Secret DD ปล่อยให้ผมนอนต่อเถอะ [รีไรท์]

ตอนที่ 30 : บทที่28 อีกด้านที่ไม่เคยเปิดเผย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

บทที่28 อีกด้านที่ไม่เคยเปิดเผย

โนอาร์

ภายใต้ความวุ่นวายอันปกติของตลาดใกล้มหาลัย เด็กหนุ่มยืนพิงเสาอยู่ในขณะที่สายตาติดดุกำลังสอดส่องผู้คนที่อยู่เบื้องล่างอย่างใจเย็น นัยน์ตาสีแดงไร้ร่องรอยของห้วงอารมณ์รุนแรงแต่เมื่อเทียบกับอันตราการหายใจที่ไม่เป็นจังหวะปกติเท่าไรก็นับว่าเด็กหนุ่มกำลังจะหมดความอดทนลงในไม่ช้า

วันนี้เป็นอีกวันที่โนอาร์เดินเตร็ดเตร่จนเบื่ออยู่ในตลาด ร่อนเร่เหมือนคนไร้จุดหมาย หากคิดว่าการทำตัวแหลกเหลวคือการรักษาตัวเองโนอาร์ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้ผล บาดแผลที่เจ็บปวดคือการที่เขาตัดสินใจผิด การจมอยู่กับตัวเองสักพักก็ทำให้ขาตระหนักได้ถึงความผิดพลาด

ถ้าเขารีบจัดการโซลริวก็คงไม่ตาย

ถ้าเขาไม่เลือกพี่ชาย โซลริวอาจจะยังอยู่

ถ้าเขาไม่สนใจใครเว้นไว้แค่โซลริว

ตอนนี้มันอาจจะยังไม่ตาย

โนอาร์ยังคงโทษตัวเองเสมอ

การโทษตัวเองไว้ก่อนเป็นสิ่งที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตนะ แต่ใช่ว่ามันจะดีเสมอไป เสียงนั่นดังขึ้นอีกครั้ง มันอยู่ในหัวของโนอาร์แต่เขาไม่ได้แคร์เพราะอย่างไรเขาก็รู้ว่าเสียงนั่นไม่ใช่สิ่งอันตราย เป็นเสียงเดียวที่คอยชี้แนะมากกว่าสั่งหรือบ่งการ

“ให้ฉันได้ทำเถอะ เผื่อจะดีขึ้น” ชายหนุ่มพึมพำและยังคงค้างอยุ่ท่าเดิมไม่ขยับ โนอาร์ยืนอยู่ชั้นสองของตึกว่างที่ไร้คนเช่ามาสักระยะ ดังนั้นถึงไม่ดูคล้ายสตอดเกอร์ที่คอยจับตาดูสักอย่าง และเป็นสตอดเกอร์ที่ไร้เป้าหมายจนอีกนิดจะคล้ายโรคจิตที่คอยส่องชาวบ้านไปทั่ว

อ่า ความเจ็บปวดทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

“ทำไมคุณถึงหามันไม่เจอ”

นั่นเพราะว่าวิญญาณถูกรับไปแล้ว ต้องไปถามพวกยมทูตแล้วละนะ

“ถ้างั้นนายไม่ไปที่โลกยมทูตดูละ ไม่มีคนรู้จักหน่อยหรอ”

ใครเขาจะรู้จักคนไปทั่วเหมือนนา- ท่านกันละ

โนอาร์ส่งเสียงขึ้นจมูกเมื่อได้ยินอีกฝ่ายคล้ายจะหลุดบ้างคำออกมา เด็กหนุ่มดูร้ายขึ้นมากหลังจากที่ผ่านการสูญเสียและเขายังเป็นพยานที่ชี้ตัวโซลริว เหตุการณ์ครั้งนี้ดูจะส่งผลต่อสภาพจิตใจ แน่นอนว่าสิ่งที่โนอาร์ควรได้รับคือการเยียวยาจากผลกระทบต่างๆ แต่ในตอนนี้ไม่มีใครสามารถทำได้

โนอาร์ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เพราะเชื่อว่าทั้งหมดเกิดจากตัวเขาเองเว้นแต่เรย์จินที่ยังพูดคุยกันเรื่อยๆ แต่รายนั้นก็สภาพไม่ต่างกันมากนัก

