Love Attack ยุทธการชิงหัวใจยัยจอมห้าว

ตอนที่ 7 : ' Love Attack 6 : ความรู้สึกลึกๆข้างใน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,555
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    14 มี.ค. 58

love attack ยุทธการชิงหัวใจยัยจอมห้าว




6
   ความรู้สึกลึกๆข้างใน

 

 “รถเสีย!” ฉันตะโกนใส่หน้าช่างซ่อมทันทีที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถตัวเอง

อู่นี้เป็นอู่ในเครือของสนามแข่งซีซัน สมาชิกจากสนามแข่งจะได้รับสิทธิพิเศษในการใช้บริการ ซีซันเป็นทั้งเจ้าของสนามแข่งรถและอู่รถเรียกได้ว่าแทบจะครบวงจร ไม่อยากจะบอกเลยว่ามันเนี่ยแหละเป็นไอดอลในวิชาชีพฉันเลย ฉันเองก็ฝันไว้เหมือนกัน ว่าสักวันตัวเองจะมีสนามแข่งรถเป็นของตัวเองและมีอู่รถด้วย

ถ้าแม่ไม่ช็อคตายไปก่อนน่ะนะ..

“เครื่องยนต์มันเสื่อมอ่ะพี่ เมื่อวานพี่จัดหนักเหรอ ถนอมน้องปุ๊กปิ๊กมันบ้างก็ได้”

ปุ๊กปิ๊กชื่อรถฉันเอง..ทำไม มีปัญหาอะไรล่ะ

“ก็ไม่เชิง สงสัยจะเร่งเครื่องแรงไปหน่อยมั้ง” ฉันตอบอย่างหัวเสีย

“เดี๋ยวผมเทคแคร์ให้ อัพเกรดเครื่องให้ด้วยก็แล้วกัน รับรองปุ๊กปิ๊กกลับมาวิ่งป๋อเหมือนเดิมแน่”

“เออ ขอบใจ แล้วอย่าลืมลดให้เยอะๆด้วยล่ะ” ฉันบอกไอ้โม ช่างซ่อมที่ฉันสนิทด้วยเพราะรู้จักกันมานาน

“โอ๊ย ระดับพี่ชูการ์เจ้าแม่จอมงกของสนามนี้แล้ว ลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์แน่นอน” มันรับคำ

“พูดให้ดีๆ เขาเรียกรู้จักใช้เงินเว้ย” ฉันชี้หน้ายิ้มขำกับคำที่มันใช้เรียก

“แล้วพี่กลับยังไงล่ะนั่น มอเตอร์ไซค์อยู่บ้านไม่ใช่เหรอ ให้ผมเรียกแท็กซี่ให้มั้ย” โมถามในขณะที่มันก็กำลังเช็คน้องปุ๊กปิ๊กของฉันด้วย

“ฝากด้วยแล้วกัน”

เพราะวันนี้พวกในทีมฉันมีแข่งกันหมด ฉันเลยไม่สามารถให้ใครไปส่งได้ เวลาส่วนใหญ่ของฉันก่อนมหาวิทยาลัยจะเปิด หมดไปกับการสุมอยู่ที่สนามแข่ง ลงทะเบียนแข่ง จนแทบจะนอนที่นี่อยู่แล้ว เรียกได้ว่าสนามแข่งเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของฉัน ส่วนซีซันก็แทบจะเป็นเหมือนพ่อคนที่สองของฉันไปแล้ว

เพราะฉันเอาแต่หมกตัวอยู่ที่สนามแข่ง ในขณะที่โรงเรียนของยูเคยังไม่ปิดเทอม ทำให้เราแทบจะไม่ได้เจอกันเลย รวมถึงเซนด้วย แหงล่ะ เขาคงไม่มาปรากฏตัวที่สนามแข่งอีกครั้งหรอก ตอนนี้ฉันก็เลยไม่ได้มีเรื่องวุ่นวายให้รบกวนใจสักเท่าไหร่ แม้ว่าเซนจะบอกฉันว่าจะจับตามองก็ตาม

จะยุ่งอะไรกับชีวิตฉันนักหนานะ ฉันทำอะไรให้เขาแค้นมากนักเหรอ คนที่ทิ้งไปก็ตัวเองแท้ๆ เฮอะ

ในขณะที่รอโมไปเรียกแท็กซี่ให้ ฉันดันนึกถึงเรื่องเก่าๆขึ้นมาซะได้

ทำอะไรฉันร้องถามอย่างไม่เข้าใจนักเมื่อเซนยื่นมือของตัวเองมาจับมือของฉัน

คนเป็นแฟนกันก็ต้องจับมือกันสิ เซนตอบหน้าตายจนฉันนึกหมั่นเขี้ยว

ตอนนั้นเขายังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในอังกฤษ ส่วนฉันก็เป็นแค่เด็กมัธยมสามไม่ประสีประสา

