าเบเบ้ ?”

 

“เสือก!

 

“พูดไม่เพราะอีกแล้วนะครับ เดี๋ยวก็โดนตีด้วยปากหรอก” คิดดูสิ...ทั้งที่ผมถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ทำไมอีคนสวยปากร้ายถึงได้ตอกกลับแบบไม่คิดกลั่นกรองคำพูดสักนิดเลยล่ะครับ ไม่รู้เหรอว่าท่าทางหมางเมินก้าวร้าวของเธอทำลายน้ำใจผู้ชายอ่อนไหวอย่างผมมากแค่ไหน

 

สะเทือนใจจนอยากฝังใบหน้าหล่อๆ ของตัวเองกับนมเธอเลยว่ะครับ ฮือ...

 

“ตามฉันมาทำไมไอ้โรคจิต!

 

“รู้ตัวเลยเหรอครับ แหมเขินจุงเบย”

 

“ถะ ถอยไป!” เธอลุกขึ้นผลักร่างผมให้ออกห่างก่อนจะยัดตัวยืนบนส้นสูงสี่นิ้วอีกครั้งอย่างสง่างาม ทว่าก็ยังมีเซเล็กน้อยตามประสาคนเมานั่นแหละ

 

เดรสสั้นรัดจนเผยสัดส่วนเอสไลน์ของคนตัวเล็กตรงหน้าทำให้ผมลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเสียไม่ได้ ซ้ำยังกวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าพลางริมฝีปากอย่างลืมตัว รูปร่างหน้าตาภายนอกของเธอมันเขย่าใจผมจนสั่นไหว สั่นร้อน อยากจะร่อน อยากจะส่ายฉิบหายเลยครับ ซ้ำร้ายตอนนี้มันทำเหมือนจะเขย่าอะไรๆ ของผมไปด้วยนี่สิ!

 

โอ้ย พิชญ์อยากจะบ้าตาย แบบนี้พิชญ์จะไม่ทนครับ พิชญ์อยากขย้ำอีคนสวยนี่พูดเลย! L

 

คนตรงหน้าผมเหมือนนางพญาอย่างไรอย่างนั้น ดวงหน้าเฉี่ยวเปรี้ยวบ่งบอกความมั่นใจเกินร้อยของเจ้าตัว โอเคเลยว่าสวยๆ แบบนี้ผมก็เคยควงมาแล้ว แต่จะว่าอย่างไรดี...บางอย่างบนดวงหน้าของเธอแตกต่างออกไป ไม่ได้เสแสร้งตลบแลง ไม่ชอบเธอก็แสดงออกมา โกรธเธอก็ฉายรอยขุ่นมัวให้คนอื่นได้รู้ทันที และถึงผมจะชอบควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าแต่บอกไว้ก่อนนะครับ

 

ผู้ชายอย่างพิชญ์น่ะ เลือกกินไม่ได้เอะอะหน้ามืดตามัวมั่วเอาอย่างเดียว

 

เชื่อไหม...ยัยนี่น่ะดูดีจนเบียดนางแบบระดับแนวหน้าหลายคนแทบตกขอบเวที ส่วนสูงเพรียวอัดแน่นไปด้วยสัดส่วนระทวยอารมณ์สร้างความฮอตให้เจ้าของร่างเป็นอย่างดี เรื่องหน้าตานี่ไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่สวยกูก็ไม่มองหรอกจริงๆ แต่ประเด็นเลยนะครับ...ไอ้ท่าทางต่อต้านของยัยนี่แม่งเร้าอารมณ์ผมชะมัด

 

ร้อนแรงเพียงแค่ปลายตามอง เพียงแค่นั้นก็ทำให้ผมอยากลิ้มลองรสชาติซาบซ่าของเธอเต็มแก่

 

“ใจร้ายจัง”

 

“กระแดะ!” อีคนสวยกระแทกเสียงฉุนสวนคำพูดผมอีกครั้ง ตอนนี้เรากำลังยืนประจันหน้ากับข้างถึงขยะหลังเอมป์คลับโดยเธอยังยืนเว้นระยะห่างไปพอสมควร เยี่ยมมาก...เป็นสภาพแวดล้อมที่กูไม่นึกมาก่อนเลยว่าจะได้มา หลอกกินตับผู้หญิงแถวนี้

 

มันไม่โอเคเลยไง พิชญ์เหม็น พิชญ์จะอ้วก พิชญ์ชักเฟลแล้วนะ!

 

“ขอเปลี่ยนที่ลวงตับได้ไหมวะ” ผมนิ่วหน้าเมื่อลมพัดหอบเอากลิ่นขยะลอยเข้ามาในปอด ร่างสมส่วนเบื้องหน้ายังคงขมวดคิ้วแน่นพลางจ้องผมเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ตามกรอบหน้ามีเม็ดเหงื่อเกาะจนชื้นไรผมเพิ่มความเซ็กซี่ให้เจ้าของเรือนร่างอีกหลายเท่าตัว เป็นจังหวะเดียวกับกลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจคนตัวเล็กลอยเข้ามากลบกลิ่นแย่ๆ ของขยะพอดี

 

อยากจะมอมเหล้าผมด้วยกลิ่นล่ะสิ แผนสูงจริงๆ!

 

“นาย...ไม่สิ...มึงตามกูมาทำไมวะ หน้าตาก็ไม่ได้แย่ แม่ไม่ว่าเหรอเป็นโรคจิตเนี่ย”

 

“ทำไมเธอถึงวอนโดนผมตบปากจังเลยครับ” กลิ่นขยะทำให้ผมเริ่มหัวเสียขึ้นมาเหมือนกันไง ลามปากถึงแม่นี่เดี๋ยวจะหาว่าพิชญ์ไม่เตือน

 

“...”

 

“พูดไม่เพราะอีกทีผมตบด้วยปากจริงนะเอ้า!” ถึงจะไม่สบอารมณ์นิดหน่อย แต่ใบหน้าหล่อๆ ก็ยังคงเปื้อนรอยยิ้มไม่ต่างไปจากเดิม ผมเป็นผู้ชายอารมณ์ดี น่ารัก มุ้งมิ้ง ไม่นิยมทำหน้าบึ้งใส่ใคร เดี๋ยวหน้าเหี่ยวแล้วไม่หล่อ ฮิ

 

“มึงโรคจิตนักเหรอวะ...เฮ้ย!

 

ร่างเล็กสะดุ้งตัวโยนเมื่อผมก้าวเข้าไปเพียงก้าวเดียวก็สามารถประชิดร่างของเจ้าหล่อนได้อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งกอดรัดเอวคอดกิ่วให้แนบลำตัวแน่น ฝ่ามืออีกข้างก็บีบปลายคางเรียวมนด้วยความแรงในระดับหนึ่งเพื่อไม่ให้เธอหลบสายตาไปไหน บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าพูดไม่เพราะพิชญ์จะไม่ทน

 

ฉิบเป๋ง! ผิวกายเธอทั้งร้อนและชื้นขนาดนี้ผมจะทนไหวได้ยังไง กลิ่นครีมอาบน้ำ น้ำหอมอ่อนๆ ไหนจะกลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจแรงๆ นี่อีก

 

ตาย...ตายแน่ไอ้พิชญ์ งานนี้พิชญ์เทอร์โบไม่ได้หลับไม่ได้นอนชัวร์! >.<

 

“เนื่องจากผมหล่อและน่ารักมาก ผมจะให้โอกาสพูดอีกครั้ง...”

 

“ปล่อยกู! อื้อ!” คนตัวเล็กในอ้อมกอดแกร่งเบิกตาโพรงกว้างอย่างตระหนก ผมกระแทกริมฝีปากทาบทับริมฝีปากเธอด้วยความแรงในระดับหนึ่ง เพราะความรวดเร็วเกินไปทำให้ฟันของเรากระทบกันซ้ำยังสร้างบาดแผลให้ผิวเนื้ออ่อนๆ ของเธอจนกลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่วโพลงปาก

 

ฝ่ามือของคนตัวเล็กวางกั้นอยู่ระหว่างอกผมนี่เอง ราวกับเธอตกใจจนไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับสถานการณ์ตอนนี้อย่างไรดีถึงได้แต่กำฝ่ามือแน่นจนผมรู้สึกได้ว่าเรียวแขนของเธอกำลังสั่น หากทว่าผมไม่สนใจยังคงเดินหน้า รุกเจ้าของดวงหน้าสวยตรงหน้าด้วยการพลิกพลิ้วเรียวลิ้นตวัดเกี่ยวหาความหวานอย่างสำรวจ

 

ปึก! ปึก!

