องครักษ์หญิงหมายเลขหนึ่ง

ตอนที่ 14 : ตอน13 พิธีรับราชองครักษ์ประจำกรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 มิ.ย. 57

Chapter13 พิธีรับราชองครักษ์ประจำกรม

เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังขึ้น เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้ากันในหอประชุมใหญ่ ณ กรมองครักษ์ ซึ่งเป็นหอประชุมที่สร้างด้วยหินผาแม้จะดูไม่สูงมากนัก ทว่าก็มิอาจทำให้ใครหัวชนเพดานได้สักคนเพราะเพดานหินกรวดนั้นสูงห่างจากพื้นสองเมตรกว่าทีเดียว ผสานกับช่องหน้าต่างระบายอากาศมากมายจึงทำให้สถานที่นี้ไม่ร้อนอบอ้าวนักแม้จะเป็นห้องทรงกลมขนาดไม่ถึงไร่ก็ตาม

บนเวทีปูนได้ตั้งบัลลังก์ขององค์ราชินีและเจ้าชายทั้งสี่เป็นลำดับอย่างสวยงามโดยบังลังก์บุผ้าไหมสีแดงสดตรงกลางนั้นเป็นบัลลังก์ขององค์ราชินีควีนน่า ผู้ปกครองสูงสุดแห่งไซแคลเกีย ขณะบัลลังก์หุ้มกำมะหยี่อีกสี่ตัวที่แบ่งขนาบข้างซ้ายขวาข้างละสอง เป็นบัลลังก์ของเจ้าชายทั้งสี่ลำดับของไซแคลเกีย โดยแต่ละข้างที่นั่งของเจ้าชายนั้นจะมีโต๊ะเข้ามุมตัวเล็กประดับไว้ด้วยเพื่อวางของกำนัลที่จะมอบให้เพื่อถือเป็นการรับองครักษ์ประจำพระองค์อย่างเป็นทางการ

 

จากนั้นความฮือฮาก็เริ่มขึ้น เมื่อว่าที่องครักษ์ประจำตัวเจ้าชายทั้งสี่ปรากฏตัวในที่ท่าสง่างาม เว้นแต่หญิงกึ่งชายเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยืนกระมิดกระเมี้ยนอย่างขัดเขินกับชุดกระโปรงสีหวานที่มีริบบิ้นเบาบางผูกหน้าผูกหลังแถมผมยาวสลวยจากวิกผมชั้นเลิศของโรเดโอที่ไนทซ์เอามาให้ นัยน์ตาสีไพรจ้องมองทุกคนอย่างไม่ไว้วางใจ เพราะดูแต่ละคนมีแต่สายตาล้อเลียนเธอทั้งนั้นแถมบางคนยังผิวปากเสียอีก เนื่องจากเธอเป็นว่าที่องครักษ์ประจำตัวเจ้าชายจึงไม่ต้องใส่ชุดแบบคนอื่นๆ ขณะพวกโนอาร์ เอซและแจ๊คก็เหมือนกันงานนี้ต่างใส่ชุดทักซิโด้อย่างเท่ห์ซึ่งมันเป็นเพราะว่าแม่เธอและพ่อของวิเวียรวมทั้งไนทซ์ต่างขอร้ององค์ราชินีซึ่งพระองค์ท่านก็นึกสนุกด้วย ความจริงแล้วทั้งหมดนี้มาจากความคิดของแม่เธอคนเดียว นาเอลได้แต่ขัดเคืองอยู่ในใจที่แม่ไม่เคยให้เธอหลุดจากความเป็นสุภาพสตรีเลยสักนิด โธ่! แม่นะแม่!

นาเอลที่ไม่ชอบการมองเธอเหมือนตัวตลกจึงพยายามหลบอยู่หลังโนอาร์ แล้วให้เอซและแจ๊คพยายามบังไว้อีกชั้นหนึ่งแต่บังไงก็บังไม่มิดอยู่ดี เธอจึงยังคงถูกล้อเลียนอยู่ร่ำไปขณะวิเวียจับมือนาเอลแน่นเพื่อเรียกความมั่นใจนาเอลให้กลับมาอีกครั้ง ส่วนแม่นาเอลผู้มีผมสีทองอ่อนสลวยก็ยืนโบกไม้โบกมือให้เธอขณะในมือถือจานของว่างซึ่งยืนขนาบข้างระหว่างพ่อของวิเวียกับไนทซ์

และแล้วนาเอลก็นึกถึงคำพูดของไนทซ์ที่กล่าวกับเธอตอนเปิดถุงกระดาษเพื่อดูชุดกับวิกผมยาว

