Secret DD ปล่อยให้ผมนอนต่อเถอะ [รีไรท์]

ตอนที่ 32 : บทที่30 ถูกลิขิต 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

บทที่30 ถูกลิขิต 2

            วันเดียวกัน

ขณะที่เรนเกลมุ่งหน้าไปหาเควินซาตานประจำตระกูลอัศวิฯที่บาร์พิเศษของเหล่าซาตานเพื่อเข้าช่วยเหลือคนของตระกูลเซอร์ฟีเลียที่ถูกผนึกไว้ที่โลกมนุษย์ แม้จะแปลกใจที่ได้พบกับโนอาร์เด็กหนุ่มผู้มีสายสัมพันธ์อันแปลกประหลาดกับเหล่าซาตาน บรรยากาศการพบเจออีกฝ่ายในสถานที่อันเรียกว่าแหล่งมั่วสุ่มของซาตานทั่วทุกทิศขนานแท้กลับอบอวลไปด้วยความเงียบและกดดัน

“นี่คือเรนเกล ยมทูตที่ข้าเคยบอกไว้น่ะ” เควินบอกเสียงเรียบติดสุภาพนิดๆ โนอาร์ปรายตามองหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะเบนสายตากลับไปที่แก้วเหล้าใบเล็กๆ

“พวกที่แข็งแกร่งคงทำอะไรง่ายไปหมดสินะ” เสียงพึมพำดังขึ้น เรนเกลหลุดออกจากภวังค์ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าของซาตาน สายตาของซาตานตนอื่นก็ปรายมองอย่างใคร่รู้เล็กน้อยก่อนจะหันไปสนใจแสงสีในบาร์แห่งนี้แทน

“เจ้าบอกเขา” เรนเกลถามเสียงเรียบปนแปลกใจเจือมาเล็กน้อย

“ต้องบอกสิ พวกข้าดีลงานกันตลอด ไม่มีความลับต่อกันเท่าไร อีกอย่างโซลริวก็เพื่อนของท่านโนอาร์”

“ถ้าอย่างงั้นตอนนี้ก็รู้แล้วสินะว่าคาเทียร์คือตัวปลอม พี่เจ้ารู้หรือไม่” น้ำเสียงจริงจังถูกถ่ายทอดออกมา โนอาร์พยักหน้าเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจนักแต่เรนเกลสรุปเอาว่าโนอาร์คงตั้งใจฟังมากกว่าจะเสนอความเห็นใดๆ แต่ผิดคาดเมื่อเด็กหนุ่มกำลังเปิดปากเล่า

“คุณน่าจะได้เห็นตอนที่ผมอัดมันจะเพื่อเค้นเอาเลือดที่ปนเปื้อนพิษคิลล์รอนออกมานะ สะใจเป็นบ้า และตอนนี้เดย์มอสกำลังจะเดินทางไปที่โลกมนุษย์ คาดว่าอีกไม่นานก็น่าจะถึงที่นั่น” โนอาร์บอกเสียงเรียบนัยน์ตาสีแดงยังคงจับจ้องแก้วใบจิ๋วอย่างว่างเปล่าพร้อมถอนกายใจเบาๆ “พวกผมคงถูกไล่ออกจากมหาลัยแน่ๆแล้ว”

เพราะตอนนี้กำลังทำผิดกฎฉุกเฉินที่เพิ่งประกาศออกมาไม่กี่ชั่วโมงก่อน

ความจริงโนอาร์ไม่ได้แคร์เรื่องนั้นอีกแล้ว หลังจากที่เดินทางกลับมาที่หอพักและเรย์จิรับหน้าที่เอาหนังสือไปคืนที่ห้องลับคืนนี้ คุณก็รู้ว่าคนเราเมื่อมีเวลาเหลืออยู่ไม่มากก็จะทำได้ทุกอย่าง และโนอาร์ก็เป็นประเภทที่ทำทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ เขาลงมือเรียกสติพี่ชายด้วยกำลังที่มีอาจจะดูรุนแรงไปบ้างแต่ผลที่ได้ถือว่าคุ้ม

ส่วนรุ่นพี่เซทจำต้องได้รับยาถอนพิษเพราะได้รับมากเกินไป แต่ไม่ถอนก็ได้ยังไงพิษนั่นก็ไม่ร้ายแรงในที่สุดร่างกายก็จะขับออกไปเอง เพียงแต่จะใช้เวลาสักหน่อย

ตอนนี้พวกเขาแยกกันแต่โนอาร์ก็รับรู้ถึงไอเวทขององค์ชายแดนมนุษย์ที่ยังคงอยู่ หวังว่าจะไม่มีใครมาขวางก่อนที่เขาจะกลับไป

ตอนที่เควินเพิ่งมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้นำตระกูลเซอร์ฟีเลียนั้น เด็กหนุ่มแทบอยากจะอาละวาดจนหายแค้นใจสักรอบแต่มันไม่มีประโยชน์อะไร ในเวลานี้พวกเขามาเจอกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน เควินจะไปกับเรนเกลอาจจะมีอลันตามติดไปด้วย ส่วนโนอาร์มาเพื่อดูว่ายมทูตที่จะมารับงานแทนเขาเป็นใคร

