Secret DD ปล่อยให้ผมนอนต่อเถอะ [รีไรท์]

ตอนที่ 26 : บทที่24 โนอาร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

บทที่24 โนอาร์

โนอาร์ อัล เซโฟน่า

เด็กหนุ่มผู้เป็นสายเลือดเทพบริสุทธิ์แต่ไม่เคยมีสักวันที่ทำตัวดีๆเลยสักครั้ง บิดาของโนอาร์คือกษัตริย์มาร์ตินผู้ปกครองแดนเทพองค์ปัจจุบัน ในสายตาคนนอกแดนเทพอาจจะดูสูงส่ง สงบสุขและเต็มไปด้วยคาวมเลิศหรู ยศศักดิ์การเคารพนับถือ อาจเป็นสังคมแห่งปัญญา หรือดินแดนที่เต็มไปด้วยคุณธรรม

แต่ความจริงแล้วไม่มีหรอกคุณธรรม

โนอาร์เคยรังแกผู้คนโดยใช้อำนาจในฐานะของรัชทายาทข่มเหงผู้อื่น ลงโทษคนไร้ทางสู้และมัวเมาตัญหาราคะ ดูร้ายกาจและไร้คุณธรรม ดังนั้นเด็กหนุ่มผมแดงจึงดูสูงส่งจนไม่มีใครกล้าเงยหน้ามอง เช่นนี้ไม่ได้ก้มหัวให้อย่างเต็มใจหรือเต็มไปด้วยความสรรเสริญแต่ผู้คนต่างหลบหลีกที่จะเผชิญหน้า

รัชทายาทที่ถูกจดจำว่าไร้จิตใจและป่าเถื่อน กลายเป็นตัวอันตรายสำหรับเหล่าเชื้อพระวงศ์ เครือญาติ ขุนนาง ทหาร แม้กระทั่งคนรับใช้ ทั้งแดนเทพไม่มีใครไม่ยำเกรงในอำนาจชั่วร้ายที่พระองค์สะสมไว้จนขจรไปไกลทั่วอาณาจักร

เว้นแต่ปัจจุบันเด็กหนุ่มทำตัวดี ว่าง่าย สุขุม เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนหลายขุมนัก พักหลังๆโนอาร์มักคลุกอยู่ในห้องสมุดทั้งวัน คำพูดคำว่าฟังยากไปนิดแต่ดีกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าจนราชามาร์ตินอดไม่ได้ที่จะชื่นชมบุตรชายผู้ถูกเลือกให้สืบทอดบัลลังก์อยู่ในใจเงียบๆ

เมื่อก่อน...ใช่ว่าพระองค์จะเห็นด้วยที่องค์รัชทายาททำตัวเลวทรามจนพระองค์แทบจะหันไปปรึกษาผู้ใดมิได้เพราะบุตรชายได้กระทำตนยกสูงจนเหยียบหัวผู้หลักผู้ใหญ่อย่างไม่ไว้หน้ามาโดยตลอด แต่ที่เป็นเช่นนั้นเพราะพระองค์เป็นสาเหตุ

พระองค์รับปากว่าจะรับผิดชอบทุกอย่างที่โนอาร์ทำ ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายบิดารวมไปถึงอาณาจักรเทพแห่งนี้ แต่หลังจากที่โนอาร์โดยจับตัวไปการกลับมาสู่อาณาจักรเทพอีกครั้งจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหันต์

เพราะวันนั้นเป็นวันที่เด็กหนุ่มผมแดงกลับมาพร้อมก้มหัวให้พระบิดาทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยทำและไม่มีวันจะทำ

เหล่าขุนนางที่ร่วมเป็นพยานในวันนั้นต่างก็อดผวาตามกันมิได้เพราะเกรงว่าองค์รัชทายาทจะวางแผนชั่วร้ายอะไรเอาไว้