แล้วคนเป็นแฟนกันต้องทำอะไรอีก ฉันถามอย่างนึกอยากรู้

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตอนนั้นตัวเองเป็นแฟนกับเซนได้ยังไง แต่รู้ตัวอีกทีเราก็เปลี่ยนสถานะกลายเป็นแบบนี้แล้วโดยไม่ได้บอกใคร นั่นเป็นเหตุผลที่เราคบกันโดยไม่มีใครรู้

ทำแบบนี้ เซนดันตัวฉันไปติดผนังฝั่งหนึ่งในบ้านของเขาที่อังกฤษ ฉันไปหาแม่ตอนที่โรงเรียนปิดเทอม ตอนนั้นฉันกำลังรอไซคีกลับมาจากเรียนพิเศษเปียโนอยู่

ฉันไม่อยากรู้แล้ว!” ฉันพูดโพล่งออกไป หน้าแดงเถือกไปด้วยความอาย เมื่อเซนยื่นหน้าเข้ามาใกล้กับหน้าของฉัน เขาเป็นคนมีสเน่ห์ ใบหน้าคมเข้มและจมูกเป็นสันของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนหายใจไม่ค่อยออก

เมื่อไหร่จะผมยาว เซนใช้มือไล้ไปตามเส้นผมของฉัน ฉันไม่ชอบให้เธอผมสั้นเลย เขาบ่น

อีกปีเดียวก็ได้ไว้ผมยาวแล้วฉันบอก ทำไงได้ก็คนมันเรียนรัฐบาลให้ไว้ติ่งก็ต้อง..อื้อ

คำพูดของฉันสิ้นสุดลงแค่นั้นเมื่อเซนใช้จังหวะที่ฉันกำลังพูดอยู่ยื่นหน้าเข้ามาประกบริมฝีปากของฉัน จนคนที่ไม่เคยจูบกับใครอย่างฉันเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจ แต่เมื่อละออกจากกัน เซนกลับยิ้มอย่างพอใจ และเป็นรอยยิ้มที่ฉันแทบจะไม่เคยเห็นจากเขา เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาก่อนเราจะเป็นแฟนกัน ฉันกับเซนแทบจะไม่ถูกกันด้วยซ้ำ

หน้าแดงหมดแล้วนะ เขาแซว

พูดมากน่า

ฉันทุบตีเขาแก้เขิน แต่เซนกลับรวบตัวของฉันไปกอดเอาไว้ ตอนนั้นฉันสูงเลยไหล่ของเขาไปนิดเดียวเท่านั้น ตอนนั้นฉันจำได้ว่าตัวเองมีความสุขจนแทบเก็บเอาไว้ไม่อยู่..

 “พี่ชูว์!!!

ฉันสะดุ้งจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงดังข้างหูตัวเอง

“อะไรวะ ทำไมต้องเสียงดังด้วย” ฉันหันไปว่าไอ้โม

“ก็ผมเรียกพี่ตั้งนานแล้ว มัวแต่เหม่ออะไร แท็กซี่มาแล้วพี่”

“เออๆงั้นพี่ไปแล้ว ฝากปุ๊กปิ๊กด้วย”

ฉันบอกลาและเดินไปขึ้นแท็กซี่ที่มันหามาให้ก่อนจะบอกสถานที่ที่จะไป

“เฮ้อ..คิดบ้าอะไรขึ้นมา” ฉันต่อว่าตัวเองเมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต

แต่เมื่อนั่งแท็กซี่มาได้สักพักรถก็เกิดกระตุกขึ้นมาและก็ดับไปเลย ทำให้ฉันที่นั่งอยู่สะดุ้งก่อนจะถามคนขับ

“เกิดอะไรขึ้นอ่ะพี่”

“สงสัยรถจะเสียว่ะน้อง มันมีปัญหามาหลายรอบแล้ว”

“เอ้า แล้วทำไมพี่ไม่เอาไปซ่อมก่อนล่ะ” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ

“ก็พี่เห็นเมื่อเช้ามันยังดีๆอยู่ ยังไงน้องก็ลงตรงนี้แล้วกัน” คนขับแก้ตัวก่อนจะรีบลงไปดูรถ

ฉันจ่ายเงินให้ไปเตรียมตัวจะหาแท็กซี่คันใหม่ แต่เมื่อเห็นคนขับเปิดดูเครื่องยนต์ด้วยท่าทางเงอะๆงะๆจึงเกิดอาการทนไม่ไหว