 

“อะ อื้อ!” พอตั้งสติได้เธอก็ตบอกผมอย่างไม่ยั้งแรงทำให้ผมรู้สึกเจ็บอกเหมือนกัน แต่มันก็เท่านั้นไง...ผมยังไม่ยอมถอนริมฝีปากออกมาง่ายๆ ยิ่งปรับองศาใบหน้าให้ล้ำลึกมากเท่าไหร่ ผมก็เริ่มกลายเป็นคนไม่รู้จักพอมากเท่านั้น

 

เนินนานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ผมบีบล็อกปลายคางมนของเธอเอาไว้แน่นจนเจ้าของร่างขยับใบหน้าซับสีแดงจัดหนีสัมผัสไม่ได้ กำปั้นเล็กยังคงระดมทุบลงมาไม่หยุดเพื่อต่อต้านผมอย่างถึงที่สุด ก่อนเธอจะสอดฝ่ามือเข้ามาในกลุ่มผมสีส้มทองแทน พลางออกแรงกระชากจนผมต้องจำใจผละริมฝีปากออก

 

กระชากหัวกูอีกแล้วนะครับ!

 

“ไอ้โรคจิต! ปล่อยฉันนะ”

 

“ยืนยังไม่ไหว ถ้าผมปล่อยก็เสียของแย่...” แรงกระชากหนังหัวทำให้ผมนิ่วหน้าเล็กน้อยกับความเจ็บแสบนั้น มันจริงนี่หว่า แค่โดนจูบเธอก็แข้งขาอ่วนขนาดนี้ขืนปล่อยก็โง่เต็มที ทว่าไอ้แรงอันหน่อยนิดก็ไม่ได้ทำให้ผมปล่อยมือที่เกี่ยวเอวคอดของเธอออก หนำซ้ำผมยังกระชับวงแขนแน่นขึ้นจนยัยตัวดีต้องนิ่วหน้าบ้าง “เอ้ย! ถ้าปล่อยเธอก็ล้มสิครับ

 

ให้ตายสิ...หน้าอกเธอจะใหญ่ไปไหน เบียดเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่านเราสองคนได้แบบนี้ พิชญ์ตื่นเต้นอะครับ!

 

“ระ อึก เรื่องของฉัน!” ฟันธงเลยว่ายัยนี่เมาเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

 

เชื่อผมไหม...เธอพยายามปรือตามองผมพลางจิกเล็บกับหัวไหล่อีกข้างของผมด้วยไง เหมือนกำลังระบายความอึดอัดจากไอร้อนของเราทั้งสองมากกว่า แน่ล่ะ! นมใหญ่ขนาดนี้ไม่อึดอัดกูก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว

 

ฮึ่ย! ล่อตาล่อใจให้พิชญ์ขยำขยี้มาก เดี๋ยวพ่อก็ล่อแม่งตรงนี้เลยดีไหม!

 

“งั้นนี่ก็เรื่องของผมเหมือนกันว่ะครับ J

 

“ตำรวจ...”

 

“...”

 

“ฉันจะแจ้งตำรวจ แจ้งจับนายเข้าคุกไปเลย”

 

“แจ้งเลยสิแจ้งเลย ผมชอบโรงพักนะ” คนในอ้อมแขนเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงพลางมองหน้าผมอย่างเกลียดชัง ส่วนผมอะเหรอ...ก็ยังส่งยิ้มไปให้เธอเหมือนทุกทีนั่นแหละ “...พอดีว่า เส้นใหญ่พอตัวอะครับ ฮิ”

 

“จะปล่อยไม่ปล่อย” พอเห็นว่าผมไม่กลัวคำขู่นั่น เจ้าของร่างกายชวนสยิวก็ถามเสียงต่ำพลางใช้นัยน์ตาสีเฮเซลนัทหรี่มองผมอย่างเดือดดาล สำทับด้วยการกระชากผมอย่างรุนแรงจนหน้าหงายขึ้นมองท้องฟ้าไปเสี้ยววินาที “...ปล่อย!

 

“...” ผมยื้อใบหน้ากลับมาให้อยู่ในระนาบเดียวกันอีกครั้ง

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองริมฝีปากคนตรงหน้าที่บวมจากสัมผัสรุนแรงก่อนหน้านี้ ร้ายกว่านั้นคือลิปสติกสีสดของเจ้าหล่อนดันเปื้อนริมฝีปากไปหมด ถือเป็นหลักฐานชั้นเยี่ยมว่ารสจูบของผมมันเผ็ดร้อนแค่ไหน

 

แบบนี้ที่ปากผมก็ต้องเปื้อนไปด้วยอะดิ แค่คิดขนอ่อนก็ลุกตั้งทันไปหมดอย่างไม่อาจหักห้ามได้แล้วว่ะ ไม่ปฏิเสธเลยว่าในหัวผมมันมีแต่ภาพเธอเปลือยกายบนเตียงพร้อมกับสีหน้าอันแสนร้อนแรง ฉิบ! กูไม่ได้โรคจิตจริงๆ ไม่ได้เป็นผู้ชายหมกมุ่นเรื่องแบบนี้เลยนะเว้ย

 

ทุกวันผมมีผู้หญิงไม่ขาดมือจนแทบชาชินกับเรื่องเหล่านี้เสียด้วยซ้ำ หากแต่พอเธอผู้หญิงคนนี้กลับทำให้ผมอดคิดเรื่องลากมกกับเธอไม่ได้ ยังไงซะ...ผมก็ควรจะได้กินตับเธอสักครั้งสองครั้งเพื่อลบล้างไอ้มโนภาพเหล่านั้นออกไป

 

ไม่อย่างนั้นกูคงค้างคาไปตลอดแน่!

 

“เจ็บ...แต่ไม่ปล่อยอะครับ ทำไม ข้องอะไรเหรอ ?” พิชญ์ไม่ใช่คนกวนตีนนะเชื่อไหม นี่ใสใสมากครับ

 

“ต้องการอะไร มาทำแบบนี้กับฉันทำไม” อีคนสวยถามเสียงเรียบยังไม่ลดองศาเดือดลงง่ายๆ ฝ่ามือเล็กกำกลุ่มเส้นผมมีน้ำหนักของผมแน่นไม่ยอมปล่อยพร้อมจะกระชากให้หนังหัวหลุดได้ทุกเมื่อ

 

“...นั่นสินะ”

 

“อย่ากวนตีนได้ไหมวะ!” ส่วนผมก็ยังกอดรัดเอวเล็กด้วยท่อนแขนทั้งสองข้าง บดเบียดร่างกายตัวเองให้แนบชิดผิวกายที่โผล่พ้นอาภรณ์ออกมาอย่างอดไม่ได้

 

ยิ่งใกล้กันมันยิ่งร้อน ทั้งร่างกาย จิตใจ หรือไม่ว่าอะไรมันก็ร้อนจนแทบมอดไหม้หมดเลยไง

 

พิชญ์คนนี้จะทนได้อีกนานแค่ไหนกันวะถามหน่อย ?!

 

“ต้องการเธอ” และผมก็ตอบอย่างไม่ต้องคิดหาคำตอบอะไรให้นาน ตอบไปตามความจริงทุกอย่างไม่ได้ตอแหลอะไรเลยด้วย ทว่าเหมือนคำตอบผมจะทำให้เจ้าหล่อนโกรธมาก เธอกัดฟันแน่นจนผมได้ยินเสียง กรอด ดังลอดออกมา “อยากได้ทั้งตัวครับ จะให้ผมดีๆ ไหมล่ะ ?”

 

“ฝันรึไง เหอะ!

 

“ให้ผมจูบเธออีกทีไหม จะได้รู้ว่าฝันหรือเรื่องจริง” ผมกระตุกยิ้มพลางมองริมฝีปากเธออย่างจาบจ้วง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วโป้งคลึงริมฝีปากคนตรงหน้าในที

 

“ต่ำ!

