Secret DD ปล่อยให้ผมนอนต่อเถอะ [รีไรท์]

ตอนที่ 33 : บทที่31 งานประชุม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

บทที่31 งานประชุม

เสียงรถม้าบดลงบนถนนจนส่งเสียงกุกกับๆ หญิงสาวในชุดราตรีสีดำยาวคร่อมพื้นก้าวลงจากรถม้าสีเปลือกไม้พลางจ้องมองคฤหาสน์หลังใหญ่ตรงหน้า ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองงานเลี้ยงของตระกูลเซอร์ฟีเลียกำลังเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า การเจรจาภาคีระหว่างเหล่าตระกูลชั้นสูงถูกกำหนดขึ้นที่ชั้นสองของคฤหาสน์จึงถูกกำหนดขึ้นที่นี่ด้วย

เจ้านายของเควินเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ถูกเชิญมาร่วมงาน หลังจากกอบกู้ตระกูลอัศวิฯกลับมาได้ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังดีขึ้น แน่นอนว่าที่นี่คือโลกคู่ขนานและหากพิจารณาให้ดีแล้วจะรู้ว่าตระกูลอัศวิภูรวัฒน์คือตระกูลผู้นำที่คู่ขนานอยู่กับตระกูลเซอร์ฟีเลีย วันนี้ผู้นำทางโอเทียร์ร่าจึงเชิญมาร่วมงาน

“คุณหนูรอง เชิญครับ” ซาตานหนุ่มโค้งเล็กน้อยก่อนจะให้เด็กสาวในชุดดำสนิทตัดกับผิวขาวอมชมพูระเรื่อเอื้อมมือมาคล้องแขนไว้หลวมๆ

“คุณเควินคะ หนูกลัว” ริมฝีปากชมพูออกเม้มแน่น

“มีผมอยู่ไม่เป็นไรนะครับ”

หยิน เป็นน้องสาวของหยาง วันนี้เธอถูกส่งมาร่วมงานสำคัญของทางตระกูลแม้จะไม่ชอบประกอบกับตื่นเต้นแต่ที่นี่ก็ถือว่าน่าอัศจรรย์ไม่น้อย สายตาสดใสประกายซุกซนนิดๆกวาดมองรอบๆด้วยความหวั่นใจมือบางเกาะกระซับแขนชายหนุ่มแน่นขึ้น มันอาจจะง่ายกว่านี้ถ้าเควินบอกเด็กสาวด้วยว่าที่นี่คือโลกของเวทมนตร์ แต่การไม่บอกจะเป็นการดีกว่า

“ที่นี่คือบ้านของพี่ริวหรอ”

“เคยเป็นครับ เชิญคุณหนูเข้าไปในงานดีกว่าหมอกเริ่มลงจะไม่สบายนะครับ”

“ทำไมล่ะ เกิดอะไรขึ้น” หยินเดินตามที่เควินบอกพลางขมวดคิ้วยุ่ง หญิงสาววันแรกแย้มไม่เข้าใจแต่บางอย่างก็บอกว่ามันไม่น่าจะเป็นเรื่องดีเท่าไร

จะว่าไปแล้วนี่ก็สองปีแล้วที่พี่โซลริวมาอยู่ที่นี่

“บางเรื่องอย่ารู้จะดีกว่าครับ” ซาตานบอกก่อนจะบรรจงยิ้มที่ชวนให้หยินรู้สึกร้อนที่พวงแก้มขึ้นมานิดๆ ก่อนอารมณ์จะถูกฉุดลงจากฝีมือของใครบางคน

“เขาตายไปแล้ว”

เสียงเนิบนาบดังขึ้นทำเอาหญิงสาวหันไปถลึงตาใส่คนพูดจาพร่อยๆ

“อธิบายไปก็ยุ่งยาก พี่ฉันตายไปแล้ว” เท็นมะเอ่ยเรียบพลางมองดวงตาที่จับความรู้สึกได้ยาก “เอาเถอะ...ฝากไปบอกพี่ชายของเธอด้วยนะ ถ้าว่างแล้วจะมาเยี่ยมหลุมศพก็มาได้เสมอ”

พูดจบก็เดินหนีเข้าไปในงาน หยินยืนหน้าหงอขูดขึ้งอยู่อย่างเคืองๆถึงกับจำหน้าไว้ให้แม่นด้วยความไม่ชอบใจ แน่นอนว่าใครจะเชื่อ

“จริงหรอคะคุณเควิน”

“...” เควินเลือกที่จะไม่ตอบ “เราเข้างานเถอะครับ มีเรื่องสำคัญที่ผู้นำตระกูลเซอร์ฟีเลียอยากคุยกับคุณหนูด้วย”

