Marolian God แฮ็กระบบนี้ที่พระเจ้าส่งไปตาย

ตอนที่ 1 : บทนำ- งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา (แก้คำผิด)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    14 ก.ค. 61


 บทนำ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา





      

        "ยินดีต้อนรับนะ"

        "ขอบคุณครับ" 

        ภายในงานที่ยามค่ำคืนกับประโยคซ้ำๆที่ได้ยินตลอดงาน โซลริวตอบกลับด้วยใบหน้านิ่งสงบพลางหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาถือชนกับอคันตุกะทั้งหลายที่หลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ ร่างสูงยืนจนความเมื่อยเริ่มปรากฏบนใบหน้า เมื่อเห็นว่าคนรอบตัวเริ่มหันเหความสนใจไปที่ร่างหนุ่มสาวที่เดินเข้ามาในงาน คู่รักข้าวใหม่ปลามันที่ชายหนุ่มมองอยู่ไล่ความเมื่อยขบออกไปได้ระดับหนึ่ง

       ดวงตาสีดำข้างหนึ่งตัดแดงอีกข้างหนึ่งแพรวพราวขึ้นมาทันทีที่ไม่มีใครสนใจเขาแล้ว

       "เจ้าริว ห้ามเมานะ" เสียงเตือนดังขึ้นจากด้านหลัง โซลริวยิ้มให้ผู้มาใหม่ทีหนึ่งก่อนจะพยักหน้าส่งๆ

       "ไม่เมาหรอกน่า คนเยอะแบบนี้อายตาย" 

       "ขอให้จริงเถอะ" ลู่เฟย เป็นคนของโซลริว เขาติดตามเด็กหนุ่มมาเกือบสองปีแล้ว เพราะความสนิทและความไม่ถือตัวของโซลริวทำให้ร่างสูงผมสีทับทิมยาวกล้าดุออกมาอย่างเป็นห่วงได้เต็มที่

        "รู้แล้วครับ อ๊ะ งั้นผมไปอยู่กับพวกโนอาร์ดีกว่า" ชายหนุ่มว่าอย่างนั้นก็ยืนแก้วไวน์ให้คนของตัวเองรับไว้ ลู่เฟยส่ายหน้าเมื่อมองแผ่นหลังที่ฝ่าผู้คนไปอย่างไม่นึกถือตัว

        คิดว่าตัวเองเป็นคนธรรมหรือยังไงกันนะ..

        ชายหนุ่งยมยาวลอบคิดในใจก่อนจะวางแก้วไวน์ลงที่เดิมแล้วเดินไปสมทบกับลู่ซี่ที่อยู่ไม่ไกลจากทิศทางที่เจ้านายผมดำหายลับไป

        คืนนี้เป็นการฉลองวันครบรอบแต่งงานของโอนิกส์และอลิซ หนึ่งผู้รักษาตำแหน่งจ้าวแห่งความมืดกับยมทูตระดับสูงและขณะเดียวกันก็รวมงานที่โซลริวสามารถลบล้างคำสาปได้สำเร็จ

 

       โซลริวปลีกตัวออกมาจากงานและเดินลัดเลี้ยวไปตามทางเดินหินอ่อน จนกระทั่งถึงศาลาที่ยื่นออกไปทางหน้าผา ที่นั่นมีคนสามคนที่เขารู้จักดีกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส 

        พวกมันไม่ชอบที่ที่คนเยอะ โซลริวก็ไม่ชอบเหมือนกันแต่มันเป็นงานของเขา และเขาก็ไม่อยากให้โอนิกส์ที่ช่วยเหลือเขามาตลอดต้องปวดหัวกับเรื่องของเขาในวันสำคัญของตัวเอง 

        เอาเถอะ ยังไงก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้วนี่ เขาคิดว่านะ..

       "แกหายป่วยแล้ว?" เสียงติดดุดังขึ้นก่อนใครจากคนผมสีแดง ใบหน้าคมเข้มจ้องเขาไม่ว่างตา โนอาร์ ขมวดคิ้วแน่นเมื่อมองมาที่เขาพร้อมกับบ่น "เดี๋ยวล้มกลางอากาศอีกพ่อจะล้อให้จิตตกเลยดีมั้ย"

       "ไม่เอาน่าฉันเพิ่งกลับมาแกจะไล่แล้วหรอ ฉันคิดถึงพวกแกนะ" เขาสาวเท้าเข้าหาพวกมันแล้วทิ้งตัวนั่งลงพื้นว่างที่เหลืออยู่ตัวเดียว

        "ปากดีแบบนี้คิดว่าพวกฉันจะตามใจรึไง" เสียงยียวนดังขึ้นจากคนผมทอง เรย์จินจ้องมองคนผมดำให้ถนัดตาพร้อมกับเลื่อนอาหารตรงหน้าให้ชิม เรย์จินเป็นคนที่ปากว่าแต่ช่วยเหลือตลอด 