“ท่านพ่อ” คำๆนี้องค์รัชทายาทก็ไม่เคยเรียกขาน ทุกอย่างจึงดูพิกลไปหมดแต่ขณะเดียวกันอาณาจักรเทพก็น่าอยู่ขึ้นมามิใช่น้อย ไม่นานการเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้น เวลากว่าเจ็ดเดือนที่โนอาร์ทำตัวดีไม่ก่อเรื่องวุ่นวาย มิหนำซ้ำผู้คนต่างเอ่ยปากว่าองค์รัชทายาทน่าคบหา

เมื่อได้เข้าสู่มหาวิทยาลัยอาร์เทล องค์มาตินแทบตัวลอยเมื่อองค์รักษ์รายงานว่าในนั้นโนอาร์มีเพื่อนและเข้าเรียนไม่ขาดตกบกพร่อง ในฐานะบิดาการที่ลูกชายทำตัวดีไม่ก่อความวุ่นวายก็นับว่าดีแล้วแต่โนอาร์ยังตั้งใจเรียนเหมือนที่รับปากตนไว้

ถึงอย่างนั้นการกระทำในอดีตของบุตรชายก็ใช่ว่าจะถูกลบออกจากผู้ถูกกระทำทั้งหลายได้

คราวนี้คิ้วหนาของกษัตริย์ถึงกับขมวดแน่น เมื่อไม่นานมานี้มีใครบางคนที่ลูกชายของตนกำลังติดต่ออยู่ แต่เมื่อครู่ความมั่นใจของพระองค์เรื่องที่ลูกชายตนกลับใจคิดได้ก็ถูกความจริงพังลงไม่เป็นท่า

รัชทายาทของพระองค์...ร่วมมือกับซาตาน

“เราขออยู่ลำพัง” องค์มาร์ตินเอ่ยกับองค์รักษ์ด้วยความรู้สึกมึนงง ในฐานะของพ่อพระองค์กำลังหลอกให้ตัวเองหลับหูหลับตา แต่ในฐานะของราชาแดนเทพ มันไม่ใช่เรื่องดีเลยที่เทพกับซาตานจะร่วมมือกัน

มันเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์!

 

โนอาร์ยืนสงบนิ่งอยู่มนห้องพักส่วนตัวภายในอาณาจักรแห่งแสง บนเตียงยังคงมีร่างขององค์ชายแดนมนุษย์อย่างเรย์จินนอนหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ปกติโนอาร์ก็เงียบอยู่แล้ว แต่วันนี้ที่ร่างสูงเงียบสงบจนผิดสังเกต มือหนาควงมีดสั้นในมือไปมาพลางมองออกไปข้างนอก เห็นสองเด็กในวังน่าจะเป็นลูกๆของคนรับใช้ในนี้กำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ทั้งคู่ดูสนิทกันจนน่าอิจฉาจนคล้ายกับว่าพวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน

 เพื่อหรือ ความเจ็บปวดนี้ยากจะข้ามผ่าน โนอาร์ก็เคยฆ่าคนแต่เขาไม่ได้ฆ่าเพื่อนตัวเอง และโซลริวทำให้เขารู้สึกว่าการหักหลังมันมีอยู่จริง

วันนี้อาร์เทลหยุดการเรียนการสอนเพื่อไว้อาลัยแด่ผู้ที่จากไป คนข้างนอกประณามการกระทำอย่างอุกอาจของโซลริวราวกับคลื่นยักษ์ องค์รัชทายาทบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าจะทำอะไรต่อไป จะอยู่ดูเรย์จินอีกสักวันหรือทำอย่างอื่นนอกเหนือจากนี้

แต่ความคิดของเขาก็วนกลับมาที่เรื่องเดิม

วันประหาร

ชายหนุ่มส่งเสียงหึในลำคอก่อนจะละสายตาจากเด็กทั้งสองที่หยอกกันอยู่ ความข่มขื่นที่เจียนตาย โนอาร์จำต้องเป็นพยานเพราะพี่ชายต่างมารดาของเขา ใช้สองตามองก็ยังดูออกว่าเดย์มอสโกรธแค้นอาฆาตอยู่ไม่น้อย โนอาร์ก็รู้สึกโกรธเหมือนกัน

