Secret DD ปล่อยให้ผมนอนต่อเถอะ [รีไรท์]

ตอนที่ 6 : บทที่ 4 วันหนึ่งที่ไม่ได้นอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

บทที่4- วันหนึ่งที่ไม่ได้นอน

“ไม่ได้ ลูกต้องเข้าเรียนที่นั่น”

เสียงของไทกิดังนั้นมันลั่นเข้ามาถึงในครัว คุณนายโรสรีบผ่อนไฟก่อนจะเดินออกมาดูสองพ่อลูกหยั่งเชิงกันอยู่ ในขณะที่ไทกิมีกลิ่นไอจริงจังแผ่ออกมาโซลริวกับสงบเยือกเย็นราวกับไร้หัวใจ สายตาก็ง่วงนอนเต็มที่ เกิดความเงียบชั่วอึดใจ

“ก็ได้”

“ดี”

ไม่มีการทะเลาะกันเกิดขึ้น

เท็นมะลอบถอนหายใจก่อนจะเดินเข้ามาในครัวแล้วปล่อยให้ข้างนอกเย็นกว่านี้สักหน่อยพร้อมกับลงมือล้างจานที่กองอยู่บนซิงค์ ริมฝีปากหยักเม้มแน่นก่อนจะรู้สึกว่ามีฝ่ามือบางลูบหลังเบาๆสองสามที

“เรื่องมันผ่านไปแล้ว” คุณนายบอกพร้อมยิ้มสวย

“ผม..รู้แล้ว แม่ทำอะไรกิน” ได้ยินเสียแว่วๆว่าทำแกงกระหรี่ แม้ปากจะถามแต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดมากมายเอ่อล้นจนบางทีต้องระบายออกมาด้วยการเข้าไปเล่นพี่ชายเพื่อให้ความผิดในใจเบาบางลง แต่เชื่อมั้ยว่าที่ผ่านมาเท็นทำมันไม่ได้เลย

นับวันก็ยิ่งรู้ว่าหัวใจของพี่ชายเย็นเฉียบยิ่งกว่ามหาสมุทรน้ำแข็ง

ดวงตาที่เคยสดใสเป็นประกายเริ่มหม่นแสงและอ่านยากเหมือนที่ปู่ต้องการมากขึ้นทุกที

เด็กหนุ่มได้แต่ยืนโทษตัวเองที่วันนั้นปล่อยให้คุณปู่ ทำแบบนั้น

กรอด~~

เสียงกัดฟันดังขึ้น ดวงตาของเท็นแดงเถือกด้วยพลังของปีศาจทันทีพร้อมลมหายใจที่ตีรวนจนแทบไม่เป็นจังหวะ คุณนายเห็นท่าไม่ดีเลยเข้าไปลูบหลัง เป็นอยู่นานกว่าจะหายจนกระทั่งดวงตาสีควันบุหรี่กลับมาเป็นปกติ

“มันจบไปแล้วนะลูก ทำวันนี้ให้ดีที่สุดดีกว่านะ แม่รู้ว่ามันคงยากหากแม่จะถามว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ถ้าพูดตามความจริงการที่เราได้โซลริวคืนมามันก็น่าจะเป็นของขัวญที่ดีที่สุดจากคุณท่านแล้วนะ”

คุณายโรสเอ่ยเตือนเพราะรู้ดีว่าก่อนหน้านี้ครอบครัวนี้เป็นยังไง เธอเป็นคนหนึ่งที่คุณท่านเก็บมาเลี้ยงจนเติบใหญ่เมื่อมีคำสั่งให้แต่งงานกับคุณไทกิจากปากคุณท่านโดยตรงเธอก็ปฏิเสธไม่ได้ ดั่งนั้นการเป็นแม่ที่ดีของเด็กทั้งสองแม้จะเป็นเหมือนเรื่องหลอกหลวงแต่มันก็คือการตอบแทนบุญคุณอย่างหนึ่ง

อีกอย่างเด็กสองคนนี้ก็ดีจนเธอเอ็นดูเหมือนลูกแท้ๆไปแล้ว

เอาเถิด ไม่มีใครพูดโซลริวเองก็จำไม่ได้ คุณท่านก็เหมือนจะรู้สึกผิดอยู่มากโขแม้คนบ้านนี้จะแสดงออกแปลกๆแต่ก็มีความรักเป็นสื่อนำอยู่จึงไม่นับว่าใจจิตแข็งกระด้างเกินไปเมื่อเทียบกับความร้ายกาจมากมายที่เคยมี

อีกอย่างโซลริวก็เข้ากับที่นี่ได้ดี สามารถใช้พลังเวทได้แม้จะต่ำสุดๆก็ตาม

พอได้ยินเสียงพูดคุยเคล้าเสียงหัวเราะ คุณนายโรสก็เบาใจไปเปราะหนึ่งเพราะกลัวว่าสองพ่อลูกจะไม่ลงรอยกันภายใต้สถานการณ์อันแสนปกติ เท็นมะยิ้มขืนก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ

“เป็นอะไรจ๊ะ” เธอเอ่ยถามเสียงเบาใส

“เปล่า ...ผมแค่คิดว่าพี่แปลกๆ”