“อะไรกัน จริงหรอเนี่ย” หยินพึมพำเสียงอ่อนอย่างคนใจหาย เธอรู้นิสัยของคุณเควิน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่มีนิสัยพูดความจริงมากกว่าจะโกหก หรือพูดให้ถูกคือบางทีก็ไม่พูดอะไรเลย

 

แดนทับซ้อน

กว่าหนึ่งปีที่อลิซแวบเข้าออกที่แดนทับซ้อนหลังจากได้รับอนุญาตจากโอนิกส์ผู้ดูแลดินแดเขตนี้ เธอเฝ้าดูเด็กหนุ่มอย่างใกล้ชิดหลังจากทำงานเสร็จ ภายในเยื่อใสที่ยื่นออกมาจากต้นไม้สีทองตรงหน้าเริ่มมีสัญญาณบอกว่าคนที่เธอเฝ้ารอกำลังจะตื่นขึ้น

แต่เมื่อมาถึงยมทูตระดับสูงแทบแข้งขาอ่อนเมื่อเห็นว่าภายในเยื่อหุ้มที่เธอจับจ้องอยู่ทุกคืนวัน ว่างเปล่า!!!

“หะ...หาย...หายไปไหน”

หญิงสาวลนลานแทบยืนไม่ติดพื้น ต้องรีบไปหาโอนิกส์ที่ปราสาทแต่ก็เสียเวลามากโข ชายหนุ่มที่ถูกกระชากออกมาจากห้องทำงานถึงกับหน้าเหวอ

“เก้าปี เก้าปีต่างหาก” ชายหนุ่มพึมพำอย่างสับสน ใช่แล้ว เวลาเก้าปีเป็นอย่างต่ำที่โซลริวจะต้องอยู่ในนั้น ชายหนุ่มแตะลงบนเมือกใสที่เลอะเป็นวง ปกติแล้วครรภ์มังกรจะดันสิ่งที่มักฟูมฟักออกมาเมื่อถึงเวลาแต่เหมือนว่าโซลริวจะฉีกมันเพื่อออกมาข้างนอก

เพิ่งผ่านมาปีเดียวเอง!

ร่องรอยของเมือกลื่นใสยังเปื้อนเต็มพื้นดินรอบๆ แต่ไม่ปรากฏรอยเท้าให้ติดตาม อลิซที่ออกไปสำรวจรอบๆก็รายงานว่าไม่พบเจอสิ่งผิดปกติแม้ว่าหน้าตาของหญิงสาวจะซีดขาวอย่างไร้ชีวิตชีวา ท่าทางจิตตกไม่น้อยจนโอนิกส์เผลอคิดว่าพวกผู้หญิงดูแปลกๆ

อลิซคงไม่คิดว่าตัวเองต้องเลี้ยงดูโซลริวไปตลอดหรอกนะ

นั่นมันหน้าที่เขาต่างหาก

“เขาจะเป็นอะไรมั้ยโอนิกส์” อลิซพุ่งเข้ามาเขย่าคอชายหนุ่มทันทีจนหัวสั่นหัวคลอน เฮ้..ข้าน่ะ ผู้รักษาการแทนจ้าวแห่งความมืดเลยนะ!

“ข้าไม่รู้” โอนิกส์ตอบเสียงสั่นเพราะถูกเขย่าพลางกลืนคำอื่นลงท้องให้หมดก่อนจะรวบมือยมทูตจิตตกไว้ด้วยมือเดียว ความจริงแล้วมันเป็นที่สำหรับฟักไข่มังกร แต่ที่เขาทำน่ะไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะได้อะไรออกมา...แต่ถึงอย่างนั้นแปลว่าโซลริวมีกายหยาบขึ้นมาแล้วดังนั้นขั้นต่อไปคือไปที่สระมรรตรัย แต่ทุกคนก็เห็นว่าตอนนี้เด็กคนนั้นหายไปแล้ว

แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโซลริวมีรูปร่างยังไง

นั่นทำให้ทั้งสองถึงกลับมองหน้ากันอย่างจนปัญญา

“สระมรรตรัย/สระมรรตรัย” ชายหนุ่มพึมพำก่อนจะมองหน้าอลิซราวกับคิดอย่างตรงกัน ทั้งสองเร่งรุจไปที่สระโดยมีโอนิกส์ที่รู้เส้นทางนำไปไม่นานก็ถึง ยมทูตสูดหายใจไม่ทั่วท้องไม่รู้ว่ารู้สึกตื่นเต้นหรือกดดันกันแน่

