Secret DD ปล่อยให้ผมนอนต่อเถอะ [รีไรท์]

ตอนที่ 2 : บทที่ 0 โลกมนุษย์ – โอเทียร์ร่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,680
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

บทที่ - 0 โลกมนุษย์ – โอเทียร์ร่า

เนินนานแล้วที่คฤหาสน์ลึกลับในป่าใหญ่ไร้ผู้มาเยือน ร่างสูงในชุดนักรบร่างกายแกร่งกำยำยืนกอดอกผินหน้าไปยังทางเข้าคฤหาสน์ไม่ยอมขยับราวกับเป็นรูปปั้น มีเพียงหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงและบางทีลูกกะเดือกก็ขยับเพราะกลืนน้ำลายเท่านั้นที่บ่งบอกว่าคนผู้นี้ยังหายใจอยู่

ดวงตาสีดำรัตติกาลแต่มืดสนิทไร้ชีวิตชีวาจับจ้องเพียงจุดสุดสายตาไม่เหลียวมองที่อื่น คนผู้นี้คือผู้เฝ้าประตูเชื่อมโลก ในบันทึกไม่มีบอกว่าเขามีหน้าที่อะไรนอกจากเปิด-ปิดประตู ไร้นามเอ่ยขานและไม่มีใครจดจำเขาได้หลังจากที่ผ่านประตูเข้าไปหรือออกมา

ตัวตนของเขาจะถูกลบออกจากความทรงจำของทุกคนทันทีที่พ้นเขตคฤหาสน์ที่ตั้งทับซ้อนระหว่างโลกมนุษย์กับโอเทียร์ร่าอันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ ดังนั้นสุดท้ายก็จะไม่มีใครจดจำได้ว่าคฤหาสน์หลังนี้ตั้งอยู่ที่ใด

ที่นี่ถูกเรียกว่า ฮาฟาลาน หรือ เขตแดนของพระเจ้า มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่นี่ทั้งเรื่องน่ายินดีและเรื่องไม่น่าพิสมัย มีทั้งความสุขและความตายแต่อย่างหลังเหมือนจะมีมากกว่า คฤหาสน์แห่งนี้มิได้มีความทรงจำดีๆมากมายซะที่ไหนกัน

โน้นไง หากไม่เห็นหน้าคงไม่รู้ว่ามีเด็กคนหนึ่งมาที่นี่บ่อยๆ

“สวัสดีจ้าคุณยาม” เด็กสาวคนหนึ่งทักขึ้น เธอชอบมัดผมแกะใส่ชุดแปลกๆที่ภายหลังมันเรียกว่าชุดนักเรียน เจอกันแรกๆก็แปลกดี คำพูดคำจาก็แปลก หน้าที่ของเธอนั้นเป็นภูตส่งสาร เธอก็อยู่ที่นี่เหมือนกันแต่เพิ่งย้ายไปอยู่ที่เขตโลกมนุษย์ที่เรียกว่าคอนโดเพราะว่ามันเท่ดี

“อืม” เขาขานรับในลำคอ

“ลืมชื่อหนูอีกแล้วหรอจ๊ะ”

“...”

“ช่างเถอะ อีก 3 วันหนูจะพาคนผ่านประตูไปอีกฝั่ง คุณยามรอเปิดให้ด้วยนะจ๊ะ อ้อ..” เธอว่าก่อนจะล่วงมือเข้าไปในกระเป๋าและหยิบบางอย่างออกมา “นี่เป็นจดหมายถึงลุงยามน่ะ”

ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าทางเข้าคฤหาสน์นัยน์ตาสีนิลจับจ้องจดหมายซองสีขาวประตราสีแดงอันเป็นสัญญาลักษณ์ปีกคู่ไขว้กันก่อนรับไว้

“ถึงข้า?”

“จ้ะ จากสภาเวทมนตร์เลย ลุงยามรู้จักคนใหญ่คนโตที่นั่นหรอเนี่ย”

“ไม่เชิง” เขาตอบปัดๆก่อนจะแกะดูข้อความข้างใน

ฉบับแรก

...ถึงท่าน    ยาม ณ เขตแดนเทพเจ้า...

