องครักษ์หญิงหมายเลขหนึ่ง

ตอนที่ 4 : ตอน3 จักรพรรดิ์แห่งป่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 มิ.ย. 57


Chapter3 the emperor of forest [จักรพรรดิ์แห่งป่า]

 

เสียงม้าดังกุบกับตลอดทางจนถึงทางเข้าเขตป่าจักรพรรดิ์ซึ่งเป็นป่าทึบที่นีโอไฟล์และไซแคลเกียดูแลร่วมกัน แล้วหากพ้นป่านี้ไปก็จะเข้าสู่เขตไซแคลเกียอย่างแท้จริง

เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มคล้อยลง  ขบวนเสด็จขององค์ราชินีและเจ้าชายจึงต้องจัดให้รัดกุมขึ้น จากที่รถม้าขององค์ราชินีและเจ้าชายทั้งสี่นั้นขนาบข้างด้วยราชองครักษ์ของไซแคลเกียสี่คนต่อรถม้าหนึ่งคัน แต่ตอนนี้ได้ดึงราชองครักษ์จากที่คอยดูแลนักเรียนนีโอไฟล์รุ่นที่สิบหกทั้งสามสิบห้าคนด้านท้ายขบวนนั้นมาอารักขารถม้าเพิ่มขึ้นข้างละสี่คน ทำให้บรรดานักเรียนที่เพิ่งจบใหม่ต้องดูแลตนเองมากขึ้น

ทันใดนั้นแสงสีส้มยามสนธยาก็เริ่มแทนที่ด้วยเงามืดและไอหมอก จึงยิ่งทำให้การเดินทางลำบากมากขึ้น คนขับรถม้าทั้งสองคันนั้นต้องใช้ความชำนาญอย่างสูง เพราะไอหมอกได้บดบังภาพเบื้องหน้าทั้งหมด สัมผัสได้แต่กลิ่นไอชื้นของป่าและเสียงสรรพสัตว์ที่ร้องระงมโหยหวนอย่างบ้าคลั่งเท่านั้น ทั้งที่ความจริงตอนกลางวันป่าแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของสองอาณาจักรทีเดียว  สรรพสัตว์น้อยใหญ่จะต่างออกมาหาอาหารและเหล่าดอกไม้สีสันแปลกตาก็จะแข่งกันผลิบานล้อสายลม  ทว่าตอนกลางคืนกลับอันตรายยิ่งนัก

 

“ฮี้ๆๆ!ฮี้ๆๆๆ!

ม้าทุกตัวต่างร้องขึ้นอย่างตื่นกลัว ทั้งราชองครักษ์และนักเรียนรุ่นสิบหกต่างรีบชักอาวุธเตรียมพร้อมทันที พลันธนูเพลิงหลายร้อยดอกก็จู่โจมเข้ามาทางท้ายขบวน แต่ทว่าลูกธนูเหล่านั้นกลับลอยข้ามรถม้าเจ้าชายและองค์ราชินีก่อนแสงไฟจากคบเพลิงนับร้อยจะสว่างขึ้น เผยให้เห็นทางดินราบเรียบซึ่งทั้งสองข้างขนาบด้วยคบเพลิงและดอกไม้ป่าหยอกล้อร่ายรำตามทำนองสายลมพร้อมส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย จนเหล่านักเรียนท้ายขบวนต่างเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์แปลกใหม่นี้

ขบวนราชินีเร่งรีบไปตามทางคบเพลิงจนถึงเนินหญ้าเรียบซึ่งด้านหลังเป็นบ้านไม้เถาวัลย์หลังใหญ่ตบแต่งด้วยคบเพลิงมากมายจนดูคล้ายกับกองไฟลูกมหึมา ตรงทางเข้าเนินหญ้ามีป้ายไม้เล็กๆเขียนว่า

The Emperor of  Forest  จักรพรรดิ์แห่งป่า”

พลันเสียงเพลงอันแข็งแกร่งดุดันก็ดังขึ้น แล้วเหล่าคนป่าชุดผ้าลายเสือที่ขาดเป็นริ้วๆบนผมมีกระดูกชิ้นยักษ์ขมวดไว้แน่น พวกเขาต่างโห่ร้องและวิ่งออกมาอย่างพรึบพรับก่อนควงกระบองไฟอย่างพร้อมเพรียง เปลวไฟสะบัดไปมาราวกับมีชีวิตร่ายรำตามเสียงเพลง พวกเขาเหวี่ยงซ้ายเหวี่ยงขวาก่อนจะหมุนจากข้างหลังมาข้างหน้าแล้วจากนั้นก็ใช้มือควงกระบองข้างละอันก่อนจะนำมาบรรจบกัน จากนั้นพ่นไฟเป็นรูปต่างๆซึ่งแต่ละคนจะผลัดกันพ่นจนกระทั่งรูปสุดท้ายพวกเขาก็พ่นไฟขึ้นพร้อมกันจนเป็นรูปวัวมีเขาเรียวยาวขนาดใหญ่ซึ่งนั่นเป็นสัญลักษณ์วัวดินประจำอาณาจักรไซแคลเกีย พลันภาพก็มลายลงเหลือเพียงแต่กลุ่มควันไฟ ทันใดนั้นองค์ราชินีและเจ้าชายก็เสด็จลงจากรถม้าก่อนปรบมือขึ้นเสียงดังแล้วทุกคนก็ต่างปรบมือจนดังสนั่นทั่วทั้งป่า

แต่หน้าที่ของนักแสดงยังไม่จบแค่นั้นเพราะคนป่าทั้งหมดต่างกระแทกกระบองลงพื้นดัง “ตึง! ตึง!” พร้อมเพรียงจนเหล่านักเรียนหญิงเริ่มหวาดกลัว พลันชายหนุ่มรูปงามเดินออกมาจากป่าด้านข้างบ้านไม้เถาวัลย์แล้วคนป่าก็หยุดกระแทกกระบองทันที

ชายหนุ่มรีบย่อตัวเคารพองค์ราชินีก่อนจับปลายผมสีน้ำตาลเข้มที่ยาวกลางหลังซึ่งมัดด้วยเถาวัลย์แก่ขึ้นแตะพระหัตถ์อย่างนอบน้อม