และมาเพื่อฟังกับปากว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งได้รู้ว่าลูกพี่ลูกน้องของคาเทียร์คือตัวปลอมนั่นแหละ

“เจ้าน่าจะไปหาอธิการมาเลียโดยตรงนะ” ยมทูตเอ่ยพลางดึงบางสิ่งออกมา “แต่เรารู้ว่าทั่งเจ้าและเรย์จินกำลังจะทำอะไร มาเลียเลยเซนต์ใบอนุญาตให้พวกเธอทำภารกิจจนกว่าจะเสร็จสิ้น เรื่องเวลาเรียนอธิการจะรับไปพิจารณาให้เป็นกรณีพิเศษ”

“...”

โนอาร์เอื้อมมือไปรับซองกระดาษก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง “แปลว่าตั้งแต่วินาทีนี้พวกผมไปได้สินะ”

“แน่นอน” เรนเกลพยักหน้าพลางครุ่นคิดถึงตอนที่รับของบางอย่างจากอธิการมาก่อนจะแยกมาที่นี่ มือบางยื่นอีกอย่างหนึ่งให้เด็กหนุ่ม “อันนี้เป็นตราสัญญาลักษณ์ของกองกำลังพิเศษ อธิการอนุญาตให้เธอสองคนใช้มันเพื่อเดินทางข้ามเขตแดนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็เข้าได้ถ้ามีตรานี่ติดตัว”

โนอาร์เหมือนจะพูดอะไรแต่ก็กลืนมันลงคอเหมือนเดิม ขายาวพาร่างสูงเด่นออกจากที่นี่ทันที

เควินมองตามอย่างเป็นห่วงพลางหันมาเอ่ยกับหญิงสาวตรงหน้าแต่ยมทูตสาวกลับมองเควินตาขวางเมื่อได้สัมผัสถึงจิตใจชั่วขณะหนึ่งของรัชทายาทแดนเทพ

“จบเรื่องนี้เราจะได้เห็นดีกัน เควิน” เรนเกลขู่ไว้ก่อนจะทำเป็นมองไม่เห็นสักครู่หนึ่ง “ตอนนี้ไปกันได้แล้ว จะเสียเวลามากไม่ได้ ไป”

ดังนั้นเรื่องของโลกมนุษย์เรนเกลกับเคลินพร้อมด้วยอลันที่มาถึงได้สักพักก็ออกเดินทางไปจัดการทันที

 ในเวลาไล่เลี่ยกัน เพียงวูบเดียวโนอาร์ก็พาร่างตัวเองกลับมาที่อาร์เทล เห็นว่าเรย์จินปลอดภัยดี ทั้งสองหนุ่มสบตากันราวกับรู้แล้วว่าตอนนี้ท่านอธิการสนับสนุนพวกเขาเต็มที่แม้จะไม่ได้คุยกันแต่ในเมื่อท่านผู้ใหญ่ไม่ได้ออกตัวขวางก็นับว่าเป็นเรื่องดี

“เราจะเดินทางกันด้วยรถม้าเพื่อใช้แท่นเวทมนตร์เท่านั้น” เรย์จินบอกเสียงเครียด

“ไม่ มันช้าเกินไป”

“แต่แกต้องรักษาพลังให้มากที่สุด ยังไงก็ไม่ใช้พลังเวทของแกแน่ๆ”

“ฟังนะ ตอนนี้ไม่ว่าจะเลือกทางไหนจุดจบมันก็มีฉากเดียว” โนอาร์ว่าเสียงเย็นลงราวกับไม่ยอมแพ้เหมือนกัน องค์ชายแดนมนุษย์ยืนนิ่งอยู่สักพักก็ทนความดื้อรั้นของรัชทายาทไม่ไหว

“ตามใจ” ดวงตาสีมรกตฉายแววอาดูรอยู่ลึกๆก่อนจะกัดใจเดินหน้าต่อ

ในทีแรกพวกเขาวางแผนว่าจะทำภารกิจง่ายๆเพื่อเอาคะแนนมาให้ปราการด้วย แต่ท่านอธิการมอบจดหมายให้พร้อมกับแนบภารกิจใหญ่ให้ทำ หากเรย์จินไม่เปิดอ่านคงไม่รู้ ในภารกิจนี้คือการพิสูจน์ความจริงว่าการอาละวาดของโซลริวคือเรื่องที่ถูกจัดฉากหรือไม่ ผู้ว่าจ้างคือเท็นมะ ผู้เป็นน้องชายของโซลริวนั่นเอง

โนอาร์แปลกใจว่าทำไมอธิการถึงไว้ใจพวกเขาราวกับมั่นใจว่าพวกเขาจะทำได้ ทั้งๆที่งานนี้คืองานสำคัญที่ส่งถึงกองกำลังพิเศษของอาร์เทลโดยตรง ..หรือจะเปิดตาพวกเขาด้วยวิธีนี้สินะ