 

“ร้อยแปดสิบสองครับ สูงพอ”

 

“กวนตีนไง!” เธอผลักอกผมเหมือนกำลังหาเรื่องกันไม่มีผิด ริมฝีปากบวมจากฝีปากผมเม้มเป็นเส้นตรงอีกครั้ง

 

ผมไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับไปนอกจากกระตุกยิ้มกวนประสาทให้คนตรงหน้าอย่างเหนือกว่า ซ้ำยังแกล้งยั่วโทสะเธอด้วยการโน้มใบหน้าลงไปใกล้มากกว่าเดิมและเป่าลมหายใจรดผิวแก้มแดงๆ และกดริมฝีปากลงไปทั้งที่ยังมีนิ้วโป้งของตัวเองกั้นอยู่

 

“นัชชา...” ริมฝีปากผมเลื่อนไปกระซิบข้างใบหูคนตัวเล็กกว่าเสียงเบา เจ้าของชื่อเกร็งร่างเล็กน้อยเหมือนเธอกำลังตกใจหรืออะไรสักอย่าง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ จนน่ากลัว

 

จุดอ่อนอยู่ตรงนี้หรอกเหรอ ฮิฮิ เสร็จพิชญ์ล่ะสิทีนี้

 

“อึก...ออก ออกไปไกลๆ” ตัวเธอสั่น ฝ่ามือที่กำเส้นผมอยู่ก็สั่น ผมไม่รู้ว่านัชชากำลังทำสีหน้าแบบไหน เพราะกำลังจงใจเป่าลมหายใจรดใบหูแดงๆ ของเธออยู่ไง “ละ แล้ว...อึก! แล้วรู้ชื่อฉันได้ยังไง”

 

อยากรู้ไหมว่าทำไมผมถึงรู้ชื่อเสียงเรียงนามของเธอ ความจริงมันไม่ได้อยากอะไรสำหรับผมเลยกับการตามสืบประวัติผู้หญิงที่ผมกำลังสนใจอยู่ แน่นอนว่าโปรไฟล์คร่าวๆ ของเธอผมรู้หมดแล้วว่าชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ เกิดวันไหน หรือบ้านอยู่ที่ไหน นอกจากจะหล่อแล้วยังเก่งอีกนะผมเนี่ย >.<

 

“อยากรู้ ทำไมไม่ลองมานอนคุยกันสักชั่วโมงสองชั่วโมงล่ะ ผมจะได้ให้เธอรู้ทุกอย่างอย่าง ลึกซึ้งเลยทีเดียว ฮิ”

 

ปึก!

 

“เลิกทำตัวทรามกับฉันสักที” แล้วมาทุบหัวผมทำไมวะ แต่กระชากหนังหัวกันยังไม่พอใจอีกใช่ไหมครับ “ออกไปห่างๆ ด้วย ฉันรังเกียจ!

 

“มีปัญญาทำไมไม่ลองดิ้นรนเองหน่อยล่ะครับ”

 

“หยุด หยุดพูดใกล้หูฉันสักที น่ารำคาญ!” สยิวก็บอกมาเหอะ พิชญ์ไม่ถือหรอกครับ เดี๋ยวจะเป่าแม่งให้หมดทั้งตัวเลยก็ยังได้ “ไม่ว่านายจะเป็นใคร ฉันรู้ว่านายต้องการอะไร และฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างนั้น!

 

“รู้ก็ดี” เธอหลับตาลงพลางถอนหายใจเพื่อระบายความหงุดหงิด ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งและจ้องกันด้วยสายตาจริงจังในจังหวะที่ผมถอนใบหน้าออกมาสบสายตาเช่นเดียวกัน

 

“แต่หน้าอย่างนายไม่มีวันได้เห็นแม้แต่ขาอ่อนฉันหรอก!

 

“ผิดแล้วล่ะครับแหม่...”

 

“...!” ตอนยัยนี่ทำตาโตแล้วตลกชะมัด ให้ตาย! นัชชาเป็นผู้หญิงที่แสดงความรู้สึกทางสีหน้าได้ดีมากเสียจนผมรู้สึกหมั่นเขี้ยวหน่อยๆ แล้วแฮะ

 

“เพราะเดรสที่เธอใส่อยู่เนี่ย...” ยัยตัวดีสะอึกก้อนอะไรสักอย่างลงคอ เมื่อผมใช้ปลายนิ้วชี้เกี่ยวขอบกระโปรงชุดเดรสด้านล่างจนมันเลื่อนขึ้นมาจนน่าใจหาย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาทกับเธอ “ตอนล้มไปผมเห็นยันกางเกงในแล้วครับ ฮิ”

 

“ไอ้...!

 

“แล้วก็นะ” ผมหยุดคำด่าของเธอด้วยการใช้นิ้วข้างที่เกี่ยวเดรสขึ้นมาจรดริมฝีปากบวมแผ่วเบา พลางฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมอย่างอดไม่ได้ ใครจะไปอดได้จริงไหม ตอนเห็นสีหน้าของนัชชาเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งอะไรต่อมิอะไรอีก

 

“...”

 

“ไม่ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงแบบไหน ถ้าผมอยากได้ก็คือต้องได้ ชัดไหมครับ ? J
 
 

“อยากได้ก็ต้องได้ คิดว่าตัวเองเป็นใคร เทวดา ?”

 

“...” ถึงเธอจะเมาแต่ผมก็รู้สึกขัดใจกับสายตาเหยียดหยามนั้นยังไงไม่รู้ว่ะ เจ้าของนัยน์ตาอันทรงเสน่ห์สีเฮเซลนัทไล่มองใบหน้าผม ก่อนจะเหยียดยิ้มใส่ชนิดที่ว่าเกือบทำผมเฟลเลยด้วย

 

ทำไมอะไรๆ ของยัยนี่มันมีผลกระทบต่อความรู้สึกผมไปหมดเลยนะ

 

“เหอะ ก็แค่คนธรรมดา ไม่ใช่เทพ ไม่ได้มีเวทมนต์อะไรด้วย” ผมขมวดคิ้วเลยทีนี้ แม้ว่าใบหน้ายังมีรอยยิ้มระบายอยู่แต่ในใจกลับรู้สึกคุกรุ่นอย่างบอกไม่ถูก นัชชาคลายฝ่ามือที่กำเส้นผมออกก่อนจะเลื่อนมาวางไว้บนลาดไล่ผมแทน ไม่สิ ผมว่าเธอกำลังหมดแรงมากกว่า

 

“คนธรรมดาแล้วไง ไม่ใช่เทวดาแล้วทำไมครับ”

 

“...”

 

“ก็แค่คนธรรมดานี่แหละ แค่ผู้ชายน่ารัก น่าลาก ไม่ได้เทพอะไรมากหรอก ฮิ”

 

“ไม่ได้พิเศษอะไรเลยสักนิด ปัญญาอ่อน โรคจิต...” นัชชาไม่สนว่าผมจะพูดอะไร เธอแสยะยิ้มออกมาฉาบบนดวงหน้าสวย ผมคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มแสนร้ายกาจยังไงก็ไม่รู้สิ ผมแค่ไม่ชอบให้เธอมาทำเหมือนผมกำลังตกเป็นรอง ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็คงไม่ชอบสถานภาพอย่างนี้หรอกจริงไหม “อย่ามั่นใจว่าจะได้อะไรตามต้องการไปซะหมด”

 

ปึก!

 

นัชชาผลักผมสุดแรงเพื่อให้ตัวเองหลุดจากพันธนาการ นี่คงเป็นกำลังเฮือกสุดท้ายของเธอที่มีในเวลานี้กระมัง หากทว่าเรี่ยวแรงของคนเมาอย่างเธอก็ไม่อาจทำให้ผมปล่อยอ้อมแขนออกจากเอวคอดกิ่ว เสียงคนตัวเล็กหอบหายใจอยู่ข้างหูผมถี่ระรัว เมื่อเธอออกแรงจนหมดแล้วซบใบหน้าสวยลงกับไหล่ผมโดยไม่มีท่าทีขัดขืน

 

ดิ้นไม่ไหวแบบนี้พิชญ์จะขยำขยี้ให้ลุกไม่ขึ้นเลยคอยดู!