“แม่บอกว่าจะมาเยี่ยมพร้อมกับพ่อวิเวีย” แค่คำพูดนี้ลางหายนะก็บังเกิดขึ้นกับเธอมากกว่าอย่างอื่นแล้ว

 

เมื่อนาเอลในชุดกระโปรงยืนประจำที่พร้อมกับโนอาร์ เอซและแจ๊คซึ่งยืนอยู่แถวหน้าสุด จากนั้นไนทซ์ก็เดินมารับวิเวียกลับไปยังที่นั่งของผู้ปกครองขณะเดินสวนทางกับหัวหน้าราชองครักษ์และเมอร์ทิลด้า ผมสีแดงเข้มสลวยของเธอสะบัดโดนไหล่กว้างของไนทซ์เล็กน้อยอย่างจงใจขณะเอ่ยกับหัวหน้าราชองครักษ์ผมสีโค้กอย่างสนิทสนม

“เพลน ดูคู่นี้เขาเหมาะกันดีเนาะ” เรียวปากสวยของอดีตครูสาวฉีกยิ้มเล็กน้อยก่อนหลิ่วตาให้ไนทซ์อย่างล้อเลียน ทำเอาหัวหน้าราชองครักษ์อมยิ้ม ส่วนชายหนุ่มผมสีนิลที่ผูกริบบิ้นอย่างเรียบร้อยซึ่งถูกล้อเลียนอยู่นั้นปั้นหน้านิ่งเฉยทันทีขณะรีบแตะข้อศอกวิเวียเล็กน้อยเพื่อรุนให้เดินเร็วๆจะได้ผ่านพ้นเพื่อนสนิททั้งสองเสียที

พลันเสียงเพลงประจำไซแคลเกียก็ดังขึ้น จากนั้นองค์ราชินีควีนน่าเสด็จประทับบนบัลลังก์กลาง ก่อนพระองค์จะทรงประทับทรงสะบัดฉลองพระองค์สีแดงสดซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ทีนึงจนผ้าสีแดงปลิวไสว แล้วเจ้าชายทั้งสี่แห่งไซแคลเกียในชุดพระเกียรติยศอย่างเต็มภูมิซึ่งเป็นชุดสีน้ำตาลโกโก้เข้มประดับเหรียญเกียรติยศสีทองอร่ามที่เรียงเข้าชุดกันอย่างสง่างาม จากนั้นเจ้าชายทั้งสี่ก็ประทับบนบัลลังก์ขนาบข้างองค์ราชินีอย่างพร้อมเพรียง ยิ่งทำให้พิธีดูขลังและสง่างามมากขึ้นทันที

 

ครั้นแล้วเสียงแตรทำความเคารพก็ดังขึ้น ทุกคนจึงโค้งคำนับให้อย่างสง่างามแม้นาเอลจะใส่กระโปรงแต่เธอก็ไม่ยอมถอนสายบัวอยู่ดีเพราะเธอชอบโค้งคำนับมากกว่าและอีกอย่างเธอก็เหน็บดาบไว้ที่ริบบิ้นผูกเอวด้วยจึงยิ่งไม่อยากถอนสายบัวให้ใครโดยเฉพาะไดมอนด์ ทันใดนั้นนาเอลก็กระชับดาบข้างเอวพร้อมกับคนอื่นๆก่อนจะเปล่งคำสัตย์ปฏิญาณตนประสานกับคนอื่นอย่างพร้อมเพรียง

“พวกข้าองครักษ์รุ่น132ขอปฏิญาณตนจะจงรักภักดีต่อไซแคลเกีย จะจงรักภักดีต่อราชวงศ์ออสต้าผู้ปกครองสูงสุดแห่งไซแคลเกียเหนือสิ่งอื่นใด หากข้าบิดพลิ้วต่อคำสัตย์ใดขอให้ชีวิตของพวกข้าจงผิดเพี้ยน พินาศ รวมทั้งเกียรติภูมิที่ได้รับจากนีโอไฟล์เพื่ออารักขาบุคคลสำคัญก็จะทำให้ชีวาพวกข้าพระองค์พินาศราวกับตกเหวทั้งเป็น นี่คือคำสัตย์ที่พวกข้าขอมอบความจงรักภักดีต่อราชวงศ์ออสต้าผู้ปกครองอาณาจักรไซแคลเกีย ผู้นำสูงสุดของกรมองครักษ์ที่มิอาจจะทำให้แปดเปื้อนได้โดยเด็ดขาด ดังนั้นพวกข้าขอให้คำสัตย์ปฏิญาณแด่พระองค์ดุจโลหิตที่ไหลเวียนพลุกพล่านในกาย หากคำสัตย์มลายลงฉันใดโลหิตพวกข้าก็แตกสลายฉันนั้นเช่นกัน” ประโยคหลังทุกคนต่างตะเบ็งเสียงเต็มที่จนดังลั่นทั่วหอประชุมทีเดียว

