องครักษ์หญิงหมายเลขหนึ่ง

ตอนที่ 13 : ตอน12 พิธีกรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 มิ.ย. 57


Chapter12 พิธีกรรม

 

“มีใครเคยว่าไว้ พอหลังวันพระจันทร์เต็มดวงจะเป็นวันแห่งศาสตร์มืดครอบงำ ทุกท้องที่ล้วนแต่ปิดประตูบ้านของตนเอง ในยามค่ำนี้สิ่งเดียวที่พวกเขาเกรงกลัวคือการนำหญิงสาวบริสุทธิ์ไปเป็นเครื่องเซ่นไหว้แด่ยมทูต แต่ไม่เคยมีใครรู้ว่าสถานใดที่เรียกว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหมาะกับการทำพิธีกรรมนั้น” แจ๊คกล่าวขณะดูหน้าปกหนังสือศาสตร์มืดที่เก่าคร่ำครึจนกระดาษกรอบเป็นแผ่นๆทีเดียว ขณะเอซนั่งพาดขาบนโต๊ะอ่านหนังสือในหอหนังสือของเรือนอาคันตุกะ

“มันคงเป็นเรื่องหลอกเด็กแหละ อย่าจริงจังเลย” เขากล่าวก่อนจะลุกขึ้นมากระชับดาบที่เอว

“แต่ฉันเคยได้ยินมาว่า เขาจะเอาผู้หญิงเหล่านี้ไปขายให้นายทุนเยี่ยงทาสนะ” แจ๊คไม่เอ่ยเปล่าแถมยังเอาชูเครื่องประมวลผลเกี่ยวกับเรื่องนั้นให้ดูด้วย

“ข้อมูลนายอาจจะผิดอีกก็ได้ ใครจะรู้” เอซเอ่ยกับแจ๊คก่อนจะหันมากวัดแกว่งดาบหานาเอลทันทีพร้อมกล่าว

 “เรามาประลองเล่นๆดีกว่านะนาเอล” แต่ดูเหมือนนัยน์ตาสีไพรกลับไม่ลุกวาวอย่างปกติที่เห็นการต่อสู้เป็นเรื่องสนุกสักนิด ทำให้ทุกคนจ้องมองนาเอลที่เคยร่าเริงอย่างเป็นกังวลทีเดียว เมื่อพี่ชายแสนดีอย่างโนอาร์รู้สึกเห็นใจน้องสาวตัวดีจึงถามไนทซ์ที่รู้เรื่องกฎระเบียบต่างๆในไซแคลเกียเพราะด้วยตำแหน่งราชทูตแห่งโรเดโอและเป็นเพื่อนสนิทของหัวหน้าราชองครักษ์

“ให้ผมรับโทษแทนได้ไหมพี่”

“ไม่ได้ นายไม่ผิดแต่นาเอลเป็นคนผิด” ไนทซ์เสียงแข็ง

“แล้วนาเอลต้องรับโทษอะไรบ้างล่ะ” โนอาร์ถามอีก

“พี่ไม่รู้ แต่ก็น่าจะไม่ร้ายแรงอะไรมาก”

“ขอให้เป็นเช่นนั้น” โนอาร์ เอซ แจ๊ค ต่างภาวนาให้นาเอล ขณะนัยน์ตาสีเทาประกายเขียวของไนทซ์จ้องออกไปนอกหน้าต่างเพื่อมองนาเอลกับวิเวียอย่างเป็นกังวลซึ่งแตกต่างจากท่าทีก่อนหน้าเหลือเกิน

 

แต่ทว่าจากนั้นไม่นานนาเอลก็เล่นสนุกกับขลุ่ยไม้เลาใหม่ที่เธอเอามาแกล้งฟาดฟันเป็นดาบใส่วิเวียเพราะเริ่มหายเครียดเนื่องจากได้หม่ำของอร่อยๆมาแล้วจนวิเวียต้องร้องเตือนนาเอลเบาๆ

“เดี๋ยวก็ได้หักเหมือนเลาก่อนหรอก”

“จริงด้วยสิ!” นาเอลร้องขึ้นอย่างลืมตัว ก่อนลูบขลุ่ยไปมาอย่างทะนุถนอม

“คราวที่แล้วขอโทษด้วยนะจ๊ะคุณขลุ่ย ฉันเผลอเอาไปเล่นเป็นดาบจนหักคามือเลย โทษทีน้า” นาเอลกล่าวเชิงขอโทษขลุ่ยจนวิเวียเผลอหัวเราะกับมุมน่ารักๆที่ไม่ค่อยเห็นนักของเพื่อนรัก

