องครักษ์หญิงหมายเลขหนึ่ง

ตอนที่ 6 : ตอน5 ออกจากป่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 มิ.ย. 57

Chapter 5 ออกจากป่า

แสงไฟจากตะเกียงไล้ใบหน้าไดมอนด์ที่ยังคงนิ่งเพราะหลับสนิทขณะท่านแวเรสใช้หลังมือที่เหี่ยวย่นแตะหน้าผากเขาซึ่งอุณหภูมิปกติ จากนั้นท่านแวเรสก็ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางแตะชีพจรที่คอไดมอนด์ก่อนยิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อตะเกียงไฟส่องแผลบนแขนที่เริ่มสมานและหายบวมแดง เปลือกตาไดมอนด์ก็เริ่มขยับเขยื้อน แล้วนัยน์ตาสีน้ำเงินทะเลก็ลืมขึ้นอย่างช้าๆ จากนั้นก็กระพริบสองสามทีเพื่อไล่ความมึนงงและปรับสายตา  พลันแสงไฟจากตะเกียงก็ทำให้ไดมอนด์เห็นท่านแวเรสที่รินน้ำชาใส่ถ้วยชาดินก่อนจะหันมาหาเขา

"อ้าว! ตื่นแล้วหรือ?"

"ครับ ท่านลุง" ไดมอนด์ตอบขณะพยายามลุกขึ้นแต่เพราะยังเหนื่อยล้าจึงทำให้เขาทรงตัวได้ไม่ดี ท่านแวเรสเห็นดังนั้นเลยเข้ามาพยุงเขานั่งจากนั้นก็เอาหมอนยันหลังให้พิง ก่อนจะส่งถ้วยชาให้ไดมอนด์

"ดื่มชาร้อนก่อนสิ"

"ขอบคุณครับ" เขากล่าวแล้วรีบดื่มชารสชาติคุ้นเคยรวดเดียวก่อนขอเติมอีกจนท่านแวเรสหัวเราะอย่างเอ็นดู

"ท่าทางเจ้าคงไม่ได้ดื่มชานานมากสินะ ถึงรีบดื่มขนาดนี้"

"ก็ที่นีโอไฟล์มีแต่ชาสำเร็จรูปนี่ครับ สู้ชาสดของไซแคลเกียไม่ได้หรอกครับ" ไดมอนด์เอ่ยแล้วจิบชาที่เติมใหม่อย่างมีความสุข

"นั่นสินะ เหอๆๆ"

พลันประตูห้องพักรับรองก็เปิดออกเผยให้เห็นองค์ราชินีเสด็จเข้ามา ทันทีที่พระองค์ทอดพระเนตรเห็นไดมอนด์นั่งบนเตียง ใบหน้ามีเลือดฝาด ริมฝีปากแดงระเรื่อเป็นปกติ ทรงยิ้มอย่างดีพระทัย

"ลูกเป็นอย่างไรบ้าง"

"กระหม่อมดีขึ้นแล้วพะย่ะค่ะ" เขาโค้งศีรษะให้ราชินีเล็กน้อยขณะทรงแตะหน้าผากไดมอนด์ก่อนทรงกล่าวอย่างตัดพ้อ

"เฮ้อ! พวกเจ้าแต่ละคนพูดคุยกับแม่แบบคนธรรมดาเป็นกันมั้ยเนี่ย"

"เหอๆๆๆ"ท่านแวเรสหัวเราะขึ้นเล็กน้อยก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเอ็นดูน้องสาว

"ก็เจ้าเป็นถึงราชินี แล้วใครเขาจะกล้าคุยแบบธรรมดาล่ะควีนน่า"

"ก็ยังดีที่พี่ไม่เป็นแบบเจ้าพวกนั้น ไม่งั้นโลกนี้คงจะน่าเบื่อแย่" ทรงกล่าวอย่างหมดอาลัยตายอยากจนทำให้ท่านแวเรสหัวเราะอีกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเพื่อเปลี่ยนเรื่อง

