WHY? รักไม่ได้ [END]

ตอนที่ 2 : Chapter : 1 นาฬิกาตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    2 พ.ย. 56

 

1

03.10.13



 

  

  อยากรู้เธอเป็นอย่างไร จากครั้งที่เราแยกทาง

อธิษฐานไปอย่างเลื่อนลอย ก็อยากพบเธออีกครั้ง

เข็มของนาฬิกา ไม่เคยบอกเวลา นานแค่ไหนก็เหมือนเดิมเสมอ

ตั้งแต่เราจากกัน จนในวันนี้ก็มีเพียงเธอ

ยังเก็บรักนั้นอยู่ในหัวใจ เธอจะรู้ไหมฉันยังคงพร่ำเพ้อ

หลับตาทุกครั้ง ก็ยังเห็นเพียงแต่เธอ

ฉันยังคิดถึงเธอเสมอ ไม่เคยจะลบเลือน..


  

  

 

      “พระพายลูก! อย่าเป็นอะไรนะลูก ฮือๆ”

      แม่

      ฉันที่นอนอยู่บนเตียงถูกเข็นไปตามทางในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีเครื่องช่วยหายใจและสายอะไรไม่รู้ระโยงระยางผ่านตัวฉันเต็มไปหมด ฉันยกมือทั้งสองข้างขึ้นมามองเพราะรู้สึกมันเหนอะหนะไปหมด

      เลือด..

      แต่เห็นจนชินไปเสียแล้ว ชินจนไม่รู้สึกอะไร

      “พระพาย แข็งใจไว้หน่อย!

      เฮียเพลิง..

      อยากจะพูดอะไรด้วย แต่รู้สึกเหมือนปากไม่ขยับเลย ภาพที่มองเห็นตอนนี้ก็จางจนน่าใจหาย

เจ็บจนอยากหลับตา..

 

      “พระพายพ้นขีดอันตรายแล้วครับคุณนาย”

      “มันเกิดอะไรขึ้นคะหมอ ทำไมลูกสาวฉันจึงเป็นแบบนี้”

      “หัวใจเธอล้มเหลวเนื่องจากอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติน่ะครับ คืออาการนี้คนไข้แสดงอารมณ์มากเกินไปทำให้หัวใจรับไม่ไหว เรื่องต่อไปนี้อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่ผมมีเรื่องอยากขอคุณนาย..

      

      “อย่าเพิ่งให้เธอมีความรักนะครับ มันจะทำให้อาการนี้แย่ลงจนอาจจะถึงแก่ชีวิตได้”

 

      “สีแดงแต่กำเนิดค่ะ”

      “ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าเธอไม่ได้ย้อมสี”

      ฉันถอนหายใจเป็นรอบที่ล้านกับการที่ต้องมาพูดเรื่องเดิมๆทุกที..เรื่องอะไรน่ะหรอ ?

      เรื่องที่ฉันมีผมสีแดงแต่กำเนิดเพราะยีนส์ของฉันผิดปกติมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ยังไงล่ะ ผมของฉันกลายเป็นสีแดงโดยไม่ทราบสาเหตุแต่ก็ไม่ใช่สีแดงแบบแดงแจ๋ทั้งหัวหรอก สีดำแต่แซมๆแดงเหมือนย้อมสีผมอะไรแบบนี้ และนั่นเป็นสาเหตุที่ฉันต้องมานั่งตอบคำถามกับอาจารย์ทุกคนว่าทำไมผมของฉันถึงเป็นสีแดง

      ตอนนี้ฉันเป็นตัวแทนกรรมการนักเรียนจากคาริเซียร์ที่มาแลกเปลี่ยนกับวาเลนเซียร์ในโครงการแลกเปลี่ยนดูงานระหว่างโรงเรียนวาเลนเซียร์กับคาริเซียร์ จะจัดขึ้นทุกปีให้สภานักเรียนทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนดูงานกันสี่เดือน ซึ่งเจ้าของโรงเรียนเป็นคนเดียวกัน หรือพูดง่ายๆก็คือ คาริเซียร์ก็เป็นเหมือนวาเลนเซียร์สองนั่นเอง และพอฉันเข้ามารายงานตัวกับฝ่ายปกครอง ก็โดนกักตัวไว้เป็นชั่วโมงเพราะเรื่องนี้แหละ

      “แล้วสีตาของเธออีกล่ะ”

      อ้อ  ฉันยังไม่ได้บอกใช่มั้ยว่าตาของฉันเป็นเทาอ่อน..