จากนั้นนาเอลก็ค่อยๆไล่เสียงขลุ่ยไปมาอย่างสนุกเพื่อให้คุ้นชินก่อนจะเป่าเป็นเพลง แล้วเธอก็บรรเลงเพลงสุดโปรดของเธอให้วิเวียฟังซึ่งมันเป็นเพลงของประเทศทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แสนจะสนุกสนานทีเดียวจนวิเวียกับนาเอลเต้นระบำไปพร้อมกันแม้ท่อนเพลงจะสั้นก็ตามแต่นาเอลก็เป่าวนไปมาจนเธอเป่าไม่ไหวแล้วเพราะจะหมดลม

ครั้นแล้วนาเอลก็สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ขณะวางขลุ่ยไม้ไว้บนขอบปูนที่ล้อมต้นไม้ใหญ่ไว้ พวกเธอจึงใช้ขอบปูนนั้นเป็นที่นั่งพักพิง แล้วเมื่อวิเวียเห็นนาเอลหายเหนื่อยจึงเอ่ยขึ้น

“เพลงที่เป่าชื่ออะไรเหรอ”

“อ๋อ!” นาเอลร้องทันทีขณะกัดกล้วยหอมที่วิเวียให้เพราะเธอมักพกของกินไว้ในกระเป๋าเสมอเมื่ออยู่กับนาเอล เนื่องจากรู้จักนิสัยเพื่อนรักดี

“มันชื่อ Bat Eat Banana นะ แต่ถ้าเป็นภาษาที่นั้นเขาเรียกว่า ค้างคาวกินกล้วย” เธอพูดสำเนียงไม่ชัดนักขณะเคี้ยวกล้วยหอมเต็มปาก

“เหมาะกับเธอดีนะ” เสียงถากถางดังขึ้นข้างหลังพวกเธอซึ่งนาเอลรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไดมอนด์ ขณะวิเวียรู้สึกเหมือนเคยได้ยินทางเพลงแบบนี้มาก่อนแต่ทำนองมันหวานปนเศร้ากว่านี้เหลือเกินแต่เธอนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกเสียที

“แล้วไง ตัวอันตราย” นาเอลแขวะใส่เขา

“ก็ไม่แล้วไง ฉันแค่อยากเป่าเพลงให้เธอฟังบ้าง” ไดมอนด์ฉีกยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์

“ไดมอนด์เขาเป่าเพลงจากใบไม้ได้นะครับ” เจ้าชายคลับเอ่ยทันทีขณะเด็ดดอกเข็มมาร้อยเป็นมงกุฏให้วิเวียซึ่งเธอก็ถูกใจไม่น้อย โค้งให้เจ้าชายคลับหลายทีเลย

ส่วนไดมอนด์ก็เด็ดใบไม้แถวนั้นมาเป่าเป็นเพลงThe Four Season ของVivaldi ช่วงที่เขาเป่าเป็นทำนองท่อนฤดูใบไม้ผลิ นาเอลก็ไม่ยอมให้ไดมอนด์ได้หน้าคนเดียวจึงเป่าประชันเพลงค้างคาวกินกล้วยด้วย แล้วต่างคนก็ต่างเป่าเพลงของตนเองให้กลบเสียงของอีกฝ่ายจนเหนื่อยหอบไปทั้งคู่ ทำให้เจ้าชายฮาร์ทที่เดินเข้ามาทีหลังปรบมือให้เสียงดังก่อนเอ่ย

“เสมอ” ไดมอนด์กับนาเอลจึงสะบัดหน้าหนีคนละทางอย่างไม่อยากยอมรับความจริง แล้วบัดนั้นเองเจ้าชายฮาร์ทก็คุยกับเจ้าชายคลับและไดมอนด์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขณะนาเอลหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนจึงหลับพร้อมเปลือกกล้วยใต้ต้นไม้ใหญ่นั้น ส่วนวิเวียเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวเล็กน้อยก่อนขึ้นไปสมทบกับไนทซ์ โนอาร์ที่หอหนังสือ เพราะเพื่อนรักคนนี้ถ้าขืนถูกปลุกแล้วล่ะก็มีหวังอาละวาดไม่หยุดแน่

 

พอตกเย็นโนอาร์ แจ๊ค เอซต่างพยายามคุ้มกันนาเอลเต็มที่จนเธอเข้าห้องพักแต่พวกเขาก็ยังคงผลัดกันเฝ้ายามหน้าห้องของตนเพื่อมองดูห้องนาเอลฝั่งตรงข้ามแล้วพอเที่ยงคืน นาฬิกาลูกตุ้มที่ชั้นล่างของเรือนอาคันตุกะก็ดังขึ้นสามที หญิงสาวชุดผ้าโปร่งเบาสีขาวสองคนก็ปรากฏตัวหน้าห้องนาเอลก็จะกึ่งลากกึ่งจูงเธอลงไปยังชั้นใต้ดิน โชคยังดีที่โนอาร์ได้ให้แหวนเลเซอร์ไว้เธอจึงแอบส่องสัญญาณให้เอซที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเขารู้ เพราะเวลานี้ทั้งเรือนอาคันตุกะได้ปิดไฟมืดทุกแห่ง ทำให้โนอาร์ แจ๊คและเอซแอบตามนาเอลลงไปยังชั้นใต้ดิน

