WHY? รักไม่ได้ [END]

ตอนที่ 3 : Chapter : 2 พูดในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    18 ธ.ค. 56

2

06.10.13

 



ฉันยังเหมือนเดิมรู้หรือเปล่า? ยังคงลืมไม่ลง..

ฉันยังรักเธอ เธอรู้ไหม? รู้ฉันรู้ ฉันคงได้แต่แค่พูดในใจ

ใจยังคงไม่ลืม ฉันยังเหมือนเดิม เธอรู้ไหม

พูดได้แค่ในใจ ทำได้เท่านี้จริงๆ...


 

      “เลิกยุ่งกับมัน”

      “ไม่เอานะเฮีย พระพายไม่เลิก พระพายรักพีค!

      “พระพาย! พระพายรักมันมากกว่าเฮียอีกหรอ”

      ..มันไม่เหมือนกัน ฮึก”

      “เพลิง พูดกับน้องดีๆลูก ฮือๆๆ”

      เสียงร้องไห้ของแม่ยังคงดังไม่หยุด

      “มันมีแต่จะทำให้พระพายแย่กับแย่”

      “พระพายรู้ แต่พระพายเลิกรักพีคไม่ได้จริงๆ”

      ฉันยังคงดื้อดึงจนเฮียเพลิงเองก็คงทนไม่ไว้จึงตรงเข้ามาเขย่าตัวฉันอย่างโกรธจัด เฮียเพลิงตอนนี้ดูน่ากลัวอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

      “พระพายเห็นผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตแค่ไม่กี่เดือนดีกว่าเฮียกับแม่หรือไง ถึงได้ยอมทำร้ายตัวเองแบบนี้!

      ฮือ” ฉันทำเพียงแค่ส่งเสียงสะอื้นเบาๆไปให้เพราะฉันเองก็พูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว

      “เพลิงพอแล้วลูก น้องเจ็บ”แม่ตรงเข้ามากอดฉันเพราะกลัวฉันจะเป็นอะไรไปอีก เฮียเพลิงผงะออกเหมือนรู้สึกตัวว่าได้ทำรุนแรงกับฉันไป

      เป็นครั้งแรก..ที่ฉันได้เห็นน้ำตาของเฮียเพลิง แม้จะไม่มีเสียง แต่เฮียเพลิงร้องไห้ เพราะฉัน แม่ก็ร้องไห้ เพราะฉัน..

      แกมันเลวจริงๆพระพาย..จะเกิดมาเพื่อทำให้ทุกคนเสียใจหรือไง แกจะเกิดมาทำไม?

      “พาย แม่ขอร้อง..

      

      “แม่ขอร้อง เลิกยุ่งกับเขา แม่ขอร้องนะลูก..

      แม่ได้แต่พูดคำนี้ซ้ำไปซ้ำมาปนด้วยเสียงสะอื้น จนฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่อกตัญญูที่สุดในโลก..

 

 

       เฮือก!

      ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างตกใจจนเกิดอาการหอบ ฉันรีบคว้ายาข้างๆมาฉีดแทบไม่ทัน

ฝันร้ายอีกแล้ว..

      ฉันอ่อนแอจนรังเกียจตัวเอง อยากตายก็ตายไม่ได้

      ฉันไม่อยากให้เฮียพระเพลิงเสียใจ ไม่อยากให้แม่ต้องร้องไห้ หรือถ้าฉันตายไป พวกเขาอาจจะเสียใจแค่ครั้งเดียวก็ได้ แม่คงไม่ต้องมาร้องไห้ซ้ำๆอีก

      “อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

      ฉันเดินลงมาพร้อมสีหน้ายิ้มแย้มที่สุดเท่าที่จะยิ้มได้ ตอนนี้ฉันอยู่บ้านกับเฮียพระเพลิงแค่สองคน เพราะแม่ไปติดต่องานที่ฮ่องกง ซักอาทิตย์คงกลับ

      เฮียเพลิง(ขอเรียกสั้นๆแล้วกัน)มองหน้าฉันก่อนจะก้มลงไปกินอาหารเช้าต่อ

      ฉันถอนหายใจอีกครั้ง สงสัยเฮียคงยังเคืองเรื่องที่ฉันไปแลกเปลี่ยนอยู่ เมื่อวานกว่าจะกลับมาก็เกือบไปเหมือนกัน มีแต่คนเขม่นทั้งโรงเรียน-_- ดีที่จอมทัพเพื่อนของเฮียเพลิงมารับฉันทันก่อน จอมทัพอายุเท่ากับฉัน แต่เพราะเล่นกับเฮียเพลิงและฉันมาตั้งแต่เด็กๆ จึงเป็นเหมือนเพื่อนกัน

      เฮียเพลิงเป็นผู้ชายที่หล่อมากคนหนึ่ง มีความเป็นผู้ใหญ่สูง แต่ชอบมีเรื่องต่อยตีเป็นที่สุด อาจเป็นเพราะเฮียเพลิงได้เลือดของป๊ามาด้วยแหละมั้ง ป๊าของฉันทำธุรกิจอย่างถูกกฏหมายก็จริงแต่เป็นธุรกิจที่มีการขัดผลประโยชน์ไปมาจนต้องมีเรื่องบ่อยมาก จะเล่าให้ฟังอีกทีว่าฉันกับเฮียเพลิงเป็นลูกของเมียคนที่สองของป๊า คือแม่ใหญ่ที่อยู่ฮ่องกงกับป๊ามีลูกด้วยกันแต่เป็นลูกสาวชื่อเพทาย เพราะอย่างนั้น เฮียเพลิงก็เลยได้สืบทอดธุรกิจของป๊าอยู่ดีเพราะเป็นลูกชาย ส่วนแม่ใหญ่กับครอบครัวฉันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันด้วย เพราะคนจีนถือเป็นเรื่องธรรมดามั้งที่สามีจะมีบ้านเล็ก ไม่ได้มีปัญหา แต่ก็ไม่ได้รักใคร่กลมเกลียวกัน

