องครักษ์หญิงหมายเลขหนึ่ง

ตอนที่ 3 : ตอน2 ปะทะคารม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 มิ.ย. 57

Chapter2 ปะทะคารม

หน้าร้านน้ำชาฝั่งตรงข้ามโรงเรียนองครักษ์เต็มด้วยเหล่านักเรียนรุ่นน้องที่ต่างมาเลี้ยงฉลองให้รุ่นพี่ที่เพิ่งจบการศึกษาแล้วก็ยินดีกับพี่ทั้งห้าที่ได้คะแนนสูงสุดของโรงเรียน ซึ่งบริเวณนี้เสมือนเป็นสถานพักผ่อนของนักเรียนที่นี่ทีเดียว เพราะมีตึกสีสดใสและตรอกมากมายที่จำหน่ายตั้งแต่อาหารยันอาวุธเถื่อนซึ่งเปิดอยู่ในมุมลับที่รู้จักกันเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

ตึกสีฟ้าสดใสตบแต่งด้วยริ้วสายรุ้งและโมบายสีหวานที่ดังกรุ๋งกริ๋งตลอดเวลา เสียงผู้คนจ้อกแจ้กจอแจด้วยการตะโกนสั่งอาหาร ขอเมนู แล้วบริกรก็นำถ้วยน้ำชาและถ้วยกาแฟวางบนโต๊ะกลมตัวเล็กๆสีเงินที่ริมระเบียงชั้นสองซึ่งมีหญิงสาวสองคนนั่งคุยกันอย่างไม่สนใจใคร จากนั้นหญิงสาวผมยาวตรงสีส้มอ่อน นัยน์ตาสีทอง ริมฝีปากสีแดงสดเพราะความร้อนของกาแฟ ก็วางถ้วยกาแฟสีขาวขลิบทองลงบนจานเข้าชุดกันก่อนจะเอ่ยขึ้น

“นาเอล...” ทว่าเธอเอ่ยได้แค่นั้น เพราะหญิงสาวผมสั้นสีทองอ่อนทุบกำปั้นลงบนโต๊ะดังลั่นจนน้ำชาในถ้วยของเธอกระฉอกออกมา

“โว้ย! ทำไมต้องไปเป็นองครักษ์ให้เจ้าชายกะล่อนอย่างหมอนั่นด้วย”

“นาเอลไม่ชอบเจ้าชายไดมอนด์เหรอ  ดูแต่ละคนสิขอถ่ายรูปกันใหญ่” หญิงสาวสะบัดผมสีส้มอ่อนไปทางบันไดที่มีแต่นักเรียนหญิงรุมล้อมขอถ่ายรูปคู่กับไดมอนด์ บ้างเอาสมุดมาให้เซ็นอย่างกับดาราดัง

“โธ่วิเวีย! ใครจะไปชอบได้ล่ะ เจ้าชายจอมกะล่อนเจ้าชู้แบบนั้น” แล้วนาเอลก็คิดถึงตอนต้องไปเป็นองครักษ์ของไดมอนด์จนเธอรีบส่ายหัวสลัดภาพพวกนั้นก่อนร้อง “อึ๊ย!! ถ้าต้องอยู่ใกล้ตัวอันตรายอย่างหมอนั่นสู้โดนราฟาเอลฆ่าตายยังจะดีกว่าอีก”

“นาเอล เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าก็โดนลงโทษหรอก” วิเวียหันรีหันขวางอย่างหวาดหวั่น

“ช่างสิ  ใครจะมาลงโทษคนอย่างนาเอลได้ เชอะ! ฉันจะตะโกนให้ดังลั่นเลยว่า เจ้าชายตัวอันตรายจอมกะล่อนที่เก่งแต่หว่านเสน่ห์วิเวียได้ยินดังนั้นจึงรีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อหลบซุ่มดูสถานการณ์ก่อน เธอรู้ว่านาเอลรับมือไหวแน่ แต่เธอสิ ขืนโดนลูกหลงก็อดได้มาเจอเพื่อนรักอีกพอดี ส่วนนาเอลก็เข้าใจจึงไม่ว่าอะไรแล้วเธอก็นั่งดื่มชาเขียวร้อนอย่างสบายใจ

