WHY? รักไม่ได้ [END]

ตอนที่ 8 : Chapter : 7 อยากให้เธอได้ยินหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    21 ธ.ค. 56

7

14.12.13

WHY? รักไม่ได้

 

ได้โปรดมองในตาฉัน มองที่ตรงนั้นเธอคงพอเข้าใจ

สิ่งที่เธอได้มองเห็น คนที่เธอเห็นช้ำไปทั้งใจ

อยากให้เธอได้ยิน เสียงในหัวใจ ว่ามันรักเธอแค่ไหน

แต่ก็ไม่รู้ต้องทำยังไงให้เธอได้รับฟัง..

อยากให้เธอได้ยินทุกความรู้สึก ส่วนลึกในใจของฉัน ว่ารักเธอ

รักเธอคนเดียว แต่ฉัน...ไม่รู้จะพูดอย่างไร..

 

      “โอ้ย!

      “เป็นอะไรหรือเปล่า!

      พีคทิ้งจักรยานตัวเองแล้ววิ่งถลาตัวเข้าหาฉันทันทีเมื่อฉันส่งเสียงร้อง ฉันส่งยิ้มแหยๆให้เขา

      “แค่จักรยานล้มเอง ไม่เป็นไรมากหรอก”

      “ก็พีคบอกแล้วไง ให้มานั่งคันเดียวกันก็ไม่เชื่อ ดื้อ -_-

      พีคพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจจนฉันเริ่มหงอ

      “ก็อยากปั่นนี่”

      “แล้วเป็นไง ปั่นก็ไม่เป็น ทำตัวเป็นเด็กน้อยจริงๆเลย”

      การถูกคนที่ทำตัวเด็กแบบเขาว่าฉันทำให้ฉันถึงกับอดหัวเราะไม่ได้ ไหนจะท่าทางเงอะๆงะๆที่พยายามใช้เสื้อตัวเองเช็ดเลือดที่ไหลอยู่ที่หัวเข่าฉันอีก

      สุดท้ายวันนั้นตอนกลับบ้านฉันก็ต้องเคลื่อนย้ายตัวเองไปอยู่บนหลังพีคจนได้ เมื่อทนกับความเจ็บที่หัวเข่าไม่ไหว

      “ถ้าแม่รู้ต้องดุแน่ๆ” ฉันบ่นในขณะที่เกาะคอพีคไว้แน่นเพราะกลัวตก

      “ก็สมควรมั้ยล่ะ”

      “ไม่ให้กำลังใจกันเลยนะ=_=

      “ตัวมากหนักมากรู้ตัวป่ะ บอกว่าอย่ากินเค้กเยอะไง-O-

      “พีค!

      ฉันตีเข้าที่หลังเขาหลายทีเพราะพูดไม่เข้าหู แต่พีคแค่หัวเราะออกมาเหมือนไม่รู้สึกเจ็บ

      “ถ้าหนักมากก็ไม่ต้องแบกสิ” ฉันดึงหูเขาด้วยความหมั่นไส้

      “แฟนทั้งคนทำไมจะแบกไม่ได้”

      คำพูดนั้นทำให้ฉันหลุดยิ้มออกมา

      “รู้นะว่ายิ้มอยู่” พีคแซว

      “เปล๊า ใครจะไปยิ้ม”

      ฉันเผลอยกมือลูบท้องตัวเองอย่างไม่มั่นใจ

      นี่ฉันหนักไปจริงๆหรอเนี่ย?

      แต่ฉันกลับได้ยินเสียงคนแบกหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าฉันทำอะไร

      “อย่าห่วงเลยน่า ต่อให้เธออ้วนกว่านี้กี่ร้อยเท่า ฉันก็พร้อมที่จะแบกเธอไว้อยู่ดี”

 

      ฉันรีบปาดน้ำตาของตัวเองอย่างรีบร้อนก่อนจะเดินออกไปอย่างช่วยไม่ได้

      แวบแรกฉันเห็นพีคชะงักไป แต่ฉันก็พยายามอย่างมากที่จะไม่มองเขา

      “ขอโทษค่ะ เหมือนยังมีอะไรติดตาอยู่ ก็เลยส่องดูนานไปหน่อย ยังไม่ได้ลองเลย” ฉันบอกกับเจ้เพท

      “เจ้บอกแล้วว่าให้ไปให้หมอดูหน่อย เดี๋ยวเป็นอะไรขึ้นมาจะยุ่ง เรื่องชุดช่างมันเถอะ น้องเจ้ใส่อะไรก็สวย ช่างแต่งหน้าที่เจ้นัดมาแล้วด้วย มานี่มาไปส่องดูข้างนอกเดี๋ยวเจ้ดูให้” เจ้เพทหันไปพูดกับพนักงานที่ตามมา “เดี๋ยวเอาตัวนี้เลยก็แล้วกันค่ะ”