      ฉันเดินไปกอดคอพี่ชายตัวเองจากด้านหลังอย่างเอาใจ

      “เฮีย อย่าโกรธพระพายเลยนะ ดีกันเถอะ”

      เฮียเพลิงยังคงนิ่ง ฉันเลยต้องเพิ่มลูกอ้อนเข้าไปอีก

      “พระพายบอกแล้วไงจะไม่สานต่อ เฮียอยากให้พระพายเครียดหรอ..” ฉันทำเสียงอ่อน

      เฮียมองหน้าฉันแล้วถอนหายใจ

      “เออๆ ดีก็ได้ ไปนั่งที่ดีๆไป ไม่ต้องมาอ้อน-_-” เฮียเพลิงว่าก่อนจะตักซุปตัวเองเข้าปากฉันหนึ่งคำ ฉันหัวเราะเบาๆก่อนจะยอมไปนั่งที่แต่โดยดี

      “แล้วเมื่อวานมีใครทำอะไรเราหรือเปล่า”

      เฮียเพลิงถามขึ้นเมื่อขับรถมาแวะส่งฉันที่วาเลนเซียร์ก่อน ฉันส่ายหน้ากับคำถามของเฮีย

      “ถ้าเราเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียว เฮียจะให้ออกทันที เข้าใจนะ” เฮียเพลิงบอกเสียงเข้ม

      “เข้าใจแล้วค่ะ” ฉันตอบพร้อมยิ้มเพื่อให้เฮียเพลิงสบายใจ

      “ไม่เข้าใจจะอยากไปเจออะไรมันนักหนา มีแต่จะทำให้เราแย่ลง-_-

      “เอาน่าเฮีย อย่าหน้างอคอหักสิคะ”ฉันยิ้มล้อๆก่อนจะดึงแก้มเฮียเพลิงเบาๆ นี่ถ้าเป็นคนอื่นบอกได้เลยว่าคงโดนบีบคอหลุดไปแล้ว

      “ถึงแล้ว ไปได้แล้วไป แล้วเลิกเรียนถ้าเฮียไม่มาไอ้จอมก็มานะ”

      “รับทราบแล้วค่ะพ่อ”

      “ตลก-_-

      ฉันลงจากรถมาแล้วเดินเข้าโรงเรียนมาพร้อมสายตาคนที่มองฉันอย่างแปลกๆ ก็แน่ล่ะสิยูนิฟอร์มสีแดงหม่นแปลกตาขนาดนี้แถมผมสีแดงนี่อีก=_=

      เพราะเมื่อวานฉันเข้าเรียนสายทำให้ยังไม่มีโอกาสไปรายงานตัวที่สภาวันนี้ฉันก็เลยต้องเดินไปก่อน เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ในห้องและหันมามองฉันเพราะเสียงประตู

      อยากจะกรี๊ด โรงเรียนวาเลนเซียร์นี่มีนักเรียนน้อยนักหรือไงนะ

      ยูเค..

      ยูเคมองฉันด้วยสายตาประหลาดใจนิดหน่อย คงเพราะอาจจะได้ยินจากไวท์มาแล้ว เลยทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่พูด

      “อ้าวเธอที่มาแลกเปลี่ยนใช่มั้ย” ฉันหันไปตามเสียงเรียกก็พบผู้หญิงคนหนึ่งผมยาวดำสนิทผิวขาวสวย หน้าตาออกดุๆนิดหน่อย

      “ฉันเพฟนะ เป็นประธานนักเรียนของที่นี่ เรื่องเมื่อวานที่เธอไม่มารายตัวฉันทราบเรื่องแล้วล่ะ วันนี้ฉันจะให้ยูเคพาเธอไปแนะนำเรื่องต่างๆของโรงเรียนก็แล้วกัน แล้วก็นี่” เพฟยื่นกุญแจให้ฉันดอกหนึ่ง “นี่เป็นกุญแจห้องสภาเก็บติดตัวไว้ มาใช้ได้ตามสะดวกเลย แล้วมีเรื่องอะไรสงสัยก็ถามฉันได้”

      เพฟดูเป็นประธานนักเรียนที่คล่องแคล่วมาก ผิดกับโรงเรียนฉันที่ประธานนักเรียนไม่เคยทำอะไรเฮียเพลิงได้ด้วยซ้ำ มีแต่ฉันนี่แหละที่ต้องคอยจัดการ เพราะผู้ชายเกือบครึ่งโรงเรียนเกรงกลัวเฮียเพลิงกันทั้งนั้น ทำให้เกรงกลัวฉันไปด้วย

      “ขอบคุณมากค่ะ” ฉันกล่าวขอบคุณกับเธอ ก่อนจะหันไปมองยูเคอย่างประหม่า “อันที่จริงให้ฉันเรียนรู้เองก็ได้ ฉันไม่อยากรบกวน” ฉันไม่อยากเจอยูเคต่างหากล่ะ

      “ไม่เป็นไรๆ ให้ยูเคไปด้วยน่ะดีแล้ว เขาคอยดูแลทุกฝ่ายอยู่ น่าจะแนะนำเธอได้ดีที่สุด ยูเคนายว่างใช่มั้ย”

      “อืม” ยูเครับคำสั้นๆก่อนจะเดินนำฉันออกไป ฉันได้แต่มองอย่างรู้สึกวิตก เฮ้อ..