ร่างสูงของรัชทายาทแดนเทพมองดูเรย์จินที่หลับพริ้มอย่าสงบนิ่งอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดตา เจ้าชายแดนมนุษย์ยังไม่ยอมตื่นขึ้นมาเพราะหมอบอกว่าพลังเวทสีดำที่ตรงข้ามกันกำลังกัดกินพลังเวทของเรย์จินอยู่ ในรักษาไม่หายเว้นเสียแต่คนที่ทำจะเป็นคนถอนพลังส่วนนั้นออกไปให้

ชายหนุ่มทำหน้าเคร่งเครียดก่อนจะเดินออกจากห้องไป ที่นี่คือแดนมนุษย์แม้ว่าที่บ้านของเรย์จินหรือเหล่าขุนนางน้อยใหญ่จะเคารพโนอาร์และต้อนรับอย่างเป็นกันเองเพราะเป็นคนจากแดนเทพหาได้สนใจ

สิ่งที่เขาสนใจคือความเจ็บที่ตรึงมึนอยู่ในใจ ค้นเจอเพียงความผิดหวังและผิดหวัง ผิดหวังแต่ค้นลึกลงไปเรื่อยๆก็เจอแค่ชื่อของคนๆเดิม

โซลริว

บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นเย็นวาบก่อนร่างในชุดคลุมจะปรากฎ ผู้มาใหม่คือคนที่โนอาร์รู้จักดี ชายหนุ่มตวัดสายตาเย็นๆไปมองแวบหนึ่งก่อนจะมองดูเรย์จินที่หลับพริ้มอยู่

“รักษาเขาซะ” เสียงเข้มสั่งอย่างเอาแต่ใจ

“ขอรับ”

โนอาร์มอบร่างสูงสมส่วนของชายหนุ่มที่ปรากฏขึ้นมาอย่างไร้สุ่มเสียง เขาแปลกใจไม่น้อยที่ตอนนี้อีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นทั้งๆที่เขาเพยายามทำทุกอย่างเพื่อจะคุยแต่ก็ไร้ผล

“อีกไม่นานเขาจะฟื้น” หลังจากรักษาเสร็จชายหนุ่มก็หันมาจ้องหน้าเจ้านายเพียงคนเดียวของมัน ดวงตาสีแดงเข้มกำลังสับสนเต็มที่แต่ก็ไม่ลังเลที่จะถามเรื่องนี้

“ลดโทษได้มั้ย”

“หมายถึง?”

“เรื่องโซลริว”

“เขาฆ่าคน ตามกฎของที่นี่คนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้จะต้องถูกกำจัด”

“งั้นคุณก็ไปช่วยเขา”

“แบบนี้จะละเมิดกฎข้อ 2 ที่เราตกลงกันไว้” ชายหนุ่มเอ่ยเตือน

“แปลว่ามันจะตาย?” น้ำเสียงของโนอาร์เข้มขึ้นจนน่าแปลกใจ เด็กหนุ่มหันมองร่างตรงหน้าอย่างเค้นคำตอบ

“ถ้านับตามความจริง ไม่ว่ายังไงเด็กคนนั้นก็ต้องตาย”

“...”

“การชดใช้กรรมในชาตินี้ของเขาจบลงแล้ว”

โนอาร์ยืนนิ่งก่อนจะหันไปมองทิวทัศน์ด้านนอกต่ออีกครั้ง ไม่รู้ว่าอย่างไหนที่เจ็บกว่ากัน แค่เซเรฟมันก็ควรจะพอแล้ว ทำไมยังต้องมีคนตายเพิ่มอีก ดวงตาสีเข้มทอประกายอย่างเศร้าสร้อยเพียงลำพัง ความโดดเดี่ยวนั้นกลับทอดผ่านแผ่นหลังจนร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลอดสงสารไม่ได้

