Secret DD ปล่อยให้ผมนอนต่อเถอะ [รีไรท์]

ตอนที่ 15 : บทที่13 วันหนึ่งกับพวกที่เรียกตัวเองว่าแฝด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

บทที่13 วันหนึ่งกับพวกที่เรียกตัวเองว่าแฝด

เซเรฟรู้สึกตัวอีกครั้งตอนที่ความเย็นของผืนป่ากำลังแทรกซึมเข้ามาในร่างกายจนไม่สบายตัว เขาขยับตัวก่อนจะพบว่าแขนและขาถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนากะไม่ให้วิ่งหนีจากตรงนี้กันเลย เด็กหนุ่มลองสัมผัสถึงพลังเวทในร่างกายก็พบว่ามันกำลังฟื้นกลับมาแต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำลายพันธนาการทั้งหมดได้

คงต้องรออีกสักพัก

ป่าที่เงียบสงัดกับความเย็นยามค่ำคืนช่างเหมาะสมกันที่สุด เซเรฟพยายามเคลื่อนตัวออกจากที่โล่งแจ้งก่อนจะหยุดอยู่ที่ใต้ต้นไม้ เสื้อผ้าของเขาเลอะเศษดินกลิ่นหญ้าไปหมดแต่เด็กหนุ่มหาได้สนใจไม่ มือเรียวยาวพยายามดึงพลังเวทออกมาใช้โดยการกางม่านป้องกันขึ้นเผื่อว่ามีอะไรเข้ามาจะได้หลบทัน

ไม่รู้ว่าคุณวิเวียนเอาเขามาทิ้งที่นี่เพื่อจุดประสงค์อะไร แต่คงอยากให้ตายที่นี่จะได้ไม่เป็นภาระใครมากกว่า

ก็เขามันเป็นตัวอันตรายนี่นา

แต่ก็ไม่ได้อยากจะเป็นแบบนี้...ไม่ต้องการเลยสักนิด

ที่ผ่านมาเซเรฟสะกดพลังไว้ระดับต่ำตลอดแต่ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้จู่ๆพลังเวทก็ค่อยเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ร่างกายของเขายังรู้สึกได้ว่ามันเพิ่มขึ้นรวดเร็วจนน่าสงสัย ไอเวทสีขาวค่อยๆแผ่ออกมาอย่างควบคุมไม่ค่อยได้ มันทำให้ต้นไม้ใบหญ้ารอบๆเริ่มมีแม้คะนิ้งมาเกาะและค่อยๆกลายเป็นน้ำแข็ง

เซเรฟอยู่ในอาการตระหนกเพราะว่าเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

เด็กหนุ่มไม่รู้มาก่อนว่าพอไร้กำไลสีขาวขุ่นติดตัว พลังที่แสนจะน่ากลัวก็กำลังรวบรวมกำลังของมันให้กลับคืนสู่จุดสูงสุดที่จะอยู่เหนือพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง

พอพยายามควบคุมสติไอเวทก็ค่อยๆกลับเข้าไป

เซเรฟถอนหายใจออกมาอย่างไม่เข้าใจนักแต่ย่อมรู้ว่ามันเป็นสัญญาณเตือนที่จะทำให้เขาเริ่มหาทางแก้ไขในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง หากไม่ใช่ความโกรธก็คงเป็นความกลัว หากไม่ควบคุมสติให้มั่น..

เด็กหนุ่มลองหลับตาลงแล้วปล่อยให้ตัวเองคิดฟุ้งซ่านแค่นิดเดียวรอบตัวก็ถูกแช่แข็งพร้อมกับคมแหลมของน้ำแข็งงอกขึ้นมาราวกับที่แห่งนี้คือลานประหารที่เต็มไปด้วยหนามแหลม เสียงลมหายใจของเซเรฟแทบขาดห้วงเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่ามีบางอย่างถูกแช่แข็งก่อนที่กรงแล็บของมันจะตระปบเขาจนได้เลือด

รอบบ์ อสูรร่างโตมีความสามารถในการพรางกายและสังหารเหยื่อด้วยกรงเล็บอันแหลมคม เพียงมันพยายามจะขยับตัวน้ำแข็งก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆพร้อมกับรอบบ์ที่แตกสลายไปทันที

และมันไม่ได้มาตัวเดียว

เซเรฟกุมมือตัวเองไว้แน่นด้วยความหวาดหวั่น เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายมันด้วยวิธีนี้อย่างไรก็ชอบวิธีสันติมากกว่าแต่จำนวนของรอบบ์กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆราวกับว่ามันล้อมเขาไว้หมดแล้ว ดวงตาสีอำพันของเซเรฟเริ่มถูกสีแดงกลืนไปแล้วเสี้ยวหนึ่ง บางอย่างที่ก่อตัวขึ้นภายใต้ท่าทีอ่อนโยนคละตกใจกำลังจะกลืนกินเจ้าของร่างเพื่อออกอาละวาดให้สาแก่ใจ

“กร๊าซซซซซซซซซซซ”