      แต่กำเนิดเหมือนกัน -_-;

      “สีเทาแต่กำเนิดค่ะ มิสจะลองควักออกมาพิสูจน์มั้ยคะ-_-

      “ไม่ล่ะ” อาจารย์ฝ่ายปกครองกุมหัวตัวเองนิดหน่อย “แต่การที่ทางคาริเซียร์ยอมให้เธอถ่ายรูปนักเรียนเป็นผมสีแดงก็คงจะยืนยันได้อยู่”

      “ค่ะ”ก็ใช่น่ะสิป้า=_=

      “ย้อมไม่ได้หรอ มันดูผิดระเบียบออกนะ”

      “ย้อมผมผิดระเบียบของโรงเรียนไม่ใช่หรอคะ”

      อันที่จริงฉันย้อมไม่ได้เพราะหัวตัวเองแพ้สารเคมี เรื่องมันยาวน่ะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังหลังจากผ่านฝ่ายปกครองไปได้ก่อนนะ

      “แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ”

      “ไม่ล่ะค่ะ หนูจะไม่ย้อมผมของหนู หรือแม้แต่ใส่คอนแทคเลนส์ -_-

      อาจารย์ฝ่ายปกครองถอนหายใจอย่างยอมแพ้

      “ห้องเรียนของเธออยู่ตึกEห้องB  เข้าไปได้เลย จะต้องให้ใครพาไปมั้ย”

      “ไม่ล่ะค่ะ ขอบคุณ”

      หลังจากจัดการธุระทุกอย่างเสร็จฉันก็รับหนังสือเรียนและเดินไปที่ตึกE  เหตุผลที่ฉันมาที่นี่ไม่ใช่อยากมาแลกเปลี่ยนหรอก ใครๆก็รู้ว่าแม้โรงเรียนวาเลนเซียร์กับคาริเซียร์จะเป็นเจ้าของคนเดียวกัน แต่ดันเป็นคู่อริกันอยู่

      เรื่องสีผมและสีตาที่เป็นลักษณะเด่นของฉันแม้ว่าทั้งสองอย่างนั้นหมอจะเขียนลงในประวัติว่ามันคือยีนส์ด้อยก็ตาม เรื่องก็คือ ฉันเป็นเด็กที่เกิดมาในสภาพร่างกายที่อ่อนแอ ทั้งยีนส์ทั้งระบบต่างๆในร่างกายของฉันจึงแทบจะเพี้ยนไปกันหมด เนื่องมาจากตอนที่แม่ท้องฉัน แม่กำลังป่วยหนัก อันที่จริงหมอแทบจะฟันธงแล้วด้วยซ้ำว่าฉันคงไม่รอด แต่ป๊าก็ใช้อำนาจเงินบันดาลทุกอย่างให้เป็นจริงจึงทำให้ฉันเกิดมาจนได้ แม้ว่าตอนเกิดฉันจะต้องอยู่ในความดูแลของหมอเป็นเดือนๆก็ตาม ซึ่งแม้แต่ตอนนี้ ฉันก็ยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงที่ร่างกายอ่อนแอคนหนึ่งเหมือนเดิม

      ฉันถึงกับต้องขาดเรียนไปหนึ่งปีตอนเกรดเจ็ดเพราะอาการของฉันทรุดหนักลง แถมยังใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้องไอซียู ซึ่งที่จริงตอนนี้ฉันควรจะอยู่เกรดสิบสอง แต่ก็เลื่อนลงมาสองปีอยู่แค่เกรดสิบ เพราะหลับไปเต็มๆอีกหนึ่งปี-_-
      ส่วนเฮียพระเพลิงพี่ชายของฉันก็ต้องเลื่อนลงมาด้วยเช่นกันเพราะเฮียเป็นพี่ชายที่แสนดีและรักฉันมาก คอยทำเพื่อฉันทุกอย่าง ถึงขนาดยอมหยุดเรียนกับฉันเพื่อที่จะได้อยู่ดูแลฉันในโรงเรียน ทั้งๆที่ตอนนี้เฮียน่าจะเข้ามหาลัยแล้วด้วยซ้ำ ทั้งแม่และเฮียคอยดูแลฉันราวกับฉันเป็นไข่ในหินก็เนื่องมาจากว่าสภาพร่างกายฉันอ่อนแอจนไม่น่าเกิดมาเลย..