ทว่าถ้วยชาของเธอโดนปาลงพื้นจนแตกกระจายด้วยฝีมือของบรรดาแฟนคลับไดมอนด์ แล้วก่อนที่เรื่องจะร้ายแรงกว่านี้ ชายหนุ่มผมเงินก็รีบเข้ามาห้ามศึก

“คุณผู้หญิงทั้งหลายไปนั่งจิบกาแฟสบายๆก่อนดีมั้ยครับ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง” เขาเอ่ยพร้อมยิ้มหวานให้เหล่านักเรียนหญิงก่อนจะผายมือไปด้านในอย่างสุภาพ จากนั้นทุกคนก็ต่างกลับไปนั่งที่ของตนอย่างไม่เกี่ยงงอน

นาเอลสะบัดหน้าใส่แล้วก็จะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทว่าชายหนุ่มผมเงินคว้าแขนเธอไว้อย่างแรงจนเธอไม่พอใจจึงเอ่ยขึ้นขณะปัดมือเขาออก

“มีปัญหาอะไรไม่ทราบ”

“เมื่อกี้เธอพูดว่าไม่มีใครลงโทษนาเอลได้งั้นเหรอ เหอะ!ฉันนี่แหละจะลงโทษเธอ ข้อหานินทาเจ้านาย” ไดมอนด์ประกาศเสียงเขียว แล้วเหล่าแฟนคลับก็ฉีกยิ้มอย่างพอใจ

“นี่นายแอบฟังคนอื่นเขาคุยกันเหรอ เสียมารยาทชะมัด” นาเอลจ้องเขาอย่างพร้อมเอาเรื่องเต็มที่

“ใครว่าแอบฟัง ฉันเดินผ่านมาก็ได้ยินเธอต่อว่าฉันฉอดๆอยู่นี่” ไดมอนด์พยายามระงับสติอารมณ์แต่มือเขาก็จับด้ามดาบราวกับจะเตรียมชักขึ้น นาเอลเห็นอย่างนั้นจึงท้าเสียงดัง

“แน่จริงก็มาสู้กันเลยสิ อยากเห็นฝีมือของเจ้าชายเหมือนกัน” ทว่าก่อนที่ดาบจะโดนชัก เจ้าชายฮาร์ทก็เดินยิ้มเข้ามาพร้อมกับเอ่ยอย่างสนุก

            “อ้าวๆ เจ้านายกับลูกน้องทะเลาะกันเองซะแล้ว”

            “ก็ยัยนี่มันนินทาผมนี่พี่” ไดมอนด์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบซึ่งต่างกับใจที่ลุกเป็นไฟตั้งนานแล้ว

            “เปล่านินทาสักหน่อย ฉันพูดความจริงต่างหาก ก็นายมันทั้งกะล่อน เจ้าเล่ห์ ตัวอันตรายขนาดเพลย์บอยยังต้องเรียกพ่อ แล้วแบบนี้ใครเขาอยากจะไปเป็นองครักษ์ให้ล่ะ” นาเอลใส่เป็นชุดไม่ยั้ง

            “เธอนึกว่าฉันอยากได้ยัยทอมบ้าเลือด ขี้นินทาเจ้านายแบบเธอมาเป็นองครักษ์รึไง”

            “ไม่อยากได้แล้วมาเลือกฉันทำไมเล่า” นาเอลเริ่มฮึดฮัดจนอยากจะชักดาบขึ้นมาฟันไดมอนด์ทิ้งตรงนี้