      “ตามมาสิ” ยูเคย้ำอีกที ฉันจึงจำใจต้องยอมเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้

ยูเคอธิบายคร่าวๆเกี่ยวกับโรงเรียนและระบบต่างๆรวมถึงการทำงานของสภาให้ฉันฟังคร่าวๆฉันได้แต่อึกอักฟังบ้างไม่ฟังบ้าง

      “เอาล่ะ ฉันอธิบายให้เธอฟังหมดแล้ว มีเรื่องหนึ่งที่เธอต้องอธิบายให้ฉันฟังบ้าง”

      

      “เธอมาที่นี่ทำไม”

      นั่นไง..คำถามที่ฉันหนักใจที่สุด

      “ก็มาแลกเปลี่ยนไงคะ”

      “อย่ามาเฉไฉ เธอก็รู้ว่าที่นี่มีใครอยู่บ้าง และอันตรายแค่ไหน” พี่ยูเคขมวดคิ้วมองฉันอย่างจับผิด ฉันได้แต่ถอนหายใจเบา ฉันคงปิดเขาไม่ไหว อย่างน้อยถ้าเขารู้สักคนมันอาจจะทำให้เขากันฉันให้ไม่ไปใกล้กับพีคมากก็ได้

      “ฉันอยากเจอเขา” ฉันพูดออกไปตามตรง

      “แล้วเธอทิ้งมันไปทำไม” เป็นคำถามที่ตรงประเด็นไม่อ้อมค้อมอะไรทั้งนั้น-_-

      “ฉันมีเหตุผลบางอย่าง ขอร้องล่ะ ฉันแค่ต้องการจะบอกลาเขา ฉันไม่ได้ต้องการมารื้อฟื้นอะไร เพราะฉะนั้น อย่าถามอะไรไปมากกว่านี้เลยนะ” ฉันมองยูเคด้วยสายตาเว้าวอน จนในที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมา

      “ก็ได้ ถ้าเธอต้องการอย่างนั้น ไม่ว่าเธอจะอยากเจอมันเพราะเหตุผลอะไร ฉันหวังว่าเธอจะไม่มายุ่งกับมันอีก เพราะฉันไม่อยากให้มันกลับไปเป็นไอ้บ้าเหมือนเมื่อสองปีก่อน”

      จุก จนพูดอะไรไม่ได้ แต่ก็พยักหน้ารับไป

      “ขอบใจนะ”

      เมื่อเดินดูโรงเรียนคร่าวๆแล้ว ฉันจึงมาทำหน้าที่แทน..เอ่อ ชื่ออะไรนะ แจมหรือเปล่า กรรมการนักเรียนที่ถูกส่งตัวไปแลกเปลี่ยนกับฉัน เราต้องแลกเปลี่ยนตัวกันทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ ห้องเรียน ชมรม หรืออะไรก็แล้วแต่ พูดง่ายๆคืออยู่ที่นี่แจมทำอะไร ฉันก็ต้องทำอย่างนั้น อยู่ที่นั่นฉันทำอะไร แจมก็ต้องทำแบบนั้น วันนี้เหมือนแจมจะขอแลกเวรตรวจคนมาสายกับใครไว้ฉันก็เลยต้องมาตรวจคนมาสายแทน คนที่โดนกักตัวอยู่ที่หน้ารั้วโรงเรียนมองฉันด้วยสายตาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก ก็บอกแล้ว ว่าวาเลนเซียร์กับคาริเซียร์ไม่ค่อยถูกกัน

      “ชื่ออะไร” ฉันถามคนแรกที่ยืนอยู่หน้าสุด เพราะจะจดลงในสมุด

      “ไม่บอก”

      -_-” ฉันเงยหน้าขึ้นมาทันที ผู้หญิงคนนั้นดัดลอนแต่งหน้าจัดเหมือนไม่ได้มาโรงเรียน ฉันไม่ชินเลยกับคนกวน เพราะที่คาริเซียร์แทบจะไม่มีใครอยากต่อกรกับฉันด้วยซ้ำ

      ฉันไม่อยากมีเรื่องเลยมองที่ปกเสื้อที่ปักรหัสนักเรียนไว้แทน

      “ทำอะไรของเธอน่ะ!” ยัยนั่นโวยวายพร้อมผลักหัวฉันจนหน้าหงาย คนที่อยู่ข้างหลังพากันหัวเราะเยาะเสียงดัง

      “วู้ว ฉันว่าวันนี้เราโชคดีแล้วว่ะที่ยัยเด็กแลกเปลี่ยนนี่มาตรวจคนสาย” ผู้ชายข้างหลังยัยนี่โห่วปากร้อง

      น่ารำคาญกันจริงๆเลย-_-^

      “เธอมาสาย ฉันก็จดชื่อ ฉันทำตามหน้าที่” ฉันพยายามพูดอย่างใจเย็นเพราะไม่อยากมีเรื่อง ถ้ามีเรื่องฉันคงอยู่โรงเรียนนี้ได้อีกไม่นาน

      “ฉันไม่ให้จด จะทำไม” ยัยนั่นคว้าปากกาในมือของฉันไปก่อนจะเขวี้ยงทิ้ง

      -_-

      คนข้างหลังโห่วร้องอย่างสนุกมากกว่าเดิม ส่วนยัยหน้าโบ๊ะนี่(เริ่มโมโห)ก็ยิ้มอย่างน่าตบมากที่สุด

      เอาล่ะ เย็นไว้..พระพาย

      ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ ฉันจึงเดินไปเก็บปากกาที่ยัยนั่นเขวี้ยงอย่างช่วยไม่ได้

      “จะไปไหน”

      “โอ๊ย” ยัยนั่นคว้าผมของฉันแล้วดึงมาหาตัวจนฉันร้องออกมา

      เจ็บนะ!!

      “กรี๊ด” แต่แล้วยัยโบ๊ะนั่นก็ร้องกรี๊ดขึ้นมาจนฉันเอี้ยวตัวหันไปมอง

      พีค..

      เขากำลังบีบข้อมือยัยนั่นที่ดึงผมของฉันอยู่จนยัยนั่นค่อยๆคลายมือออกช้าๆ

      “น่ารำคาญ ฉันจะเข้าโรงเรียน ถ้าเธอไม่อยากก็กลับไปซะ” พีคจ้องยัยโบ๊ะนั่นจนเธอรีบหลบไปข้างหลัง

      จากนั้นเขาก็หันขวับมามองฉันจนฉันสะดุ้ง..