      เจ้เพทยื่นบัตรเครดิตให้กับพนักงานก่อนที่จะจูงมือฉันเดินออกไปจากตรงห้องแต่งตัว

      แต่เป็นเพราะพื้นที่ตรงนี้มันแคบทำให้มือของฉันกับพีคโดนกันโดยบังเอิญ ยิ่งทำให้ฉันกำมือแน่นขึ้นเข้าไปใหญ่

      พระเจ้าคะ..อย่าใจร้ายกับฉันไปมากกว่านี้เลย

      ฉันกลับมาที่คอนโดเจ้เพทเหมือนคนตายซาก เจ้เพทเอาแต่ถามฉันตลอดทางว่าจะไปโรงพยาบาลมั้ย แต่ฉันก็ยืนยันว่าฉันไม่เป็นไร

      ตอนนี้เจ้เพทกำลังแต่งหน้าทำผมอยู่ ส่วนฉันก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะเป็นคนแพ้ง่าย แพ้ไปซะหมดทุกอย่าง..

      แม้แต่ความรักก็แพ้..

      เจ้เพทก็เลยให้ช่างแต่งหน้าให้ฉันอ่อนๆโดยเลือกเครื่องสำอางค์ที่อ่อนต่อผิวมากที่สุด พร้อมดัดลอนตรงปลายผมให้ฉันเพียงเล็กน้อยท่านั้น ฉันจึงเสร็จก่อนโดนปริยาย

      “ไหนดูซิน้องเจ้ สวยจริงๆเลย นี่ถ้าพายแต่งเติมได้มากกว่านี้นะ เสียดายจัง”

      เจ้เพทจับฉันหมุนไปรอบๆ เพื่อจะสำรวจตัวฉัน ฉันได้แต่ยิ้มจางๆอย่างไม่มีอารมณ์ร่วม

      เฮียเพลิงมารับเราตอนทุ่มตรงก่อนจะพาเราไปที่โรงแรมที่จัดงาน เมื่อไปถึงในงาน มีคนมาทักนู่นทักนี่เจ้เพทจนเยอะแยะไปหมด เจ้เพทได้แต่จับมือฉันไว้เพราะกลัวว่าฉันจะหลง ซึ่งตอนนี้เฮียเพลิงเดินหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ =_=

      “พายหิวมั้ย นั่งรอเจ้ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวเจ้ไปเอาอะไรมาให้”

      “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพายขอไปสูดอากาศหน่อยได้มั้ยคะ อยู่ในนี้แล้วรู้สึกไม่ค่อยดี”

      ฉันพูดไปตามตรง อยู่ในนี้แล้วรู้สึกมึนหัวอยากจะอ้วกยังไงไม่รู้ อาจเป็นเพราะว่าคนเยอะด้วยมั้ง

      “เป็นอะไรมากหรือเปล่า งั้นรีบๆกลับมานะ”

      “ค่ะ”

      ฉันรับปากเจ้เพทก่อนจะเดินลงมาข้างล่างโรงแรมที่จัดงานจนออกมาข้างนอก ฉันลูบแขนตัวเองนิดหน่อยเมื่อชุดที่ฉันใส่อยู่มันเป็นชุดราตรีสีครีมที่แขนกุด กระโปรงก็ยาวจนฉันแทบจะเหยียบสะดุดล้ม แถมข้างหลังยังแอบแหวกลึกจนขนลุกไปหมด=_=;

      ฉันเดินทอดน่องไปเรื่อยแถวๆนั้นรู้สึกได้ว่ามีกลุ่มชายที่ใส่ชุดดำและแว่นดำแม้มันจะเป็นเวลากลางคืน กำลังมองจนฉันรู้สึกไม่ค่อยดีนัก ฉันจึงรีบเดินกลับไปที่โรงแรม แต่พบว่าหนึ่งในพวกนั้นอยู่หน้าทางเข้าโรงแรม

      ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหาเจ้เพท

     เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

      ติ้ด!

      บ้าเอ้ย! แล้วฉันจะกลับเข้าโรงแรมยังไงดีเนี่ย ขืนฉันเดินเข้าไปฉันต้องเสร็จแน่ๆ ยิ่งเห็นคนพวกนั้นจ้องฉันอยู่ก็ยิ่งเป็นกังวล ฉันไม่รู้หรอกว่าคนพวกนั้นเป็นใคร บางทีอาจจะเป็นศัตรูของเฮียเพลิง หรือของป๊าก็ได้ เพราะเรื่องพวกนี้ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยเจอ แต่แค่ไม่เคยเจอตอนอยู่คนเดียวก็เท่านั้น

      เดินมาทางนี้แล้ว!