คำตอบของน้องเล็กทำเอาคุณนายโรสแอบย่นคิ้ว พักหลังๆโซลริวเริ่มแปลกๆไปจริงนั่นแหละ แม้จะยังน่ารักเหมือนเดิมแต่ก็ดูประหลาดตาชอบกล เหมือนมีอะไรเปลี่ยนไปจริงอย่างที่เท็นกล่าว

โรซาน่า จองค์ หรือโรสยิ้มบางๆก่อนจะลูบหัวลูกชายเบาๆแล้วเอ่ยปลอบ “พี่เขาไม่เป็นไรหรอก เขาก็เริ่มมีโลกส่วนตัวแล้ว อีกหน่อยลูกก็คงเบื่อพ่อแม่แล้วเหมือนกัน”

เท็นมะพยักหน้า แม้ว่าครึ่งหนึ่งจะเป็นมนุษย์แต่เท็นมะก็มีส่วนของปีศาจอยู่มากโข อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดๆคือความมืดดำในใจ เท็นมีจิตปีศาจแข็งแกร่งราวกับเป็นปีศาจเลือกบริสุทธิ์พักหลังๆมานี้ก็เริ่มอยู่ไม่สุข นิสัยก็คล้ายจะเป็นปีศาจมากกว่ามนุษย์

แม้จะทำตัวดีมาตลอดแต่ก็มีบางอย่างปกปิดเหมือนวางแผนทำอะไรอยู่เรื่อย

คุณนายเปิดใจให้คนบ้านนี้ก็จริงแต่ก็ต้องคอยเตือนตัวเองไว้อยู่หลายส่วน เรื่องที่ครอบครัวนี้ล้วนลึกลับมากตั้งแต่แรกแล้ว

หญิงสาวครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจไม่ได้บอกใคร

 

“อีกสักหน่อยผมจะเข้าป่าไปฝึก พ่อไปด้วยมะ” คำถามสั้นๆติดง่วงนอนดังขึ้น โซลริวจ้องหน้าพ่อตัวเองก่อนจะเห็นคุณพ่อส่ายหน้า

“ไม่ละ กลับมาเหนื่อยอยากพักแล้ว ดูแลตัวเองด้วย” ไทกิว่าพลางลูบหัวลูกชายเบาๆ เพราะความรู้สึกผิดในวันนั้นไม่แปลกที่คุณพ่ออย่างเขาจะหวงแหนลูกชายคนโตยิ่งกว่าไข่ในหิน มีบ้างที่ดุด่าแต่ก็ทำไปงั้นๆแหละ พอมาคิดจริงๆจังๆก็..

อืม หวง

มาก

“ตามใจพ่อนะ” โซลริวกล่าวไม่เต็มเสียงเพราะหัวถูกสั่นโคลงไปมา

“เท็นอยู่ไหน”

“ในครัว”

“ชวนน้องไปสิ”

“ไม่ชวนมันก็ไปแหละ”

“อืม งั้นพ่อไปนอนก่อนนะ แล้วคุณนายอยู่ที่ไหนละ” เส้นเสียงของไทกิเปลี่ยนเป็นทีเล่นทีจริง สายตากวาดหาภรรยาพลางยิ้มกรุ่มกริ่มนึกคึกอยากแกล้งหลังจากไม่เจอกันเป็นอาทิตย์

“ในครัว”

“ไปแล้ว”

โซลริวมองตามแผ่นหลังคุณพ่อพลางนึกฉงน เท่าที่จำความได้พ่อไม่เคยลูบหัวเขาหรอกหรือจะเคยกันนะ? แต่จะนั่งคิดก็เสียเวลานอนจริงๆเด็กหนุ่มเลยปัดความแคลงใจทิ้งแล้วล้มตัวลงนอนอีก มีเสียงประท้วงในใจเบาๆเกี่ยวกับเรื่องเรียนว่าไม่น่าตกลงกับพ่อแบบนั้นเลย

โซลริวตื่นมาอีกทีเพื่อกินอาหารและได้รับการดูแลอย่างดีจากพ่อแม่และน้องชายเพราะดูจากอาหารที่ถูกตักใส่จานข้าวจนพูนจากทุกคน เขาไม่ได้ปฏิเสธเพราะถ้าใครอยากทำอะไรก็ทำไปไม่เดือดร้อนท้องไส้เขาก็พอ พอกินเสร็จเขาก็เดินไปกินน้ำ

และไปหยิบเอาดาบที่ลุงฟานให้บนห้อง

“ไปไหน” เท็นถามขึ้นทั้งที่ยังกลืนน้ำไม่เสร็จ คนผมเทาปาดปากลวกๆ โซลริวปรายตาเรียบๆมองน้องชายก่อนจะยิ้มจางๆ

“เข้าป่า” เท่านั้นแหละเท็นก็เดินตามต้อยๆ

 

โซลริวจำอดีตไม่ค่อยได้ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเคยใช้ชีวิตยังไง ไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะเป็นแบบเขามั้ย เขาจำเรื่องวัยเด็กไม่ค่อยได้ เหมือนจะเคยมีเพื่อนแต่ก็สับสนว่าเคยมีกับแค่คิดไปเอง สิ่งไหนที่เป็นความจริง เขาย่ำเท้าลงบนผืนป่าพลางเงี่ยหูฟังว่ามีอะไรๆในป่าที่ควรจะหลบหลีกได้บ้าง

“พี่ครับ”

“หือ”

“พรุ่งนี้เดินทางกี่โมง”