ก่อนจะเดินทางเรย์จินยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเรียกเพื่อนสนิทในเวลานี้ ความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้สนิทกันเท่าไร ส่วนใหญ่พวกเขาจะเข้ากันได้แค่ตอนที่มีโซลริวอยู่เท่านั้น แต่ว่าเวลานี้พวกเขากำลังทำสิ่งที่เรย์จินรู้สึกว่ามันสำคัญจนอันตราย เพราะรู้ว่าการสืบเรื่องนี้จะโยงไปหาพวกที่มีอำนาจ

“อะไร”

“ถ้าไม่ไหวให้เรียกฉัน พวกเราเหลือกันอยู่แค่นี้ ถ้าแกรู้สึกไม่ดีให้รีบบอกเข้าใจมั้ย”

“ฉันยังเหลือเวลาอย่าห่วงเลย”

คำพูดติดเย็นชาดูอ่อนลงจากความตรึงเครียดเมื่อครู่มากนัก เรย์จินรู้สึกว่าโนอาร์ไม่ใช่พวกที่เข้าถึงอยากขนาดนั้น แม้จะอึดอัดสักหน่อยแต่คนผมแดงก็ไม่ได้ปิดกลั้นตัวเองจนเกินไป แต่เหตุการณ์และเวลาก็สอนให้พวกเขาต้องเติบโตขึ้นมาอีกขั้น

คู่หูจำเป็น ได้เกิดขึ้นแล้ว

เพียงวูบเดียวที่ทั้งสองยืนอยู่บนวงเวทที่โนอาร์ร่ายขึ้นทั้งคู่ก็ปรากฏตัวอยู่ในลานกว้างที่ตรงกลางมีน้ำผุพุ่งขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา รอบด้านถูกรายล้อมไปด้วยสวนดอกไม้หากแต่ความมืดปกคลุมแล้วจึงมองไม่เห็นสิ่งใดอีก

ดวงตาสีมรกตเบนไปมองด้านหลังก็พบกับคฤหาสน์หลังใหญ่ตรงหน้า มันดูเงียบๆเหมือนไม่มีใคร ในตอนนั้นเองที่ทั้งสองกำลังสำรวจรอบๆอยู่ที่เดิมประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิดก็แง้มออก เผยให้เห็นเพียงความมืดด้านใน ชีคและฟินิกซ์ถูกเรียกเข้ามือทันทีก่อนที่ไฟรอบๆคฤหาสน์จะดับลงจนทุกอย่างรอบตัวมืดไปหมด

รอสักพักก็ปรับสายตาให้ชินกับความมืดได้ โนอาร์จึงส่งสัญญาณให้เรย์จินตามหลังเขามา ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะมาหาลีอันนาก่อน ดังนั้นที่นี่จึงเป็นเสมือนเขตของแม่มดตัวร้ายนั่นเอง

ถึงจะน่ากลัวแต่ก็ต้องเข้าไป!

โนอาร์เป็นคนเดินนำ ร่างสูงมีเหงื่อผุดขึ้นรอบกรอบหน้าคมคายอย่างชัดเจนเพราะวันนี้ใช้แรงไปเยอะ แต่พลังเวทยังเปี่ยมล้นดีไม่มีอะไรให้น่าห่วง พวกเขาค่อยก้าวเข้าไปในคฤหาสน์ก่อนที่ประตูจะปิดตัวเองไว้ เรย์จินเอื้อมมือไปดึงก็พบว่ามันล็อกแน่น

“เหมือนเดินเข้ามาในลานประหาร” องค์ชายพึมพำก่อนจะกระซับฟินิกซ์เข้ามือแน่นขึ้นเพื่อระบายความหวาดระแวงรอบๆออกจากความคิด

รัชทายาทแดนเทพบอกให้เรย์จินนิ่งห้ามขยับก่อนที่ร่างสูงจะขัยบวูบเดียวพร้อมกระซากร่างที่หลบซ่อนอยู่ในความมืดออกมาแล้วเหวี่ยงด้วยมือเดียวจนกลิ่งมากองที่แทบเท้าของเรย์จิน องค์ชายทำหน้าวิตกเกือบเผลอก้มลงไปช่วยแต่เพราะอีกฝ่ายเป็นแม่มดร้าย

จึงต้องคิดให้มากหน่อย

“โอ้ย..อูยยย” เสียงโอดโอยดังขึ้นก่อนที่ดวงไฟในบ้านจะสว่างวาบ โนอาร์ยืนอยู่หัวบันไดชั้นสองพลางมองเจ้าของบ้านด้วยแววตาคุกคามเมื่อริมฝีปากของนางกำลังเผลอขึ้น “เจ้าบัง อะ..อาจ”