      เมื่อเห็นอย่างนั้นฉันจึงได้เดินหนีไปมั่วๆเพื่อเอาตัวรอดให้ได้ก่อน ฉันเหลือบไปเห็นร้านอาหารแห่งหนึ่งที่คนพลุกพล่านพอสมควร ฉันเลยเดินเข้าไปปะปนกับคนพวกนั้น

      “มากี่ที่ครับ”

      พนักงานชายที่ยืนอยู่หน้าร้านถามฉันอย่างสุภาพ ฉันเห็นแววตาประหลาดใจของชายคนนั้นกับชุดที่ฉันใส่

      “คนเดียวค่ะ”

      คำตอบของฉันยิ่งทำให้บริกรประหลาดใจกว่าเดิม แต่ก็นำทางฉันไปที่สุด เป็นที่นั่งด้านในติดกระจก

      ฉันอยากจะถอดชุดตัวเองเขวี้ยงมันทิ้งซะตรงนี้ เพราะมันเด่นเกินไปจนเป็นที่สังเกตได้ง่าย  

      คนพวกนั้นยังตามฉันเข้ามาในร้าน ทำให้ฉันยิ่งต้องรีบคิดหาทางออกไปให้ได้มากที่สุด

      ถ้าฉันถูกจับไป ทุกคนก็ต้องเดือดร้อนมาช่วยฉันกันอีก ไม่ดีแน่ๆ..แค่นี้ก็ทำตัวเป็นปัญหามามากพอแล้ว

“จะสั่งอะไรดีคะ”

      พนักงานผู้หญิงเดินเข้ามาหาฉันพร้อมเมนู ฉันสั่งเมนูมั่วๆ เพราะไม่รู้จะสั่งอะไร แล้วรีบลุกออกไปจากที่นั่ง เพื่อจะหลบคนพวกนี้ที่กำลังมองหาฉันอยู่ ฉันเดินไปหลบตรงหลังเวทีเพราะไม่มีที่ไหนจะดีไปกว่าตรงนี้ ลำโพงตัวใหญ่บังฉันจากพวกนั้นได้ดี

      “อะไรนะ รถติดเพราะวันนี้มีงานที่โรงแรมข้างๆหรอวะ เออๆ รีบมาหน่อยแล้วกัน แฟนคลับพวกแกตั้งตารอกันหมดแล้ว เดี๋ยวฉันจะให้พวกไอ้พัดเล่นอีกซักสองสามเพลงฆ่าเวลากับแขกไปก่อน แต่ยังไงพวกแกก็รีบๆมานะเว้ย”

      ฉันสะดุ้งเมื่อผู้ชายคนนั้นแตะที่ไหล่ฉันเบาๆ

      “มาเข้าห้องน้ำหรือเปล่าครับ ถ้าห้องน้ำอยู่ทางนั้นนะครับคุณผู้หญิง”

      “เอ่อ..เปล่าค่ะ” ฉันตอบตะกุกตะกัก

      “หรือจะขึ้นร้องเพลงหรือเปล่าครับ” เขาส่งคำถามใหม่มาให้ฉัน

      “ค่ะ” ฉันรับไปส่งๆ สายตายังคอยมองพวกนั้นไม่ให้เห็นฉัน

      “ได้ครับๆ วันนี้ร้านเรายืดเวลาให้แขกร้องไปอีกพอดีเลย ขึ้นเวทีได้เลย”

      “อะไรนะคะ ไม่มีคิวต่อหรอคะ”

      ถ้าขึ้นเวทีไปก็เท่ากับฉันขึ้นไปประกาศตัวน่ะสิว่าอยู่ไหน!

      “ขึ้นได้เลยครับ เฮ้ย!ไอ้พัด มีแขกมาร้องเพลง พวกไอ้ยูยังไม่มากันรถติด เล่นอีกซักสองสามเพลงนะ”

      “ได้เลยพี่ ขึ้นมาเลยครับคนสวย”

      คนที่อยู่บนเวทีเรียกฉัน ทั้งคนที่อยู่ข้างล่างก็ส่งยิ้มให้ฉันขึ้นไป ฉันเลยทำอะไรไม่ได้มาก

      “จะร้องเพลงอะไรครับ”  คนที่ชื่อพัดถามฉัน

      “เอ่อ...

      เมื่อเห็นว่าฉันอ้ำอึ้งเขาก็เลยส่งหนังสือเพลงมาให้ฉัน

      “เพลงในนี้ผมเล่นได้หมดเลย ลองหาๆดูนะครับ หรือจะให้ผมเลือกให้?”