พลันเสียงปรบมือจากองค์ราชินีก็ดังขึ้น แล้วเจ้าชายทั้งสี่และเหล่าผู้ปกครองที่นั่งอยู่เบื้องหลังก็ปรบมือตามกันจนสนั่นหวั่นไหวอย่างภาคภูมิใจกับเหล่าองครักษ์ใหม่กันทีเดียว

            ครั้นแล้วเหล่านักเรียนนีโอไฟล์รุ่น16ทั้งสามสิบห้าคนต่างทยอยติดเหรียญเกียรติยศและแลกกระบี่รุ่นที่ข้างเวทีกับเพลน หัวหน้าราชองครักษ์และเมอร์ทิลด้าซึ่งบัดนี้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเพลน ด้วยความเป็นเพื่อนสนิทกับเพลน อดีตครูสาวจึงขอใช้โอกาสนี้มาอุปถัมภ์การงานนิดๆหน่อยๆ ทว่าได้ข่าวตอนเป็นครูกฎระเบียบก็แอบทำแบบนี้เช่นกัน เพราะดวงคุณเธอดันเป็นดวงของคนมีเพื่อนอุปถัมภ์นะสิ แล้วขณะนั้นองค์ราชินีและเหล่าเจ้าชายจะปรบมือให้เมื่อเพลนติดเข็มเกียรติยศและเมอร์ทิลด้าแลกกระบี่เสร็จคนหนึ่งทำให้เหล่าผู้ปกครองต่างปรบมืออย่างภาคภูมิตามทันที

           

            ทว่าพอถึงลำดับของนาเอล เพลนได้แต่ขยับแว่นอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะติดเหรียญเกียรติยศให้เธอ ส่วนเมอร์ทิลด้าก็หลิ่วตามองชายกระโปรงก่อนฉีกยิ้มอย่างหยอกล้อขณะแลกกระบี่รุ่น132ของไซแคลเกียซึ่งเป็นเหล็กไหลลื่นมันวาว ปลายด้ามจับเรียวกว่ากับดาบของนีโอไฟล์เล็กน้อยแต่จับกระชับมือนัก เมื่อถูกจ้องแบบนั้นเจ้าของนัยน์ตาสีไพรก็ปั้นหน้าไม่ถูกทีเดียว เพราะเธอแทบจะไม่เคยใส่กระโปรงออกจากบ้านด้วยซ้ำมีแค่งานสองงานที่แม่หนีบเธอไปด้วยทำให้เธอต้องปลอมเป็นสุภาพสตรีแบบนี้แต่ถ้ารอดจากสายตาดุจเหยี่ยวของแม่ได้ เธอจะใช้อิสระให้เต็มที่ทีเดียว แต่ครั้งนี้เธออยากเอาปี๊บคลุมหน้าหรือหน้ามุดดินจริงๆที่ต้องใส่กระโปรงแถมวิกผมยาวสลวยต่อหน้าบรรดาคนรู้จัก จนเธอแทบอยากจะกรีดคำว่าสุภาพสตรีทิ้งบัดนี้ทีเดียว

 

          แต่ขณะนั้นเองวีลด์ก็จ้องมองนาเอลจากด้านข้างเวทีเพราะเขาเสนอตัวมาช่วยส่งของให้เพลนและเมอร์ทิลด้าทำให้เขาเห็นภาพนาเอลเป็นเสมือนนางฟ้าน้อยที่ใส่กระโปรงบานราวไปงานเต้นรำก็ไม่ปาน มันเป็นอะไรที่น่าขันกับบุคลิกของนาเอลแต่ก็น่าเอ็นดูไม่แพ้กัน เพราะวิกผมยาวทำให้เธอดูหน้าหวานไปทีเดียวซึ่งเขาก็ตกใจกับภาพเบื้องหน้าไม่น้อยแต่ทว่างานนี้ไม่ใช่มีแค่เขาตะลึงงันคนเดียวเพราะเจ้าชายทั้งสี่และเพื่อน ผู้ปกครองทั้งหลายที่เคยเจอนาเอลก็ต่างตกใจกับความงามน่ารักน่าเอ็นดูนี้เหมือนกัน

 