ทันทีที่เซเรฟถูกก่อกวนด้วยปีศาจตัวอื่นๆกระโจนเข้าใส่ นัยน์ตาของเด็กหนุ่มก็ถูกสีแดงกลืนจนหมดสิ้น ไอเวทสีขาวแผ่กระจายทั่วผื่นป่าอย่างรวดเร็วจนเกิดไอเย็นลอยคลุ้ง ภายใต้แสงจันทร์สีเงินนวล เหล่าปีศาจที่พุ่งกระโจนเข้าหาเหยื่อตัวนิดเดียวก็ถูกแยกออกมาเป็นชิ้นๆทั้งๆที่ยังไม่ถึงตัวจนลานสีน้ำแข็งถูกยอมเป็นสีแดงและส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วบริเวณ

แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เต็มไปด้วยความกระหายในการเข่นฆ่า

เมเทียร์ คือชมเผ่าหนึ่งที่มีความสามารถรองพระเจ้าเพราะแบบนี้ถึงได้มีจำนวนจำกัด เด็กที่จะถือกำเนิดขึ้นเป็นสายเลือดของเมทเทียร์คนต่อไปจะต้องมีพลังไม่น้อยไปกว่าพ่อแม่ ดังนั้นสามวันแรกที่เกิดจึงส่งกลิ่นล่อลวงปีศาจให้เข้าหา ปีศาจตนใดที่ได้ดื่มกินเลือดเนื้อเชื้อไขของเมเทียร์ที่เกิดในสามวันแรกจะกลายเป็นอมตะ

ดั่งคำสาปที่ใช้ทดสอบทายาทที่จะรอดเป็นสมาชิกของเผ่าต่อไป

“กลิ่นความตาย มันหอมแบบนี้นี่เอง” เสียงพึมพำของพลังอันแสนร้ายกาจดังขึ้นหลังจากที่มันใช้ร่างของเด็กหนุ่มเพื่อเข่นฆ่าอย่างสนุกสนาน

ร่างสูงเต็มไปด้วยเลือดของปีศาจเส้นผมสีเงินถูกย้อมไปด้วยเลือดสีเข้ม ดวงตาแดงก่ำนั้นสงวนท่าทีไม่ให้ใครอ่านได้อยู่หลายส่วน มันลึกล้ำและกระหายการทำลายจนไม่สนถูกผิด ความจริงแล้วเมเทียร์ก็ไม่ได้แตกต่างจากปีศาจชั้นสูงเลยสักนิด นิ้วมือทั้งห้าที่เต็มไปด้วยเลือดคาวถูกไล่เลียทำความสะอาดเหมือนสัตว์ป่าเสียมากกว่าจะเป็นมนุษย์

ชายหนุ่มผมสีดำเข้มมองเหตุการณ์อึกกระทึกครึกโครมด้านล่างอย่างสนใจแม้จะอยู่ห่างไกลแต่สายตาก็เห็นทุกอย่าง ใบหน้าคมคายคล้ายพระเจ้าเสกสรรค์ปั้นแต่งขึ้นกำลังฉายแววเรียบนิ่ง ไม่ได้มีหนึ่งแต่มีถึงสองฝาแฝดพี่น้องตาสองสีกำลังมองเด็กแปลกประหลาดที่อาละวาดเบื้องล่างอย่างถูกอกถูกใจ

“นึกว่าเป็นน้องเล็กเสียอีก”

“น้องเล็กอยู่ตรงโน้น แต่เด็กนี่ฉันขอ” แฝดพี่เอ่ยเสียงเรียบๆติดเย็นชาโทนเสียงที่รักษาระดับไว้ได้อย่างคงเส้นคงวาทำเอาแฝดน้องกลอกตาทีหนึ่งกับท่าทีไร้อารมณ์ความรู้สึกนี่

“ชอบสะสมของแปลกหรือยังไง”

“ใช่ ถ้าเจ้ายอมให้น้องเล็กเข้ามาอยู่ในคอเล็กชั่น-”

“ไม่!

“แต่สักวัน-”

“ข้าไม่ให้!

สองพี่น้องยังคงทะเลาะกันเรื่องเดิมๆเหมือนทุกที เรื่องน้องเล็กตัวน้อยๆที่ไม่ประสีประสาอะไรในโลกใบนี้ นึกถึงแล้วก็อยากจะเจอตัวเร็วๆ ตอนนี้จะหน้าตาน่าเอ็นดูแค่ไหนกันนะ อาจจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไร โดยเฉพาะหน้านิ่งๆซื่อๆแบบนั้น