สีหน้าอยากรู้ฉายชัด โซลริวเลิกคิ้วนิดหน่อย “คงจะเป็น หลังเที่ยงคืนมั้ง”

“อ่อ”

ปกติคนอื่นอาจจะไปเช้าๆแต่เพราะเขาลืมว่าที่บ้านกับมหาลัยที่เปิดสอบมันไกลกันพอสมควรไปเช้าคงไม่ทันสอบเลยจะเดินทางทันทีที่เข้าวันใหม่ เอาแบบไปถึงก็สอบเลย

“เดี๋ยวก็เหนื่อยหรอก” เสียงดังขึ้นอย่างเป็นห่วงเจือมาเล็กน้อย โซลริวมองน้องชายที่เล่นไปปีนต้นไม้เหมือนลิงเหมือนค้างก็นึกถอนหายใจ

“ไม่เห็นจะเหนื่อยเลย พี่สะสมแรงไว้แล้ว” เขานอนหลายชั่วโมงมันน่าจะพอแล้วล่ะ

“พี่ จำตอนเด็กๆได้ป่ะ ตอนที่เท็นตกต้นไม้น่ะ” เท็นมะถามขึ้น ดวงตาหลุบซ่อนความวูบวาบในดวงตาไว้ใต้เงาผมคล้ายรอฟัง โซลริวมองหน้าและตอบทันที

“จำไม่ได้ สงสัยความจำสั้นไป” เขาว่าก่อนจะมองไปรอบๆตัว มองหาเจ้าสัตว์ตัวเล็กๆที่ชอบมาหาทุกครั้งที่เขามาที่นี่

“หรอ” เท็นพึมพำอย่างถอดใจก่อนจะหลับตาแล้วกระโดนลงมายืนสองขาราวกับว่าความสูงเมื่อครู่เท่าขั้นบรรได

“เราไปไหนอ่ะพี่นำทางสิ” น้ำเสียงห้วนๆดังขึ้นอย่างกรุ่นโกรธที่ความจำของโซลริวหายไปเยอะมากขนาดนี้

โซลริวหันมองคนที่อารมณ์แปรปรวนทีหนึ่งก่อนจะหัวเราะขำๆ เท็นคงเบื่อที่ถามอะไรเกี่ยวกับตอนเด็กๆเขาก็จำไม่ได้ทุกที มันก็คงไม่สนุกจะพูดแล้ว เขาก็รู้สึกอยากขอโทษมันเหมือนกัน แต่ช่วยไม่ได้นะก็เขาจำไม่ได้ ทุกวันก็ยังงงๆอยู่ว่าที่ผ่านมาเคยทำอะไร ในโลกที่การต่อสู้รุนแรงมากมายขนาดนี้เขากลับอยู่รอดปลอดภัยทั้งๆที่นึกอะไรไม่ออกเลยสักนิด

แต่ก็จำได้ว่าเคยอยู่ที่โลกมนุษย์

แค่ตอนเด็กๆ

ความทรงจำก็หยุดอยู่แค่นี้ โซลริวกัดปากตัวเองเล็กน้อยอย่างหงุดหงิดขึ้นมานิดๆ พยายามไม่สนใจด้วยการมองหาสัตว์อื่นๆที่เหมาะจะให้เขาซ้อมล่า

โซลริวไม่ได้ฆ่าแต่เขาแค่ไล่ต้อนและตั้งใจยิงไม่ให้ถูกเพราะไม่ชอบฆ่าอะไรหากไม่จำเป็น เท็นก็ไล่ต้อนให้อีกทาง พวกเขาสนุกกับการวิ่งอยู่ค่อนวันจนกระทั่งมีความคิดว่าอยากหยุดป่าถึงได้กลับมาสงบอีกครั้งหนึ่ง

“เหนื่อย” เท็นว่าเสียงยานคางก่อนจะดื่มน้ำไปอึกใหญ่และปล่อยให้น้ำไหลออกจากมุมปาก

“คางทะลุรึไง” โซลริวท้วงขึ้นเพราะว่าเขาต้องกินน้ำที่เหลือแต่มันเหลือนิดเดียว เสียของหมด

คนเป็นน้องชายกลับยืนหัวเราะลั่นไม่เกรงใจป่าเขาก่อนเขาจะกินน้ำทั้งหมดแล้วเดินเข้าป่าเรื่อยๆเพื่อไม่ให้เสียเวลา รู้สึกว่าจะไปทางนี้นะ

“ที่ป่าต้องห้ามมีที่สวยแบบนี้ด้วยหรอ” เท็นถามขึ้นหลังจากหัวเราะจนเหนื่อยพลางมองป่าสมุนไพรตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา “แม่รู้มั้ย”

“ไม่อ่ะ ขี้เกียจพูด” ใช่แหละ โซลริวขี้เกียจจะพูด เขาไม่อยากแชร์อะไรให้ใครรับรู้เท่าไร ไม่ค่อยชอบน่ะ พอเดินลงไปตามเนินเขาก็เจอสัตว์ตัวใหญ่อยู่กลางทุ่ง มันนอนนิ่งเท็นไม่เข้ามาแล้วเพราะกลัวขนาดตัวของมันหรืออาจจะเข้าใจกฏของสัตว์ด้วยกันดี โซลริวเลยจำต้องเดินเข้ามาหาเอง