องค์ชายแดนมนุษย์ดูซึมลงถนัดตา

โนอาร์พลาดอย่างหนัก ตัดสินใจพลาดอย่างมหันต์

และกำลังได้รับบทเรียนอย่างสาสม

มือหนาหยิบสร้อยที่เคยมอบให้โซลริวในวันเกิด แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่วันเกิดของโนอาร์หรอก มันเป็นเพียงข้ออ้าง สร้อยเส้นนี้มีความหมายมากกว่านั้น ตอนนี้โนอาร์เหมือนคนสับสนกับชีวิตเหมือนกับสร้อยเส้นนี้ที่สิ้นไร้เจ้าของเดิม เป้าหมายของเขาถูกสั่นคลอนและแทบจะหายวับเมื่อไร้เงาเพื่อนสนิทที่ชอบทำหน้าแปลกๆยามคุยกัน

แต่เกมมันจบแล้วและตอนนี้เวลาของโนอาร์หมดลง เหมือนความพยายามที่ผ่านมาล้มเหลว

 

 

เรย์จินสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำขลับรองเท้าหนังทำให้ร่างสูงดูดีขึ้นมาเฉยๆโดยไม่ต้องแต่งมากมาย ผมสีทองอร่ามยาวขึ้นมาเล็กน้อยเด็กหนุ่มเลยตัดสั้นขึ้นมาอีกหน่อย ดวงตาสีมรกตดูว่างเปล่าแม้จะพยายามบอกให้ตัวเองเดินหน้าต่อไป มันเหมือนจะดีขึ้นแล้วแต่ก็เหมือนมีหนามทิ่มแทงใจ

การเสียเพื่อนไปทันทีถึงสองคนมันกะทันหันเกินไป เซเรฟได้แต่คิดในใจว่าทำไมโซลริวถึงทำแบบนั้น

ร่างสูงดึงแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้นถึงข้อศอกก่อนจะมองสภาพตัวเองผ่านกระจก ทำอย่างไรก็ยิ้มไม่ออกอยู่ดี มันมีบ้างที่เรย์จินคิดว่าเขาอยากสนุกกว่านี้แต่ก็ยัง...รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง เขายังติดใจกับการกระทำของโซลริว

คนอย่างมันจะฆ่าใครง่ายๆแบบนั้นได้ยังไง

การตัดสินโทษประหารก็ดูรวบรัดจนน่าสงสัย รุ่นพี่เดย์มอสก็เงียบไม่คุยกับใครแทบจะขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ออกไปรับภารกิจรัวๆ ไม่คิดว่ามันแปลกๆหรืออย่างไร รุ่นพี่เซทก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยทั้งๆที่หมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากแล้วแท้ๆ

ไม่มีใครสงสัยเลยหรือยังไง

ทำไมทุกอย่างถึงรัดตัวโซลริวไปหมด

มีแวบหนึ่งที่เรย์จินคิดว่าทุกอย่างถูกจัดฉาก แค่แวบเดียวแต่มันกลับฝังอยู่ในหัวเขาทันที

ก๊อกๆๆๆ

เสียงประตูดังขึ้น เรย์จินหลุดออกจากความคิดทั้งหมดก่อนจะเดินไปเปิดประตูเพราะคิดว่าโนอาร์คงกลับมาแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มต้องทำหน้าประหลาดใจคือคนตรงหน้าไม่ใช่โนอาร์

“นาย..” ยังไม่ทันได้พูดจบดีเรย์จินก็สูดเอาผงสีขาวที่ถูกเป่าให้ฟุ้งอยู่ตรงหน้าเข้าเต็มปอดและนั่นก็ทำให้สติทุกอย่างวูบดับทันที

 

น่าแปลกใจนักที่ใครๆต่างก็มองเห็นความจริงเพียงด้านเดียว

ชายหนุ่มผู้มีดวงตาสีแสดลากร่างของเรย์จินไปตามทางเดิน อลันดึงร่างที่หมดสติขึ้นบ่าก่อนจะแบกลงมาจากตึกท่ามกลางสายตาสงสัยปนตกใจของใครหลายคน แต่ก็ได้แค่สงสัยกว่าองค์รักษ์เงาขององค์ชายจะเข้าถึงตัวอลันก็หายไปต่อหน้าต่อตา