นี่แหละมนุษย์ ถึงจะรู้ว่าทุกคนต้องตายแต่ไม่เคยทำใจ ไม่ยอมรับง่ายๆ

เพียงแวบเดียวที่ในใจขององค์รัชทายาทนึกถึงซาตานก็พามาที่นี่ราวกับจะตอกย้ำแต่อยากให้เข้าใจว่าเขาตั้วใจจะพามาลาต่างหาก

 ร่างสูงของรัชทายาทแดนเทพก็ปรากฏที่ปากเหว สายลมหอบเอาความโศกเศร้าปะทะใบหน้าคม ความเย็นยะเยือกช่างเหน็บหนาวจนรู้สึกสะท้านถึงแก่นใจ ดวงตาสีแดงที่ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ใครมานานเริ่มหลั่งรินเงียบๆ

“ผมขอเตือนว่าอย่างเข้าไปยุ่งกับเด็กคนนั้นอีก ให้ควาผูกพันธ์มันจบที่ชาตินี้”

“...”

“คุณเองก็เป็นคนทำให้ทุกอย่างมันจบเร็วขึ้นไม่ใช่หรือ ไม่ใช่แค่คาเทียร์ที่เป็นหมากในการใช้ทำลายเด็กคนนั้น แต่คุณต่างหากที่เป็นคนลงมือ ทุกครั้งที่คุณอยู่ใกล้ๆกระแสพลังของเทพจะเข้าทำลายผลึกชั่วร้ายที่เกาะอยู่กับวิญญาณในปลดออก”

“...”

“หน้าที่ของคุณคือทำลายอิลซาม่อนก่อนมันจะกลับไปจุดติ ดังนั้นร่างเอิร์ธต้องเจ็บถึงตายเป็นธรรมดาอยู่แล้ว อย่าโทษตัวเองเลย คุณช่วยโลกนี้ไว้มากแล้ว”

“..พอเถอะ” แม้ว่าคำพูดของโนอาร์จะแผ่วเบา แต่ในใจของเขากลับคุล้มคลั่งจนแทบจะทำลายทุกอย่างตรงหน้าทิ้งไป โนอาร์รู้มาตลอด หน้าที่ของเขาคือกำจัดอิลซาม่อนสามตัวที่มีความสามารถหลังจุติเหนือพระเจ้า

เพื่อไม่ให้ทุกอย่างดิ่งสู่เพลิงสงคราม เขาก็จำต้องทำ แต่งานสุดท้ายเขาพลาดไป อิลซาม่อนตัวนั้นกลับไปรอเวลาจุติที่โลกมืดแล้ว ส่วนโซลริวก็ถูกทอดทิ้งให้จบชีวิตลงที่นี่ แต่เอาเข้าจริงไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าอิลซาม่อนตัวสุดท้ายอยู่ที่โซลริว

“ที่ข้างล่างนั่น โซลริวจะพบความตายอย่างไม่ทรมาน”

“บอกว่าพอไง” กระแสเสียงของโนอาร์เริ่มแปรปรวนอีกรอบ คราวนี้มันเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

“...”

“งานของฉันจบแค่นี้ใช่มั้ย”

“ขอรับ”

“แล้วเรื่องที่ตกลง”

“เสียใจด้วยขอรับ คุณไม่สามารถกลับไปที่บ้านเกิดได้อีก”

“ดี ดีแล้ว”

เด็กหนุ่มพึมพำก่อนจะหายไปจากตรงนี้ ซาตานบอกเห็นความว่างเปล่าตรงหน้าก็แปลกใจ แสงสีทองที่สว่างวาบตรงฝ่ามือเริ่มเลือนหาย เป็นสัญญาณบอกว่าการเป็นเจ้านายและลูกน้องได้จบลงเพียงเท่านี้ พันธะสัญญาสิ้นสุดแล้ว

“น่าเสียดาย” ซาตานพึมพำก่อนจะชะโงกมองความมืดเบื้องล่าง “ให้พวกยมทูตรับงานนนี้ไปก็แล้วกัน”

 

“เห็นมั้ย...เห็นข้ามั้ย”