“กระหม่อมต้องขออภัยที่ท่านพ่อมิอาจออกมาต้อนรับพะย่ะค่ะ”เขาเอ่ยอย่างสุภาพ

“ไม่เป็นไร ท่านแวเรสคงไม่สบายเหมือนเคยสินะ วีลด์” องค์ราชินีทรงเอ่ยก่อนยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เขา

“พะย่ะค่ะ” วีลด์ตอบรับ

“งั้นเราจะไปเยี่ยมท่านแวเรสเสียหน่อย” พระองค์ทรงกล่าวทว่าทรงรู้ทันความคิดวีลด์ที่จะนำทางพระองค์ไปหาท่านแวเรส จึงทรงเอ่ยดักคอเขาไว้ก่อน

“เจ้าอยู่ต้อนรับที่นี่เถอะ เราไปเองได้” ทรงกล่าวเสร็จก็เสด็จหายเข้าป่าพร้อมกับราชองครักษ์ติดตามที่ด้านข้างบ้านไม้เถาวัลย์

 

โถงภายในบ้านไม้เถาวัลย์ประดับด้วยโคมไฟระย้า เพดานกระจกใสซึ่งเห็นท้องฟ้าสีเข้มดูราวกับกำมะหยี่ บนพื้นปูด้วยพรมสีน้ำตาลเข้มดั่งโกโก้ร้อนซึ่งมีเหล่ารูปปั้นเทพบุตรเทพธิดากรีกโรมันร่ายรำท่ามกลางมวลดอกไม้ตามมุมเสาอย่างอ่อนช้อย พลันบนเชิงบันไดทางขึ้นสู่ห้องพักก็ปรากฏชายหนุ่มผมสีน้ำตาลยาวกลางหลังคนเดิม เขาเอ่ยต้อนรับทุกคนอย่างเป็นทางการด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ขอต้อนรับเจ้าชายทั้งสี่และเหล่านักเรียนของนีโอไฟล์รุ่นที่16 สู่จักรพรรดิ์แห่งป่า สถานที่พักผ่อนแห่งเดียวในป่าจักรพรรดิ์ซึ่งทุกท่านจะได้สัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการพักผ่อนที่นี่ครับ”

ครั้นแล้วเสียงดนตรีอ่อนหวานก็บรรเลงขึ้นขณะบรรดาคนป่าที่ควงกระบองไฟนั่นยกสัมภาระของทุกคนขึ้นไปยังห้องพัก เว้นแต่ขององค์ราชินี เจ้าชายทั้งสี่ และเหล่าองครักษ์ติดตามที่พวกคนป่านำออกไปทางด้านหลัง จากนั้นนักเรียนทั้งหมดก็ทยอยไปยังห้องอาหารทางด้านข้าง จนเหลือเพียงแต่นาเอล โนอาร์ เอซและแจ็คเท่านั้นที่ไม่รู้จะไปทางไหนดี วีลด์เห็นดังนั้นจึงเอ่ยขึ้น

“พวกท่านไม่ตามเจ้าชายไปหรือ”

“ไม่รู้สิ เขาไม่ได้บอกไว้” นาเอลเอ่ย ทว่าวีลด์แปลกใจกับคำพูดนาเอลจนขมวดคิ้วเข้าหากัน โนอาร์เห็นดังนั้นจึงรีบกล่าวขึ้น

“เจ้าชายไม่ได้สั่งไว้ เราเลยทำตัวไม่ถูก” แจ็ครีบพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยส่วนเอซได้แต่ยืนกอดอกสังเกตการณ์

“กระเป๋าของพวกท่านได้ส่งไปยังเรือนรับรองแล้ว พวกท่านไปยังเรือนรับรองกับผมแล้วกัน” วีลด์กล่าวแล้วนำหน้าทุกคนไปยังทางป่าที่องค์ราชินีและเจ้าชายหายเข้าไป

 

พอพวกเขาถึงเรือนรับรองก็ต้องตะลึงเพราะมันดูงดงามกว่าบ้านไม้เถาวัลย์มากนัก บ้านไม้หลังคาทรงจั่วคลุมเฉลียงหน้าบ้านซึ่งตรงกลางมีหลังคาซ้อนขึ้นอีกชั้น  ตัวเรือนบ้านยกสูงมีหลายชั้นหลายเรือนซึ่งกั้นด้วยชานที่ทอดยาวถึงกันหมด จึงเป็นเรือนรับรองที่ดูกว้างขวางกว่าที่นาเอลเคยเห็นมา นอกจากนั้นยังตบแต่งด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ซึ่งแขวนไว้บ้าง ปลูกบนดินหน้าเรือนข้างเรือนบ้างจนเป็นสวนสวยๆที่ส่งกลิ่นหอมกระจายทั่ว ทว่าพวกเขาก็ได้ยินเสียงองค์ราชินีแหวขึ้นเสียงดัง

“มาช้าจริงพวกเจ้าเนี่ย” พวกเขาทั้งสี่ต่างตกใจจนรีบวิ่งเข้าไปใกล้เรือนรับรอง แต่พอไปถึงกลับเห็นเจ้าชายทั้งสี่ที่ยืนตรงหัวบันไดต่างก้มหัวให้พระองค์อย่างรู้สึกผิด จากนั้นเสียงหัวเราะของชายแก่เรือนผมสีดอกเลายาวจรดพื้นก็ดังลั่น

“ฮ่า ฮ่าๆๆๆ กลับเป็นตัวเจ้าแล้วหรือควีนน่า” ทว่าพอสิ้นประโยคเขาก็ไอเสียงดัง “แค่กๆ แค่กๆๆๆ”

“พี่ไม่สบายอยู่ยังจะมาตากน้ำค้างอีก” พระองค์รีบพยุงชายแก่เข้าไปในเรือนทันที

“รีบๆตามเข้ามาล่ะ” องค์ราชินีออกคำสั่งเจ้าชายทั้งสี่ แต่แล้วพระองค์ก็เห็นพวกนาเอลที่ยืนเกาะกลุ่มหน้าเรือนจึงรับสั่งขึ้น “พวกเจ้าก็ด้วยล่ะ”