ทิ้งไว้เพียงเสียงว่า อยากได้คืนมั้ยโนอาร์ นายรู้ว่าจะต้องไปที่ไหน

และเช่นนั้นองค์รักษ์เงาคนหนึ่งที่เกือบจะถึงตัวของเรย์จินก็ถูกพลังเวทกระแทกเต็มๆจนกระอักเลือดพร้อมเสียงกรีดร้องของผู้พบเห็น

แม้จะอยู่ห่างไกลกันแต่นัยน์ตาสีแดงทอประกายแข็งกร้าวทันที โนอาร์รู้สึกคุ้นชินกับความรู้สึกนี้ก่อนที่ใครบางคนจะปรากฏตัวออกมาจากเงาของเด็กหนุ่มหลังจากที่คอยเตือนอยู่ห่างๆเพื่อห้ามปราม

“ใจเย็นๆ มันอาจจะเป็นแผนป่วนประสาทท่านอีก”

“อยากเห็นฉันเป็นหมาสิบ้าสินะ” เด็กหนุ่มพึมพำก่อนจะกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นข้างขมับ ใบหน้าคมคายแดงก่ำ เสียงลมหายใจดังถี่ขึ้นเช่นเดียวกับเสียงของหัวใจที่เต้นรุนแรง

เควิน...วางมือลงบ่าของเด็กหนุ่มพลางบีบหนักๆให้รู้สึกตัวว่าตอนนี้กำลังปล่อยไอเวทออกมาคุกคามชาวบ้านไปทั่วแถบนี้ไปทั่ว โนอาร์กลับสะบัดมือชายหนุ่มออกอย่างรุนแรงคล้ายระบายโทสะ ดวงตาแข็งกร้าวหันกลับมาจ้องร่างสูงอย่างเดือดดาลก่อนที่อารมณ์จะค่อยเย็นลงเมื่อได้มองหน้าที่ราบเรียบไม่รู้สึกโกรธเคืองอะไรที่เขาสะบัดมือออกเช่นนั้น

“โทษที” น้ำเสียงติดห้วนจัดดังขึ้นคล้ายพยายามเย็นลงให้มากที่สุดแล้ว

“ไม่เป็นไรครับ”

“ไอ้อลันมันอยากลองดีสินะ”

“ไม่หยาบคายนะครับท่าน ใจเย็นๆก่อน”

“ไม่เย็นแล้ว ไป!” โนอาร์ตะโกนขึ้นอย่างนั้นก็หายวับไปทันที เควินถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเพราะอาการเช่นนี้ไม่มีทางดับลงง่ายๆแน่หากไม่ได้ระบายด้วยการใช้กำลังเข้าช่วย ยิ่งช่วงนี้อารมณ์ยิ่งแปรปรวนอย่างง่ายดายเหมือนสภาพอากาศไม่มีผิด

ท่ามกลางความสงบที่โอบล้อมไปด้วยผืนป่าเย็นสบาย อลันวางร่างที่หลับเพราะฤทธิ์ยาลงก่อนจะเดินดูรอบๆและวางแผน หากโนอาร์มาโหมดคลั่งเป็นหมาบ้าเขาจะจัดการอย่างไร หากมาดีก็แล้วไปแต่ที่อลันทำลงไปทั้งหมดคงไม่ได้เชิญโนอาร์มาในมาดดีๆแบบที่คาดหวังแน่ๆ

อลันเคยเตือนโซลริวแล้ว บอกให้ระวังตัวแต่เด็กหนุ่มกลับชะล่าใจสุดท้ายเจ้าแบล็คนิสก็จุติและอาละวาดไปทั่วโลกมืดจนตอนนี้ผู้คนกลัวจนหัวหดอกสั่นขวัญหายไม่กล้าหือ เรื่องนี้ยังตลกร้ายไม่พออีกหรือ? แบล็คนิสราชาจอมมารคนใหม่ก็กำลังจะไปเจรจากับโลกิ สองมหาอำนาจที่รุนแรงมีความเป็นไปได้สูงที่จะปรองดองกันชั่วคราว