        "ขอบใจ" โซลริวจิ้มที่เพื่อนยื่นให้ก่อนจะยัดเข้าปากแล้วพูดต่อ "แต่พวกแก ไม่ตามใจฉันสักที"

        "แล้วผมล่ะ" สายตาอ่อนโยนของเซเรฟที่ทอดมองอยู่ตลอดจ้องโซลริวพร้อมยิ้มทั่วใบหน้า ดวงตาสีอำพันเป็นประกายเล็กๆเมื่อเห็นว่าโซลริวชะงักไป

        "นายดีกับฉันที่สุดแล้วล่ะ" คำตอบนั่นดังขึ้นพร้อมกับเสียงคุยจ้อที่น้อยครั้งจะได้ยิน เพราะโซลริวกลายเป็นพวกพูดมากตอนอยู่กับเพื่อนหรือคนรู้จัก ถ้าออกไปที่อื่นหรือข้างนอก คงได้เห็นแต่คนหน้านิ่ง ประกอบนิสัยที่คนอื่นรู้ โซลริวเป็นพวกหัวรุนแรง..

       เลยไม่มีใครกล้าเข้าหา

       เพราะหลายเรื่องที่ชายหนุ่มเจอมาไม่แปลกนักที่โซลริวจะสร้างระดับความเชื่อใจให้เป็นรายบุคคล ส่วน โนอาร์ เรย์จิน เซเรฟ พวกเขาทั้งสี่คนเป็นเพื่อนสนิทกัน ตบตีกันมาเยอะ เจ็บปวดกันมามากมองตาก็เห็นตับไตไส้พุง เห็นไปถึงลำไส้ขดสุดท้ายโน้น จนเรียกได้ว่าเพื่อนตายได้เต็มปากเต็มคำ

       เสียงพูดคุยสัพเพเหระยังดังขึ้นต่อเนื่องอย่างออกรสชาติ แต่คนพูดส่วนใหญ่เป็นเรย์จินเสียมากกว่าที่เหลือจึงกลายเป็นผู้สมทบบทบาทไปโดยปริยาย โซลริวที่เปลี่ยนมากินเรื่อยๆและเป็นผู้รับฟังที่ดี ชายหนุ่มเผยยิ้มให้กับภาพตรงหน้าเพราะคิดไม่ออกเลยว่ามันจะกลับมาเป็นแบบเดิม

       เขาไม่ได้คาดหวังว่าพวกเราทั้งสี่คนจะได้รวมตัวกันอีก

       "เจ้านาย" เสียงของลูซี่ดังขึ้นจากทางขวา โซลริวหันมองก็เห็นว่าหญิงสาวเอาน้ำสีแปลกตาเข้ามาให้ "ของกำนัลจากทางมารอเลียนค่ะ"

      "หึ มารอเลียนหรอ จะสำนึกอะไรตอนนี้กัน" โซลริวพึมพำรอยยิ้มที่เคยมีหุบฉับจนเพื่อทั้งสามหันมองตามอย่างสงสัย ไม่นานสีหน้าของพวกมันก็เปลี่ยนเป็นก้าวร้าวไม่ต่างกันนัก

       "ใส่ยาพิษไว้รึเปล่าก็ไม่รู้" เรย์จินเอ่ยขึ้นก่อนจะกวักมือให้ลูซี่เอาน้ำสีแปลกๆเข้ามาวางบนโต๊ะแล้วพิจารณาด้วยสีหน้าไม่ไว้ใจที่สุด

       "อย่ากินเลยนะครับ" เซเรฟบอก

       "เออ ไม่ต้องกินหรอก กินลงไปคงปวดท้องตาย" คำพูดแง่ร้ายดังขึ้นจากปากของโนอาร์ นียยน์ตาสีแดงเลือดหรี่ลงอย่างไม่ไว้ใจนัก

       มารอเลียน(Marolian) คือชื่อเรียกของโลกทั้งห้า หรือตามความเข้าใจที่ลึกขึ้นคือขององค์กรหนึ่ง ทำหน้าที่ควบคุมโลกทั้งห้าซึ่งประกอบไปด้วย โลกมนุษย์ โอเที่ยร์ร่า โลกมืด โลกสวรรค์ และโลกยมทูต จะนับว่าโลกกับโอเทียร์ร่าเป็นโลกคู่ขนานกันก็ได้แต่อีกสามโลกที่นอกเหนือจากนี้ก็อยู่ใต้อำนาจของมารอเลียน

       ว่ากันว่าผู้ปกครองมารอเลียนคือพระเจ้าที่ทรงพลัง แต่คนของมารอเลียนกลับอ่อนแอจนถูกแทรกซึม ซึ่งใครๆก็รู้เว้นแต่คนที่ปกครองมารอเลียนที่ไม่ยอมลงมือแก้ปัญหาเสียที

       และที่โซลริวกลายเป็นคนหัวรุนแรงในสายตาคนอื่นส่วนหนึ่งก็เพราะมารอเลียนนั่นแหละ..

