Secret DD ปล่อยให้ผมนอนต่อเถอะ [รีไรท์]

ตอนที่ 39 : บทที่37 คนที่เห็นแก่ตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

บทที่37 คนที่เห็นแก่ตัว

ใช่

โนอาร์คือหยาง หยางคือโนอาร์...

ภคินัยเสียชีวิตหลังจากที่ขึ้นรับตำแหน่งผู้นำที่อายุน้อยที่สุดของตระกูลอัศวิฯได้เพียงหนึ่งปีกับอีกห้าเดือนเพราะการต่อสู้ในโลกมนุษย์มันเต็มไปด้วยอันตรายและเขาไม่มีทางทิ้งให้น้องสาวตายหรือผู้บริสุทธิ์คนตายไปต่อหน้าต่อให้เขาต้องเป็นคนทิ้งลมหายใจ เขาก็ยอม

แต่เควินไม่ยอมให้เขาตาย

อาจเป็นเพราะเควินเลี้ยงเด็กหนุ่มมาตั้งแต่เด็กๆ ดูแลเหมือนเป็นน้องชายตาซานตนนั้นบอกเพียงว่าต้องให้เขาไปอยู่อีกโลกหนึ่งนั่นคือร่างของโนอาร์แรกๆอาจจะจำอะไรไม่ได้แต่แค่สามเดือนความทรงจำทั้งหมดก็กลับมาและหยางก็ติดต่อกับเควินอยู่ตลอดเพื่อดูว่าน้องสาวของเขาอยู่ได้หากไม่มีเขาคอยดูแล

หยางไม่ใช่คนดี เขายอมรับว่าตอนที่ปล่อยให้โซลริวไว้ที่ลานประหาร เขาก็คิดหนักเพราะหากว่าเขาช่วยโซลริวน้องสาวก็จะตาย แต่ถ้าเขาเลือกน้องสาวโซลริวก็จะตาย เป็นเหตุผลที่หยางเกลียดตัวเองจนถึงตอนนี้

แต่เขารู้ดีว่าเขาเลือกได้แค่ทางเดียว

ถึงซาตานจะมอบพรให้ได้แต่ทุกอย่างย่อมมีขีดจำกัดของมัน ความจริงแล้วร่างกายของโนอาร์ก็กำลังจะตายลงช้าๆ ตอนที่ตามหาวิญญาณโซลริวไม่เจอเขาก็รอเวลาตายไป แต่เรย์จินกลับทำทุกอย่างเพื่อรั้งให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ นอกจากเจฟฟ์แล้วก็มีมันนั่นแหละที่อยู่ข้างๆ

เรย์จินไม่ถนัดเวทรักษาแต่มันก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อหาวิธีทำให้ร่างกายของโนอาร์สามารถอยู่ต่อไปได้

“รู้ได้ไง” เรย์จินถามขึ้นพลามองแบล็คนิสอย่างสงสัยมือก็ลดการป้องกันเล็กน้อย

“ดูไม่ออกหรอกแต่เวลาที่นายอยู่กับโซลริวจะรู้สึกได้ ฉันอยู่กับโซลริวมาทำไม่จะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เว้นแต่หมอนั่นแล้วล่ะ” จอมมารว่าก่อนจะมองไปที่คนหลับ “ฉันลบความทรงจำของโซลริวอยู่ตลอดเพราะกลัวว่าวันหนึ่งความทรงจำจะกลับมาทำร้ายเขาอีก ครั้งแรกที่เจอกันไม่แปลกที่โซลริวจะดูไม่ออก”

“...”

“อีกอย่างที่นี่มันโอเทียร์ร่า ใครจะคิดว่าเพื่อนรักตัวเองจะตามมาถึงที่นี่กันละ”

“...”

“ความทรงจำที่ถูกลบน่ะจะไม่กลับมาหมดหรอกนะ ถ้านายอยากพูดอะไรก็พูดซะรอให้โซลริวรู้สึกได้เองน่ะ ไม่ดีหรอก”

จอมมารเตือนด้วยความหวังดีก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ส่วนเซเรฟน่ะ รออีกสักหน่อยเขาก็กลับมาเป็นปกติแล้ว”

“แล้วนายจะไปไหน” แบล็คนิสเลิกคิ้วนิดๆพลางมององค์ชายแดนมนุษย์ที่เอ่ยถามด้วยท่าทีอย่างวางตัวไม่ถูก

“ไปจัดการธุระ อยู่ที่นี่เท่าที่อยากอยู่ก็ได้นะคิดซะว่าเป็นบ้าน” แบล็คนิสกล่าวเรียบๆ “สามารถไปที่สวนดอกไม้หลังปราสาทหรือเรือนกระจกได้ ใช้ห้องครัวกับห้องรับแขกได้ ส่วนห้องนอนจะให้คนจัดให้เรื่องบาดแผลเดี๋ยวจะให้หมอมารักษา แต่อย่าลงไปชั้นใต้ดิน”

คำพูดรวบรัดตัดตอนดังขึ้นเรย์จินยืนอึ้งก่อนพยักหน้าช้าๆอย่างงุนงงแต่ปากก็เผลอถามอะไรไม่เข้าท่าตลอด

