องครักษ์หญิงหมายเลขหนึ่ง

ตอนที่ 12 : ตอน11ไนทซ์ เคาน์เทียร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 มิ.ย. 57


 Chapter11 ไนทซ์ เคาน์เทียร์

ณ คฤหาสน์เมอร์แลนด์ก่อนตะวันจะโผล่พ้นขอบฟ้าเต็มที่ หญิงสาวผมยาวตรงสีส้มอ่อนอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ขณะรื้อตู้เสื้อผ้ายกใหญ่เพื่อหาชุดที่สวยที่สุดดีที่สุด โดยมีลูล่าสาวใช้คนสนิทช่วยเลือก ว่าแล้วหญิงสาวผมยาวตรงก็ชูชุดกระโปรงยาวสีแดงเข้มขลิบลายทองให้ลูล่าดู ทว่าเธอกลับส่ายหัวก่อนเอ่ยขึ้น

“คุณหนู มันดูแก่ไปเจ้าค่ะ” จากนั้นเธอก็แนะนำอีกชุดให้เจ้านาย

“คุณหนูไม่ลองดูชุดนี้หรือเจ้าค่ะ?” ว่าแล้วเธอก็ชูชุดกระโปรงสีส้มอ่อนที่ดูเรียบๆแต่มีโบว์ประดับเพื่อความน่ารักซึ่งดูแล้วเข้ากับวิเวียที่สุด ทำให้นัยน์ตาสีทองเป็นประกายสดใสทีเดียวก่อนคว้าชุดนั้นไปเปลี่ยนแล้วเติมแต่งเครื่องประดับเล็กน้อยเพื่อให้สมกับเป็นท่านหญิงวิเวียน่า เมอร์แลนด์ลูกสาวท่านเอกอัครราชทูตประจำพลีนุม พลันริมฝีปากแดงระเรื่อที่เติมแต่งด้วยสีชาดก็กล่าวลอยๆขึ้น

“หวังว่าพี่ไนทซ์จะชอบนะ” ทว่าลูล่าได้ยินจึงเอ่ยอย่างเอาใจเจ้านาย

“สำหรับท่านไนทซ์ เคาน์เทียร์ ไม่ว่าคุณหนูใส่ชุดไหนก็คงน่ารักทั้งนั้นแหละเจ้าค่ะ” ลูล่ายิ้มอย่างจริงใจขณะวิเวียก็ใจชื้นจนยิ้มตอบลูล่าในกระจกเช่นกัน ทว่าในใจเธอรู้ดีว่าเขากำลังทำตามหน้าที่เท่านั้นไม่เคยเห็นเธอเป็นอื่นนอกจากน้องสาวหรือลูกสาวของผู้มีพระคุณ แต่เธอก็จะพยายามเปิดใจเขาให้ได้

 

            พลันรถม้าก็จอดเทียบหน้าคฤหาสน์เมอร์แลนด์ ชายร่างสูงก้าวออกจากรถอย่างมั่นคง จากนั้นก็โค้งเคารพให้ท่านเมอร์แลนด์เจ้าของคฤหาสน์อย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับวิเวียลงมาจากบันไดบ้านพอดี เธอวาดหวังว่าไนทซ์คงจะมองเธอเหมือนที่เจ้าชายตะลึงในความงามของเจ้าหญิงทีเดียว แต่ทว่านัยน์ตาสีเทาประกายเขียวมองเธออย่างนิ่งเฉย ไร้อารมณ์ใดทั้งสิ้นเพียงแค่รับรู้ว่าเธอมาแล้วเท่านั้น แล้วขณะนั้นเอง ท่านเมอร์แลนด์ก็มอบกล่องกระดาษสีสวยที่ผูกริบบิ้นบางเบาให้ไนทซ์ก่อนเอ่ย

            “พ่อของเธอ ฝากสิ่งนี้ให้นาเอล เธอช่วยเอาไปให้เขาทีนะ”

            “ได้ขอรับ กระผมจะเป็นคนให้นาเอลถึงมือทีเดียวขอรับ”ไนทซ์กล่าวอย่างน้อบนอม จากนั้นทั้งสองก็โค้งให้ท่านเมอร์แลนด์ก่อนก้าวขึ้นรถม้า แล้วเมื่อรถม้าแล่นไปเรื่อยๆวิเวียก็ม่อยหลับไปขณะศีรษะเธอพิงขอบหน้าต่างฝั่งตรงข้าม ส่วนไนทซ์ที่นั่งอีกฝั่งก็เหม่อมองดวงอาทิตย์สีแดงกลมโตอย่างพึงพอใจระคนกับความกังวลทีเดียว ก่อนพึมพำเล็กน้อย

            “ในที่สุดก็ทันตะวันขึ้นสักทีนะ”

 

 

            ขณะที่ไซแคลเกียเรื่องวุ่นก็เกิดขึ้นเมื่อนาเอลหลับไม่ยอมตื่น ไม่ว่าจะเป็นเอซ โนอาร์ แจ๊ค ผลัดกันปลุกอย่างไรก็ไม่ยอมตื่นสักที ทั้งที่ตัวเองแหกกฎแท้ๆแต่กลับทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย สุดท้ายโนอาร์จเอาน้ำสาดใส่นาเอล เธอถึงทะลึ่งตัวตื่นสักที พลันนาเอลก็โวยวายขึ้น