            “ใครว่าฉันเลือกเธอ มันเป็นชื่อสุดท้ายที่เหลืออยู่ต่างหากล่ะ รู้ไว้ซะด้วยว่า ฉันเป็นผู้เสียสละที่ต้องจับชื่อเธอขึ้นมา"เขาเน้นน้ำเสียงประโยคสุดท้ายอย่างไม่พอใจ

            “นี่นายจะดูถูกกันมาไปแล้ว ฉันจะฆ่านาย” นาเอลชักดาบออกมาจ่อคอเขาทันที ทว่าไดมอนด์ไวกว่าจึงปัดดาบเธอออกแล้วกวัดแกว่งดาบเข้าหาเธอแทน  ครั้นแล้วเจ้าชายฮาร์ทก็รีบดีดลูกหินเข้าที่ข้อมือไดมอนด์จนดาบกระเด็นหลุดออกจากมือขณะที่เขากุมข้อมือแล้วหันมาจ้องเจ้าชายฮาร์ทอย่างแค้นเคืองก่อนร้องขึ้น

            “มันเจ็บนะพี่”

            “ก็นายอยากหันดาบใส่เธอทำไมล่ะ” เจ้าชายฮาร์ทกล่าวอย่างเฉยเมยขณะไพล่มือไว้ข้างหลัง

            “แล้วทียัยทอมบ้าเลือดนั่น ทำไมพี่ถึงไม่ห้ามล่ะ” ไดมอนด์ชี้นิ้วไปที่นาเอลอย่างอารมณ์เสีย

            “คนอย่างเราห้ามหันอาวุธหาใครโดยพลการ นายลืมกฎข้อนี้ไปแล้วรึไง”เจ้าชายฮาร์ทเตือนเขาก่อนจะสั่งสอนแบบคนเป็นพี่เขาทำกัน

“แล้วอีกอย่างนะน้องชาย เมื่อนายเป็นเจ้านายนาเอล นายก็ต้องควบคุมเธอเองสิ หากแค่องครักษ์ประจำตัวนายยังคุมไม่ได้ก็เตรียมเป็นเจ้าชายตกกระป๋องได้เลย จริงมั้ยนาเอล” ประโยคสุดท้ายเจ้าชายฮาร์ทหันไปหานาเอลพร้อมรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความสนุก จากนั้นเธอก็โค้งคำนับให้เขาอย่างนอบน้อมก่อนตอบรับ

            “เพค่ะ”

            “เหอะ! ทีกลับพี่ฮาร์ทล่ะนอบน้อมเชียวนะยัยทอมบ้าเลือด”ไดมอนด์เหน็บแนม

            เจ้าชายฮาร์ทเห็นว่าสถานการณ์จะกลับมาร้อนเป็นไฟอีกครั้งซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับวิเวียเดินกลับมาดูนาเอลพอดี เขาจึงรีบกระซิบข้างหูไดมอนด์ทันที

            “นายนี่กล้าทำตัวบ้าบิ่นต่อหน้าหญิงสาวที่น่ารักผู้นั้นได้ด้วยเหรอ” เมื่อไดมอนด์เห็นวิเวียจึงรีบออกตัวเพื่อจบสถานการณ์อันย่ำแย่นี้และรักษาภาพพจน์ตัวเองด้วย

            “ฉันลืมไปว่ามีธุระ หวังว่าวันนี้จะไม่เจอเธออีกนะ ยัยทอมบ้าเลือด” จากนั้นเขาก็เดินไปหาวิเวียที่ยังคงยืนอยู่ตรงทางเดินด้านใน

            “ลาก่อนนะครับท่านหญิงวิเวียน่า นี่ของขวัญปลอบใจเล็กน้อยที่ทำให้ท่านต้องตกใจกับสถานการณ์ย่ำแย่นี้ครับ” ไดมอนด์วางเข็มกลัดน่ารักอันหนึ่งลงบนฝามือเธอพร้อมยิ้มหวานก่อนออกไปกับเจ้าชายฮาร์ทจนวิเวียทอดสายตาตามไปอย่างลืมตัว