ฝาแฝดคนพี่ชื่อ ชิริว ผู้ใบหน้าหล่อเหลาดั่งพระเจ้าสรรสร้างขึ้นแต่ชิริวกลับมีสีหน้าตายด้านไม่เคยแสดงอารมณ์อื่นๆเลยสักนิด ดั่งนั้นจึงถูกแฝดคนน้องเรียกไอ้หน้านิ่ง ไอ้หน้าเดียว คนตายด้านบ้างล่ะ แต่ถึงจะเป็นแบบนี้ชิริวก็ยังชอบออกเดินทางเพื่อสะสมเด็กผู้ชาย ไม่ผิดจากที่เล่าลือหรอก ฟังดูเหมือนคนโรคจิตไปหน่อยแต่มันเป็นความจริงที่ชิริวชอบหิ้วเด็กผู้ชายกลับมาที่นี่ด้วยหากว่าครั้งไหนได้ออกจากป่า

อีกทั้งความโสดและไม่เคยชายตาแล่หญิงของชิริวก็ชวนมองให้คิดไกล ถึงอย่างนั้นแฝดคนพี่ก็ไม่เคยสะทกสะท้านหากว่ามีใครนินทาเรื่องที่เขามีรสนิยมเป็นไม้ป่าเดียวกัน

ชิโระ แฝดคนน้องผู้มีหน้าพิมพ์เดียวกันจนแยกไม่ออกเลย เป็นประเภทที่ชื่นชอบการกวนผู้อื่นไปทั่วหล้า สดใสมีชีวิตชีวาแต่เพราะอยู่มานานแล้วความสดใสนั่นก็ค่อยๆแปรเป็นความเบื่อหน่าย บางครั้งชิโระก็แอบออกจากป่าไปที่หอนางโรม เขาไปมาหมดแล้วถึงได้กลับมาที่นี่ ชิโระก็โสดอยู่เหมือนกันบางครั้งก็ชอบไปเลือกเอาเด็กในคอเล็คชั่นสุดโปรดของชิริวมาเล่นแก้เบื่อ

สองพี่น้องสุดแปลกได้ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งนานแล้ว

ชิริวไม่สนใจว่าแฝดคนน้องที่เขาไม่อยากนับเป็นพี่น้องจะว่าอย่างไรเลยพุ่งทะยานลงไปเบื้องล่าง เมื่อได้ประจัญหน้ากับเด็กหนุ่มผมสีเงินผู้มีดวงตาสีแดงก่ำเลือดแต่งดงามราวกับมีมนสะกดอยู่ในนั้น

“ไม่ใช่น้องเล็กแต่กลับมีกลิ่นคล้ายๆ” ชายหนุ่มพึมพำพลางสบเข้ากับตาสีแดงตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว “แบบนี้ก็เคยเห็น...ของหายากนี่หว่า”

ยังไม่ทันได้สังเกตมากมายอะไร ร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้าก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วเกินมนุษย์ ชิริวเบี่ยงหลบเล็กน้อยก่อนจะเรียกดาบเข้ามือในจังหวะที่เจ้าเด็กหนุ่มพลาดท่า มือหนาก็ปักดาบลงสุดแรงจนทะลุร่างของเด็กหนุ่ม

ฉัวะ

ฉึก

เสียงปลายดาบปักลงบนดินในเวลาอันรวดเร็วที่อาจจะมองไม่ทันเสียด้วยซ้ำ เสี้ยววิที่ความเจ็บยังมีไม่มากชิริวก็เรียกดาบเล่มใหม่มาและปักทะลุกร่างเด็กหนุ่มไปราวกับกำลังเล่นจิ้มผลไม้เล่นๆ จนเล่มที่สิบชิริวแค่ปักดาบด้านหน้าเอียงเฉียงไว้ใต้คางพาดลำคอ หากว่าเด็กคนนี้หมดแรงแล้วทรุดลงไปมีหวังคมของดาบคงตัดคอเขาเป็นแน่แท้

ไม่มีคำว่าง่ายดายหรอก เพียงแต่ชิริวสามารถทำให้เวลาหยุดหมุนหรือช้าลงได้ เขาแค่ใช้มันไม่อย่างนั้นเมเทียร์ตัวน้อยๆคงถูกความรุนแรงของเขาฆ่าตายก่อนจะได้เข้าไปเป็นหนึ่งในคอเล็คชั่น แต่ถึงอย่างนั้นก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงได้มีกลิ่นน้องเล็กปะปนอยู่

ชิริวกวาดสายตามองรอบๆเมื่อเห็นแค่ชิ้นส่วนเละๆก็รู้แล้วว่ามันชวนเสียสายตา มือหนายกขึ้นเมื่อเจ้าเด็กหนุ่มเงินพยายามขยับตัวโดยไม่กลัวว่าคมดาบจะกรีดเนื้อให้เจ็บซ้ำมากกว่าเดิม พลังของเมเทียร์เริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆเป็นแบบที่ชิริวมองออก

เพราะมันไม่เคยเข่นฆ่าตามสัญญาชาตญาณเลยอาละวาดเสียจนป่าแห่งนี้เละเทะและเต็มไปด้วยน้ำแข็งหนาม

“เดี๋ยวข้าจะช่วยเจ้าเอง” เสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ดังขึ้น มือที่ยกค้างไว้ปรากฏวงเวทออกมาก่อนที่ระเบิดลูกใหญ่จะเผาลานน้ำแข็งแห่งนี้จนละลายไปซะหมด ไอเวทเย็นๆเริ่มสลายไปแล้ว เด็กหนุ่มผมสีเงินสลบเหมือดไปทันทีเพราะชิริวจงใจทำ แต่ก็เบามือที่สุดอย่างที่ไม่เคยเบามือมาก่อน