"แล้วจะออกเดินทางเมื่อไร"

"เมื่อไดมอนด์ดีขึ้นมากแล้ว ก็คงจะรอให้มีแสงอาทิตย์มากกว่านี้ก่อน" พระองค์ทรงเอ่ยขณะท่านแวเรสมองดูดวงตะวันที่เริ่มคืบคลานออกจากก้อนเมฆมากขึ้นเรื่อยๆก่อนพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเห็นด้วย

จากนั้นจู่ๆท่านแวเรสก็ไอขึ้นจนราชินีและไดมอนด์ตกใจและมองกันอย่างเป็นกังวล ทว่าพอท่านแวเรสจิบชาอุ่นๆขณะนั่งบนโซฟายาวอาการไอก็ลดลง เขาจึงเริ่มเอ่ยถึงสิ่งที่กังวลขณะนัยน์ตาสองคู่สบกันอย่างโล่งใจ เพราะท่านแวเรสเคยไอหนักๆจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดมาแล้วจึงทำให้ทุกคนเป็นห่วงสุขภาพท่านมากนัก

"เจ้าคิดจะลงโทษพวกเด็กๆยังไงล่ะ ควีนน่า" แต่ไดมอนด์ที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็รีบแทรกขึ้น

"ลงโทษอะไรหรือครับท่านลุง"

"คงต้องถามแม่เจ้าล่ะนะไดมอนด์ แต่ตอนนี้ลุงว่าเจ้าน่าจะพักอีกสักหน่อย" ว่าแล้วท่านแวเรสก็จับตัวไดมอนด์นอนลง พลันเขาก็เริ่มง่วงราวกับเสกได้ทันที จากนั้นท่านแวเรสก็หันมาเอ่ยชวนองค์ราชินี

"ไปกันเถอะควีนน่า" แล้วสายตาสองคู่ก็จ้องมองไดมอนด์ที่หลับปุ๋ยเพราะฤทธิ์ยาในถ้วยชาดินก่อนเดินออกจากห้องพักรับรอง

พลันท่านแวเรสก็เอ่ยถึงเรื่องที่เขาถามค้างไว้

"เจ้าจะลงโทษยังไง"

"ไม่หนักหนาหรอกน่า พี่สบายใจได้ โฮะๆๆๆ" พระองค์ทรงพระสรวลดังลั่นอย่างพอพระทัย

"เฮ้อ! คั้นให้ตายก็คงไม่ได้ความตามเคยสินะ" เขาทอดถอนใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนคำถาม

"แล้วถ้าเป็นโทษของวีลด์ เจ้าจะบอกได้รึเปล่า” เพราะคำถามนั่นจึงทำให้พระองค์ทรงเหยียดยิ้มเล็กน้อยอย่างพอใจก่อนจะทรงรับสั่งขึ้น

                "พี่ช่วยเรียกวีลด์ไปพบที่ห้องหนังสือก่อน แล้วเราจะคุยเรื่องนี้กันระหว่างทาง" จากนั้นท่านแวเรสก็สั่นกระดิ่งเรียกแม่บ้านให้ตามวีลด์ไปพบเขาและองค์ราชินีที่ห้องหนังสือ

 

            “ก๊อกๆๆ”  เสียงประตูห้องหนังสือดังขึ้นสามทีก่อนวีลด์จะเปิดแง้มเข้าไปขณะองค์ราชินีทรงยืนพลิกหน้าหนังสือบนโต๊ะทำงานของท่านแวเรสไปมาอย่างสนใจ ส่วนนัยน์ตาสีทรายของท่านแวเรสก็ทอดมองผืนป่าตรงหน้าต่างที่ห่างจากพระองค์ไม่มากนัก

            ทันทีที่วีลด์เข้าไปในห้อง เขาก็ได้แต่ยืนก้มหน้าต่อหน้าพระพักตร์และท่านแวเรสซึ่งทั้งสองหันมามองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วองค์ราชินีก็ทรงเสด็จประทับยังเก้าอี้ทำงานที่คู่กับโต๊ะนั้นก่อนทรงรับสั่งขึ้น “วีลด์ เจ้านั่งลงก่อนเถอะ”