       ดวงตาสองสีเย็นชาอยู่วูบหนึ่งไม่มีใครรู้ว่ามารอเลียนส่งของกำนัลมาเพื่ออะไร แต่โซลริวไม่อยากปวดสมองกับความเละเทะของมารอเลียนอีกแล้ว หากของกำนัลนี่ส่งมาเพื่อแสดงความยินดี เขาก็จะรับไว้

       "งั้นเอาไปเก็บเถอะครับลูซี่"

       "เจ้าค่ะ"

       หญิงโค้งหัวได้องศาก่อนจะเอาน้ำสีแปลกๆไปเก็บไว้ อย่าว่าแต่เจ้านายหรือเพื่อนๆที่ไม่ไว้ใจมารอเลียนเลย ขนาดลูซี่ยังนึกอยากปาทิ้งเพียงแต่การทำอย่างนั้นในวันงาน อาจจะถูกพบและนำไปถึงหูของผู้ส่งของกำนัลก็ได้

       มารอเลียนนี่มันตัวเผือกชั้นเยี่ยมเลยเชียว หูตาเยอะจนน่าขยาด

       หลังจากคุยกันจนดึกดื่นผู้คนทะยอยกลับไปหมดแต่โซลริวไม่ลุกไปส่งแขกเพราะเมาหัวราน้ำอยู่ที่ศาลา พอน้ำทองแดงกรอกผ่านลำคอจนแสบร้อนได้ที่สติของเจาก็เจือจางลงจนเดินไม่ไหว โนอาร์ที่คอแข็งสุดจึงต้องเก็บศพเพื่อนที่เหลือขึ้นไปพักที่ห้องพร้อมกับลู่เฟ่ยและคนในปราสาทมาช่วยๆกันเก็บกวาดซากประวัติศาสตร์ให้เรียบร้อย

       ฟุบ~

        ร่างของคนผมดำถูกเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างไร้ความปราณีแค่ถึงอย่างนั้นโซลริวกับเลื้อยหาท่าเหมาะๆ ในขณะที่โนอาร์ปลดผ้าคลุมกับรองเท้าหนังสีดำขลับของเจ้าตัวที่เมาแอ๋ไปวางที่พื้นปลายเตียง

        "แม่งคออ่อนชิบหายก็ยังจะกิน พรุ่งนี้มึงโดนแน่โซลริว" เสียงพึมพำของโนอาร์ดังขึ้นอย่างติดนิสัย ก่อนร่างสูงจะสาวเท้าออกจากห้องไม่วายหันกลับมามองร่างที่ขยับยุกยิกก่อนจะสงบลง เมื่อแน่ใจว่าคนบนเตียงจะไม่ลุกขึ้นมาอ้วก มันคงไม่อ้วกหรอกนะ.. โนอาร์คิดแบบนั้นก็เดินออกไปพร้อมกับปิดประตูเสียงเบา

       น่าแปลกที่โนอาร์รู้สึกร้อนๆวูบๆเหมือนจะลอยอยู่ตลอด สงสัยคงเมานั่นแหละ มนระหว่างที่กลับห้องร่างสูงมองลงไปชั้นล่างของปราสาทที่โล่งกว้างไร้ผู้คนหลังจากงานเลี้ยงเลิกรา สายตาพลันสบเข้ากับสาวใช้คนหนึ่ง

       ร่างบางเงยขึ้นมาสบตาก่อนจะโค้งหัวแล้วทำความสะอาดต่อ ในตอนนั้นสาวใช้อีกคนก็กลับเข้ามาพร้อมน้ำสีแปลกๆนั่นอีกแล้ว

        ร่างสูงชะงักเมื่อทั้งสองคุยกัน คนหนึ่งแยกไปที่อื่นอีกคนก้มลงไปทำความสะอาด มันก็ปกติไม่ใช่หรือไง

       แต่..โนอาร์รู้สึกว่ามันไม่ปกติ 

       การเจอคนมากมายทำให้เขาไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า แต่เพราะโนอาร์เพิ่งมาเลยไม่แน่ใจว่าสองคนนี้ทำงานที่นี่นานแค่ไหน ความอึมครึมราวกับรางสังหรณ์เกาะอยู่ในใจก่อนที่ร่างสูงจะรู้สึกร้อนจนอยากอาบน้ำ เพราะงั้นชายหนุ่มผมแดงถึงได้ละสายตาจากเรื่องที่สงสัยและมุ่งตรงไปที่ห้อง

        โนอาร์ไม่รู้เลยว่าเขาพลาดแล้ว..