“นี่ นอนจนอ้วนเพละแล้วนะ” เขาทักพลางลูบขนแข็งๆแต่ลื่นมือแรงๆ มันลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่งก่อนจะอ้าปากแล้วกัดไหล่เขาเบาๆ ได้ยินเสียงเท็นร้องลั่นอยู่ด้านหลังเพราะใครมาเจอก็คงคิดว่ามันจะกินเขา

แต่ความจิงมันก็แค่แทะเบาๆมากกว่า

“พรุ่งนี้ผมจะไปเมืองหลวงเลยมาขอเก็บสมุนไพร อุก” โซลริว่าก่อนจะถูกอุ้มตีนใหญ่ๆตบจนหงายไป ต้องยอมรับว่าแรงมนุษย์กับสัตว์ตัวใหญ่ตรงหน้ามันไม่เท่ากัน อีกหนึ่งแค่ทักทายอีกหนึ่งจะตายเพราะแรงมหาศาลนั่น

“เจ็บ” โซลริวว่าในลำคอเมื่อเห็นว่าอุ้มตีนใหญ่ๆยังวางแหมะอยู่บนอกจนหายใจลำบาก เหมือนจะตายเลย

เจ้าตัวใหญ่ทำหูลู่ลงก่อนจะขยับเข้ามาเลียทีหนึ่งแล้วผละออกจากตัวเขา โซลริวถึงได้ลุกขึ้นมาถอนหายใจและส่งสัญญาณให้เท็นรู้ว่าเขาโอเคดี ยังไม่ตาย ความจริงแล้วมันก็เป็นสัตว์ในป่าต้องห้ามนี่แหละ มันชอบที่นี่และอยู่ที่นี่จนเสมือนเป็นอาณาจักรของมัน

โซลริวรู้ว่ามันอาจจะหวงถิ่นบ้างเลยต้องมาคุยกันก่อน ตามกฎของสัตว์ป่าก็ห้ามล้ำเส้นเด็ดขาด

คุยกันไปเรื่อย(จริงๆโซลริวก็บ่นคนเดียว)ก็เด็ดเอาดอกพันปีที่พบตามที่ต่างๆในทุ่งแห่งนี้ใส่ลงในถุงผ้าก่อนจะล่ำลาและแยกออกมาหากไม่ติดที่ว่าเจ้าตัวใหญ่ที่ตื่นขึ้นมางอแงไม่อยากให้กลับ มันส่งเสียงุ้งงิ้งเหมือนหมา สายตาละห้อยแบบนี้คิดหรอว่าจะรั้งเขาได้

“เท็นแกกลับก่อนนะพี่จะเล่นกับมันก่อน”

ตอนแรกเท็นจะอยู่แต่พอเห็นว่าเจ้าหมาใหญ่มันอยากเล่นเลยต้องกลับอย่างที่โซลริวบอก เพราะอยู่ไปก็บาดตาและเคืองหน่อยๆที่เข้าไปหาไม่ได้เลยต้องยอมๆกลับ เด็กหนุ่มหันมองพี่ชายอย่างเสียดายแต่ก็จำต้องกระโดดหายเข้าไปในป่า

ก็พ่อเรียกแล้วขืนไปช้าก็คงจะท่าไม่ดี

โซลริวมองหมาตัวโต กลุ่มขนแข็งหยาบเมื่อเลืนมือไปลูบแต่ก็นุ่มนิ่มในแบบของสัตว์ที่มีขนาดใหญ่โตแบบนี้ มันย่อลงเล็กน้อยให้เขาปีนขึ้นไปนั่งบนตัวก่อนจะเดินไปมาในทุ่ง โซลริวก้มมองเจ้าหมาตัวใหญ่ที่เดินต้วนเตี้ยม

มันยังไม่แก่ โซลริวเป็นคนให้ข้าวให้น้ำหรือพูดง่ายก็เลี้ยงมากับมือ อายุได้ 9 เดือนเศษๆเลยติดเขาแจเหมือนลูกติดแม่ น่าขันที่เขาไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไรเลยไม่คิดจะตั้งชื่อให้ตั้งแต่แรก นั่งนานก็เมื่อยตูดโซลริวเลยทำท่าจะลงมันก็ยอมให้ลงง่ายก่อนเขาจะกล่าวลา

“ผมกลับแล้วนะ ไว้ว่างๆจะมาเล่นด้วยอีก”

เจ้าหมาตัวโตเข้าใจคำพูดอย่างชัดเจน มันมองตามเด็กหนุ่มอย่างเว้าวอนแต่ก็ต้องอยู่รอเหมือนทุกที ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าแล้วหากป่าต้องห้ามมืดสนิทมันแย่แน่สำหรับเด็กหนุ่มตัวเล็กๆและท่าทีขึงขันของบุรุษตรงหน้าก็ทำให้เจ้าตัวใหญ่ไม่กล้างอแงใส่จนเกินเหตุ

โซลริวกลับมาถึงบ้านอีกทีก็ฟ้ามืดแล้ว เท็นนั่งเล่นอยู่พร้อมมือถือเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมดูแปลกๆตาแต่ก็คุ้น ความจริงแล้วบ้านของเขาก็มีของแปลกๆอยู่มากมาย มีไฟฟ้าและก็เจ้าเครื่องที่เท็นถืออยู่แต่บ้านอื่นๆก็ไม่หยักจะมี บ้านลุงฟานยังไม่มีเลยเครื่องอบขนมปังน่ะ