“เฮ้ย ถ้าจะขนาดนี้ไม่ต้องเหลือป่าไว้หรอกนะ” ชิโระสยายปีกสีดำสามคู่ออกพร้อมลอยตัวให้คงระดับเมื่อตามมาดูก็เห็นว่าพี่ชายหน้าตายทำลายป่าทั้งแถบเพื่อหยุดเจ้าเด็กนี่

“เจ้าก็คืนสภาพให้ป่านี่สิ” เสียงไร้อารมณ์ตอบกลับมาคล้ายจะสั่ง แฝดคนมองย่นจมูกใส่พี่ชายก่อนจะกางมือในอากาศวงเวทขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้นดินก่อนต้อนไม้ไบหญ้าจะกลับมาเหมือนอย่างเดิมที่เคยเป็น

ไร้ที่ติ

ชิโระชื่นชมความสามารถตัวเองก่อนจะมองแฝดพี่ที่แบกร่างเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยเลือดและรอยไหม้เล็กๆบนเสื้อผ้าขึ้นบ่า

“เจ้าชอบคลุกคลีกับมนุษย์จริงๆเลย”

“ของดีต่างหาก”

“...ตามใจ” ชิโระเว้นช่วงไว้เล็กน้อยก่อนจะขยับปีก “ข้าจะไปหาน้องเล็ก”

คำตอบของแฝดน้องสร้างความลังเลให้แฝดคนพี่ ชิริวเหมือนจะนิ่งคิดอะไรอยู่นานก่อนจะกระโจนหายไปในป่าพร้อมกับร่างเด็กหนุ่มที่มันเพิ่งจับได้สดๆร้อนๆ

“เจ้าพี่บ้า ห้ามไปถึงก่อนข้า!” เป็นอีกครั้งที่ชิโระตะโกนด่าพี่ชายอย่างหงุดหงิด เป็นแบบนี้ทุกทีเลย เจ้าคนหน้าตายเอ้ย

อีกด้านหนึ่ง

โซลริวยังเดินนำเข้าไปในป่าเรื่อยๆ จะว่าไปแถบนี้เขาก็ไม่ได้มาเท่าไรแต่ถึงอย่างนั้นก็คุ้นเคยกับป่าดีเพราะเขาชอบเดินป่าหากไม่มีอะไรทำแล้วแต่เพราะป่าตอนกลางคืนก็ไม่ได้ปลอดภัยเท่าไรนัก เมื่อถามโนอาร์ว่าเซเรฟยังปลอดภัยหรือไม่ ก็ได้คำตอบที่น่าพอใจ

เพียงแต่โนอาร์บอกว่าพลังของเซเรฟกำลังพลุ่งพล่านและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาก็กลัวว่าพลังของเมเทยีร์จะแผลงฤทธิ์เอาแต่ไม่นานโนอาร์ก็ทำหน้าเครียดเพราะไอเวทของเซเรฟหายไปแล้วพวกเขาถึงกลับจมเข้าสู่ความเงียบในทันที

 ความจริงหากถามว่าการสนิทกันแบบพวกเขามันสนิทจริงหรือไม่? โซลริวก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน

อย่างเรย์จินก็พูดกับเซเรฟมากที่สุด

โซลริวก็พูดตามสถานการณ์

ยิ่งโนอาร์กับเรย์จิน หรือโนอาร์กับเซเรฟก็ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันจะสนิทกันอย่างที่เขาเห็นหรือเปล่า

เพราะเป็นแบบนี้ความเชื่อใจมันก็อาจจะไม่แน่นแฟ้นเท่าไร ความแตกต่างของสายเลือดก็ทำให้พวกเขาถูกมองจากทุกทิศทางเวลาไปกินข้าวพร้อมกัน ถึงอย่างนั้นโซลริวก็ยังสงสัยอยู่ว่าพวกเขาจะพูดได้เต็มปากเมื่อไรว่าพวกเราคือเพื่อนสนิทกัน

แต่ทำไมโซลริวถึงได้ยึดติดกับคำพวกนีนัก จะสนิทหรือไม่สนิทก็เพื่อนกันไม่ใช่หรือยังไง...