เสียงสุดท้ายแผ่วลงเมื่อสบตากับเจ้าของนัยน์ตาสีแดงเลือด จิตใจของลีอันนาสะท้านลงไปถึงก้นบึ้งที่ดิ่งลึกยามมองโฉมหน้าผู้มาเยือนยามวิกาล

“ท่านโนอาร์” เสียงอ่อยๆดังขึ้นพร้อมร่างเล็กที่ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าบนพื้น

“นึกว่าจะลืมข้าไปแล้วนะ เกือบจำเจ้าไม่ได้แน่ะ” โนอาร์ว่าก่อนจะกดยิ้มยิ่งทำให้แม่มดหัวหดลงไปอีก ใช่ว่านางไม่ร้าย แต่นางร้ายไม่สู้เด็กหนุ่มตรงหน้า อย่างที่รู้ๆกันว่านางพ่ายแพ้ให้ท่านโนอาร์อยู่ตลอด ดังนั้นจึงทำได้เพียงเจียมตัวเท่านั้น

“ข้ามีธุระจะถาม” โนอาร์ยังไม่สลายดาบ ลีอันนาที่แสนชั่วร้ายก็เลยต้องนั่งหดหัวเป็นเต่าในกระดองต่อไป

“ขะ..ข้าจะพยายามตอบเจ้าค่ะ”

เสียกุกกักดังขึ้น โนอาร์พราตาลงอย่างไม่วางใจก่อนจะบอกให้เรย์จินถอยห่างอีกสามก้าว ยัยแม่มดนี่มันร้ายปล่อยให้ใบหน้างดงามนั่นหลอกลวงเอาจะตายได้ง่ายๆ

“คาเทียร์เคยมาที่นี่หรือไม่”

“ทะ เออ..ข้าน่ะมีลูกค้าหลายคน จะจำชื่อทั้งหมดข้าจะไม่สิ้นอายุไขเลยหรือ” ลีอันนาเบะปากแล้ว นางกลัวว่าเด็กหนุ่มจะโมโหใส่แน่

“งั้นไม่เป็นไร เพราะข้าจะค้นความทรงจำเจ้าเอง ท่องชื่อนั่นไว้ซะ”

!!?

ดื้อรั้น โมโหร้าย อันตราย ราวกับนรกได้ส่งคนมาเกิดผิดที่ โนอาร์นั่นเป็นที่น่าจำจดในเรื่องแย่ๆเลวทรามและหาคนเข้าใจได้ยาก ลีอันนารู้สึกกลัวจับใจเมื่อเด็กหนุ่มพูดประโยคนั้นขึ้นอย่างเอาแต่ใจ อยากรู้จริงว่ามีใครสามารถทำให้ท่านผู้ร้ายตรงหน้าหายจากอาการหน้าบึ้งได้

นางจะเอาของดีไปมอบให้เป็นของกำนัล!

เรย์จินมองเห็นเพียงความป่าเถื่อนซุกซ่อนอยู่ในการกระทำต่างของโนอาร์ องค์ชายเบือนหน้านหนีเมื่อโนอาร์เคลื่อนตัวลงนั่งชันเข่าตรงหน้าแม่มดแล้ววางมือลงหลังท้ายทอย แม่มดดูเจ็บปวดไม่น้อยเมื่อมีคนลุกล้ำความทรงจำ ปกติแล้ววิชานี้ไม่มีสอนให้ใครเพราะมันอัตรายถึงแก่ชีวิต แต่เรย์จินต้องเชื่อใจโนอาร์เข้าไว้

หากคิดถึงคุณความดีคงไม่มีวันเดินถึงจุดหมายที่พวกเขาตามหาแน่

เสียงคล้ายของหนักร่วงเรย์จินหันกลับมาก็พบว่าโนอาร์ช้อนร่างของแม่มดขึ้นจากพื้นและนำไปวางไว้ที่โซฟา ถ่ายทอดพลังรักษาให้เล็กน้อยพอกระตุ้นให้พลังเวทของนางรักษาตัวองก่อนจะหันมาถอนหายใจอย่างคนสิ้นไร้เรี่ยวแรง

“เฮ้อ..คาเทียร์มาที่นี่ราวสองปีก่อน และเธอมาที่นีอีกครั้งเมื่อสองถึงสามเดือนก่อนและซื้อมันกลับไปด้วย”

ไม่รู้ว่าครั้งแรกเอาไปใช้กับใครแต่การที่คาเทียร์วนกลับมาซื้ออีกครั้งบอกให้รู้ว่าหล่อนคงจะเอาไปใช้กับโซลริวจริงๆ โนอาร์โกรธจนมีรู้จะไปลงที่ไหนเพราะโนอาร์ก็เป็นอีกคนที่ติดกับดัก แม้ว่าคาเทียร์ที่ทำให้พวกเขาปั่นป่วนมาได้สักพักจะเป็นตัวปลอมก็ตามเถอะ