      “รหัส20412 แค่นี้คงพอนะ”

      เมื่อเห็นว่าฉันยังนิ่ง เขาจึงเดินไปที่เก็บปากกาที่ตกแล้วคว้าสมุดของฉันไปจดชื่อกับรหัสนักเรียนของตัวเองลงไปแล้วหันไปมองคนอื่น

      “เฮ้ย พวกแก อย่าทำตัวมีปัญหาให้มากนัก รีบๆบอกชื่อมา!

      จากนั้นคนพวกนั้นก็รีบบอกชื่อกันอย่างเกรงกลัวพีคกันหมด เมื่อเขาชื่อเสร็จเขาก็โยนมาให้ฉันจนฉันเกือบรับไว้แทบไม่ทัน

      “ขอบใจ” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงสั่นๆ  

      อากาศเมืองไทยมันร้อนจนฉันอดยกมือขึ้นมาอังหน้าผากตัวเองไม่ได้

      ฉันเห็นพีคขมวดคิ้วอย่างสงสัย มันยิ่งทำให้ฉันต้องกัดปากตัวเองไว้แล้วค่อยๆเอามือออก

      อย่างน้อยก็เดินไปจากตรงนี้ก่อน..

      เมื่อคิดได้อย่างนั้นฉันจึงพยายามเดินหนีเขาไปให้ได้มากที่สุด ฉันไม่อยากให้เขาเห็นว่าตัวเองอ่อนแอแค่ไหน

      แต่พอจะเดินไปมากกว่านี้ ฉันรู้สึกถึงแรงที่ดึงแขนฉันไว้จนฉันต้องหันกลับมอง

      เขาไม่พูดพร่ำอะไรไปมากกว่านี้ก็ออกแรงลากฉันเดินไปกับเขาได้ไม่ยาก ฉันได้แต่มองเขาอย่างตกใจ

      เขาเดิน..เดินไปเรื่อยๆ

      “ดะ..เดี๋ยว” ฉันร้องห้ามเขาไว้แต่ก็เหมือนเขาไม่ฟังเสียงฉันเลย

      พีคเดินมาเรื่อยๆจนถึงห้องพยาบาล

      “ฉันไม่ได้เป็นอะไร”
      ฉันพยายามจะยื้อแขนตัวเองไว้ แต่สายตาเย็นชาถูกส่งมาหาฉันจนฉันสะท้านไปหมด มันไม่เหลือพีคคนเดิมที่ฉันเคยรู้จักเลยแม้แต่นิดเดียว

      “อย่าดื้อ รำคาญ” ฉันสะอึกกับคำพูดเขาจนเปิดโอกาสให้เขาลากฉันเข้าไปในห้องพยาบาลได้สำเร็จ

      “น่าจะเป็นลมแดดมั้งเนี่ย หน้าซีดๆ ดมยาดมซักพักแล้วก็ไปเข้าเรียนนะ” มิสที่ห้องพยาบาลพูดอย่างใจดีพร้อมลูบหัวฉันเบาๆ

      เมื่อดมยาดมเสร็จซักพัก ฉันจึงขอบคุณมิสก่อนจะเดินออกมาก็พบว่าพีคยังยืนพิงอยู่ประตูหน้าห้องพยาบาล

      เขายื่นสมุดจดรายชื่อให้ฉันโดยที่ไม่ได้หันมามองเลย เมื่อฉันยื่นมือไปรับเขาก็เดินไปทันที

      “พีค” ฉันเรียกเขาอย่างเผลอตัวเมื่อกำลังเดินไป

      เขาหยุดเดินแต่ก็ไม่ได้หันกลับมามอง

      “อย่ามาเรียกชื่อฉัน”

      

      “ฉันเกลียดเธอ”

      .

      .

      “ทำไมมาช้าจัง แล้วทำไมหน้าซีดเป็นอะไรหรือเปล่า”

      เมื่อฉันเข้าห้องมามินนี่ก็ถามด้วยความเป็นห่วง

      “เปล่า” ฉันฝืนส่งยิ้มไปให้มินนี่อย่างช่วยไม่ได้

      ฉันเห็นไปเห็นแพนเดียร์กำลังนั่งหลับ จึงส่ายหน้าเบาๆ ขนาดหลับยังดูดีเลยผู้หญิงคนนี้-_-

      เมื่อถึงตอนพักกลางวัน แพนเดียร์อาสาจะไปจองโต๊ะให้ก่อน ส่วนฉันก็มาเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อนมินนี่ ฉันเลยถือโอกาสถามเรื่องแพนเดียร์กับพีคซะ

      “แพนเดียร์กับพีค..พี่พีคเป็นแฟนกันหรอ”

      มินนี่ที่กำลังล้างหน้าอยู่เงยหน้าขึ้นมาอย่างตกใจ

      “ไปเอาข่าวมาจากไหน มั่วมากO_o

      “หรอ ก็ได้ยินมาน่ะ” ฉันแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง

      “ไม่ใช่หรอก แพนเดียร์เป็นแฟนกับพี่ดาร์ก มือกีตาร์ของวงรันเวย์น่ะ”

      “อ้อ” แล้ว..ทำไมพีคถึงจูบแพนเดียร์?

      มินนี่มองซ้ายมองขวาเหมือนอยากจะพูดอะไร

      “แต่ก็เคยมีข่าวลือนะ ว่าเคยมีเรื่องที่พี่พีคกับพี่ดาร์กต่อยกันแย่งแพนเดียร์ด้วย”

      ฉันชะงักไป

      “เรื่องนี้เคยเป็นทอร์กออฟเดอะทาวน์ของที่นี่มากเลย ก็แหม พี่ดาร์ก พี่พีค กับแพนเดียร์ ดังออกขนาดนั้น ตอนนั้นแพนเดียร์โดนกระแสแอนตี้แรงมากเลยล่ะ กว่าจะผ่านมาได้”

      แปลว่านายคงจะชอบแพนเดียร์สินะ..พีค

      นายคงลืมเรื่องราวของเราไปหมดแล้ว..แต่ก็ดีแล้วนี่ มันควรจะเป็นอย่างนั้น ฉันพยายามพูดปลอบตัวเองอีกครั้ง แต่มันก็ทำใจได้ยากจริงๆ..