โซลริวอาจจะคิดมากไปจริงๆ ก็เขาไม่ค่อยมีเพื่อนจะกลัวปัญหาก็ไม่แปลก อีกทั้งตอนนี้ก็ยังหาเซเรฟไม่เจอ จะเดินทางต่อก็กลัวอันตรายสุดท้ายพวกเขาก็ต้องพักและก่อกองไฟไล่สัตว์ร้ายและสร้างความอบอุ่น โซลริวภาวนาไว้ก่อนแล้วว่าขอให้เซเรฟยังคงปลอดภัยดี

โนอาร์กับเรย์จินนิ่งไปเหมือนมีอะไรให้พวกมันสนใจ

เสียงฝีเท้าดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลตอนนี้เองที่โนอาร์เรียกดาบเล่มใหญ่ออกมาปัดป้องบางอย่างออกไปเช่นเดียวกับเรย์จินที่ยืนกันเขาไว้อีกด้าน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากๆ โซลริวไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหาแต่ตอนที่โนอาร์จ้องเขม็งไปยังผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่เคลือบไปด้วยแรงกดดันอย่างร้ายกาจยิ่งกว่าเหล่าปีศาจด้วยกัน โซลริวก็อยากจะพูดอะไรสักหน่อย

แต่พอมองดูดีๆเขาก็ไม่อยากจะพูดแล้วนอกจากแอบหลบอยู่ด้านหลังคนผมแดงและใช้มันเป็นโล่

“นั่นเซเรฟหนิ” เรย์จินพูดขึ้นหลังจากดูเชิงกันอยู่ เมื่อมองดูคนที่อยู่บนบ่าดีๆแล้วก็ได้เห็นว่าเป็นเพื่อนคนสำคัญนี่เอง พวกเขาลดมือที่ตั้งการ์ดลงเล็กน้อย

โซลริวใจกระตุกวาบเมื่อเรย์จินเอ่ยขึ้น เขาโผลหน้าอกไปมองทั้งๆที่ไม่สมควรทำจึงได้เห็นใบหน้าคุ้นเคยที่เรียบนิ่งจ้องมองมาทางเขา เด็กอนุบาลก็ดูออกว่าสายตานั้นกำลังบอกว่าคิดถึงอย่างไม่บิดบัง

โซลริวก็คิดถึงพวกพี่ๆเหมือนกันแต่ก็..ไม่อยากเข้าหาแล้ว

ความจริงโซลริวก็ไม่ได้ใสซื่อที่จะเล่นด้วยเหมือนเมื่อก่อนแล้วเถอะ

แต่ถึงอย่างนั้นทำไมชิริวต้องมองเขาเหมือนตัดพ้อด้วยฟะ!

“พี่” โซลริวเอ่ยขึ้นคำเดียวจริงๆร่างก็ถูกหิ้วขึ้นจากฝีมือของชิโระอีกที โนอาร์กับเรย์จินยังคงเหวออยู่แต่ไม่ได้ขยับมากกว่านั้นเพราะได้ยินที่โซลริวเรียกอีกฝ่ายแล้ว น่าจะรู้จักกัน พวกเขาถึงได้วางใจเก็บดาบเข้าที่เดิม

“โอ้ว เจ้ายังตัวเบาเหมือนขนนกนะ” ชิโระว่าแบบนั้นโซลริวถึงได้รู้สึกถึงแรงกอดรัดจนกระดูกแทบแตก

“พี่อย่า มันอึดอัดนะ”

เด็กหนุ่มเอ่ยหัวฟัดหัวเหวี่ยงดิ้นสุดแรงดั่งเจ้าแมวขี้หงุดหงิดเรียกเสียงหัวเราะสนุกสนามจากชิโระผู้ไม่ยอมเก็บปีกสามคู่นั้นแม้จะอยู่ต่อหน้าเพื่อนๆของโซลริวแท้ๆ

“เมื่อก่อนไม่เห็นต่อต้าน”

“ตอนนี้ผมโตแล้วนะ” นานๆครั้งเด็กหนุ่มผมดำจะขึ้นเสียงช่างเป็นที่น่าเอ็นดูสำหรับชิโระจริงๆ

“เจ้าเถียงพี่หรอ”

โซลริวหยิกแขนพี่ชายอย่างแรงจนได้ยินเสียงหึในลำคอของชิริวกับโนอาร์ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง เรย์จินไม่เคยเห็นปีกสามคู่มาก่อนแต่ถึงอย่างนั้นก็คลับคลายคลับคาว่าเคยได้ยินจากที่ไหน แต่ถ้าโซลริวเรียกว่าพี่ก็คงเป็นพี่ชายของโซลริว คงไม่น่าใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน

“บอกให้ปล่อย!

 

กว่าจะเหตุการณ์แปลกประหลาดจะหยุดลงได้โซลริวก็แทบจะตายเพราะพอลงมาถึงพื้นไม่นานชิริวก็จัดการรวบตัวเขาไปอีก แฝดพี่น้องเถียงกันยกใหญ่ก่อนที่โซลริวจะฉุนหนักเลยจัดแร็ปสวนสัตว์เป็นการเทศนาพวกพี่ๆอย่างโมโห

ทั้งสองถึงได้หยุดและกลับมาทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือหน่อย

แต่แค่นิดหน่อยจริงๆเพราะโซลริวต้องมานั่งแทรกกลางระหว่าแฝดตามคำเรียกร้องที่น่ารำคาญและตรงข้ามคือโนอาร์ เรย์จินและเซเรฟที่ถูกวาบให้นอนราบกับพื้น พวกเรานั่งล้อมกองไฟกันอยู่ โซลริวจึงจัดการรักษาร่างกายให้เซเรฟอีกรอบ