“กลับมาแล้วหรอ” เท็นถามขึ้น

“กลับมาแล้วครับ” เขาตอบพลางวางถุงผ้าลงบนโต๊ะเล็กๆก่อนจะหันไปสนใจของในมือน้องชาย “นี่อะไร”

เท็นยิ้มก่อนจะเลื่อนอีกกล่องมาให้เขา “โทรศัพท์ไง ของพี่น่ะพ่อเขาแอบซื้อมาให้”

เท็นป้องปากโซลริวเลยเปิดกล่องออก มันแปลกๆตาแต่ชวนให้นึกถึงบางอย่างแต่นึกไม่ออก เหมือนจะเคยใช้มาก่อนด้วยนะ เขาหยิบมันขึ้นหาค้นหาปุ่มบางอย่างแล้วกดค้างไม่นานแสงสว่างก็ปรากฏขึ้น มีชื่อรุ่นบอกในกล่องก็ยังมีของแถมมากมาย มันก็ถูกใจอยู่หรอก

“แม่ไม่รู้?”

น้องชายส่วยหน้า “แม่ไม่สนใจหรอก อันนี้ซื้อมาจะชวนพี่เล่นเกมน่ะเห็นพี่เบื่อๆ”

“เกมอะไร” โซลริวถามอย่างอยากรู้ แต่เท็นเล่นยิ้มกว้างแล้วชวนไปเล่นบนห้องเพราะไม่อยากให้แม่เห็น ตามจริงโซลริวก็ได้กลิ่นตงิดๆแล้วว่าเจ้าเครื่องนี้หากแม่มาเจอระดับปัญหาอาจจะขั้นบ้านแตก ดังนั้นเขาก็จะปิดๆให้ก็แล้วกัน

พออาบน้ำกินข้าวเสร็จโซลริวก็เตรียมจะนอนแต่พอมองเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมที่วางไว้อย่างสงบบนโต๊ะตรงหน้าก็ขมวดคิ้วและไม่นานเสียงจากประตูก็ดังขึ้น ไม่ต้องเดาว่าเป็นใคร

“พี่รู้จักป่ะ อาร์ โอ...” เท็นว่าเบาๆก่อนจะแทรกตัวเข้ามาในห้อง มือหนากดนั่นนี่ในเครื่องรอไม่นานมันก็พึมพำว่าติดตั้งเสร็จแล้ว อีเมล์เอย ไอดีเอย โน้นนี่นั้น โซลริวคุ้นเคยเป็นอย่างดีแต่คิดไม่ออกว่าไปรู้มาตอนไหนจนกระทั่งน้องชายทำการล็อกอินให้ทุกอย่าง

“ลองเล่นๆ”

คืนนั้นก็ไม่ได้นอน เกมหรอ?สนุกดีนะ โซลริวเคยเล่นแต่ก็ไม่ได้ชอบอะไรมากมายจนกระทั่งเวลาร่วงเลยเข้า 5 ทุ่มเขาจึงต้องพักมือแล้วไปอาบน้ำแต่งตัว

“เตรียมตัวแล้วหรอ” เท็นพึมพำพร้อมกับโยนเจ้าโทรศัพท์ทิ้งบนเตียง สองมือประสานไว้ท้ายทอยพร้อมกับยืดตรงให้นอนสบายๆบนเตียง เสื้อก็ไม่ยอมใส่

“อืม แกทำเหมือนไม่อยากให้พี่ไป” เขาถามก่อนจะหยิบเอาผ้าเช็ดตัว

“ถูก ไม่ให้ไปอ่ะ”

“โตแค่ตัวรึไง” หรือด่าว่าเด็กจะแสบกว่ากันนะ? เขาว่ามันพร้อมส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าน้องชายทำจมูกบานนิดหน่อย เวลาโกรธจะเป็นงี้แหละ แต่หน้าไม่เห็นจะลดออร่าความหล่อเลยสักนิด

“ห่วงอ่ะ พี่ไม่เคยไกลผมเท่านี้มาก่อนเลย” เสียงค่อนขอดดังขึ้น มันไม่ได้น่ารักนะเอาจริงๆแต่สีหน้าของเท็นก็บอกได้เป็นอย่างดีว่าไม่อยากให้ไป ถ้ามันร้องไห้เขาอาจจะคิดใหม่อีกทีก็ได้ แต่เท็นมันคงไม่ทำแบบนั้นต่อหน้าเขาหรอก

“อีกปีเดียวแกก็ตามพี่ไปสิ”

“ม่ายย”

“ฮ่าๆ” ติดเขาเกินไปจริงๆนั่นแหละ หรือเพราะแบบนี้พ่อเลยให้เขาไปเรียนไกลๆแทน

เขาแต่งตัวลงมาเจอคุณนายโรสอยู่ในชุดนอนคาดว่าถูกปลุกขึ้นมาส่งจากฝีมือเท็นแน่ๆ คุณพ่อเองก็ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกล่องเล็กๆใบหนึ่ง

“เดินทางปลอดภัยนะโซลริว” พ่อเสียงอ่อนลงไปมาก โซลริวมองคุณพ่อทีหนึ่งก่อนจะยิ้มจางๆ อาจจะเป็นเพราะช่วงเวลากลางคืนอากาศเย็นลง มาดต่างๆก็เลยลดลงด้วย คุณนายโรสเอาปิ่นโตให้ถือ โซลริวไม่อยากถือเพราะมันโครงเครงแต่ก็รับไว้เพราะอุตส่าห์ทำมาให้ทั้งที