      “ว่าแต่พระพายเถอะ ตอนนี้เธอก็เป็นทอร์กออฟเดอะทาวน์เหมือนกันนะ”

      “หืม?”

      “ก็ปกติคาริเซียร์จะส่งผู้ชายมาแลกเปลี่ยนไม่ใช่หรอ แต่ครั้งนี้กลับส่งผู้หญิง”

      “อ้อ เพราะตอนนี้ไม่มีผู้ชายที่คาริเซียร์คนไหนอยากมาแล้วน่ะสิ”ฉันพูดติดตลก

      “บ้าหรอ ผู้ชายโรงเรียนเธอน่ะ เถื่อนจะตาย ไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่กล้า>_<

      “แต่โรงเรียนเธอก็ส่งผู้หญิงไปไม่ใช่หรือไง”

      “นั่นสิ เป็นเพื่อนฉันด้วย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกอาจารย์คิดอะไรอยู่ กรี๊ด ตายแล้ว สามสิบนาทีแล้ว แพนเดียร์คงรอแย่ เราไปกันเถอะ”

      เมื่อเดินไปถึงโต๊ะที่แพนเดียร์จองอยู่ ฉันเห็นคนในวงที่คุ้นเคยกำลังนั่งอยู่รอบโต๊ะ

      “นี่แหละข้อดีของแพนเดียร์ มีผู้ชายหล่อมาให้ฉันได้ใกล้ชิดทุกวันเลย-..-

      “เอ่อ งั้นเดี๋ยวฉันแยกไปกินก็ได้ ฉันไม่ค่อยสนิท เกรงใจน่ะ” ฉันพยายามเลี่ยง

      “ไม่เป็นไรๆ พวกพี่เขาไม่ได้มานั่งกันหมดหรอก มีแต่พี่ดาร์กเท่านั้นแหละ มาเถอะ”

      มินนี่ดึงฉันไปให้เดินไปที่โต๊ะโดยที่ฉันต้องเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้

      “ว่าไงคะหนุ่มๆ” มินนี่เอ่ยทัก

      “ช้าจัง=_=” แพนเดียร์บ่น

      “โทษทีนะ พอดีโม้กับพระพายเพลินไปหน่อย มานั่งนี่สิพระพาย” มินนี่ดึงฉันให้นั่งลงข้างๆ ฉันจึงนั่งลงอย่างช่วยไม่ได้

      “งั้นพี่ไปก่อน แล้วรีบๆขึ้นมาซ้อม” ยูเคคงพยายามเลี่ยงให้ฉัน ฉันรู้สึกขอบคุณเขาอยู่ในใจ เพราะฉันเองก็ไม่พร้อมเจอหน้าพวกเขาเลย

      ความจริงมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดเมื่ออยู่กับสองคนนี้ ฉันคิดว่าฉันต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวมากกว่านี้ซะอีก ฉันไม่ค่อยคบเพื่อนหรอก เพราะเพื่อนในห้องหรือรวมทั้งมินนี่กับแพนเดียร์ก็รุ่นน้องทั้งนั้น ที่นู่นก็มีแต่เพื่อนขี้ประจบที่ชอบพี่ชายของฉันเลยเข้ามาคุยกับฉันนั่นแหละ

      เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนเป็นเวลาชมรม ฉันก็ไม่ได้มีหน้าที่บทบาทอะไรมากนัก เพราะฉันไม่ถนัดเอาซะเลย แม้ว่าแจมจะเป็นประธานชมรมและฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างในการตัดสินใจก็ตาม ตอนนี้ชมรมก็ไม่มีงานอะไรกัน จึงซ้อมวอร์มพื้นฐานไปปกติ ฉันก็เลยบอกให้รองประธานจัดการไปเถอะ ซึ่งเธอก็ดูเกรงๆไม่ค่อยอยากจะคุยกับฉันเท่าไหร่อยู่แล้วก็ยิ่งง่ายสำหรับเธอไปใหญ่ ฉันจึงกลับบ้านเลยทันที เหลือเวลาอีกเท่าไหร่นะ? สี่เดือนหรืออาจจะน้อยกว่านั้นด้วยซ้ำที่ฉันจะได้มาที่นี่อีก อยากจะไปหาเขา แต่ก็ไม่อยากจะเจอเขาอีก คิดแล้วมันช่างสับสนวุ่นวายใจจริงๆ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่แล้วกัน

      คำพูดของเขายังติดอยู่ในหัวฉันอยู่เลย

      ฉันเกลียดเธอ..

      ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดเครื่องเมื่อยืนรอเฮียเพลิงหน้าโรงเรียนซักพักแล้วไม่มีวี่แววว่าจะมาเลย

      (วันนี้ให้ไอ้จอมไปรับแล้วกัน เฮียไม่ว่าง ปล่อยนะ!) ฉันชะงักเมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงเล็ดลอดออกมา มีผู้หญิงที่อยู่ใกล้เฮียเพลิงแล้วร้องขอให้เฮียเพลิงปล่อยด้วยหรอ=_=

      “เฮียอยู่กับใครน่ะ”

      (เปล่า ช่วยด้วยค่ะ ช่วยฉันด้วย! อื้อๆๆ) เปล่าอะไรก็เขาร้องให้ช่วยอยู่นั่น=O=

      “เฮียอย่าทำอะไรเขานะ” ฉันพยายามช่วยพูดเหมือนทุกที แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน

      (เออน่า โอ๊ย..ยัยบ้า!)