“พะย่ะค่ะ/เพค่ะ” พวกเขารีบตอบรับพร้อมกันทันที

บานกระจกสีขุ่นถูกเลื่อนออกเพื่อให้เหล่าบริกรชายหญิงทยอยนำอาหารจัดวางบนโต๊ะสีครีมตัวยาวซึ่งมีเชิงเทียนวางประดับตรงกลาง ฝั่งหนึ่งจัดจานข้าวไว้ห้าชุด ส่วนอีกฝั่งจัดจานไว้แค่สองชุด แล้วองค์ราชินีและเจ้าชายก็เสด็จมายังห้องเสวยซึ่งมีชายแก่กับวีลด์เดินรั้งท้าย จากนั้นบานกระจกก็เลื่อนปิดจนไม่ได้ยินเสียงอะไร แต่นาเอลที่อยู่ว่างๆแล้วก็อยากจะรู้เรื่องจึงแอบเอาหูไปแนบตามกำแพง จนโนอาร์ต้องรีบดึงเธอออกมาเพราะราชองครักษ์สองคนซึ่งยืนเฝ้าหน้าห้องเสวยจ้องเธออย่างเอาเป็นเอาตาย

เธอดิ้นจนหลุดจากการเกาะกุมของพี่ชาย ทว่าโนอาร์ก็เขกหัวเธอทีหนึ่งฐานทำผิดกฎองครักษ์

“โอ๊ย! เจ็บนะพี่” เธอทำหน้าเบ้พร้อมกับลูบตรงที่โดนเขกหน่อยๆ ทำให้แจ็ครีบยกมือขึ้นเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ

“ก็ใครเขาใช่ให้เราไปยุ่งเรื่องเจ้านายล่ะ” โนอาร์แหว

“โธ่! ก็มันอยากรู้เรื่องนี่ แถมอยากกินก็กินไม่ได้ ไม่รู้ทำไมจะต้องมาอยู่หน้าห้องนี้ด้วย” นาเอลบ่นเป็นชุด

“ฮะฮะฮ่าๆๆๆ”เอซกับแจ็คหัวเราะเสียงดังจนราชองครักษ์หันมาปราม

“หน้าที่เราคือคุ้มกันเจ้านาย เขาสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำแม้กระทั่งความตาย” แจ็คเอ่ย

“เรื่องนั้นฉันรู้น่า” แล้วเธอก็หยุดพูดก่อนจะมีเสียงอื่นแทรกขึ้นมา

“โครก....คราก”

“เราหิวเหรอ?” โนอาร์มองหน้าเธออย่างสงสัย

“ก็ใช่นะสิ พี่ลืมไปแล้วรึไงฉันมันเป็นพวกทนกลิ่นอาหารไม่ได้หน่ะ” เธอแหวก่อนสะบัดหน้าหนีไปยังบันไดด้านหน้าเรือนรับรอง ทว่าเมื่อเธอถึงหัวบันได เอซก็เข้ามารั้งแขนเธอไว้

“มีอะไร?” เธอหันหน้ามาหาเอซอย่างไม่พอใจแต่เขาก็รีบร้อง “ชู่ว์” แล้วจากนั้นทุกสายตาก็เบิกกว้างขึ้นอย่างสะพรึงกลัวแม้กระทั่งเหล่าราชองครักษ์

ครั้นแล้วนาเอลก็สัมผัสถึงบางสิ่งเย็นๆนิ่มๆตรงแขนซ้ายทำให้เธอขนลุกซู่ทีเดียว ทันใดนั้นเธอก็รีบยกมืออีกข้างกลั้นเสียงร้องของตนเอง ทว่ามันก็ยังเล็ดลอดเข้าไปในห้องเสวยจนได้

“เกิดอะไรขึ้น” องค์ราชินีทรงเรียกราชองครักษ์เข้ามาสอบถามแต่ไม่มีใครเอ่ย พระองค์จึงเสด็จออกมาดูด้วยพระองค์เอง ทำให้ทุกคนในห้องต่างรีบสาวเท้าตามเสด็จออกมา พลันสายตาทุกคู่ก็ตกตะลึงเพราะสิ่งตรงหน้านั้นช่างหวาดเสียวเหลือเกิน

งูดำตัวมหึมาอ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวยาวแหลม หัวมันจ่อที่ท่อนแขนนาเอลขณะลำตัวบางส่วนทอดบนกิ่งต้นไม้ซึ่งยื่นเข้ามาตรงหัวบันไดของเรือนรับรอง แล้วเขี้ยวของมันก็ห่างจากแขนเธอแค่ไม่ถึงนิ้ว นาเอลรีบหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัวทันทีก่อนจะยึดแขนเอซเป็นที่พึ่งแล้วทันใดนั้นเอซก็ชักดาบขึ้น ทว่าไม่ทันดาบแวววาวจากด้านหลังซึ่งตัดหัวงูทิ้งอย่างรวดเร็วจนเลือดสาดกระเซ็นใส่แขนนาเอล พลันสติเธอก็ดับวูบ

 

นัยน์ตาสีไพรค่อยๆลืมขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้อง “โครก...คราก” จนเธอรู้สึกเขินอายทีเดียว เพราะขณะนี้สายตาสองคู่จ้องเธอเป็นตาเดียวก่อนจะหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

“โฮะโฮะๆๆ นี่สาวน้อยที่เธอเป็นลมก็เพราะหิวหรือ” ราชินีทรงมองเธออย่างขำขัน

“ควีนน่า  เด็กเพิ่งฟื้นขึ้นมาก็อย่าเพิ่งไปแกล้งเขามากสิ” ชายแก่ปรามพระองค์ขณะพยุงนาเอลลุกขึ้นจากโซฟายาว

“ขอบคุณค่ะ” นาเอลก้มหัวแล้วกล่าวอย่างเกรงใจ

พอองค์ราชินีเห็นดังนั้นจึงสะบัดองค์ไปยังห้องบรรทมทันทีจนทำให้นาเอลไม่สบายใจ ทว่าชายแก่รู้ทันความคิดเธอ เขาเลยเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดู

“อย่าคิดมากเลย ก่อนหน้านี้พระองค์ทรงกล่าวว่า ถ้าเธอฟื้นแล้ว พระองค์ก็จะเข้าบรรทมทันที”เขาหยุดหายใจเล็กน้อยแล้วก็เอ่ยขณะจุ่มผ้าที่เช็ดเลือดงูจากตัวนาเอลลงอ่างหิน

“ควีนน่าไม่ใช่คนโกรธใครจริงจังหรอก เขาก็แค่ทำไปเล่นๆเพื่อให้คนไม่สบายใจเท่านั้นเอง”

“จริงหรือค่ะ” นาเอลดีใจจนตาเป็นประกายทีเดียวก่อนเสียงท้องจะร้องขึ้นอีกครั้ง พลันกลิ่นอาหารก็โชยเข้ามาแตะจมูกเธอ ชายแก่ก็พยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าใจ เธอจึงรีบกระวีกระวาดออกห้องอย่างรวดเร็วขณะเดียวกัน เสียงหัวเราะก็ดังขึ้น

“เหอๆเหอๆ ช่างเป็นเด็กที่น่าสนใจจริง” เขามองนาเอลจนลับสายตาก่อนนั่งลงบนโซฟาเพื่ออ่านหนังสือที่เปิดค้างต่อไป

 

นาเอลรีบวิ่งตามกลิ่นอาหารจนมาถึงเนินหญ้าราบเรียบด้านหลังเรือนรับรองซึ่งมีคบไฟจุดไว้อย่างรายล้อม แล้วเธอก็เห็นอาหารวางไว้อย่างลายตาจนต้องกลืนน้ำลาย”เอื๊อกๆ”หลายที ทว่าพอเธอหยิบน่องไก่ย่างชิ้นใหญ่ขึ้นมาก็ต้องตกใจ เพราะเจ้าชายทั้งสี่และวีลด์ต่างปิ้งบาร์บีคิวอย่างสนุกจนไม่มีสภาพความเป็นเจ้าชายเลยทีเดียว

พลันโนอาร์ เอซและแจ๊คก็เดินถือถุงของสดและเครื่องดื่มเข้ามา พอพวกเขาเห็นนาเอลก็ต่างรีบเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง

“เป็นยังไงบ้าง” พี่ชายแสนดีถามขึ้นขณะจับตัวเธอหมุนไปมาไม่หยุด

“ไม่เป็นไรแล้ว แต่ฉันจะได้เป็นลมอีกครั้งก็เพราะพี่นั่นแหละ” สิ้นคำโนอาร์ก็ชะงักทันที ทำให้เธอขำเล็กน้อย

“เธอหลับไปนานเลยนะ” เอซเอ่ยขึ้นขณะวางถุงของสด

“โชคดีนะที่ไม่โดนงูนั่นกัด ไม่งั้นเธอคงไม่ได้ไปไซแคลเกียกับพวกเราแน่” แจ๊คขยับแว่นขณะวิเคราะห์ก่อนจะส่งน้ำหวานให้เธอ

“นั่นสินะ ต้องขอบคุณทุกคนมากเลยล่ะที่ช่วยชีวิตฉันไว้” นาเอลเอ่ยแต่แล้วเอซก็ท้วงขึ้น

“พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย เธอขอบคุณผิดคนแล้ว” ขณะแจ๊คกับโนอาร์ก็พยักหน้ารับ

“ใครล่ะ?” ทว่ายังไม่มีใครตอบอะไร ผู้ช่วยชีวิตก็เดินเข้ามาเอาของสดพอดี แต่เขามาพร้อมกันสองคนนะสิ

“อย่าบอกนะว่าเป็นเขานะ” นาเอลชี้ไปที่ไดมอนด์อย่างไม่อยากยอมรับ

“ผิดแล้ว วีลด์ต่างหาก” โนอาร์กระซิบ แล้วนาเอลก็โล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอกทันที จากนั้นเธอก็รีบก้มหัวให้วีลด์ก่อนเอ่ยโดยไม่สนใจชายหนุ่มอีกคนที่ยืนข้างเขา

“ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยฉันไว้”

“อ๋อ! มันเป็นหน้าที่ผมอยู่แล้วล่ะ” วีลด์เอ่ยขณะหยิบกุ้งใส่จาน

“หน้าที่?”นาเอลทวนคำอย่างฉงน

“คุณเป็นแขกของที่นี่ ผมก็ต้องมีหน้าที่ดูแลสิครับ” เขากล่าวแล้วก็หันไปหาไดมอนด์ทว่าเขาก็กลับมามองเธออย่างนึกขึ้นได้

“ท่านพ่อยังอยู่ในห้องหนังสือหรือเปล่า?”

“ท่านพ่อไหน?” นาเอลถามขณะใช้ความคิด ก็เพราะเธอไม่รู้ว่าเขาถามถึงใครนะสิ ทว่าไดมอนด์ก็เฉลยให้

“พ่อของวีลด์ไง ท่านแวเรสที่ดูแลเธอนะ”

“อ๋อ! ชายแก่ใจดีคนนั้นเหรอ น่าจะยังอ่านหนังสืออยู่ค่ะ” เธอตอบอย่างร่าเริงขณะที่ไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นทำให้ทุกคนหัวเราะร่าอย่างขำขัน

“ฮะฮะฮ่าๆๆ ไม่มีใครเคยกล้าเรียกท่านลุงว่าชายแก่เลยนะ นาเอล” เจ้าชายฮาร์ทเอ่ยขณะเดินเข้ามาร่วมกลุ่มด้วย

“ห๊ะ! ท่านแวเรสเป็นท่านลุงเจ้าชายหรือเพค่ะ”เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนตระหนักได้

”ถ้างั้นก็ต้องเป็นพี่ชายองค์ราชินีนะสิเพค่ะ” ทุกคนต่างพยักหน้าให้อย่างพร้อมเพรียงจนนาเอลกลืนน้ำลายหลายอึกทีเดียวก่อนจะรีบก้มหัวแล้วกล่าวขอโทษอย่างไม่ยอมหยุด

