Secret DD ปล่อยให้ผมนอนต่อเถอะ [รีไรท์]

ตอนที่ 25 : บทที่23 ความผิดพลาดที่เปื้อนเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

บทที่23 ความผิดพลาดที่เปื้อนเลือด

ความผิดทั้งหมดเป็นของใคร?

เรื่องที่สั่นสะเทือนไปทุกย่อมหญ้าเมื่อราชาของแต่ละอาณาจักรร่วมใจกดดันให้อาร์เทลยกโซลริวให้สภาเวทมนตร์นำตัวไปลงโทษในฐานะของฆาตกรผู้โหดเหี้ยม ความโกลาหลเกิดขึ้นทันทีที่ข่าวเรื่องการก่อการร้าย?ที่เกิดขึ้นในอาร์เทลถูกโยงใยไปสู่เรื่องก่อนการร้ายในโอเทียร์ร่าจนป่นปี้ไม่เหลือเค้าความจริง

ผู้คนมากมายกำลังพูดในสิ่งที่ไม่รู้ และมันก็โหมกระหน่ำจนร้อนยิ่งกว่าไฟโลกัลป์

แต่ไม่ว่าจะมั่วซั่วแค่ไหน บทสรุปสุดท้ายที่เล่าลือคือตัวเอกสำคัญอย่างโซลริวถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร

เพราะเขาสังหารกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่าอาชาทมิฬด้วยสองมือนี้

ทำไปโดยไม่รู้ด้วยซ้ำ

และหนึ่งนั้นในคือพี่สาวผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาเอง

คาเทียร์ได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว...

และมันคือ..ความจริง

ไม่รู้ว่าอะไรจะเจ็บปวดกว่ากัน ระหว่างรู้สึกตัวอีกทีก็กลายเป็นฆาตกรและยิ่งไปกว่านั้นคนที่ตายคือพี่สาวที่เขาเคยคิดว่าเป็นมารชีวิตมาโดยตลอด แต่โซลริวไม่เคยคิดที่จะฆ่าแกงใคร เขาจะฆ่าแค่ปีศาจที่ทำร้ายคนอื่น มันคือความร้ายกาจที่สุดในใจของเขาแล้ว

เมื่อก่อน...ในทุกเช้าโซลริวจะตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกอ่อนล้าและเขาก็แค่อยากจะหลับต่อ มันเป็นชีวิตที่แสนจะธรรมดาที่เขาปรารถนามาโดยตลอด แต่หลังจากที่ตื่นมาครั้งสุดท้ายเขาก็อยู่ในห้องขัง มีเพียงแสงอาทิตย์ที่สาดผ่านลูกกรงเหนือหัวและยามค่ำคืนก็มีเพียงแสงจันทร์คอยเป็นเพื่อนคอยปลอบใจ

เมื่อวานปู่มาหาเขาถึงนี่และมีเพียงรอยนิ้วมือบนแก้มสากที่ฝากไว้เป็นของขวัญ และคำพูดที่บอกว่าจะฆ่าเขาให้ตายทันทีที่เขาก้าวอกจากกรงขังแห่งนี้ รวมไปถึงคุณพ่อที่แค่มายืนมองแล้วจากไปและน้องชายของเขาที่ยืนร้องไห้อย่างเจ็บปวดอยู่ข้างนอก มองเขาด้วยสายตาแห่งความผิดหวังโดยไร้ซึ่งคำกล่าวทักหรือด่าทอ

มันเงียบจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด

มันไม่ต่างจากการถูกเข็มนับพันทิ่มแทงลงที่ใจอย่างรุนแรง นั่นคือครอบครัวของเขา เป็นทั้งหมดที่เขามีในชาตินี้ มันยังอาลัยอาวรณ์หากว่าพวกเราจะตัดกันให้ขาดสะบั้น โซลริวไม่เคยคิดว่าเจ้าเสียงที่อยู่ในใจของเขาจะซุ่มเงียบ เขาคิดว่ามันยังไม่คิดจะลงมือ

ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะยืมมือเขาเพื่อฆ่าใคร

พอมันฆ่าก็มีแค่เขาที่จะต้องรอรับความผิดทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำ

แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดี

เพราะสองมือนี้ที่เป็นของเขาได้สังหารคนไปแล้ว

เด็กหนุ่มทิ้งตัวซบกำแพงอย่างหมดอาลัยตายอยาก จมอยู่กับความสับสน อยู่ที่นี่ไม่มีใครเชื่อเขา ตอนแรกเขาก็หวังจะเจอเพื่อนทั้งสามไม่ก็รุ่นพี่ที่อยู่ในเหตุการณ์ อยากถามว่าเขาเป็นคนทำจริงหรือ เป็นเขาที่ฆ่าคนไม่ใช่ว่าพวกมันแกล้งเล่น แต่ความหวังก็พังทลายเมื่อเขาถูกชี้ตัว

มีแค่โอนาร์กับรุ่นพี่เดย์มอสที่มา ทั้งสองคนเป็นคนพูดเองกับปากว่าเขาลงมือฆ่าคนอื่นๆ มีแค่รุ่นพี่เซทที่อาการสาหัส เรย์จินยังไม่ฟื้นและเซเรฟถูกเขาฆ่า โซลริวไม่เห็นจะเข้าใจว่าตัวเองทำแบบนั้นทำไม แค่นี้ก็ว่าเจ็บปวดแล้วแต่ที่เจ็บกว่าคือโนอาร์..