“ขอบคุณพี่มากที่ช่วยหยุดมันไว้”

“แลกกับน้องเล็กอยู่เล่นต่อที่นี่สักห้าวันเป็นไงละ” ชิริวเอ่ยขึ้น แม้เห็นนิ่งๆไร้อารมณ์แบบนี้ก็อยากไปเชื่อให้พี่มันมากนัก โซลริวไม่อยากจะเล่าความปัญญาอ่อนที่พี่ๆมีเท่าไรนัก นี่ยังนับว่านับถือนะ

“ไม่ละ พวกผมต้องช่วยเซเรฟก่อน” โซลริวเอ่ยขึ้นเพื่อตัดจบแต่ความไม่ยอมของพี่มันก็ไม่ง่ายนัก

“ไม่มีประโยชน์หรอกนะ” ชิโระเอ่ยขึ้น เพราะรู้ดีว่าสายเลือดของเมเทียร์ในตอนนี้กำลังจะแข็งแกร่งขึ้น ถูกจากท่าแล้วเด็กหนุ่มผมเงินที่ชิริวหมายตาให้เข้าไปเป็นเด็กในคอเล็คชั่นคงคงถูกสอนให้สะกดพลังไว้ระดับต่ำๆตลอดเวลา

พอถูกปลดปล่อยก็จะทะลักแบบนี้

และมันไม่มีทางที่จะทำให้พลังรุนแรงนี้สงบลงได้ง่ายๆในเมื่อตัวผู้ใช้พลังไม่เคยยอมรับหรือเรียนร้ที่เพิ่มขีดความสามารถในการแบกรับพลังเวทนี้ด้วย นับว่าคนที่สร้างความเชื่อใจให้กับเด็กหนุ่มผู้นี้ได้สอนสิ่งที่ผิดวิธีเหมือนจงใจฆ่าเขาให้ตายเร็วขึ้น

ต้องมีคนอื่นที่สอนเขามาแบบนั้นแน่เพราะถ้าเป็นพ่อแม่ที่ให้กำเนิดมาจริงๆละก็จะไม่มีวันบอกให้ลูกปกปิดหรือสะกัดกั้นพลังของตัวเองเด็ดขาด

“ทำไมครับ” เรย์จินถามขึ้นในขณะที่โนอาร์ยังคงเงียบมาได้สักพักแล้ว

“เพราะพลังที่ตื่นขึ้นมาจะไม่มีวันหลับไปอีกไงละ” ชิริวเป็นคนพูด ความจริงแล้วเขาก็ตามเก็บพวกที่หายากๆแบบที่น่ากลัวสำหรับคนทั่วไปซะทั่วโอเทียร์ร่าเพื่อชุบเลี้ยงและสอนวิธีที่จะอยู่อย่างสงบให้ ถึงได้มีแต่ข่าวลือว่าเขากินเด็กผู้ชาย

ชิริวไม่ได้เก็บแค่ผู้ชายมาเสียหน่อย เขาเก็บเด็กผู้หญิงมาด้วยแต่ต้องแยกไว้เพราะดอกไม้สวยๆแถมยังหายากจะไปปนในทุ่งเสือก็ถูกเหยียบย่ำก่อนจะเบ่งบานกันพอดี

แต่ชิริวก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก เขาก็ทำ...แบบข่าวลือที่ว่านั่นจริงๆ เพราะว่าอยู่เฉยๆแล้วเบื่อน่ะ

“แล้วพี่มีวิธีช่วยเซเรฟมั้ย” โซลริวถามขึ้นสีหน้าเคร่งเครียดมีอยู่จางๆ สองแฝดรับรู้ได้ถึงความแตกต่างทันที เพราะปกติโซลริวไม่สนใจใครแม้แต่พวกเขาที่ติดน้องซะป่านนี้โซลริวก็ยังไม่เล่นด้วย ไม่เคยมีหรอกความห่วงใย มีแต่สายตานิ่งๆเหมือนจะบอกว่าพวกเขาปัญญาอ่อนแค่ไม่พูดออกมาเท่านั้นเอง

“จะว่าไปมันก็มี” ชิริวพูดเอื่อยๆติดเฉยเมย “แต่น้องเล็กจะให้อะไรพวกพี่”

“...”

“อยากช่วยเพื่อนไม่ใช่หรือ”

โซลริวนิ่งไปเล็กน้อย เขารู้ว่าพี่กำลังจะเล่นตุกติกแต่ก็เอ่อออกตามไปตามสไตล์คนง่ายๆอะไรก็ได้

“ได้สิ”

“...”