            “พะย่ะค่ะ” วีลด์รับคำแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่ติดกับตู้หนังสือข้างกำแพงก่อนหันมองพระองค์อย่างสงสัยที่โดนเรียกเข้าพบ แล้วทันใดนั้นพระองค์ก็ทรงกล่าวถึงสิ่งที่เขาไม่คาดคิด

            “ใกล้ถึงเวลาส่งสมุนไพรประจำเดือนแล้วสินะ”

            “พะย่ะค่ะ” วีลด์รับคำอย่างหนักแน่น เพราะเขารู้ดีว่าอีกไม่กี่วันต้องเข้าวังเพื่อส่งสมุนไพรเข้าท้องพระคลัง

            “อืม.. ทุกทีเจ้าส่งให้เรา 30 กระสอบใช่มั้ย?” พระองค์ทรงกล่าวถามขณะกุมมือเข้าหากันอย่างครุ่นคิด

            “พะย่ะค่ะ”

            “แต่หลังจากนี้เป็นต้นไป เจ้าต้องส่งสมุนไพรเดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 25 กระสอบ” พระองค์ทรงกล่าวเสียงเรียบขณะวีลด์มีสีหน้าหนักใจจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง 25 กระสอบต่อครั้ง เท่ากับ 50 กระสอบต่อเดือน แค่ปกติ30กระสอบ สมุนไพรยังจะไม่พอเลย แล้วมันจะไปถึงห้าสิบกระสอบได้ยังไงกัน เฮ้อ! พระองค์คิดอะไรอยู่นะ

            องค์ราชินีทอดพระเนตรวีลด์ที่ดวงตากลิ้งกลอกไปมาอย่างใช้ความคิดจนลืมตอบรับพระองค์ จึงทรงเรียกเขาขึ้นทว่าวีลด์กลับสะดุ้งตกใจจนรีบเอ่ยอย่างร้อนรนทันที

            “พะ..พะย่ะค่ะ”

            “เจ้าคิดอะไรอยู่ กลัวเก็บสมุนไพรไม่ทันรึไง” เขามีสีหน้ากระอักกระอวนเล็กน้อยแต่แล้วจู่ๆพระองค์ก็ทรงกล่าวขึ้นอย่างเข้าพระทัย

“เฮ้อ! คิดมากจริงนะเจ้าเนี่ย  ถ้ามันไม่ทันไม่ได้ก็บอกสิ เราเข้าใจ” ทรงเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนกระแอมขึ้นเพื่อดึงความสนใจวีลด์กลับมา

“เอางี้แล้วกัน ถ้าครั้งไหนส่งไม่ครบก็ทบที่เหลือไปครั้งหน้า แค่นี้ก็ใช้ได้แล้วจริงมั้ย?  โฮะๆๆๆ” ทรงพระสรวลดังลั่นอย่างพอพระทัย ขณะวีลด์กับท่านแวเรสสบตากันอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดพระองค์ เพราะทบไปยังไงก็ไม่พออยู่ดี มีแต่พอกหางหมูไปเปล่าๆ เฮ้อ! สงสัยต้องหาพันธุ์ไม้เพิ่มเสียแล้ว วีลด์ทอดถอนใจกับความคิดตนเอง พลันราชินีก็ทรงกล่าวขึ้นหลังจากท่านแวเรสสะกิดพระองค์เล็กน้อย

“เราลืมเรื่องสำคัญไปเสียได้” ทรงจิบชาร้อนก่อนจะทรงเอ่ยอย่างสนุก

“วีลด์ คราวนี้เจ้าต้องไปส่งสมุนไพรเร็วขึ้นแล้วล่ะ โฮะๆๆ” วีลด์อ้าปากขึ้นเล็กน้อยราวกับจะส่งเสียงร้อง “ห๊ะ!” อย่างตกใจแต่เขาก็ระงับไว้ทัน