“ทำไมไปไม่ได้”

“มันเอาไว้เก็บศพ”

“อ่า ...ตามนั่น” เจ้าชายแดนมนุษย์หน้าเจื้อนพลางพยักหน้ารัวๆก่อนที่แบล็คนิสจะเดินออกไปถึงจะคล้ายโซลริวแต่ความน่ากลัวกลับต่างกันลิบลับ โซลริวคงน่ากลัวแค่ตอนโมโหอันนั้นใครๆก็เป็นกันแต่เจ้าหมอนี่ไม่ว่าจะขยับไปไหนก็ดูน่ากลัวไปหมด

พอจอมมารเดินออกไปพ้นขอบประตูเซเรฟก็กลับไปนั่งบนเก้าอี้ก่อนดวงตาจะค่อยปิดลงราวกับกลับเข้าช่วงจำศีลอีกครั้งหนึ่ง โนอาร์ขมวดคิ้วแน่นก่อนจะมองหน้าเรย์จินเล็กน้อย

บรรยากาศอึมครึมเมื่อครู่คล้ายถูกพัดออกไปด้วย แต่พวกทหารข้างนอกมันก็ขยันเฝ้าจริงๆ

“หยาง”

“บอกให้เรียกโนอาร์” เด็กหนุ่มพูดก่อนยิ้มนิดๆราวกับไม่ใส่ใจชื่อเดิมอีก “เพราะฉันไม่ใช่พระอาทิตย์อีกต่อไปแล้ว”

“...”

“ฉันจะเป็นความมืด” จะเป็นความมืดที่เก็บซ่อนโซลริวไว้ไม่ให้ใครหาเจอเลยสักคน

“โอเค ยังไงก็ได้แหละ แต่ตอนนี้พวกเราออกไปไม่ได้สินะ”

“คงงั้น นายไปทำแผลเถอะหมอคงมาแล้ว” ว่าจบก็ถอนหายใจออกมา เรย์จินทำเพียงตบบ่าและหวังว่าพรุ่งนี้พวกเขาจะได้เริ่มต้นเสียงหัวเราะอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากเรย์จินไปรักษาบาดแผลตามร่างกายก็มีหมอคนหนึ่งเขามารักษาให้ถึงที่ โดนบ่นไปนิดหน่อยข้อหาทำให้ยุ่งยาก เขาก็ตอบกลับไปบ้างแต่ไม่ใช่เวลาแบบนี้ เด็กหนุ่มผมแดงจ้องมองร่างที่หลับมานานหลายชั่วโมงด้วยความกดดันเพราะไม่รู้ว่าบอกความจริงยังไง มีหลายครั้งแล้วที่เขาอยากบอกโซลริวแต่ใจหนึ่งก็มักบอกว่าการหลบซ่อนตัวตนไว้ในเงามืดจะเป็นผลดีที่สุด อีกอย่างหยางไม่ได้เป็นเด็กธรรมดาทั่วไป เพราะงานของมาเฟียมันหลบหลีกเรื่องการฆ่าใครไม่ได้

และเขาก็ฆ่าคนมามาก หากว่าโซลริวมันรู้ก็กลัวว่ามันจะถอยออกไปอีกก้าวหนึ่ง

เขารู้ว่าคิดไปเองมันไม่ใช่เรื่องดี แต่ถ้าเป็นอย่างที่เขากลัวขึ้นมาล่ะ

ทุกอย่างได้สอนประสบการณ์ครั้งใหญ่ให้เขาไว้มากมันสอนสิ่งที่มีค่าไว้มากมาย

วันนี้มีความสุขพรุ่งนี้อาจทุกข์อย่างแสนสาหัส วันนี้เจอกันพรุ่งนี้ก็อาจจะไม่ได้เจอกัน เขาเลือกทางผิดถูกมามากมายและรู้ดีว่าทางที่เลือกอาจจะทำให้เกิดความเจ็บปวด ทุกอย่างที่เกิดขึ้นสอนให้เขาเห็นคุณค่าของเพื่อนในยามตกทุกข์ได้ยากก็ไม่ทิ้งกันและคำพูดที่บอกว่าเวลาจะรักษาทุกอย่าง เขาเชื่อว่ามันจะเป็นแบบนั้น

ความเจ็บปวดที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มีบ้างที่รสชาติข่มขื่นของมันทำเอาเราแทบไม่เป็นผู้คน เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นมันสอนให้เขารู้ว่าเขาอยากทำอะไร อยากเดินไปทางไหนแม้ว่าแรกเริ่มที่ประสบกับตัวคล้ายกับว่าเราเจอทางตันแต่ท้ายที่สุดเมื่อผ่านมันได้เราจะรู้เองว่าอยากทำอะไร

