องครักษ์หญิงหมายเลขหนึ่ง

ตอนที่ 8 : ตอน7 บทลงโทษเสมอภาคI

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 มิ.ย. 57


Chapter 7 บทลงโทษเสมอภาคI

รถม้าสีดำสนิทจอดกึกบนยอดเขาลูกหนึ่งซึ่งมองไปทางไหนก็มีแต่ทุ่งหญ้าเขียวขจีและต้นไม้ใหญ่ ทันใดนั้นสารถีแก่ก็กระโดดลงมาเปิดประตูรถม้าก่อนกล่าวอย่างนอบน้อมเช่นเคย

ถึงแล้วขอรับ

พวกเขาทั้งสี่จึงก้าวออกจากรถทีละคน แล้วก่อนที่ใครจะทันเอ่ยอะไร นาเอลก็ยืนบิดขี้เกียจอย่างเต็มที่จนโนอาร์ได้แต่ส่ายหัวอย่างระอากับการไม่มีความเป็นสุภาพสตรีสักนิด แต่เขาก็รู้ดีว่าเธอจะทำแบบนี้ก็ได้แค่ตอนนี้แหละ จึงไม่ว่าอะไรนอกจากปล่อยให้เธอกระทำต่อไป ส่วนสารถีแก่ได้แต่ยิ้มน้อยๆขณะมองดูนาเอลก่อนบอกทางอย่างสุภาพ

จากนี้พวกท่านต้องเดินตัดทุ่งหญ้าเข้าไปขอรับ กระผมมิอาจพารถม้าแก่ๆนี้เข้าไปได้ขอรับ แล้วที่ต้นไทรใหญ่จะมีผู้รอพบพวกท่านขอรับ สารถีแก่ไม่บอกเปล่าเขาชี้นิ้วไปยังต้นไทรที่ใหญ่ที่สุดกลางทุ่ง นั่นแสดงว่าพวกเขาจะต้องเดินตัดทุ่งหญ้าที่ทั้งสูงทั้งแหลมเข้าไปนะสิ นาเอลรีบหามีดพกเพื่อจะได้ตัดหญ้าทิ้งระหว่างลุยเข้าทุ่ง ทว่าเธอดันลืมไว้ในห้องจึงเดาะลิ้นเล่นอย่างขัดใจตัวเอง

พลันสารถีแก่ก็ผายมือเชิญพวกเขาสู่ทุ่งหญ้าอันเวิ้งว้างอย่างพินอบพิเทาราวกับเชื้อเชิญให้เข้าสู่เรือนแสนอบอุ่นก็ไม่ปาน พวกเขาทั้งสี่ต่างยืนมองหน้ากันก่อนเสมือนเป็นสัญญาณพร้อมลุย ขณะรถม้าสีดำพุ่งทะยานย้อนกลับไปตามเส้นทางที่พวกเขาจากมา และแล้วแววตาเปื้อนยิ้มของสารถีแก่ก็ได้เปลี่ยนเป็นนัยน์ตาเจ้าเล่ห์ทันที ขณะกุมเครื่องอัดเทปไว้ในมือ

จากนั้นเสียงกุกกักก็ดังขึ้นเมื่อรถม้าสีดำจอดลงบนทางเดินแคบๆซึ่งมุ่งสู่ต้นไทรใหญ่นั้น พลันหญิงสาวชุดส่าหรีที่ยืนปาก้อนหินเล่นก็รีบคว้าเครื่องอัดเทปไปจากมือสารถีแก่ทันที พอเธอฟังเสร็จนัยน์ตาสีแดงสดก็จ้องมองพวกเขาที่ยังคงพยายามข้ามทุ่งหญ้าก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เจ้าเด็กพวกนี้ไม่ธรรมดาซะแล้ว

 

สามชายหนุ่มกับหนึ่งกึ่งหญิงต่างพยายามเดินลุยทุ่งหญ้าที่แหลมคมจนทะลุเนื้อผ้า แถมบางครั้งก็ยังบาดแขนและขาที่ไร้ผ้าปกปิดจนเลือดซิบ ไม่เพียงแค่นั้นหญ้าเจ้าชู้ก็ยังเล่นงานพวกเขาอีกเพราะมันติดเต็มเสื้อผ้าไปหมด แถมปลายดอกแข็งๆยังคงคอยทิ่มเนื้อจนต้องเดินไปหยุดไปเพื่อคอยดึงดอกหญ้าเจ้าชู้ที่ทะลุเข้าไปในถุงเท้าออก ไม่งั้นมีหวังได้เดินเขย่งๆแบบเหมือนมีหนามตำเท้าตลอดเวลาแน่แล้วจะยิ่งทำให้เดินช้าเข้าไปอีก ครั้งนี้นาเอลจึงเดินช้ากว่าใครเพื่อนเพราะดูเหมือนว่าหญ้าเจ้าชู้จะจ้องเล่นงานเธอมากกว่าใคร 