      “คุณเลือกเลยก็ได้ค่ะ ฉันไม่รู้จะร้องเพลงอะไร”

      ฉันไม่ได้สนใจมองซักเท่าไหร่ สนใจแต่คนพวกนั้นที่กำลังเดินมองหาฉันอยู่

      “งั้นเอาเพลงนี้ละกันครับ”

      เขาชี้ไปที่หนังสือเพลง ฉันเหลือบไปเห็นเป็นเพลงที่มินนี่เคยเอามาเปิดให้ฟังพอจำเนื้อได้ก็เลยพยักหน้าไป

      “คุณดูกังวลนะครับ”

      ฉันได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน

      “ฉันแค่ตื่นเต้นนิดหน่อย”

      “ไม่เป็นไร ถ้าคุณร้องไม่ได้ เดี๋ยวผมร้องช่วยเอง ผ่อนคลายเถอะคนสวย”

      จากนั้นเขาก็เริ่มเล่นคีย์บอร์ด เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น คนในร้านก็หันมาสนใจฉัน รวมถึงคนพวกนั้นที่ยืนจ้องฉันที่อยู่บนเวทีเหมือนกับว่าถ้าฉันลงไปฉันเสร็จพวกเขาแน่ๆ

      “      ทรมานไปทั้งหัวใจทุกครั้งที่เราได้ชิดใกล้ แต่พูดความจริงไม่ได้

            ได้แต่เก็บอยู่ข้างใน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เธอจะรู้หัวใจ ” 

      เสียงคีย์บอร์ดยังเล่นตามจังหวะไปเรื่อยๆ แม้คนข้างล่างจะจ้องมองฉัน แต่ฉันก็ไม่มีเวลามองสนใจมาก และก็ร้องเพลงอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะกังวลอย่างอื่นอยู่

      แต่ประตูร้านเปิดอีกครั้ง พร้อมกับบุคคลที่ทำให้ฉันหยุดสายตามองอย่างตกใจ เมื่อคนที่เข้ามาใหม่คือ วงรันเวย์

      “ได้โปรดมองในตาฉัน มองที่ตรงนั้นเธอคงพอเข้าใจ

      สิ่งที่เธอได้มองเห็น คนที่เธอเห็นช้ำไปทั้งใจ”

      พวกรันเวย์มองฉันอย่างสงสัย ฉันอ่านปากจากแพนเดียร์ได้ว่า พระพายมาทำอะไรที่นี่ ฉันกับพีคเราจึงสบตากันโดยบังเอิญ

      แล้วตอนนั้นมันก็ทำให้ฉันรู้ว่า เพลงที่ฉันกำลังร้องอยู่ มันช่างตรงกับเสียงหัวใจของฉันเหลือเกิน..

      “      อยากให้เธอได้ยินเสียงในหัวใจ ว่ามันรักเธอแค่ไหน

      แต่ก็ไม่รู้ต้องทำยังไงให้เธอได้รับฟัง

      อยากให้เธอได้ยินทุกความรู้สึก ส่วนลึกในใจของฉัน ว่ารักเธอ

            รักเธอคนเดียว แต่ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไร..

      ในระหว่างที่ฉันร้องเพลง ฉันได้แต่มองไปที่พีคนิ่งซึ่งเขาเองก็มองฉันตอบ ฉันเดาว่าตอนนี้ฉันคงทำหน้าเหมือนอยากพูดอะไรกับเขาแต่ก็เหมือนติดอยู่ที่ปาก ไม่รู้ว่าเขาจะรู้หรือเปล่า ว่าเพลงที่ฉันร้องตอนนี้กำลังสื่อถึงหัวใจของฉันอยู่..

      แต่เมื่อร้องเพลงจบทำให้ฉันต้องกลับมาสนใจกับสถานการณ์เดิมคือคนพวกนั้นกำลังรอฉันอยู่ที่ข้างเวที ฉันอยากจะหันไปบอกคนที่ชื่อพัด ว่ามีคนตามฉันอยู่ แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงเพราะไม่อยากให้เขาเกิดอันตรายไปด้วย ถ้าเขาเกิดเป็นศัตรูของป๊าที่ตามเจ้เพทมา ต่อให้ต้องจับฉันไปกลางผู้คน คนพวกนี้ก็คงทำ ฉันเคยเห็นมาก่อนว่าศัตรูของป๊าน่ากลัวแค่ไหน เพราะงั้นฉันจึงไม่อยากเสี่ยง

      วูบหนึ่ง เสียงหัวใจฉันบอกให้ขอความช่วยเหลือจากพีค.. แต่มันก็ขัดแย้งกับตัวฉันอีกครั้ง ว่าถูกแล้วหรอที่จะเอาเขามาเสี่ยงด้วย

      เมื่อกี้ฉันลองพยายามโทรหาเฮียเพลิงกับเจ้เพทอีกครั้ง เจ้เพทปิดเครื่อง ส่วนเฮียเพลิงเองก็ไม่รับ แล้วฉันจะทำยังไง

      เมื่อคนพวกนั้นยืนรอฉันอยู่ข้างเวที มันก็ไม่มีทางเลือกที่ฉันจะกระโดดลงตรงข้างหน้าเวที! ฉันถลกกระโปรงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ

      “คนสวยครับ ทางลงมันอยู่ตรง..เฮ้ย เดี๋ยวๆทำอะไรครับ!