“มาพี่ เดี๋ยวช่วยดูให้”

“เฮ้ย..น้องทำเป็นเหรอ” คนขับถามด้วยท่าทางไม่ไว้ใจ

ฉันตัดสินไม่ตอบคำถามอะไร แต่เข้าไปเช็คสภาพรถยนต์อย่างกระฉับกระเฉง ด้วยท่าทางดูชำนาญกว่าตัวเองล่ะมั้งคนขับแท็กซี่ถึงได้ยอมให้ฉันดูให้

“น่าจะมีปัญหาที่หม้อแปลงอ่ะพี่ พี่ได้ไปเช็คเครื่องบ้างหรือเปล่าเนี่ย”

“ก็นานๆทีนะน้อง”  

ฉันบ่นกับตัวเองในใจเมื่อหาทางแก้ไม่ได้ ก่อนจะก้มลงไปดูข้างล่าง..

“โอ้โห รถพี่มันยางรั่วด้วยอ่ะ” ฉันบอก

“ทำไมรถถึงได้มีปัญหามากมายขนาดนี้ พี่เพิ่งจะเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมลูกเอง แล้วอย่างนี้พี่จะวิ่งรถยังไง ทำไมมันซวยอย่างนี้!” คนขับรถเริ่มสติแตกเมื่อรู้ว่ารถตัวเองมีปัญหาเต็มไปหมด

“พี่เลิกบ่นแล้วใจเย็นๆก่อนได้มั้ย”

คนซวยมันฉันไม่ใช่เหรอ รถตัวเองเสียแล้วยังมานั่งรถแท็กซี่ที่เสียอีก แล้วเมื่อจะไหร่จะถึงบ้านวะ =_= 

ฉันถอนหายใจก่อนจะมองไปรอบๆ แถวนี้เป็นถนนใหญ่ไม่ค่อยมีบ้านเรือนตามข้างทาง อีกอย่างฉันจำได้ว่าแถวนี้มีอู่รถอยู่แค่ที่เดียวซึ่งปิดหกโมงเย็น แต่ตอนนี้จะทุ่มหนึ่งอยู่แล้วคงไม่มีอู่ที่ไหนช่วยเราได้แล้วล่ะ

“เอาอย่างนี้ ฉันจะเปลี่ยนยางให้พี่ก่อน แล้วเดี๋ยวเรามาลองสตาร์ทเครื่องกันอีกที พี่มียางสำรองใช่มั้ย”

“มีๆ”

เมื่อคนขับแท็กซี่พูดอย่างนั้น ฉันจึงถลกแขนเสื้อขึ้นให้มันถนัดตัวก่อนจะค้นเอาอุปกรณ์ที่ฉันพกมาด้วยในกระเป๋า ดีนะที่ฉันเอาอุปกรณ์มาด้วยเพราะกะจะลองดูอาการรถของตัวเอง

ฉันเอาอุปกรณ์ที่ใช้ในการเปลี่ยนยางมาแล้วล้มตัวลงนั่งตรงที่ยางมันรั่วก่อนจะค่อยๆจัดการอย่างชำนาญมือ ฉันเคยไปลองซ่อมรถในอู่ซีซันอยู่หลายครั้งเพราะรู้ว่าตัวเองชอบทางนี้ แต่ซ่อมได้แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้นแหละ เพราะฉะนั้นเรื่องเปลี่ยนยางนี่กล้วยๆมาก หลับตาเปลี่ยนยังได้

ฉันเปลี่ยนยางรถโดยมีคนขับแท็กซี่คอยยืนมองอยู่ๆข้าง ไม่รู้ว่าใช้เวลาไปนานเท่าไหร่แต่รู้ตัวอีกทีทุกอย่างรอบข้างก็มืดไปหมด

ในขณะที่ฉันกำลังจะเปลี่ยนยางได้เสร็จดี ก็มีใครกระชากแขนของฉันอย่างแรงจนฉันเซลุกขึ้นจากพื้นอย่างตกใจ

“อะไรวะ!” ฉันร้องตะโกนอย่างตกใจเพราะนึกว่าคนขับแท็กซี่เป็นคนกระชากฉัน

แต่มันกลับไม่ใช่..