            ทันใดนั้นว่าที่องครักษ์ประจำตัวเจ้าชายทั้งสี่ก็ขึ้นเวทีเพื่อน้อมรับเข็มเกียรติยศองครักษ์ประจำพระองค์อย่างเป็นทางการ โดยเจ้าชายทั้งสี่นั้นลุกขึ้นพร้อมกันขณะองค์ราชินีประทับบนบัลลังก์ซึ่งสูงกว่าบัลลังก์ของเหล่าเจ้าชายมากนัก แต่ทว่าไดมอนด์ที่ยังตะลึงงันกับความงามงอนที่มันขัดกับนิสัยของนาเอลสิ้นดีจนเขามือสั่นเพราะปรับตัวไม่ถูกขณะติดเข็มเกียรติยศซึ่งเป็นริบบิ้นสีแดงสดห้อยหน้าวัวดินจิ๋วราวกับระฆังเล็กๆสีน้ำตาลเข้มที่ปกเสื้อนาเอลทีเดียว ทำเอานาเอลขมวดคิ้วน้อยๆอย่างขุ่นเคืองที่ไดมอนด์ไม่ติดเข็มให้เธอก่อนเอียงคอให้มากขึ้นเพื่อเขาจะได้ติดได้ถนัด ทว่าการกระทำนั้นยิ่งทำให้ไดมอนด์มือสั่นเข้าไปใหญ่ เพราะมันดูน่ารักเกินไปจนไม่สมกับเป็นเธอ และแล้วสายตาแปดคู่ขององค์ราชินีและเหล่าเจ้าชายก็มองไดมอนด์อย่างขำขัน ขณะโนอาร์ เอซ แจ๊คเริ่มเหงื่อตกเพราะแสงไฟเจิดจ้ากับชุดทักซิโด้และการยืนคอยที่พวกเขาคิดว่ามันนานแสนนานเพื่อรอให้ไดมอนด์ติดเข็มนาเอลให้เสร็จ จนนาเอลทนไม่ไหวที่เขาไม่ยอมติดให้เธอสักที เพราะเธอก็เริ่มร้อนเหมือนกันขณะบรรดาเจ้าชายมีลมจากช่องหน้าต่างที่ติดพัดลมช่วยระบายความร้อนเต็มที่แต่องครักษ์ประจำตัวทั้งสี่กลับไม่โดนลมนั้นสักนิด นัยน์ตาสีไพรเหลือบมองนัยน์ตาสีน้ำเงินทะเลที่อยู่สูงกว่าอย่างขุ่นเคือง ทว่าก่อนที่นาเอลจะได้เอ่ยหรือทำอะไร โนอาร์ซึ่งยืนอยู่ติดกันก็ได้แอบแตะแขนน้องสาวตัวดีอย่างเตือนสติทำให้นาเอลเหลือบหันไปมองแม่คนสวยที่ยืนฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่ยอมหุบนั้น เธอเลยลอบถอนหายใจให้ตัวเองเฮือกใหญ่ที่ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่ามลงไปจนไดมอนด์รู้สึกได้จึงเอ่ยถามเสียงเรียบขณะเริ่มติดเข็มให้เธอ แต่ยังคงมือสั่นเล็กน้อย

            “เธอเป็นอะไรไปหน่ะ”

          “ฉันควรถามนายมากกว่า เมื่อไรจะหยุดมือสั่นสักที” นาเอลเอ่ยอย่างอ้อมแอ้มเพื่อไม่ให้ปากขยับเพราะแม่จะได้ไม่ผิดสังเกต

            “ช่างฉันเถอะ” คำตอบของไดมอนด์แสนเรียบง่ายจนนาเอลขมวดคิ้วขณะเจ้าชายฮาร์ทที่ได้ยินเพราะยืนข้างไดมอนด์นั้นแอบหัวเราะอยู่ในใจนริมฝีปากแดงระเรื่อนั้นอมยิ้มน้อยๆทันที ส่วนโนอาร์ก็ได้แต่ยืนนิ่งเฉยอย่างไม่รับรู้ เพราะเขาแสดงออกอะไรไม่ได้นะสิ

 

            ครั้นแล้วการติดเข็มเกียรติยศจากเจ้าชายทั้งสี่ก็เสร็จสิ้นแม้ไดมอนด์กับนาเอลต่างไม่ได้รับคำตอบที่ต่างฝ่ายต่างถามก็ตาม แล้วทันใดที่ทุกคนประจำที่อย่างพร้อมเพรียง องค์ราชินีก็ทรงกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันราวกับปลุกขวัญกำลังใจทหารหาญที่เตรียมตัวออกรบสู้ศึกทันที