 

“ปะ ปล่อยสิ ปล่อยฉันได้แล้ว” ผมเม้มริมฝีปากตัวเองด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด กลิ่นหอมอ่อนๆ เฉพาะตัวของเธอตรงซอกคอทำให้ผมรู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก ยัยนี่แค่ยืนเฉยๆ แล้วซบใบหน้าบนไหล่เท่านั้นเอง เธอไม่มีแรงขัดขืนแต่ปากก็ยังไม่หยุดพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเสียที

 

ทำไมแค่ยืนอยู่ด้วยท่าง่ายๆ แบบเบสิกฉิบหาย เพียงแค่นั้นนัชชาก็ทำให้ผมแทบจะกลายร่างเป็นสัตว์ป่าอยู่รอมร่อ ยัยนี่ไม่ต้องทำอะไรมากมายเหมือนผู้หญิงคนอื่นเลยด้วยซ้ำ แค่อยู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุของร่างกายเกือบทุกสัดส่วน สติของผมก็แทบไม่หลงเหลือเลย

 

ร้ายกาจชะมัดว่าไหม...เสน่ห์ของเธอน่ะอันตรายต่อคนหล่อจิตใจอ่อนไหว มุ้งมิ้ง อย่างผมฉิบ

 

“ถ้าผมปล่อยเธอก็จะเป็นอันตรายนะครับ เชื่อสิ...” ผมพูดด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนเดิม ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้นัชชากำลังทำสีหน้าขยาดผมมากแค่ไหน เลนส์ตาสีน้ำตาลเข้มของผมกำลังสะท้อนร่างสูงของผู้ชายสามคนซึ่งกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้อย่างหมายมั่น “อันตรายมากด้วย”

 

“นาย...นายนั่นแหละได้ตัวอันตราย”

 

“ช่วยอยู่นิ่งๆ ไปสักพักเถอะนะครับคนสวย”

 

“เฮ้ย! มึงมายืนทำห่าอะไรตรงนี้วะ” ทันทีที่พวกมันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมก็เปิดปากถามด้วยน้ำเสียงกร่างๆ จนผมอดเหยียดยิ้มกับท่าทางของมันไม่ได้ ไอ้พวกนี้มันเป็นใครผมก็ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าหลังเอมป์คลับน่ะมีพวกนักเลงกากๆ ชอบมาทำท่าทางแบบนี้ใส่ลูกค้าที่หลงออกมาทางหลังคลับบ่อยๆ

 

ไม่รู้ไอ้พวกเจ้าของคลับมันมัวทำอะไรอยู่ถึงไม่ดูแลความปลอดภัยของลูกค้า เป็นคลับผมหน่อยไม่ได้...พ่อจะเล่นด้วยให้สนุกถึงใจ จะขยำขยี้ตับมันให้แตกคาฝ่าเท้าจนหายคันกันเลยทีเดียว

 

“กูถามไม่ได้ยินหรือไง เอ๊ะหรือว่า...” หนึ่งในสามคนนั้นหรี่ตามองผมก่อนจะกวาดสายตามองร่างเล็กในอ้อมแขนซึ่งเธอหันหลังให้พวกมันอยู่ เชื่อไหมว่าแค่มองยัยนี่ข้างหลังก็ทำเอามันกลืนน้ำลายลงคอเลยด้วย อ๋อ! นี่คิดจะแย่งเหยื่อกูใช่ปะครับ “สงสัยเล่นสนุกกับอีนี่อยู่ แหม! มีของดีแบบนี้ก็ต้องแบ่งหน่อยจริงไหมพวกเรา”

 

“ใช่ หุ่นอีนี่แม่งน่าเอาฉิบหาย!

 

พลั่ก!

 

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบเมื่อนัชชาดันตัวเองออกจากอ้อมกอดผมในจังหวะที่ผมกำลังให้ความสนใจไอ้พวกเวรตรงหน้า เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับนักเลงสามคนเหมือนกำลังสงสัย แต่ผมว่าเพราะเธอเมามากกว่าถึงไม่ได้รับรู้เลยว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่ควรหันหน้าไปหาพวกมัน

 

“พวก อึก...พวกมึงเป็นใคร เห่าอยู่ได้ รำคาญ!

 

“แม่เจ้าโว้ย! นมก็ใหญ่ หุ่นก็เอ็กซ์ได้ใจกูฉิบ แถมยังสวยอย่างกับดารา”

 

“บอกให้อยู่เฉยๆ ไง” ผมกระชากร่างนัชชากลับมาอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะดันร่างเธอให้ไปยืนอยู่ด้านหลัง ตอนแรกเหมือนยัยนี่จะไม่ยอมหรอก แต่เพราะอะไรไม่รู้เธอถึงเอาแต่ยืนซบหลังผมอยู่แบบนั้น ยังไม่พอฝ่ามือเล็กยังกำเสื้อผมเอาไว้แน่น เป็นไปได้ว่านัชชาอาจจะพึ่งรู้สึกตัวว่าต้องกลัวล่ะมั้ง “พวกคุณ...มีปัญหาอะไรกับเมียผมเหรอครับ ?”

 

“ไม่ ไม่ใช่เมีย”

 

“เมาก็อยู่เงียบๆ ไปเถอะน่า” ไอ้นักเลงสามคนด้านหลังมองผมที่ยืนกระซิบเสียงคุยกับนัชชาอย่างไม่เชื่อ ใช่ พวกมันไม่เชื่อในสิ่งที่ผมโกหกออกไป ผมว่าต่อให้มันเชื่อว่าเป็นแบบนั้นจริง คิดว่าไอ้เดนนรกพวกนี้จะสนใจอะไรไหม

 

“เมียมึงเจ๋งดีนี่ไอ้หน้าอ่อน ขอกูลองบ้างได้ไหมวะ”

 

“...”

 

“นั่นดิ ให้พวกกูลองขย่มยัยนี่สักทีสองทีคงขึ้นสวรรค์แน่เลยวะ”

 

“...”

 

“ว่าไง จะให้พวกกูดีๆ หรือต้องให้กูกระทืบหน้ามึงก่อน”

 

“...” ใบหน้าของผมปรากฏรอยยิ้มที่ทำให้บุคลิกผมดูน่ารัก มุ้งมิ้ง อยู่เหมือนเดิม ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปได้แต่ยืนเงียบอย่างครุ่นคิดกับสิ่งที่ไอ้เดนนรกพวกนี้พูด ส่วนคนข้างหลังก็เอาแต่ซบหน้าผากกับแผ่นหลังผมอยู่เช่นนั้น ผมคิดว่าเธออาจจะหลับไปแล้วก็ได้ว่ะ

 

“ตกลงเอาไง!” พวกมันถามอีกครั้งอย่างต้องการคำตอบหรืออยากจะกดดันกันก็ไม่รู้

 

จะว่าอย่างไรดีล่ะ...ใบหน้าของผมมีค่า ร่างกายของผมก็มีราคา(?) เสื้อผ้าก็แพงทั้งนั้นเลยด้วยจะให้เปื้อนรอยตีนก็ไม่ใช่เรื่องจริงไหม แล้วประเด็นเลยนะ...ไม่ชอบที่สุดก็คือการมีรอยฟกช้ำบนใบหน้านี่แหละ รสนิยมของผมไม่ได้ชอบความรุนแรงเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่ใช้กำลังเด็ดขาด

 

“อือ อยากได้ก็เอาไปเลยครับ ผมให้ อยากทำอะไรก็ตามใจเลย แค่อย่าต่อยหน้าผมก็พอ L

 

[ Pitch : End talk ]

 

 

 

 

ปึก!

 

ร่างฉันถูกดึงก่อนจะเหวี่ยงไปข้างหน้าก่อนจะกระแทกกับอะไรสักอย่างที่แข็งเหมือนกำแพง ฉันมึนงงไปชั่วขณะแต่ก็ยังลืมตาไม่ขึ้นอยู่ดี ยอมรับเลยว่าตอนนี้ฉันเมามาก ก่อนหน้านี้ออกแรงกับไอ้โรคจิตที่ตามฉันมาก็เล่นเอาหมดแรงไปเลย ขนาดลืมตาขึ้นยังทำไม่ได้

 

ให้ตาย เวียนหัวอยากจะอ้วกชะมัด!

 

“ฉลาดดีนี่”

 

“ได้อีคนสวยไปแล้ว ก็อย่าสะเออะมาโดนตัวผมนะครับ รังเกียจอะ” น้ำเสียงฟังแล้วสะดีดสะดิ้งพิกล หากแต่ฉันกลับจำใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าของเสียงได้เป็นอย่างดี ไอ้โรคจิตที่จับหน้าอกฉันเมื่ออาทิตย์ก่อน ไอ้โรคจิตที่ทำให้ฉันต้องวิ่งหนีออกจากคลับ

 

ไอ้บ้านั่น!

 

“ใครอยากโดนตัวมึงไอ้ตุ๊ด”

 

“ไงนะครับ ?”

 

“ไสหน้าตุ๊ดๆ ของมึงไปไกลๆ ส้นตีนกู” ฉันขมวดคิ้วฟังบทสนทนาแปลกๆ พวกนั้นอย่างสงสัย พร้อมกับรู้สึกว่าร่างกายถูกบางอย่างกอดรัดแน่นจนอยากจะอ้วก บ้าจริง! ฉันดื่มเหล้าหนักเกินไปหรือไงนะวันนี้ถึงได้ไม่ค่อยมีสติเลย แถมยังรู้สึกสะอิดสะเอียดอย่างบอกไม่ถูกเสียอีก

 

“ตุ๊ดเหรอ อืม ส้นตีนกระตุกเลยแฮะ”

 

“อึดอัด” ฉันไม่สนเสียงพึมพำของใครสักคนพร้อมกับออกแรงดิ้นอย่างไม่สบายตัว อะไรมันรัดตัวฉันอยู่กันแน่วะถึงได้อึดอัดขนาดนี้ เหม็นสาบจนจะกลั้นอาการพะอืดพะอมไม่อยู่แล้วนะ “อึก...”