แล้วในที่สุดพวกเขาก็หลุดออกมาจากดงหญ้าเจ้าชู้ได้เสียที นาเอลถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งใจขณะแกะหญ้าเจ้าชู้ซึ่งยังหลงเหลือออกก่อนจะพิงต้นไทรใหญ่ที่เป็นจุดหมาย ส่วนชายหนุ่มอีกสามคนก็ต่างก้มหน้าแกะหญ้าเจ้าชู้เช่นกัน ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นผู้ที่เดินเข้ามาหาพวกเขา พลันน้ำเสียงแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้น

ไง! ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันก็แผลเต็มตัวเลยเหรอ

สายตาแปดคู่ของพวกเขาจ้องเจ้าของเสียงเป็นตาเดียว แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นหญิงสาวผมแดงสลวยสวมแว่นตากรอบทองยืนเท้าสะเอวมองพวกเขาด้วยนัยน์ตาดุดันอันคุ้นเคย

อาจารย์กฎระเบียบ!” นาเอลกับแจ๊คร้องขึ้นอย่างลืมตัว

นี่เคยคิดจะเรียกชื่อฉันกันบ้างมั้ยย่ะ เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!” เธอต่อว่าขณะนิ้วเรียวยาวก็ทำหน้าที่ประจำจัดการดีดหน้าผากทั้งสองคนอย่างพร้อมเพรียง

อาจารย์เป็นคนเรียกพวกเรามาพบหรือครับ โนอาร์เอ่ยถามพร้อมยื่นจดหมายให้เธอดู

ฉันเนี่ยนะ?” เธอเอ่ยเสียงสูงอย่างตกใจ จากนั้นก็ส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยก่อนแหวขึ้นขณะยืนเท้าสะเอวข้างหนึ่ง

มันจะเป็นไปได้ไงล่ะย่ะ หัดคิดหน่อยสิ นี่มันประทับตราอะไรย่ะ?”เธอชี้ไปยังรอยนูนบนซอง

ผมทราบดีครับ แต่ผมไม่เห็นใครนอกจากอาจารย์นี่ครับ โนอาร์กล่าวขณะเอซ แจ๊ค นาเอลก็ต่างพยักพเยิดกันอย่างสนับสนุน

ฉันก็แค่เดินเล่นเรื่อยเปื่อยแล้วมาเจอพวกเธอเข้าก็เท่านั้นแหละย่ะ แต่ทว่าพอสิ้นคำตอบน้ำเสียงล้อเลียนก็ดังขึ้น

เพิ่งยักกะรู้แฮะว่าอาจารย์ก็โดดได้เหมือนกันเมอร์ทิลด้าหรี่ตามองเจ้าของเสียงอย่างขัดเคือง ก่อนจัดการดีดหน้าผากนาเอลไปหลายที เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!” จนเธอร้องเสียงหลง

โอ้ย! อาจารย์พอได้แล้ว เมอร์ทิลด้าสะบัดผมสีแดงเข้มใส่นาเอลอย่างไม่พอใจก่อนจะนั่งบนโขดหินใต้ต้นไทรแล้วหักก้านดอกหญ้าแถวนั้นมากัดอย่างระบายอารมณ์ พลันเธอก็ถุยก้านมันทิ้งก่อนตัดสินใจเอ่ยถึงเรื่องสะเทือนใจ

ฉันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะโดดหรอกนะตอนนี้ เธอหยุดเล็กน้อยขณะสีหน้าค่อยๆเศร้าหมองลงเรื่อยๆจนทุกคนเริ่มรู้สึกเหมือนมีสายลมแห่งความอ้างว้างมาเยือนก็ไม่ปาน

ฉันโดนไล่ออกเสียงพึมพำเล็ดลอดจากไรฟันแต่ทุกคนกลับได้ยินอย่างชัดเจนจนร้อง ห๊ะ!” อย่างตกใจ แต่ยังไม่ทันถามอะไร เสียงเศร้าสร้อยของครูสาวที่ปกปิดไม่มิดก็กล่าวขึ้น

ยังจำตอนพิธีจบการศึกษาได้มั้ยล่ะ ที่ฉันไปลากคอเพื่อนพวกเธอออกจากหอประชุมหน่ะ ทั้งสี่ต่างพยักหน้าตามขณะคิดถึงสถานการณ์นั้น แล้วสีหน้าเธอก็ม่อยลงอีก

พวกสภาอาจารย์ของโรงเรียนไม่ชอบขี้หน้าฉันอยู่แล้ว จึงนำเรื่องนี้เข้าสภา สุดท้ายก็ต่างลงมติให้ไล่ฉันออก เพราะประพฤติตัวไม่สมเป็นอาจารย์ แถมลับหลังยังว่าฉันมันเป็นพวกบ้าระห่ำ ซาดิสม์อีกพอถึงตรงนี้ทั้งสี่ต่างลอบอมยิ้มพร้อมกัน เพราะมันช่างเป็นคำที่เหมาะกับครูสาวคนนี้ทีเดียว จากนั้นแจ๊คที่ทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดก็เอ่ยถามขึ้น