“ผมจะยึดห้องพี่นะ” ก็ยังมีใครบางคนแอบยื้อไว้จนวิสุดท้าย

“ตามใจแกสิ”

“อะไรวะ” เท็นพึมพำอย่างไม่ชอบเพราะโซลริวตามใจตลอดแบบนี้แหละ แต่ก็แสดงออกมากไม่ได้เพราะโตจนป่านนี้แล้ว เท็นจะติดพี่ไปจนตายแบบนี้ไม่ได้เหมือนกัน

เขาเตรียมของมาอย่างดีแล้วต่อรถม้าไปที่เมืองหลวงก็เสียเวลามากโขแต่ก็ทันแน่นอนเพราะโซลริวลองทำมาแล้วไม่คิดว่าการลองเดินทางครั้งก่อนจะมีประโยชน์อีก แต่คราวนี้ก็ใช้จริงๆ เขามองหน้าน้องชายที่เงียบสนิทไปก็นึกสงสารแต่ช่วยไม่ได้เขากำลังทำหน้าที่ตามที่พ่อต้องการ

ทั้งพ่อและแม่ต่างกอดเขาไว้ก่อนเขาจะสอดตัวขึ้นรถม้า มีแค่เท็นที่ยืนปากคว่ำอยู่หลังสุด

“คิดถึงก็ไปเยี่ยมสิ” เขาอนุญาตแล้วนะ สรุปว่าเด็กติดพี่ก็ยกมุมปากขึ้นนิดหน่อย

เมื่อรถม้าเคลื่อนออกไปโซลริวก็มองกล่องที่พ่อมอบให้ เปิดดูก็เป็นแหวนหัวสิงโตสีดำสนิทให้ความรู้สึกมืดๆครึ่มๆ เขาเหยิบมันมาสวบไม่ได้สังเกตมากมายเพราะรถม้าตกแต่งด้วยตะเกียงเลยมีบรรยากาศชวนนอน อีกอย่างฟ้าก็ร้องเหมือนฝนจะตก

คล้ายจะมีพายุ

เด็กหนุ่มเสยผมสีดำขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีดำคมเข้มลอบมองออกไปด้านนอกอย่างใสซื่อดั่งตากวางอย่างไม่เคยเห็นสภาพล้อมๆมาก่อนเพราะเขาไม่ค่อยออกมานอกหมู่บ้านแต่ตาคู่นั้นก็แฝงไปด้วยความลึกลับคล้ายมีอะไรแอบแฝง เสียงล้อบดลงบนพื้นยังคงดังก้องแข่งกับเสียงฟ้าคำรามคลื่นต่ำ

น่าสนุกดี

 

โซลริวยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนจนเขาเป็นเหมือนมดตัวหนึ่งที่ถูกชนจนไหลไปตามคลื่นมนุษย์ กว่าจะยืนยันตัวตนที่จุดรับสมัครได้ก็แทบสิ้นซื่อเหมือนกัน วันนี้คนเยอะดีแต่เพราะโซลริวไม่ได้นอน เขาเลยหมดแรงจะสำรวจเส้นทาง

เด็กหนุ่มผมดำแอบอยู่ซอกตึกเล็กๆพลางถอนหายใจ มือหนาหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านสักพักก่อนจะจุดไฟเผาด้วยสิ่งที่เรียกว่าไฟแซ็ก มันเป็นของจากโลกมนุษย์เผาคนได้เหมือนกัน ดังนั้นไม่ต้องมีเวทไฟเขาก็เผากระดาษได้

โซลริวเก็บไฟแซ็กเข้ากระเป๋าก่อนจะเดินออกมานั่งที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ โชคดีที่เขาเดินทางมาถึงตอนตีห้า เวลาสอบคือแปดโมงเช้า เลยมีเวลาหาห้องเช่าเนื่องจากต้องรออยู่ที่นี่สองวัน เขาได้ห้องเช่าราคากลางๆแถมยังมีรูมเมทไว้แชร์ค่าห้องอีกคน แต่เพราะต่างฝ่ายต่างไม่มีความต้องการจะรู้จักกันเลยไม่รู้จักกัน

พอสอบเช้าเสร็จก็ทดสอบความสามารถบ่ายเลย

โซลริวไม่มีเวลาเตรียมตัว แต่เขารู้ตัวดีว่าจะเสียคะแนนจากส่วนทดสอบความสามารถเลยไปเน้นที่ข้อสอบมากกว่า หวังว่าเขาจะไม่ผิดเลยสักข้อไม่อย่างนั้นโอกาสสอบติดก็ลดลง เขาขี้เกียจฟังพ่อกับแม่เทศนา เสียเวลานอน เผลอๆเสียพลังชีวิตด้วย

คนเราก็ต้องขีดจำกัดของตัวเอง โซลริวรู้ดีว่าพลังเวทของเขาไม่ได้มีมากมายอะไร ไม่รู้ว่าเขาจะแสดงอะไรให้กรรมการดู จะเอาอะไรในช่องมิติมาโชว์ก็ดูไม่เหมาะและอาจจะถูกเข้าใจผิด โซลริวโกหกไม่เก่งแต่ถ้าลงมือก็ยากที่จะจับได้เหมือนกัน

แต่เขาก็ไม่อยากโกหกใคร

ทำยังไงดี?