            “วิเวีย! วิเวีย! เธออย่าได้ลงคารมหมอนั่นเชียวนะ” นาเอลกระทุ้งแขนเพื่อนหลายทีก่อนจะจับศีรษะวิเวียสะบัดไปมาจนเธอเริ่มเห็นดาวระยิบเพราะความมึน

            “พอได้แล้วนาเอล” เธอจับมือนาเอลทิ้งก่อนจะตบแต่งผมตัวเองให้ตรงเหมือนเดิม “เธอบอกว่าอย่าหลงคารมใช่มั้ย คารมอะไรเหรอ”ทว่านาเอลไม่ทันจะตอบ วิเวียก็หยิบเข็มกลัดสีชมพูที่มีประกายเพชรแวววาวขึ้นมาหมุนเล่นก่อนเอ่ยว่า “เจ้าชายไดมอนด์ก็น่ารักดีนะ ดูเขาน่าจะเป็นมิตรที่ดีออก”

            “ท่านหญิงวิเวียน่า เมอร์แลนด์เจ้าค่ะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ  ไอ้คุณเจ้าชายจอมกะล่อนนั่นก็แค่ทำดีเพื่อให้เธอลืมภาพพจน์เสียๆของเขารู้ไว้ด้วยนะจ๊ะท่านหญิง” นาเอลเอ่ยด้วยทีท่าจริงจังจนวิเวียอ่อนใจ

            “ฉันเชื่อเธอก็ได้ ไม่เห็นจะต้องเรียกเต็มยศขนาดนั้นเลย ฉันยิ่งหนีพวกผู้ติดตามมาอยู่” จากนั้นวิเวียก็เก็บเข็มกลัดใส่กระเป๋าอย่างทะนุถนอมก่อนจะหยิบกล่องของขวัญสีเขียวซึ่งผูกริบบิ้นผ้าบางเบาสีเหลืองอ่อนขึ้นมา

            “นี่จ๊ะ สำหรับคนเก่ง” วิเวียยื่นกล่องของขวัญให้นาเอล พอเธอเปิดฝากล่องก็เห็นผ้าพันคอถักมือสีเขียวอมเทาซึ่งเป็นฝีมือถักของวิเวียที่พับไว้อย่างเรียบร้อย

            “เนี๊ยบไร้ที่ติ สวยมากเลย ขอบคุณมากนะวิเวีย” นาเอลลูบลายเส้นไหมพรมไปมาอย่างระมัดระวังก่อนจะหยิบขึ้นมาพันคอในแบบของเธอซึ่งมันยับยู่ยี่  จนวิเวียทนไม่ไหวจึงขอพันให้เองพร้อมทั้งบ่นถึงความยากลำบากที่กว่าจะหนีพวกผู้ติดตามมาได้

            “รู้มั้ยนาเอลเพื่อเอาของขวัญมาให้เธอ ฉันต้องแอบปลอมตัวเป็นนักเรียนโรงเรียนเธอ แล้วก็ต้องวิ่งวนไปมาหลายรอบเพื่อให้พวกนั้นจับไม่ทัน รู้เปล่าว่ามันลำบากแค่ไหน แล้วเธอยังจะมาพันแบบไม่เรียบร้อยอีกเนี่ยนะ” นาเอลกลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อยขณะโดนเพื่อนรักต่อว่า แต่แล้วเมื่อเธอส่องกระจกก็เห็นว่ามันช่างประณีตเรียบร้อยเหลือเกิน ถ้าให้เธอพันเองคงไม่มีทางเป็นแบบนี้แน่

            “ว้าว! สวยกว่าตอนฉันพันอีก”นาเอลเอ่ยอย่างดีใจ

            “มันแน่อยู่แล้วล่ะ” วิเวียยิ้มก่อนจะเอ่ยอย่างเศร้าสร้อยขณะจับปลายผ้าพันคอของนาเอลทับกันให้ตรงกับสาบกระดุมเสื้อ