แล้วผู้อำนวยการไม่ช่วยเลยหรือครับ เพราะผมจำได้ว่าผู้อำนวยการยังขอบคุณอาจารย์ตั้งหลายที ทว่าคำถามนั้นกลับทำให้เธอแหวเสียงดังอย่างชิงชังคนที่เอ่ยถึง

เหอะ! ตาแก่นั่นจะมาช่วยอะไรฉันได้ล่ะย่ะ วันๆก็ฟังแต่สภาอาจารย์ ห่วงแต่โรงเรียน ใครขู่อะไรหน่อยก็ต้องอ่อนตามเขาไปซะหมด สุดท้ายก็เลยสรุปตามมติโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดสักนิด เพื่อรักษาภาพพจน์โรงเรียนไงล่ะย่ะ ชิ!” เธอขัดใจอย่างรุนแรงจนถึงกับหักก้านหญ้ามาแทะอีกครั้ง

แล้วอาจารย์จะทำไงต่อไปล่ะครับเอซถามอย่างจริงใจ ทว่าครูสาวกลับเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ

ทำไงเหรอ? ก็ทำใจนะสิ เธอหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวขึ้นอย่างรู้ทันความคิดเหล่าอดีตลูกศิษย์ที่มีแววตาสลดหดหู่ขณะมองเธอ

ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกย่ะ ห่วงตัวพวกเธอก่อนเถอะย่ะเธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนจะกล่าวประโยคต่อไปที่ทำให้ทุกคนขมวดคิ้วกันทันที

สงสัยคนที่เรียกพวกเธอมาคงจะเป็นเค้าล่ะมั้งแล้วนิ้วเรียวยาวที่ไว้ใช้ดีดหน้าผากนั่นก็ชี้ไปยังด้านหลังพวกเขา จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นตบบ่าพวกเขาราวกับเป็นคำว่า โชคดีก่อนเดินจากไป ทิ้งให้พวกเขาทั้งสี่เผชิญหน้ากับดวงตาปูดโปนเหมือนกบ หนังเหี่ยวย่นรอบดวงตาที่ห้อยย้อยจนแทบปิดลูกตาข้างหนึ่ง แถมตัวยังเล็กกว่านาเอลหลายเท่าราวกับคนแคระ สุดท้ายในสมองนาเอลก็มีหมุนติ้วไปกับคำว่านี่มันตัวอะไรกันเนี่ย?

สวัสดีจ้าหลานๆแล้วเสียงเหน่อๆก็ดังขึ้นจากริมฝีปากแห้งผากของคนแคระหนังตาเหี่ยว

สวัสดีครับ/ค่ะทั้งสี่คนกล่าวขณะนั่งยองๆเพื่อจะได้คุยกันอย่างสะดวกและไม่เป็นการยืนค้ำหัวผู้ใหญ่

พวกหลานๆคงเป็นคนที่นายของยายเชิญไว้ใช่มั้ยจ้า คำถามนี้เล่นทำให้พวกเขางงงันไปชั่วขณะ เพราะพวกเขาน่าจะเป็นคนถามมากกว่า แล้วโนอาร์ที่เริ่มเข้าใจคำถามก็เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ

ถ้าหมายถึงจดหมายที่พวกเราได้รับก็คงใช่แหละครับ โนอาร์ยื่นจดหมายให้คนแคระหนังตาเหี่ยวขณะนาเอลลอบสังเกตตัวประหลาดที่มีผมหยิงหยองติดหนังหัว ใส่ชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนที่ทำให้เธอรู้ว่าเจ้าตัวประหลาดเป็นเพศหญิง แถมยังมีกลิ่นเครื่องประทินโฉมแบบคนสมัยเก่าชอบใช้กันด้วย

จากนั้นคนแคระหนังตาเหี่ยวก็พิจารณาดูซองและจดหมายของโนอาร์อย่างละเอียดก่อนร้องขึ้น

ใช่แล้วจ้า! ใช่แล้ว! หลานๆตามมาทางนี้เลยนะจ้าแล้วเธอก็นำทางพวกเขาลัดเลาะไปตามต้นไทรริมแม่น้ำดิไวน์อย่างว่องไว

 

พลันสายตาแปดคู่ของว่าที่องครักษ์ก็มองเห็นเจ้าชายสเปด เจ้าชายฮาร์ท เจ้าชายคลับและวีลด์ที่มีสภาพยับเยินไม่ต่างจากพวกเขา คงเหลือเพียงแต่ไดมอนด์ที่นั่งยิ้มสบายใจเฉิบบนแคร่ขณะพยายามกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นสภาพพวกเขา จนนาเอลเริ่มรู้สึกฉุน แต่ก็ต้องสงบปากสงบคำไว้เพราะหญิงสาวชุดส่าหรีแดงจ้องเธอด้วยสายตาแข็งกระด้างราวกับผู้ปกครองจ้องเด็กในอำนาจให้รู้สึกสำนึกผิดทีเดียว