“ขอประทานอภัยเพค่ะ ขอประทานอภัย หม่อมฉันไม่ทราบจริงๆนะเพค่ะ”

“พอได้แล้ว” ไดมอนด์เอ่ยขึ้นทำให้เธอชะงักทันที จากนั้นเขาก็รีบยัดไก่ย่างใส่ปากเธอ นาเอลรีบดึงมันออกทันทีก่อนถาม

“ทำไม”

“เพราะฉันรำคาญไงเล่า แล้วก็ขี้เกียจเห็นคนเป็นลมเป็นแล้งอีก” ไดมอนด์กล่าวอย่างอารมณ์เสีย

“เป็นลมแล้วเกี่ยวอะไรกับนายด้วย” นาเอลเริ่มฮึดฮัด

“พอได้แล้วนาเอล” โนอาร์รีบเข้ามาห้ามเธอ ขณะไดมอนด์ก็ไม่พอใจเช่นกัน แต่ทว่าเจ้าชายทั้งสามกับวีลด์กลับหัวเราะขึ้นอย่างสนุก

“ฮะฮะฮ่าๆ เธอเป็นคนตลกดีนะ” เจ้าชายฮาร์ทเอ่ยขณะลูบหัวเธออย่างเอ็นดู

            “ตลกเหรอ?” เธอทวนคำทว่ากลับทำให้นึกถึงบางอย่างที่ฝังใจจนเริ่มกอดแขนตัวเอง โนอาร์เห็นดังนั้นจึงรีบเบนความสนใจเธอทันที

            “เราหิวไม่ใช่รึไง เอาไก่ย่างไปกินก่อนสิ” เขายื่นไก่ย่างไม้ใหญ่ให้เธอก่อนจะตะโกนเรียกแจ๊คกับเอซให้ช่วยจัดอาหารและเครื่องดื่มมาให้นาเอลจนพวกเจ้าชายและวีลด์ต่างแปลกใจ แต่พวกเขาก็ยังไม่สนิทกับพี่น้องคู่นี้พอที่จะถามเรื่องส่วนตัว

 

ขณะที่นาเอลนั่งกินอาหารในส่วนของเธออย่างเอร็ดอร่อยกับโนอาร์ แจ๊คและเอซนั้น ไดมอนด์ก็ตะโกนเรียกเธอขึ้น “ยัยทอมบ้าเลือด เอาจานเปล่ามาใส่กุ้งให้ฉันที”

เธอลุกขึ้นและหยิบจานไปให้เขาอย่างไม่เต็มใจก่อนจะหันกลับมามองอาหารอีกครั้งด้วยตาละห้อย ทว่าพอเดินไปถึงเตา เขาก็กลับสั่งให้เธอคีบนู่นคีบนี่ใส่จานไม่ยั้งจนเกือบล้น แล้ววีลด์กับเจ้าชายทั้งสามก็สบตากันขึ้น

เมื่อนาเอลคีบเสร็จก็ส่งให้ไดมอนด์ แต่แล้วเขาก็เอ่ยขึ้น

 “ฉันไม่กิน” นาเอลเริ่มจะโต้กลับ หากเขาไม่เอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“เธอกินเถอะ”

“ห๊ะ!”เธอร้องขึ้น “ นายไม่สบาย เป็นไข้ ตัวร้อนรึเปล่าเนี่ย” นาเอลแตะแขนเขาที่เย็นเฉียบเพราะน้ำค้าง

“ก็ปกติดีนี่” เธอสรุป จากนั้นก็หยิบกุ้งขึ้นมากินอย่างไม่เกรงใจแถมบางครั้งยังพัดกลิ่นไปยั่วคนข้างๆด้วยแต่ไดมอนด์ก็ยังคงนิ่ง เธอจึงดูดนิ้วดัง “จ๊วบๆ” หลายที ก่อนจะเอ่ยอย่างอู้อี้

“เฮ้อ! นายเป็นอะไรมากเปล่าเนี่ย” เธอมองเขาอย่างจนปัญญา ทว่าเหล่าเจ้าชายและวีลด์ที่นั่งทานอาหารอยู่บนโต๊ะไม้สีขาวซึ่งไม่ไกลจากเตามากนักก็สบตากันขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่จะเรียกเอซ โนอาร์ และแจ๊คไปพบ

พลันพวกเขาก็ได้ยินเสียงหญิงสาวพูดคุยกันอย่างสนุกสนานตรงด้านหลังทิวไม้ จากนั้นเสียงหนึ่งก็เอ่ยขึ้น

“ว้าว! ตรงนี้มีสระน้ำด้วย สวยจัง” แล้วอีกเสียงก็เอ่ยอย่างตื่นเต้น

“มีดอกบัวบานสะพรั่งด้วยล่ะ เราไปเอากล้องมาถ่ายรูปเล่นกันเถอะ”

 “งั้นฉันไปเอาอุปกรณ์มาวาดรูปด้วยดีกว่า” เสียงคนแรกกล่าวอีกครั้งก่อนเสียงฝีเท้าทั้งหมดจะจากไปอย่างเร่งรีบ

เพียงเท่านั้นไดมอนด์ก็ตาโตทันทีและรีบรุดไปยังแถวทิวไม้อย่างไม่รีรอ ขณะนาเอลยืนกินกุ้งเอร็ดอร่อยอย่างไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น จากนั้นเจ้าชายทั้งสามก็ส่งแววตาและรอยยิ้มที่มีแต่ความสนุกให้กัน ส่วนวีลด์ได้แต่นั่งก้มหน้าอย่างหนักใจ

 

แล้วสักพักโนอาร์ก็เดินเข้ามาเรียกนาเอลซึ่งขณะนี้เธอนั่งกินอาหารเพียงคนเดียวอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนหันไปมองพี่ชายแล้วเอ่ยด้วยเสียงอู้อี้

“มีอะไรพี่”

“เลิกกินได้แล้ว” เขายกจานเธอขึ้น แต่เธอก็พยายามแย่งจานเขาเมื่อไม่ได้ก็ส่งสายตาอ้อนว้อนจนท้ายสุดก็ยอมจำนน