 

“เดี๋ยวเธอจะได้อึดอัดมากกว่านี้อีกสาวน้อย”

 

“อึก เหม็น...อุ อ้วก!

 

“เฮ้ย!!!” ของเหลวกลิ่นไม่น่าพิสมัยไหลทะลักออกจากปากฉันในที่สุดอย่างไม่อาจกักเก็บความสะอิดสะเอียนนั้นได้อีกต่อไป วินาทีต่อมาก็มีเสียงทุ้มของผู้ชายดังประสานเสียงกันตั้งไม่รู้กี่เสียง ฉันยังไม่หยุดสำลอกเอาของเสียออกมาเพราะรู้สึกว่ามันยังไม่พอ ก่อนร่างจะถูกเหวี่ยงกระเด็นอีกครั้ง

 

พลั่ก!

 

“อึก!” แรงกระแทกกับพื้นแข็งๆ ทำให้ฉันกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความรู้สึกเจ็บก้น ฝ่ามือครูดไปกับพื้นซีเมนต์เย็นๆ ก็เจ็บแสบไปหมด เวรฉิบ! ฉันลืมตาขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะอ้วกออกมาอีกครั้ง “อ้วกกกกก!

 

ไอ้เหี้ย! อ้วก อีนี่แม่งอ้วกใส่กู”

 

“อี๋~” คนตัวสูงโปร่งเรือนผมสีส้มทองปลายตามองฉันเหมือนตัวอะไรสักอย่างที่น่ารังเกียจ ใบหน้าหล่อเหลาติดจะน่ารักกวนประสาทแสดงอาการดัดจริตเหมือนพวกเก้งกวางไม่มีผิด ทำมาเป็นอี๋ ทีเมื่อกี้มึงยังตามกูเหมือนโรคจิตอยู่เลยนะไอ้สันขวาน! “โชคดีที่ผมไม่โดนแหวะใส่ แสดงว่าพวกมึงนี่ตัวเหม็นมากใช่ไหม แหวะๆ”

 

“มึงว่าไงนะ ไอ้ตุ๊ด!

 

“พวกมึงเหม็นยิ่งกว่าขยะอีกนะครับ หยุดพูดเถอะกลิ่นปากเหมือนหมาเน่ามากอะ พิชญ์จะไม่ทน! T^T” ฉันได้แต่นั่งมองไอ้โรคจิตทำท่าทางแรดๆ ใส่พวกที่เหมือนนักเลงสามคนอย่างไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรดี แค่ตัวเองยังเอาไม่รอดเลยไง มันปวดหัว มึนหัว แล้วก็เหม็นขยะข้างหลังมาก

 

ไอ้คนที่ฉันอ้วกใส่ใช่ไหมผลักฉันมาอยู่ข้างถังขยะแบบนี้!

 

อยากจะลุกขึ้นไปด่ากราดพวกมันเรียงตัว ใจฉันน่ะกระโดดถีบหน้าพวกมันไปแล้วด้วย แต่สังขารฉันตอนนี้แค่หายใจเอากลิ่นขยะ กลิ่นสิ่งปฏิกูลของตัวเองเข้าปอดก็เต็มกลืนแล้วว่ะ

 

“กูเหม็นอ้วก อยากตบอีนั่น แต่ขอกูกระทืบไอ้ตุ๊ดนี่ก่อน กวนส้นตีนนักใช่ไหมมึง!

 

“อุ๊ย! ผมไปกวนตีนตอนไหน ไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ไอ้โรคจิตเลิกคิ้วมองพวกนักเลงสามคนอย่างไม่เกรงกลัว เขากวนเส้นคนอื่นด้วยสีหน้า รอยยิ้ม และน้ำเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม

 

แม้อยากจะพาตัวเองออกไปจากสถานที่เฮงซวยมากแค่ไหน ทว่าร่างกายฉันมันล้ามากจริงๆ ทำได้แค่นั่งดูไอ้ผู้ชายหัวส้มทองคนนั้นหาเรื่องเจ็บตัว

 

อยากฝากนักเลงพวกนั้นงัดหน้าหมอนี่แทนฉันสักหลายๆ ที เกลียดมันจนไม่รู้จะเกลียดยังไงแล้ว ไอ้หมอนี่เป็นสาเหตุทำให้ฉันต้องมานั่งดื่มเหล้าวันนี้ มันทำให้ฉันอยากเมา อยากลืมว่าหน้าอกอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของตัวเองถูกมือมารของมันขยำอย่างไม่มีชิ้นดี

 

ตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์สัมผัสรุนแรงในคืนนั้นยังตรึงอยู่ในโสตประสาทฉันแน่น พอนึกถึงใบหน้าหล่อเหล่าของหมอนี่ทีไรร่างกายฉันก็ร้อนรุ่นเป็นไฟทุกที ไม่ใช่เพราะความพิศวาสหรือหลงใหลรูปลักษณ์ขยี้ใจสาวๆ ของเขา แต่ฉันโกรธจนตัวสั่นทุกครั้งที่นึกถึงหน้ามันต่างหาก

 

ซ้ำร้ายยังจ้องจะล้างผลาญกันไม่เลิกราอีก แม้แต่ชื่อเขาฉันยังไม่รู้จักเลย รู้แค่มันต้องการทำเรื่องเลวๆ กับร่างกายฉัน ไอ้โรคจิตคนนั้นน่ะมันแค่อยากจะ ฟีทเทอร์ริ่งกับฉันเท่านั้นแหละ!

 

“นี่ๆ ดูพวกนั้นสิ มันใส่ร้ายผมอะครับคนสวย T^T

 

“เอ๊ะ” ฉันหลุดจากภวังค์ความคิดตัวเองก่อนจะหันมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างมึนงง ไอ้โรคจิตเข้ามาประชิดตัวฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาย่อตัวนั่งลงข้างฉัน กรีดกรายนิ้วชี้ไปยังกลุ่มนักเลงและเบะปากเหมือนเด็กถูกแกล้งแล้วิ่งมาฟ้องผู้ใหญ่ไม่มีผิด

 

โรคจิตอย่างเดียวทำไม่ได้นะแบบนี้ แม่งต้องปัญญาอ่อนด้วยไง!

 

“เขาหาว่าผมกวนตีน เขาหาว่าผมเป็นตุ๊ด มันเจ็บปวดหัวใจ มันเฟลยังไงก็ไม่รู้” ไม่ใช่แค่ฉันที่เริ่มงงและเอือมระอากับความปัญญาอ่อนของไอ้ผู้ชายคนนี้ เพราะพวกที่ตัวใหญ่ๆ อีกสามคนก็ทำท่าจะเข้ามากระทืบผู้ชายคนนี้ให้หายแรดเสียที เชื่อเถอะถ้าพวกเขาทำแบบนั้นฉันจะนั่งเชียร์ให้ดู “คนสวยเข้าใจพิชญ์ปะครับ พิชญ์แค่น่ารักไม่ได้กวนตีนอะไรเลยแหละ”

 

ชื่อ พิชญ์อย่างนั้นสินะ

 

แต่ผู้ชายที่ไหนมันแทนตัวเองด้วยชื่อกันวะ มันจะแรดเกินหน้าเกินตาไปหน่อยไหม แล้วไอ้น้ำตาเทียมที่หยิบออกมาหยอดกันต่อหน้าต่อตานี่คืออะไร มึงเป็นบ้าใช่ไหมเนี่ยกูอยากรู้!

 

“นี่...” ฉันเมินใบหน้าทะเล้นที่ยื่นเข้ามาใกล้ด้วยการเบือนหน้าหนีลมหายใจร้อนนั่นทันที ก่อนจะปรือตาให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้พลางพูดกับพวกนักเลงอย่างอดไม่ได้ “ลากมันไปกระทืบให้ฉันทีสิ”

 

“ไม่ต้องบอกกูก็ทำ เฮ้ยจัดการ!