      ฉันกระโดดลงไปหน้าเวทีโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น แม้ว่าจะสะดุดล้มตอนลงนิดหน่อยเพราะกระโปรงที่ยาวมาก แต่ฉันก็กัดฟัน รีบออกวิ่งให้เร็วที่สุด

      วิ่งไปที่โรงแรม แล้วฉันจะรอด!

      “ตามไป!

      คนพวกนั้นรีบวิ่งตามฉันมาแทบจะทันที ฉันเองก็รีบวิ่งอย่างสุดฝีเท้าแม้ว่ารองเท้ากับชุดของฉันจะไม่อำนวยเลยก็ตาม

      “โอ้ยรองเท้าบ้า!

      ฉันสบถเสียงดังอย่างไม่เกรงกลัวผู้คนที่มองตามตามทาง แต่ก็ไม่มีเวลามากพอที่จะถอดรองเท้าออกตอนนี้ จึงต้องจำใจวิ่งต่อไปเรื่อยๆปล่อยให้รองเท้ามันกัดไป

      “หยุดนะ ยอมมากับพวกเราดีๆซะ!

      คนพวกนั้นตะโกนตามหลังฉันมา ยอมก็บ้าแล้วสิ!

      ฉันรีบเหยียบเบรคทันที เมื่อเห็นว่ามีคนของพวกนั้นยืนเฝ้าหน้าโรงแรมอยู่เหมือนเดิม ฉันรีบวิ่งไปฝั่งตรงข้ามทันที เมื่อโดนดักข้างหลัง

      ปี๊นๆ!

      “อยากตายหรือไงหนู!

      เสียงรถร้องระงม เมื่อฉันวิ่งตัดหน้าจนทำให้รถจอดกันเป็นแถบ แต่เพราะความโง่ของฉันเอง ทำให้ถูกไล่ต้อนมาจนทางตัน

      ฉันยืนพิงติดกำแพงในขณะที่คนพวกนั้นค่อยๆย่างก้าวมาหาฉันอย่างใจเย็น

      “พวกแกต้องการอะไร”

      “เราก็แค่ต้องการตัวคุณหนูไปต่อรองอะไรบางอย่าง อยู่เฉยๆดีกว่านะครับ เราไม่ได้อยากทำให้คุณเจ็บตัว”

      ชัดขนาดนี้ คงเป็นศัตรูของป๊าแน่แล้ว และคงมาเพราะตามเจ้เพทมาด้วย เพราะลำพังตัวฉันไม่เป็นที่จับตามองมากในวงการของป๊าหรอก ฉันก็แค่เด็กสาวขี้โรคคนหนึ่งแค่นั้น

      “แล้วถ้าฉันไม่ยอมล่ะ” ฉันพยายามถ่วงเวลาและแอบเอาโทรศัพท์ที่ซ่อนอยู่ข้างหลังกดโทรหาเฮียเพลิงอีกครั้ง

      หนึ่งในพวกนั้นที่เป็นฝ่ายพูดกับฉันหัวเราะขึ้นมาอย่างตลก

      “คุณหนูมีอะไรมาต่อกรกับพวกเรากัน”

      ว่าจบก็เลิกเสื้อสูทขึ้นมานิดหน่อยให้ฉันรู้ว่าเขามีปืนอยู่ แค่วิ่งตามจับฉันนี่ถึงขนาดต้องใช้มันเลยหรือไงนะ

      ปึก!

      ฉันตะลึงเมื่อมีใครซักคนเอาไม้ฟาดเข้าที่คนพวกนั้น แถมยังใช้เท้าถีบอีก เมื่อฉันรู้ว่าเป็นใครฉันถึงกับร้องห้ามเสียงหลง

      “อย่านะพีค มันมีปืน!

      เมื่อเขาถีบคนสุดท้ายจนล้มลงไปเสร็จ เขาก็รีบเข้ามาดึงมือฉันเพื่อพาวิ่งทันที

      เขาตามฉันมาหรอ?

      “ศัตรูเยอะจังเลยนะ”

      พีคประชดประชันในขณะที่พาฉันวิ่งไปอีกฝั่ง ก่อนจะพาหลบเข้าซอกตึกหนึ่งที่มืดๆ ฉันได้ยินเสียงคนพวกนั้นวิ่งหอบผ่านเราไปโดยไม่รู้กับเสียงเอะอะโวยวาย วินาทีนั้นฉันไม่ได้สนใจเสียงรอบๆเท่าไหร่ ฉันสนใจแต่เสียงหอบหายใจของผู้ชายตรงหน้ามากกว่า

      ไม่น่าเลย..เราไม่น่าเจอกันอีก

      พอคนพวกนั้นพ้นไป ฉันจึงได้ออกจากซอกตึกโดยกลั้นใจไม่พูดกับเขาซักคำ ทั้งที่ในใจมีคำพูดมากมายที่ต้องการจะบอกเขาอยู่เต็มไปหมด แต่ปราการนั้นก็เหมือนจะสิ้นสุดลงเมื่อเขาคว้าข้อมือฉันเอาไว้ทันก่อนที่ฉันจะเดินออกไป

      “ไม่คิดจะขอบคุณกันซักคำหรือไง” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

      “โอ๊ย!