เสียงดังจากที่ไกลๆดังขึ้น เด็กหนุ่มผมดำรั้งเปลือกตาขึ้นอีกนิดก็เห็นหญิงสาวผมสีทับทิมโบกมือผ่านหน้าไปมา เขาพยักหน้าก่อนจะขยับตัวที่เมื่อยขบเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าอยู่ในห้องสีขาวเขาก็ขมวดคิ้ว

“ท่านชื่ออะไรจำได้หรือไม่”

“เอ๋ ชื่อ..” เด็กหนุ่มพึมพำเพราะนึกชื่อตัวเองไม่ออกก่อนจะลองเอ่ยขึ้น “ริว...โซลริว”

“หืม” หญิงสาวลากเสียงยาวพร้อมเลิกคิ้ว เพราะปกติพวกวิญญาณตายใหม่ๆไม่มีใครจำชื่อตัวเองได้หรอกนะ ถึงอย่างนั้นพอผ่านพิธีชำระล้างดวงวิญญาณก็น่าจะลืมเองนั้นแหละนะ อืม มันต้องเป็นแบบนั้นแน่

“โซลริว งั้นท่านได้โปรดตามข้ามาอย่างสงบ”

“ท่านเป็นใคร” โซลริวเอ่ยถามเมื่อเดินตามมอกมา ทุกคนใส่ชุดขาวกันหมดยกเว้นเขาที่ใส่สีดำเพียงคนเดียว

“ข้า...ถามข้ารึ” หญิงสาวชี้นิ้วที่ตัวเองโซลริวจึงพยักหน้า

“อลิซ” หญิงสาวแนะนำตัวก่อนจะพาโซลริวเดินไปที่ห้องหนึ่ง “ท่านตายแล้วนะโซลริว รู้สึกยังไงบ้าง”

“ห๊ะ..” โซลริวยังมึนงงอยู่ก็พอนึกได้ว่าเขาถูกโยนลงเหว “อ่า ตายจริงๆสินะ”

“อายุท่านหมดเพียงเท่านี้แหละนะ”

“คุณเป็นยมทูต?”

“รู้จักด้วยหรือ”

เด็กหนุ่มพยักหน้า “เคยช่วยงานกันหลายครั้งน่ะ”

“อืม ดูเป็นเด็กดีจัง” อลิซเอ่ยชมก่อนจะหัวเราะตบท้าย เมื่อมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจแล้วจะพบว่าโซลริวแตกต่างจากคนอื่นๆ

“ท่านยังมีห่วงหา อาทรณ์และสิ่งที่ค้างคาใจ” เธอกล่าวสั้นๆก่อนจะยิ้มกว้างอย่างใจดี “แต่ไม่ต้องห่วง ข้าจะช่วยเรื่องนี้เอง”

“ผมไม่ต้องการ” เขาปฏิเสธ เพราะกลัวว่าถ้ากลับไปขุดคุ้ยเขาจะยิ่งเจ็บปวด เขาแบกมันไม่ไหวอยากพักสักหน่อย

“ไม่ได้ หากไม่ได้รับการแก้ไข ท่านจะกลายเป็นวิญญาณชั่วร้าย ในใจของท่านมีเสี้ยวความแค้นอยู่ หากไม่ทำให้ท่านสงบมันจะส่งผลให้ท่านในร่างใหม่กลายเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น”

“ผมไม่เกิดใหม่!” จู่ๆโซลริวก็พูดขึ้นเสียงดัง

“ทำไม”

“ผม..ไม่เกิดมใหม่ ไม่อยากเกิดใหม่แล้ว”

อลิซเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ นอกจากโซลริวจะจำชื่อตัวเองได้แล้วยังมีความหวาดกลัวเรื่องการเกิดใหม่อีกด้วย เป็นเรื่องที่ทำให้อลิซแปลกใจอีกครั้ง มันทำให้เธออยากรู้ว่าทำไม..