            “ขอให้พวกท่านจงอย่าลืมคำสัตย์ปฏิญาณที่ให้ไว้กับเรา จงอย่าลืมว่า ณ บัดนี้เป็นต้นไปพวกท่านเป็นคนของไซแคลเกีย เป็นผู้ปกป้องอาณาจักรแห่งนี้ แม้ว่าดินแดนนี้จะเป็นแค่แดนกสิกรรม แหล่งอาหารหรือสถานภิบาลอาหารตามที่หลายคนเรียกอย่างล้อเลียนก็ตาม แต่ก็ขอให้พวกท่านจงอย่าลืมหน้าที่งานที่จะต้องปกป้องอาณาจักรและราชวงศ์ของเราตามที่พวกท่านได้รับเกียรติจากนีโอไฟล์อาณาจักรแห่งการอารักขาหนึ่งเดียวในลุ่มแม่น้ำดิไวน์

            ดังนั้นพวกท่านจงรู้ไว้ หากไม่มีผืนดินแห่งอาณาจักรนี้ก็ไม่มีราชวงศ์ออสต้าและเรา ฉะนั้นขอให้พวกท่านจงจำไว้เสมอ แผ่นดินแห่งนี้คือเรา ขณะแหล่งอาหารทั้งหมดคือพวกท่าน ถ้าขาดผืนดินเพาะปลูกหรือผลิตภัณฑ์อาหาร แผ่นดินนี้ก็จะไม่มีทั้งเราและพวกท่าน จงอย่าลืมเกียรติภูมิของไซแคลเกียที่เรามอบให้ท่าน ณ วันนี้เสีย มิฉะนั้นความบิดเบี้ยว ความด่างพร้อยในคำสัตย์ปฏิญาณและความศรัทธาในตัวพวกท่านก็จะเกิดขึ้น แล้วบัดนั้นชีวิตพวกท่านนั่นแหละที่จะผิดเพี้ยนไป แล้วเหนือสิ่งอื่นใดขอให้พวกท่านอย่าลืมวันนี้เสีย เพราะเป็นวันที่เราขอมอบความไว้เนื้อเชื่อใจจากเราให้แก่พวกท่าน องครักษ์แห่งไซแคลเกีย ผู้พิทักษ์แผ่นดินที่ไม่กลัวแม้กระทั่งความตายเพื่อรักษาแผ่นดินและอาณาจักรไซแคลเกียให้สืบทอดถึงรุ่นลูกรุ่นหลานดังที่บรรพบุรุษเคยทำมาตลอดไป”

            พอสิ้นคำองค์ราชินีก็ทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัวไม่เว้นแต่เจ้าชายทั้งสี่ที่แม้อากาศจะมีอุณหภูมิเท่าเดิมก็ตามซึ่งไม่มีใครไม่ยอมรับถึงพลังอำนาจขององค์ราชินีที่ผ่านจากถ้อยคำวาจาแห่งความเด็ดเดี่ยวของพระองค์นั้นได้เลย

 

            ครั้นแล้วงานเลี้ยงน้ำชาก็เริ่มขึ้นหลังจากองค์ราชินีควีนน่าและเหล่าเจ้าชายทั้งสี่เสด็จกลับ บรรดาผู้ปกครองที่ต่างภูมิอกภูมิใจลูกหลานของเขาจึงพากันกรูมาหาลูกๆหลานๆพร้อมกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนพวกราชองครักษ์ก็เอาไม่อยู่ แล้วงานเลี้ยงน้ำชาก็คึกคักไปด้วยน้ำลายแตกฟองของทุกคนราวกับไม่ได้เจอกันมานานเป็นปีๆจนเสียงอึงอลไปทั่วงานกลบเสียงดนตรีที่บรรเลงเบาๆแบบงานเลี้ยงน้ำชาทั่วไปเสียหมด แต่นักดนตรีก็ยังคงทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด โดยบรรเลงเพลงเสียงดังขึ้นแต่ก็ฟังนุ่มนวลราวสำลีไม่ขัดกับเสียงดัง ทว่าก็ยังคงสู้เสียงบรรดาแขกเหรื่อไม่ได้อยู่ดี

            และแล้วนาเอลก็ถูกคุณแม่คนสวยของหนีบไว้กับตัวแจอย่างเหนียวหนึบทีเดียวขณะบรรดาอาหารทยอยมาเรียงบนโต๊ะกลาง กลิ่นหอมหวนยั่วน้ำลายนาเอลได้เป็นอย่างดี ทว่าเธอกลับต้องอดกลั้นความอยากอาหารอย่างแรงกล้า เมื่อแม่ของเธอประกบตัวจึงต้องมีความเป็นสุภาพสตรีตลอดเวลาจนเธอต้องท่องคำว่า “สุภาพสตรีๆ” วนไปเวียนมาหลายครั้งในใจทีเดียวแต่นัยน์ตาสีไพรยังคงมองเหล่าอาหารในถาดอย่างอยากลิ้มลอง