 

“แหม ใจร้ายกับผมอีกแล้ว เดี๋ยวต้องชดใช้นะครับ ฮิฮิ”

 

“ไอ้...!” ฉันเบิกตาโพลงกว้างอย่างตกใจเมื่อปลายจมูกของไอ้พิชญ์โรคจิตฝังลงบนแก้มอย่างรวดเร็ว ซ้ำยังสัมผัสได้ว่าริมฝีปากของเขาแนบเม้มลงมาแรงๆ ก่อนเจ้าตัวจะผละออกไปเผชิญหน้ากับพวกนักเลงในวินาทีต่อมา ปล่อยให้ฉันอ้าปากพะงาบๆ เหมือนคนไม่เต็มอยู่คนเดียว

 

เมื่อกี้มันฉวยโอกาสหอมแก้มฉัน ไอ้บ้านี่ทำไมถึงได้ปากว่ามือถึงตลอดเลยนะ!

 

ขอให้ถูกกระทืบตายคาเท้าไอ้นักเลงพวกนั้น โดยเฉพาะปากน่ะฝากขยี้ด้วยเท้าหลายๆ ทีหน่อยนะ ฮึ่ย!

 

ขณะที่ฉันได้แต่นั่งสาปแช่งคนหน้าด้านอย่างพิชญ์ เจ้าตัวก็ทำเพียงยืนฉีกยิ้มในแบบที่ชอบทำให้นักเลวสามคนนั้นราวกับต้องการท้าทาย ขนาดฉันยังมองว่ารอยยิ้มของเขามันกวนเส้นเอ็นสิ้นดี แล้วมีหรือที่นักเลงพวกนั้นจะมองเป็นอื่น ใบหน้าพิชญ์น่ะอีกหน่อยคงได้ฟกช้ำดำเขียวเพราะรอยยิ้มเกรียนๆ นั่นจนได้

 

ทว่า...!

 

พลั่ก!

 

“โอ๊ะ! เท้าผมมันกระตุกเองแฮะ โทษทีๆ >.<” รวดเร็วเกินกว่าฉันจะมองได้ทันร่างสูงกำยำของนักเลวคนหนึ่งที่เดินเมาใกล้พิชญ์ก็ล้มลงไปกองกับพื้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เจ้าของการกระทำเอามือป้องปากตัวเองอย่างดัดจริตพร้อมกับพูดเหมือนอยากจะขอโทษ ทั้งที่จริงๆ แล้วการกระทำเช่นนั้นเรียกเลือดร้อนๆ จากอีกสองคนที่เหลือได้อย่างดีเยี่ยม

 

บ้าจริง! เมื่อกี้หมอนี่ทำอะไร ทำไมถึงได้ล้มผู้ชายที่ตัวใหญ่กว่าเขาได้ในพริบตาเดียว ไม่ธรรมดาแล้วนะเว้ย

 

“มึง...อั่ก!” ยังไม่หายทึ้งกับความเร็วของเขาดี ผู้ชายอีกคนที่จะเข้าไปเล่นงานก็กระเด็นไปติดกำแพงอีกฝังด้วยความรุนแรงทั้งที่ยังไม่ทันพูดจบประโยคด้วยซ้ำ

 

ฉันมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ดูจากรูปร่างหน้าตาภายนอกพิชญ์เป็นรองนักเลงพวกนั้นอย่างเห็นได้ชัด เขาสูงมากก็จริงแต่ก็ตัวบางกว่า แถมหน้าตาหมอนั่นดูไม่เหมือนพวกชอบใช่กำลังสักนิดเดียว ถึงจะชอบกวนเส้นเอ็นคนอื่นด้วยรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์นั้นก็เถอะ

 

ไม่อยากยอมรับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพิชญ์ทำให้ฉันรู้สึกอึ้งไม่น้อย

 

แบบนี้มันก็ไม่ถูกเตะปากใช่ไหม! L

 

“อะไรเหรอครับ แหมพูดก็ไม่จบ เสียมารยาทนะรู้ไหม ฮิ”

 

“มึง...มึงทำอะไรเพื่อนกูวะไอ้ตุ๊ด!

 

“แหม...ของแบบนี้ต้องลองนะครับ” พิชญ์ก็ยังคงเป็นพิชญ์ เขายังแสดงอาการ อ้อนมืออ้อนเท้าฝ่ายตรงข้ามได้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง ซ้ำยังเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาราวกับต้องการกดดันอย่างไรอย่างนั้น ใบหน้าอันหล่อเหล่านั่นเผยยิ้มร้ายออกมาก่อนจะกลับไปยิ้มแบบแรดๆ เหมือนเดิม

 

หมอนี่น่ะดูแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ เพราะถึงหน้าตาฉันหล่อและมีเสน่ห์มาก แต่เขาก็โรคจิตมากเหมือนกัน

 

พรึ่บ!

 

“อยากโชว์หญิงนักไงวะ เดี๋ยวไม่ตายดี!

 

“อุ๊ย! มีปืน จะเอามายิงหัวใจผมอะดิ” ขนาดนักเลงคนนั้นชักปืนออกมาหมอนี่ก็ยังไม่มีท่าทีสะทกสะท้านเลยคิดดู ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันประสานฝ่ามือเข้าหากันแน่น มองดูเกตุการณ์ตรงหน้าอย่างลุ้นระทึก “เห็นผมหล่อหน่อยไม่ได้ ทำเป็นอยากจะขยำขยี้หัวใจกัน ฮึ! ผมไม่ยอมหรอก”

 

ยิงปากมันเลยได้ไหม เมื่อไหร่จะเลิกแรดสักที นี่กำลังจะตายนะช่วยสำเหนียกตัวเองหน่อยไม่ได้หรือไง

 

“แม่งเอ้ย! พูดห่าอะไรของมึงวะ โรคจิตหรือไง”

 

“บ้า! ชมกันซึ่งๆ หน้าผมก็เขินแย่นะ ฮิ”

 

ปัง!

 

“กรี๊ด!” ฉันรีบยกมือปิดหูตัวเองพลางหลับตาแน่นอย่างตระหนก ไอ้นักเลงเปรตนั่นสั่นไกปืนยิงพิชญ์ที่พูดจากวนประสาท ทว่าเขากลับเล็งไม่ถูกปากของหมอนั่นแต่กลับยิงมาข้างตัวฉันแทน หัวใจฉันเต้นรุนแรงจนเจ็บร่องอกอย่างไม่อาจหักห้ามได้

 

เพราะกระสุนปืนมันแล่นไปกระทบกับถังขยะข้างหลังจนฉันสะดุ้งตัวโยน ไม่รู้ว่ามันตั้งใจจะยิงขู่พิชญ์หรืออะไร แต่ทำไมมึงต้องเล็งมาทางกูด้วยไม่ทราบ ยังไม่อยากตายเพราะปากหมาๆ ของไอ้โรคจิตพิชญ์หรอกนะเว้ย

 

“โอ๊ะ! กลับไปฝึกยิงให้แม่นแล้วค่อยลงสนามดีกว่ามั้งครับ” แล้วเมื่อไหร่มึงจะเลิกปากดีสักที ถ้าเกิดคราวนี้ไอ้เวรนั่นยิงฉันขึ้นมาจริงๆ จะทำไง จะรับผิดชอบชีวิตกูไหวไหม “...กระจอกแบบนี้ไม่สนุกเลย”

 

“มะ มึง...มาได้ไงวะ เฮ้ย!” น้ำเสียงทุ้มสั่นพร่าเหมือนกำลังเจอเรื่องน่ากลัวทำให้ฉันปรือตาขึ้นอีกครั้งอย่างอยากรู้ ตอนนี้ร่างสูงโปร่งของพิชญ์เข้าไปประชิดตัวคนถือปืนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แขนเรียวยาวปัดมือคนที่ถือปืนยืนสั่นออกอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับหมอนี่ไมเห็นวัตถุอันตรายนั่นอยู่ในสายตา

 

พิชญ์ยื่นใบหน้าเข้าไปกระซิบบางอย่างข้างหูนักเลงคนนั้น ก่อนจะกระทำในสิ่งที่ฉันมองไม่ทันอีกแล้ว

 

“มาจัดการพวกสะเหล่อชอบแย่ง ของเล่น คนอื่นไงครับ ชัดไหม ?”

 

“อั่ก!

 

ตุบ!