            “พรุ่งนี้เราก็จะไม่เจอกันแล้ว ฉันคงจะคิดถึงเธอแย่” 

“ฉันจะขอหมอนั่นออกมาพบเธอเอง เราต้องได้เจอกันแน่นอน” นาเอลยิ้มกว้างจนแทบจะเห็นฟันครบทุกซี่ทีเดียว

            “แล้วเธอจะมาได้ยังไง  ไซแคลเกียห่างจากนีโอไฟล์หลายไมล์อยู่นะ” เธอเอ่ยอย่างเป็นกังวล

            “ฉันจะขี่ม้ามาหาเธอแล้วก็เขียนจดหมายมาด้วยดีเปล่าล่ะ” นาเอลเอ่ยอย่างมั่นใจทั้งที่ไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างที่พูดรึเปล่า

            “จ้า เอ๋!ฉันจะลองแอบหนีไปหาเธอที่ไซแคลเกียดีมั้ย” วิเวียนึกวิธีหนีจากผู้ติดตามทันที ทว่านาเอลก็เอ่ยทำลายความคิดเธอ

            “อย่าดีกว่า ฉันไม่อยากให้เธอพบตัวอันตรายอย่างหมอนั่นหรอก”

            “ถ้างั้นฉันก็ไปหาเธอในฐานะท่านหญิงวิเวียน่าแล้วกัน” วิเวียกล่าวอย่างประชด แต่ว่านาเอลกลับเขย่ามือเธออย่างดีใจ

            “เจ๋งเลย! ถ้าเป็นแบบนั้นหมอนั่นต้องไม่กล้าทำอะไรซี้ซั้วกับเธอแน่ ฉันลืมไปได้ไงเนี่ย” วิเวียรู้สึกหนักใจ เธอไม่อยากไปเป็นทางการแบบนั้นสักหน่อย เฮ้อ!

            แล้วเสียงระฆังจากหอระฆังก็ดังเข้ามาในร้านน้ำชาเพื่อบอกว่าอีกไม่นานทุกคนจะต้องกลับสู่โรงเรียน บรรดานักเรียนจึงต่างทยอยออกจากร้านจนเงียบเหงาทันตา ครั้นแล้วนัยน์ตาของวิเวียก็เริ่มเอ่อล้นด้วยน้ำตา เธอกอดเพื่อนรักแน่นก่อนน้ำตาจะไหลอาบแก้มแล้วร่วงลงบนผ้าพันคอของนาเอล

            “วิเวียเราต้องได้เจอกันอีกแน่ ฉันสัญญา” นาเอลสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลแล้วลูบผมสีส้มอ่อนของวิเวียอย่างอ่อนโยน จากนั้นพวกผู้ติดตามของวิเวียก็วิ่งเข้ามาอย่างเหนื่อยหอบขณะที่เธอเช็ดน้ำตาออกจากผ้าพันคอของนาเอล แล้วพวกผู้ติดตามก็เรียกเธอขึ้นอย่างแผ่วเบา

            “ท่านหญิงครับ กลับเถอะครับ” ทว่าสิ้นคำพวกเขาก็ต่างล้มระเนระนาดกองกับพื้นอย่างหมดสภาพทันที จนวิเวียหลุดหัวเราะ “คิก” ออกมา ก่อนจะปาดน้ำตาแล้วยิ้มหวานให้นาเอลแทนคำลา ส่วนนาเอลก็โบกมือลาทอดสายตามองเธอจนประตูร้านปิดลง

 

            ด้านหลังของพุ่มไม้ข้างตึกร้านน้ำชาซึ่งสามารถเห็นโต๊ะของนาเอลชัดเจน นัยน์ตาสีน้ำเงินทะเลคู่หนึ่งจ้องมองผ่านพุ่มไม้ก่อนเผยยิ้มอย่างมั่นใจขณะเอ่ยขึ้น