            ครั้นแล้วพวกพี่ชายแสนดีทั้งหลายก็ตักอาหารมาให้แม่ วิเวีย และนาเอลขณะพ่อวิเวียขอตัวไปเจอเพื่อนเก่าที่เป็นผู้ปกครองคนหนึ่งด้วยเหมือนกัน

            แต่ทว่าอาหารในจานนั้นไม่มี ไม่มีสิ่งที่เธออยากกินสักนิด มีแต่ผัก ผลไม้ ขนมปังไร้ไขมันเล็กน้อย ก่อนเป็นขนมหวานชิ้นเล็กกระจิ๋วเดียว เธอกินอย่างอยากร้องไห้ทีเดียว แต่คุณแม่คนสวยก็ยังคงขยับแว่นสายตาก่อนมองดูเธอเป็นระยะๆ ขณะแม่นั่งตัวตรงรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างเรียบร้อยด้วยคำเล็กๆ ทำให้เธอต้องทำตามอย่างว่าง่าย ส่วนพี่ชายทั้งสองและวิเวียรู้สึกสงสารนาเอลจับใจ จากนั้นนัยน์สีไพรก็แอบเหลือบมองอาหารด้วยตาละห้อยก่อนหันมาจัดการอาหารในจานตนเองแล้วค่อยเอาผ้าเช็ดปากทันที จนแม่ตกใจ

            “อิ่มแล้วเหรอลูก ไม่รับอะไรเพิ่มอีกเหรอ”

            “ไม่แล้วค่ะแม่ อิ่มแล้วค่ะ” คำโกหกคำใหญ่หลุดจากปากนาเอลอย่างว่าง่ายพร้อมรอยยิ้มก่อนรีบลุกไปทันที แล้วนัยน์ตาหกคู่ที่เหลือก็สบกันอย่างรู้ทันนาเอล

 

            เสียงท้องร้อง “โครกคราก” ดังออกมาอย่างกับลูกระเบิดในห้องน้ำหญิงจนบรรดาแขกคนอื่นที่เข้าห้องน้ำต้องรีบวิ่งออกมาอย่างตกใจ จากนั้นเสียงใสก็สบถอย่างระเบิดอารมณ์ความอดกลั้น

            “ฉันต้องแอบมาปล่อยเสียงท้องร้องอยากอาหารที่นี่อีกนานแค่ไหนเนี่ย” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก็ทุบประตูห้องน้ำครั้งนี้ก่อนแหวกับตัวเองอย่างขัดเคืองใจ

            “โอ้ย! หิวจะตายอยู่แล้ว ไส้จะขาดมั้ยเนี่ยฉัน” เมื่อเสียงเธอบ่นจบพลันเสียงหัวเราะลั่นก็ดังขึ้น

            “ฮะฮะฮ่าๆๆๆๆๆ” นัยน์ตาสีไพรหันจ้องไปยังเจ้าของเสียงหัวเราะทันที เพราะเขาอยู่ไม่ไกลจากเธอมากนักขณะที่เธอเดินออกมาจากห้องน้ำหญิงซึ่งไร้ผู้คนที่วิ่งกระเจิงไปหมดเพราะเธอแล้ว

            “นายยังไม่กลับไปอีกเหรอ ตัวอันตราย” เธอแหวใส่เขาอย่างอารมณ์เสียทันที

            “ก็แค่อยากดูหนังม้วนนี้ให้จบ” ไดมอนด์เอ่ยก่อนฉีกยิ้มกว้างให้อย่างจงใจ

            “หนัง?” เธอทวนคำอย่างฉงนทันที

            “ก็แค่อยากดูว่าเธอจะทนกับชุดนี้ไปได้ถึงเมื่อไร”คำตอบเขาทำให้นาเอลเข้าใจทันที พลันเธอก็ทอดถอนใจ

            “เฮ้อ! นั่นสิเนาะ นายเข้าใจด้วยเหรอเนี่ย ขอบใจนะตัวอันตราย” นาเอลตบบ่าเขาทีนึงก่อนจากไปจนไดมอนด์หันมองตามเธอก่อนจะมองบ่าตนเองแล้วก็นึกได้ว่ามันควรเป็นเขาที่ตบบ่าเธอต่างหากล่ะ

            “เดี๋ยวก่อนสิยัยทอมบ้าเลือด” ไดมอนด์ตะโกนขณะสืบเท้าไปใกล้เธอทันที

            “เธอไม่มีสิทธิ์ตบบ่าฉันนะ”