      ติ้ด

      ตัดสายไปแล้ว=_=

      ฉันจึงต่อสายหาจอมทัพทันที

      (ฉันรู้เรื่องแล้ว ตอนนี้รถติด กำลังไป เธอไปรออยู่ที่ห้องก่อน รอหน้าโรงเรียนมันไม่ปลอดภัย เปิดเครื่องไว้เดี๋ยวฉันไปถึงแล้วจะโทรหาอีกที)

      “โอเค” เมื่อพูดได้แค่นั้นฉันก็กดวางสายก่อนจะหมุนตัวกลับไปในโรงเรียน

      ฉันเดินไปเรื่อยๆก็รู้สึกเหมือนมีคนตามฉันจึงเร่งฝีเท้าให้ถึงห้องแล้วรีบปิดประตูห้องทันที

      แต่..

      “คิดว่าจะหนีพ้นหรือไง!” ยัยผู้หญิงหน้าโบ๊ะคนเดิมตอนเช้าผลักประตูออกพร้อมกับผู้หญิงอีกสองสามคน

      “ต้องการอะไร” ฉันถามและพยายามหาทางหนีแต่เธอคนนั้นก็ดึงคอเสื้อฉันขึ้นและลากฉันขึ้นไปนั่งบนโต๊ะพร้อมกับคนอื่นที่ล้อมฉันเอาไว้รอบโต๊ะไม่ให้ฉันหนี

      “เรื่องเมื่อเช้าที่เธออ่อยพี่พีค ฉันยังไม่ได้เคลียร์ กล้าดียังไง!” ยัยนั่นบีบคางฉันแน่น ฉันพยายามกลั้นอารมณ์ของตัวเองกับเสียงหัวใจที่เต้นเหมือนจะระเบิดอยู่ตอนนี้

      “ฉันไม่ได้อ่อยเขา”

      “โกหก เธอแสร้งทำจะเป็นลมเพื่อจะยั่วเขา เธอนี่มันมารยาจริงๆ เป็นเด็กแลกเปลี่ยนแล้วยังไม่เจียมหรอยะ แล้วรู้ไว้เลยนะ พรุ่งนี้พนันได้เลยว่าทุกคนต้องรู้ ว่าเธอเป็นน้องสาวพระเพลิง!

      “อึก เธอรู้ได้ไง” ฉันพยายามขยับหนีมือของยัยนี่ที่บีบคางฉันอยู่ด้วยความเจ็บ

เฮียเพลิงมีเรื่องกับคนที่นี่บ่อยจะตาย และถ้ามีคนรู้ว่าฉันกับเฮียเพลิงเป็นพี่น้องกัน คงไม่สวยแน่ๆ

      “ฉันรู้ได้ไงไม่สำคัญ แต่เธอรู้อะไรมั้ยว่าถ้าคนที่นี่รู้ว่าเธอเป็นน้องสาวพระเพลิง จะเกิดอะไรขึ้น”

      “งั้นเราก็ประเดิมก่อนเลยดีมั้ยล่ะ” เพื่อนอีกคนหนึ่งยุ

      ยัยหน้าโบ๊ะนั่นเงื้อมมือขึ้นสูงหมายจะฟาดเข้าที่หน้าฉันจนฉันต้องกลั้นใจปิดตา

      แย่แล้ว เธอแย่แน่พระพาย..

      ปึง!

      มีเสียงดังขึ้นขัดจังหวะยัยพวกนั้นจึงหันไปมอง

      พีค..เขาเตะโต๊ะเรียนที่อยู่ข้างๆ

      “ฉันมาเอาของ”

      “ระ..หรอ” ยัยหน้าโบ๊ะพูดเสียงเบาๆอย่างตกใจ

      พีคเดินตรงไปที่โต๊ะแพนเดียร์อย่างไม่สนใจใครก่อนจะหยิบหนังสือแพนเดียร์ขึ้นมาหนึ่งเล่มและเดิมผ่านฉันไปโดยไม่มอง

      เจ็บจัง..

      เมื่อเห็นว่าพีคไม่ได้สนใจ ยัยนั่นจึงเงื้อมมืออีกครั้งเพื่อจะตบฉัน

      “เดี๋ยว”

      ฉันลืมตาขึ้นมาข้างนึงก็เห็นพีคกำลังกำข้อมือยัยหน้าโบ๊ะนั้นไว้แน่น

      “คะ..คะ” ยัยนั่นพูดเสียงสั่น

      “ยัยนี่เป็นศัตรูของฉันคนเดียว”

      “อะไรนะคะ”

      “ฉันมีสิทธิ์ทำร้ายยัยนี่ได้แค่คนเดียว รู้แล้วก็ถอยไปซะ”

      พีคพูดจบก็ดึงยัยนั่นออกจนไปชนกำแพงห้อง ส่วนเพื่อนๆของยัยหน้าโบ๊ะก็เลยรีบวิ่งไปประคองก่อนจะวิ่งออกจากห้องไปอย่างกลัวๆสายตาของพีค

      พีคทาบแขนทั้งสองข้างกับโต๊ะเพื่อกันฉันก่อนที่จะโน้มหน้าลงมาใกล้ๆและมองฉันนิ่งจนฉันต้องหลบตา

      “กลับมาที่นี่ทำไม”

      “ฉัน..ฉัน”

      “ฉันถามว่ากลับมาทำไม!!

      ฉันหลับตาแน่นเพราะเสียงของเขากำลังจะทำให้ฉันร้องไห้ จนฉันรู้สึกหนืดๆที่จมูก

      เลือดกำเดาคงไหลอีกแล้ว..

      ฉันยกมือขึ้นมาปาดอย่างลืมตัว พีครีบดึงมือฉันไปดู

      “เลือด? ยัยพวกนั้นทำอะไรเธอ?”

        "..."