มันทำเหมือนว่าเขาเป็นคนแปลกหน้า ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน สายตาของมันดูชิงชังเขาที่สุด

ความเจ็บปวดที่ให้มากกว่าการถูกทรมานร่างกาย แต่มันเจ็บที่ใจ เจ็บจนไม่หิว ไม่ง่วง ทำไมเรื่องมันกลับตาลปัตรแบบนี้ พวกพ้องที่บอกว่าลงเรือลำเดียวกัน คนที่บอกว่าจะมอบชีวิตให้ได้ คนที่ทำท่าทีเป็นห่วงเป็นใย เขาทำลายมันลงด้วยสองมือ

หรือทั้งหมด ที่ผ่านมาทั้งหมดมันคือเรื่องหลอกลวง หรือเพราะว่าเขาฝันไป

หรือเพราะว่ามันคือคำสาปที่จงใจให้เขาเจ็บเจียนตายอย่างไร้บาดแผล

เหมือนทุกๆชาติ

มันไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือ ความผิดในครั้งนี้คนอย่างโซลริวควรยอมรับมันให้ถึงที่สุดอย่างงั้นหรือ นี่คือผลที่เขาอยู่รอดมาจนจะกลายเป็นผู้ใหญ่ เพื่อเรียนรู้ที่จะรู้สึกผิดชอบชั่วดีจนกระทั่งคำสาปนำมันกลับมาทำร้ายหัวใจจนซ้ำเลือดซ้ำนองเช่นนี้ ชาตินี้เป็นครั้งแรกที่เขาฆ่าเพื่อนตัวเอง

และอะไรจะเจ็บไปกว่าการที่ถูกเพื่อนรักมองมาอย่างไม่รู้จักกัน

โซลริวไม่เคยรู้สึกว่าถูกถอดทิ้งแบบนี้มาก่อนเพราะชาติก่อนหน้าก็รู้จักเพียงมารดาแม้จะถูกนางฆ่าตายอยู่ทุกชาติก็ไม่ได้คุ้นเคืองหรือใจค้าง แต่ชาตินี้เขาผูกพันเหลือเกิน เหมือนเขาถูกรักและหวงแหนมาโดยตลอดไม่เคยลำบากหรือตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ จนกระทั่งวันหนึ่งทุกอย่างก็หายวับ สถานะของเขาถูกจดจำในฐานะฆาตกรจนเป็นที่โจษจันไปทั่วทั้งโอเทียร์ร่า

ย่างเข้าสู่วันที่ 5 ภายในห้องขัง

โซลริวยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ที่นี่ไม่มีอาหารไม่มียาคลายอาการปวดหัวและไม่มีที่นอนดีๆ เมื่อข้างนอกฝนตกพื้นก็เปียกเข้ามาถึงข้างใน ทุกอย่างเหม็นชื้นราวกับอยู่ชั้นใต้ดิน อากาศก็มีน้อยนิดจนเผลอคิดว่าจะตายแล้วแต่ก็อยู่มาถึงวันที่ 5 รอบตัวเงียบงันและว่างเปล่า

ความเหงาที่ก่อตัวในใจแข่งกับความเจ็บปวดช่างรุนแรงจนเด็กหนุ่มนั่งน้ำตาร่วงลงฟื้นหยดแล้วหยดเล่าโดยไร้ซึ่งเสียงสะอื้นที่ควรจะเป็น เขารู้สึกว่าอยู่อย่างคนตายทั้งเป็นเมื่อตอนนี้ไม่มีโอกาศใดๆเหลืออยู่ให้เขาแก้ตัวเลยสักนิด พอไม่ได้หลับได้นอนก็มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้ครุ่นคิดและทบทวนทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตหลังจากที่ร้องไห้อย่างอดกลั้นไม่ไหวมาสามถึงสี่วัน

น้ำตาค่อยๆหมดไปแต่ในใจกลับโศกเศร้ายิ่งกว่าที่เห็นภายนอกนัก

ต้องโทษใครกันแน่

สุดท้ายคำตอบนั้นก็เหลือแค่ตัวเองเพียงอย่างเดียว

โซลริวนั่งพิงกำแพงอยู่มุมอับๆ ขาถูกล่ามเช่นเดียวกับสองมือ บาดแผลตามลำตัวไม่ได้ถูกรักษาแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดส่วนไหนมากกว่าหัวใจที่เต้นช้าๆแต่เจ็บจนรับรู้ถึงความสิ้นหวัง พรุ่งนี้แล้วที่เขาจะต้องเข้ารับการทรมานก่อนประหาร วิธีที่น่ากลัวที่สุดคือเขาจะถูกกรีดฝ่าเท้าไม่ให้เดินเหินได้ตามปกติ ตัดเส้นเอ็นเพื่อลงโทษและจะถูกโยนลงบ่อเกลือ หากไม่สิ้นใจตายก็จะถูกโยนลงเหวดำให้หมานรกมันจัดการ

มันคือความกลัว เด็กหนุ่มรู้สึกแปลกใจที่ตัวเองกำลังร้องไห้อย่างหนักจนปวดกระบอกตา นั่นอาจจะเป็นเพราะสาเหตุใหญ่คือเพื่อทั้งสาม อีกคนหนึ่งยังไม่ฟื้น อีกหนึ่งเขาก็ฆ่าไปเองกับมือ และสุดท้ายมองเขาราวกับไม่เคยรู้จัก สายตาคู่นั้นเริ่มไม่ยินดียินร้ายใดๆ มันเย็นชาและไร้ชีวิต

แต่คนที่ทำให้มันเป็นแบบนั้นก็อาจจะเป็นเขา

พวกเราเพิ่งรู้จักกันจริงๆแต่มันก็สนิทไปแล้ว วางใจไปแล้ว แต่โซลริวกลับทำลายมันลงอย่างง่ายดาย

มันทำเหมือนว่าเขาคือฆาตกรที่ไม่ควรข้องแวะ ไม่แม้แต่จะจ้องหน้านานหรือส่งยิ้มหรือทำอะไรสักอย่าง มันไม่หลงเหลืออะไรอยู่เลย

มันก็เจ็บใจแค่ตรงนี้

และครอบครัวของเขาในชาตินี้นับได้ว่าพังลงอย่างสมบูณณ์แบบแล้ว

เด็กหนุ่มผมดำยกมือขึ้นปาดน้ำตาแต่มันก็ยังไหลรินจนรู้สึกร้อน ความอาวรณ์ ความไม่เข้าใจ ไร้ความยุติธรรม ตอนนี้เขาแค่อยู่เพื่อรอเวลาสำเร็จโทษเท่านั้นเอง ความเจ็บปวดรวดร้าว โกรธเกลียดเริ่มก่อตัวแต่เหนือสิ่งอื่นใด

มันทรมานเหมือนตกนรก กินไม่ได้ นอนไม่หลับและคงใช้เวลาอีกนานกว่าเขาจะสามารถปีนขึ้นจากหลุมของความเจ็บปวดได้

 

ย้อนกลับไปวันนั้น

คาเทียร์ทะลวงเกาะป้องกันของเรย์จินได้สำเร็จหลังให้เรย์จินปลดเวทป้องกันออกคนผมทองก็ทำตามอย่างง่ายดายเพื่อที่จะหยุดยั้งเรื่องก่อนจะบั้นปลายไปมากกว่า