คงป่วนกันน่าดู

แค่คิดก็ปวดกระบาลแล้ว

ถึงอลันจะไม่อยากแทรกแซงเพราะนี่เป็นกรรมที่เด็กหนุ่มทั้งหมดต้องเจอแต่จะให้ทนดูความสูญเสียอยู่ร่ำไป อลันก็คิดว่าเขาไม่ไหวเช่นกัน อีกทั้งโซลริวก็ถึงแก่ความตายไปแล้วนั้นคงหลุดออกจากเกมนี้ไปแล้วแน่ๆ

เกมชีวิตที่ถูกแทรกแซงมาตลอด

“ไอ้อลัน!!!” คิดไม่ผิด ร่างสูงของอลันสะดุ้งโหย่ง เห็นมั้ยว่าเสียงคำรามนั่นแทบไม่ต่างจากสัตว์ป่าเวลาคลั่ง อลันถอนหายใจออกมาพร้อมหยักคิ้วพร้อมเดินไปขวางไม่ให้โนอาร์ที่ตะโกนมาตั้งไกลเข้าถึงตัวเรย์จินง่ายๆ

“พูดไม่เพราะเลยนะ” อลันย่นจมูกเล็กน้อยเพราะรู้สึกแสลงหู

“อย่าอยู่เลยมึง!

“เฮ้ย”

เจ้าของดวงตาสีแสดหน้าถอดสีทันทีเพราะไม่เคยเห็นโนอาร์มาโหมดนี้เท่าไร ดวงตาที่แดงก่ำดูอาฆาตแค้นและโมโหร้ายที่สุดจนอีกคนที่ตามมาติดๆต้องเข้ามาช่วยอลันให้พ้นจากวิถีเวทที่โนอาร์ร่ายขึ้น

“เควิน ช่วยฉันด้วย”

“ได้! งั้นพวกมึงก็ตายไปด้วยกัน!!!

“ไม่/ม่ายยยย” สองเสียงสอดประสานขึ้นอย่างขนลุกเมื่อสบตากับดวงตาสีแดงเลือดแม้จะกลางวันแสกแต่ๆโนอาร์ก็ยังน่ากลัวไม่น้อยเลยแค่ปกติก็โคตรดุอยู่แล้ว ยังจะมาเพิ่มความกลัวข่มเหงคนอื่นด้วยการตะโกนลั่นอย่างโกรธจัดแบบนี้อีก!

โนอาร์เรียกชีคอออกมา มันคำรามรับพลังเวทที่หลั่งไหลเข้ามาในดาบทันที เด็กหนุ่มมองคนทั้งสองตาขวางก่อนรอยยิ้มสยองจะเผยออก

“พวกมึงคงไม่ตายเพราะดาบขี้ปาต๋อยของกู? ถูกมั้ย?”

“นะ...โนอาร์”

“ยุ่งกับเพื่อนกู? วอนซะแล้วไออลันมึง หยุด!

น้ำเสียงโกรธจัดดังขึ้นอย่างฟิวส์ขาด แท้จริงแล้วอลันเป็นเพียงซาตานตนหนึ่งเท่านั้น แน่นอนว่าซาตานฆ่าไม่ตายง่ายๆหรอก โนอาร์รู้ข้อนี้หลังจากที่ออกไปกวาดล้างความผิดปกติที่พวกซาตานมันร่ำร้องให้ทำก่อนที่เรื่องทุกอย่างจะย่ำแย่ เขาเคยทำงานร่วมกับซาตานมาตั้งแต่แรก

หนึ่งเพราะเบื่อ

สองเพราะซาตานมันให้ทุกอย่างถ้าทำงานที่มันขอได้

สามโนอาร์อยากกลับไปเจอน้องสาว

มีเพียงสามข้อนี้แหละที่ทำให้โนอาร์ก้าวขาเข้าไปยืนบนโลกของพวกซาตานตั้งข้างหนึ่ง

แต่เพราะงานสุดท้ายที่เขาพลาดเลยทำให้ข้อสามถูกตัดทิ้ง ตอนนี้โนอาร์เป็นอิสระจากซาตานตัวนั้นแล้วแต่ใช่ว่าไอ้สองตัวนี้จะหายไปจากสายตาเขาง่ายๆ โดยเฉพาะอลันที่หน้ามึนสิ้นดี พวกมันสมควรตายที่มาเล่นกับความรู้สึกเขา!