แล้วพวกเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวเมื่อเห็นหญิงสาวที่เจอที่หน้าร้านเค้กนั่งอยู่บนวงแหวนรูปดาวท่ามกลางหญิงสาวชุดผ้าบางเบาสีขาว ก่อนจะบรรเลงเพลงทั้งทำนองทั้งภาษาแปร่งๆขึ้น

“ท่านยมทูตทั้งหลาย ราชินีสีขาวบริสุทธิ์ผู้เลอโฉม นั่งอยู่กลางวงฐานันดรใดก็บ่ยั่น พวกท่านจะดูแลและคุ้มครองพวกเราตลอดไป รวมทั้งนางอันแสนบริสุทธิ์นี้ด้วย” จากนั้นก็เป็นการร่ายรำ เคาะจังหวะดนตรี ราวกับเป็นงานคาร์นิวัลก็ไม่ปาน เพราะทุกคนต้องสวมหน้ากากแฟนซีหลากสีรวมทั้งนาเอลที่โดนให้ใส่หน้ากากขนนกสีแดง โทษฐานที่เธอทำผิดกฎจึงต้องมาเป็นแขกงานเลี้ยงที่จะจัดขึ้นทุกหลังคืนพระจันทร์เต็มดวงเพื่อบูชาหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ที่ต้องการความคุ้มครองจากยมทูตสีขาวทั้งหลาย ซึ่งท่านรูริอันและท่านแรกูจะอุปโลกน์ตนเองเป็นยมทูตและราชินีผู้แสนบริสุทธิ์เลอโฉมโดยการนั่งบนบัลลังก์ ส่วนนางชุดขาวคนอื่นๆที่รอบล้อมนั้นก็เรียกตนว่ายมทูต ขณะนาเอลนั่งอีกฟากหนึ่งพร้อมกับของกินหลากหลายซึ่งเธอต้องกินให้หมดนั่นคือกฎของคนทำผิด ถ้าเป็นคนอื่นคงแย่แต่สำหรับนาเอลนั้นโทษครั้งนี้เธอรับอย่างเต็มใจไม่ว่าจะเป็นน้ำองุ่นแสนวิเศษ ผลไม้หลากหลาย เค้กแยมเอย ทาร์ตไข่เอย มันเผา และอะไรต่อมิอะไร จนพวกโนอาร์ที่ตามลงมาดูด้วยความเป็นห่วงแต่ละคนแทบเอาหัวชนฝา ตบหัวตัวเองบ้าง เพราะมันมีการทำโทษบ้าๆอะไรที่เข้ากับนาเอลแบบนี้ด้วย จนแจ๊คที่อ่านเรื่องศาสตร์มืดมาเยอะเจอแบบนี้เข้าก็แทบจิตหลุดได้เหมือนกัน เพราะมันเป็นงานเลี้ยงบ้าบอคอแตกชะมัด หรือไม่มันก็งานคาร์นิวัลใต้ดินดีๆนี่เอง ทว่าพอใกล้สว่างท่านเรดดิชก็ตะโกนจากหลังม่านสีขาวทั้งหมด

“หยุดงาน แล้วแยกย้ายกันไปนอน” จึงทำให้ว่าที่องครักษ์ทั้งสี่เข้าใจถึงกฎข้อสามทันทีที่ให้พวกเขารีบออกจากห้องขณะแสงแรกแห่งวันขึ้นเพื่อผู้ร่วมงานคาร์นิวัลทั้งหมดนี้จะได้ไปนอนที่ห้องพวกเขา ฉะนั้นพวกเขาจึงรู้สึกว่าท่านเรดดิชมีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องนี้ด้วย ทำให้อยากจะสืบเรื่องเกี่ยวกับที่เอาหญิงสาวไปขายในนายทุนให้ใช้งานเยี่ยงทาสอย่างที่แจ๊คกล่าวด้วย ทว่าว่าพวกเขาเริ่มวางแผนจะพิสูจน์หาความจริงดันกลับลืมว่าเช้าวันนี้เป็นวันที่พวกเขาต้องออกจากที่นี่เพื่อเข้าพิธีรับองครักษ์ประจำกรมองครักษ์แห่งไซแคลเกีย เมื่อเสียงวิเวียเจื้อยแจ้วเข้ามาในหอหนังสือที่พวกเขากลับมารวมตัวอีกครั้ง แผนการทั้งหมดก็ต้องเป็นอันตกพับไปทันที

“พวกเธอยังไม่เปลี่ยนชุดเข้าพิธีรับองครักษ์อีกเหรอ”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น