ความสุข..เขาจำไม่ค่อยได้นักแต่ทุกครั้งที่มีโซลริวอยู่ตรงนั้นทุกอย่างก็ดูง่ายดายเสมอ เขารู้ดีว่าเราไม่ควรเอาตัวเองไปพึงพิงใครให้มากหลังจากที่เราเผชิญกับคำว่าเติบโตเราควรยืนได้ด้วยตัวเอง โซลริวเหมือนเป็นหลักให้เขาพึงพิงมาตลอดตอนนี้เขาคิดว่าตัวเองควรจะถอยออกมาได้แล้ว

หยางรู้ดี เขาวิ่งตามโซลริวตลอดตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ความแตกต่างระหว่างพวกเราทำให้เขาสนใจมันและไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ทำอะไรก็ต้องนึกถึง ตั้งแต่เมื่อไรที่ปล่อยให้มันก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคำว่าครอบครัว

โซลริวไม่ได้เป็นจุดเด่นในรุ่นตอนที่อยู่โลกมนุษย์เพราะเขากลบมันไว้เพราะไม่อยากให้ใครดึงความสนใจมันไป ความใจดีของมันเขาไม่อยากแบ่งให้ใครได้รับรู้เพราะคนพวกนั้นชอบรังแกมัน ก็เขาไม่ช่คนดีนี่ เขามันคนเห็นแก่ตัว

และตอนนี้ต้องลองเปลี่ยนกันบ้าง

เขาจะหยุดวิ่งตามมันลองเปลี่ยนมาเดินข้างๆแทน

มองไปข้างหน้าที่ไม่รู้ว่าจะเจอทางแยกเมื่อไร ถึงอยากจะเดินข้างๆแต่พอต้องมองอนาคต มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะเดินนำไปก่อนบ้าง หากเกิดอะไรขึ้นก็ให้เขาตายก่อนเพราะว่ามันคงหนักหนาเกินไปหากต้องทนเห็นมันตายไปอีกครั้งหนึ่ง

แต่หยางไม่รู้เลยว่าความปรารถนาเล็กๆของเขาจะเป็นปราการสูงใหญ่ให้มันได้หรือเปล่า

 

 

โซลริวลืมตาขึ้นอีกครั้งพร้อมความเจ็บในลำคอ ดวงตาสองสีเปิดขึ้นสำรวจรอบๆที่ปกคลุมไปด้วยความมืดสลัวก่อนจะเห็นคนที่แสนคุ้นเคยนั่งฟุบหลับอยู่ข้างเตียง เขารู้สึกสับสนไม่น้อยที้ได้เห็นโนอาร์อีกพอคิดให้มากๆก็ได้รู้ว่าเขายังไม่ตาย

โนอาร์ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะผงกหัวขึ้น พอได้สบตากันดวงจาของมันกับพราวขึ้นราวกับไม่ได้นอนมาก่อน น่าแปลกที่บรรยากาศมันดูเงียบพิกลทั้งที่มีกันอยู่สองคนแท้ๆ

“หิวน้ำมั้ย”

“อืม”

เมื่อน้ำผ่านลำคอความแสบแปล็บก็วูบในลำคอครู่เดียว เขามองหน้าโนอาร์ที่ไม่ได้แผ่รังสีความดุออกมาก่อนจะขมวดคิ้ว

“ทำไมฉันถึงอยู่ที่นี่” เสียงแหบแห้งดังขึ้นจนดูน่าสมเพชไม่น้อย โนอาร์ทิ้งตัวนั่งข้างเตียงอีกครั้งหนึ่งก่อนจะยิ้มจางๆ ไม่อยู่เฉยๆมันยังสวมแหวนใส่นิ้วเขาลวกๆด้วย

“เรื่องมันยาว อ่ะ ของแก เก็บมาให้ตั้งแต่คราวนู้นแต่ไม่ได้ให้สักที ขวัญมานะ”

“อ่อ..ขอบคุณนะ” โซลริวมองหน้าเพื่อนผมแดงอย่างงุนงงแต่ก็ส่งยิ้มให้ “แล้วเรย์จิน เซเรฟล่ะ”

“ไม่ต้องตกใจขนาดนั้น พวกมันไปพักผ่อนแล้ว ใกล้จะเช้าแล้วสายๆพวกมันคงมา” เขาอธิบายให้โซลริวคลายความกังวลลง เซเรฟถูกเรียกออกไปกลางดึกเห็นว่าให้กลับไปพักที่ห้องที่จัดไว้ให้เฉพาะ โนอาร์ได้คุยกับคนของแบล็คนิสอยู่นิดหน่อยเห็นว่าถึงเวลาที่จะให้ร่างกายของเซเรฟได้พักอย่างจริงๆจังๆ

“แบล็คนิสไปไหน”

“ไปข้างนอก”

“สงครามล่ะ”

“ยุติชั่วคราว เห็นว่ากำลังเจรจา”

“ไหนบอกว่าจะฆ่าฉันวะ” โซลริวพึมพำอย่างปวดหัวจี๊ดๆ

“แบล็คนิสเขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่านายหรอก จอมมารมันก็แค่อยากทดสอบแกน่ะ”

“ห๊ะ ทดสอบ ? เรื่องอะไร ด้วยวิธีนี้น่ะนะ สุขภาพจิตฉันเสื่อมหมดแล้ว” โซลริวพึมพำเสียงเบาเพราะขึ้นอารมณ์มากไม่ได้