ทำเกินไปจริงๆ

เมื่อรู้ว่าข้อสันนิษฐานเป็นจริง โนอาร์กลืนความเศร้าและปล่อยให้มันกัดกินข้างในใจเขาเหมือนยาพิษเพราะเขาก็เป็นหนึ่งในตัวละครที่ทำให้ฉากนั้นความผิดสมจริง ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามายิ่งกว่าพายุใหญ่ คำขอโทษดังก้องอยู่ในหัวของโนอาร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

คำตอบได้มาแล้ว...ทั้งสองคนกลับไปที่อาร์เทลอีกครั้งในเวลาไม่นานก่อนที่รุนพี่ ฮาร์นจะเรียกพวกเขาให้เข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น อำนาจของอธิการมาเลียช่างน่ากลัว

ผ่านไปยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เหมือนว่ามันจะคลี่คล้ายเสียอย่างนั้น

“ขอโทษด้วยที่ต้องบอกพวกเธอว่าพวกเขาแค่อยากฆ่าโซลริวเท่านั้น” มาเลียกลับมาอยู่ในชุดทำงานแขนเสื้อเชิ๊ตสีขาวถูกรั้งขึ้นมาถึงศอกหลังจากสั่งจัดการโน้นนี่นั้นจนทุกอย่างแทบจะสมบูณณ์ สีหน้าของอธิการดูทมึนทึนไม่ต่างจากเด็กหนุ่มทั้งสอง

“หมายความว่ายังไงที่บอกว่าแค่อยากฆ่า ที่นี่จะทำอะไรก็ได้หรือไง มันไปทำอะไรให้พวกมันไม่พอใจ! โธ่เว้ย!” โนอาร์เดือดดาลอย่างหมดความอดทนเมื่อนึกถึงตอนที่เขาบอกทุกคนว่าโซลริวลงมือฆ่าใครไปบ้าง ดวงตาเศร้าๆของมันคือภาพสุดท้ายที่โนอาร์ลบไม่ออก ดวงตาสีแดงวาวโรจน์เมื่อพบความโง่เขลาของตัวเองเต็มๆตา

เพล้ง!

เพรี้ยง

เสียงของข้าวกระจัดกระจายและถูกทำลายลงด้วยฝีมือของโนอาร์ที่ใช้สองมือทำลายข้าวของรอบๆตัวจนพังยับ อย่าง้บาคลั่ง เรย์จินถูกดึงไว้ยืนรวมไว้ในม่านบาเรียของอธิการตัวเล็ก ทั้งคู่มองความเดือดดาลอย่างอารมณ์ร้ายกาจด้วยความสงสาร

องค์ชายแดนมนุษย์มองเห็นเพียงความเจ็บปวดรวดร้าวจาการทำลายทุกอย่างราวกับเป็นการระบายความเจ็บปวดอีกรูปแบบหนึ่ง ถึงแม้ว่าเขาจะเพิ่งเจอกับโซลริวก็ไม่อาจะเทียบได้กับรัชทายาทตรงหน้าเลยสักนิด

พลังเวทของสายเลือดเทพล้นทะลักออกมาซ้ำรอบตัวยังย้อมไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง

นั่นทำให้คนอื่นๆที่เฝ้าเวรอยู่เร่งรุจมาที่นี่ทันที

โชคดีที่อธิการตัดสินใจหยุดเด็กหนุ่มด้วยการทำให้หลับไปก่อน ความสงบจึงกลับมาเยือน ตอนนั้นเรย์จินก็เหมือนจะร่ายเวทรักษาได้แล้ว เขารู้สึกว่าโนอาร์ควรพักผ่อนก่อน และพลังขององค์ชายแดนมนุษย์ก็เหมาะเจาะกับทางนี้มากกว่า

แต่ถึงอย่างนั้น ในวันนี้พวกเขาก็ได้รู้แล้วว่าได้ลุ่มหลงไปตามเกมที่ถูกใครจัดฉากไว้ให้

“โนอาร์จะไม่เป็นไร ถ้างั้นผมจะพามันกลับไปพักที่ห้องก่อน ขอตัวครับ”

องค์ชายเห็นว่าการกลับมาที่ที่มีแค่พวกเขาจะดีกว่าเพราะทราบดีว่าการอยากอาละวาดเพื่อระบายความเจ็บปวดในใจ มันไม่ได้มาจากส่วนสิ่งที่เรียกว่าสันดานจริงๆของโนอาร์แน่นอน

พวกเขาก็แค่เจ็บปวด..จนไม่รู้ว่าจะปีนออกจากอารมณ์เช่นนั้นยังไง

หลังจากที่โนอาร์ตื่นขึ้นมาก็ไม่ยอมพูดจาเอาแต่นอนนิ่งอยู่บนเตียง การตายของโซลริวถูกรื้อขึ้นมาใหม่อย่างเงียบๆไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ มีเพียงส่วนน้อยที่รู้ว่าความจริงแล้วระดับของโซลริวไม่ถึงกับต้องฆ่าให้ตาย อย่างนอยแค่จับขังคุกคงจะปลอดภัยกว่า