 

เจ้าของเรือนผมสีสดปลายตามองร่างกำยำสามร่างที่นอนอยู่บนพื้นเหมือนกำลังสมเพชหรืออะไรสักอย่าง พิชญ์ใช้เท้าเขี่ยร่างคนพวกนั้นให้พ้นทาง ก่อนจะเดินกลับมาหาฉันที่ยังนั่งอยู่บนพื้นที่เดิมไม่ขยับไปไหน แข้งขาฉันอ่อนปวกเปียกไปหมด จังหวะการหายใจก็หอบสั่นเหมือนไปวิ่งมาไม่มีผิด

 

แต่นั่งดูเหตุการณ์อยู่เฉยๆ ยังเหนื่อยได้ขนาดนี้เชียว สงสัยฉันจะเมาเกินไปแล้วมั้ง

 

“นาย อึก...” ไม่ชอบกลิ่นขยะเลยให้ตายสิ ทำไมฉันต้องมานั่งดมของพวกนี้กับซากอ้วกตัวเองด้วย ชีวิตนัชชาจะโหดร้ายเกินไปหรือเปล่า รู้สึกพะอืดพะอมอีกแล้ว “นายทำอะไรพวกมันน่ะ”

 

“ทำอะไรเหรอ ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลยแฮะ”

 

“นั่นสามคนเลยนะ สามคนแท้ๆ ทำไมถึงกระทืบนายไม่ได้” เหลือเชื่อเกินไปหน่อยไหม พวกนั่นเป็นนักเลงเลยนะเว้ย  ท่าทางก็น่ากลัวกว่าหมอนี่เป็นสิบเท่า ทำไมแตะต้องหมอนี่ไม่ได้แม้แต่ปลายเส้นผมเลยล่ะ มันขัดใจฉันมากนะรู้ไหมเนี่ย “ทำไมนายไม่โดนกระทืบวะ!

 

“อ้าว! นี่อยากให้ผมโดนกระทืบเหรอเนี่ย”

 

“เออสิ!” พิชญ์กระตุกยิ้มทันทีที่ฉันสวนคำพูดอย่างไม่ต้องคิด เขาย่อตัวนั่งตรงหน้าฉันอีกครั้งพร้อมกับใช้นัยน์ตาสีอบอุ่นทรงเสน่ห์มองกันอย่างมีความหมาย

 

ความหมายเลวๆ น่ะนะ

 

“พูดตรงมันก็ดีนะครับ ผมชอบ...”

 

“อะไร! อย่าเข้ามานะ” ฉันถลึงตาใส่อย่างหงุดหงิด หากทว่าเขาก็ยังเมินตาท่าทางของฉันด้วยการยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนน่าใจหายจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจกับกลิ่นมิ้นท์อ่อนๆ ที่ลอยออกมา

 

ราวกับร่างกายฉันถูกไฟฟ้าหลายโวลต์ช็อตอย่างไรอย่างนั้น มันเป็นความรู้สึกที่ฉันไม่ชอบเอาเสียเลย เหมือนกระแสไฟเกล่านั้นแล่นวาบตั้งแต่ศีรษะลงไปจรดปลายเท้า ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์อันทรงพลังจนยากจะทัดทานได้จริงๆ ขืนอยู่ใกล้มากกว่านี้กลัวว่าฉันจะเผลอไผลไปกับรูปลักษณ์ของเขาน่ะสิ

 

ร้ายกาจชะมัดเลยหมอนี่!

 

“บอกแล้วไงว่าเธอต้องชดใช้ที่พูดจาทำร้ายดวงใจน้อยๆ ของผม”

 

“...!” ตกลงจะหาเรื่องฉันให้ได้เลยใช่ไหมวะ

 

ไม่ทันได้ปริปากอะไรพิชญ์ก็ใช้นิ้วโป้งของตัวเองขึ้นมาเช็ดคราบอ้วกบนริมฝีปากฉันอย่างแผ่วเบา เหมือนไม่ได้รังเกียจอะไรทั้งที่ก่อนหน้านี้สะดีดสะดิ้งตอนที่ฉันอ้วกใส่ไอ้นักเลงนั่น แต่รู้อะไรไหม...พอปลายนิ้วร้อนของหมอนี่แตะลงมาร่างกายฉันก็แข็งทื่อไปเลย ได้แต่เม้มริมฝีปากเข้าหากันด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย มันเป็นแค่ความอ่อนโยนนิดหน่อยที่หมอนี่หยิบยื่นมาให้ เพียงเสี้ยววินาทีจริงๆ ที่ฉันรู้สึกว่าเขาน่าหลงใหล

 

ก่อนไอ้สันดานเสียนี่จะกระชากความคิดฉันให้ลุกเป็นไฟด้วยประโยคต่อมา

 

“คืนนี้ผมจะขยี้เธอให้แหลกคาเตียงเลย”

 

“...!

 

“จะแตกนอกแตกใน แตกแล้วแตกอีก แตกให้หนำใจไปเลยคอยดู ฮิฮิ J

 

“ตะ แตก...แตกพ่อง!

 

“ถ้าไม่ติดว่าเธอพึ่งอ้วกไป ผมจะจูบให้ปากแตกอีกรอบแน่” พิชญ์พูดเสียงฉุนเล็กน้อยพร้อมกับคลึงริมฝีปากฉันแรงๆ จนใบหน้าส่ายไปมาอย่างไม่อาจต้านทานกำลัง “ปะ! เราไปกินตับกันดีกว่า”

 

“อึก ปล่อยนะเว้ย”

 

“เหอะน่า”

 

“ไม่เอา ปล่อย!” ฉันดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดร้อนของพิชญ์ คนตัวสูงฉุดฉันให้ลุกขึ้นยืนไปกับเขาด้วย ก่อนจะมือไวมากอดเอวฉันเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ไอ้เวรนี่! คิดจะฟันกูจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย

 

“น่านะ”

 

“นะห่านะเหวอะไร” พิชญ์เพิกเฉยต่อคำพูดของฉันด้วยการออกแรงลากฉันให้เดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งหมาย พละกำลังของเราแตกต่างกันเกินไปฉันจึงสะบัดหมอนี่ไม่หลุดเสียที ให้ตาย! ปวดหัวก็ปวด มึนก็มึน ทำไมจะต้องมากระชากลากถูกกันด้วยวะ “ไม่ไปไง อย่ามาจับฉันนะไอ้โรคจิต!

 

“มันจะอะไรนักหนา แค่จะพาไปกินตับนะครับ ไม่ได้พาไปฆ่าไปแกง ฮ่วย!

 

“ฉะ ฉันไม่ชอบกินตับ ไม่ต้องการธาตุเหล็กด้วย T^T

 

“ตลกตายล่ะ” สุราเป็นเหตุให้คนสวยพิการทางสมองเฉียบพลัน นี่กูพูดอะไรออกไป อยากตีปากตัวเองให้หายเกรียนเหลือเกิน อยู่ใกล้อีตานี่แล้วติดเชื้อปัญญาอ่อนจากมันมาใช่ไหม

 

“ปล่อยเหอะ ฉันอยากอ้วก”

 

กึก!

 

“...” พิชญ์ชะงักฝ่าเท้าทันที แต่ฝ่ามือเขาก็ยังกอบกุมรอบข้อมือฉันแน่น

 

“ฉันจะอ้วกใส่นายจริงๆ นะ คอยดู”

 

“เหรอ ก็ลองอ้วกดิ...!” เจ้าของร่างสูงตรงหน้าหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากัน เขากำลังจะพูดจาข่มขู่ฉัน ทว่ามันก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะในจังหวะนั่นเองของเหลวที่ฉันสะกดกลั้นเอาไว้ในลำคอมันไหลทะลักออกมาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าราคาแพงของพิชญ์เต็มตัว

 

“อ้วกกกกก!” อือ ไม่ทันแล้วไง กูอ้วกใส่มันไปแล้วด้วย

 

“อึก...”

 

“อ้วกกกก!” ร่างสูงกำยำเกร็งเครียดจนรู้สึกได้ ฉันปล่อยของเหลวไหลทะลักออกจากปากทั้งที่ยังซบหน้าปากกับแผงอกพิชญ์อย่างหมดแรง ไม่รู้ว่าตอนนี้พิชญ์กำลังทำสีหน้าแบบไหน ข้อมือฉันถูกบีบแน่นจนลำแขนแกร่งของเจ้าตัวสั่นเกร็งเส้นเลือดปูดโปนไปหมด “อะ อ้วกกกก!

 

ฉันไม่ได้แกล้งเขานะ แต่มันไม่ไหวจริงๆ ก็บอกว่าให้ปล่อยกันตั้งแต่แรกทำไมไม่เชื่อกันล่ะวะ

 

“ธะ เธอ...” ฝ่ามืออีกข้างของฉันยกขึ้นกำเสื้อตรงอกข้างซ้ายของพิชญ์เพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลงกับพื้นอย่างหมดแรง เสียงหอบหายใจกับหน้าอกแกร่งที่กระเพื่อมขึ้นลงถี่ๆ ราวกับเจ้าของจังหวะการหายใจอันน่ากลัวนี่กำลังสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ “เธอ...”