“หึๆนี่สร้อย” โนอาร์หัวเราะในลำคอพลางยื่นสร้อยที่มันเคยให้ไว้ตั้งแต่วันนั้น เขารับมาไว้อย่างงงๆไม่คิดว่ามันจะเก็บกลับมาด้วย บอกตามตรงเขายังคิดว่ามันจะเกลียดเขาเลย แต่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องโกหกนี่นะ

“ยังเก็บไว้อีกหรอ”

“ก็ต้องเก็บสิ ไม่งั้นแกจะฉันได้หรอ”

“หืม ทำไมจะจำไม่ได้ ก็โนอาร์”

โซลริวมองคนตรงหน้าที่นั่งเงียบท่าทางเหมือนพวกปากหนักจนเขาต้องดันตัวขึ้นมานั่งบนเตียงแทนก่อนจะมองสร้อยอีกครั้งเพราะท่าทางของมันเหมือนจะปฏิเสธว่าไม่ใช่เรื่องที่เขาพูดออกมา

“ฉันเอง”

“...”

“ฉัน” โนอาร์พูดแบบนั้นเหมือนปากจะสั่นนิดๆก่อนประโยคที่โซลริวไม่คาดฝันจะดังขึ้น “หยางไง ลืมไปรึยัง”

โซลริวเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู พอมองสร้อยสลับกับโนอาร์ที่ทำหน้าจริงจังอยู่ก็พลันนึกถึงตอนที่อยู่โลกมนุษย์ โซลริวกับหยางไปเดินห้างหลังจากไปทำรายงานที่บ้านเจฟฟ์เสร็จแต่ผ่านร้านขายสร้อยเพราะใกล้วันเกิดของของหยางเขาเลยซื้อให้มัน สร้อยที่ทำจากเชือกสีดำและใส่จี้สีฟ้าเป็นรูปหยดน้ำใส่ครอบใสไว้ดูเรียบๆดี

เพราะตอนซื้อคิดว่าหยางมันไม่ใส่แน่ๆเลยซื้อให้มันปวดใจเล่นๆ

นี่เขา...ลืมไปเลย...

“แก...ทำไมกลายร่างเป็นหน้าอย่างนี้วะหยาง แล้วทำไมถึงมาสภาพนี้”

“หึ จำได้สินะ” โนอาร์..หยาง..มันยิ้มออกมาอย่างโล่งใจก่อนจะวางมือลงบนหัวเขาแล้วดึงไปซบที่พุงของมันพร้อมแรงรัด นิสัยแบบนี้มีไม่กี่คน ไอ้หยาง!

“แกยังไม่ตอบฉัน”

“ก็กูโดนยิงตาย”

“...ตายเลยหรอวะ”

“เออ ตาย”

“แล้วทำไมแกไม่บอกฉัน!” โห้ว อุตส่าห์เกรงใจตั้งนาน ไอ้หอยหลอด! ก็ว่าคนบ้าอะไรใจดีชิบหายวายวอด เพิ่งเจอกันแท้ๆ!

“อ่าห๊ะ คิดถึงมึงจังเลย” เสียงอ้อล้อดังขึ้นโซลริวตีเพื่อนรักทีหนึ่งแรงๆ

“โอ้ะ แมวข่วน”

“กอดแรงไปแล้ว จะตายๆ” โซลริวโวยวายพลางขืนตัวออกแต่หยางไม่คิดจะปล่อยง่าย มันเป้นคนแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร

“โห้ว กูขาดความอบอุ่นอ่ะ มะ กอดกัน”

“กอดXXXไรออกไป!

“งอนหรอ โอ๋ ไม่ดื้อนะคะ”

“นะคะพ่อง” ไอ้เพื่อนเวร! ว้อยยยยจะกอดอะไรนักหนา!!!

“อะ..ฮ่าๆๆ หยาง ไอ้ ฮ่าๆๆๆ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นเพราะโซลริวโดนจั๊กจี้ทันทีที่พูดแบบนั้น เด็กหนุ่มหัวเราะลั่นพลางตบตีกับเพื่อนบนเตียงเพื่อเอาชีวิตรอดเหมือนกัน หยางจัดการสอนคนด้านล่างให้สำนึกทันทีที่พูดคำแบบนี้ออกมา ปกติแล้วโซลริวพูดหยาบสุดกับเขาคือแกน่ะ หากเกินกว่านั่นจะต้องถูกสั่งสอนแบบนี้

“พอ พอแล้ว จะตาย ฮ่าๆๆ”

โซลริวหัวเราะจนเหนื่อย คอก็เจ็บจะตายเอาเพราะไอ้เรื่องแบบนี้นี่แหละกว่าหยางจะหยุดมือเขาก็หมดแรงจะสู้มันตัวอ่อนเป็นเหลวเหลวๆแทบจะทันทีพอจะเลื้อยไปเตียงอีกฝั่งก็โดนล็อกขาข้างนั่งไว้ก่อน