เอาล่ะ! เมื่อมากันครบแล้ว ฉันก็จะขอเริ่มลงโทษพวกเธอตามที่องค์ราชินีทรงมอบหมาย

ขอรับท่านเรดดิช เจ้าชายทั้งสามและวีลด์ต่างตอบรับอย่างนอบน้อมขณะนัยน์ตาสีไพรจ้องท่านเรดดิชอย่างครุ่นคิด คนๆนี้เป็นใครกันนะ แล้วเธอควรจะใช้คำระดับไหนดีล่ะ ซึ่งขณะนั้นโนอาร์ แจ๊คและเอซต่างก็โค้งรับคำอย่างนอบน้อมเช่นกัน และแล้วนัยน์ตาสีแดงสดก็จ้องมองนาเอลที่ยังไม่ขานรับสักที ทำให้สายตาทุกคนเหลือบมองเธอเป็นตาเดียว

นาเอลที่ว้าวุ่นใจเพราะยังไม่รู้จะรับคำกับคนตรงหน้ายังไงดี จึงโพล่งขึ้นแค่คำว่า อืมก่อนโค้งเคารพให้ พลันหญิงสาวชุดส่าหรีก็กอดอกแล้วขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีขณะทุกคนต่างตกใจกับการใช้คำของนาเอล แล้วมะเหงกลูกใหญ่ก็ลงบนหัวนาเอลอย่างแรงจนเธอร้องเสียงหลง

โอ้ย!

ท่านเรดดิชไม่ใช่เพื่อนเล่นนะ ขานรับให้มันดีหน่อยได้มั้ย โนอาร์อบรมอย่างขัดใจ

ก็ไม่รู้ต้องใช้ภาษาระดับไหนนี่ เป็นใครก็ไม่รู้ หากเป็นแค่คนดูแลเรือนใช้คำแบบนี้ก็คงได้ไม่ใช่รึไงนาเอลเถียงกลับ แต่แล้วเสียงขึ้นจมูกก็เอ่ยขึ้นเพื่อห้ามศึกเล็กๆนี้

พอได้แล้วล่ะโนอาร์

ขอรับเขารับคำแล้วหยุดต่อว่านาเอลทันที ถึงเขาจะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครแต่เห็นพวกเจ้าชายมีท่าทีนอบน้อมขนาดนั้น เขาที่เป็นแค่ลูกน้องก็ต้องนอบน้อมตามนายไว้ก่อน

พลันหญิงสาวชุดส่าหรีก็หันมาจ้องมองนาเอลตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างประเมินจนนาเอลรู้สึกไม่พอใจ แล้วเสียงขึ้นจมูกก็กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ถึงเธอจะไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร แต่เมื่อฉันเป็นคนที่องค์ราชินีทรงเรียกให้มาดูแลพวกเธอโดยเฉพาะ นาเอล เธอก็ควรจะเคารพกันบ้างนะ เสียงขึ้นจมูกเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนเสริมขึ้นอย่างอ่อนใจ ทว่ามันกลับทำให้นาเอลรู้สึกโดนไม้แสกเข้าหน้าอย่างจังทีเดียว

เอาเถอะ! ฉันจะยอมให้เธอใช้แค่คำว่า ค่ะ เป็นกรณีพิเศษแล้วกัน เพราะขืนให้เธอใช้เจ้าค่ะ มังค่ะคงไม่เหมาะ เพราะมันจะขัดกับความรู้สึกฉันเปล่าๆ

ฮะฮ่าฮ่าๆๆๆ ในที่สุดก็มีคนเห็นด้วยกับฉันแล้วล่ะ ยัยทอมบ้าเลือด ฮ่าๆๆไดมอนด์หัวเราะอย่างสะใจขณะโยนถั่วเข้าปาก แล้วนัยน์ตาสีแดงสดก็จ้องเขาอย่างดุดันก่อนจะตวาดเสียงเขียว

ไดมอนด์!” พลันปากเรียวบางเป็นกระจับก็ขานรับเสียงอ่อยๆอย่างหวาดเกรง

ขอรับท่านน้า เพียงเท่านั้นว่าที่องครักษ์ทั้งสี่ต่างแทบกลืนน้ำลายไม่ลง อย่างน้อยก็โชคดีที่พวกเขาทำตัวเรียบร้อย ความคิดนี้ทำให้ชายหนุ่มสามคนลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ เว้นแต่นาเอลที่หมุนลิ้นในปากเล่นอย่างทำตัวไม่ถูก

 

พลันกล่องกระดาษแข็งจำนวนมากก็ถูกยกมาตั้งที่หน้าพวกเขาก่อนจะตามมาด้วยกล่องเหล็กและอุปกรณ์การเกษตร

นัยน์ตาสีไพรจ้องสิ่งของที่ทยอยมาวางอย่างไม่วางตาพลางใช้ความคิด แล้วขณะสมองกำลังโลดแล่นออกมาเป็นคำ อย่าบอกนะว่า...ทันใดนั้นเสียงขึ้นจมูกก็เอ่ยทำลายความคิดเธอ