“ทำไมล่ะ” เธอเอ่ยขณะดูดนิ้วดังจ๊วบๆหลายที

“เฮ้อ! เอากระดาษเช็ดซะ ปากเปรอะหมดแล้ว” เขายื่นกระดาษให้เธอเช็ดปากก่อนที่เธอจะรีบดื่มน้ำตามแล้วกลืนอาหารลงคออย่างเสียดาย ทันใดนั้นโนอาร์ก็ลากนาเอลออกจากโต๊ะอาหารซึ่งเธอยังคงแอบเหลือบมองอย่างเสียดาย

“ไม่ต้องเสียดายเลย”เขาจับหน้าเธอหันกลับมาดูทางแล้วเอ่ยอย่างตัดพ้อ

“กะจะพาไปดูที่สวยๆของที่นี่สักหน่อย สงสัยเขาคงไม่อยากดูล่ะมั้ง” เพียงแค่นั้นนาเอลก็หูผึ่งแล้วรีบง้อทันที

“พี่ชายที่น่ารักแสนดีเจ้าค่ะ พาน้องสาวคนนี้ไปเที่ยวเล่นหน่อยนะ แล้วจะเชื่อฟังทุกอย่างเลย นะๆๆ” เธอใช้ลูกอ้อนจนเขาแปลกใจ

“อ้อนกับเขาเป็นด้วยหรือเรา”

“ก็เพิ่งลองทำตามวิเวียดูครั้งแรกนี่แหละ เห็นเธอใช้ได้ผลทุกที” นาเอลตอบขณะเดินลงเนินแล้วจะมุ่งหน้าไปทางอื่นจึงทำให้โนอาร์รีบคว้าแขนเธอไว้ก่อนจะจับให้เธอเดินตามเขา

“เดินตามพี่มาดีๆแล้วกัน”

“ได้เลยพี่ชาย” เธอเดินตามเขาอย่างว่าง่ายขณะที่โนอาร์เผยยิ้มเล็กน้อยแล้วเขาก็พาเธอไปดูเหล่าสัตว์เลี้ยงของที่นี่ไม่ว่าจะเป็นกระต่าย หมา แมว ม้า แพะ แกะ วัว นก หนู งูเขียวและงูเหลือมซึ่งมีทั้งที่อยู่ในกรงและอยู่ตามธรรมชาติ  จากนั้นก็เป็นพวกสัตว์มีพิษที่เลี้ยงไว้เพื่อใช้ปรุงยา ก่อนจะเป็นเรือนกระจกแหล่งเก็บเพาะพันธุ์พืชสมุนไพรซึ่งทุกที่ที่ไปจะมีคบเพลิงตั้งเรียงรายเป็นทิวแถวตลอดทาง และแล้วเขาก็พาเธอมาถึงที่สุดท้ายทว่าโนอาร์กลับหยุดเดินจนนาเอลที่เดินตามมาชนหลังเขาอย่างจัง

“ทำไมพี่หยุดล่ะ”

“เราเดินต่อไปเองก่อนแล้วกัน” เขาเอ่ยขึ้น

“พี่จะไปไหนแล้วจะรู้ได้ไงว่าไปทางไหน” โนอาร์ชี้นิ้วไปยังป้ายไม้เล็กๆที่ชี้ให้ตรงไปข้างหน้าซึ่งมีคำว่า”สระน้ำ”แล้วเอ่ยอย่างไม่เต็มปาก

“สงสัยจะกินเยอะเกินไป พี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนล่ะ” ว่าแล้วเขาก็รีบวิ่งปรู๊ดหายไปทันที ทำให้นาเอลได้แต่ขำก่อนจะเดินไปยังเขตสระน้ำ

 

ตอนแรกเธอนึกภาพว่าสระน้ำจะเป็นสระว่ายน้ำอย่างในโรงเรียน แต่ทว่าสิ่งที่เห็นมันมีสภาพเหมือนหนองน้ำขนาดใหญ่ที่เห็นทิวไม้อยู่ลิบๆมากกว่า เพียงแต่มีน้ำพุพุ่งเป็นละอองอยู่ตรงกลางทำให้มันดูเหมือนสระก็เท่านั้น แล้วเธอหันมองดูรอบๆก็เห็นเรือลำน้อยและเรือถีบจอดเทียบริมฝั่ง โธ่!ถ้าเป็นตอนเย็นก็ดีสิ จะได้ถีบเรือให้สนุกไปเลย เมื่อคิดดังนั้นนาเอลจึงแหงนหน้ามองท้องฟ้าเพื่อหวังว่ายังมีแสงอาทิตย์ ทว่าก็เห็นแต่ดวงจันทร์กลมโตจ้องเธอกลับมาราวเยาะเย้ย         

นาเอลจึงได้แต่ทอดถอนใจขณะมองสายน้ำมืดมิดที่โดนลมพัดเป็นระลอกจนมาถึงสุดขอบบ่อก็เห็นกอบัวสีขาวอมชมพูแข่งกันชูช่อบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมเย็น ทำให้เธอนึกอยากเก็บพวกมันขึ้นมาแต่ถึงเก็บยังไงก็คงไม่หมด เพราะจากบริเวณนั้นมีแต่กอบัวเบียดเสียดกันเต็มไปหมด เธอจึงหันมองไปทางทิวไม้แถวนั้นแทน

พลันสายตาเธอก็สะดุดกับผมสีเงินส่องประกายท่ามกลางแสงจันทร์ เธอเลยจะเดินเข้าไปแกล้งสักหน่อย แต่ก็ฉุกคิดได้ว่าวันนี้นายนั่นแปลกๆ จึงหันหลังเพื่อเดินกลับ แต่แล้วเสียงบรรดาแฟนคลับของไดมอนด์ก็ดังขึ้น