“โซลริว” อลิซตะโกนเรียกก่อนจะเพ่งมองลงไปในสระ รอบๆถูกตกแต่งให้เป็นสถานที่อย่างดี หินอ่อนถูกสร้างไว้รอบๆขอบสระ ในตอนนั้นโอนิกส์จึงดึงร่างหญิงสาวมาหลบไว้ข้างหลังหากเกิดอะไรไม่คาดฝัน

“ระวังหน่อย เราไม่รู้ว่าเขาเป็นตัวอะไร”

“อย่าพูดให้ข้ารู้สึกกลัวสิ”

“กลัว? เจ้าเป็นยมทูตนะ”

“จะเป็นอะไรก็รู้สึกกลัวได้ทั้งนั้นแหละ” เสียงแว้ดๆตอบกลับพร้อมแรงฟาดที่กลางหลังอย่างรุนแรงจนชายหนุ่มหน้าเบ้หน้าที่แดงก่ำอย่างเจ็บปวด ล้อนิดหน่อยไม่ได้เลยนะเจ้า!

เพราะมัวแต่ทะเลาะกันทั้งสองจึงไม่ทันสังเกตว่ามีบางอย่างกำลังพุ่งขึ้นมาสู่ผิวน้ำ กระทั่งมีเสียงบางอย่างแหวกว่ายอยู่ในสระทั้งคู่จึงชะงักแล้วหันขวับมองอย่างตกใจ

ไร้สุ่มเสียงใดๆที่จะหลุดออกมาจากลำคอ โอนิกส์จ้องมองใบหน้าที่ไม่ได้เห็นมานานอย่างตกตะลึงเช่นเดียวกับอลิซที่อ้าปากพะงาบๆแต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี เด็กหนุ่มที่เฝ้ารอมานาน ตอนนี้กำลังโผล่ครึ่งตัวที่เปลือยเปล่าขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ผิวขาวจัดราวกับเปล่งแสงได้กำลังสะท้อนแสงจากข้างนอกที่สะท้อนผ่านผิวน้ำดูพร่างพราวจนคนมองแทบลืมหายใจ ผมสีดำยาวเกินคนทั่วไปครึ่งหนึ่งกำลังสยายอยู่ในน้ำ รูปร่างดูสูงโปร่งหน้าท้องมีร่องกล้ามนิดๆ

โอนิกส์เอื้อมมือไปเปิดช่องมิติพร้อมกับดึงเสื้อคลุมตัวยาวออกมา

“ขึ้นมาเถอะ”

เสียงผิวน้ำแหวกออกอลิซกลอกตาไปมองที่อื่นสักพักจนแน่ใจว่าเด็กหนุ่มสวมเสื้อผ้าเสร็จจึงเบนสายตากลับมาที่เดิม

ใบหน้าที่ดูเพลินตากำลังเรียบนิ่งได้ที่ในขณะที่มือเรียวยาวนั่นกำลังผูกเชือกของชุดคลุมไปพลาง อลิซเหลือบมองโอนิกส์ที่ยืนเผยยิ้มจนเห็นเขี้ยวเล็กทีหนึ่งสลับกับเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งไม่ทักทายอะไร แต่น่าแปลกที่มันไม่ได้รู้สึกอึดอัด

อลิซเดินรั้งท้ายในขณะที่ปล่อยให้โอนิกส์พยุงเด็กหนุ่มเพื่อออกไปจากที่นี่จึงได้โอกาสสังเกต

เดิมทีโซลริวก็ดูเป็นคนมีเสน่ห์มหาศาลอยู่แล้ว ใบหน้าที่ดูเพลินตาจนไม่สามารถอธิบายได้ว่าน่ารักหรือหล่อ แต่คราวนี้ยามมีผลสีดำขลับยาวขึ้นมากเช่นนี้กลับดูเอนเอียงไปทางคำว่างดงาม หรือหากตัดผมสั้นขึ้นก็อาจจะเรียกว่าหล่อเหล่าก็ยังพูดได้อีก

แต่ทุกอย่างที่ประกอบกันขึ้นมาจนแทบจะเหมือนเดิมทุกอย่างชวนให้ความรู้สึกเอ็นดูเจือมาเสมอ

โลกมืด

โอนิกส์พาเด็กหนุ่มกลับมาที่ปราสาทหลังจากที่ขึ้นจากสระได้ไม่นานก็หลับไป อลิซตามติดมาด้วยเพราะเธอไม่มีงานให้ทำจะเรียกว่าอู้ก็ยังได้ ถึงอย่างนั้นการกลับปราสาทหลังใหญ่ของผู้ที่อยู่เหนือความมืดทั้งป่วงกลับเรียกความสงสัยให้แก่ผู้พบเห็นไม่น้อย