      ฉันไม่ได้ต้องการเป็นตัวแทนของโรงเรียนอะไรนั่นหรอก อันที่จริงเพิ่งมาจากฮ่องกงเมื่อเดือนที่แล้ว และฉันมาที่นี่เพื่อบอกลาใครบางคน ก่อนที่ฉันจะเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงว่าฉันจะไม่รอด ฉันเองก็พอทำใจได้ตั้งนานแล้วล่ะ หากคุณต้องเกิดมาอยู่ในสภาพจะตายเมื่อไหร่ก็ได้อย่างฉัน คุณคงไม่รู้สึกอะไรกับมันเท่าไหร่นัก

      เพราะฉะนั้นถ้าหากฉันจะต้องตายจากโลกนี้ไปจริงๆ..ฉันก็อยากจะบอกให้เขารู้ ว่าที่ผ่านมาฉันไม่เคยอยากจะทิ้งเขาเลย..

      ฉันเป็นโรคหัวใจล้มเหลวตั้งแต่เล็ก และมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีโรคอะไรมาแทรกซ้อนมากมาย ตอนเด็กๆหมอเคยสั่งห้ามกับแม่ฉันไม่ให้ฉันมีความรักกับใคร อาจจะฟังดูตลก แต่เพราะหัวใจฉันอ่อนแอเกินกว่าจะรองรับอารมณ์แรงๆเช่นความรักได้ ความรักที่ไม่ใช่ความรักแบบครอบครัวหรือเพื่อน

      แต่ฉันก็ฝืนมัน ฉันรักกับเขา..

      ฉันต้องทะเลาะกับแม่กับเฮียเพลิงอย่างหนักกับเรื่องนี้ แต่นั่นก็ไม่เป็นผลดีกับฉันเลย นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ฉันถึงกับช็อคจนหลับไปเป็นปี แม่เล่าว่าหมอผ่าตัดฉันซ้ำไปซ้ำมาจนฉันสามารถลืมตาตื่นได้อีก 

      แต่มันจะไปมีประโยชน์อะไร เมื่อหัวใจของฉันมันกำลังจะตายและต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ที่มีโอกาสรอดแค่50-50เท่านั้น

      แล้วถ้าฉันไม่ได้มีชีวิตอยู่ต่อล่ะ ?

       เอาล่ะเล่าเรื่องบ้าๆแค่นี้ก็พอ แนะนำตัวต่อนะ ฉันเป็นลูกครึ่ง ป๊าของฉันเป็นคนฮ่องกง ส่วนแม่ของฉันเป็นคนไทย เรื่องครอบครัวของฉันมันยาวมาก ถ้าฉันมีเวลามากกว่านี้ ฉันจะค่อยๆเรื่องๆไปแล้วกัน

แม้ว่าเฮียจะค้านหัวชนฝากับเรื่องที่ฉันมาแลกเปลี่ยนที่นี่ แต่ก็ไม่อาจห้ามฉันที่หัวดื้อรั้นได้

      อ้อ .. ชื่อของฉันน่ะหรอ ..

      “พระพาย”

      

      “ยินดีที่ได้รู้จัก”

      ฉันแนะนำชื่อตัวเองให้ทุกคนได้รู้จักที่หน้าห้องเรียนใหม่ของตัวเอง

      ช่วยยินดีกับฉันหน่อยเถอะ แม้ว่าหน้าของฉันจะไม่ยินดีเลยก็ตาม-_-

      พวกสาวหลังห้องที่วันๆเอาแต่ทาลิปสติกหรือไม่ก็ทาแป้งมองฉันตาเขียวราวกับฉันเป็นคนทำให้เครื่องสำอางค์ของพวกหล่อนขึ้นราคา ส่วนคนแถวหน้าก็หลบตาฉันทันที่ที่ฉันกวาดตามอง

      “เอ่อ..” ยัยผู้หญิงผมลอนคนหนึ่งพูดขึ้นพลางสะกิดเพื่อนสาวของเธอที่หน้ามึนอยู่ข้างหน้า