      ฉันเผลอร้องขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อฉันก้าวกลับไปหาเขาพบว่าตอนนี้รองเท้าตัวดีมันกัดเท้าของฉันซะยับเยินไปหมดแล้ว

      อีกทั้งฉันรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นเร็วขึ้นจากการวิ่งจนมันทำให้ฉันหอบแรงขึ้นเรื่อยๆ

      “เธอเป็นอะไร”

      พีคเห็นสีหน้าไม่ดีของฉัน จึงพาฉันออกมาจากซอกตึกนั่น และประคองฉันออกมานั่งที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ก่อนที่ตัวเขาจะเดินเข้าไปในนั้น

      ไม่น่าเลย..ฉันได้แต่คร่ำครวญกับตัวเองในใจ ฉันเริ่มหอบหายใจหนักขึ้นอย่างน่าใจหาย

      แล้วฉันก็รู้สึกถึงผ้าเย็นๆที่ตอนนี้มันประคบอยู่ข้างแก้มฉันอย่างแผ่วเบา

      “หายใจเข้าลึกๆ” ฉันทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย แม้จะไม่คิดว่ามันได้ผลเท่าไหร่นัก

      เขาค่อยๆใช้ผ้าเย็นๆที่ชุ่มไปด้วยน้ำ เช็ดหน้าฉัน แล้วค่อยไล่ลงมาที่แขน ก่อนจะก้มลงถอดรองเท้าของฉันอย่างแผ่วเบา พบว่ามันเป็นอย่างที่ฉันคาดไว้ คือรองเท้ามันกัดจนฉันข้อเท้าถลอกปอกเปิกไปหมด พีคก้มลงประคบเท้าของฉัน แต่ฉันแทบจะยกเท้าหนีเพราะมันแสบมาก พีคจึงจับเท้าของฉันเอาไว้ก่อนจะเงยขึ้นมาส่งสายตาดุให้อยู่นิ่งๆ

      “เราไม่น่าเจอกันอีกเลย” ฉันพูดขึ้นมาลอยๆ พร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นอยู่ตรงหางตา

      ยิ่งเจอ..ฉันยิ่งตัดใจยาก

      “หรอ”

      พีคแค่รับคำสั้นๆก่อนจะเดินเอารองเท้าของฉันไปทิ้งถังขยะ

      “แล้วแฟนหรือพี่เธอไม่คิดจะมาปกป้องหน่อยหรือไง ถึงได้ทิ้งเธอไว้กับชุดแบบนี้”

      เขาไล่มองชุดของฉันที่ทั้งเว้าหน้าและหลังแล้วส่ายหน้า

      

      ฉันเงียบไป เพราะไม่อยากเลย..ไม่อยากจะสานอะไรต่อกับคนตรงหน้าไปมากกว่านี้แล้ว คิดไว้เสมอ ยิ่งนานยิ่งทำให้เขาเจ็บ

      เมื่อเห็นว่าฉันไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ เขาจึงถอนหายใจ

      “เดี๋ยวไปส่งที่เดิม”

      “ไม่ต้องหรอก”

      คราวนี้ฉันรีบพูดแทบทันที แค่ตอนนี้ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวจะทนได้หรือเปล่าที่จะต้องเริ่มจากเขาอีกครั้ง

      แต่ดูเหมือนว่าพีคจะไม่เคยฟังคำพูดของฉันเลยซักครั้ง เขากลับถอดเสื้อเชิ้ตมาคลุมไหล่ของฉัน ส่วนตัวเองก็เหลือเพียงแค่เสื้อกล้าม ก่อนจะหันหลังย่อตัวให้ฉัน

      ฉันมองเขาอย่างอึ้งๆไม่อยากจะเชื่อว่าเขายังคงทำอะไรแบบนี้ให้ฉันอยู่

      “ฉันบอกว่าไม่ต้องไง”

      พูดจบฉันก็ลุกขึ้นหนีเขาทันที แต่ก็ไม่ทันเขาที่ดึงแขนฉันไว้อยู่ดี

      “จะอะไรกันนักหนากับการช่วยเหลือของฉัน รังเกียจกันมากหรือไง!” พีคเริ่มเสียงดังด้วยความไม่พอใจ

      เปล่า..ตรงกันข้ามเลยต่างหาก

      “ถ้าไม่ขึ้นมาดีๆฉันจะแบกเธอขึ้นหลังเดี๋ยวนี้ล่ะ จะเอายังไง!