 

“อึก” ฉันสะอึกเอาก้อนแข็งๆ ลงคอพลางหอบหายใจอยู่กับหน้าอกพิชญ์นี่เอง

 

“เธออยากให้ผม อึก อยากให้ผม...”

 

“...”

 

“อยากให้ผมกรี๊ดใส่หูหรือไงครับอีคนสวย!

 

“...” ฉันไม่รู้ว่าพิชญ์กำลังพึมพำอะไรคนเดียวเพราะตอนนี้ฉันเหนื่อยมาก เหนื่อยจนไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว

 

“อี๋! พิชญ์สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างแล้วว่ะ”

 

“...”

 

“พิชญ์สัมผัสได้...สัมผัสได้ว่ามันกำลังไหลลงไปตรงเป้าแล้วด้วย ฮือ T^T

 


100%


"ต้องเล่นวิ่งไล่จับ ก็เลยต้องอัพแอนด์ดาวน์สักหน่อย ฮิ"


 


[29/03/14]
อีพิชญ์ทำไมเกรียนอย่างนี้ พระเอกเรื่องนี้มันยังไง ทำไมน่าตบขยำขยี้หัวจริงๆ
ดูสินัชชาติดเชื้อเกรียนจากนางไปด้วยเลย -,.-
นกสมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง...แล้วนักอ่านสัมผัมได้มั้ย ? ฮ่าๆ

เม้นท์ + โหวตเป็นกำลังใจให้พิชญ์ด้วยน้า


[25/03/14]
มาถึงช่วงทอล์คสักหน่อย อะแฮ่ม!
คนแต่งเรื่องนี้ชื่อ นก นะคะ ตอนนี้อายุ 23 แล้วอะ -..-
อยากเรียกพี่น้องเพื่อนยังไงตามสบายเลยนะเค้าไม่ว่า ไม่ต้องเรียก ไรท์เตอร์ก็ได้มันห่างเหินเกินไป ฮิๆ


เอาเป็นว่านกขอเปิดเรื่องนี้อย่างเป็นทางการนะคะ ฮิฮิ ในที่สุดก็ได้เขียนเรื่องอีพิชญ์สักที!
ยังไงเนี่ยตะไมพระเอกเรื่องนี้แววโรคจิตมันออกลายตั้งแต่บทนำ มาถึงตอนแรกก็ยังไม่เลิกโรคจิตอีก = ='
เรื่องนี้ก็ไม่ได้เครียดอะไรโน๊ะ ออกแนวคลายเครียดมากกว่า
เครียดมาเยอะแล้วในเรื่องจีซัสกับเบิร์น ฮ่าๆ
เอาเป็นว่ารักใครชอบใครในเรื่องนี้ก็จับจองไว้ได้เลย อิอิ
ไม่รับประกันว่าสนุกมั้ย แต่ก็จะพยายามนะคะ


อ่อ! นกคุยพล็อตเรื่องอัพิชญ์กับพี่ที่สำนักพิมพ์ไปแล้ว
พี่เค้าไฟเขียวให้เขียนแล้วค่อยส่งไปอีกทีโน๊ะ
อย่าลืมเป็นกำลังใจให้กันนะคะ เผื่อว่าอีพิชญ์จะได้ตีพิมพ์ตามไวรัสกับคลูบ้าง


เม้นท์ + โหวตให้อีพิชญ์ด้วยน้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,805 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #5799 อมรา ก้องกลางดง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 05:17
    อิพิชญ์อิแรด
    #5,799
    0
  2. #5486 ` Question7 . (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 17:09
    ทำไมอิพิชญ์เกรียนจังคะะะ
    #5,486
    0
  3. #5473 Punjapa Pla (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 22:09
    มุ้งมิ้งดีจิงนังพิชญ์ 555
    #5,473
    0
  4. #4689 Jutharut Jaisutti (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 16:14
    55555+ พิชญ์สัมผัสได้
    #4,689
    0
  5. #3878 Sarun Yok (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 15:58
    หิหิหิหิ สมน้ำหน้าพิชญ์
    #3,878
    0
  6. #3496 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2557 / 10:56
    อิพิชญ์ทำไมนางแรดจังอ่ะ. แรดได้ใจมากบอกเลยชอบๆ
    #3,496
    0
  7. #3305 T--dZ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 00:02
    ฮาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา



    ชอบคาแรคเตอร์อิพิช ตลกอ่ะ 



    บางเวลาก็น่ารักน่าหยอกอยู่หรอก



    แต่นางกวนโอ้ยมากกว่าา 55555555 ตลกดี



    น่าสงสารนัชชา สู้ๆนะเทอ ดูท่าจะรับมือยากหน่อยนะ อิ๊



    (แต่ไม่เปนไรหรอก ได้เอาคืนด้วยอ้วกไปหนึ่งดอก อิอิ)
    #3,305
    0
  8. #2720 KunNoofc (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 23:38
    5555อินางพิชญ์
    #2,720
    0
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #2631 ชื่อนัทตี้นะเออ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 21:38
    พลังงานบางอย่างคืออ้วกกำลังไหลลงเบ้าใช่มะหุๆ-..-
    #2,631
    0
  11. #1152 mungming123 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 10:49
    ติ้งต้อง
    #1,152
    0
  12. #1090 PS Pisinee Seeklai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 06:54
    อัพมาเร็วนะคะ อยากอ่านมากๆ
    #1,090
    0
  13. #796 phan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 15:28
    แรดมากอิพีชญ์
    #796
    0
  14. #673 netnapa pluemjit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2557 / 19:47
    ขำมันมาก พระเอกแรดได้ใจจิงจิง
    #673
    0
  15. #653 ByChu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 20:34
    หื่นนนนนนนมาก 



    เหม็นอ๊วกอ่า รุสึกกินข้าวไม่ลง
    #653
    0
  16. #245 t.Darling (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 21:40
    นายฮามากอ่ะพิชญู์บอกเลยยยย
    #245
    0
  17. #205 NiNew_P&A (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 19:25
    พิชญ์ทำไมแกจิตอย่างนี้!!! กระแดะได้ใจมากกกกกกกก แถมกวน'...'ได้สุดๆ   สนุกมากค่ะ
    #205
    0
  18. #194 ATOMMii'z V.i.P (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 01:26
    เป็นพระเอกที่ ! ! ร ด สุดใน สามโลก  พิชญ์จะไม่ทน!! อร้ายยยย !!หล มาก!!
    #194
    0
  19. #177 pusnsbb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 23:17
    ปกติเคยเจอแต่นางเอกแรด 

    มาอ่านเรื่องนี้ดันเจอพระเอกแรดเฉยเลย #แอบเงิบ555
    #177
    0
  20. #176 Honeymin11 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 22:13
    อีพิชชช เกรียนได้อีกน่ะ555
    #176
    0
  21. #175 kumiko (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 16:52
    โอ๊ยยย ฮาไม่ไหวแล้วว อิพิชญ์แรดจริงอะไรจริงวุ้ย คงจะไม่มีใครแรดไปกว่ามันแล้วล่ะ ฮาาา

    ดูคำพูดคำจาแต่ละคำ เข้าขั้นเซียนนะเนี่ย ไม่ได้เกรงกลัวอะไรเลยไง สุดท้ายโดนอ้วกไปแทน 5555

    นัชชาได้โดนทบต้นทบดอกเอาคืนหนักแน่เบย อ้วกไหลไปตรงนั้นด้วย ก๊ากกกกก
    #175
    0
  22. #174 K?n? FKiiz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 15:41
    55555 เรื่องเกรียนนี่ อิพิช ชนะเริ่ดด
    #174
    0
  23. #173 maymejb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 13:01
    อีพิชญ์แรดมากกกกกกกกกกกกกกกกกก55555555
    #173
    0
  24. #170 jenjira jj jen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 11:13
    อี๋....มันหื่นจนน่าตบตี ขยำขยี้ใจจิง อิอิ
    #170
    0
  25. #169 justyou__ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 10:53
    อีพิชญ์นี่จะแรดเกินไปละนะ 555555' เจอโดนอ้วกใส่เลย แต่ว่าปากพิชญ์นี่มันน่าโดนกระทืบจริงแหละ แบบว่าอ้อนมืออ้อนตีนนักเลง 3 คนนั้นมาก แต่ทำไมคนที่เละถึงเปน 3 คนนั้นพิชญ์น่ากลัวมาก 555555'
    #169
    0