      “อ้อ หวัดดีพระพาย ฉันแพนเดียร์ คู่นั่งของเธอในเทอมนี้ มานั่งสิ”

      ผู้หญิงผมหยักศกที่โดนสะกิดพูดขึ้น เธอดูสวยและสง่ามากทีเดียว แม้ว่าเมื่อกี้เธอจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะและปรือตาพูดกับฉันก็ตาม-_- ฉันกล่าวขอบใจก่อนจะเดินไปนั่งที่ข้างๆเธอ

      “หวัดดี ฉันมินนี่ ยินดีที่ได้รู้จัก ^-^;” ผู้หญิงผมลอนพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆปนใบหน้า“เธอมีอะไรปรึกษาเราได้เลยนะ ฉันกับแพนเดียร์รับหน้าที่ดูแลและเป็นเพื่อนของเธอในเทอมนี้”

      “ทำไมยัยพวกหลังห้องถึงได้มองพระพายกันอย่างนั้นอ่ะ” แพนเดียร์พูดขึ้น

      “ยัยหลังเขา เธอไม่รู้หรอว่าเด็กที่มาแลกเปลี่ยน..” แล้วมินนี่ก็หันมามองหน้าฉันอย่างกลัวๆว่าสิ่งที่เธอจะพูดต่อนั้นจะทำให้ฉันต่อยปากเธอแตก

      “เด็กที่มาแลกเปลี่ยนจากคาริเซียร์น่ะเป็นศัตรู” ฉันพูดพร้อมยักไหล่อย่างไม่ได้แยแสอะไรมากนัก

      “อ้อหรอ ยัยพวกนั้นงี่เง่า เธออย่าใส่ใจเลย  ฉันคนหนึ่งที่ไม่คิดจะเป็นศัตรูกับใครทั้งนั้น ก่อนหน้านี้ก็เยอะพออยู่แล้ว=_=” แพนเดียร์บ่น

      ฉันชะงักอย่างรู้สึกถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้ที่ดู..อืม เป็นตัวของตัวเองดี

      “ฉะ ฉันก็ด้วยนะพระพาย ยังไงแจมก็ฝากเธอให้พวกเรา ฉันไม่ทิ้งเธอหรอกสัญญาT^T

      แต่เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วนะมินนี่-_-

      “ขอถามหน่อยได้มั้ย ทำไมผมของเธอ..

      เจอคำถามนี้อีกแล้ว

      ฉันฉีกยิ้มให้มินนี่นิดหน่อยอย่างขอไปที

      “เรื่องมันยาวน่ะ ไว้ค่อยคุยถึงเรื่องนี้เถอะนะ”

      มินนี่พยักหน้าเข้าใจและฉันคิดว่าเธอคงรู้ว่าฉันคงจะเจอคำถามนี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้วเลยไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก

      เสียงออดเป็นเวลาเลิกเรียนทำให้ฉันรีบเก็บกระเป๋าเพื่อไปสืบหาข้อมูลของคนที่ฉันต้องการจะเจอ แต่แพนเดียร์กลับคว้าแขนของฉันเอาไว้

      “เฮ้ ตอนนี้เป็นเวลาชมรมนะ ยังกลับบ้านไม่ได้”

      ฉันถอนหายใจ

      “โอเค แล้วฉันอยู่ชมรมไหนล่ะ?”

      มินนี่เดินสะพายกระเป๋ามาหน้าโต๊ะของเรา

      “อืม..ยัยแจมอยู่การแสดงใช่มั้ย ยัยนั่นโดนขอร้องให้เป็นประธานชมรมอีกตามเคย” มินนี่เบ้ปากและพูดต่อ “ยังไงก็ตาม เธอไม่ควรจะไปไหนมาไหนคนเดียวในวาเลนเซียร์นะพระพาย ให้พวกฉันพาไปดีกว่า”

      แพนเดียร์ยกมือขึ้น

      “วันนี้ฉันไม่มีซ้อม เดี๋ยวฉันพาพระพายไปเอง”