      คำพูดของเขาเหมือนเด็กที่โดนขัดใจ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงหัวเราะเอ็นดูกับท่าทางของเขา แต่ตอนนี้..มันไม่ใช่เลย

      เขาย่อตัวลงอีกครั้งตรงหน้าฉันก่อนจะพูดเสียงเด็ดขาด

      “เลือกดีๆ”

      ฉันได้แต่ถอนหายใจ ปล่อยตัวปล่อยใจของตัวเองอีกครั้งไปกับแผ่นหลังของพีค เมื่อเห็นว่าฉันกอดคอเขาแล้ว เขาจึงค่อยๆลุกขึ้นแล้วใช้แขนทั้งสองข้างกั้นขาของฉันไว้เพื่อไม่ให้ตก

      เราสองคนเดินไปท่ามกลางความเงียบ ฉันกอดคอมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากปล่อยมือ แต่ไม่ปล่อยก็ทำไม่ได้อยู่ดี..

      “ตัวเธอเบาขึ้นนะ ดมข้าวแล้วเอาไปเททิ้งหรือไง-_-

      ฉันอดที่จะหัวเราะกับคำพูดของเขาไม่ได้ ขนาดตอนนี้เขายังแคร์ฉันมากถึงขนาดนี้ มันก็ดีมากแล้วล่ะ..

      แต่ก็ไม่มีทางเลย ไม่มีทางที่เราจะได้รักกันดีๆ ต่อให้เฮียเพลิงไม่ห้าม ต่อให้แม่ไม่ได้ขอร้องฉันเอาไว้ ก็ไม่มีทางเลยที่ฉันจะไม่ทำให้เขาเจ็บปวด..

      เมื่อคิดอย่างนั้นน้ำตาของฉันก็ไหลลงไปโดนต้นคอของเขาอย่างไม่รู้ตัว

      “ร้องไห้ทำไม” พีคถามขึ้นแทบจะทันที

      “เปล่า น้ำลายหก” ฉันตอบพร้อมหัวเราะ แม้มันจะเป็นเสียงหัวเราะที่ฝืดมากก็ตาม

      “ไม่อยากขึ้นหลังของฉันขนาดนั้นเลยหรือไง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงขัดใจอีกครั้ง

      “ก็แค่ดีใจที่นายไม่ได้เกลียดฉัน”

      น้ำเสียงที่จริงจังของฉันคงทำให้เขาดูชะงักไปแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

      “ขอบใจนะ” ฉันพูดต่อ แล้วยกมือข้างหนึ่งปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ “ขอบใจจริงๆ”

      “เลิกกับฉันไปนี่ กลายเป็นคนขี้แงขึ้นเยอะเลยนะ”

      น้ำเสียงของเขาที่ดูอ่อนลงกว่าเดิม ทำให้ฉันเผลอก้มหัวลงซบแผ่นหลังเขาอย่างลืมตัว

      ปราการทุกอย่างที่พยายามจะสร้างกันเขาไว้เพื่อไม่ให้กระทบกับความเจ็บปวดเหมือนพังลงมาเรื่อยๆ เพราะหัวใจของฉันมันอ่อนแอเอง

      ขอแค่วันนี้อีกซักวัน..จะมากเกินไปหรือเปล่า

 





มาต่อกันอย่างรวดเร็ว เพราะจบค้างไว้ ไม่อยากให้ค้างนาน 555

รู้สึกชอบตอนนี้เป็นพิเศษ ชอบฉากขี่หลังทั้งพาทอดีตแล้วก็ปัจุบัน

เป็นความแตกต่างที่เหมือนกัน คือต้องกลับมาเจอสถานการ์ณเดิม

แต่อะไรๆกลับไม่เหมือนเดิมซะอย่างงั้น

ที่เหมือนเดิมก็คงเป็นความกวน..ของพี่พีคแก 5555

แต่โนฟูลชอบคาแรคเตอร์ของพี่พีคนะ เป็นผู้ชายแข็งนอกอ่อนในน่ารักดี

ส่วนแม่นางพระพายก็เป็นผู้หญิงอ่อนนอกแข็งใน แต่ก็เข้ากันได้เนอะ 555

พาทอดีตเป็นอะไรที่เขียนไปแล้วแบบ ถ้าไม่สร้างให้พลอตเป็นแบบนี้

สองคนนี้คงสวีตกันน้ำตาลขึ้นไม่แพ้คู่แพนเดียร์แน่ๆ=_=

แก้ข่าวแทนแม่นางแพนเดียร์หน่อย นางไม่ได้คิดอะไรหรอก คนในวงกันเน้อ

จะให้มาพี่ดาร์กมาระแวงกันไปมา คงเป็นไปไม่ได้ วงนี้เขารักกัน

ทำอะไรกันก็ต้องไว้ใจ ใช่มั้ยๆ >_<

แต่แพนเดียร์ก็คงยังไม่รู้ต่อไป ว่าตัวเองแอบเป็นชนวนให้คู่นี้เขาดราม่ากัน 555

ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนให้แพนเดียร์ผจญอะไรหรอกค่ะ แค่ให้ดูภาพของคนภายนอกที่มองมา