            “ยัยนั่นต้องเป็นทอมแน่ๆ ใช่มั้ยพี่” ทว่าไม่มีเสียงตอบกลับเขาจึงหันไปด้านหลังก็เห็นพี่ชายกับโนอาร์นั่งกินไอศกรีมอย่างสบายใจในร้านไอศกรีมฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นกระจกใสทั้งหมด แล้วจากจุดนั้นก็เห็นนาเอลกับวิเวียชัดเจน เขาจึงเดินกระฟัดกระเฟียดเข้าไปในร้านอย่างหัวเสีย

            “ทำไมพี่ไม่ชวนผมมาด้วยล่ะ”

            “อ้าวก็นายไม่ถาม ฮ่าๆ” เจ้าชายฮาร์ทหัวเราะก่อนจะชี้ไปที่ผมไดมอนด์ซึ่งมีเศษใบไม้ติดอยู่เต็มไปหมด ไดมอนด์รีบปัดมันออกอย่างรวดเร็วก่อนจะอ้าปากเพื่อต่อว่าพี่ชายต่อไป ทว่าเจ้าชายฮาร์ทรู้ทันจึงชิงเอ่ยขึ้น

            “ก็นายเองไม่ใช่เหรอที่กระตือรือร้นจะเข้าไปในพุ่มไม้นั่นนะ”

            “เออพี่นะพี่” เมื่อเล่นงานพี่ไม่ได้เขาจึงหันไปหาโนอาร์ แต่พอเห็นสายตาที่พี่ชายจ้องกลับมาอย่างห้ามปรามนั้น เขาเลยเอ่ยเรื่องอื่นกับโนอาร์แทน

            “โนอาร์ นายคิดว่านาเอลเป็นทอมมั้ย”

            “คนแบบนาเอลไม่มีทางเป็นทอมหรอกพะย่ะค่ะ” โนอาร์ปฏิเสธทันควัน แต่ไดมอนด์ก็ยังไม่เชื่อจึงซักอีก

            “แล้วที่ยัยนั่นแสดงกับท่านหญิงวิเวียน่าล่ะ”

            “นาเอลกับท่านหญิงเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก กระหม่อมก็เห็นพวกเขากอดกันจนชินไม่นึกว่านั่นจะเป็นการเบี่ยงเบนทางเพศพะย่ะค่ะ” โนอาร์ตอบด้วยความสัตย์จริง ส่วนเจ้าชายฮาร์ทก็ตักไอศกรีมเข้าปากอย่างขำขันก่อนจะลูบผมไดมอนด์ไปมาแล้วเอ่ยอย่างสนุกและเอ็นดู

            “นายคิดมากไปรึเปล่า ผู้หญิงกอดผู้หญิงก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน” เขาหยุดเล็กน้อยเพื่อกลั้นหัวเราะ

            “แต่ถ้านายคิดจะกอดพี่ล่ะก็  บอกได้คำเดียวว่า ไปตายซะน้องชาย” เขาตบหน้าไดมอนด์อย่างทีเล่นทีจริง

            “ผมจะไปคิดแบบนั้นได้ไงกันเล่า” ไดมอนด์ท้วงทันควัน

            “อ้าว ก็สายตานายมันบอกแบบนั้นนี่ จริงมั้ยโนอาร์” ประโยคหลังเจ้าชายฮาร์ทหันไปถามโนอาร์แล้วทั้งคู่ก็ต่างหัวเราะไม่หยุดจนน้ำตาเล็ดทีเดียว ส่วนไดมอนด์ก็ชักสีหน้าทันที

            “โนอาร์ นายหัวเราะอะไร” พอสิ้นคำถามไดมอนด์ โนอาร์ก็หันมาขณะปาดน้ำตาที่หางตา

            “กระหม่อมแค่รู้สึกว่า ท่านกับนาเอลช่างเหมือนกันเลยพะย่ะค่ะ ฮะฮะฮ่าๆ” จากนั้นเขาก็หัวเราะกับเจ้าชายฮาร์ทต่อ