      “บอกมา!” พีคตะคอกใส่ฉันอีกครั้ง

      ฉันได้ส่ายหน้าไปมาปฏิเสธแล้วปาดเลือดกำเดาที่มันไหลลงมา

      “โธ่เว้ย” พีคสบถอย่างหัวเสียก่อนจะจับฉันเงยหน้าขึ้นแล้วล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากระโปรงของฉันอย่างถือวิสาสะมาซับจมูกให้

      “ฉันไม่เป็นไร”ฉันพูดแต่เสียงก็สั่นไปหมด

      “เงียบเถอะน่า” พีคพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

      เขาไม่เคยรู้ ว่าฉันอ่อนแอ ไม่เคยรู้ว่าฉันมีโรคอะไรติดตัวบ้าง ไม่เคยรู้ เพราะฉันไม่เคยบอก

      เมื่อซับเลือดที่จมูกฉันจนมันหยุดไหลพีคก็คว้ากระเป๋านักเรียนของฉันไป

      “เดี๋ยวไปส่ง”

      “ไม่ต้องหรอก” ฉันรีบพูด

      “บอกให้เงียบไง”

      

      ในเมื่อเขาไม่อยากให้พูดอะไรฉันจึงปล่อยให้เขาจูงมือไปเงียบๆ

      จู่ๆเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาทำลายความเงียบ

      “เออ ไปเอามาให้แล้ว..มีธุระเดี๋ยวตามเอาไปให้..เออน่า เกี่ยวไรกับเธอวะยัยเปี๊ยก เธอเป็นแม่ฉันหรือไง..บอกว่าเดี๋ยวเอาไปให้-_-

      ติ้ด

      เมื่อเดินออกไปถึงรถของพีค คราวนี้เป็นฉันบ้างที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จนเขาเองก็หันมามองก่อนยอมปล่อยมือให้ฉันรับโทรศัพท์

      “ฮัลโหล..

      (พระพาย ออกมาได้แล้ว)

      “เอ่อ คือว่าตอนนี้ฉัน” ฉันหันไปมองพีคอย่างลังเลใจ เขาดึงมืออีกข้างของฉันแล้วจับฉันยัดในรถของเขา แล้วก็สตาร์ทรถออกไปเลย

      “คือฉันกลับมาแล้ว ฉันรอไม่ไหวก็เลยกลับมาก่อน” ฉันจำใจโกหกจอมทัพไป

      (เฮ้ย ทำไมทำแบบนั้น ถ้าไอ้เพลิงรู้มันฆ่าฉันตายแน่)

      “เฮียเพลิงไม่รู้หรอก นายก็อย่าบอกสิ”

      (ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย)

      “ไม่เป็นไรหรอก นายไม่ต้องห่วง”

      (ก็ดีแล้ว งั้นแค่นี้นะ เธอคุยโทรศัพท์นานๆคงไม่ดี)

      “อื้ม..”เมื่อพูดจบ ฉันรีบก้มหลบไม่ทัน เมื่อเห็นรถจอมทัพอยู่หน้าโรงเรียน

โชคดีที่เขาไม่ทันสังเกตอะไร

      “แฟนใหม่หรือไง” พีคพูดขึ้นมาเมื่อเห็นฉันมองตามไปยังรถของจอมทัพ

      อยากจะปฏิเสธ แต่ให้เขาเข้าใจแบบนี้อาจจะดีกว่าก็ได้..

      “เฮอะ ทิ้งฉันไปทั้งที หาให้ดีกว่านี้หน่อยสิ”

      

      “เงียบทำไม”

      ฉันหันหน้าออกทางหน้าต่างอย่างไม่รู้จะพูดอะไร

      “นี่” เขาดึงฉันให้หันไปหาเขาอย่างขัดใจ

      “ก็พีคพูดจาไม่ดี” ฉันหลุดพูดชื่อเขาไปอย่างลืมตัว

      เมื่อแต่ก่อนเวลาฉันกับเขาอยู่ด้วยกันจะใช้ชื่อเล่นแทนกันไปเลย

      รู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้ว..

      พีคชะงักไปแต่ก็กลับมาพูดใหม่

      “เออ ฉันก็ไม่มีอะไรดีทั้งนั้นแหละ ถ้าอย่างนั้นเธอจะกลับมาอีกทำไม”

      “ไม่นานหรอก ฉันก็จะไปเอง” ฉันเลือกที่จะเลี่ยงคำตอบเขา

      “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอกลับมาทำไม” พีคจอดรถเมื่อมันมาหยุดตรงบ้านฉัน แล้วโน้มหน้ามาหาจนฉันหายใจติดขัด

      ขาโน้มหน้าลงมาใกล้ฉันจนปลายจมูกเราแตะกัน แถมยังเอามือทั้งสองข้างกั้นฉันไว้ไม่ให้ฉันขยับหนีอีก

      “แต่จำไว้พระพาย”

      จากนั้นเขาก็จูบฉันอย่างแผ่วเบา สัมผัสของเขาช่างอ่อนโยนขัดกับคำพูดของเขาที่ยิ่งฟังแล้วยิ่งปวดหัวใจ

      “ถ้าเธอไม่ยอมกลับไปตอนนี้”

      เขาพูดจบก็โน้มตัวลงมาจูบฉันอีก

      “ฉันจะทำให้เธอเจ็บเหมือนที่ฉันเคยเจ็บ”

      “พะ..พีค..

      ฉันพยายามดันอกเขาที่กำลังก้มมาจูบฉันอีกครั้ง แต่ก็ไม่อาจต้านแรงของเขาได้เลย

      “และเธอจะไม่มีวันได้มีความสุขกับมัน”

      “อื้อ..

      ฉันทักท้วงเมื่อเริ่มหายใจไม่ออก

      “ไปซะ..ไปให้พ้น”

      ฉันจะทำอย่างนั้นได้ยังไง..