เป็นเวลาเนิ่นนานแล้วที่ข้าไม่ได้ติดต่อไปหาท่านผู้ทำงานหนักมาตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา เวลาช่างยาวนานเหลือเกิน แต่พันปีนี้ก็แป๊ปเดียวจริงๆท่านว่าไหม ข้าเขียนจดหมายไม่เก่งแต่นานมากที่พวกเราไม่ได้นัดดื่มชากัน ข้าเพียงอยากถามไถ่ว่าท่านสบายดีหรือไม่ หากเดาไม่ผิดคงสบายดีกระมั่ง

แต่ข้าไม่เห็นจะสบายดีเลย วันก่อนมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรงแต่ยังถูกเก็บไว้เป็นความลับอยู่ เรื่องนี้ทำให้ข้าร้อนใจจนนอนไม่หลับอยากออกไปหาท่านหากไม่ติดพันธะกิจมากมายอันไร้สาระในที่ทำงาน

เรื่องนี้ท่านน่าจะได้รู้ด้วย ท่านยังจำเรื่องเมื่อประมาณ 17 ปีก่อนได้หรือไม่ เด็กทารกที่เกิดในคฤหาสน์ของท่านน่ะ บังเอิญว่าเด็กคนนั้นกำลังถูกเพ็งเล็งเพราะข่าวลือไร้มูลเหตุที่แน่ชัดในสภาของเรา

ฉบับที่ 2

ข่าวลือนั้นจงใจชี้เป็นนัยๆว่าเด็กคนนั้นเป็นตัวอันตราย ทางโลกมนุษย์เองก็เหมือนจะได้รับข่าวลือผิดๆนี้ไป ทั้งนี้คาดว่าฝั่งโน้นกำลังตาหาตัวเด็กคนนั้นอยู่ ข้าร้อนใจเพราะไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นใครข้าก็ไม่อยากให้เขาได้รับอันตรายเพราะข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์เช่นนี้

ความจริงข้าก็ไม่อยากให้ท่านรับรู้เรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้นักแต่ชีวิตหนึ่งไม่ควรถูกทำลายหากไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างถี่ถ้วน และว่ากันตามตรงข้าสัญญากับแม่เด็กว่าจะดูแลให้หากผิดคำสัญญาข้าคงนอนตายตาไม่หลับ จึงนึกถึงท่านที่อยู่ใกล้ๆเด็กคนนั้น

ข้าขอร้องขอร้องให้ท่านไปดูให้หน่อย หากเขายังปลอดภัยดีก็ช่วยแจ้งข้า สุดท้ายนี้ข้าคิดถึงท่านสุดหัวใจหัวใจ ว่างๆข้าจะไปเยี่ยมท่านบ้าง

ปล. สรุปว่าข้ากำลังสั่งให้ท่านไปดูเด็กคนนั้นให้ และข้าเกิดเปลี่ยนใจแล้วท่านนั่นแหละที่ต้องมาหาข้า

จาก...วิหคสีดำ

ชายหนุ่มอ่านจบมุมปากที่เกือบจะยกยิ้มหากไม่เจอปอลอกลายเป็นตึงขึงทันที นับว่าเจ้าของลายมือนี้ร้ายกาจมากนัก ขนาดจะขอร้องก็ยังมีการขีดฆ่าอย่างลังเลใจ มันน่าจับตีจริงๆ

“ขออนุญาตใส่ใจ จากแฟนท่านหรือ?” หญิงสาวทักขึ้นอย่างสะพรึงใจเพราะไม่บ่อยนักที่คุณยามที่เธอรู้จักจะหลุดจากคาบรูปปั้นในตำนานจึงได้แต่เก็บคำอุทานว่าหล่อโคตรๆอยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ

“เจ้าว่างขนาดนี้หรือ” สั้นๆง่ายๆ แต่หน้าสั่นเหมือนถูกตบซ้ายขวา

“แฮ่ๆ ข้าไปแล้วนะ มีธุระต้องทำต่อ” ว่าจบหญิงสาวก็เดินจ้ำอ้าวจากไปทันที

ชายหนุ่มกลับไปมองหน้าคฤหาสน์ดั่งเดิมพลางขมวดคิ้วนิดๆก่อนจะครุ่นคิดถึงเนื้อหาในข้อความที่วิหคสีดำส่งมาให้ แค่ 17 ปีไม่ต่างอะไรจาก 17 วัน เขายังจำเรื่องราววันนั้นได้ไม่เคยลืมจากใจ เพราะว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเรื่องเดียวที่เกิดขึ้นที่นี่