“โนอาร์ แกมันโหดเหี้ยมมม อ้ากกกกก”

เสียงอลันดังขึ้นก่อนจะถูกโนอาร์จัดการ ความบ้าคลั่งของโนอาร์นั่นน่ากลัวเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นภาพให้เห็นได้ ดังนั้นการเซ็นเซอร์ไว้ก็น่าจะทำให้ทุกคนกินอิ่มนอนหลับได้ตามปกติมากกว่า ในขณะที่เควินหนีไปอย่างเฉียดฉิว

โนอาร์มาไกลเกินกว่าจะเป็นเทพดีๆที่ทุกคนหวังเสียแล้ว

“หึ”

เมื่อระบายโทสะอย่างพอใจ โนอาร์ก็กลับมาดีขึ้นนิดเดียวนิดเดียวจริงๆ เควินยกมือขึ้นปิดตาเล็กน้อยขณะที่นั่งมองเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่จบไป ร่างสูงของรชทายาทแดนเทพเดินกลับไปดูว่าเมื่อไรที่เพื่อนจะฟื้นขึ้นมา

โทสะยังคงลุกขึ้นจางๆเมื่อนึกถึงความวุ่นวายที่จะตามมา ป่านนี้คนของเรย์จินคงส่งข่าวไปถึงวังซะแล้วละมั้ง รอสักพักอลันก็จุติใหม่ด้วยร่างที่เหมือนเดิมทุกระเบียบนิ้ว ชายหนุ่มทำหน้าขยาดเล็กน้อยเมื่อมองร่างเก่าของตนที่เละไม่เป็นท่า เขาขยับหนีวูบหนึ่งก็ไปอยู่ข้างๆเควิน

“ข้าวางยาเฉยๆไม่ได้เอาไปฆ่า ไม่เห็นต้องรุนแรงเลย”

“มึงดูอารมณ์กูด้วยอลัน”

“โนอาร์อย่าหยาบคายจะได้มั้ย ท่านเป็นเทพนะท่องไว้ๆ” ประโยคนี้เป็นของเควิน ชายหนุ่มที่ดูมีอายุมากสุดในนี้เอ่ยเตือน

“บอกมันว่าอย่าเล่นแบบนี้สิ อยากตายอีกสักร้อยรอบรึไง”

“เฮ้อ...” เควินถอนหายใจ “อลันคงอยากรู้ว่าท่านสามารถใช้ร่างกายได้กี่เปอร์เซ็นต่างหาก นี่เห็นว่าเวลาของท่านหมดลงแล้ว อะไรๆก็คงลำบากน่าดู”

“ยังไม่ตายง่ายๆหรอกนะ” เด็กหนุ่มตอบเสียงห้วนอย่างโกรธจริง

“เอาเถอะ ข้าไม่ถือ อย่างไรเป็นกระสอบให้ท่านโนอาร์ก็รู้สึกโชคดีไม่น้อย”

“มึงเป็นมาโซคิสม์หรอ”

“เปล๊า”

“อย่าทะเลาะกัน”

เป็นเควินที่ต้องคอยห้ามคนทั้งสองเพราะโนอาร์ไม่ชอบขี้หน้าของอลันเป็นทุนเดิม พออลันมาเล่นพิริ้วพิเรนแบบนี้เลยโดนเก็บเรียบด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัวแนหลัก บอกแล้วว่าอย่าเล่นกับบอส มันก็ไม่เชื่อ!

“อ่าหะ เข้าเรื่องเถอะ ข้ามาเตือนเจ้าสักเล็กน้อย” อลันกล่าวยิ้มๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ตอนนั้นเองที่เรย์จินรู้สึกตัว องค์ชายแดนมนุษย์ขมวดคิ้วอย่างมึนงง ดวงตาสีมรกตเบิกขึ้นเล็กน้อยอย่างตกใจก่อนมันจะค่อยๆลดระดับลงจนเป็นปกติ

และไม่มีคำถามใดๆหลุดออกมาจากปากของเจ้าชายแดนมนุษย์เลย

“อะ...มองอย่างนั้นข้าร็สึกผิดนะ” อลันกลับมาพูดเรื่องใหม่เมื่อเห้นสายตาตัดพ้อของเรย์จิน ท้ายที่สุดเจ้าชายแดนมนุษย์ก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมาอลันเลยกลับเข้าเรื่องต่อ