        "แน่ใจว่าพวกเขาดื่มมัน" หญิงสาวคนแรกเอ่ยถามเสียงเบา

        "แน่ใจสิ ข้าเป็นคนสลับเหล้าเองกับมือ"

        "งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นพวกเราออกจากที่นี่ก่อนที่หมารับใช้ในปราสาทหลังนี้จะสงสัย ไป"

        เมื่อจบงานสองสาวก็แยกกันไปคนละทางอย่างไม่ให้ใครสงสัย พวกเธอแค่อยากได้เงินก้อนหนึ่งเท่านั้นจึงทำเรื่องที่น่าผิดหวังขึ้น และทั้งสองไม่ทีวันรู้แน่ว่าตัวเองได้ทำเรื่องผิดมหันต์แค่ไหน

        ร่างเด็กหนุ่มผมสีดำเริ่มขมวดคิ้วยุ่งยามที่ร่างกายร้อนจนเจ็บปวดรวดร้าว โซลริวผงกหัวขึ้นมาไม่กี่ชั่วโมงต่อมา โลกของเขาวูบวาบ แสบร้อนไปทั่วท้องจนลามถึงกระดูกแขนขา

        ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือแสงที่จ้าขึ้นในความมืดจนต้องเบือนหน้าหนี ร่างกายรู้สึกเหมือนถูกดึงกึ่งกระชากจากเตียงอย่างรุนแรงพร้อมโลกที่ตีลังกาจนม้วนท้องก่อนที่สติจะถูกสูบออกไปพร้อมกับความมืดที่เข้ามาแทน

       หลายชั่วโมงที่โซลริวหลับไปเพราะความมึนเมาเมื่อคืน แต่พอลืมตาขึ้นกลับต้องหรี่ตาลงจนน้ำตาซึมเพราะแสงสีขาวในห้องที่ดูสว่างจ้าผิดปกติ พอปรับสายตาได้ เขาจำได้รางๆว่าเมื่อจัดงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง 

       แต่ตื่นมาอีกทีกลับอยู่ในห้องสีขาว ไม่รู้ว่ามันกว้างหรือยาวแค่ไหนแต่เขามองเห็นแต่สีขาวสุดลูกหูลูกตาและรู้สึกว่ามันใหญ่จนส่วนสูง 175 เซนฯของเขากลายเป็นลูกๆจิ๋มมดไปเลย 

      "ระบบได้ทำการล้างสมองเรียบร้อยแล้ว" จู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ไม่นานก็ดังขึ้นอีกแต่คราวนี้ดูเป็นทางการไม่น้อย

       "ยินดีต้อนรับเข้าสู่ระบบล้มพระเจ้า ถ้าทำสำเร็จท่านจะกลายเป็นพระเจ้า แต่ถ้าไม่ก็ตายแล้วกลับมาเริ่มใหม่"

       โซลริวขมวดคิ้วทันทีเพราะความทรงจำของเขายังอยู่ครบดี เดี๋ยว! นี้มันเรื่องบ้าอะไรอีก!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #6 PerFunNii (@namidaingthong) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 09:13

    ไม่วายได้มั้ยคะ จิ้นๆแบบเดิมอะดีแล้ว55555 ว่าแต่รู้สึกได้ถึงความกวนเท้าของระบบ... ถ้าไม่ก็ตายแล้วกลับมาเริ่มใหม่.... จ้าาาาาาาาาาาาาาาา

    #6
    0
  2. #5 Rring_ring (@Ruangkao_2002) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 20:35
    สู้ๆนะคะ*กอดไรท์*
    #5
    0
  3. #4 Ting0616563257 (@Ting0616563257) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 12:35

    เรารู้สึกว่าอยากให้เป็นวายอ่ะค่ะแบบพระเจ้าเจ้าเล่ห์หลอกให้โซลริวมาล้มตัวเองแต่ก็ล้มไม่ได้แล้วเสนอว่าให้มาเป็นของตัวเองแบบนี้อาะค่ะคือแบบถ้าเป็นแบบนี้เราจะดีใจมากเลยค่าาาา แต่ว่าไรต์จะแต่งยังไงมันก็เรื่องของไรต์ค่ะเพราะนี้เป็นนิยายของไรต์นี้นา

    #4
    0
  4. #3 -Proudly- (@-Proudly-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 15:24

    อย่าวายเลยนะ แบบเดิมดีแล้ว

    #3
    0
  5. #2 โอ้เองงงงง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 16:37

    เราตามมาแล้วววว สู้น้าาา

    #2
    0