 แม้ไม่ต้องอธิบายคนทั้งสิบที่ติดแหงกอยู่ในนี้ก็เข้าใจดีว่าตอนนี้ต้องหยุดร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศ ผมสีดำขลับสยายยาวถึงต้นขาตัดกับผิวขาวปานหิมะสะกดทุกสายตาให้สะดุดสะท้านเฮือก

เสียงหัวเราะดังระเบิดเมื่อเห็นคนกลุ่มหนึ่งพยายามล้มล้างตน อิลซาม่อนยกยิ้มที่มุกปากก่อนจะสบเข้ากับนัยน์ตาหวานฉ่ำตรงหน้าที่เคยมองผ่านอย่างไม่สนใจอยู่ครู่หนึ่ง

“แม้ต้องตายฉันก็จะขวางการจุติของแกให้ได้” น้ำเสียงดื้อรั้นอยู่หลายส่วนทำให้อิลซาม่อนที่กลืนกินวิญญาณของโซลริวจนหมดสิ้นหัวเราะเบาๆ

“แต่ผมเป็นน้องของพี่สาวนะ”

“ไอ้สารเลว”

“หึหึ เข้ามาเกินนั้นข้าจะสังหารเพื่อนของเจ้า” อิลซาม่อนเอ่ยเสียงแข็งและขยับมือเล็กน้อย ปลายนิ้วชี้ไปยังเพื่อนอีกสองคนที่ต้งท่าจะเข้าโจมตีอยู่อีกด้าน

“ขู่หรือไง” หญิงสาวเอ่ยเสียงเย็นลง ดวงตาหวานเย็นยะเยือกอยู่หลายส่วน

“คิดว่าข้าขู่ งั้นจะทำให้ดู” ไม่ว่าเปล่า อิลซาม่อนวาดมือในอากาศวงเวทสีดำปรากฏมือเรียวยาวทะลวงผ่านวงเวทกระจะกระซากบางอย่างออกมาอย่างไร้ความปราณี

เป็นร่างของหนึ่งในอาชาทมิฬ

มือของเด็กหนุ่มเปลี่ยนมากำรอบคอหญิงสาวที่ตนดึงเข้ามาอย่างรุนแรง นัยน์ตาสีนิลไร้แววนั้นคาดเดาไม่ได้เลยว่าโซลริวจมสู่ห้วงลึกของจิตใจมากแค่ไหน คาเทียร์นึกเจ็บใจนักเมื่อรอยยิ้มที่มุมปากยกสูงก่อนริมฝีปากจะขยับไร้เสียง

“ตัวอย่าง”

กร๊อบ

“อะ..อั่ก”

เสียงค่อกแค่กหลุดออกมาจากลำคอขาวเหมือนเวลาค่อยๆผ่านไปช้าๆแต่แท้จริงแล้วทุกอย่างรวดเร็วจนแม้แต่คาเทียร์ก็ยังไม่ได้เตรียมใจในเรื่องนี้ร่างที่ดิ้นได้เล็กน้อยหยุดชะงักทันทีก่อนจะสลายไป

สลายไปเป็นผุยผง

“แก!

ตูม

แรงปะทะเกิดขึ้นทันทีจากทุกทิศ หนึ่งในอาชาทมิฬผู้เป็นเป็นตำนานรุ่นห้าสลายไปต่าหน้าต่อตา ความคับแค้นที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณของมนุษย์ที่ถูกสั่งสอนให้รู้จักควบคุมไว้ในใจถูกอิลซาม่อนกระตุกให้โซ่ขาดสะบั้น ดังนั้นการโจมตีจากรอบด้านจึงเกิดขึ้นโดยไม่ต้องเอ่ยขอ

นั้นแหละยิ่งทำให้อิลซาม่อนมีพลัง

เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นอีกระลอกหนึ่ง ไอเวทสีดำก็แผ่พรวดจนกลืนทุกคนเอาไว้ในนั้น ทุกคนในนี้มิใช่ไร้ฝีมือแต่เพราะมากฝีมือต่างหากเล่า มันถึงได้จับไว้ไม่ไห้หลุดมือไป เพื่อที่จะสังหารพวกมันทีละคน คิดแล้วอิลซาม่อนก็ลงมืออย่างรวดเร็ว

เพียงแวบเดียวอาชาทมิฬอีกสามคนก็สลายไปและคนสุดท้ายที่ร่างเด็กหนุ่มส่งมือเข้าไปกระซากหัวใจออกมาบีบเค้นก็เรียกเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งจากพี่สาวคนงามของเด็กหนุ่มจนอิลซาม่อนส่งเสียงร้องอย่างหึกเหิมในใจ หล่อนเคยแอบใส่ยาพิษลงในอาหารตอนที่โซลริวป่วย

และเคยผลักโซลริวลงเหว อิลซาม่อนแค่คิดไม่ถึงว่าหล่อนจะมีจิตใจรักเพื่อนฝูง

โซลริวต่างหากที่ใจดีกับหล่อน ไม่เคยพูดมันต่อหน้าใคร นี่แหละจิตใจคนเรามีทั้งดีและไม่ดี หล่อนใจดีกับคนเป็นร้อยแต่กับโซลริวหล่อนจ้องฆ่ามาโดยตลอด ความอิจฉาของหล่อนเป็นภัยแก่โซลริวไม่น้อย แต่อิลซาม่อนติดใจความร้ายกาจของหล่อนเสียได้ ถึงอย่างนั้นก็เฝ้าดูไม่ให้ถูกคนอื่นฆ่าตายเพราะมันจะสังหารหล่อนเอง

ด้วยสองมือนี้

“แก” เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดทรมานออกมาจากจิตวิญญาณดังขึ้น ร่างของคาเทียร์สติขาดการควบคุมมือบางโปรยบางอย่างออกจากถุงสีดำอย่างโมโห ความยับยั้งชั่งใจไม่มีใช้ในเวลานี้ เด็กหนุ่มถึงได้เคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียวอย่างเหนือกว่าและกำรอบคอหล่อนไว้แน่นได้อย่างง่ายดายแลกกับการที่ร่างกายของโซลริวถูกแทงทะลุข้างหลัง