      “งั้นแยกย้ายกันตรงนี้นะ” หลังจากมินนี่ขอเบอร์โทรศัพท์ของฉันเพื่อใช้ในการติดต่อเสร็จก็โบกมือลา อันที่จริงฉันใช้โทรศัพท์ไม่ค่อยได้ เพราะสัญญาณโทรศัพท์มันจะคอยกระทบกับคลื่นหัวใจฉัน อะไรทำนองนี้มั้ง ฉันฟังหมอเยอะไปหมดจนจำไม่ได้แล้ว=_= เอาเป็นว่าฉันเลยต้องปิดเครื่องไว้ตลอดเวลา จะใช้ก็เปิดเครื่องแล้วเบอร์ที่โทรหาบ่อยที่สุดก็มีแม่กับเฮียพระเพลิง

      “เธอจะว่าอะไรมั้ยถ้าฉันจะขอไปเอาของที่ห้องชมรมก่อน”

      “ไม่เลย เวลาเหลือเฟือ” ฉันแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่ที่จริง ฉันร้อนรนจะตายอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเริ่มหาเขาจากที่ไหน

 

      “แพนเดียร์ >O<

      “อย่าๆ ฉันไม่มีขนมมาหรอกนะ=_= แล้วนี่ทำไมยังไม่ได้ไปประชุมบาสอีก” แพนเดียร์พูดและพยายามจะแกะมือปลาหมึกของไวท์ออกจากเอวของเธอ ไวท์ยังไม่สังเกตฉัน แต่เป็นฉันต่างหากที่อึ้งไปแล้ว..

      “ก็คนบางคนอ่ะดิ โดดประชุมเพราะหาของไม่เจอ พี่เลยโดดด้วยซะเลย-O-

      “เด็กกันจริงๆเลยพวกพี่ เออ พาเพื่อนมาด้วย เป็นเด็กแลกเปลี่ยนน่ะ” แพนเดียร์พยักเพยิดมาที่ฉันก่อนที่ไวท์จะมองตามมา

      “ไหนๆ น่ารักป่ะ สวัสดีครับน้อง..

      ทันทีที่ไวท์เห็นหน้าฉันก็ต้องชะงักไปทันที ฉันได้แต่ฉีกยิ้มออกมาจางๆทั้งที่ใจข้างในมันสั่นเหลือเกิน เหมือนกำลังเข้าใกล้ความจริงขึ้นมาเรื่อยๆ

      “พระพายค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก”

      ไวท์ก็ยังคงนิ่งราวกับหิน ฉันเดาว่าเขาคงช็อคไปแล้วที่เห็นฉันปรากฏตัวอยู่ที่นี่ จนแพนเดียร์ต้องกระทุ้งท้องไวท์

      ถ้าไวท์อยู่ที่นี่ก็เป็นไปได้ไม่ยากว่าเขาก็ต้องอยู่ที่นี่เช่นกัน..

      “อึ้งไปเลยหรือไง เห็นคนสวยไม่ได้เลยนะพี่ชาย” แพนเดียร์เอ่ยแซว โดยไม่รู้เลยว่าที่ไวท์นิ่งไปไม่ใช่เพราะฉันเป็นคนสวย

      “อ่ะ..เอ่อครับ”

      “ไง นิ่งทั้งคู่เลย เป็นอะไร? =_=

      

      “หรือว่าเธอคือพระพายที่..

      “ฉันไปนั่งรอตรงนู้นนะ” ฉันพยายามฉีกยิ้มให้แพนเดียร์ก่อนจะเดินไปนั่งโซฟา

      “โอเค เดี๋ยวฉันไปเอาของ แล้วเราจะได้ไปที่ห้องชมรมของเธอกัน”

      “ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ”

      ไวท์พูดขึ้นหลังจากที่เดินมานั่งลงที่โซฟาข้างฉัน

      “คงงั้นมั้ง ขอโทษนะที่ทำเป็นไม่รู้จักนายเมื่อกี้”

      “ไม่เป็นไร เอ่อ..แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่..

      ยังไม่ทันที่ไวท์จะพูดจบก็มีเสียงแพนเดียร์ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงผู้ชายอีกคนซะก่อน

      เสียง..ที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี

      “ก็บอกแล้วไงว่าไม่รู้ เมื่อวันก่อนพี่ห้ามไม่ให้ฉันยุ่งกับลิ้นชักนั่นไม่ใช่เรอะ!

      “แล้วมันอยู่ไหนล่ะวะ เธอเป็นคนเก็บห้องไม่ใช่หรอยัยเปี๊ยก”

      ผู้ชายคนนั้นเดินผลักหัวแพนเดียร์ออกมา แพนเดียร์ตีอกเขาอย่างหงุดหงิด

      “ไอ้เด็กขี้ลืมเอ้ย โดดประชุมบาสมาหาของหายนี่มันเด็กชัดๆเลย!