“พี่อยากได้อะไรครับ” ตอนนั้นโนอาร์กลับมองมานิ่งๆแต่ก็เหมือนมองเลยไปไกลคล้ายจมดิ่งสู่ห้วงความคิด

 

และเป็นครั้งแรกที่มุมปากของชิริวยกขึ้นนิดๆในรอบหลายรอยปี

โซลริวรู้สึกได้ถึงหายนะเขาอาจะเจอเรื่องที่สองแฝดเริ่มป่วนเอาได้แต่ก็พยายามใจเย็นๆไว้ก่อน แฝดพี่สั่งให้โซลริวกับโนอาร์ตามหาสมุนไพรสี่ชนิด คือเขี้ยวมังกรไฟ เห็ดขมฟ้า ดอกบุพผาและน้ำจากต้นไม้แห่งชีวิต ส่วนเรย์จินที่มีพลังเวทธาตุพิสุทธิ์ต้องไปเรียนเวทสามบทกับแฝดคนน้องเพื่อช่วยรับมือเผื่อเกิดสถานการณ์นอกเหนือการควบคุม

เมเทียร์แพ้เวทธาตุพิสุทธิ์ หากอยู่ภายใต้อาณัติของธาตุแห่งแสงจะอ่อนแรงลง มันจะช่วยทำให้พิธีมีโอกาสสำเร็จสูงขึ้น

เนื่องจากว่ามันดึกแล้วโซลริวยังไม่ได้นอน เมื่อครู่เหมือนเขาไปเล่นที่ป่าอีกฝากมาเพราะความสามารถในการมองมันวูบวาบไปโน้นนี่อยู่เรื่อยๆจนต้องนวดขมับ เพราะโซลริวยังไม่ได้พักผ่อนประสาทสัมผัสคล้ายจะถูกเกาให้คมวับทันที

บอกแล้วว่าความสามารถของเขามันผิดแปลก

“นอนกันเถอะ พรุ่งนี้เช้าพวกเธอต้องเดินทาง” ชิโระบอกเด็กหนุ่มก่อนทั้งหมดจะหาที่ดีๆนอนใกล้ๆกองไฟ เนื่องจากสองแฝดไม่อยากให้เสียเวลาอันมีค่าในการอยู่กับน้องเล็กต่อให้นอนพื้นก็ย่อมได้

โซลริวถูกสองพี่น้องนอนขนาบข้างแถมยังเนียนวางแขนพาดเขาไปก็อดที่จะเหนื่อยใจไม่ได้ ไม่รู้ทำไมสองแฝดคู่นี้ถึงได้ติดเขาแจ เจอกันเป็นไม่ได้ถึงอย่างนั้นเขาก็โตแล้วไม่ใช้ว่านอนคนเดียวไม่ได้ ทำไมต้องมากอดกันกลมแบบนี้ โว๊ะ

ถึงเด็กหนุ่มจะหน้านิ่งก็จริงแต่ในใจก็แทบหลั่งน้ำตาไม่รู้ว่าเมื่อไรจะเช้าสักที พอคิดว่าจะปลงได้หน่อยก็ถูกแฝดคนน้องที่ยังไม่หลับลูบหัวเบาๆ โซลริวที่เหนื่อยจะคิดก็สงบลงไปหน่อย

“โซลริว”

“...”

“เมื่อไรเจ้าจะมาอยู่เล่นกับพวกพี่ๆ”

“...”

“มีน้องชายคนเดียว เป็นหัวแก้วหัวแหวน อยากได้อะไรก็จะหาให้ ทำไมต้องไปคลุกคลีกับมนุษย์ด้วย”

“พี่” เขาเรียกเบาๆเมื่อได้ฟังน้ำเสียงสั่นหน่อยๆของคนเป็นพี่ชาย โซลริวไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่เขาก็มีน้องชายอีกคนก็พอจะรู้ว่าความรู้สึกมันเป็นแบบไหน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า..เพราะแฝดสองคนนี้รู้ว่าโซลริวขี้สงสารเลยเรียกคะแนนด้วยวิธีแบบนี้ แต่ถึงจะโซลริวจะเย็นชาใส่แค่ไหนทั้งสองคนก็ยังคงมองว่าน่ารักเสมอ

โซลริวไม่เห็นด้วยที่พี่ๆมองว่าเขาน่ารัก

เขาจะน่ารักได้ยังไงในเมื่อเขาเป็นผู้ชาย

เขาจะน่ารักได้ยังไงในเมื่อเขาเตะต่อยกับคนอื่นอยู่

เขาจะน่ารักได้ยังไงในเมื่อไม่เคยยิ้มให้เห็น

จะน่ารักได้ยังไงในเมื่อเขาออกจะมืดมนขนาดนี้

มีตรงไหนหรอที่พี่ๆมองว่าเขาน่ารัก ง่ามนิ้วก็ไม่ใช่ คำพูดก็ไม่มีอะไรดี

โซลริวที่คิดเท่าไรก็คิดหาเหตุผลไม่ออกจึงได้แต่ส่งมือไปลูบหัวชิโระเบาๆแต่เพราะว่ายังมีอีกคนนอนอยู่ข้างๆ เขาก็เลยจัมมือของชิริวไว้หลวมอย่างปลอบใจ เพราะไม่อยากมีปัญหาเรื่องรักใครไม่เท่ากัน พวกพี่ๆก็เป็นพวกใครได้มากกว่ากันก็ไม่ได้ น่าปวดหัวจริงๆ