เมื่อของมาครบแล้ว ฉันก็จะขออธิบายถึงการลงโทษครั้งนี้ให้เข้าใจกันก่อน พอสิ้นคำนัยน์ตาสีแดงสดก็เหลือบมองคนแคระหนังตาเหี่ยว แล้วดูเหมือนว่าเธอจะรู้หน้าที่ดีจึงรีบวางกล่องกระดาษที่ถือเข้ามาเป็นใบสุดท้ายแล้วสาวเท้ามายืนข้างหญิงสาวชุดส่าหรีทันที

นี่คือคุณยายไพค์ผู้จะมาสอนวิธีปลูกต้นชาให้กับพวกเธอ เสียงขึ้นจมูกกล่าวแนะนำ

ห๊ะ!” นาเอลร้องขึ้นอย่างตกใจ จากนั้นเธอก็พิจารณายายไพค์อย่างถี่ถ้วนราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง ขณะเจ้าชายคลับกับแจ๊คก็ประสานเสียงอุทานขึ้นเช่นกัน

ห๊ะ! ปลูกชา

พลันเสียงขึ้นจมูกก็กล่าวอย่างสรุป

 “เอาล่ะ! พวกเธอก็เลือกเครื่องมือตามใจชอบเลยแล้วกันทว่านัยน์ตาสีแดงสดกลับจ้องมองไดมอนด์อย่างเขม็ง แต่เขาก็ไม่สนใจได้แต่โยนถั่วเข้าปากกินอย่างอร่อย ทำให้หญิงสาวชุดส่าหรีทอดถอนใจเล็กน้อยก่อนจะตวาดขึ้น

ไดมอนด์!

ขอรับท่านน้าไดมอนด์ตอบรับพร้อมฉีกยิ้มกว้าง ทว่าท่านเรดดิชชี้นิ้วเรียวยาวมายังเขาก่อนจะชี้ลงพื้นราวกับบอกว่าให้ลงจากแคร่ แต่ไดมอนด์ก็ยังไม่สะทกสะท้าน เธอจึงตวาดใส่เขาอีกครั้งอย่างสุดทน

ไดมอนด์! เธอก็ด้วย

ห๊ะ!” เขาร้องอย่างตกใจระคนฉงน แต่แล้วยายไพค์ที่ไม่รู้เดินมาตอนไหนก็ยื่นจอบให้เขา ทำเอาไดมอนด์หน้าเหยเกทันทีขณะหันไปมองท่านเรดดิชแล้วชี้นิ้วเข้าหาตัวก่อนเอ่ย

ผมต้องโทษด้วยเหรอ?” หญิงสาวชุดส่าหรีพยักหน้าลงเล็กน้อยเป็นคำตอบ พลันไดมอนด์ก็โวยวายขึ้นทันที

แต่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องรับโทษด้วยล่ะท่านน้า

อันนี้น้าไม่รู้ เธอไปถามแม่เอาเองแล้วกัน เสียงขึ้นจมูกตอบกลับขณะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าบนแคร่ด้านหลังก่อนล้วงของออกมาแล้วโบกสะบัด พลันปลายกระดาษแผ่นยาวก็ถูไถกับพื้นดินซึ่งทั้งหมดนั่นเป็นงานที่เธอต้องรับผิดชอบ แล้วนัยน์ตาสีแดงสดก็ไล่หารายชื่อผู้ต้องโทษครั้งนี้ ซึ่งได้ระบุชื่อเต็มและยศถาบรรดาศักดิ์ของทุกคนไว้อย่างชัดเจนแถมยังตีกรอบให้สะดุดตาเสียอีก แล้วหนึ่งในนั้นก็คือ

เจ้าชายไดมอนด์ เฮอร์เนส ออสต้า ราชบุตรองค์ราชินีควีนน่าลำดับสอง เจ้าชายแห่งราชวงศ์ออสต้าลำดับสาม

เมื่อไดมอนด์เห็นชื่อตัวเองชัดแจ้งก็ได้แต่ทำหน้าเหยเกก่อนจะสบถขึ้น

ไม่ยุติธรรม ทว่าเขาก็รับจอบจากยายไพค์อย่างว่าง่ายผิดกับท่าทีที่แสดง นั่นเป็นเพราะเขาไม่คิดจะลองดีกับแม่ผู้บังเกิดเกล้า หากดีไม่ดีจะโดนโทษหนักกว่าเดิม เขาไม่เสี่ยงด้วยหรอก แล้วจู่ๆไดมอนด์ก็ดันนึกถึงเสียงหัวเราะและรอยยิ้มดุจปีศาจขององค์ราชินี จึงทำให้เขาขนลุกเกรียวทั้งตัวอย่างหวาดกลัว

 