ทำไม่วิญญาณดวงนี้ถึงยึดติดกับสองสิ่งนี้

ไม่ว่าจะชื่อหรือการไปเกิดใหม่

หากเป็นวิญญาณปกติจะถูกส่งมาที่นี่เพื่อชำระล้างวิญญาณก่อนลบความทรงจำแล้วส่งไปเกิดใหม่ หากมีความผิดจะถูกส่งไปนรกเพื่อรับโทษ อลิซเลื่อนดูประวัติการของเด็กหนุ่มตรงหน้า พบว่าเขาเกิดมาแล้ว 19 ชาติ(รวมชาตินี้เข้าไปแล้ว) มีความผิดมากมายแต่กลับมีบางอย่างผิดปกติ

“ทำไมท่านถึงตาย”

“...”

“อุบัติเหตุ หรือฆ่าตัวตาย” อลิซขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม “ทำไมไม่มีบอกว่าท่านตายเพราะอะไร”

“...”

อลิซลองเลื่อนหาดูประวัติการตายอย่างละเอียดแล้วก่อนพบว่ามีบางอย่างผิดไปจริงๆ โซลริวยังยืนนิ่งมองหญิงสาวที่เปลี่ยนสีหน้าไปมาอย่างปวดหัว

“นี่ท่านแค่วิญญาณหลุดออกจากร่างเองหรือ มิน่าละ”

“? แปลว่าผมยังไม่ตายหรือ”

“อะ..โอ้ว..นาทีก่อนใช่ แต่นาทีนี้ไม่แล้ว ที่นี่เวลาเดินช้ากว่าโลกมนุษย์ ดังนั้นเวลานี้ท่านได้ตายแล้วเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว” อลิซตอบกุกักพลางยิ้มเจื้อน โซลริวกระทุ้งแก้มตัวเองเบาๆก่อนจะนวดขมับ

“แปลว่าตายจริงๆ”

“แฮ่ๆ” มีเพียงเสียงหัวเราะแห้งๆที่ตอบกลับมา เด็กหนุ่มเลิกคิ้วก่อนจะถอนหายใจปลงๆ

“ช่างเถอะ ว่าแต่ผมควรรับโทษแบบไหน”

“ไม่มี”

“?”

“ในสมุดบัญชีหนังหมาไม่มีบอกไว้เลย”

“ทำไมล่ะ”

“เพราะว่าเจ้าถูกคำสาปนะสิ” เสียงของใครบางคนดังขึ้นจากในหัว โซลริวจำได้ทันทีเลยว่าใคร “คำสาปจะทำให้เจ้าไร้ความผิดพลาดเพื่อให้เจ้าไปเผชิญกับการเกิดแก่เจ็บตายได้อย่างง่ายดาย”

“...ผมไม่ไปเกิด”

ข้ารู้ความปรารถนาของเจ้าดี ดังนั้น เจ้ามีเวลา 3 วัน

“เวลาอะไร”

เวลา 3 วันของเจ้าที่เจ้าเปิดหูเปิดตาเสียบ้าง เสียงนั่นยังคงดังขึ้น สามวันที่จะทำให้เจ้ารู้ว่าใครที่เสียใจเมื่อเจ้าจากลา และความจริงไม่ควรจบอยู่ที่ตรงนั้น เจ้าควรรู้

“รู้..?”

รู้ว่าทำไมเจ้าถึงต้องติดแหงกอยู่ในวงเวียนความทุกข์โศกไง

“...”

จากนี้ไปเจ้าจะได้กลับไปที่โลกคนเป็นเพื่อดูว่าเจ้าในความทรงจำของพวกเจ้าเป็นอย่างไร

“...”

เจ้าไม่อยากเจอเพื่อนของเจ้าหรอ

“...”

สามวันของเจ้าควรจะทำให้มันคุ้มค่านะ

“ท่านจะให้ผมกลับไปดูตัวเองในความทรงจำของคนเป็นงั้นหรอ”

ใช่ เสียงทุ้มยังคงกล่าวต่อไปอย่างดื้อดึง ไปเถิดโซลริว มีความจริงหลายอย่างที่เจ้าไม่รู้

“...”