“นายอีกแล้วเหรอ”

ฉันมองหน้าเซนอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงได้บังเอิญเจอเขาอีกแล้ว ในเมื่อตลอดเวลา3ปีที่เลิกกันมา ฉันไม่เคยเจอเขาอีกแม้แต่ครั้งเดียว แต่ทำไมตอนนี้ฉันถึงได้เจอเขาบ่อยยิ่งกว่าเจอแพนเดียร์น้องแท้ๆของตัวเองอีกเนี่ย
 

 

“ทำอะไรของเธอ” เซนถามเสียงเข้มเหมือนไม่ค่อยพอใจนัก ซึ่งฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม

“เปลี่ยนยางรถ มีปัญหาอะไร” ฉันตอบไปอย่างไม่สบอารมณ์พอกันที่อยู่ๆก็รู้สึกเหมือนตัวเองโดนดุ

“มาทำอะไรในที่มืดๆ นั่งซ่อมรถให้คนแปลกหน้า คนอื่นที่เขารู้จักพ่อแม่เธอเขาจะคิดกันยังไง เคยคิดถึงหน้าแม่บ้างมั้ย ว่าคุณน้าจะคิดยังไงถ้าเห็นเธอในสภาพแบบนี้” เซนต่อว่าฉันไม่หยุดฉันจนทนไม่ไหว

“แล้วการที่ฉันจะทำอะไร มันเกี่ยวอะไรกับนาย!” ฉันผลักอกเขาอย่างไม่พอใจ

จริงอยู่ว่าถ้าหากแม่เห็นฉันในสภาพแบบนี้ แม่จะต้องบ่นไปอีกเป็นเดือนแน่ๆ

แต่แล้วไง..มันเกี่ยวอะไรกับเขาอย่างนั้นเหรอ ทำไมเขาต้องคอยมาเจ้ากี้เจ้าการชีวิตของฉันด้วย!

ทำไมต้องทำเหมือนเป็นห่วงอะไรฉันนักหนา..

“ฉันจะไปส่ง” เซนบอกเสียงเรียบก่อนจะออกแรงดึงแขนฉันให้เดินตาม ในขณะที่คนขับแท็กซี่มองเราอย่างงงๆ เพราะไม่รู้ว่าควรจะเข้ามายุ่งหรือเปล่า

“ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้” ฉันสะบัดแขนออกทันที

“อ้อ..จำได้แล้ว ฉันมีนัดคุยงานกับคุณน้าประกายดาวพรุ่งนี้พอดี ฉันจะเก็บเรื่องนี้ไปบอกให้ท่านพิจารณาลูกสาวตัวเองดูบ้างก็แล้วกัน” เซนพูดขึ้นมาเสียงเย็น ส่วนฉันหน้าซีดจนเห็นได้ชัด

“นี่นายขู่ฉันเหรอวะ!

“ขึ้นไปดีๆ” เขาเปิดประตูรถออก

ฉันอยากจะบีบคอเขาชะมัด ให้ตายเถอะ!

สุดท้ายฉันก็ต้องยอมนั่งรถไปจนเขาจนได้ แม้ตัวเองจะไม่เต็มใจเลยแม้แต่นิดเดียว ทำไงได้ล่ะ ถ้าแลกกับการที่แม่ต้องรู้ ฉันก็ไม่อยากเสี่ยง =_=

“แล้วพี่เบิ้มสองคนนั้นไปไหนล่ะ” ฉันถามถึงการ์ดที่เจอกันเมื่อครั้งก่อน เพราะตอนนี้เซนเป็นคนขับรถเองและฉันก็เป็นแค่ผู้โดยสารคนเดียวในรถนี้

“ทำธุระ” เซนตอบสั้นๆ

จากนั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะคุยกับเขาอีก แล้วไม่อยากคุยด้วยสักเท่าไหร่หรอก จนกระทั่งฉันเริ่มรู้สึกว่าเส้นทางนี้ไม่ใช่เส้นทางกลับบ้านของฉัน

“นี่มันไม่ใช่ทางไปบ้านฉันนี่” ฉันท้วงทันทีที่รู้

“ฉันจะแวะไปเอางานก่อน” เซนตอบอย่างไม่รู้สึกอะไร

“แล้วทำไมไม่บอกกันก่อน ฉันจะได้ลงตั้งแต่แยกข้างหน้าแล้ว วันหลังถ้าไม่ว่างไปส่งคนอื่นเขาก็ไม่ต้องอาสา” ฉันอดประชดเขาไม่ได้

“บอกว่าจะไปส่งก็คือจะไปส่ง” เซนหันมาดุฉันเสียงเข้ม

ฉันได้แต่กอดอกฟึดฟัด ยิ่งคุยกันไปก็ยิ่งมากความเปล่าๆ เขาทำเหมือนตัวเองเป็นผู้ปกครองฉันอย่างนั้นแหละ ฉันกับเขาคุยกันไม่รู้เรื่องหรอก เราต่างกันเกินไป

ต่างกันมากเกินไป..