            “เอ๋! เพื่อนตบบ่าเพื่อนไม่ได้เหรอ?” นาเอลเอ่ยอย่างสงสัย

            “เราไปเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เมื่อไร ฉันเป็นเจ้านายเธอต่างหากล่ะยัยทอมบ้าเลือด”ไดมอนด์รีบกล่าวอย่างเตือนสติเธอ

            “อืมๆ” ริมฝีปากสวยรับแค่นั้นเพราะตอนนี้ความหิวทวีคูณจนนัยน์ตาแทบลาย ทำให้เธอไม่สนใจเรื่องอื่นนอกจากอาหาร ไดมอนด์ก็มองดูนาเอลที่จ้องมองแต่ถาดอาหารอย่างเดียว เขาจึงจนใจที่จะคุยกับเธอรู้เรื่อง เลยทอดถอนใจอย่างระอาก่อนเดินจากไป ทว่าการเดินมาคู่กันนั้นกลับไม่รอดสายตาบรรดาแฟนคลับไดมอนด์ ทำให้อุณหภูมิในเลือดพวกเธอพุ่งปรี๊ดทันทีทว่าพวกเธอก็เก็บความรู้สึกเหล่านั้นไว้ขณะอยู่กับเหล่าผู้ปกครอง

            ทว่าขณะนั้นเองพี่ชายแสนดีทั้งสองคนกับเพื่อนรักของนาเอลก็ช่วยกันวางแผนเพื่อช่วยเหลือนาเอลให้หลุดรอดจากแม่ โดยพวกเขาวางแผนให้ไนทซ์ไปคุยกับเพลนและเมอร์ทิลด้าซึ่งรู้พฤติกรรมนาเอลดี เมอร์ทิลด้าจึงจัดการไปสั่งเหล่าแม่ครัวทั้งหมดทำอาหารชุดพิเศษเพิ่มเติม จนบรรดาแม่ครัวงงงันเพราะอาหารที่เมอร์ทิลด้าสั่งนั้นมันเกือบจะยกมาจัดงานอีกครั้งได้ทีเดียวแต่ก็ไม่มีใครกล้าถามผู้ช่วยหัวหน้าราชองครักษ์สักคน

 

            ครั้นแล้วนาเอลก็กลับมาคุยกับแม่ วิเวียและโนอาร์ต่อ ขณะนัยน์ตาสีไพรเหลือบมองจากของโนอาร์กับไนทซ์ที่เจ้าตัวหายไปไหนไม่รู้ ซึ่งมันมีแต่ของที่เธออยากกินทั้งนั้นจนเธออดหน้ามุ่ยใส่พี่ชายแสนดีหน่อยๆไม่ได้ก่อนกระซิบเพื่อหลบสายตาแม่

            “ตักมายั่วกันชัดๆ” โนอาร์ยิ้มรับก่อนเอ่ย

            “ก็พวกพี่อยากกินนี่ จริงมั้ยฮะแม่ พวกผู้ชายต้องกินเนื้อสัตว์เยอะหน่อยจะได้มีแรง”ประโยคเขาเอ่ยกลับแม่อย่างยั่วน้องสาวเล่น

            “ใช่แล้วจ๊ะลูก” แม่เอ่ยแค่นั้นก่อนจะเช็ดริมฝีปากด้วยผ้าทีละนิดเพื่อมิให้สีชาดที่แต่งแต้มหลุดลอกออกจากริมฝีปากเยอะนัก จากนั้นแม่ก็ขยับแว่นสายตาอีกครั้งก่อนหันมาหาจ้องนัยน์ตาสีไพรอย่างเอ็นดู

            “อิ่มแล้วจริงๆหรือลูก”

            “จริงๆค่ะ” เธอตอบก่อนขอตัวไปห้องน้ำอีกครั้งจนแม่อดเป็นห่วงไม่ได้

            “โนอาร์ น้องเข้าห้องน้ำบ่อยไปแล้วนะลูก เป็นอะไรรึเปล่า”

            “ไม่เป็นไรหรอกฮะแม่ คงดื่มน้ำมากไปหน่อยเท่านั้นเองฮะ” คำตอบของเขาไม่ผิดสังเกตสักนิดประจวบกับพ่อของวิเวียเดินกลับมาพร้อมกับไนทซ์พอดี ทำให้วิเวียรีบเรียกความสนใจแม่นาเอลทันที

            “พ่อกับพี่ไนทซ์กลับมาแล้วค่ะ”

            “อืม! ท่านเมอร์แลนด์มาพอดี ฉันจะได้พูดถึงพลีนุมสักหน่อย” แม่นาเอลกล่าวอย่างดีใจขณะวิเวียทำตาใสซื่อก่อนเอ่ย