แต่ระดับสภาเวทมนตร์และอาณาจักรต่างๆที่เรียกร้องให้ประหารก็ได้รู้ความจริงแล้ว เพียงแต่ไม่มีคำขอโทษหรือไม่มีคำสั่งให้เปิดเผยความจริงเรื่องนี้

วันนี้เส้นทางที่เรย์จินเดินอยู่กำลังเต็มไปด้วยการปกปิดอันน่าชิงชัง เส้นทางของการเป็นจอมเวทมันดูไม่น่าเชื่อเท่าไรนักเมื่อต้องเปิดตาดูความจริงที่พวกเขากำลังเผชิญหน้ากันอยู่ เห็นได้ชัดว่าภาพลักษณ์สำคัญกว่าชีวิตใครสักคน

และโนอาร์ก็มีบาดแผลปืดใหญ่ที่กลายเป็นตราบาปไปตลอดชีวิต เพราะรัชทายาทคงเชื่อว่าตัวเองทำให้เพื่อนถูกฆ่าตาย แต่ถึงอย่างนั้นเรย์จินจะไม่ยอมให้โนอาร์มาตรอมใจตายตรงนี้แน่ๆ ร่างขององค์ชายแดนมนุษย์เมื่อทนสภาพใกล้ตายของเพื่อไม่ไหวจึงเดินเข้าไปกระชากคอขึ้นมาจากเตียง

“โนอาร์ ไหนแกบอกว่าจะดูแลฉันจนกว่าการประชุมที่โลกสวรรค์ครั้งสำคัญจะมาถึงไง”

“...”

“แกจะแพ้ตรงนี้ไม่ได้ เข้าใจมั้ย โซลริวยังต้องเกิดใหม่ไม่ใช่หรือ แกควรกินข้าวแล้วหามันให้เจอ” โนอาร์มองคนที่เดือดเป็นไฟอยู่ตรงหน้า ก่อนน้ำเสียงที่โวยวายในทีแรกจะแผ่วลงจนแทบจะเว้าวอนในประโยคต่อมา

“ขอร้องล่ะ แกอย่าตายไปอีกคนเลยนะ”

 

 

เพราะทุกอย่างหล่อหลอมให้โลกนี้มันมืดมิด โนอาร์ไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้แต่ก็ไม่สามารถทิ้งให้เรย์จินอยู่ลำพังได้ โนอาร์มีหลายเหตุผลเพื่อพูดให้ตัวเองดูดีขึ้นแต่เหตุผลพวกนั่นมันฟังไม่ขึ้น เขาไม่สามารถหลอกตัวเองได้ ความเจ็บปวดที่เขาได้มา คนที่เขาทำให้ต้องตายอย่างไม่อยากยอมรับคงรู้สึกแบบนี้สินะ

โซลริว แกทรมานแบบนี้รึเปล่า

แกร๊ก

เสียงประตูถูกเปิดเข้ามาอย่างไร้สุ่มเสียง คนที่ไม่ค่อยคุ้นหน้ากำลังเดินเข้ามาพลางมองสถาพห้องที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าจนไม่น่าอยู่

“อยู่ได้ยังไงม่านก็ไม่เปิด” เสียงแข็งๆดังขึ้นราวจะแผลงฤทธิ์ เรย์จินมองผู้มาใหม่อย่างขอความช่วยเหลือ ความจริงแล้วองค์ชายนั่นแหละที่เรียกให้อีกฝ่ายมาหา

“ผมเท็นมะไง จำได้ป่ะ..น้องชายของโซลริวน่ะ เลิกเศร้าแล้วไปถล่มตระกูลเซอร์ฟีเลียช่วยหน่อยสิ”

 

 

 

ทิวากาลนี้ช่างเย็นยะเยือก มันเหน็บหนาวไปสุดขั้วหัวใจ หนึ่งปีที่ทุกอย่างผ่านไปช้าๆเฉกเช่นฤดูหนาวกำลังจะผ่านพ้น ร่างสูงของชายหนุ่มผมสีทองอยู่ใต้เสื้อโค๊ทสีทึบตัวใหญ่ไม่ไกลออกไปมีเจ้าของเรือนผมสีแดงตามมาติดๆ และโน้น...

คนสุดท้ายคือเท็นมะที่ทำหน้าบูดยิ่งกว่าตูดลิง

ความทรงจำท้ายสุดของพวกเขาคือการเข้าถล่มตรกูลเซอร์ฟีเลียด้วยพลังทั้งหมดหน้าตักที่มีอยู่ ที่แห่งนั้นราวกับสุสานฝังความทรงจำเลวร้ายที่ไม่มีใครอยากเจอ หนึ่งปีก็ไม่ได้ยาวนานอะไรมากนักในความรู้สึกของโนอาร์ เพียงแต่ร่างสูงใหญ่ไม่ค่อยจะสุงสิงกับใครเท่านั้นแหละ