“โฮะๆ เรายังไม่ได้ลงโทษเจ้ากับพวกเจ้าชายเลย ลืมแล้วรึ?” ทรงหลิ่วตามองวีลด์อย่างขำขัน

“กระหม่อมนึกว่า...” เขายังเอ่ยไม่ทันจบพระองค์ก็ทรงกล่าวอย่างรู้ทัน

“นึกว่าที่ให้ส่งสมุนไพรเพิ่มเป็นการลงโทษสินะ เหอะ! คิดว่าเราจะลงโทษแค่นั้นรึ เรื่องส่งสมุนไพรเพิ่มเราได้เปรยกับพ่อเจ้านานแล้ว แต่ยังไม่มีจังหวะที่จะขอเป็นจริงเป็นจังก็เท่านั้นแหละ” ทรงอธิบายให้วีลด์เข้าใจอย่างกระจ่าง แต่เขาก็ยังติดใจหน่อยๆ ทำไมท่านพ่อถึงให้เพิ่มง่ายๆล่ะทั้งที่รู้ว่าสมุนไพรแทบไม่พอ เขาเหลือบมองท่านแวเรสเล็กน้อยราวกับหาคำตอบ แต่ก็รู้ดีว่าถ้าท่านพ่อไม่อยากบอก เขาก็จะไม่มีวันได้คำตอบ

แต่แล้วจู่ๆราชินีก็ทรงแหวขึ้นขณะทอดพระเนตรเห็นแสงเงินแสงทองเจิดจ้าของตะวันยามเช้า

“โอ้ย! เราเสียเวลาไปมากแล้ว” จากนั้นพระองค์ก็ทรงหันกลับมาหาวีลด์ก่อนจะรับสั่งด้วยน้ำเสียงดุดัน

“ วีลด์ เจ้ารีบไปจัดเตรียมสมุนไพร แล้วเตรียมตัวเดินทางไปไซแคลเกียพร้อมเรา เจ้ามีเวลาแค่ชั่วกาน้ำเดือดเท่านั้น เร็ว!”พอสิ้นรับสั่ง เขาตกใจจนแทบขานรับไม่ทันแล้วรีบสืบเท้าออกจากห้องทันที

 

            ตอนนี้ท้องฟ้าสว่างกระจ่างใส ไร้หมอกหนาทึบอย่างคืนวาน เสียงนกร้องขานรับกันเป็นทอดๆราวกับเสียงดนตรีที่ขับกล่อมให้เหล่าแมกไม้มีชีวิตชีวาแย้มผลิหยอกเย้าสายลมบางเบาของยามอรุณรุ่ง นาเอลยืนบิดขี้เกียจไปมาพร้อมสูดอากาศยามเช้าที่แสนสดชื่นให้เต็มปอดก่อนเหลือบซ้ายแลขวาแล้ววิ่งหายเข้าไปในพุ่มไม้ ขณะพวกราชองครักษ์จัดเตรียมขบวนเสด็จ

            พลันขบวนเสด็จขององค์ราชินีและเหล่าเจ้าชายเตรียมพร้อมหน้าเรือนรับรอง ท้ายขบวนยังคงเป็นบรรดาม้าของนักเรียนนีโอไฟล์รุ่นที่16 เพียงแต่คราวนี้ได้มีขบวนรถล้อเกวียนซึ่งเทียมม้าสองตัวตามหลังเพื่อบรรทุกสมุนไพร25กระสอบ ส่วนต้นไม้บริเวณใกล้เคียงนั้นมีม้าสีน้ำตาล ขนเรียว ขาเพรียว ดูสง่า ผูกติดไว้ตัวหนึ่งซึ่งเป็นม้าของวีลด์นั่นเอง

            ครั้นแล้วท่านแวเรสก็เดินออกมาส่งน้องสาว เจ้าชายทั้งสี่ และวีลด์ ขณะนั้นนาเอลที่ด้อมๆมองๆหลังพุ่มไม้ เมื่อเห็นราชินีและเหล่าเจ้าชายเสด็จขึ้นรถม้าแล้ว เธอก็ย่องเข้าไปหาท่านแวเรสและวีลด์ทันที