            “นั่นสินะค่ะ คุณพ่อชอบเอ่ยถึงพลีนุมให้วิเวียฟังบ่อยๆค่ะคุณน้าโคลท์”

            “จริงหรือจ๊ะ”

            “ใช่ค่ะ คุณพ่อชอบกล่าวว่า พลีนุมเป็นเมืองสันติสุขแท้จริง ช่างสมกับคำว่าเขตปลอดความวุ่นวาย ไร้ความอยุติธรรมอย่างแท้จริงค่ะ”

            “ใช่เลยจ๊ะหนูวิเวีย” ทันใดนั้นแม่นาเอลหรือน้าโคลท์ของวิเวียก็กล่าวชื่นชมบรรยากาศของพลีนุมอย่างภูมิใจที่เธอได้มีบ้านที่นั่น ซึ่งทุกคนต่างรู้ดีว่าถ้าเข้าเรื่องนี้แล้วเธอคนนี้ก็จะไม่สนใจเรื่องอื่นอีกเลย

 

            ในขณะที่นาเอลวิ่งกลับไปมาระหว่างโต๊ะอาหารกับห้องน้ำเพื่อระเบิดเสียงท้องร้องนั้น ไม่พ้นนัยน์ตาของวีลด์ เพราะเขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยากรู้ว่าเธอจะมีพฤติกรรมกับชุดสาวหวานอย่างไร แล้วเขาก็ต้องทั้งขำทั้งสงสารทีเดียวที่เห็นนาเอลต้องค่อยๆกินทีละนิดอย่างผู้ดี ทว่าเขาก็ต้องมองอยู่ได้ไม่นานเพราะเมื่อเหล่าผู้ปกครองทยอยกลับ บรรดาแฟนคลับเขาก็เริ่มก่อกวนจนรุมล้อมเขาราวกับอยู่ในรั้วก็ไม่ปานจนเขาอดคิดถึงไดมอนด์ญาติผู้น้องไม่ได้ที่ดีใจและชอบการล้อมหน้าล้อมหลังแบบนี้ได้อย่างไรกันทว่าที่เขามองนาเอลนั้นก็ไม่พ้นสายตาบรรดาแฟนคลับไปได้

 

            ส่วนขณะนั้นนาเอล วิเวียและพี่ชายแสนดีทั้งสองก็เดินมาส่งแม่นาเอลกับพ่อวิเวียซึ่งจะกลับไปทำงานที่พลีนุมเลยขึ้นรถม้า พลันเมื่อรถม้าพ้นจากสายตา นาเอลก็ถูกวิเวียและโนอาร์ลากตัวไปทันทีขณะเจ้าตัวมึนงงเพราะยังคงตาลายกับความหิวโหย

            ครั้นแล้วพวกเขาก็มาถึงสวนหลังกรมองครักษ์ที่เพลนกับเมอร์ทิลด้ายืนรออยู่แล้ว ทันใดลมก็พัดโชยกลิ่นอาหารมาประทะจมูกจิ้มลิ้มของเธอ นัยน์ตาสีไพรก็เบิกกว้างทันที แล้วความเป็นสุภาพสตรีก็ถูกละทิ้งลง เธอยกกระโปรงยาวกรอมเท้าขึ้นก่อนวิ่งไปยังโต๊ะกลางสวนที่วางถาดอาหารไว้อย่างละลานตา แล้วจัดการน่องไก่ชิ้นยักษ์ก่อนบรรเลงสปาเก็ตตี้ สเต็ก และซดน้ำซุปใสขณะมืออีกข้างคนถ้วยซุปหอย ก่อนคาบขนมปังจิ้มซุปไว้ในปาก จากนั้นจึงตบท้ายด้วยเค้กชากับเค้กส้ม ทว่าก่อนเธอจะลงมือกินเธอสูดดมความหอมหวานอย่างยั่วยวนเพื่อนร่วมโต๊ะแต่ไม่มีใครสนด้วย ทำให้เธอยิ้มเผล่ก่อนค่อยๆละเลียดกินอย่างมีความสุข และดูดนิ้วเสียงดัง “จ๊วบจ๊าบ” เลียครีมที่ปากหลายทีก่อนเริ่มชิ้นใหม่ ความจริงเธออยากเลียจานด้วยแต่เห็นสายตาที่ไนทซ์มองเธออย่างเอือมระอาเลยหยุดไว้แค่นั้น ขณะวิเวีย โนอาร์ เพลนและเมอร์ทิลด้าต่างหัวเราะสภาพการกินของเธอจนน้ำตาเล็ดทีเดียว

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น