“เรื่องที่ข้าจะเตือนคือ ทางโลกสวรรค์กำลังตามหาจ้าวแห่งแสงสว่าง เอาเป็นว่าท่านโนอาร์รับพิจารณาเรื่องนี้ด้วย”

“ฉันจะเฝ้ามันเองไม่ต้องห่วง” โนอาร์ว่าพลางหรี่ตาลงด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ส่วนตัว จ้าวแห่งแสงสว่างต้องกลับไปยังโลกสวรรค์เพื่อร่วมงานประชุมวาระสำคัญของโลก ที่สำคัญยังไม่มีใครรู้ว่าจ้าวแห่งแสงเป็นใคร ช่วงนี้ก็เลยมีผู้ไม่หวังดีแทรกซึมไปทั่วทุกพื้นที่ แต่ก็ใช่ว่าโนอาร์จะไม่รู้

ในเมื่อตัวประหลาดที่วนเวียนอยู่รอบๆขนาดนี้

เควินชี้ตัวให้เลยว่าเป็นใคร

“เยี่ยม ขอโทษที่ทำให้แตกตื่นนะท่านทั้งสอง ตอนนี้ข้าต้องกลับไปพักแล้ว หวังว่าคราวหน้าเราจะได้ร่วมงานกันอีก” ชายหนุ่มผ้มีดวงตาสีแสดเอ่ยเป็นต่อยหอยก่อนจะหายวับไปทันที เหลือเพียงเควินที่นั่งอยู่ที่เดิม ขณะนั้นก็จ้องไปยังเรย์จินที่เงียบมาสักระยะไม่เหมือนเมื่อก่อน โนอาร์เลยส่งสายตาไล่ซาตานตัวสดท้ายให้หนีไปไกลๆตา

เควินตัดพ้อเล็กน้อยแต่ก็ยอมไปในที่สุด

“ฉันควรเรียกแกเหมือนเดิมมั้ยโนอาร์” เจ้าชายแดนมนุษย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใสขึ้นหลายส่วน

“เรียกเหมือนเดิมนั่นแหละ จากนี้ไปแกจะไปที่ไหนบอกฉันนะ”

“อือ”

“ไม่ถามสักหน่อยละ” โนอาร์หันไปมองคนที่นั่งเงียบตั้งแต่ตื่นขึ้นมา

“ไม่ล่ะ ถ้าพวกนายกำลังพูดถึงพลังส่วนหนึ่งในตัวฉันอ่ะนะ”

เด็กหนุ่มทั้งสองจ้องหน้ากันสักพักก่อนสายลมจะหอบเอากลิ่นดออกไม้เข้ามาปะทะหน้า ในตอนนี้ทั้งสองก็เข้าใจอย่างหนึ่งขึ้นได้ มีบางเรื่องที่ไม่ต้องพูดพวกเขาก็พอจะเข้าใจ ณ เวลานี้พวกเขาไม่จำเป็นต้องล้วงลึกถึงความจริงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขอแค่พวกเขากอดคอกันเดินต่อไปเรื่อยๆ ใครล้มก่อนอีกคนต้องช่วยพยุง

ตอนนี้อาจจะดูยุ่งยากไปนิดเพราะโนอาร์กำลังรวบรวมข้อมูลที่เป็นไปได้มากที่สุด เรื่องขอโซลริวเขาจะไม่มีวันหยุดตามหามัน ถ้าได้เรื่องของเซเรฟมามากเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะยังมีบางอย่างที่ทั้งเขาและเรย์จินต้องคุยกัน มันไม่ใช่เรื่องไกลตัวนัก ใครก็คงเดาออกแน่เพราะพวกเขาจมอยู่แค่เรื่องเดิมๆ

พวกเขาเพิ่งจะกลับมาคุยเรื่องนี้หลังจากปล่อยให่มันรบกวนจิตใจอยู่หลายวัน

เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจถูกจัดฉากขึ้นมากกว่า

เพราะเมื่อวานโนอาร์ไปเจอพี่ชายมาด้วยตัวเอง นอกจากเดย์มอสจะเริ่มไม่สนใจใครแล้ว สายตานั่นยังดูล่องลอยคล้ายกับว่าไม่ใช่พี่ชายของเขาจริงๆ หลายวันก่อนหน้าโนอาร์ไอเป็นเลือด นับว่าไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดสำหรับเจ้าตัวแต่สิ่งที่แปลกกว่าคือมีกลิ่นของบางอย่างที่เบาบางและไร้สี