เฮ้อ..ความน่ารักที่ไหน เขาไม่มีหรอก

“นอนได้แล้ว” โซลริวบอกเสียงง่วงแต่เหมือนจะคำนวณผิดไปกอดเพราะทันทีที่พูดจบสองที่น้องก็ยื้อแย่งความอบอุ่นเต็มที่จนอยากกลอกตาแรงๆทีหนึ่งถ้าไม่ติดง่วงนะ โซลริวปวดหัวแล้วเขาปล่อยให้ตัวเองหลับไปจริงๆก่อนที่สองแฝดจะหลับตามบ้าง

คืนนั้นชิโระผู้มีอำนาจในการรักษาทุกสรรพสิ่งจึงให้รางวัลน้องชายด้วยการมอบพลังชีวิตให้เด็กหนุ่มผ่านหน้าผาที่ซบอยู่ใกล้ๆ คิ้วเรียวเข้มจัดระเบียบได้รูปขมวดนิดหน่อยด้วยท่าทีเหนื่อยล้า เพราะดูท่าทางง่วงๆเหมือนคนไม่ได้พักผ่อน พอสิ้นฤทธิ์จนหลับปุ๋ยคล้ายลูกแมวก็อดที่จะดึงมาฟัดถ้าหากไม่ติดว่ามีมือของแฝดพี่กั้นไว้อยู่ชิโระคงหลับสบายกว่านี้แล้ว

ใจจริงแล้วสองแฝดไม่อยากให้น้องชายไปอยู่ที่ดินแดนของมนุษย์เท่าไรไม่ว่าจะดินแดนไหนก็ไม่อยากให้ไป แต่เมื่อน้องอยากจะไปก็ขวางไม่ได้เหมือนกัน

และต่อให้โซลริวโตกว่านี้ก็ยังคงเป็นน้องน้อยเหมือนเดิมนั่นแหละ

ทั้งหมดตื่นมาอีกทีตอนเช้ามืดเพราะว่าเซเรฟตื่นขึ้นมาก็เตรียมจะฆ่าเรย์จินที่นอนอยู่ใกล้ๆก่อน ดีที่ชิริวรู้สึกตัวจึงขวางได้ทัน ชิโระเลยจัดการทำให้สลบด้วยการสร้างบาเรียสีทองธาตุพิสุทธิ์ห่อหุ้มร่างเด็กหนุ่มผมเงินไว้ เมื่อเห็นว่าเพื่อคนสำคัญไร้สติขนาดนี้พวกเขาก็จำต้องเร่งลงมือ

โนอาร์กวาดสายตามองรอบๆป่าที่โซลริวเดินนำเข้ามาเรื่อยๆจนกระทั่งสายแล้ว พวกเขายังไม่เห็นวี่แววของสมุนไพรที่ตามหา โนอาร์รู้จักเขี้ยวมังกรไฟอย่างเดียวที่เหลือโซลริวรู้ว่ามันเป็นยังไงพวกเขาถึงได้รับหน้าที่นี้และต้องรีบก่อนที่พลังของเซเรฟจะเพิ่มขีดความสามารถขึ้นอีกเมื่อไรก็ได้

จู่ๆท้องฟ้าก็มืดครึ้ม โซลริวมองความแปรปรวนของดินฟ้าก่อนจะขมวดคิ้ว

“สงสัยที่นี่กำลังจะอ่อนแรงลงแล้ว”

“หมายถึงป่ามืดแห่งนี้ หรอ” โนอาร์เอ่ยถามเสียงเรียบกว่าทุกครั้งจนโซลริวหันมองหน้าคล้ายกับว่ามีอะไรแปลกไป มันไม่เหมือนโนอาร์คนเดิมเท่าไรนัก

“เออ” โซลริวตอบก่อนพวกเขาจะเงียบไป แต่ก็ยังติดใจประโยคราบเรียบเมื่อครู่คล้ายกับว่ามันมีกลิ่นไอของความห่างเหินกว่าทุกทีแทรกเข้ามาด้วย

โซลริวไม่เข้าใจความรู้สึกเหล่านี้เท่าไรนัก ครุ่นคิดจนว้าวุ้นแต่ก็ไร้คำตอบ เขาได้แต่กดสายตามองพื้นแต่เท้าก็ยังเดินนำหน้าเข้าไปในป่าเรื่อยๆพร้อมกับความอึดอัดที่เข้ามาทำหน้าที่แทน

โซลริวไม่ชอบคิดอะไรที่มันซับซ้อนชวนปวดหัว

แล้ว...ตั้งแต่เมื่อไรที่เรื่องของโนอาร์มันเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องคิดมาก

 

 

***********************โปรดติดตามตอนต่อไป

มีคนติดความอบอุ่นของโนอาร์หนึ่งอัตราคือ...ไรท์เองค่ะ! ติดแล้วไม่ชินโหมดนี้

อัพทันอีกแล้วว้อยยยยยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

115 ความคิดเห็น