“อะไร” โซลริวถามอย่างเหนื่อยอ่อน ตอนนี้คงไม่มีใครตื่นก็แล้วกันแต่อีกไม่นานก็คงเช้า

“ต่อไปนี้ก็เรียกฉันว่าโนอาร์นั่นแหละ” คนจากแดนเทพบอกพร้อมยิ้มอ่อนโยนที่แทบจะหาดูได้ยาก ถึงอย่างนั้นมันก็ดูอ่อนลงไปมากๆ พอรู้ว่ามันคือหยางโซลริวก็รู้สึกว่ามันโล่งใจที่ได้พูดเรื่องนี้สักที

ตัวมันเมื่อก่อนก็ดูดีจนคนล้อมหน้าล้อมหลังตอนนี้ก็เช่นกัน แต่คนบ้าอะไรได้ไปสิงร่างที่ต้องยอมรับว่าหล่อวัวตายควายล้มขนาดนี้กันวะ

อ่อ..คนอย่างไอ้หยางนั่นเอง

โถ๊ะ ! เขาก็หล่อเหมือนกัน

“แกไม่ได้สิงร่างหรอ”

“มันตายแล้ว” คนผมแดงว่าก่อนจะลูบลอยซ้ำที่ข้อเท้าเบาๆ “แกเนี่ยนะ ฝีมือแบล็คนิสหรือไง”

เสียงเย็นถามขึ้นโซลริวถอยหายใจออกเบาๆเพราะรู้นิสัยเพื่อนดี มันก็เป็นแบบนี้แหละเวลาที่เขาเดือดร้อนมันจะจริงจังมากๆ

“แบล็คนิสสั่งให้เซเรฟสู้กับฉันน่ะ” เขาคงไม่มีวันบอกว่าสั่งฆ่าแน่ไม่งั้นเรื่องไม่จบ

“มึงโกหก..ช่างเถอะ เราโตๆกันแล้ว” หยางในนามของโนอาร์ว่าพลางวางขาโซลริวลงบนเตียงเบาๆแล้วหันมาสั่ง “ขยับๆ”

“อะไร”

“จะนอนไง ยังไม่เช้าเลย” ถึงปากจะพูดราวกับรอคำอนุญาตแต่ตัวมันปีนขึ้นเตียงเกินครึ่งแล้วเถอะ

“เพื่อนง่วง?”

“เออ”

“หยาง..ทำไมไม่ใช่ชื่อนี้ละ” โซลริวถามขึ้นหลังจากแบ่งๆเตียงกันนอน

“เพราะฉันไม่อยากเป็นพระอาทิตย์”

“...”

“มันสว่างเกินไป”

“...”

“เดี๋ยวมึงร้อน”

“มุขอ๋อ จะซื้อไปโยนลงเหว”

“เป็นห่วงมึงนะเนี่ยถึงได้เปลี่ยนชื่ออ่ะ” คนถูกถามหันมาตอบพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ

“โนอาร์...แปลว่า?”

“สีดำ”

“...”

“ถ้าเป็นสีดำละก็ ต้องเป็นประโยชน์แน่ๆ”

สีดำหรอ แปลกจังนะเป็นเทพแต่กับมีรากชื่อมากจากสีดำ หยางมันไม่สงสัยเรื่องของโนอาร์ตัวจริงหน่อยหรอ โซลริวหันมองคนพูดทีหนึ่งก็เห็นว่ามันนอนหลับตาอยู่ข้างๆแต่ปากยังส่งเสียงกวนไม่น้อยเลย

“อีกอย่างชื่อใหม่คล้องจ้องกันจะตายไป โนอาร์โซลริว กลับไปที่โลกมนุษย์ต้องเล่นทวิตแล้วติดแฮซแท็กไว้ในไอโบเพื่อเตือนความจำ”

“ยังคิดว่าจะได้กลับ?”

“ชอบดับฝันอย่างงี้ไง” โนอาร์ว่าก่อนจะตบหน้าผากโซลริวเบาๆจนได้ยินเสียงโอ้ยผ่านลำคอผู้ถูกประทุษร้าย “โซลริว..”

“อะไรอีกล่ะ” เสียงหน่ายๆดังขึ้น

“แก รู้ใช่มั้ยว่าต้องถอนคำสาปในโอเทียร์ร่า”

“...”

“ถ้าไม่รีบละก็ โลกมนุษย์ก็จะเดือดร้อนไปด้วย”

“พูดงี้จะให้ไปถอนคำสาปสินะ หัดเป็นคนใจบุญเป็นด้วยหรอ- แวะ”

“นั่นปากหรอ” โนอาร์ยกมือปัดผ่านริมฝีปากโซลริวเบาๆพร้อมหัวเราะอย่างสะใจดวงตาสีแดงจำต้องลืมขึ้นมาดูว่าเพื่อนกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่แล้วต้องหลุดหัวเราะเพราะโซลริวทำหน้าบูดเบี้ยวอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นกัน

เพราะห้องไม่ได้มืดขนาดนั้นเลยเห็นทุกอย่างถนัดตา

“ไม่อยากทำ?”