ฝีมือไม่เลวจริงๆ

เมื่ออิลซาม่อนพลาดท่าอย่างไม่คิดจะหลบหลีกวิถีดาบ คาเทียร์รู้สึกเจ็บใจมากกว่าที่ตัดหัวมันไม่ได้ ไม่ว่าร่างนี้จะเป็นโซลริวหรืออิลซาม่อน พวกมันก็สมควรตาย พวกมันนั่นแหละเป็นผีเน่ากับโรงผุอย่างแท้จริง

“เสียงกรี๊ดร้องของเขาคงกรีดใจพวกมันที่อยู่เบื้องล่างดีนัก ทำแบบนั้นพวกมันก็เข้าใจโซลริวผิดสิ” อิลซาม่อนเปล่งเสียงอย่างไร้ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ท้อง มือหนาเริ่มบีลำคอขาวๆไว้แน่น

“เจ้านี่น่า รับงานจากพวกโลกมืดงั้นสิ”

“..แกมันเน่ากว่าปีศาจ ค่อกๆ” คาเทียร์ไอออกมาเมื่อเด็กหนุ่มเดี๋ยวบับมือมากขึ้นเดี๋ยวคลายมือบาง ไม่ลืมอีกอย่างที่จะหักแขนข้างถนัดของหล่อนทิ้ง จะได้ไม่ดีดดิ้นจนน่ารำคาญแต่เสียงกรีดร้องของหล่อนก็แสบแก้วหูดีพิลึก

“โซลริวเป็นน้องชายเจ้านะ เป็นลูกพี่ลูกน้อง-”

“โง่ มีแต่คนโง่นั่นแหละที่เชื่อว่ามันเป็นสายเลือดปีศาจ”

อิลซาม่อนตาวาวโรจน์เจือไปด้วยอารมณ์เกลียดชังในชั่วพริบตา เด็กหนุ่มเค้นยิ้มเย็นกว่าเดินหลายเท่าก่อนจะจิกนิ้วลงบนลำคอขาว เมื่อรับรู้ถึงบางสิ่งที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ บางสิ่งที่ทำให้สติของอิลซาม่อนเริ่มเสียการควบคุม

“นังสารเลว”

เดิมทีอิลซาม่อนแค่จะออกมาเตือนเท่านั้น แต่คาเทียร์ต่างหาก...หล่อนเล่นตุกติก หล่อนโปรยกลิ่นของดอกคิลล์รอนอันเป็นผงพิษสำหรับคนที่มีร่างแฝง เซเรฟโน้นยังโชคดีที่มีผนึกปกป้องจึงไม่ยังไม่แผลงฤทธิ์ แต่อิลซาม่อนที่ถูกกลิ่นของฝงนั้นเต็มๆจะถอยออกตอนนี้ก็แย่แล้ว

มันอยากฆ่าทุกคน ไม่เตือนใครแล้วทั้งนั้น

“เจ้ามันก็ปีศาจ” อิลซาม่อนเปล่งเสียงเย็นจัด “เจ้าจัดฉากให้ทุกคนมาตาย”

“อ่อก” เด็กหนุ่มบีบมือรุนแรงแรง ใบหน้าหญิงสาวหนาแดงเถือกจนม่วง พลังชีวิตถูกสูบออกไปไม่หยุดหย่อนด้วยฝีมือของอิลซาม่อน มันแข็งแกร่งขึ้นมากๆเมื่อกลืนกินพลังเหล่านั้นที่ล้นทะลักออกมา

“ในเมื่อเจ้ารู้ว่าโซลริวไม่ใช่ปีศาจ แต่ก็ปล่อยให้ปู่ของเจ้าเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นตัวอะไร...ข้าเกลียดพวกเจ้านัก กล้าแตะต้องเอิร์ธของข้าและทำลายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

ดวงตาของเด็กหนุ่มเริ่มแดงเถือก กลิ่นผงนั่นกำลังปลอดล็อกโซ่มากมายที่พันธนาการมันไว้ ทำให้อิลซาม่อนค่อยๆปลดปล่อยสัญชาตญาณนักฆ่าออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“ก็มันสมควร ข้าเกลียดมัน” คาเทียร์ไม่ยอมแพ้แม้คอจะถูกบีบจนเจ็บและหายใจแทบไม่ออก เธอหัวเราะอย่างสมเพชเด็กตรงหน้า วันนี้ความเกลียดชังที่สั่งสมมากหลายปีก่อตัวเป็นความแค้น ในท้ายที่สุดความปรารถนาของเธอคืออยากฆ่าเด็กคนนี้ ฆ่าให้ตายไม่สนอะไรแล้วเพราะแบบนั้นถึงยอมรับงานจากโลกมืดมา

เพื่อจะฆ่าเด็กคนนี้โดยเฉพาะ

“กะ..แกไม่รู้หรอกโซลริว...แกไม่ใช่ปีศาจ ไม่ใช่ลูกครึ่ง แต่แกคะ..คงไม่ได้ยินสินะ” หญิงสาวเริ่มพูดไม่ถนัดเสียงของเธอหายเข้าไปในลำคอ อาการคล้ายจะขาดใจตาย ดวงตาเย้ยหยันคู่นั้นอิลซาม่อนไม่ชอบใจนัก

มือหนาเค้นแรงทั้งหมดที่มีก่อนจะสูบเอาพลังของหล่อนมาทั้งหมดแต่ไม่ได้ฆ่า คาเทียร์ต่างหากที่ตกใจสถาพร่างกายที่เหี่ยวยนเกินวัย เธอกรีดร้องอย่างคับแค้นที่มันไม่ฆ่าเธอแต่กลับใช้วิธีนี้

ถึงอย่างนั้นก่อนที่ร่างจะตกลงสู่พื้นเธอจึงหยิบหยิบมีดขึ้นมาและปักเข้าที่ขั้วหัวใจ เพราะมันคือทางเลือกที่เธอวางไว้อย่างไรวันนี้โซลริวก็ต้องกลายเป็นฆาตกร คุณปู่จะได้เกลียดมันเข้าไส้ ให้พวกมันคับแค้นในอกเหมือนเธอเป็น

และพยานที่เห็นว่าโซลริวลงมือฆ่าเธอก็อยู่ที่นี่แล้ว

พวกแกแพ้...

“คาเทียร์!!!” เดย์มอสคำรามสุดเสียงเมื่อเห็นว่าร่างของประธานคนงามที่สูญเสียพลังร่วงหล่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วสู่ขั้วหัวใจแต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็เข้าไปรับไว้ทันแต่..