ปล่อยให้ข้าจัดการ

เสียงของปีศาจในใจดังขึ้นเบาๆเหมือนจงใจพูดลอยๆ โซลริวชะงักพลางหรี่ตา นับว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่เลวแต่..แต่มันก็ไม่คุ้มเสียนะ

แค่นี้ขนหน้าแข้งเจ้าไม่ร่วงหรอก

โซลริวถอนหายใจ เขาอยากนอนพักเอาแรงเรื่อยๆไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับเสียงในหัว อีกนานเลยกว่าเขาจะถูกเรียกไปทดสอบ ผู้คนรายล้อมากมายแต่โซลริวไม่สนใจหรอก เขาง่วงและจะนอนรอตรงนี้

ใช่ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงแต่ชีวิตเขาจะสั้นลงนี่สิ!

คนผมดำทิ้งตัวลงนอนอย่างที่คิดจริงๆ สายตาของคนรอบๆตัวหันมองเด็กหนุ่มก่อนจะหันไปซุบซิบ โซลริวกึ่งๆจะหลับแล้วหากไม่มีใครเดินเข้ามายืนค้ำหัว เขาอยากเตือนว่าอย่าทำแบบนี้เพราะเจ้าปีศาจที่อยู่ในใจของเขา มันไม่ชอบโว้ย

“เฮ้” เสียงดังขึ้นตามคาด โซลริวลืมตาขึ้นมาปรือๆพอมองเห็นว่าคนที่กล้าเข้ามาหาเขาเป็นคนแบบไหนก็หลับต่ออย่างไม่สนใจ “นายจะหลับมันทุกที่แบบนี้ไม่ได้นะ”

ยังไม่หยุดอีก โซลริวอยากลุกขึ้นมากระชากหัวมันลงมานอนซึบซับกลิ่นดินเล่นๆบ้างแต่ก็ขี้เกียจเกินไปจริงๆแต่เพื่อไม่เป็นการเสียแรงกายจนเกินไป เขาเลยจำต้องลืมตาตื่น พอเห็นอีกคนถนัดตาก็เหมือนจะตาสว่างขึ้นมานิดหน่อย

ใบหน้าหล่อเหลาขาวเผื่อนเลือดเล็กน้อย ผมสีทองอร่ามดูงดงามเข้ากับผิวและดวงตาสีมรกตจ้องเขานิ่ง จมูกโด่งเป็นสันเข้ากับเครื่องหน้าคมดูดึงดูดสายตาคนอื่นจนต้องหันมองอย่างละลาบละล้วง และมันก็มากพอที่จะจำให้พวกเขาทั้งคู่กลายเป็นจุดสนใจทันทีจนโซลริวบ่นในใจ

ทำไมไม่ทักเวลาอื่น

“เรย์จิน” เสียงเขาแหบแห้งเล็กน้อยดูเหนื่อยๆจนเรย์จินขมวดคิ้วยุ่ง มีความเป็นห่วงอยู่ในแววตาก่อนยิ้มแฉ่งเพราะพวกเราเคยเจอกันที่โรงเรียน ไม่ได้สนิทกันมากแต่ก็รู้จักมาก่อนเพราะโรงเรียนพวกเราก็ถือว่าแข่งขันกันอยู่

“นอนไม่พอหรอดูเหนื่อยๆ”

“เวลานอนมันพอซะที่ไหนละ” เขานอนทั้งวันก็ยังรู้สึกว่าไม่พอเลย

“ลุกๆ ฉันจะนั่งด้วย” ทำไมไม่ไปนั่งที่อื่น โซลริวค้อนเรย์จินทางสายตาก่อนจะขยับตัวขึ้นมานั่งอย่างเหนื่อยอ่อน เขาไม่อยากต่อปากต่อคำกับใครแต่อยากนอนมากว่า พอลุกขึ้นมาได้ก็มองหาที่นอนใหม่

“จะไปไหน” เรย์จินย์รั้งไว้อย่างก่อกวน รอยยิ้มแสบตาของมันเรียกให้เรียกซุบซิบดังขึ้นรอบๆ ไม่นอนก็ไม่นอน เฮ้อ

“ไม่ได้ไปไหน”

“นายมาสอบที่นี่หรอเนี่ย”

“เห็นเป็นคนอื่นหรอ”

“เปล่า แค่ดีใจเฉยๆ คนเยอะมากหาเพื่อไม่เจอ” คนผมทองพูดก่อนจะยิ้มหล่อที่เรียกให้คนอื่นมองมากขึ้นกว่าเดิม โซลริวขมวดคิ้ว มันจะยิ้มเรี่ยราดอะไรขนาดนี้ ไม่มีใครเตือนหรอืไงว่าทำแบบนี้จะถูกสนใจมากขึ้น

“ดีใจที่เจอฉันหรอ” โซลริวถามแบบนั้นแต่เขาเสียใจที่เจอมันที่นี่นะ เพราะไม่ได้นอนสักที

“อืม” เรย์จินยิ้มอีกแล้ว “นายได้ทดสอบคนที่เท่าไร”

“ห้าร้อยกว่า” เขาตอบก่อนจะมองว่าปลายตัวเลขมันเท่าไร พอมองคนข้างๆก็เห็นว่ามันจ้องเขาอยู่ คงอยากให้ถาม “นายได้เท่าไร”