“..เปล่า แค่คิดว่าอย่างฉันจะถอนคำสาปด้วยวิธีไหนหรอ ต้องใช้เลือดสดๆหรือเครื่องสังเวยอะไรหรือเปล่า”

“มึงกังวลหรอ”

“มั้ง บางทีมันก็รู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดที่เจอมันทำกำลังสั่งสอนให้ฉันหลาบจำกับการเชื่อใจใคร มันทำให้ฉันกลัวอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะกลัว”

“ขวัญเสียไปเลยดิ ขอโทษจริงๆนะ ที่ไม่ไปช่วย” โนอาร์ว่าเสียงเบาลงก่อนจะยกมือลูบกลุ่มผมบนหัวทุ่ยๆ “เพื่อเป็นการไถ่โทษ กูจะดูแลมึงไปตลอชีวิตเลยดีป่ะ”

“ตลอดชีวิตเชียวหรอ น่ารำคาญจะตายไป”

“แต่มึงต้องทนอ่ะ เพราะกูสั่ง”

ก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าหยาง..ไม่สิ โนอาร์มันเอาแต่ใจโคตรๆ โซลริวเลยยัดตำแหน่งขี้ข้าให้ซะเลย เสนอหน้- ฮึ่ม หมายถึงเสนอตัวดีนัก

“เป็นขี้ข้าเบอร์หนึ่งหรอ”

“อะไรที่เป็นเบอร์หนึ่งกูจองหมด โอเค๊ นอนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เรย์จินมามึงน้วมแน่ๆ” โนอาร์ว่าก่อนจะดึงมือกลับมา โซลริวข่มตาลงแต่ยังไม่ได้หลับไป เขารู้สึกว่าเรื่องร้ายๆที่เคยผ่านมาทั้งหมดถูกปัดเป่าออกไปอย่างง่ายดาย แม้จะไม่ทั้งหมดแต่มันกลับรู้สึกดีขึ้นราวกับได้รับการรักษาอย่างดี

เพราะว่ามีเพื่อนอยู่ที่นี่แล้วสินะ

ก่อนหลับไปโซลริวรู้สึกว่ามืออุ่นวาบอย่างน่าประหลาดไม่ต้องตื่นมาดูก็คงรู้หรอกว่าฝีมือใคร

เด็กติดเพื่อนจริงๆเลย

 

ยามเช้าที่อากาศแสนจะสดใสอยู่ในความรู้สึกต่อให้ท้องฟ้าจะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบจนไร้แสงสว่างส่องถึงพื้นดินก็ตามแต่ โซลริวที่ตื่นมาก็พบกับความประหลาดใจเมื่อเห็นว่ามีใครมานอนขนาบข้าง ถ้าเป็นโนอาร์เขาคงไม่ตกใจหรอกมั้งถ้าขาที่พาดผ่านราวตัวเขาเป็นหมอนข้างไม่ใช่ขาเรย์จิน

อ่าห๊ะ...หัวสีทองอร่าม คำถามคือมันเข้ามายังไงของมัน

“เรย์จิน”

“อือ”

“เอาขาออกไปฉันลุกไม่ได้” โซลริวเอ่ยพลางดึงแขนที่พาดผ่านลำคอเขาไป

“ฮิ อรุณสวัสดิ์” เสียงหัวเราะแปลกๆดังขึ้นรับสติของเรย์จินเป็นอย่างดี องค์ชายแดนมนุษย์ผงกหัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลิ้งตัวไปนอนดีๆพร้อมพึมพำเสียงกึ่มๆ “อ่าๆ เช้าแล้วสินะ”

“นายเข้ามาได้ยังไง” เขาหันไปถามเพื่อนที่นอนบิดขี้เกียจก่อนจะหัวมายิ้มร่าด้วยด้วยยิ้มแสบๆตาของมัน

“เปิดเข้ามาสิ ไม่เชื่อหรอ” เรย์จินถามเมื่อเห็นว่าทำหน้าไม่เชื่อ “โนอาร์เปิดให้น่ะ”

“ทำไมฉันไม่รู้สึกตัว”

“ทำราวกับว่าเมื่อว่านไม่ได้ใช้กำลัง รู้สึกตัวสิแปลก”

“พวกแกหุบปากซิ คนจะนอนน่ะ” เสียงของโนอาร์แทรกขึ้นก่อนขาหนักๆของมันจะผาดผ่านตัวของโซลริวและเผื่อแผ่ไปให้เรย์จินได้ร้องอย่างหวาดเสียวเพราะเกือบกระแทกกล่องดวงใจของชายชาตินักรบเข้าให้แล้ว

“อะไรของแกโนอาร์งาวงก็นอนไปซิ”

“พวกแกคุยกันฉันจะนอนได้ไง” ดวงตาสีแดงเปิดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะลุกขึ้นนั่งบ้าง โซลริวถึงได้ขยับตัวได้สะดวกและแน่นอนว่าเขาขอคลานลงจากเตียงก่อนใคร เตียงหลังใหญ่ยัดผู้ชายสามคนเข้าไปมันดูแคบลงถนัดตาไปเลยละฮะท่านผู้ชม

พวกเขาแยกย้ายกลับไปชำระล้างเนื้อล้างตัวก่อนจะมารวมกันที่ห้องอาหารเพราะถูกเชิญมากินข้าวเช้า และมันคงเฉยๆแน่ว่าไม่มีเรื่องน่ายินดีอีกหนึ่งเกิดขึ้นหลังกินข้าวได้สองสามคำ

เซเรฟเดินเข้ามานั่ง!