เธอสิ้นใจแล้ว

“ไหนเธอบอกว่าพวกเราจะแต่งงานกัน คาเทียร์...ฟื้นสิ” ชายหนุ่มร้องไห้ออกมาอย่างไร้เสียงสะอื้น เป็นครั้งแรกที่โนอาร์มีสายตาวาบวับจนน่ากลัวเมื่อมองพี่ชายต่างมารดาร้องไห้อย่างไม่เคยเห็น ดวงตาสีแดงจ้องไปยังร่างที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าไม่ได้สะทกสะท้าน

ไม่คิดว่าโซลริวจะลงมือฆ่าใครที่นี่!

“โซลริว!!!!

“มันจะมากไปแล้วนะ!!

“ไม่- โนอาร์ เรยย์จินฟังก่อน” เซทร้องห้ามไม่ทันเมื่อเห็นรุ่นน้องพุ่งออกไป เรย์จินก็ไม่ต่างกัน ไม่มีใครรอฟัง เว้นแต่เซเรฟที่ยังทุรนทุราย อาการคล้ายยิ่งหายใจเข้ามากๆก็ยิ่งล่องลอยเหมือนสติจะหลุด

เซทลำบากใจไม่น้อยเพราะไม่รู้จะอธิบายให้เด็กทั้งสองฟังยังไง เพราะที่โซลริวตกอยู่ในสภาพนั้นก็เพราะว่านั่นคืออิลซาม่อนที่อาละวาดอยู่ แต่อย่างไรเด็กหนุ่มก็สังหารคนไปถึง 5 แล้วพวกเขาล่ะ จะรอดหรือ?

ไม่นานนักดวงตาของโซลริวก็แปรเปลี่ยนเป็นสีอเมทิสต์ มันวาบวับแต่ไร้ชีวาเมื่อกลิ่นยาเข้าควบคุมให้สติขาดเหลือเพียงความคลุ้มคลั่ง เมื่อประจันหน้ากับโนอาร์ที่โกรธจัดอยู่ตอนนี้ไม่มีส่วนไหนเลยที่จะกระตุ้นให้โซลริวตัวจริงลุกจากที่นอนนุ่มๆ โนอาร์ไม่ได้ส่งเสียงเรียกเมื่ออยู่ต่อหน้า

และเชื่อไปแล้วว่าโซลริวลงมือฆ่าเพราะความสนุกของมันเอง!

ใช่...เพื่อของเด็กหนุ่มผมดำไม่มีใครรู้เรื่องที่โซลริวมีอิลซาม่อนอาศัยอยู่กับในใจเพราะโซลริวไม่ได้บอกใคร เว้นแต่คาเทียร์ที่เป็นคู่กัดกันมา รายนั้นน่าจะสืบจนรู้ทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง

ร่างสูงผู้มีเรือนผมสีแดงเพลิงมองคนตรงหน้าอย่างโกรธแค้นและไม่เข้าใจ ความผิดหวังมันก่อตัวเป็นก้อนใหญ่จนเจ็บปวดรวดร้าวอยู่ในใจ เมื่อเห็นรอยยิ้มที่เผยออกไม่สะทกสะท้านเรื่องที่ตัวเองฆ่าใครไป โนอาร์ก็ขาดสติเข้าสู้ทันที

วงเวทขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ร่างของโซลริวก็ยกยิ้มเยาะเย้ยโนอาร์อยู่ลึก ๆแล้วท้าทาย

“เอาสิ ฆ่าเลย”

บึม

โนอาร์ไม่ชอบให้ใครท้าทาย ดวงตาของโนอาร์คล้ายมีโทสะผสมอยู่หลายส่วน ร่างสูงกระหน่ำยิ่งเวทใส่คนตรงหน้าโดยไม่ออมมือก่อนจะกระโดดเข้าไปฟาดฟัน แต่ร่างตรงหน้าก็เคลื่อนตัวหลบอย่างสนุกสนาน ผงดอกคิลล์รอนยังคงออกฤทธิ์ต่อเนื่อง หากไม่ทำลายโลกเสมือน

แน่นอนว่าอิลซาม่อนไม่หยุดอาละวาดง่ายๆหรอก

“แกฆ่าคนอื่นทำไม!!! ทำไมวะโซลริว”

เสียงกึ่งร้องคำรามเอ่ยถามอย่างเจ็บปวด ยิ่งเห็นว่าโซลริวเหยียดยิ้มออกมามากเพียงใด ในใจของโนอาร์ก็ไม่ต่างจากการถูกเหล็กร้อนทาบลงมา มันเจ็บแสบและผิดหวัง

ผิดหวัง...ผิดหวังหรือ คนอย่างโนอาร์นะหรือ ผิดหวัง

ร่างสูงนิ่งไปหลังจากที่ออกแรงอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะอย่างเด็กๆของโซลริวค่อยๆเงียบลงเมื่อสัมผัสได้ว่าคนผมแดงยั่วไม่ขึ้น ขณะนั้นเรย์จินที่กำลังมองอยู่อีกด้านก็ยืนชั่งใจ เขารู้ดีว่าโซลริวผิดแต่เขาจะช่วยคนผิดไม่ได้ ยิ่งโซลริวเป็นเพื่อนก็ต้องหยุดยั้งมัน

จะต้องไม่มีใครตายไปมากกว่านี้อีก

วาบ

วงเวทสีทองปรากฏขึ้นใต้ร่างของโซลริว เด็กหนุ่มผมดำสะดุ้งเฮือกจะกระโดดออกจากรัศมีแต่ช้าเกินไปเพราะมีโนอาร์ขวางจังหวะอยู่วงเวทของเรย์จินจึงตรึงร่างของเขาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้อีก

“อ้ากกกก..” อิลซาม่อนกัดฟันกรอดอย่างอึดอัด ไม่หลงเหลือสติจะควบคุมตัวเองอีกแล้ว มันลงมือยิงพลังเวททันทีในเวลาสั้นๆยังไม่เริ่มแม้จะหายใจเข้า ลูกไฟสีดำก็พุ่งใส่ร่างของเจ้าชายแดนมนุษย์ในทันทีหวังชิงลมหายใจของเจ้าชายแดนมนุษย์