“ช่วยไม่ได้ อุตส่าห์(สั่ง)ขอร้องขนาดนี้แล้ว” ว่าจบวงเวทก็ปรากฏขึ้นข้างๆพร้อมกับแสงสีทองที่ค่อยก่อตัวเป็นรูปร่างจนกลายเป็นมนุษย์ที่คล้ายกับตัวเขาทุกระเบียบนิ้ว

“เจ้าเฝ้าที่นี่ วันนี้ข้าจะไปข้างนอก”

“ขอรับ” ชายหนุ่มที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นหันมองร่างกำยำไม่ต่างจากตนที่หายไปจากสายตาแทบจะทันทีก่อนจะถอนหายใจพร้อมกับพึมพำอย่างสงสัย

“วันนี้ก็ออกไปอีกแล้ว” จะมีใครรู้หรือไม่ว่ายามผู้ทำหน้าที่เป็นดั่งผู้เฝ้าประตูเชื่อมโลกแอบหนีไปโลกมนุษย์ทุกวัน เป็นแบบนี้มาก็ราวๆ 16 ถึง 17 ปีได้แล้ว นับว่านานเหมือนกันนะ

 

เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนพอกลับถึงบ้านก็รีบพลัดเสื้อออกก่อนจะรีบหาเครื่องสำอางมาทารอยแดงที่โหนกแก้ม ข้างขมับและรอยซ้ำต่างๆแม้แต่คอนซิเลอร์ที่เพื่อนบอกว่ากลบรอยต่างๆได้ดีก็ยังมีอยู่ในห้อง หากว่าพ่อมาเจอรับรองบ้านคงแตกเปรี้ยงปร้างไม่เหลือชิ้นแน่ๆ

โซลริว เป็นเด็กหนุ่มแก่นๆ ภาพลักษณ์สุภาพเรียบร้อยใจเย็นที่มักแสดงออกกับคนภายนอกของเขาถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี หลังจากไม่กี่วันมานี้ถูกใครสักคนปั่นเข้าให้ ตามจริงเขาไม่อยากให้พ่อผิดหวังที่พักหลังๆมีเรื่องซกต่อยไม่เว้นวัน

ปรึกษาคุณแอลเพื่อนในห้องผู้เป็นกูรูเรื่องปกปิดรอยด่างดำพกซ้ำเลยได้คอนซิเลอร์เนื้อดีมาซึ่งแพงมากจนกระเป๋าแทบฉีก ผู้หญิงกว่าจะสวยนี่ต้องเสริมโน้นนี่เยอะแยะจนฟังแล้วปวดหัวตาม เขาไม่อยากนึกสภาพเลยว่าต้องแต่งหน้ากลบเกลื่อนรอยพกซ้ำแบบนี้ไปอีกกี่วัน บางอันเหมือนจะหายแล้วแต่ก็ต้องมีเปิดรอยใหม่อย่างกับพรีออเดอร์ของ

“ไอ้ริว”

“ตกใจหมด”

“หน้าแหกอีกแล้วหรอวะ” คำถามจากหยางผู้เป็นเพื่อนสนิทดังขึ้น หยางเป็นเด็กตัวสูงและสูงกว่าตัวโซลริวอยู่หลายเซนฯพอรวมกับเครื่องหน้าที่มองดูก็รู้ว่าพระเจ้าทรงโปรดปราณมันแค่ไหน เดินไปไหนก็ถูกจ้องมองเพราะความหล่อแบบอันลิมิเต็ดที่โซลริวไม่คิดจะเอาตัวไปเทียบ