เซนเลี้ยวรถเข้ามาจอดในโรงแรมแห่งหนึ่งและเมื่อจอดรถฉันกะว่าจะรอเขาอยู่ในรถ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาบอกให้ฉันลงจากรถไปด้วยซะก่อน แถมยังขู่ว่าถ้าไม่ลงเขาจะขังตายฉันอยู่ในรถ

เฮอะ ขี้ขู่ชะมัด

“เดี๋ยว” เซนคว้าแขนฉันไว้เมื่อฉันกำลังจะเดิน

“อะไรอีกล่ะ” ฉันถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอีกครั้งที่โดนจับแขนเอาไว้

เซนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทและหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาก่อนจะดึงฉันไปใกล้ๆ สายตาของเขานิ่งมากจนฉันไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร

“จะทำอะไร” ฉันถามอย่างระแวงเตรียมจะสะบัดแขนออก

เซนไม่สนใจ เขาจัดการล็อคแขนฉันไว้แน่นและเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดแก้มให้ฉันเบาๆ เป็นอีกครั้งที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองเหมือนหยุดหายใจ ในขณะที่เขากำลังเช็ดแก้มให้ฉัน ฉันเผลอมองหน้าเซนที่อยู่ใกล้ตัวเอง แต่แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นก่อนตัวเองจะหลบตาเขาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไร

เมื่อเซนเช็ดแก้มให้ฉันเสร็จแล้ว ฉันถึงได้รู้ว่าหน้าตัวเองเลอะรอยยางรถยนต์เพราะเห็นว่าผ้าเช็ดหน้าเขามีรอยดำๆอยู่

อยากจะพูดคำว่าขอบใจ แต่ปากฉันก็แข็งจนไม่ได้พูดออกไป และดูเหมือนเซนเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเขาเดินไปทันทีหลังจากนั้น

“ทำตัวให้มันดีๆ” เซนเตือนขณะที่เราเดินเข้ามาในโรงแรมแล้ว

“รู้แล้วน่า” ฉันตอบรับอย่างไม่เต็มใจนัก

เมื่อเซนเดินผ่านพนักงาน ทุกคนต่างก้มหัวให้เขาอย่างนอบน้อมตั้งแต่ทางเข้า ฉันเองไม่ค่อยชินกับภาพพวกนี้เลยรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย

“อย่างกับเจ้าพ่อหนังจีน” ฉันบ่นพึมพำขณะที่เดินตามเซน จนเขาหันมามองค้อน แต่อย่างฉันเหรอจะสนใจเรื่องพวกนี้ จะค้อนก็ค้อนไปสิ

“สวัสดีครับคุณเซน ขอโทษที่ต้องเรียกออกมาอย่างกะทันหันนะครับ”

เซนเดินมาหยุดอยู่ที่ผู้ชายสูงอายุใส่แว่นคนหนึ่งที่ยืนถือเอกสารไว้และกล่าวทักทายกับเขา

“มันเป็นเรื่องด่วน ผมเข้าใจ” เซนตอบรับเสียงเรียบ

“แล้วนี่?”

ผู้ชายคนนั้นเบนสายตามามองทางฉันอย่างสงสัย ฉันเห็นแววตาดูถูกส่งผ่านมาเล็กน้อย ก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อท่ามกลางผู้คนใส่สูทหรูหรา มีแต่ฉันที่ใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว ฉันไม่โทษเขาหรอกถ้าจะดูถูก

แต่แล้วสายตาดูถูกนั้นก็หายไปทันทีเมื่อเซนเอ่ยประโยคต่อมา

“ลูกสาวคุณหญิงประกายดาวครับ”

“ผมขอโทษทีครับที่เสียมารยาท ผมนี่แย่จริงๆที่ไม่ทราบ” เขากล่าวขอโทษกับฉัน

“ไม่เป็นไรค่ะ”

อันที่จริงมันไม่ได้ผิดที่ลุงคนนั้นเลยสักนิด ผิดที่ฉันนี่แหละ =_=

“ชูว์ ไปรอตรงนั้นก่อน”

เซนพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนกว่าปกติ คงเป็นเพราะมีคนอื่นอยู่ด้วยล่ะมั้ง

ฉันเดินไปนั่งรอตรงล็อบบี้อย่างว่าง่าย เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะยืนอยู่ตรงนั้นไปเพื่ออะไร จนเวลาผ่านไปนานพอสมควรฉันยกดูนาฬิกาพบว่ามันสองทุ่มแล้ว แต่เซนก็ไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จงานสักที นี่ถ้าไม่ติดว่าเขาขู่ว่าจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแม่ ฉันคงกลับไปตั้งแต่ชั่วโมงก่อนแล้ว

ฉันเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีตอนที่ได้ยินเสียงเซนที่มาปลุก

“เสร็จแล้ว กลับบ้านกัน”

“อือ..ขออีกห้านาที” ฉันงัวเงียรู้สึกไม่ค่อยอยากตื่นสักเท่าไหร่

“ชูว์ ลุกขึ้น ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าไม่เตือน” รู้สึกว่าเสียงของเขาเริ่มใกล้หูมากขึ้น แต่ถึงอย่างนี้ฉันก็ยังขี้เกียจลืมตาอยู่ดี

“ขู่ทั้งปี” ฉันบ่นก่อนจะหันหน้าหนี

จุ๊บ..

O_O

ฉันเด้งตัวขึ้นจากโซฟาทันทีเมื่อเซนเอาริมฝีปากตัวเองมาโดนแก้มของฉัน

“นี่นายทำบ้าอะไร!” ฉันโวยวายไม่ได้เต็มเสียงนักเพราะมีคนอยู่มากพร้อมยกมือขึ้นมาถูแก้มของตัวเอง ในขณะที่เซนดูพอใจที่สามารถปลุกฉันได้

“ทำให้เธอรู้ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องขู่”

“ไอ้บ้านี่!” ฉันมองหน้าเขาอย่างโมโห เขากล้าดียังไงมาหอมแก้มฉันวะ!

เร็วเท่าความคิดฉันเงื้อมหมัดใส่เซนทันที แต่เขากลับหลบได้และรวบมือทั้งสองข้างของฉันเอาไว้กลายเป็นว่าตอนนี้ฉันเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเซนอย่างช่วยไม่ได้

“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะเว้ย!” ฉันดิ้นพยายามสะบัดตัวเองให้หลุดอย่างไม่ยอมแพ้ ในขณะที่คนเริ่มสนใจเราแล้ว แต่ไม่กล้ามองมากเพราะเป็นเซน

“พูดจาให้มันเพราะกว่านี้ก่อนสิ”

“ไม่! นายเป็นพ่อฉันหรือไงถึงได้ชอบวุ่นวายนัก”

ฉันรู้สึกไม่พอใจที่ตัวเองไม่สามารถหลุดจากเขาไปได้แม้ว่าจะดิ้นจนแทบหมดแรง เซนดูสนุกที่เห็นฉันพยายามดิ้นออกจากอ้อมแขนของเขา

“ทำอะไรกันน่ะ”

เสียงแหลมๆของผู้หญิงคนหนึ่งทำให้เราสองคนผละตัวออกจากกันโดยอัตโนมัติ ผู้หญิงคนนั้นแต่งตัวด้วยชุดเดรสสีแดงสั้น ใส่รองเท้าส้นสูง ผมดัดลอนสลวย แต่งหน้าเปรี้ยวจี๊ด กำลังมองมาที่ฉันด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

“แพตตี้ นี่ชูการ์..เพื่อนไซคีน่ะ”

ฉันก้มหัวให้นิดหน่อยอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเซนแนะนำฉัน แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ชื่อแพตตี้ก็ไม่ได้คลายสีหน้าไม่เป็นมิตรนั่นลงเลย

“ส่วนนี่ แพตตี้ เป็น..

“คู่หมั้นเซน” เธอรีบพูดก่อนที่เซนจะพูดจบ

คู่หมั้น

“แพต” เซนเรียกผู้หญิงคนนั้นเหมือนเป็นการปราม

“ทำไมคะ แพตพูดอะไรผิดหรือไง แล้วนี่ทำไมเซนมาที่นี่ไม่บอกแพตสักคำเลย เซนก็รู้ว่าแพตอยู่ที่นี่”

“ผมแค่แวะมาเอางาน” เซนตอบ

แพตตี้กอดแขนเซนเอาไว้ข้างหนึ่งแล้วเอาหัวซบลงตรงไหล่ของเขา แต่เซนก็ยังคงเฉยไม่ได้แสดงสีหน้ารำคาญอะไร ทั้งๆที่เขาเป็นคนไม่ชอบให้ใครมาถูกตัว ภาพนั้นทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆขึ้นมาในอกอย่างบอกไม่ถูก

ฉันเป็นอะไรไป..