เรย์จินยังกลับมาเป็นหนุ่มเนื้อหอมเหมือนเดิมแต่เขาก็มีเกราะหนาที่ยากจะทลายไม่ต่างจะโนอาร์เท่าไรนัก

ถึงรุ่นพี่ทั้งสองจะไม่ยอมพูดถึงเหตุการณ์ช่วงนั้นแต่เท็นทราบดีว่ามันเลวร้ายมากสำหรับกลุ่มเพื่อนที่จู่ๆก็หายไป ร่องรอยความเจ็บเหล่านั้นทำให้ทั้งคู่ไม่ยอมเปิดใจรับใครเข้ามาในกลุ่มเพราะกลัวว่าจะตายเอาง่ายๆ

ปัจจุบันเท็นมะเพิ่งได้เข้ามาเรียนในอาร์เทลได้สองเดือน วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของพี่ชายที่เท็นรักมากคนหนึ่ง ถึงจะมารู้ทีหลังโซลริวไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆแต่สายสัมพันก็รัดตัวไว้แน่นจนแยกไม่ได้เสียแล้ว

ทั้งพ่อทั้งปู่ต่างก็เสียใจกับเรื่องที่ตนทำไว้ เอาเป็นว่าพวกผู้ใหญ่ก็มักจะไม่พูดเรื่องที่พวกเขาคิดว่าเด็กไม่ควรรู้อยู่ร่ำไป

อดีตที่เลวร้ายมักจบลงแบบคลุมเครือ ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วกำลังสู้อยู่กับใครกันแน่

แต่องค์หญิงเรเซลไม่ยังไม่ตาย เท็นจำได้ว่าวันที่เขามาเรียกให้สองเพื่อนซี้ของพี่ชายไปช่วย องค์หญิงวิปลาสนั่นปรี๊ดแตกแค่ไหนเมื่อมีคนไปถล่มเพิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า งานนี้เละไม่เป็นท่าแม้แต่รุ่นพี่โนอาร์ที่เท็นมะไม่ชอบหน้าก็ยังเกือบตาย

ทั้งนี้ตระกูลปีศาจชั้นสูงกลับมาเฟื้อฟูได้ในเวลาไม่นานและรุ่นพี่ทั้งสองที่หอบเอาดอกไม้ไปวางหน้าหลุมศพทั้งสองที่ก็พร้อมแล้ว

“เท็นมะมานี่เร็วเข้า” องค์ชายแดนมนุษย์เอ่ยเรียกในฐานะรุ่นพี่อย่างอารมณ์ดี จนร่างสูงใหญ่เท่าๆกันต้องวิ่งแจ่นไปหา

“ว่ายังไงครับ”

“ไหว้พี่แกสิ”

“แค่เนี๊ยะ”

“เออ ยกมือขึ้นเร็ว”

เสียงกลั่นแกล้งเท็นมะดังเข้ามาในสารระบบของโนอาร์ ร่างสูงที่มีโครงหน้าปรับเปลี่ยนไปตามอายุดูดุๆเข้มๆเป็นที่หมายปองของสาวน้อยใหญ่ไปทั่วทั้งนคร แต่คงไม่มีใครทนทานความปากหมาด่าเสียเทเสียของโนอาร์ได้แน่

เงียบ!

เสียงเข้มติดดุไม่ต่างจากสายตาดังขึ้นไม่ไกล ทั้งสองคนที่หยอกล้อกันต่อหน้าหลุดศพชะงักก่อนจะรีบทรุดตัวลงนั่งตามคนผมแดงที่ดูสงบมากเมื่อกลับมาที่นี่ ความจริงแล้วทุกครั้งที่กลับจากภารกิจพวกเขาจะมาคลุกอยู่ที่นี่ แต่โนอาร์น่ะมาทุกวัน

เรื่องเมื่อปีก่อนเท็นไม่รู้ว่ามันจบอย่างไร

ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องจบลงที่ตรงไหน

มีเพียงตระกูลเซอร์ฟีเลียที่กลับมามั่งคั่งในอำนาจเช่นครั้งก่อนนอกนั้นทุกอย่างเหมือนจะถูกลบหายไปตามกาลเวลา พ่อยังให้การต้อนรับเรย์จินและโซลริวเหมือนลูกแท้ๆไปแล้ว

“กลับกันเถอะ ดูท่า พายุจะมานะ” เรย์จินมาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะฉุดให้เจ้าลิงแสบลุกขึ้นตามอย่างไม่ออมแรง แสงสุดท้ายใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว โนอาร์ยินขึ้นมาช้าสุดเลยเผลอจ้องมันนานไปหน่อย

ชายหนุ่มไม่เคยพูดถึงเพื่อนทั้งสองให้ใครได้ยินแต่เสียงนั้นกลับก้องอยู่ในใจไม่รู้เบื่อ มันยากนะที่จะเชื่อว่าใครสักคนหายไปจากชีวิตแล้วจริงๆ