“อั่ก” เรย์จินส่งเสียงร้องออกมาอยางเจ็บปวดไม่ได้หลบหลีกมันเพราะร่ายกายของเขารู้สึกแปลกๆ พลังเวทสีดำค่อยๆซึมเข้าไปในร่างและเริ่มกัดกินพลังที่ไหลวียนอยู่ภายในเหมือนเชื้อร้าย คนผมทองจำต้องกัดฟันกรอด

เจ็บปวด

ฉึก

ในเสี้ยววิดาบที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นดาบเล่มเล็กของโนอาร์แทงเข้าที่ช่องท้องใกล้ๆแผลเดิมที่คาเทียร์สร้างไว้ เลือดสีแดงสดๆไหลเป็นทางแต่โซลริวหาได้แสดงความเจ็บปวดไปมากกว่าความชื่นชอบ เด็กหนุ่มผมสีดำยาวยิ้มอย่างไร้พิษสงก่อนจะผลักมืออกไปจนสุดส่งให้ร่างของโนอาร์ถูกพลังกระแทกออกไปไกลจนร่วงลงสู่พื้นดิน

เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นอีกครั้งคราวนี้มันก้องไปทั่วทั้งโลกเสมือน ท้องฟ้าเริ่มย้อมเป็นสีเทาแก่เหมือนพายุกำลังจะมาเยือน นัยน์ตาสีอเมทิสต์เหลือบมองร่างของเจ้าชายแดนมนุษย์ที่กอดตัวเองไว้แน่นอย่างทรมานด้วยสายตาเลื่อนลอย

พลังสีดำกับพลังของแสงสว่างมันปรปักษ์กันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ทรมานสิแปลก

อิลซาม่อนในคราบสัตว์ร้ายย่างกายเข้ามาใกล้โนอาร์ก่อนจะเหยียบมือที่กุมดาบให้คลายออก

“ตายไปซะ”

วูบ

คิลล์ปรากฏเข้ามือหลังจากที่มันหล่อนอยู่ไม่ไกล โซลริวตั้งท่าจะสังหารเพื่อนรักแดนเทพ เซเรฟที่ดูอยู่ตลอดเกินตกใจสุดขีดจนไม่สนตัวเองว่าจะทรมานแค่ไหน ร่างคนผมเงินขยับวูบเดียวก็ไปรั้งมือเรียวยาวไว้แน่ ก่อนจะกระซิบเท่าที่เรี่ยวแรงเหลือ

“คุณโซลริว”

“...”

“ผมรู้ว่ามันไม่ใช่คุณ”

“...”

“ตื่นเร็วสิครับ”

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ไม่รู้ว่าเสียงของเขาจะส่งถึงหัวใจของโซลริวหรือไม่ เพราะตอนนี้ร่างกายของเซเรฟก็รู้สึกย่ำแย่ไม่ต่างกัน เพราะว่ามันมีกลิ่นของบางอย่าง..บางอย่างที่แทบจะทำลายคุณความดีในจจนหมดสิ้นราวกับถูกมอมเมา เพราะตอนนี้ครึ่งหนึ่งในหัวของเซเรฟก็เต็มไปด้วยความอยากฆ่าทำลายเหมือนๆกัน

แค่โซลริวที่นี่ก็จะพังอยู่แล้วเกิดว่าเซเรฟยอมแพ้ต่อสิ่งล่อลวงนั่น เรื่องอาจจะบานปลาย

“คุณโซลริว ได้โปรดเถอะครับ”

เซเรฟเอ่ยขออย่างเว้าวอนเพราะไม่อยากเห็นเพื่อนรักต้องลงมือฆ่าเพื่อนด้วยกันเช่นนี้ คนผมเงินมองเห็นความวูบไหวในดวงตาสีม่วงตรงหน้าก่อนจะค่อยๆลดมือเมื่อเห็นว่าโซลริวนิ่งไป เหมือนในใจกำลังถกเถียงกันอย่างหนักหน่วง ดวงตาที่ฉายออกมาจึงเต็มไปด้วยความสับสน

แต่ถึงอย่างนั้นกลิ่นของบางอย่างกลับรุนแรงขึ้นในตอนนี้

ฉึก

“อะ..”

“เซเรฟ!!” ทุกคนต่างร่ำเรียกชื่อคนผมเงินอย่างพร้อมเพรียง โนอาร์ที่นอนกระอักเลือดอยู่ก็แทบหัวใจหยุดเต้นเพราะภาพที่เห็นคือโซลริวแทงดาบจนทะลุผ่านร่างเพื่อนผมเงิน สายตาที่เคยวูบวาบในคราแรกนั่นกลับล่องลอยไปไกลกว่าเดิม

เรย์จินไม่เข้าใจภาพตรงหน้ามากนักแต่ก็เห็นอยู่ชัดๆว่าเกิดอะไรเพียงแค่สมองไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับกับสิ่งที่เห็น องค์ชายแดนมนุษย์แทบระเบิดอารมณ์ออกมาจนหมดสิ้นในคราวเดียว แสงสีทองกลืนกลืนทุกอย่างในเสี้ยววิเพื่อแทนทีพลังสีดำที่ปกคลุมที่นี่ ราวกับแสงที่ขับไล่ความชั่วร้ายทั้งปวง

อิลซาม่อนคล้ายจะเจ็บปวดระดับหนึ่งกับความสว่างและอบอุ่นนี้ไม่น้อย คิ้วเรียวขมวดเป็นปมก่อนมือจะละวางดาบที่ปักทะลุกร่างของเซเรฟ โซลริวยังไม่กลับคืนมาแต่เป็นอิลซาม่อนที่สั่นกลัวหลังจากแสงสีทองได้ดึงสติของมันกลับมาเกินครึ่ง ความกลัวของมันก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะว่ามันได้เผลอลงมือทำลายสหายของเอิร์ธตัวเอง

ความโศกเศร้าของเจ้าของร่างสะท้านออกมาผ่านม่านตาทันที น้ำตาหนึ่งหยุดที่หล่นแมะลงบนหลังมือที่ชักกลับมา

“โซลริว ทำบ้าอะไรของแก!” โนอาร์คำรามลั่นอย่างบรรดาลโทสะก่อนจะรีบลุกขึ้นมารับร่างของเซเรฟที่โอนเอนจะล้มได้ทันก่อนมือขวาของอิลซาม่อนจะเผลอตวัดมือร่างที่ยังมีลมหายใจของเซเรฟก็สลายไปต่อหน้าต่อตาของโนอาร์ที่ประคองไว้แน่น

“ทำอะไรวะ แกทำอะไรลงไป!