ข่าวที่ไม่ได้กรองทำให้มันออกมาเป็นเหมือนแพนเดียร์นางกิ้กทั้งวง เอ้าาา ก็เขาสนิทกั๊น

มีคนถามมาตอนที่แล้ว พี่ยูเคไปไหน มีแต่คนรอให้พี่ยูเคออก จะฮอตไปไหนเนี่ยพ่อคุณ

พี่ยูเคไปเตรียมตัวของตอนตัวเอง ตอนพี่พีคเลยออกน้อยไปนิด

เพราะไม่มีตังค์จ่ายค่าตัวพ่อคุณ -_- 5555 ล้อเล่น

พล่ามมาซะยาว มีโบนัสมาให้



 

 

 อ๊ากๆๆ ไปเจอภาพมาาา น่ารักกกก

แล้วมันเข้าดีก็เลยเอามาใส่คำพูดแล้วก็ลงสีนิดหน่อยเพิ่มอรรถรส

ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาจากเรื่องอะไร


ขออนุญาติเจ้าของภาพไว้ที่นี้ด้วยน้า (_/\_ )

ติดตามต่อไปว่าจะยังไงต่อด้วยนะคะ ชอบก็เม้น ก็โหวตกันตามสะดวกเน้อ

มีคำผิดเดี๋ยวตามมาแก้ 


ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณที่บอกว่ามารอให้เรื่องนี้ออกตอนใหม่ 

ทั้งๆที่นังโนฟูลก็ตั้งใจจะดองT^T อัพจนกว่าจะมาจี้ตูดตอนล่าสุดที่แต่งก็แล้วกัน 555
 
เจอกันตอนหน้า รักทุกคนค่ะ 




 
 
:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

553 ความคิดเห็น

  1. #548 411nidtop (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 15:32
    งือ อยากจิร้องไห้
    #548
    0
  2. #507 ชานหยอยเอ๋อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 18:41
    เจ้แต่งดีมากกกก อินตั้งแต่บทนำละ 
    ร้องไห้มาหลายบท แหะๆๆ เศร้ามากถึงอารมณ์จริงๆ
    #507
    0
  3. #443 Alien-UFO (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 18:23
    อยากอ่านของเฮียเพลิงแล้วอ่า แต่ก้ไม่อยากให้เรื่องนี้จบอ่ะT^T ตอนจบอย่าดราม่านะ แฮปปี้ๆได้แล้ว
    #443
    0
  4. #425 루한 ♡ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 21:10
    ฮือออออออซึ้งอ่าาาาา 
    ซึ้งมากกกกกกกกกกกกกกก
    ยิ่งตอนพระพายร้องเพลงนี่แบบบบบ ฮืออออออออออ

    #ไรท์แต่งเก่งมากกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #425
    0
  5. #182 BEAM (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มกราคม 2557 / 23:42
    โอ๊ย น้ำตาไหล ซึ้งอ่ะ เขินจัง
    #182
    0
  6. #141 patrr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 23:02
    รออยู่น้าาาา
    #141
    0
  7. #125 a-vs (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 17:21
    Wait.. T
    #125
    0
  8. #123 ซังเล้งงงงงงงงงงงง' (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 18:28
    รอออออออออออออ
    #123
    0
  9. #122 ซังเล้งงงงงงงงงงงง' (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 18:26
    รอออออออออออออ
    #122
    0
  10. #121 Sweet my Melody (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2556 / 19:03
    ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆ เพลงเพราะๆ และภาพสวยๆนะคะ
    รีบกลับมาอัพนะไรท์ รอและเป็นกำลังใจให้คะ
    #121
    0
  11. #120 เต็มสลึง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2556 / 20:40
    แงงง
    สงสารนางเอก สงสารพระเอก
    TT-TT
    #120
    0
  12. #117 Destiny (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2556 / 20:16
    สู้ๆนะคะไรท์เตอร์ รออยู่นะคะ

    #117
    0
  13. #116 fern (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2556 / 20:06
    ชอบบบบบบบ ><

    รอนะคะะ
    #116
    0
  14. #115 Warnwarn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2556 / 08:00
    สู้ๆนะไรเตอร์เป็นกำใจให้ค่ะ^^~
    #115
    0
  15. #112 ซังเล้งงงงงงงงงงงง' (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 07:13
    สนุกมากเลย
    ไรเตอร์แต่งได้ดีมากกกก
    รีบมาอัพเร็วๆน่ะค่ะ มารอทุกคนเลยยยย
    #112
    0