เดิมทีโอนิกส์ก็มีข่าวกุ๊กกิ๊กกับอลิซมาเป็นปีแล้ว ไม่เห็นว่าชายหนุ่มจะพาใครเข้ามาในปราสาทอีกเว้นแต่ผู้ที่อยู่ในชุดคุลมสีเข้มและมีเรือนผมสีดำขลับยาวสยายดุจแพรไหม ข่าวที่ว่าผู้สำเร็จราชาการแทนจ้าวแห่งความมืดพาผู้หญิงเข้าปราสาทจึงกระพือเร็วยิ่งกว่าลมพายุ

ถึงคราวที่ยมทูตสาวจะตกกระป๋องเสียแล้ว

คนรับใช้ที่วิ่งวุ่นเตรียมห้องฮับแทบไม่ทันกำลังยืนนิ่งแม้จะมีเหลื่อไหลท่วมตัวจากคำสั่งเร่งด่วนจากเจ้าของปราสาทก็ตาม ไม่มีกล้าเงยหน้าขึ้นมาดูว่าคนที่เจ้าปราสาทพาเข้ามาเป็นคนอย่างไรหรือหน้าตาเป็นอย่างไร

โอนิกส์ปัดผมที่ปรกหน้าตาเด็กหนุ่มก่อนจะถอนหายใจเพราะคิดว่าจะหันไปถามคนที่ร่วมรอผลสำเร็จมาเป็นปีอย่างอลิซแต่อีกฝ่ายชิงตัดบทเสียก่อน

“ท่าจะบอกข้ามั้ยว่าโซลริวเป็นใคร” อลิซทวงเพราะตอนที่โอนิกส์คล้ายจะบอกแต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยพูดถึงเลย

ชายหนุ่มยิ้มกรุ่มกริ่มก่อนจะมองโน้นนี่ไม่ยอมตอบ

“โอ-นิกส์” พอชายหนุ่มไม่พูดก็หน้าบึ้งเข้าให้

“ข้าคิดว่าโซลริวคงไม่อยากให้พูดหรอกนะ เอาเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงเห็นเฝ้าดูมาตั้งปีกว่า หรือว่าเจ้าอยากเป็นแม่คนแล้ว” โอนิกส์พูดเฉไฉไปเรื่อยๆ หญิงสาวทำหน้านิ่ง

“ข้าตายไม่ต่างจากวิญญาณตนหนึ่งจะไปมีลูกได้ยังไง” ว่าแล้วก็กระแทกเท้าเดินออกไป โอนิกส์ส่ายหน่าพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู

“นั่นสินะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา” ชายหนุ่มพึมพำก่อนจะหันไปกำชับกับคนใช้ทั้งห้าที่ยืนอยู่หน้าประตู

“ลูซี่ ต่อจากนี้ไปเธอต้องคอยดูแลเขา ช่วยเหลือเขาและเชื่อฟังจ้านายคนใหม่ของเจ้า” ชายหนุ่มสั่งหัวหน้าสาวใช้ด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะยกยิ้มเมื่ออีกฝ่ายตบอรับคำสั่งด้วยท่าทีอ่อนน้อม “ถ้าเขาฟื้นให้รีบแจ้งข้า”

“ค่ะ นายท่าน”

หลังจากเดินหน้านิ่งออกมาข้างนอกชายหนุ่มก็ส่งให้ลูกน้องไปจัดการงานทุกอย่างให้เรียบร้อย เพราะโอนิกส์ไม่แน่ใจว่าโซลริวจะยังเป็นเหมือนเดิมไหม เด็กหนุ่มจึงกลายเป็นปริศนาสำหรับเขาไปแล้ว ถึงอย่างนั้นความตั้งใจแรกของเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไป

เมื่อกลับมาโลกมืดแห่งนี้แล้ว

สิ่งแรกที่เขาทำคือการเข้าเฝ้าบิดานำความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้พระองค์ทราบ และยอมลดทิฐิลงไปบ้างไม่อย่างนั้นความแตกร้าวที่เกิดขึ้นมานานนับพันปีจะไม่จบสิ้น มีแต่ความทรมาน แค่นี้เด็กคนนั้นก็ผ่านเรื่องเลวร้ายมามากพอแล้ว

“อลิซเจ้าไปพักที่ห้องข้าได้นะ วันนี้ข้าจะไปทำธุระไม่กลับเข้ามาสักพัก”

“ได้สิ ไปดีมาดีล่ะ”

“เป็นห่วงข้า?”