            “มีอะไรหรือนาเอล” วีลด์เอ่ยขึ้นขณะผูกเป้ติดกับหลังม้า

            “เออ..” เธอทำท่าอึกอักก่อนหันซ้ายแลขวาอย่างหวาดเกรง ทว่าพอจะอ้าปากเพื่อเอ่ย ท่านแวเรสกลับยิ้มให้เธออย่างเอ็นดูก่อนกล่าวอย่างรู้ทัน

            “มาเอาชารึ?” เธอหน้าแดงด้วยความเขินอายทันทีก่อนจะพยักหน้ารับหงึกๆอย่างเด็กไร้เดียงสาจนท่านแวเรสอดหัวเราะไม่ได้

            “เหอๆๆ วีลด์ช่วยไปเอาซองชาให้เธอหน่อย”

            “ครับ” วีลด์รีบสาวเท้าเข้าไปในเรือนรับรองอย่างทำเวลาทันที ทว่ามะเหงกลูกเบ้อเริ่มลงบนหัวนาเอลจากทางด้านหลังอย่างจัง จนเธอรีบหันกลับไปมอง แต่เมื่อเห็นว่าเป็นพี่ชายแสนดีไม่ใช่ใครอื่น จึงได้แต่บ่นกระปอดกระแปดตามประสาคนไม่ยอมใคร

            “พี่จะเขกทำไม คราวที่แล้วยังไม่หายโนเลย” เธอลูบหัวไปมาเล็กน้อย

            “ทุกคนเขาตามหาเรากันแทบแย่ ขบวนจะเสด็จก็เสด็จไม่ได้เพราะคนไม่ครบ เราเป็นใครถึงต้องให้องค์ราชินีทรงคอยนะห๊า!” โนอาร์ร่ายยาวเป็นชุดอย่างเสียงเขียว

            “ไม่ได้ให้คอยสักหน่อย ก็ให้พระองค์เสด็จไปก่อนสิ แล้วเดี๋ยวค่อยตามไปก็ได้” เธอบ่นพึมพำแต่ไม่พ้นหูโนอาร์กับท่านแวเรส ท่านแวเรสจึงยิ้มอย่างขำขันเล็กน้อยขณะโนอาร์จัดมะเหงกให้นาเอลอีกลูกจนเธอร้องเสียงหลง “โอ้ย!

            “เราไม่มีสิทธิ์เอ่ยแบบนี้นะ ก่อนจะพูดอะไรหัดคิดให้ดีก่อนสิ” พลันท่านแวเรสก็หัวเราะอย่างพอใจ “เหอๆ”ทำให้โนอาร์ตระหนักได้ว่าอยู่ต่อหน้าท่านแวเรส เขาจึงรีบกดหัวนาเอลโค้งลงก่อนกล่าวขอโทษขอโพยแทนน้องสาวซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่วีลด์เดินกลับมา แล้วยื่นซองชาให้พร้อมเอ่ยขอโทษ

            “พอดีเหลือแค่ซองเดียว ขอโทษนะ”

            “ซองเดียวก็พอแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” เธอรีบเอ่ยก่อนจะเหลือบเห็นต้นมะนาวลูกดก จึงรีบขออนุญาตคว้ามะนาวไปลูกหนึ่งเพื่อไว้ชงชาก่อนจะโดนโนอาร์ลากไปขึ้นม้าที่เตรียมไว้

            “เหอๆๆ” ท่านแวเรสหัวเราะขึ้นอย่างสนุกจากนั้นก็หันมากล่าวกับวีลด์ที่ทำหน้าเหลอหลาอย่างไม่เข้าใจ

            “สงสัยที่ไซแคลเกียคงมีเรื่องสนุกวุ่นวายขึ้นเยอะเลย เหอๆ”