      “เธอว่าใครเด็กกันฮะ!

      เสียงมันดังจนไวท์กับฉันสะดุ้งจนต้องลุกขึ้นมอง

      “โอ๊ย ไม่คุยกับด้วยแล้ว ไปกันพระพาย!=_=

      

      พีคหันควับมามองหน้าฉันทันทีที่แพนเดียร์พูดจบ

      วินาทีที่เราสบตาฉัน ฉันรู้สึกโหยหาเขาเหลือเกิน เราไม่ได้เจอกันมานานเกือบสองปีได้ แต่พีคไม่ได้ดูเปลี่ยนไปมากเท่าไหร่เพียงแต่ไว้ผมยาวขึ้นเล็กน้อย และดูโตขึ้น นอกจากนั้นแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย

      เว้นแต่สายตาที่เขามองฉัน..

      ใช่ ฉันมาที่นี่เพื่อมาหาพีค..

      สีหน้าของเขานิ่งเกินกว่าที่ฉันจะเดาอารมณ์ได้ บางทีอาจจะตกใจ? โกรธ? หรือกำลังดีใจกันนะ

       

      “เอ่อ” ให้ตายสิ ฉันพูดอะไรไม่ออก ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ฉันมาที่นี่เพื่อบอกลาเขาก็จริง แต่ไม่ใช่ว่ามันจะพูดได้ง่ายเลย

      สายตาที่มองฉันตอนนี้มันเย็นชา..จนฉันรู้สึกหนาวชาไปหมด..แต่มันก็สมควรแล้ว

      แล้วเขาก็ทำสิ่งที่ฉันหรือแม้แต่คนอื่นไม่คาดคิดคือการดึงแพนเดียร์มาใกล้ตัวและ

      จูบ

      เขาจูบแพนเดียร์..ต่อหน้าฉัน

      แพนเดียร์ตาโตเปล่งเสียงอื้ออึงและพยายามจะดันตัวของพีคออก

      ฉันรู้สึกเหมือนมีคนสาดกระสุนใส่ตัวเอง ไม่รู้สิ..บางทีถ้าฉันโดนสาดกระสุนจริงๆอาจจะรู้สึกดีกว่านี้ก็ได้

      แพนเดียร์คงจะเป็นแฟนใหม่นายสินะพีค

      มันสมควรแล้ว..ฉันพร่ำบอกตัวเองในใจ มันสมควรแล้วที่เขาควรจะมีรักใหม่ซักที เธอมาที่นี่เพื่ออย่างนั้นไม่ใช่หรอ ไม่ได้มาเพื่อให้เขารักอยู่แล้ว..

      ฉันพยายามปลอบตัวเอง แต่ใจฉันก็ไม่เข้มแข็งพอที่จะยืนดูเขาสองคนจูบกันหรอกนะ..

      “ฮะ..เฮ้ ไอ้พีค ใจเย็นสิเว้ย พระพาย..เอ่อ เพื่อนแพนเดียร์ก็อยู่นะและ..เดี๋ยวก็ได้ซัดกับไอ้ดาร์กอีกหรอก” ไวท์ดันไหล่นายพีคพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ

      เขาถอนจูบออกจากแพนเดียร์และหันมามองหน้าฉันก่อนจะเหยียดยิ้มขึ้นมา

      ยิ้มที่เคยทำให้ฉันหวั่นไหวทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย..แต่ตอนนี้มันกลายเป็นยิ้มที่เหมือนไล่สาปส่งให้ฉันตกลงจากหน้าผาเสียแล้ว

      “ก็คนมันรักนี่” เขาเน้นย้ำคำว่ารักกระแทกเข้าข้างหูของฉัน ฉันได้แต่เฉมองไปที่กำแพงอย่างสะกดกลั้นอารมณ์

      “ไอ้พี่พีคบ้า ทำอะไรวะ=O=!!” แพนเดียร์ตีพีคด้วยสีหน้าแดงจัด

      “หนวกหู ไปซื้อขนมกินกันดีกว่า” พูดจบพีคก็ดึงแพนเดียร์ออกไปจากห้อง

      เขากำลังจะเดินผ่านฉันไป..