เสียงนั่น...

โศกเศร้าเหลือเกิน

มันเผลอระเบิดพลังป้องกันตัวเองจากแสงพิสุทธิ์ของเรย์จิน แต่ยังคงรุนแรงเกินไปกระทั่งเซทและเดย์มอสที่ต่างตกอยู่ในสภาพไร้การป้องกันก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย นั่นคือสิ่งที่อิลซาม่อนจำได้ก่อนที่มันหายไปพร้อมกับเหล่าจอมเวทระดับสูงปรากฏตัวขึ้นเพื่อเขาจับกุม

 

อีกครั้งที่โซลริวตื่นขึ้นมาจากการเผลอหลับ เขายังคงฝันถึงตอนนั้น หัวใจดวงเท่ากำปั้นสั่นวูบเหมือนหล่นจากที่สูง เขาจำได้แล้วว่ามือของเขามันสกปรกแค่ไหน มันทำอะไรเอาไว้และได้ฆ่าใครไปบ้าง ความรู้สึกอุ่นร้อนที่ข้างแก้มไหลลงช้าๆและเฮือดแห้งในเวลาไม่นาน และคอยย้ำกับตัวเองว่านั่นคือเพื่อนที่เขามี

ทรมานเหลือเกิน

กึก กึก กึก

เสียงฝีเท้านับสิบเดินเข้ามาใกล้ โซลริวรีบปาดร่องรอยความเจ็บปวดออกจากใบหน้า หันมองเหล่าทหารชั้นจอมเวทเดินเข้ามาพร้อมปลดวงเวทนับสิบที่ร่างขึ้นเพื่อคุมขังเขาไว้ เด็กหนุ่มถูกกระซากให้ติดมือไปไม่ต่างจากสัตว์ป่า

ตามระเบียงทางเดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นชื้น นอกจากเสียงฝีเท้าที่กระทบเป็นจังหวะก็ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะขับไล่ความวูบโหวงในจิตใจของเด็กหนุ่มออกไปได้

โซลริวไม่ได้ออกมาเจอพระอาทตย์ตั้งหลายวัน พอเพ่งมองมันก็รู้สึกแสบตาจนน้ำตาแทบไหลออกมา ที่นี่คือลานประหารของโอเทียร์ร่า ผู้ที่ได้สิทธิเข้ามาในที่นี่ย่อมมีความผิดที่ไม่ธรรมดา โซลริวหันมองรอบๆก็พบเพียงแต่สายตาแห่งความเกลียดชัง

เสียงสาปแช่งต่างๆนาๆดึงหึ่งเหมือนเสียงผึ้งรวมรัง ทุกคนอยู่ที่นี่แล้ว ทั้งคนที่เขารักเทินทูนและไว้ใจ คนรู้จักและคนที่แค้นชิงชังในการกระทำของเขา

โซลริวอยากจะพูดอะไรสักอย่างหนึ่งก่อนจะถูกลงโทษ

ความจริงความผิดของเขาถึงขั้นประหารเพราะมีคนตายหลายคน สาหัสหนึ่งคน ไม่ฟื้นอีกหนึ่งซ้ำยังเป็นถึงเจ้าชาย ไหนจะเซเรฟที่ถูกเขาฆ่า เด็กหนุ่มกลายเป็นคนย้ำคิดแต่เรื่องเดิมๆจนไม่สามารถรักษาสภาพจิตใจที่บอบซ้ำได้อีกต่อไปแล้ว

เขาทำลายขวัญกำลังใจของผู้คน

และความผิดบาปในครั้งนี้โซลริวจะไม่ขอหนี

อย่างไรชีวิตก็ยังถูกสาปให้ทรมานทุกชาติไปอย่างนี้แล้ว

โชคร้ายไปหน่อยที่เขาดันจำอดีตชาติได้ด้วย ชาตินี้จึงได้แบกปรับความเจ็บปวดมากขึ้นหลายเท่าตัว

แต่เขาแค่อยากขอโทษ ทั้งโนอาร์ เรย์จิน และเซเรฟหรือคนอื่นๆ หากเป็นไปได้ก็อยากจะพูดให้พวกมันฟังตรงหน้าว่าเขาขอโทษแต่ทุกคนไม่ได้อยู่ที่นี่ โนอาร์คงไม่อยากเจอหน้าเขาอีก สถานะของโซลริวในตอนนี้ก็ถือว่าธรรมดาในหมู่นักโทษต้องประหารด้วยกัน

เพราะจากวันนั้นจนถึงวันนี้เสียงของปีศาจที่มักปลุกปลอบเขาเสมอก็เงียบไปแล้วจนรู้สึกได้ว่าอยู่คนเดียว หรือว่ามันจะรู้ว่าตัวเองผิดเลยไม่ออกมายืนข้างๆกันจนหนีไปที่อื่นแล้ว แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อเขาก็ผิดที่ไม่รู้จักระวังตัวและผิดที่ไว้ใจคนอื่น ผิดที่วางใจคิดว่าที่นี่ปลอดภัยแล้ว

แต่เปล่าเลย โซลริวแค่ประมาทมากไปหน่อย เขาใช้ชีวิตอยู่บนความประมาททั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าสักวันหนึ่งปีศาจที่อยู่ในใจของเขาซึ่งจ้องวิธีนี้มาตั้งแต่แรกคิดจะฆ่าคนเก่งๆเพื่อพลังอำนาจของตนเองและเซเรฟคือตัวเลือกที่มันว่าดี

คาเทียร์ลูกพี่ลูกน้องของเขาเองก็เช่นกัน ความเก่งกาจของคนในอาร์เทลกระตุ้นให้มันหึกเหิมอยู่เสมอเพียงแต่โซลริวไม่คิดว่ามันจะทำแบบนั้น

ใช้ร่างของเขาเพื่อฆ่าใคร

เสียงรายงานความผิดจากเจ้าหน้าที่ดังขึ้น ผู้คนเงียบฟังราวกับคลื่นสงบ แม้จะมีเสียงซุบซิบและสาปแช่งเขาอยู่เนื่องแต่ร่างของเด็กหนุ่มยังคงตั้งตรงอย่างแน่วแน่เหมือนที่ถูกสอนมา วันนี้เป็นครั้งแรกที่โซลริวง่วงไม่ออก เขามองแท่นปูนที่สูงขึ้นระดับเข่าก่อนจะถูกกระซากให้เดินไปนั่งคุกเข่าบนพื้น มือทั้งสองข้างถูกตรงึไว้กับแท่นตรงหน้า

“ตัดทิ้งซะจะดีกว่ามือสกปรกพวกนั้น!