ข้าไม่อยากให้เจ้าติดค้างกับใครบางคน บางคนที่เจ้าอาจจะนึกไม่ถึงว่าเป็นเขา

“...ใคร ติดค้างใครงั้นหรือ”

ไปดูเองเถิด ที่นั่นเจ้าจะไม่เจ็บปวด เสียงนั้นดังขึ้นในหัวไม่หยุดหย่อน โซลริวมองหน้าอลิซก่อนจะยิ้มแห้งๆเพราะเธอคงได้ยินเหมือนที่เขาได้ยินเช่นกัน

“งั้นข้าจะนำท่านไป..”

อลิซกล่าวจบก็เดินเข้ามาใกล้ปรากฏว่าเธอเพิ่งนึกอไรขึ้นมาได้หลังจากที่ครับคล้ายครับครามาสักพัก แต่เรื่องตรงหน้าสำคัญกว่าดูเหมือนว่าวิญญาณของเด็กหนุ่มตรงหน้าจะมีความพิเศษอยู่ไม่น้อย ไม่เช่นนั้นเจ้าของเสียงทุ้มเมื่อครู่คงไม่สละเวลาอันมีค่ามาเพื่อเกลี่ยกล่อมให้ไปสถานที่ความทรงจำที่วิญญาณหลายๆดวงยังคงมีชีวิตอยู่ที่นั่น

“จงจำไว้ว่าท่านจะทำได้แค่ดูเท่านั้น”

เธอเอ่ยเตือนโซลริวก็พยักหน้ารับรู้ก่อนจะยอมให้หญิงสาวนทางไปยังสถานที่ของความทรงจำแรก

“หลังจากที่จบละ เมื่อเวลาสามวันหมดลง” โซลริวถามขึ้นระหว่างนั้น

“ท่านจะต้องเข้ารับการชำระช้างวิญญาณ บางทีเรื่องนี้อาจจะซับซ้อนกว่านี้เพียงแต่ข้าไม่รู้จึงช่วยท่านไม่ได้” เธอเห็นใจโซลริวมาก บางทีจะต้องมีการพิจารณาเรื่องนี้ซะใหม่ “เอาเถอะ หากเป็นคำสาปละก็ข้าสามารถถอนให้ท่านได้”

“?” เครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้น โซลริวคาดไม่ถึงว่าจะมีใครพูดแบบนี้กับเขา

“ตอบแทนไง”

“..”

“ท่านคงจำไม่ได้ เมื่อก่อนท่านช่วยข้าไว้เหมือนกันนะ จำได้รึเปล่า” หญิงสาวเอ่ยถามแต่โซลริวส่ายหน้าเพราะจำไม่ได้

“ลูกหมาตัวนั้นไง ที่ท่านเก็บขึ้นจากคลองแต่ว่าข้าต้องตายเพราะสิ้นอายุไขเพียงเท่านั้น ดูสิ ข้าได้รับแต่งตั้งให้เป็นยมทูตเชียวนะ”

“..”

“ท่านคงจำไมได้อีก แต่พอไปอยู่ในสวนของความทรงจำแล้ว เรื่องราวทั้งหมดจะย้อนกลับมาหาท่านเอง” โซลริวได้แต่เงียบฟัง “ระหว่างนั้นข้าจะเป็นคนแนะนำท่าน-”

“ถ้าเกิดว่าผมไม่ไปเกิดใหม่ละ?” เด็กหนุ่มถามขึ้นคล้ายว่าจะไม่สนใจอะไรแล้ว “ไปเป็นยมทูตได้มั้ย”

“อย่าด่วนตัดสินใจเลย หากท่านไปที่สวนแห่งความทรงจำแล้วอาจจะเปลี่ยนใจ”

ดวงตาสีนิลวูบลงจนอลิซอดเตือนขึ้นมาไม่ได้

“ได้โปรดจำไว้ เมื่อเราออกจากที่นี่ไปความโศกเศร้าจากวิญญาณของท่านจะเรียกปีศาจร้ายเข้ามา อสูรก็ไม่เว้น และท่านในตอนนี้โศกเศร้าจนดอกไม้ในที่ทำงานของข้าเหี่ยวเฉาหมดแล้ว”