“งั้นพาแพตไปกินข้าวหน่อยนะคะ แพตยังไม่ได้กินอะไรเลย..นะคะเซน”

“ผมต้องไปส่งชูการ์”

เมื่อเซนพูดแบบนั้นแพตตี้จึงหันมามองฉันอย่างไม่พอใจอีกครั้ง

“ก็แค่เพื่อนน้องสาวไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมต้องใส่ใจอะไรนักหนา กลับบ้านเองไม่เป็นหรือไง”

“แพต” เซนปรามคู่หมั้นของตัวเองอีกครั้ง

“ไม่เป็นไร พอดีว่าเมื่อกี้เพื่อนโทรมาให้ไปเที่ยวต่อพอดี เดี๋ยวฉันไปเลยก็แล้วกัน”

ฉันยิ้มให้เซนเบาๆ แกล้งทำเหมือนเราสนิทกันมาก แกล้งทำเหมือนไม่มีอะไร แกล้งทำเป็นน้องที่น่ารักของเขา ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไปเพื่ออะไร แต่เมื่อฉันกำลังจะเดินออกไปเซนกลับจับแขนของฉันเอาไว้ก่อน

“ชูว์”

“ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง!” ฉันรีบสะบัดมือออกจากเซนทันที ไม่รู้ว่าฉันเสียงดังไปหรือเปล่าคนถึงได้หันมามอง ฉันจึงอยากออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

“ไปก่อนนะ เดี๋ยวเพื่อนรอนาน”

หลังจากนั้นฉันก็รีบเดินออกจากโรงแรมอย่างรวดเร็ว เมื่อฉันเดินพ้นเขตโรงแรมออกมาแล้ว ฉันกลับรู้สึกไม่อยากจะกลับบ้านเอาดื้อๆ ฉันเลยเดินไปตามข้างทางอย่างไม่มีจุดหมาย พลางคิดถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นวันนี้

ฉันเป็นบ้าอะไร..

ทำไมฉันถึงต้องรู้สึกแย่ด้วย ทำไมฉันถึงรู้สึกหงุดหงิด ทำไมฉันถึงรู้สึกอารมณ์ไม่ดี

ทำไมฉันถึงรู้สึกเจ็บตรงหัวใจ..

ไม่ทันได้คิดอะไรเมื่อฉันเห็นร้านบาร์อยู่ข้างหน้า ฉันก็เดินเข้าไปอย่างไม่คิดอะไร ฉันแค่รู้สึกว่าฉันอยากเมา เมาให้ลืมความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นในใจ

ที่ฉันไม่อยากจะยอมรับมันเลย

 


 

- ฮัลโหลลล เค้ากลับมาแล้วววว <3 จริงๆกลับมาตั้งแต่วันเสาร์ แต่ใช้เวลาจูนเรื่องก็เลยนานนิดนึง ;_;
                 ขอลองมาอัพแบบครึ่งตอนดูก่อนว่ามันอัพง่ายขึ้นมั้ย ปรากฏว่าง่ายขึ้นนะ แต่งทีละครึ่งมันจะสั้นลงอัพเร็วขึ้น 
                 แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ อาทิตย์หนึ่งก็หนึ่งตอนเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นลงครึ่งตอนหรือเต็มตอน ก็มีค่าเท่าเดิมนะ โอเคนะ? 
                 ไม่อยากเปิดตอนไว้แล้วเพราะรู้สึกไม่อยากให้คิดว่าเปิดเจิม 555 แต่ลำบากเหมือนกันนะ เหมือนไม่มีอะไรมากดดันเลย
                 คิดถึงพี่ชูว์กันมั้ย ผู้หญิงอะไรแม้นแมน แมนคงเส้นคงวามากจริงๆ 5555 เซนนางโผล่มาอีกแล้วว นางก็มาวนเวียนทั้งเรื่องแหละ
                 อย่าถือสานางเลย ไม่งั้นจะเป็นยุทธการชิงหัวใจได้ไง เนาะ ตอนนี้ยกให้เป็นซีนของเซนกับชูการ์นะคะ พี่ยูเคตอนหน้านะ 555
                ปล.แอบน้อยใจเหมือนกันนะ ยอดแฟนจะถึง500อยู่แล้ว แต่ยอดเม้นกลับเพิ่งจะถึง200 นิยายเค้าดีไม่พอที่จะเม้นให้หรอ ._. 