      เมื่อรู้อย่างนั้น ฉันก็เอื้อมไปมือไปจับมือเขาไว้โดยไม่รู้ตัว

      ได้โปรดให้โอกาสฉันได้พูดอะไรบ้าง..

      “พีค..

      “ปล่อย”

      

      เมื่อเห็นว่าฉันยังนิ่ง เขาจึงสบัดมือออกจากฉันเอง จากนั้นก็กอดคอแพนเดียร์เดินออกจากห้องไป

      “เฮ้  เดี๋ยว ฉันยังไม่ได้ไปส่งพระพาย หรือว่าพระพายคนนี้เป็นคนที่..อ๊ากก อย่าล็อคคอฉัน!

      ปึง!

      

      “เอ่อ..พระพาย”

      เมื่อพีคพ้นประตูไป ฉันทรุดลงไปนั่งกับพื้นเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง เหตุการ์ณมันเร็วมาก ฉันไม่ทันคิดว่าเขาจะมีแฟนใหม่แล้ว และ..และ

      “ฮือ”

      ฉันซบหน้าลงบนฝ่ามือของตัวเอง น้ำตาที่พยายามจะสะกดกลั้นไว้กลับไหลออกมาอย่างทรยศ ฉันปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาพร้อมเสียงสะอื้นของตัวเองอย่างอดไม่ได้ ทั้งๆที่ไวท์ยังอยู่ข้างๆแท้ เธอแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นเห็นทำไมกันนะ..

      “พระพาย ไม่เป็นอะไรนะ” ไวท์ทรุดตัวลงมาตามฉันและแตะบ่าของฉันเบาๆ แต่นั่นไม่ทำให้แผลในใจของฉันดีขึ้นได้เลย

      “ฮึกๆ..ฮือ”

      

      ฉันคิดถึงนาย. พีค.ได้ยินมั้ย

      ฉันไม่เคยเลิกรักนายเลย..

      บ้าจัง มาพูดอะไรเอาตอนนี้นะ


 


 

เอาตอน1มาลงให้แล้วนะคะ <3

เปิดมานางก็เสียน้ำตาเลยจ้า และมีแววว่าจะเสียต่อไปเรื่อยๆ =_=

คดีพลิก!ซะงั้น เกริ่นไปในเรื่องแพนเดียร์ตั้งเยอะแยะ ว่าพระพายนางแย่ นางทิ้งพีคคคค
 
จริงๆมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย พระพายออกมาแก้ข่าวแล้วค่ะ 555

อนุญาตให้ตีพีคได้หนึ่งที เพราะมันใช้แพนเดียร์เป็นเครื่องมืออ 

จูบแพนเดียร์ ระวังได้ซัดกับพี่มืดอีกนะเว้ย

แต่งเรื่องพระพายค่อยข้างลำบากใจในการเรียกชื่อมากค่ะ

คือนางอายุเท่ากับคนในรันเวย์ บางทีโนฟูลก็เผลอติดเรียกพี่ 55

เพิ่งสังเกตุตัวเอง ตั้งชื่อตัวละครพ.พานทั้งนั้น พระพาย พระเพลิง พีค แพนเดียร์ =O=
 
ก็ฝากคอมเม้นด้วย ฝากติชมว่าเป็นยังไงบ้าง แต่เหมือนเดิม คืออย่าด่า 555

ตอนนี้ยังซอฟอยู่ยังไม่ดราม่ามากมาย แต่ตอนต่อไปหึหึ ไม่แน่

ไม่อ้างอิงเกี่ยวกับการแพทย์นะคะ เมกขึ้นมากเอง

เอาเป็นว่าโรคของพระพายนี่หนึ่งในล้าน โอเค้? 

รูปอยากทำเป็นขาว-ดำมากจะได้เศร้าๆ แต่อยากโชว์สีผมนาง 55555 กรรม
 
ลงตอนหน้าตอนสุดท้ายนะคะ จากนั้นก็ดองดองดอง จนกว่าจะจบ 555
 
ไม่รู้จะอดใจไม่ลงได้หรือเปล่า =_=

ส่วนอีกเรื่องนึง กะว่าจะลงพร้อมๆกันไปเลย เพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นพร้อมกัน

(ตะโกนในใจดังๆว่า หางานให้ตัวเองเหนื่อยเพื่ออออ?)