“เกือบห้าร้อย” ในแววตาของเรย์จินช่างสดใสแสบตาจนโซลริวอยากนอนแล้วหาผ้าห่มหนามาคลุมหัวจะได้ไม่แสบตามากกว่านี้

“ถ้างั้นก็นอนรอกันเถอะ” เขาไม่รู้จะหุบปากมันยังไงเลยชวนนอนมันตรงนี้แหละที่ก็นั่งกว้างพอ เรย์จินพยักหน้าก่อนจะชะงักเหมือนนึกอะไรได้ โซลริวไม่ได้สนใจแล้วเพราะเขาง่วง รอแป๊ปหนึ่งมันก็ยังไม่นอนเขาเลยถามสักนิด

“ไม่นอนหรอ?”

“หึ” คำตอบดังขึ้นโซลริวเลยหันมองว่าทางโน้นถึงลำดับที่เท่าไร พอเห็นว่าอีกนานกว่าจะถึงคิวของเรย์จินเขาเลยถือวิสาสะ

“นอนตรงนี้ได้มะ”เขาชี้ไปที่ตักมัน เรย์จินพยักหน้าช้าๆก่อนจะดึงผ้าคลุมในกระเป๋าออกมาให้อย่างอนุญาตเต็มที่ เขารับไว้แล้วทิ้งตัวลงนอนทันทีพร้อมดึงผ้ามาคลุมตัวไว้ไม่นานก็หลับลึก

เรย์จินมองเพื่อนผมดำที่ไม่ได้สนิทกันเท่าไร วันนี้ยังกล้านอนหนุนตักแล้วมันแปลว่าอะไร อ่อ..แปลว่าสนิทกันแล้ว ก็ดีเหมือนกันถ้าติดที่นี่ด้วยกันก็พักด้วยกันไปเลย

“ปลุกด้วยนะ ถ้าเมื่อยก็ปลุกจะขยับให้” เสียงงึมงำดังขึ้นเบาๆเรย์จินเลยได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะช่วยวางมือทบประบอกตาโซลริวไว้เพราะรู้ดีว่าแสงแดดตอนบ่ายมันรุนแรงพอจะทำให้นอนหลับลำบาก

สารภาพตามตรงก็ไม่บ่อยนักที่โซลริวจะให้ใครเข้าใกล้ง่ายๆและพอมันเป็นแบบนี้ก็รู้สึกว่าสามารถข้ามกำแพงได้อีกหนึ่ง

เบา

เรย์จินนั่งเงียบมาสักพักก่อนจะสังเกตได้ว่าหัวโซลริวมันเบามากๆแทบจะไม่รู้สึกเมื่อยแต่อย่างใด คิ้วเข้มขมวดเป็นปมทันที เป็นห่วงว่ามันกินข้าวน้อยเกินไปหรือนอนมากไปตัวถึงเบาขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้ผอมลงหรืออ้วนขึ้นจากเมื่อก่อนด้วย

“โซลริว หิวน้ำมั้ย” เขาเอ่ยถามเสียงเบาได้ยินเสียงครางในลำคอก็พอรู้ว่าไม่อยากให้ปลุก คนผมทองจึงส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะมองรอบๆ ก็นะ..พอโซลริวมานอนหนุนตักเขาแบบนี้บอกตรงๆว่าเขินสายตาประชาชน นิดหน่อย

ย้ำว่านิดหน่อยเพราะว่าเรย์จินชินกับการสกินชิพแล้ว

ก็เขาเป็นไอดอลนี่หว่า ก็ต้องคลุกคลีกับคนหลายประเภทเหมือนกัน

“ใช่คุณเรย์จินมั้ยคะ” เสียงสั่นถามขึ้น เรย์จินละสายตาจากโซลริวพร้อมเงยมองเด็กสาวที่ยืนหน้าแดงอยู่เบื้องหน้า

“ครับ?”

“คะ..คือว่า หนู...ขอลายเซ็น” เสียงตะกุกตะกักถามขึ้น โซลริวได้ยินเสียงแว่วเข้ามาในหูก่อนจะปรือตาขึ้นมองคนผู้มาใหม่ พอสบตากันอีกฝ่ายก็หน้าแดงไปถึงคอ มือไม้อยู่ไม่สุข เขาขมวดคิ้วนิดๆก่อนจะลุกแต่ถูกมือของเรย์จินกดหัวไว้

“นอนเถอะ เขามาขอลายเซ็นเฉยๆ”

โซลริวเหลือบมองผู้มาใหม่ที่ดูเขินหนักกว่าทุกทีก่อนเขาจะหลบสายตาด้วยกับนอนต่อเพราะไม่ชอบจ้องตาคนแปลกหน้าเท่าไรเพราะอาจจะรู้สึกเขินเหมือนกันก็ได้ แบบนี้ก็ดีกว่า นอนก็นอน

 

 

******************************* โปรดติดตามตอนต่อไป

 ถ้ามีกำลังเขียนก็จะเปิดโลกของมาเฟียให้ดูค่ะ หยางไปสายโน้นแล้ว ลุ้นเหมือนกันว่าเพื่อนรักจะมาเจอกันยังไง  ตอนนี้ไม่มีอะไรมาก ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

พรุ่งนี้เช้าเจอกันค่ะ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

115 ความคิดเห็น