             -
 เอาแล้วไง พี่ชูการ์ของเราเกิดอาการเฮิร์ทซะงั้น นางยังมีใจเนาะ เป็นคนโดนทิ้งก็อย่างเนี้ยย ตอนหน้าเอาพี่ยูเคมาดามใจด่วนนน
                ใครรอพี่ยูเคต้องขอโทษด้วยที่ตอนนี้ให้พี่เซนไปหมดเลย 555 อย่าเพิ่งโกรธเพิ่งเกลียดเขานะ จะบอกว่าทุกอย่างย่อมมีเหตุผลเน้อ
                พี่ยูเคมาตอนหน้ามาเต็มตอน มาแบบฟินๆ รอนิดนึงงง ระหว่างนี้อย่าลืมเป็นกำลังใจให้เค้าด้วย เจอกันตอนหน้าจ้า <3 


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

964 ความคิดเห็น

  1. #748 บะบิว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 00:49
    เฮ้ยยย อะไรรร งี้ไม่ถูกอ่ะ นางเอกต้องชอบยูเคสิ~~ หวั่นไหวไม่ได้น้าา
    #748
    0
  2. #245 jam_sai.com (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 15:59
    ชูว์ของเค้าโอ๋ๆไม่เป็นไรน้า 
    เจอแบบนี้มันเจ็บเลย
    #245
    0
  3. #231 MOONLIGHT (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2558 / 07:43
    คิดถึงน่ะค่ะ
    #231
    0
  4. #229 peepo_Private (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 23:07
    รอยูเค อยากได้โมเมนท์ชูเค 55555555 รอนะค้า
    #229
    0
  5. #228 puiziiza (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 20:39
    อัพเร็วไน๊าาาา
    #228
    0
  6. #227 Sutida Thanomvaraporn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 21:24
    รอๆๆๆๆ เซนมีคู่แล้วก้อย่าทําเปงหมาห่วงกางดิ
    #227
    0
  7. #226 MooWarn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 18:08
    ยูมารับชูกลับที
    #226
    0
  8. #225 KATSHELTER (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 12:34
    ตกลงชูว์คู่กะใครเนี่ยยย ลุ้นนนนนน
    #225
    0
  9. #224 Ann (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 11:07
    สนุกมากกรีบมาอัฟต่อเรวๆน่ะค่ะเข้ามาดูทุกวันเลย
    #224
    0
  10. #223 โอ้วววลื่นปรื๊ดดดดด (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 10:56
    ยูเคอยู่ไหนรีบมาลากเพื่อนแกกลับบ้านเร็วเดี๋ยวมันจะอาละวาดพังร้านเค๊าพัง 555
    #223
    0
  11. #222 Mine_EVE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 08:15
    ยูเคอยู่ไหนนน รีบมาทำคะแนนเร็วววว
    #222
    0
  12. #221 praewSKAFHA_P73 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 07:47
    เมื่อไร จะรักกันคะ รักพี่ยูเคจะรอจนกว่าเธอจะมา!!
    #221
    0
  13. #220 Beel_ch (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 06:28
    นิยายดีมากๆเลย รอยูเคนะ อยากฟินอ่ะ ยูเค!ยูเค!ยูเค!! เเทบจะรอตอนต่อไปไม่ไหวเเล้ว ปล.เรื่องนี้เฮียยูเคเป็นพระเอกใช่มั้ย?
    #220
    0
  14. #219 Reksew (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 01:06
    อิอิ
    #219
    0
  15. #218 odeletta (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 00:56
    รอเจอเฮียยูเค มาดามใจชูว์เร็ววววววว
    #218
    0
  16. #217 .......... (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 00:39
    ผู้หญิง ต่อให้แมนแค่ไหนก็ยังเป็นผู้หญิงอยู่ดีเนอะ อ่อนไหวง่าย เจ็บแล้วจำ ฮืออ
    #217
    0
  17. #216 .......... (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 00:38
    สงสารชูว์จัง เจ็บตรงนี้ที่หัวใจ ยูเคมาปลอบใจหน่อยเร็วววว นี่ไม่ค่อยมีบทจนจะยกให้เซนเป็นพระเอกแทนละนะ เพราะงั้นออกมาซะดีๆ :p
    #216
    0
  18. #215 .......... (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 00:37
    อยากให้อัพทุกวันเลยง่ะ เก๊าโลภ -.,-
    #215
    0
  19. #214 .......... (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 00:37
    เซนทำไมนายทำอย่างเน้
    #214
    0
  20. #213 supalak marom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 20:09
    มาอัพ เร็วๆน้า ชอบมาก^^
    #213
    0
  21. #212 admon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 17:34
    สนุกมากกกกกก
    #212
    0
  22. #211 ann (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 13:07
    อร๊ายยยยอยากอ่านอีก
    #211
    0
  23. #210 -Fun-Fun- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 12:59
    ดีพอค่าาา รออ่านแต่เรื่องของพี่เลยค่ะะะ มาอัพไวๆนะค้าาาา
    #210
    0
  24. #209 AK-Lada (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 12:08
    คืออยากอ่าาน 555/ รอนะคะ
    #209
    0
  25. #208 odeletta (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 08:52
    รอเฮียยูเคผู้น่ารัก อิคึอิคึ
    #208
    0