“อุ๊ย! นั่นท่านไดมอนด์” แฟนคลับคนหนึ่งอุทาน ทำให้คนอื่นกรี๊ดกร๊าดขึ้นมาแล้วต่างวิ่งล้อมหน้าล้อมหลังไดมอนด์ทันที นาเอลจึงรีบกระโดดหลบเข้าหลังพุ่มไม้ด้านข้างโดยพลัน แล้วเธอก็เห็นไดมอนด์ยิ้มหวานแจกจ่ายให้เหล่าแฟนคลับอย่างกระปรี้กระเปร่าซึ่งผิดกับก่อนหน้านี้ราวกับเป็นคนละคน จึงทำให้เธอตระหนักได้ว่า อ๋อ! ที่แปลกๆเพราะวันนี้ยังไม่ได้เจอพวกแฟนคลับสินะ แต่แล้วจู่ๆนาเอลก็ดีดนิ้วขึ้นทีนึงก่อนจะยิ้มให้กับพุ่มไม้อย่างมีเลศนัย

 

ไดมอนด์หัวเราะร่าอย่างมีความสุขขณะที่บรรดาแฟนคลับรุมล้อม คนนู้นคนนี้พยายามเอาใจเขากันยกใหญ่ทั้งป้อนขนมผลไม้พัดวี บ้างขอถ่ายรูปคู่บ้างขอวาดรูปโดยให้ไดมอนด์นั่งเป็นแบบจนสายตาหลายคู่หลังพุ่มไม้มองหน้ากันอย่างเป็นกังวล ซึ่งหนึ่งในนั้นมีวีลด์อยู่ด้วย

“ถ้ารู้ถึงหูราชินีกับท่านพ่อ ผมคงโดนลงโทษหนักแน่”

“ไม่หรอกน่า เราจะช่วยพูดเอง” เจ้าของนัยน์ตากลมโตสีนิลกล่าวอย่างรับรองแต่ตอนนี้เขาก็เริ่มไม่มั่นใจเสียแล้ว เพราะคนที่พวกเขารอยังไม่กลับมาสักที ครั้นแล้วชายหนุ่มผมสีเทาก็เอ่ยขึ้น

“เดี๋ยวผมไปจัดการเองครับ” แจ๊คทำท่าจะลุกขึ้นยืนทว่าเจ้าชายคลับก็รีบดึงเสื้อให้เขานั่งลงเพราะมีเสียงฝีเท้าเดินผ่านมา พอพวกเขาเห็นว่าเป็นใครก็ใจชื้นจนต่างหันมายิ้มให้กันอย่างดีใจแต่ยังคงซุ่มดูสถานการณ์ต่อไป

 

นาเอลเดินตามทางที่เธอเดินกับพี่ชายก่อนจะถึงเขตสระน้ำพร้อมถุงดำค่อนข้างใหญ่ โดยที่ไม่รู้เลยว่าได้เดินผ่านพวกเจ้าชายคลับมาแล้ว จากนั้นเธอก็เลี้ยวโค้งเพื่อไปยังเขตสระน้ำแล้วชายหนุ่มผมสีนิลในมุมมืดก็ฉีกยิ้มบางๆอย่างพอใจ ขณะชายหนุ่มอีกคนนิ่งเฉยแต่แววตากลับแฝงความสนุก ส่วนนาเอลที่ไม่รู้ว่าถูกจับตามองก็ยิ้มให้กับเจ้าถุงดำอย่างมีเลศนัยขณะเดินเข้าใกล้เขตสระน้ำมากขึ้นทุกที

พอเธอเดินถึงสระน้ำก็หาพุ่มไม้ที่ใกล้กับไดมอนด์มากที่สุด และแล้วเธอก็เจอจึงรีบเดินลัดเลาะด้านหลังพุ่มไม้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะเทของในถุงดำออกมาก่อนแล้วจับโยนใส่ไดมอนด์ที่หัวเราะร่าอย่างน่าหมั่นไส้ พลันบรรดาแฟนคลับก็กรีดร้องขึ้นเสียงดังก่อนวิ่งกระจัดกระจายหายไปในพริบตาจนไดมอนด์ฉงน แต่แล้วเขาก็รู้สึกว่ามีอะไรเกาะอยู่บนไหล่ จึงหันไปมองแล้วก็ต้องตะลึงจนตัวแข็งทีเดียว

งูเขียวตัวน้อยผงกหัวไปมาอย่างมึนงงก่อนหันมาสบตาเขา ไดมอนด์เพียงแต่จ้องมันกลับเท่านั้น เพราะสติเขาได้หลุดลอยจนสมองว่างเปล่าเสียแล้ว แต่ทว่านัยน์ตาสีน้ำเงินทะเลก็เหลือบเห็นหางมันไม่มีลายสีดำก็แสดงว่าไม่ใช่งูเขียวหางไหม้ เขาจึงสูดหายใจเข้าทีหนึ่งอย่างรวบรวมสติกลับมาก่อนจะเขวี่ยงมันทิ้งลงพื้นอย่างง่ายดาย

 

นาเอลที่แอบซุ่มดูเหตุการณ์ทั้งหมดก็ปิดปากหัวเราะอย่างสะใจจนพุ่มไม้ไหว เมื่อไดมอนด์เห็นก็แปลกใจ เขาจึงแหวกมันออก แล้วสายตาสองคู่ก็ประสานกันอย่างจัง นาเอลรีบลุกขึ้นวิ่งหนีแต่ทว่าไดมอนด์กลับคว้าแขนเธอไว้ทัน แล้วลากออกมาอย่างขุ่นเคือง

“ปล่อยฉันนะ” เธอร้องขึ้นขณะพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากมือเขา ส่วนไดมอนด์ก็จ้องเธอตาเขียวปั๊ดก่อนแหวขึ้น

“เธอกล้าดียังไงถึงโยนงูมาใส่ฉัน”

“ก็นายเป็นตัวอันตราย อยู่กับงูก็ถูกต้องแล้วนี่” นาเอลเถียงกลับ ครั้นแล้วเธอก็หัวเราะอย่างชอบใจก่อนเอ่ย

“ฮะฮะฮ่า ไม่ยักกะนึกว่านายก็กลัวงู” แล้วนาเอลก็ลูบหัวงูเขียวที่เลื้อยอยู่แถวนั้นอย่างเอ็นดูราวกับมันเป็นสัตว์เลี้ยงทีเดียว                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                         