      ในเมื่อฉันยังรักนายอยู่แบบนี้..ฉันรักนาย..รักมาตลอด..ได้ยินมั้ย



 




จบไปกับอีกหนึ่งตอนยาวๆ เป็นยังไงกันบ้างคะ? 

ติชมกันได้เน้อ ตั้งใจเขียนสุดๆ เป็นแนวที่อยากลองมานาน

ตอนแรกก็ไม่กล้า เพราะกลัวดราม่าไม่พอแล้วมันจะเฟล ตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่=_=;

พี่พีคซึนป่ะล่ะ 55555 เกลียดเขาแต่ก็ช่วยเขา อะไรของเธอๆ แถมยังจูบเขาอีก

สองตอนพี่พีคได้กำไรทั้งนั้น จูบผู้หญิงไปสองคนแล้วนะเนี่ย 55555

เศร้าไปฟินไปนะตอนนี้ -3- เกือบไปแล้วมั้ยพระพาย

เกือบโดนชะนีตบหน้า ขวัญเอยขวัญมานะลูกนะ (กอดนางด้วยความรักใคร่)

อีกเรื่องนึงที่เชื่อมกัน อวยพี่นางซะขนาดนี้ ก็บอกเลยแล้วกัน คือ พี่พระเพลิง นั่นเอง

อยากบอกว่าพระเพลิงเป็นอีกหนึ่งคาแร็คเตอร์ที่เขียนสนองความฟินตัวเองมาก55

ถ้าแต่งเสร็จแล้วจะเอามาลงให้อ่านนะคะ รอหน่อยน้า 

ก็หลังจากนี้จะเอาไปแต่งต่อก่อนเพื่อตัดการดอง อาจจะหายหน้าไปซักพัก

แต่จะแวะเวียนมารีนิยายซักประมาณ4-5วันก็อย่าเพิ่งรำคาญเค้านะU_U
 
ยังไงก็ช่วยติดตามด้วยนะคะ 

อย่าเพิ่งทิ้งเค้าตัว....

  

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

553 ความคิดเห็น

  1. #547 411nidtop (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 14:51
    ดราม่า สงสาร
    #547
    0
  2. #543 Reksew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 08:04
    ทำไมเรื่องนี้ ออกดราม่าเช่นนี้ :(((
    #543
    0
  3. #531 Timelessplace (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 06:32
    มาม่ามากกกกกกกกกกกกก
    #531
    0
  4. #502 ชานหยอยเอ๋อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 17:35
    แอ้กกก ตอนจูบพระพายนี้อีฉันฟินมาก555555
    ทั้งที่บทมันเศร้าขัดๆแอบเขิน เจ็บปวดเนอะแก 
    ความรักมันเป็นอะไรที่ทั้งทุกข์สุข หน่วงมากก 
    นี่ก็น้ำตาไหล มันอินๆๆๆๆ
    #502
    0
  5. #485 aappss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 14:14
    สงสารพระพาย เข้าใจผิดกันทั้งคู่เลยเห้อออออ ><
    #485
    0
  6. #419 루한 ♡ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 20:24
    งื้อออออออออออเจ็บอ่ะเจ็บบบ
    #419
    0
  7. #179 BEAM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มกราคม 2557 / 22:57
    งอแงๆ TOT เจ็บแทนพระพายอ่ะ
    #179
    0
  8. #47 เต็มสลึง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 18:36
    ทำไมนางเอกไม่บอกความจริงงง
    แง้

    ปล. เป็นนิยายที่สนุกมากเลยค่ะ เศร้าได้ใจ ฮึกก TTOTT
    #47
    0
  9. #44 (M)(E)(U)(N)(D)(E)(A)(D) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 19:20
    แค่2ตอนก็จะร้องไห้ตามพระพายแล้ววววว
    #44
    0
  10. #40 SAM ' BUCK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 07:37
    เชดดด! -[]- มาม่า มาม่าไปหมดเลย มันเจ็บปวดแต่ก็มันความสุข ไรเตอร์ก็อัพได้แล้วคนอ่านรอเหงือกแห้งแล้วเนี่ย
    จงอัพ จงอัพ จงอัพพพพพ!
    #40
    0
  11. #37 △ シャイ △ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 19:06
    รู้นะว่าเสียงผู้หญิงในสายคือใคร...!
    พี่แจมคนเก่งของเค้าใช่ม้า??//อย่าสนมัน มันบ้า!//เตรงๆๆ >O<
    กรี๊ดดดดดดดดดด!!!
    #37
    0
  12. #36 เด็กดี (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 16:12


    สงสารพระพายยยย-^-



    ชอบพระเพลิงงงง น่ารัก > <



    มาไวๆ น้า
    #36
    0
  13. #33 sai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 18:50
    พีคเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว



    พระพายน่าสงสารนะ
    #33
    0
  14. #30 △ シャイ △ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 10:02
    พี่พีคคคคคคคคค TOT พระพายยยยยยยย T^T
    อินเว่อร์!!!
    #30
    0
  15. #29 Fah (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 10:00
    พี่พีคอย่าทำพระพายเลยนะ พระพายแค่มาบอกลาเอง ฮึก!(อินเว่อร์ =_=)
    รอติดตามนะค่ะ จุ๊บๆ
    #29
    0
  16. #27 『 pLengKHim 』 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 06:46
    จริง..พี่พีคได้กำไรจริงๆ =___=;
    คนอะไรจูบผู้หยิงสองคน โอ้โหยยย! แถมใกล้เคียงกันอีก
    เอาจริงๆถ้าพระพายกล้าพูดเรื่องมันก็จบและ =0= นี่แหละแนวหนังไทย 
    นางเอกไม่กล้าพูด โดนพระเอกรังแกทั้งเรื่อง ประจำ แต่ก็อ่านนะ สะใจดี(?) 55 .
    แต่แอบคิดไว้ในใจว่าไม่อยากให้พระพายโดนแกล้งเท่าไหร่ แต่เอาเถอะ =__= ยังไงตอนจบนางก็ดีเอง
    #27
    0