พลันงานถางหญ้าท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายแก่ๆก็เริ่มขึ้น แต่คนที่ไม่เคยจับจอบอย่างไดมอนด์กับนาเอลจึงได้แต่พยายามใช้แรงกระชากต้นหญ้าให้มันหลุดจากดิน แต่พยายามเท่าไรมันก็ไม่ยอมหลุดสักทีจนเศษดินเศษหญ้ากระเด็นกระดอนเป็นวงกว้าง ทำให้คนอื่นๆไม่อยากโดนลูกหลงจึงค่อยๆเขยิบห่างออกมาจนไกลจากรัศมีสองคนนั้นพอสมควร แล้วไดมอนด์ก็เริ่มฉุนที่นาเอลขุดดินโดนเขา ขณะนาเอลก็เริ่มฮึดฮัดเพราะตัวเธอก็เปรอะดินที่ไดมอนด์ขุดกระเด็นเช่นกัน

พลันไดมอนด์ก็เริ่มหาทางเอาคืน โดยใช้จอบสับดินที่ติดต้นหญ้าขึ้นมากองไว้ใกล้กับนาเอล ก่อนจะหยิบพลั่วมาตักแล้วแกล้งทำเป็นหลุดมือ ทำให้ดินเหล่านั้นโปะลงหลังนาเอลที่กำลังขุดดินอย่างจัง นัยน์ตาสีไพรหันมาจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง ทั้งๆที่เธอแค่แกล้งขุดดินใส่เขาเพื่อเอาคืนที่โดนหัวเราะเยาะเท่านั้น แต่นี่เขากลับทำให้เสื้อสีขาวตัวโปรดของเธอเปรอะเปื้อน แล้วอารมณ์โทสะที่มิอาจมีใครห้ามได้ก็ประทุขึ้น

ทันใดนั้นนาเอลก็ทิ้งจอบลงพื้นก่อนจะหันไปกระชากต้นหญ้าจนเต็มกำมืออย่างฉุนเฉียวแล้วซัดใส่หน้ารูปไข่ของไดมอนด์ แต่เท่านั้นยังไม่พอเธอยังกระชากต้นหญ้ามาอีกกำและพยายามละเลงบนหัวไดมอนด์ให้ได้มากที่สุด ทำให้ผมสีเงินของเขาส่วนหนึ่งกลายเป็นสีน้ำตาลกับเขียว ไดมอนด์จึงรีบกระชากแขนนาเอลเพื่อให้หยุดทันที แต่เธอก็ดิ้นหลุดจึงเอามือที่เปื้อนขี้ดินไปป้ายเสื้อไดมอนด์ราวกับเช็ดมือก็ไม่ปาน ทำให้ทุกคนที่เห็นสภาพไดมอนด์อดหัวเราะไม่ได้แม้จะสงสารก็ตาม

จากนั้นวีลด์ก็พยายามดึงตัวไดมอนด์ ไปที่ริมน้ำเพื่อให้ไปล้างคราบดิน แต่ทว่าไดมอนด์ที่โกรธจัดเพราะเขาไม่เคยอับอายเท่านี้มาก่อนจึงกระชากตัวนาเอลแล้วพยายามจะกดหน้าเธอลงกับกองดินที่เขาขุดไว้ ทำให้วีลด์รีบเข้ามาห้ามขณะเจ้าชายฮาร์ทดีดลูกหินใส่ข้อมือไดมอนด์ เขาจึงต้องยอมปล่อยนาเอล แล้วโนอาร์ เอซและแจ๊คก็รีบวิ่งเข้ามาดูเธอ ส่วนไดมอนด์โดนเจ้าชายฮาร์ทลากตัวไปยังริมน้ำขณะเจ้าชายคลับและวีลด์รีบวิ่งตามไปทันที

พลันท่านเรดดิชก็เข้ามาดูนาเอลที่เหมือนจะไม่เป็นอะไรมาก เธอจึงสั่งยายไพค์ให้พานาเอลขึ้นยังเรือนไม้ริมน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะกลับมาขุดร่องดินให้เสร็จ ส่วนไดมอนด์ยังคงโดนเจ้าชายฮาร์ทต่อว่า

นายทำเกินไปแล้ว

แต่พี่ก็เห็นว่าสภาพผมเป็นไงไดมอนด์โต้กลับอย่างแค้นเคือง

แต่เธอก็เป็นผู้หญิง นายไม่สมควรทำแบบนั้นวีลด์เสนอความคิดบ้าง

เหอะ! ยัยนั่นเนี่ยนะเป็นผู้หญิง นายตาถั่วแล้วมั้งวีลด์ ไดมอนด์เอ่ยอย่างหัวเสียสุดๆ แล้วทันใดนั้นหญิงสาวชุดส่าหรีก็ผลักเขาลงแม่น้ำอย่างแรงก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

เมื่อชำระร่างกายแล้วก็ชำระจิตใจให้สะอาดด้วย สิ่งที่เธอทำวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักปกครองเขาทำกัน หัดมีจิตสำนึกต่อหน้าที่ของตัวเองบ้างนะไดมอนด์