            “ผมก็ว่างั้นแหละครับ” เขาตอบขณะทอดสายตามองขบวนเสด็จที่เริ่มเคลื่อนไปตามทางป่าจักรพรรดิ์ ครั้นท่านแวเรสก็จ้องมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง

            “อย่าลืมงานที่พ่อสั่งล่ะ”

            “ครับท่านพ่อ” เขาขานรับอย่างหนักแน่นก่อนบอกลาผู้บังเกิดกล่าวด้วยความนอบน้อม

“รักษาสุขภาพด้วยนะครับ” จากนั้นเขาก็โค้งให้อย่างเคารพรักขณะท่านแวเรสตบบ่าวีลด์ทีนึงแล้วกล่าว

“โชคดี”

พลันม้าขนยาวก็ทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับรถล้อเกวียนขณะนัยน์ตาสีทรายของท่านแวเรสจ้องมองขบวนทั้งหมดอย่างไม่วางตาก่อนแหงนมองท้องฟ้าที่บัดนี้แสงสีขาวนวลเจิดจ้ามากขึ้น ครั้นแล้วนัยน์ตานั้นก็หลุบลงอย่างเหนื่อยล้า

“เฮ้อ! อีกไม่นานก็ต้องไปอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายพวกนั้นสินะ”

 

ขบวนเสด็จลัดเลาะไปตามเส้นทางของป่าจักรพรรดิเพื่อมุ่งหน้าสู่ไซแคลเกีย นักเรียนนีโอไฟล์ทั้งหมดรั้งอยู่ท้ายขบวนเพื่อชื่นชมบรรยากาศของป่ายามเช้า สายลมแผ่วเบาพัดผ่านดุจจะหยอกล้อกับบรรดาดอกไม้ใบไม้ให้ไหวเอนกลายเป็นระบำงามกลางผืนป่า ผสานกับเสียงนกร้องและกลิ่นไอธรรมชาติที่ทำให้สดชื่น ซึ่งบางครั้งจะได้ยินเสียงช้างร้องแว่วเข้ามา ไม่เพียงแค่นั้น ขบวนเสด็จยังต้องชะงักลงเรื่อยๆเพื่อรอให้พวกสัตว์น้อยใหญ่เดินข้ามทางไปอีกฝั่งเสียด้วย จึงทำให้ช่วงเวลานั้นหลายคนรีบกดชัตเตอร์กันระรัวจนเป็นเสียงเดียว ซึ่งผิดกับนาเอลที่ล้วงซองชาและลูกมะนาวจากกระเป๋ากางเกงมาชื่นชมอย่างภาคภูมิใจ ขณะเหล่าแฟนคลับของไดมอนด์และวีลด์ที่ตั้งขึ้นเมื่อคืนมองเธออย่างหมั่นไส้

แจ๊คที่ขี่ม้าอยู่ข้างนาเอลทางซ้ายจึงแย่งซองชาที่เธอภูมิอกภูมิใจนักมาดู แล้วพลิกหน้าพลิกหลังพิจารณาอย่างละเอียด ก่อนขยับแว่นขึ้นเล็กน้อยขณะอ่านที่ผลิต พลันเขาก็โพล่งอย่างขำขัน

“หึ หึ ฮ่าๆๆๆ โธ่! นึกว่าชาที่ไหนที่แท้ก็ของไซแคลเกีย ไม่เห็นต้องเสียเวลาไปขอเลย เดี๋ยวไปถึงก็มีตั้งเยอะแยะ ฮ่าๆๆ” แจ๊คหัวเราะดังลั่นจนเอซที่ขี่ม้าข้างเขาต้องหันหน้าหนีเพื่อแอบหัวเราะขณะนาเอลหน้าม่อยลงเล็กน้อย ทันใดนั้นพวกแฟนคลับที่หมั่นไส้นาเอลเป็นทุนเดิมก็หัวเราะคิกคักกับความเป๋อเหลอของเธอ นัยน์ตาสีไพรเหลือบมองข้างหลังเล็กน้อยก่อนเอ่ยอย่างไม่แยแสเสียงดัง