โนอาร์พิสูจน์จนแน่ใจว่ามันคือฝงของดอกคิลล์รอนที่ส่งผลกระทบต่อพวกที่มีร่างแฝง

โนอาร์ไม่ได้ร่างแฝงแต่ก็ได้รับผลกระทบเพราะดอกคิลล์รอนนับว่าเป็นยาพิษระดับอ่อนๆ หากสูดเข้าไปในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้หลับไม่ได้สตินานจนถึงเดือน รุ่นพี่เซทอาจจะถูกฝงนั่นเล่นงานก็ได้

เขาจำได้ดีตอนที่เซเรฟมีอาการแปลกๆหลังจากที่ถูกรีดเค้นพลังเวทออกมา แต่ถึงอย่างนั้นโนอาร์ก็ไม่คิดจะห้าม เพราะความสนุกจนลืมคิดให้รอบคอบหรือจริงๆแล้วโนอาร์คงอยากจะปิดงานสุดท้ายจนไม่คำนึงถึงคนอื่นๆ มัวแต่คิดว่าจะจับอิลซาม่อนมากกว่าสิ่งใด

นั่นมันคือความเห็นแก่ตัวที่โนอาร์ตระหนักได้ว่ามันย้อนกลับมาทำร้ายเขาจนกระอักเลือด

หากสืบย้อนกลับไปที่ตระกูลเซอร์ฟีเลีย คาเทียร์ที่เป็นคนรักของพี่ชายก็ไม่ได้ถูกชะตากับโซลริวเท่าไรนัก เธอดีกับทุกคนจนไม่คิดว่าเธอเกลียดใครก็จะร้ายใส่จนสุดทาง มันมีความเป็นไปได้ว่าคาเทียร์อาจจะอยู่เบื้องหลังการอาละวาดของโซลริวก็ได้

ผงคิลล์รอนกระตุ้นความบ้าคลั่งของพวกที่มีร่างแฝง เมื่อกลับไปไตร่ตรองเรื่องผนึกของเซเรฟก็มีความเป็นไปได้ว่ามันคงบรรเทาอาการกระตุ้นความบ้าคลั่งจากผงชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี เซเรฟที่ได้รับผลไม่มากจึงดูเหนื่อยหอบราวกับคนถูกกดไว้จนเรี่ยวแรงแทบไม่เหลือเท่านั้นเอง

แต่โซลริวไม่น่าจะรอดจากผงนั่น เพราะตอนที่มันจ้องเขาโนอาร์ก็รู้สึกว่านั่นไม่ใช่โซลริว

และหากรวมข้อมูลที่โนอาร์เก็บมาได้ระหว่างเสเพลไปวันๆก็คือ มีคนจ้องจะฆ่าโซลริวมาตั้งนานแล้ว อาจจะจ้องฆ่าตั้งแต่โซลริวอยู่ที่โลกมนุษย์แล้วต่างหาก เควินเป็นคนยืนยันเรื่องที่อิลซาม่อนเข้าควบคุมร่างกายเมื่อถูกผงล่อลวง ตอนนั้นโนอาร์ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรโซลริวถึงทำแบบนั้น

แต่พอได้ฟังวิถีการดำเนินชีวิตของพวกอิลซาม่อนแล้ว พวกมันแพ้ผงคิลล์รอนสุดๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงฆ่าคนเป็นผักปลา พอคิดมาได้สักพักโนอาร์ยังคงโทษตัวเอง ที่ทำร้ายมันด้วยอาวุธคู่ใจ เรย์จินคิดต่างออกไปเล็กน้อย เพราะถูกปลูกฝังมาแบบเจ้าชาย มันบอกว่าถ้าเขาไม่หยุดโซลริวป่านนี้พวกเราคงตายกันหมด