เครื่องบินกระดาษถูกดึงออกมาจากเสื้อด้านใน เรย์จินกับเท็นเดินไปไกลแล้วเขาถึงไม่กลัวว่าใครจะมาแซวให้รู้สึกกระดากกระเดือก มือหนาส่งเครื่องบินกระดาษไปตามสายลมฤดูหนาวและจ้องมองการเคลื่อนตัวขึ้นลงคล้ายชีวิตของมนุษย์ที่ถูกพัดพาด้วยกระแสที่มองไม่เห็น

ตั้งแต่ลิ้มรสความเจ็บปวดสิ้นหวังจนเกือบฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้งในวันนี้โนอาร์ไม่คิดจะทำแบบนั้นอีกแล้ว เข้าเข้มแข็งขึ้นกว่าเมื่อก่อน ไม่แคร์ใครบ้างชีวิตก็เหมือนจะไปได้ดีแต่เขาไม่ได้เดินลำพังสักหน่อย

“โนอาร์ พวกฉันหิวแล้วว้อย” เสียงของเรย์จินดึงให้ร่างสูงเดินออกไปจากตรงนี้โดยที่ไม่ลืมส่งยิ้มอบอุ่นให้หลุมศพทั้งสองป้ายก่อนจากไป

นับว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังเมื่อทุกอย่างถูกลบหายไปง่ายๆแถมทุกอย่างที่โนอาร์คิดถึงก็เอากลับมาไม่ได้เสียแล้ว มารอเลียนลงความเห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยของคนๆเดียวและอ้างว่าความผิดพลาดเกินขึ้นได้เสมอ นั่นแหละที่ทำให้โนอาร์เกลียดงานประชุมเข้าไส้

พอกลับมาที่นี่ห้องพักก็มีเท็นมะที่รวบเข้ามาพักด้วยอย่างหน้าด้านๆตั้งแต่สองเดือนก่อน ดังนั้นพวกเขาเลยอยู่ห้องนี้กันสามคน โนอาร์กินพออยู่ท้องเท่านั้นร่างสูงถึงจะดูแข็งแกร่งลาดไหล่กว้างสมชายชาตินักรบแต่ก็ดูขาดบางสิ่งเช่นกัน

มือหนาเปิดสมุดบันทึกขึ้นมา

เรื่องของโซลริวไม่ว่าจะทางสภาเวทมนตร์หรือมารอเลียนก็มองว่าไร้สาระไปหมด ราวกับโยนหินลงทะเลไม่มีประโยชน์ที่จะตามหามันในที่แห่งนี้ ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องของพวกเขาทุกอย่างก็ไร้ความหมายไปหมด

โนอาร์ถูกหมอโลแกนสั่งให้เขียนไดอารี่เพื่อระบายอะไรสักอย่างลงไปแทนการกระทำ เมื่อก่อนโนอาร์สมาธิสั่นลงหลังจากกระจ่างในเรื่องของโซลริวได้ไม่นาน เขาอาละวาดบ่อยๆจนถูกจับขังมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว และเขาตระหนักได้ว่า

ใช่ว่าทุกคนจะได้ความยุติธรรม

ใช่ว่าทุกคนต้องมือสะอาด

ใช่ว่าใครในโลกนี้จะไม่เจ็บปวด

ใช่ว่าทุกอย่างจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง

ใช่ว่าใครที่เก่งแล้วห้ามพลาด

โนอาร์รู้ดีว่าโลกนี้มันไม่ได้สมบูรณ์..มันบิดเบี้ยวในแบบของมัน เหมือนกับผู้คน...เหมือนกับตัวเขา

โนอาร์ยังคงหวังลึกๆว่าจะเจอโซลริวหรือเซเรฟที่ไหนสักทีหนึ่งบนโลกที่แสนบิดเบี้ยวแห่งนี้ และหวังว่าจะได้หลับอยู่ข้างๆพวกมัน....

 

 

“ตื่นแล้วหรือ” เสียงใครบางคนถามขึ้นอย่างเย็นชา กระนั้นประสาตการได้ยินก็ยังคงทำงานได้เป็นอย่างดี ภาพตรงหน้าถูกปรับให้มองเห็นชัดๆ ความเจ็บปวดจากพันธนาการเย็นเฉียบเต็มตัวก็ทำให้ต้องเบ้หน้า

“...”

“เจ้าจะเป็นตัวล่อชั้นดี” เสียงนั่นแว่วเข้ามาในหูอีกครั้งก่อนความงุนง่วงจะเอาชนะเขาได้อีกรอบหนึ่ง เสียงนั่นยังแว่วเรื่อยจนเงียบลงเขาก็ได้ยินแค่ว่า

“ควีนจะต้องมาที่นี่ถ้ารู้ว่าเจ้า ยังไม่ตาย”

 

 

 

***************โปรดติดตามตอนต่อไป

อ่านถึงตรงนี้ได้ อย่าลืมพักสายตากันนะ หลับตาสิบวิเพื่อช่วยผ่อนคลายดวงตากันนะคะ สู้ๆนะทุกคน 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

115 ความคิดเห็น