แต่ยังไงก็แล้วแต่ ฝากติดตามด้วยนะ

มีอะไรก็ติชมได้น้า รับทุกข้อคอมเม้นค่ะ ยกเว้นการด่า เสียความรู้สึกที่สุดT^T

เป็นเนื้อหา โรแมนติกดราม่า หวานบ้างน้ำตาตกบ่อย 

ก็ลองอีกแนวดูบ้าง หักดิบมากจากเรื่องที่แล้วมากจริงๆ

ส่วน
ชื่อเพลงในตอนโนฟูลตัดปัญหาคือ เอามาใส่เป็นชื่อตอนเลยนะคะ 55

เพลงในบทนำ ชื่อ บาดแผลที่ไม่มีวันหาย 
 

เอาล่ะ โม้มายาวแล้ว


ฝากพระพายด้วยน้า








 

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

553 ความคิดเห็น

  1. #530 Timelessplace (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 06:19
    งือออออออออออออออ
    #530
    0
  2. #501 ชานหยอยเอ๋อ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 17:17
    ฉันเจ็บปวดดดด อ่านไปนี้ปวดหนึบที่ใจเลออ
    ฮืออออ อีพีคใจร้ายว่ะะะ ถ้ารู้ว่าพะพายเป็นโรคร้ายมันคงไม่ทำงี้หรอก
    #501
    0
  3. #418 루한 ♡ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 20:09
    อิพีคคคคคคคคคคคคค ใจร้ายยย
    #418
    0
  4. #234 ms.min (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 19:48
    อ่านไปด้วย น้ำตาคลอเบ้าไปด้วย

    ยิ่งฟังเพลง นาฬิกาตาย ไปด้วย ปล่อยโฮหนักไปอีก // T^T
    #234
    0
  5. #178 BEAM (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2557 / 22:45
    เศร้าจัง สงสารพระพาย>
    #178
    0
  6. #63 nichcha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 16:38
    โอ๊ยไรท์เริ่มเรื่องก็ดราม่าเลยอ่า น้ำตาจะไหล หมันไส้พีคเชอะ!! TT
    #63
    0
  7. #39 SAM ' BUCK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 07:32
    เปิดมาก็เศร้าเลยนะ หลักฐานเป็นน้ำตาคาคีบอร์ดเลยเนี่ยเห็นมั้ย T^T ทิชชูหมด กรรม
    #39
    0
  8. #35 เด็กดี (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 15:57
    มาม่า อร่อย!!



    มั่นไส้พีค ==



    แต่เอาเถอะ



    คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด ...
    #35
    0
  9. #18 sai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 13:22
    ชอบอะ ไรเตอร์สู้ๆๆๆนะ



    พระพายน่าสงสารนางจัง
    #18
    0
  10. #15 patrr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 11:31
    ไม่ดองได้มั้ยอ่าTT อยากอ่านต่อ
    #15
    0
  11. #14 pLangKHim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 01:15
    นี่หรอซอฟ ?
    หนูอ่านไปเช็ดน้ำตาไปเชียวล่ะ T^T
    เกลียดไ.อ้พี่พีคอ่ะ! คนบ้าอะไรนิสัยเสียยยย 
    คอยดูนะเค้าจะฟ้องพี่มืด ! ข้อหาเตงนอกใจเค้าไปจูบแพนเดียร์(?)
    สงสารพระพายง่ะ! ทำไมอ่อนแอเหมือนเราเลย =w=b เป็นตั้งหลายโรค วุ้ยนาเบื่อ
    เออจริง ชื่อพ.พานทั้งนั้นเลย 55555 เจริญเลยคราวนี้ = = เป็นพี่น้องกันใช่ไหมพระเอกนางเอก ?
    ยาวแล้ว บายยยย .
    #14
    0
  12. #10 redtulip (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 18:19
    รอนะค่ะ อยากอ่านมากเลย
    ให้กำลังใจค่ะ ไรเตอร์ 
    สู้ ๆ อิอิ ♥
    #10
    0
  13. #4 PIMporanoi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 11:37
    โอ้ย ซึ้ง พี่พีคบ้ามาจูบแพนเดียร์ของฉันได้ไงห๊ะเดี๋ยวพี่ดาร์กเค้าหึง #อินจัด
    #4
    0