“คนที่กลัวงูจนเป็นลมยังกล้าจะล้อคนอื่นนะ หึ หึ หึ” เขาหัวเราะในลำคอหลายทีก่อนจะกลายเป็นเสียงดังจนนาเอลเริ่มไม่พอใจ

“ก็มันตัวใหญ่นี่ แล้วฉันก็หิวด้วย ไม่งั้นไม่เป็นลมหรอกน่า” เธอหาเหตุผลมาอ้างก่อนจะซ้ำเติมเขาอีก

“ไม่เหมือนนายหรอกที่กลัวแม้กระทั่งงูเขียวตัวเล็กน่ารักแบบนี้” เธอลูบหัวงูก่อนจับมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

“ใครว่าฉันกลัว” ไดมอนด์ที่ไม่ยอมแพ้ก็แย่งงูจากมือนาเอลแล้วเอามาพันเล่น

            “เห็นมั้ยล่ะ ฉันไม่ได้กลัวงูสักหน่อย” ทว่างูมันเริ่มอารมณ์เสียที่เดี๋ยวโดนเหวี่ยงเดี๋ยวโดนแย่งก็เลยกัดข้อมือไดมอนด์เข้าให้ เขาจึงเหวี่ยงมันลงพื้นอีกครั้งอย่างโกรธเคืองขณะนาเอลหัวเราะดังลั่น

            “ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ ขนาดงูยังไม่ชอบนายเลย ฮ่าๆ”

            ไดมอนด์มองหน้าเธออย่างแค้นเคืองขณะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาพันรอบแผลเพื่อปกปิดรอยเขี้ยวงู แต่แล้วเขาก็เอ่ยขึ้น  “เธอช่วยผูกให้หน่อยสิ มันไม่ถนัด”

            เขายื่นข้อมือที่มีผ้าเช็ดหน้าโปะบนแผลให้นาเอล ซึ่งเธอก็ผูกให้อย่างไม่เต็มใจเท่าไร ชิ! เพราะมันเป็นความผิดฉันด้วยหรอกนะถึงยอมทำให้เนี่ย ทว่าขณะนั้นเองไดมอนด์ก็ใช้มืออีกข้างจับเธอโยนลงน้ำจนดัง “ตูม!

            นาเอลกลืนน้ำเข้าไปหลายอึกก่อนจะรีบแหวกกอบัวขึ้นผิวน้ำ แต่เพื่อแก้แค้นเธอจึงร้องขึ้นแล้วแกล้งดำผุดดำว่ายคล้ายกับคนจมน้ำ

            ช่วยด้วย!

            ทันใดนั้นไดมอนด์ก็กระโดดลงน้ำรีบว่ายฝ่ากอบัวไปช่วยทันที ทว่าเมื่อไปถึงนาเอลกลับหัวเราะแล้วสาดน้ำใส่จนเขาชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ

            ถ้าจะแกล้งกันอย่าล้อเล่นกับความตาย

            ก็ไม่นึกว่านายจะโดดลงมาช่วย

            ขืนให้เธอจมน้ำตายในนี้ วีลด์ก็เอาดอกบัวไปปรุงยาไม่ได้พอดีนะสิ เขาถากถาง

            ทำไมนาเอลตะคอกใส่เขาอย่างไม่พอใจ

            ก็ถ้าเธอเป็นศพก็ต้องเน่าใช่มั้ยล่ะ แล้วบัวก็ต้องเติบโตในน้ำเน่าๆ วีลด์คงไม่อยากเอาบัวแบบนี้ไปทำยาหรอก ฮ่าๆๆ เขาอธิบายยืดยาวก่อนหัวเราะเสียงดังลั่น นาเอลจึงผลักตัวเขาไปติดกับกอบัวก่อนจะว่ายน้ำหนีเพื่อขึ้นฝั่ง ทว่าไดมอนด์รีบจับแขนเธอไว้ก่อน เธอจึงหันกลับมาแล้วก็ต้องตกใจเมื่อไดมอนด์เริ่มจมลง แต่เธอก็ยังลังเลที่จะช่วยเพราะคิดว่าเขาอาจใช้แผนเดียวกับเธอ

            ขณะเดียวกันไดมอนด์ที่จมดิ่งลงเรื่อยๆ เขารู้ว่านาเอลยังลังเลกลัวว่าจะเป็นแผน แล้วก่อนที่น้ำจะมิดใบหน้าเขาก็ลากเธอลงไปด้วย พลันทั้งสองก็พยายามตะเกียกตะกายขึ้นผิวน้ำให้ได้แต่ก็ขึ้นไม่ได้สักที

            ครั้นแล้วไดมอนด์ก็กระตุกแขนนาเอล เธอจึงหันมามองขณะเขาชี้นิ้วไปยังขาตัวเองที่มีสายบัวพันอยู่ จากนั้นก็รีบว่ายน้ำขึ้นเหนือผิวน้ำแล้วพยายามเอามีดพกออกจากซอกรองเท้าหนัง แต่เพราะกางเกงที่เข้ารูปทำให้ต้องเสียเวลาในการดึง แล้วเธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนดำน้ำลงไปช่วยเขา

            นาเอลพยายามตัดสายบัวให้ขาดขณะไดมอนด์เริ่มหมดสติ เธอจึงใช้มือข้างหนึ่งพยุงเขาไว้ ส่วนอีกข้างตัดสายบัว ในที่สุดสายบัวก็หลุดจากขาไดมอนด์ ครั้นแล้วเธอก็รีบพาเขาว่ายขึ้นเหนือน้ำขณะผ้าเช็ดหน้าพันแผลได้หลุดลอยลงไปยังก้นสระ แล้วทันทีไดมอนด์ขึ้นเหนือน้ำได้เขาก็สำลักน้ำจนนัยน์ตาแดงก่ำราวกับเลือด

จากนั้นนาเอลก็พยายามลากไดมอนด์ขึ้นยังริมฝั่งก่อนจะสังเกตเห็นรอยเขี้ยวงูที่เริ่มบวมแดง แล้วสายลมยามค่ำคืนก็พัดผ่านร่างทั้งสองจนสั่นสะท้าน พลันเสียงฝีเท้ามากมายก็ก้าวเข้ามาหาพวกเขาอย่างเร่งรีบ..

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น