“ก็ไม่เป็นไรนี่ ถือว่ามันเป็นของที่ระลึก”จากนั้นเธอก็เก็บซองชากับลูกมะนาวก่อนยิ้มเยาะแล้วเอ่ยขึ้น “แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ขนพวกถ้วยชามช้อนแก้ว หมอน ผ้าปูโต๊ะปูเตียงที่เขาไม่ได้ให้มาก็แล้วกัน ” เพียงแค่นั้นเสียงหัวเราะคิกคักก็เงียบสนิท แล้วสายตาหลายคนก็ลอบมองกระเป๋าตนเองซึ่งก่อนหน้านี้พยายามยัดของออกจากห้องพักให้ได้มากที่สุดจนกระเป๋านั้นทั้งป่องทั้งตุง

ส่วนแจ๊คกับเอซเหลือบมองเพื่อนนักเรียนด้านหลังก่อนอมยิ้มอย่างกลั้นหัวเราะกับคำพูดนาเอล ทว่าโนอาร์ส่ายหัวเล็กน้อยอย่างระอากับความไม่ยอมใครของเธอจึงแหวขึ้น

“เราช่วยอย่าหาเรื่องให้พี่ปวดหัวได้มั้ย” เธอหันมาชักสีหน้าอย่างไม่พอใจให้กับพี่ชายที่ขี่ม้าข้างเธอทันที แต่โนอาร์ไม่สนใจขณะเอ่ยถึงสิ่งที่กังวลต่อไป

“คราวนี้พวกเราคงโดนลงโทษที่ฐานชักช้าแน่”

“พี่จะกลัวทำไม ในเมื่อฉันเป็นคนผิดก็ต้องรับโทษคนเดียวสิ” นาเอลเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ เพราะเธอพร้อมที่จะรับโทษอยู่แล้ว

“ใครว่าเธอโดนคนเดียวล่ะ” แจ๊คเอ่ยขึ้นก่อนหลิ่วตามองนาเอลอย่างขำขัน พลันเขาก็กล่าวอย่างทีเล่นทีจริง

“เคยเห็นเวลาพวกลูกเสือโดนทำโทษมั้ย ทำผิดคนเดียวแต่ต้องรับโทษเป็นหมู่หน่ะ”

“ห๊ะ!!!” นาเอลร้องเสียงหลงพร้อมกับนักเรียนคนอื่นๆอย่างตกใจ จนเอซขำออกมาเล็กน้อย

“ฮะๆ นายผิดแล้วมั้งแจ๊ค คนที่จะโดนลงโทษมีแค่พวกเราสี่คนต่างหากล่ะ เพราะมีแค่เราเท่านั้นแหละที่มาช้า”

นัยน์ตาสีนิลของเอซยิ้มอย่างขำขันกับท่าทีของนาเอลและแจ๊คที่รู้สึกจะดีใจหรือเสียใจดี ก่อนจะกล่าวอย่างครุ่นคิด “แล้วพวกเราจะโดนลงโทษยังไงกันน้า”

เพียงแค่นั้นแจ๊คก็หน้าซีดทันทีก่อนจะล้วงเครื่องประมวลข้อมูลซึ่งเป็นจอมอนิเตอร์ขนาดเล็ก เขาจิ้มๆสักพักผลประมวลก็ต่างหลั่งไหลขึ้นบนจอ ทันใดชายหนุ่มผมเทาก็มีสีหน้าเคร่งขรึม

ข้อมูลบอกฉันว่า พวกองครักษ์ที่นี่ ถ้าทำผิดแล้วล่ะก็มักจะได้รับโทษทัณฑ์แปลกๆเสมอ เช่น ปั่นจิ้งหรีด160ที ให้ไปหาของแปลกๆในป่า บางคนก็โดนลองใช้พิษกับร่างกายจนทนไม่ไหว แล้วที่หนักสุดก็เห็นจะเป็นแขวนคอเสียบประจาน พอได้ยินดังนั้นพวกนักเรียนก็ต่างขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัวขณะนาเอลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทว่าแจ๊คก็ยังคงเอ่ยต่อไปอย่างหวาดหวั่น แม้เขาจะลดเสียงลงแล้วแต่ทุกคนก็กลับได้ยินอย่างชัดเจน