เคร้ง

เสียงซ้อนซ่อมพร้อมใจกันหลุดออกจากมือเด็กหนุ่มทั้งหลาย โซลริวที่ได้มองเห็นเพื่อผมเงินชัดๆถนัดตาก็ได้รับรอยยิ้มกลับมาอย่างเขินๆ

“สวัสดีครับทุกคน” เซเรฟเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมือลูบท้ายทอยเบาๆก่อนจะมองหน้าโซลริวพร้อมยิ้มที่แสนอ่อนโยน

“ผมกลับมาแล้วครับ”

“เซเรฟ!!” สองเสียงดังขึ้นอย่างพร้อมเพียงเมื่อคนที่ไม่แสดงอาการเกินหน้าเกินตาอย่างโนอาร์ไม่ขอร่วมด้วย หากแต่รอยยิ้มของมันก็เพียงพอที่จะเป็นความดีใจที่แสดงออกมา

โซลริวแทบจะตัวลอยตอนที่ได้สบตากับอีกหนึ่งคนที่หายหน้าไปนาน โซลริวคิดว่าพวกเขาจะหลุดออกจากวงโคจรของกันและกันเสียแล้ว แต่ชะตาไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เขาทำตัวไม่ถูกก่อนที่เซเรฟจะพยักหน้าส่งๆให้เป็นสัญญาณว่ากินข้าวก่อนค่อยคุยกัน

หลังจากกินข้าวเสร็จห้องของโซลริวคือที่ที่น่าจะปลอดภัยที่สุด

พวกเขาก็มารวมกันอยู่ตรงนี้

เซเรฟดูงงๆไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ เจ้าตัวตื่นจากจำศีลแล้วเพราะปีกว่าๆที่หลับไปมันเพียงพอที่เขาจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ดาบของโซลริวไม่ได้ทำร้ายเขาแต่พราะบาดเจ็บจากผงคิลล์รอนทำให้เขาตัดสินใจจบชีวิตก่อนจะมีคนข้างนอกตายเพิ่ม

แต่เพราะไม่ได้บอกใครเรื่องคุณบัติของเมเทียร์ คิดว่าทางนี้คงไม่บากกันไม่น้อย

“คุณโซลริวตาข้างนั้นไม่เป็นอะไรนะครับ” เซเรฟถามเพื่อความแน่ใจ

“อืม ไม่เป็นไรแล้ว” โซลริวพยักหน้าเบาๆพร้อมรอยยิ้มจางๆประดับอยู่ที่มุมปากตั้งแต่เช้าแล้ว

“ดีแล้ว ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่เลย” เซเรฟเอ่ยเสียงนุ่ม “คิดว่าคุณคงลำบากมากๆ ตอนนี้ไม่เป้นอะไรใช่มั้ยครับ”

“ดีแล้ว”

“ค่อยโล่งอก”เสียงของเซเรฟยังคงนุ่มนวนเป็นที่สุดก่อนที่พวกเขาจะเริ่มแชร์เรื่องราวที่ตัวเองไปเจอให้กันและกันฟัง คำว่าเพื่อนนั้นต่อให้แยกกันไปนานเป็นปีก็กลับมาคุยกันได้หรือต่อให้อยู่ด้วยกันในความเงียบก็คงไม่รู้สึกอึดอัดแอย่างแน่นอน

โซลริวลอบมองภาพการพูดคุยอย่างสนุกสนามก่อนจะยิ้มและนั่งฟัง มีจังหวะให้เล่าบ้างพอออกรสแต่ส่วนใหญ่คนพูดมากยังคงเป็นเรย์จินส่วนคนที่เงียบๆมากๆก็คือเซเรฟ ในขณะที่เขาหรือโนอาร์ทำแค่นั่งฟังและตบมุขนิดๆหน่อย

พวกเราคุยกันไว้แล้วเรื่องที่จะไปโอเทียร์ร่า คนของแบล็คนิสเข้ามาจัดการเรื่องแผนที่และให้คำแนะนำในการเดินทางอย่างดีเยี่ยม ดีหน่อยที่แบล็คนิสไม่ได้ให้ลูกน้องเดินตามพวกเขาเลยไม่อึดอัดเท่าไรนัก

โซลริวมองออกไปบนท้องฟ้าด้านนอก น่าแปลกที่ไม่มีแสงแดดแต่มันกลับไม่เหน็บหนาวเหมือนที่ผ่านมา รอยยิ้มของเด็กหนุ่ใปรากฏขึ้นอย่างเผลอไผลกับสิ่งที่ติดอยู่ในห้วงความคิด แต่หากไม่ได้สังเกตว่าเพื่อนอีกสามคนก็คงรู้สึกไม่ต่างกันเท่าไรนัก เพราะวันนี้ทั้งวันพวกเขาจะคลุกอยู่ที่นี่