            “แกอยากตายรึไง โนอาร์” ไดมอนด์ระเบิดอารมณ์ออกมาจนเกือบจะชักดาบขึ้นอีกครั้ง แต่แล้วเจ้าชายฮาร์ทก็รีบห้ามเขาทันที

            “นี่คนของพี่ นายไม่มีสิทธิ์ลงโทษนะไดมอนด์” ทว่าประโยคต่อไปของเจ้าชายฮาร์ทก็ทิ่มแทงทะลุขั้วหัวใจเขาอย่างเจ็บแสบ

            “แต่ขอโทษทีนะน้องชาย นายกับนาเอลช่างเหมือนกันจริงๆ ขอให้เข้าขากันเร็วๆนะ ฮ่าๆๆ” แล้วเจ้าชายฮาร์ทกับโนอาร์ก็หัวเราะกันเสียยกใหญ่ ไดมอนด์หงุดหงิดจนทนไม่ไหวจึงรีบเหวี่ยงประตูออกจากร้านอย่างรวดเร็ว

           

“โธ่เอ๊ย! พี่ขี้แกล้ง” เขาสบถขณะเดินเตะกระป๋องตามทางเดิน แล้วชายหนุ่มผมสีนิลสองคนที่บุคลิกต่างกันสิ้นเชิงก็เข้ามาทัก

“อ้าว! ไดมอนด์จะไปไหนล่ะ” ชายหนุ่มหน้ามน ตากลมโตถามขึ้น

“คลับ!พี่สเปด!” เขาเอ่ยอย่างตกใจก่อนจะตอบคำถามอย่างเรื่อยเปื่อย “เออ... แค่เดินเล่นไปเรื่อยๆเท่านั้นแหละ”

“อยากจะเก็บความทรงจำไว้รึไง” เจ้าชายสเปดกล่าวอย่างเข้าใจ

“คงงั้น” ไดมอนด์ตอบแต่ยังคงเดินเตะกระป๋องไปเรื่อยๆ

“พี่กับผมกำลังจะไปเข้าเฝ้าราชินี นายจะไปกับพวกเรามั้ย” เจ้าชายคลับชักชวนอย่างจริงใจ

“เข้าเฝ้าท่านแม่นี่นะ” ไดมอนด์ทำหน้าเหยเกอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้

“ท่านอาอยากให้เราพาไปเที่ยวนะ เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องกลับไซแคลเกียแล้ว” เจ้าชายสเปดรีบบอกเหตุผล

“ไม่ดีกว่าครับ คืนนี้ผมขออยู่เงียบๆดีกว่า” เขารีบปฏิเสธอย่างผิดวิสัยจนเจ้าชายคลับแปลกใจ

“นายนี่นะไม่ไปเที่ยว มันไม่ใช่นายเลยนะไดมอนด์ ไม่สบายรึเปล่า”

“เปล่าหรอก ฉันแค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยนะ ขอตัวไปนอนก่อนนะคลับ พี่สเปด” จากนั้นไดมอนด์ก็เดินเข้าโรงเรียนเพื่อไปยังหอนอนของเขา ทว่านัยน์ตากลมโตสีนิลยังคงจ้องมองด้วยความเป็นห่วงก่อนเอ่ยขึ้น

“ปล่อยไว้แบบนี้จะดีหรือครับพี่”

“คงไม่เป็นอะไรหรอก ไดมอนด์อาจจะเหนื่อยมากก็ได้ ไปกันเถอะคลับ” แล้วทั้งสองก็เดินไปทางอาคารประทับขององค์ราชินี แต่นัยน์ตาสีนิลลึกลับของเจ้าชายสเปดกลับมีแววแห่งความสนุกซ่อนอยู่...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น