แต่คนที่หยุดโซลริวได้คือเซเรฟต่างหากละ

เพื่อนผมเงินที่มาพร้อมกับใจที่ใสสะอาดมากกว่าโนอาร์ที่มืดดำจนเหมือนจะไม่เหลืออ่อร่าเทพหลงเหลือในจิตใจ

“แล้วพวกเราจะทำยังไงกันต่อ จะพิสูจน์ความจริงกันยังไง” เรย์จินเอ่ยขึ้น ไม่รู้ว่าที่พวกเขาคิดมันใช่เรื่องจริงหรือไม่

“คนที่จะตอบเราได้คือ ลีอันนา แม่มดร้ายที่เชี่ยวชาญเรื่องร่างแฝง” โนอาร์พูดความจริงก่อนจะหันมาสบตา “ถ้าเราอยากรู้ต้องไปที่นั่น เมื่อสองปีก่อนคาเทียร์เคยไปที่ดินแดนทางใต้ของอาณาจักรมังกร ลีอันนาอยู่ที่นั่นแหละ สมมติฐานของฉันคือคาเทียร์ซื้อมันมาตั้งแต่ตอนนั้นหรือเปล่า”

“เราจะออกจากอาร์เทลงั้นหรอ กลับไปพ่อฉันคงส่งคนคุมแน่” เรย์จินทำหน้าเหยเมื่อนึกถึงความเสียหายที่จะตามมา อลันเป็นคนประเภทเล่นใหญ่ระดับอาณาจักรมังกร ถ้าคนไม่เดือดร้อนมันจะลงแดงตาย ถ้าโนอาร์ไม่พูดว่าหมอนั่นเป็นซาตานละก็ เรย์จินจะสวดเยอะกว่านี้อีก

“พวกเราสองคนปีหนึ่งพลาดทูวีคฮันเตอร์มีไม่ถึงยี่สิบคะแนน ดังนั้นมีไม่กี่อย่างที่จะทำให้ปราการของเราเจ้างานชิงจ้าวสี่ทิศ...” โนอาร์เว้นไว้ “คือรับภารกิจ”

“ภารกิจ” เรย์จินทวนคำก่อนจะเลิกคิ้วสูง

“ใช่ ภารกิจ แบบนั้นพ่อของนายไม่ไล่ตามจนเกินเหตุหรอกนะ แถมพวกเรายังออกนอกอาร์เทลได้ด้วย”

“แล้วภารกิจที่เราจะทำละ” เรย์จินไม่เคยคิดเรื่องทำภารกิจมาก่อน แบบนี้แปลว่าพวกเขาสองคนจะออกไปข้างนอก เปลี่ยนบรรยากาศและออกไปผจญภัย บางทีอาจจะผ่านไปที่ทะเลและโยนความเศร้าลงที่นั่น

“ตามหาแมว ปกป้องเสบียง และก็ตามหาคนหาย และจบที่ลีอันนา” โนอาร์ว่าด้วยน้ำเสียงปกติ เขาคำนวณมาดีแล้วว่าทำงานง่ายๆพวกนี้พวกเขาก็ได้คะแนนกลับมาให้ปราการ ออกไปข้างนอกได้แถมยังสืบเรื่องของคาเทีย์ได้ เผลอๆพวกเขาอาจจะได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันและสัมผัสคำว่าคู่หูอีกด้วย

เจ้าชายแดนมนุษย์พยักหน้าเอาด้วยก่อนที่พวกเขาจะเดินกลับ ที่นี่เป็นป่าส่วนหนึ่งของอาร์เทล ไม่ไกลมากที่ก็ไม่มีใครรบกวน เรย์จินถอนหายใจออกมาเล็กน้อยอย่างเกรงใจ แต่พอคิดๆดูแล้วคนอย่างโนอาร์ไม่ต้องไปเกรงใจมันมากนักหรอก

“เล่าเรื่องของพวกนายให้ฟังหน่อยสิ”

โนอาร์ชะงักเท้า ดวงตาสีเข้มหันมองคนถามติดดุๆเล็กน้อย เรย์จินยังดึงดันไม่ยอมแพ้พ่าย รัชทายาทแดนเทพถึงได้เดินต่อแล้วพึมพำเสียงราบเรียบ

“ก็รู้จักกัน ...นานพอสมควร...”

 

 

***************โปรดติดตามตอนต่อไป



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

115 ความคิดเห็น