“ขี้เกียจเอาของไปส่ง ไปพักผ่อนแล้ว” ว่าจบอลิซก็เดินขึ้นห้องไปอย่างคุ้นเคยชายหนุ่มจึงได่แต่ส่ายหน้ากับความปากแข็งนั่น ดวงตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นเมื่องานสำคัญที่เขาคิดจะทำคือการโน้นมน้าวใจบิดาและทำให้ทุกคนสนับสนุนความคิดของเขา

ในความจริงแล้วสาเหตุที่โอนิกส์ไม่ยอมขึ้นรับตำแหน่งจ้าวแห่งความมืดนั้นก็เพราะว่ามันมีคนที่สมควรแล้ว และเป็นอันรู้ดีว่าธารแห่งความมืดต่างก็เฝ้ารอการกลับมาของเจ้าของมัน บัลลังก์สีดำขลิบทองก็เช่นกัน พวกมันภักดีกับนายเก่ามากเกินไป

เพราะแบบนั้นโอนิกส์จึงทำได้เพียงดูแลตำแหน่งให้

เมื่อนานมาแล้ว

จ้าวแห่งความมืดได้กระทำความผิดและมีเหตุให้ถึงแก่ความตายทำให้ต้องวนเวียนอยู่ในโอเทียร์ร่า กระทั่งโอนิกส์ทำได้เพียงเก็บดวงวิญญาณไว้กับตัว จนกระทั่งถึงเวลาที่คิดว่าเหมาะสมจึงมอบให้ตระกูลอาคาเนย์ และแน่นอนว่าจ้าวแห่งความมืดที่หลายคนตามหาคือโซลริวที่ปรากฏขึ้นนั่นเอง

ไม่ต้องแปลกใจนักหากโอนิกส์จะจำได้เพราะนั่นคือน้องสาวของเขา สายสัมพันธ์ที่ถูกความตายตัดขาดไปเนิ่นนานแต่เพราะเขายังไม่ตายถึงได้ตามติดและผูกพันไม่เคยเปลี่ยน

แต่สิ่งที่น่าเจ็บใจคือเรเซล...ผู้หญิงคนนั้นกำลังคิดว่าน้องสาวของเขาคือโอลิเวียร์คู่แค้นของนาง หลายๆชาติที่ผ่านมาถึงได้ถูกรังแกอยู่แบบนี้ พูดแล้วมีน้ำโห เหตุใดเรื่องแค่นี้ต้องเข้าใจกันผิดถึงขั้นตามราวีไม่ยอมปล่อย หากปล่อยไว้ก็คงทำลายผู้อื่นอีกแน่ นางผู้นั้นสมควรตายได้แล้ว

“ตามหาหล่อนแล้วฆ่าพรรคพวกของหล่อนทิ้งก่อนที่มันจะกลับมาแว้งกัดเราเอาได้” โอนิกส์สั่งคนสนิทให้จัดการองค์หญิงวิปลาสผู้นั้นทิ้งซะ

และแน่นอนว่าความปรารถนานของโอนิกส์ย่อมได้รับการกรพทำที่ตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกน้องมากฝีมือ

“นายท่านครับ เรื่องของราชาจอมมารตนใหม่ แบล็คนิสกำลังส่งทูตไปเจริญไมตรีกับสามจอมมารที่ป่ามืดเป็นครั้งที่สามแล้วครับ”

“ความสัมพันธ์อันดีงานสินะ ปล่อยพวกมันรวมหัวกันไปก่อน ตอนนี้ข้ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับท่านพ่อ”

“ครับ”

โอนิกส์คิดว่าการปล่อยให้โซลริวจัดการเองคงติดพันอยู่กับความเลวร้ายที่ถูกจัดฉากให้เข้าใจกันผิดไปใหญ่แน่ๆจึงลงมือปิดงานทุกอย่างด้วยตนเอง ที่เหลือโซลริวแค่เพียงเป็นเด็กดีอยู่ในปราสาทเพื่อฟื้นฟูกำลังวังชา ส่วนเรื่องที่ถูกคนอื่นปองร้ายหลังให้ล่มจม

โอนิกส์จะไม่พูดมันขึ้นมาอีก

“เชิญครับท่าน”

ประตูบานใหญ่เปิดออก โอนิกส์ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปอย่างองอาจ

ถึงเวลาแล้วที่จ้าวแห่งความมืดตัวจริงจะต้องกลับคืนโลกของพระองค์

“ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องจะรายงาน...”

 

 

************ โปรดติดตามตอนต่อไป

บทนี้สั้นๆนะ ยังเหลืออีเว้นนิดๆหน่อยๆ

ฮึบๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

115 ความคิดเห็น