แล้วดูที่ยัยนั่นทำกับผมสิท่านน้าไดมอนด์แบมือและกางแขนออกในแม่น้ำราวกับให้ดูสภาพของตัวเองอย่างชัดเจน ทว่านัยน์ตาสีแดงสดมองเขาอย่างระอาก่อนจะเอ่ย

เหอะ! คนอย่างเธอก็ดีแต่เข้าข้างตนเอง สิ่งที่น้าเห็นคือเธอแกล้งนาเอลก่อน แล้วเสื้อขาวเมื่อเปื้อนแบบนั้นมันก็ยากที่จะซัก ก็สมควรแล้วที่นาเอลจะโกรธ แต่การกระทำของนาเอลก็ไม่ได้ทำให้เธอบาดเจ็บไม่ใช่หรือ เพียงแค่อับอายเท่านั้น จากนั้นนัยน์ตาสีแดงสดก็เหี้ยมขึ้นเมื่อเอ่ยถึงคำต่อไปพร้อมกับชี้นิ้วไปยัง เขา

  แต่การกระทำของเธอ ไดมอนด์! เป็นการเผยธาตุแท้ถึงสิ่งที่นักปกครองอย่างเธอไม่สมควรมี มันเป็นการกระทำรุนแรงที่ส่อถึงความชั่วร้ายในจิตใจ ซึ่งไม่ว่าเธอหรือใครในที่นี้ก็ไม่ควรมี เข้าใจมั้ยไดมอนด์พอสิ้นคำไดมอนด์ก็หน้าจ๋อยทันที เขาไม่มีอะไรจะแก้ตัว ท่านน้าพูดถูกคนอย่างเขาไม่ควรทำตามอารมณ์ เฮ้อ! สงสัยต้องหัดสงบสติอารมณ์มากๆหน่อยแล้วสิเรา จากนั้นเขาก็ว่ายน้ำในแม่น้ำเล่นอย่างเงียบๆเพื่อระงับอารมณ์พลุกพล่านของตัวเอง

พอทุกคนเห็นไดมอนด์แบบนั้นจึงรู้สึกโล่งใจขึ้น พลันท่านเรดดิชก็สั่งให้คนที่เหลือไปทำงานต่อ แล้วเมื่อเธอเห็นยายไพค์ซึ่งพานาเอลมายังแปลงดินแล้วจึงรีบควักมือเรียกยายไพค์ทันที

 “มีอะไรหรือเจ้าค่า” เสียงเหน่อๆของเธอเอ่ยอย่างเหนื่อยหอบเพราะรีบวิ่ง

“ฉันจะไปทำธุระอื่นสักหน่อย เธอช่วยดูแลพวกเขาแทนฉันที อย่าให้ไดมอนด์กับนาเอลแกล้งกันจนถึงกับเลือดตกยางออกล่ะ” เสียงขึ้นจมูกกำชับ

“เจ้าค่า” ยายไพค์ตอบรับพร้อมโค้งเคารพก่อนจะเดินกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองขณะหญิงสาวชุดส่าหรีคลี่ม้วนกระดาษตารางงานก่อนขีดฆ่าและทำเครื่องหมายหน้ารายการต่อไป แล้วเธอก็หายลับไปในเงาของต้นไทรใหญ่อีกฟากของแม่น้ำดิไวน์

 

ส่วนฟากนี้เรื่องวุ่นวายก็กำลังเกิดขึ้น ถึงแม้เจ้านายกับลูกน้องที่เพิ่งก่อเรื่องไปจะไม่ได้ปะทะกันก็ตาม แต่ทั้งสองคนกลับพร้อมใจกันอู้งานจนเดือดร้อนคนอื่นอีกตามเคยนะสิ เมื่อไดมอนด์สนุกกับการว่ายน้ำส่วนนาเอลก็ขี้เกียจจะกลับไปเปื้อนดินอีกจึงนอนแผ่หลาบนพื้นหญ้าที่ยังหลงเหลือเล็กน้อยใกล้กับแม่น้ำ

ทันใดนั้นเจ้าชายฮาร์ทและโนอาร์ที่เห็นแสงยามสนธยาเริ่มสาดส่อง ต่างคนจึงต่างรีบลากน้องของตัวเองกลับมาทำงาน เพราะยังเหลือพื้นที่ซึ่งต้องขุดร่องดินอีกหลายตารางวาทีเดียว พอนาเอลกลับมาจับจอบอีกครั้งพี่ชายแสนดีก็ประกบตัวแจจนเธอแทบกระดิกไปไหนไม่ได้ ขณะไดมอนด์ก็ถูกเจ้าชายทั้งสามจ้องมองเป็นระยะ แถมวีลด์ก็ต้องมาช่วยสอนพวกเขาอีกด้วย เนื่องจากปกติเขาต้องปลูกสมุนไพรเป็นประจำจึงรู้เรื่องทางด้านนี้ดี ทำให้ใครๆก็หันมาถามเขากันหมด แต่สำหรับนาเอลกับไดมอนด์ทุกคนส่งเขามาเพื่อเป็นฉนวนกันศึกและประกบตัวเพื่อให้งานสำเร็จ