ข่าววงในเขาว่ากันว่า ความจริงแล้วองค์ราชินีทรงอยากลงโทษประหารเจ็ดชั่วโคตรแบบในหนังจีนมากกว่า แต่ถูกทัดทานไว้นะแต่แล้วจู่ๆเขาก็เอ่ยขึ้นอย่างโล่งใจ อย่างน้อยก็โชคดีหน่อยที่ที่นี่ไม่มีกิโยติน คอสวยๆของพวกเราไม่ได้หลุดจากบ่าแน่ ฮ่าๆๆ

นายก็พูดเกินไปแล้ว พระองค์ทรงไม่เคยลงโทษอะไรแบบนั้นสักนิด เอซเอ่ยอย่างหัวเสียขณะนาเอลเริ่มหวาดหวั่นกับอนาคตตัวเอง ส่วนโนอาร์ได้เพียงแต่อมยิ้มอย่างขำขันแต่เขายังอยากแกล้งน้องสาวตัวดีอีกหน่อยจึงเปรยขึ้นอย่างนึกสนุก

สงสัยคราวนี้พี่คงต้องบอกพี่ไนทซ์หน่อยแล้วล่ะมั้ง เผื่อพระองค์ทรงลงโทษอย่างที่แจ๊คว่า ครอบครัวเราจะได้ไม่ตกใจไงเขาฉีกยิ้มให้นาเอลที่หันขวับมามองอย่างไม่สนุกด้วย เธอจึงโวยวายขึ้นก่อนจะรีบหาข้ออ้างสนับสนุนเป็นพัลวัน

ไม่นะ! พี่อย่าบอกพี่ไนทซ์นะ เอซก็บอกแล้วนี่ว่าพระองค์ทรงไม่เคยลงโทษแบบนั้น ไม่ต้องบอกให้พวกเขารู้หรอกน่าโนอาร์อมยิ้มน้อยๆแล้วแกล้งทำท่าครุ่นคิดอย่างสนุกก่อนเอ่ย

แต่ยังไงพี่ก็คงต้องบอกข่าวสักหน่อยล่ะนะ

ทันใดนั้นนาเอลก็เริ่มใช้ลูกอ้อนที่เคยได้ผลอีกครั้ง พี่ชายแสนดีเจ้าค่ะ คิดจะเอาชีวิตน้องผู้น่ารักคนนี้ไปทิ้งรึไง ขืนให้พี่ไนทซ์รู้แม่รู้ งานนี้ชีวิตฉันจบกัน แต่เมื่อเธอนึกถึงเพื่อนรักขึ้นมาได้ก็ยิ่งร้อนรนมากกว่าเดิม

อึ๊ย! แล้วถ้าพ่วงวิเวียมาอีกคน โอ้ย! คงโดนเผาไหม้เป็นจุณไม่เหลือซาก จากนั้นเธอก็รู้สึกเห็นเปลวเพลิงสีแดงลุกโชนท่ามกลางแสงอาทิตย์เจิดจ้าตลอดเวลาจนหน้าถอดสีทีเดียว ส่วนโนอาร์ที่เห็นอาการนาเอลก็แทบรีบกลั้นหัวเราะไม่ทันขณะแจ๊คเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล

ครอบครัวนายน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ

ไม่หรอก มีแต่นาเอลเท่านั้นแหละที่คิดแบบนั้น เหอะๆๆ เมื่อเอซได้ยินคำตอบโนอาร์ เขาก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยทันที ขณะสังเกตสีหน้านาเอลที่เหมือนหวาดกลัวอะไรบางอย่างบนท้องฟ้า ครั้นแล้วขบวนทั้งหมดก็เคลื่อนออกจากป่าจักรพรรดิ์เข้าสู่เขตไซแคลเกีย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น