เพียงวันนี้โซลริวกลับรู้สึกสงบขึ้นไม่ต้องพะวงสิใดอีกคล้ายได้ของกลับมาไว้กับตัว ราวกับว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงฝันร้ายซ้ำๆซากๆเพียงแต่มันจบแล้ว...พายุลูกสุดท้ายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตถูกมนุษย์เพื่อนปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้นความกังวลใจ

พวกเขาไปที่บ่อน้ำแล้วเขียนความรู้สึกแย่ๆลงในกระดาษมัดไว้กับก้อนหินและโยนมันลงบ่อราวกบเป็นการปัดเป่าเรื่องร้ายอย่างหนึ่ง จากนั้นก็วิ่งเตะตูดกันในสวนตลกจริงๆ เสียงหัวเราะที่ไม่ได้ยินมานานชวรจั้กจี้หูอย่างไม่คุ้นชินเลยสักนิดแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็พร้อมใจกันหัวเราะออกมาสุดเสียง

ไม่มีใครรู้เลยว่าจอมมารกลับเข้ามาในปราสาทแล้วหลังจากวิ่งจัดการเรื่องบัดซบอันแสนน่ารังเกียจของเหล่าผู้มีพลังล้นเหลือหากแต่ใช้มันอย่างผิดๆ ชายหนุ่มยืนมองเด็กหนุ่มทั้งสี่ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆยามมองภาพเบื้องล่าง เพราะท้ายที่สุดนายหญิงกับผู้รับใช้ก็กลับมารวมกันอีกครั้งหนึ่งในชาติที่ 19

และอีกไม่นานเหล่าผู้คนที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ปีกของพระเจ้ามาโดยตลอดจะต้องถูกเหล่าผู้รับใช้กระซากพวกมันออกมาสู่ที่โล่งแจ้ง และเมื่อเวลานั้นมาถึง อย่าได้ถามหาความเมตตาจากผู้ที่ถูกชิงชังเพียงเพราะความแข็งแกร่งเลย

“สงครามจะถูกยุติไว้ชั่วคราว พวกเราจะไม่ออกจากอาณาจักรไปทำร้ายคนอื่นจนกว่าทางนั้นจะพิสูจน์บางอย่างได้สำเร็จ ทางนี้พวกเจ้าก็เตรียมกองกำลังทหารให้พร้อม เมื่อคำตอบปรากฏข้าจะบดขยี้พวกมันให้ราบคาบ” แบล๊คนิสหันไปสั่งอัลเรียที่ลอบมองเด็กหนุ่มทั้งสี่อย่างไม่ชอบใจนัก หากแต่เป็นแขกคนสำคัญของเจ้านายเด็กหนุ่มก็ไม่อาจล่วงเกินได้

“เข้าใจที่ข้าสั่งมั้ย”

“ขอรับท่านจอมมาร”

“งั้นก็ไปจากตรงนี้ซะ”

“ขอรับ”

ไม่รู้ว่าเสียงหัวเราะของโซลริวนั้นหดหายไปตั้งแต่เมื่อใด แต่แบล็คนิสชอบมันมากกว่าความเงียบที่เด็กหนุ่มสร้างขึ้น ซึ่งตอนนี้เวลานี้มันก็ดีแล้ว

ดีแล้วที่จอมมารรอให้ทั้งหมดกลับมารวมกันอีกครั้งต่อหน้าเขา

เพราะมันทำให้จอมมารแน่ใจเสียยิ่งกว่าแน่ใจว่าพวกเขาจะปกป้องกันเองตามสัญญาชาตญาณ และยิ่งแน่ใจว่าไอ้พวกสวะในมารอเลียนจะต้องขนลุกเกลียวแน่เมื่อทั้งสี่แข็งแกร่งกว่านี้

แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นแบล็คนิสคนนี้จะสอนความแข็งแกร่งให้เองก็แล้วกัน

 

 

*******โปรดติดตามตอนต่อไป

โนอาร์ : จองเบอร์หนึ่งทุกตำแหน่งจำไว้!

55555555555555555555555555555555555 พอบอกว่าตัวเองเป็นใครกอบโกยเชียวนะจาบางคนน่ะ/ โดนโบกด้วยชีค

โปรเจคนิยายแฟนตาซีเอียงหนักมาก ปล.ขออภัยคำผิดนะคะ ไรท์ไม่สามารถใช้สายตาได้หากว่าง่วงหนักๆแถมคอมก็อาการเริ่มไม่ดีแล้ว /ไอ้เส้นบอกตำแหน่งพิมพ์เวอิร์ดชอบโผล่ไปบรรทัดอื่นอ่า ปวดใจมากไม่รู้ว่ามีคำแปลกๆไปแทรกที่ไหนหรือเปล่า(แต่คิดว่าคงไม่เนอะ/ไหว้ย่อ)สุดท้ายนี้

ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

115 ความคิดเห็น