“ทรมานมันเยอะๆเลย”

เสียงแซ่งแซ่ดังขึ้นจากรอบทิศ โซลริวไม่ชอบที่ที่คนเยอะเขาขี้เขินอายและไม่ชิน  ครอบครัวของเขาคงไม่มีใครมาทนดูลูกชายสารเลวที่ฆ่าคนในที่ประหารแห่งนี้ สิ่งที่ย่ำแย่ในตอนแรกเขาคิดว่ามันคือการถูกหักหลัง ตอนนี้มันก็เป็นอยู่แต่มันมีสิ่งที่แย่กว่าก็คือ

โซลริวรู้สึกผูกพันมากเกินไป

ความเจ็บปวดของเขาไม่อาจถูกบรรเทาลงได้ง่ายๆ

ตุบ!

เมื่อท้อนทุบลงที่หลังมือทั้งสองข้างมันเจ็บจนแทบทนไม่ไหว แต่พอคิดถึงรอยยิ้มของเซเรฟที่มันมอบให้เขาอยู่ทุกวัน ความใจดีของมันก็คลายความเจ็บลงไปบ้าง แต่ขณะเดียวเป็นอีกครั้งที่เขาไม่ได้บอกล่าเพื่อนของตัวเองสิ่งนี้กลับเจ็บยิ่งกว่า

และเจ็บที่สุดคือเขาเป็นคนฆ่ามัน

ค้อนทุบอีกครั้ง ความเจ็บปวดเริ่มเร้าเมื่อได้ยินเสียงกระดูกมือแตกดังกรอบ สองมือของโซลริวสะท้านเฮือกจนสั่นไปทั้งร่างเมื่อถูกทุบเพียงสองครั้ง และอีกครั้งที่เขากลับมารับรู้ถึงความเจ็บปวดในแบบมนุษย์จริงๆที่รู้สึกกัน ค้อนทุบครั้งที่สาม สี่ ห้า หก...

มือของขาก็เขียวซ้ำจนเละไปหมด ความเจ็บปวดแบบนี้ก็เจ็บเหมือนกันแต่เทียบกับความเจ็บในใจไม่ได้

เท้าของเด็กหนุ่มถูกกรีดเป็นทางยาวและเส้นเอ็นขอเท้าถูกตัดขาดหลังจากทุบมือเสร็จก็ถูกนำร่างไปทิ้งลงบ่อเกลือจนกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บแสบ ความเจ็บแทบจะฆ่าโซลริวให้ตาย แต่ก็ไม่ถึงตายเพราะเขายังมีลมหายใจ อาจจะเป็นเพราะร่างกายของโซลริวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์มาแล้วเพราะถูกออกแบบให้ทนทานเกินมนุษย์แต่เพราะไม่เสถียร มีบางทีที่พลังรักษาของโนอาร์ลดขีดความสามารถของร่างกายลงไป

เขาในวันนี้และตอนนี้เจ็บปวดทั้งหายใจ

ร่างของเขาถูกแช่ไว้ในบ่อเกลือเหมือนปลาดุกสิ้นแรงและนอนรอความตายทั้งวันพอตกดึกก็ถูกนำขึ้นรถม้าเพื่อเอาไปโยนลงเหวยังนับว่าใจดี ดีกว่าถูกลากไปตามทาง ถือว่าเมตตาแล้ว ก่อนนั้นโซลริวคิดว่าจะไม่ได้เจอโนอาร์แล้ว

แต่แวบหนึ่งเหมือนจะได้กลิ่นของมันอยู่จางๆ

ดวงใจเท่ากำปั้นกระตุกวูบหนึ่งก่อนที่โซลริวจะตัดใจ คนเลวอย่างเขาไม่มีวันได้เอ่ยคำขอโทษแล้วล่ะ ร่างกายของเขาสิ้นไร้เรี่ยวแรงเพราะไม่ได้กินข้าวกินน้ำมาหลายวัน เมื่อพยายามรั้งเปลือกตาขึ้นก็ไม่พบใครนอกจากชายสองคนที่ทำหน้าที่โยนเขาลงไปในเหวให้ตายอย่างทรมาน

ก่อนที่โซลริวจะรู้สึกวูบวาบเมื่อร่างถูกโยนลงไปข้างล่างโดยที่เขาไร้แรงขัดขึ้น

 

 

************************โปรดติดตามตอนต่อไป

 

อย่าเพิ่งปวดตับ มาคุยกันก่อน

เข็นมาฝากค่ะ อ่านแล้วอาจจะรู้สึก เอ๊ะ พลาดอะไรไป ไม่ได้พลาดนะคะ ลองเดาดูว่าตอนหน้าจะเป็นยังไง ฮิฮิ วันนี้อัพสายมากกกกกกกก ขอโทษคร้าบบ

อบรมเสร็จแล้วล่ะ พรุ่งนี้กลับบ้านอาจจะอัพช้าลงเพราะต้องสานต่องานลุยสวนเวอร์ชั่นลงแรงอีกรอบ (อาจจะเปลี่ยนเวลาอัพ แต่ไรท์เองก็ไม่ชอบลงแบบขาดตอนเท่าไรมันอ่านแล้วขาดๆ5555 (ก็อยากลงทุกวันจะได้ปิดเรื่องนี้โดยเร็ว แต่เวลาไรท์ไม่ค่อยเหลือเพราะใกล้เปิดเทอมแล้วต้องเร่งทำงานทุกอย่างให้เสร็จก่อน อยากรู้จังว่ารีดเดอร์ชอบอ่าน แบบไหน)

กด 1)แบบวันละ 50% ลงต่อเนื่องทุกวันเหมอนเดิม

กด 2) เลือกเวลาลงเป็นอาทิตย์ละสามตอนแบบเต็มๆตอน

อันนี้จริงจังนะคะช่วยโหวตสักเบอร์ให้ไรท์รับรู้ทีค่ะ พลีสสสสสส

สุดท้ายนี้ขอให้อ่านอย่างมีความสุข? /กรี้ดจะตีหนึ่งแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

115 ความคิดเห็น