ในที่สุดร่องดินสามสิบร่องก็เสร็จสิ้น ครั้นแล้วต่างคนก็ต่างระบมปวดเมื่อย แถมฝ่ามือแต่ละคนยังพุพองแสบร้อนเนื่องจากการเสียดสีกับด้ามไม้เป็นเวลานาน ทำให้ยายไพค์และวีลด์รีบเอากากชาและผ้ามาพันมือให้ทุกคนเป็นพัลวันทีเดียว แล้วไดมอนด์กับนาเอลก็ต่างครวญครางเพราะความเจ็บแผลขณะยายไพค์พันผ้าให้

ทว่างานที่พวกเขาต้องทำนั้นยังไม่เสร็จสิ้น จึงต้องกลับไปยุ่งกับร่องดินและกล่องกระดาษแข็งต่อ ซึ่งเมื่อเปิดกล่องกระดาษออกจึงพบว่าข้างในบุด้วยฟอยล์ที่ใส่น้ำแข็งแห้งไว้เพื่อให้มีไอเย็นชื้นหล่อเลี้ยงกิ่งต้นชาที่จะเอามาชำ แถมแต่ละกิ่งยังห่อด้วยพลาสติกซึ่งมีหยดน้ำใสเกาะพราวอีกชั้นด้วย ทำให้นาเอลหยิบกิ่งชาขึ้นมาแล้วกลิ้งหยดน้ำในถุงเล่นจนไม่ยอมเอากิ่งชาไปชำที่ร่องดินสักที โนอาร์จึงจัดมะเหงกอย่างแรงให้เธอแกมสั่ง

“อย่าอู้! รีบๆชำจะได้เสร็จสักที”

“รู้แล้วน่า” นาเอลบ่นพึมพำขณะรีบเอากิ่งชาที่มีแค่ใบเดียวไปเสียบๆบนดินให้เป็นแนวแถว เมื่อครบทั้งแปลงเธอก็มองดูผลงานตนเองอย่างภูมิอกภูมิใจแล้วปัดมือที่เปื้อนดินไปมา ทว่าเมื่อเธอเทียบกับแปลงของคนอื่นๆ แปลงเธอกลับดูไร้ระเบียบที่สุด ส่วนแปลงของวีลด์เป็นแถวตรงราวกับใช้มาตรวัดทีเดียว เธอจึงพยายามตบแต่งหญ้าแห้งคลุมดินให้พรางตาว่าแถวกิ่งชาของเธอก็เป็นระเบียบเช่นกัน แต่การกระทำทั้งหมดก็ไม่รอดพ้นสายตาของยายไพค์ แล้วรอยยิ้มอย่างเอ็นดูก็ผุดขึ้นที่ริมฝีปากแห้งผาก

ครั้นแล้วหญิงสาวชุดส่าหรีก็ปรากฏตัวขึ้นขณะดวงตะวันคล้อยต่ำลงจนสาดแสงสีทองไปทั่ว แล้วนัยน์ตาสีแดงสดก็เผลอจ้องแสงนั้นอย่างเหม่อลอย ถึงแม้จะเพียงแค่แวบเดียวแต่ยายไพค์ก็สังเกตเห็น เพียงแต่มันเป็นเรื่องที่ลูกน้องอย่างเธอมิอาจจะเอ่ยจึงได้แต่เหลือบมองด้วยความห่วงใยเท่านั้น

จากนั้นแคร่ก็ถูกยกมาต่อกันจนดูเหมือนโต๊ะขนาดยักษ์ แล้วกลิ่นไก่อบฟางก็หอมโชยจนเรียกน้ำลายนาเอลได้ทีเดียว ห่างจากกองฟางไม่เท่าไรก็เป็นหม้อสตูขนาดใหญ่ที่แขวนบนกิ่งไม้เหนือกองไฟซึ่งยายไพค์กำลังเคี่ยวให้เข้าที่ แล้วเสียงขึ้นจมูกก็ประกาศ

“วันนี้พอแค่นี้ล่ะ พวกเธอมาช่วยคุณยายไพค์จัดอาหารแล้วจะได้กินกัน”

“เย้!” เจ้าชายคลับ แจ๊คและนาเอลต่างร้องขึ้นอย่างลืมตัว ก่อนจะวิ่งไปรับอาหารจากยายไพค์มาจัดบนแคร่ แล้วทุกคนก็ลงมือจัดการไก่อบฟาง สตูข้นๆ ปลาเผา สลัดผัก ถั่วแขกลวก ก่อนจะตบท้ายด้วยทาร์ตเชอร์รี่ที่หอมหวานและละไมลิ้นกับชาผสมนมหอมๆของไซแคลเกีย ทำให้ทุกคนลืมความเหน็ดเหนื่อยของวันนี้กันทีเดียว แล้วแสงแดดยามสนธยาก็มลายลงกลายเป็นฟากฟ้าแห่งรัตติกาลที่ดูช่างหม่นหมองเหลือเกิน...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น