เพราะหยางมีกุญแจบ้านของเขามันเลยขึ้นมาถึงนี่ได้ คราวหลังจะยึดมันแล้วล่ะเพราะชอบมาไม่ให้สุ่มให้เสียง โดยเฉพาะวันไหนทะเลาะกับพ่อ วันนั้นมันจะเปรี้ยวบุกขึ้นบ้านไม่ดูเวล่ำเวลา

“อืม พวกเขาอยากได้อะไรวะหยาง” เขาหันไปถามเพื่อนสนิทอย่างงอแง ถ้าถึงขั้นจะฆ่าจะแกงกันแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ มันเครียด

“มึงขายยารึป่าว” น้ำเสียงปกติถามขึ้น เป็นคำถามที่โซลริวต้องรีบวางของในมือพร้อมยกนิ้วกลางใส่หน้าเพื่อนทั้งสองข้าง

“เพื่อนก็ไม่ได้ร้อนเงินจนสิ้นคิดขนาดนั้นป่ะ” เขาตอบมันก่อนจะผินหน้าใส่กระจกแล้วจิ้มๆเนื้อครีมกลบๆ หยางที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำขมวดคิ้ว

“ไอ้ริว”

“อะไรอีกวะ” เขาขึ้นเสียงใส่มัน เพื่อนก็ตั้งใจกลบร่องรอยอยู่มองไม่เห็นรึไงกันฟะ!

“เอาที่มาร์คหน้าปิดเถอะ พ่อจะได้ไม่สงสัย กูซื้อมาแล้วเดี๋ยวกูช่วย” คำพูดของเพื่อนรักทำเอาโซลริวชะงักมือ นั่นสินะ ถ้าเป็นที่มาร์คหน้ามันก็จะปิดไปหมดเลย เออดีให้มันช่วยเพราะเขาก็ใช้มาร์กหน้าไม่เป็น

ว่าแต่ไอ้หยางมันทำได้หรอวะ ช่างมันเถอะยังไงวันนี้พ่อจะต้องไม่รู้ว่าเขาไปมีเรื่องมา

 

*************************************โปรดติดตามตอนต่อไป

สวัสดีอย่างเป็นทางการค่ะ นี่เป็นฉบับรีไรท์ครั้งที่ร้อย(ยังไม่ถึงป่ะ)ของไรท์เอง ด้วยความที่ไรท์ชอบเปลี่ยนพล๊อตแม้จะมีพล๊อตจบแล้วแต่ก็ยังจะเปลี่ยน เอาเป็นว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่รีแล้ว(จริงๆ)เพราะไรท์ติดเรียนไม่ค่อยมีเวลา ที่ผ่านมาก็พยายามซุ่มเขียนเงียบๆ (อยากเปิดกรุนิยายที่นำแสดงโดยโซลริวให้ดูค่ะ เขียนไว้เยอะมากส่วนมากจะรีไรท์แล้วค้างไว้ในเครื่อง มีบางส่วนที่เนื้อหาถูกลบเพราะล้างเครื่อง)

พล๊อตไม่วาย?นะแต่ยอมรับว่าแอบเสื่อมนิดหน่อย(อ้าว)555555 ไรท์ชอบความสกินชิบ /บอกเขาไปสิว่าเธอเป็นสาววาย นั่นสินะเมื่อสาววายมาเขียนนิยายแฟนตาซี...มันก็จะไม่ค่อยมีนางเอก อ่า ไรท์คือนางเอกของเรื่องเองค่ะ สบายใจเสื่อมได้5555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

115 ความคิดเห็น

  1. #115 ไมยะ จัง (@Mind_ly) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 01:52
    หรือคนเฝ้าประตู​จะแอบไปเลี้ยงลูกที่คลอดมา????? 555
    #115
    0
  2. #112 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 09:59
    หวังว่ารีไรท์คราวนี้จะดาร์กน้อยกว่าจักรวาล DC นะคะ55555555
    #112
    0
  3. #3 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 09:15
    สนุกดีค่ะ ชอบ อ่าเพลินๆไปยาวๆ หยางกับโซลริวดูๆแล้วชะตาตัดกันไม่ขาด ได้เจอกันอีกแน่นอน เพราะนั่นก็เป็นมุสึบิ(?)
    ปล. ระราน เขียนแบบนี้ค่ะ
    #3
    0