“ผมขอโทษ” เสียงนั้นยังคงดังขึ้นอย่างแผ่วเบา อลิซเดาไม่ออกเลยว่าทำไมดวงวิญญาณของเด็กหนุ่มตรงหน้าถึงได้เศร้าสร้อยนัก เมื่อนึกถึงตอนที่มีชีวิตกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสดใสจนเธออิจฉาอยู่บ่อยครั้ง

หรือว่าความโหดร้ายจากโลกคนเป็นทำให้หนุ่มน้อยตรงหน้ากลายเป็นเช่นนี้กันแน่

“อยู่ใกล้ๆข้าอย่าห่างเกินสามเมตร นับว่าปลอดภัยที่สุด” เธอแนะนำก่อนจะยิ้มปลอบโยน โซลริวพยักหน้าเบาๆ ดวงตาสีนิลฉายแววไม่ใจเพราะอย่างน้อยๆวิญญาณที่เพิ่งตายก็มักจะลืมว่าตัวเองตายยังไง ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะจำได้

อลิซเดาไม่ออกหรอกว่าโซลริวไปเจออะไรมาบ้าง นี่ขนาดยังจำไม่ได้ดวงวิญญาณยังดำดิ่งขนาดนี้ หากจำได้ทั้งหมด...คงเป็นดวงวิญญาณที่มืดดำที่สุดไปหรอกหรือ

อลิซพาโซลริวเดินเข้ามายังสวนผลไม้ที่อยู่หลังประตูสีขาวลายฉะลุที่แสนจะงดงาม โซลริวต้องล้างมือและเท้าที่อ่างไม่นานก็มีต้นไม้ก่อต้นขึ้นก่อนจะออกผลที่แตกต่างกัน มีไม่มากนักจนอลิซแปลกใจว่าเพราะอะไร

“ผมจำได้ว่าไม่ค่อยมีเพื่อน ความทรงจำน่าจะไม่เยอะเท่าไร่นัก” โซลริวเอ่ยปาก เด็กหนุ่มยินเก้ๆกังๆก่อนจะมองผลไม้ที่ใกล้มือ

“เก็บลงมากินเลย” อลิซแนะนำโซลริวเลยเก็บมันลงมากัดคำนึง

ภาพรอบด้านเปลี่ยนไป โซลริวกวาดสานตามองอย่างตื่นๆก่อนจะสะดุดที่สนามเด็กเล่น เด็กหนุ่มผมสีดำเนื้อตัวขาวจนคนอื่นล้อว่าเป็นผีดิบ ดังนั้นเด็กน้อยจึงเอาแต่หลบอยู่ในอุโมงค์เล็กๆที่ไม่มีใครสนใจ เว้นแต่ใครบางคนที่เดินตรงเข้ามาทันทีที่มาถึงสวนแห่งนี้

 ที่แท้สวนแห่งความทรงจำก็นำเขามาที่นี่

ที่ที่ได้เจอกับเพื่อนสนิทครั้งแรก...

 

*******************************โปรดติดตามตอนต่อไป

ใคร? /เดาออกแน่ๆอ่ะ มาจ้า ช่วงนี้น่าจะ?อัพได้ทุกวันอยู่ 555

กด 3 คืออัพทุกวันเต็มตอนใช่มั้ย5555555 โอเคถือว่าทุกคนคงชอบอัพแบบเต็มตอนเหมือนกัน แต่ตอนนี้ยังคงพยายามหาเวลาแต่ง

ให้ทายตอนจบดูกันหน่อยสิ ใครเดาว่าจุดจบเป็นยังไง/ อันที่จริงตอนจบก็กำลังใกล้ๆเข้ามาแล้วล่ะ ประมาณล้านแปดตอนก็จบแล้ว ล้อเล่น555555555555

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขน้าาาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

115 ความคิดเห็น