            “ทำไมต้องสาดน้ำใส่กันด้วย ปลุกดีๆก็ได้นี่”

            “มันกี่โมงกันแล้ว จะเลยแสงแรกแห่งวันอยู่แล้ว เดี๋ยวก็ผิดกฎอีกหรอก” โนอาร์บ่นแบบหลุดการควบคุมตัวเอง เขามักจะเป็นแบบนี้ถ้านาเอลดื้อจนไม่อาจควบคุม

            “รีบกลับห้องเธอดีกว่า แล้วพวกเราจะรออยู่ข้างล่าง” เอซเอ่ยบ้าง

            “ใช่ ฉันไม่อยากซวยเพราะเธอ” แจ๊คกล่าวขณะขยับแว่นไปมา

 

            พลันแสงแดดยามเช้าก็เจิดจ้า เหล่าว่าที่องครักษ์ทั้งสี่ก็ต่างห้อม้าเข้าสู่ย่านการค้าใหญ่สุดอีกครั้ง เพื่อหามื้อเช้าหม่ำอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะแยกไปเดินดูซื้อของที่ตนอยากได้ แล้วขณะที่โนอาร์กับนาเอลนั่งจิบชากับเค้กชิ้นสวย รถม้าสีดำก็จอดเทียบหน้าร้าน ก่อนชายร่างสูงกับหญิงสาวผมตรงสีส้มอ่อนจะเดินตรงมาหาพวกเขา

            นาเอลรีบวิ่งออกจากร้านทันทีก่อนโผกอดวิเวียอย่างดีใจขณะวิเวียชูช่อดอกเชอร์รี่ที่เธอทับเป็นที่คั่นหนังสือให้นาเอลดู แล้วขณะนั้นไนทซ์ก็เดินตัวตรงอย่างสง่างามเข้าไปหาโนอาร์ที่โต๊ะก่อนทั้งสองจะพาไปที่มุมลับตาคน จากนั้นโนอาร์ก็กระซิบ

            “พี่ นาเอลเป็นลมอีกแล้ว”

            “พี่รู้แล้วถึงได้รีบมาไง” ไนทซ์ตอบ

            “รู้แล้ว?” โนอาร์ฉงนเล็กน้อย แต่ก็รู้ดีว่าไนทซ์คงมีสายข่าวอยู่บ้าง เพราะไนทซ์ก็ห่วงน้องสาวคนนี้ไม่แพ้เขาเหมือนกัน แต่ทว่าไนทซ์กลับเอ่ยถึงเรื่องที่เขาไม่คาดคิด

            “มีเรื่องอื่นน่าห่วงกว่าอีก”

            “ห๊ะ!” โนอาร์ร้องอย่างตกใจ

            “อืมๆ” ไนทซ์ตอบแค่นั้นก็จะพยักหน้าให้เล็กน้อย แต่โนอาร์ก็ขมวดคิ้วหากันอย่างสงสัยเพียงแต่เขารู้ดีว่าถ้าพี่ชายไม่อยากบอกอะไรอย่าซักจะดีกว่า

 

            จากนั้นหน้าร้านก็มีหญิงชรานั่งร้องไห้ไหว้วอนหญิงสาวสองคนที่นุ่งผ้าโปร่งเบาสีขาว แถมที่มือยังถือหอกสามง่ามสีทองด้วย

            “ท่านรูริอัน ท่านแรกู อย่าได้พรากลูกสาวข้าไปเลยเจ้าค่ะ”

            “ไม่ได้ วันนี้เป็นวันหลังคืนวันเพ็ญ เจ้าก็รู้ดีนี่ว่าวันนี้เป็นวันที่ลูกสาวเจ้าต้องทำพิธีกรรม” หญิงสาวถือหอกคนหนึ่งตอบ

            “ได้โปรดเถอะท่าน ข้ามีลูกสาวอยู่เพียงคนเดียว ได้โปรด!!”หญิงชรายังคงคุกเข่าจับปลายชุดผ้าบางเบานั่น ทว่าหญิงสาวคนนั้นก็ปัดมือออกขณะที่จับข้อมือลูกสาวยายจากไป หญิงสาวที่ถูกจับตัวได้แต่ตะโกนปลอบคนเป็นแม่

            “เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันจ๊ะแม่ หนูเชื่อว่าอย่างนั้น แม่รอหนูนะจ๊ะ” และแล้วหญิงสาวนุ่งผ้าบางเบาคนหนึ่งก็นำตัวเธอไป ขณะอีกคนจ้องมองมายังนาเอลก่อนเอ่ย

            “คืนนี้ฉันก็จะมารับเธอเหมือนกัน ฐานทำผิดกฎเรือนอาคันตุกะ” มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือหอกของหญิงสาวตบหน้านาเอลเบาๆ

            “แล้วผมล่ะ” โนอาร์แทรกทันที

            “นายไม่ได้เป็นผู้แหกกฎ จึงไม่เกี่ยวเพราะนายไม่ได้เป็นคนข้ามไปอีกฟากของเรือน”ริมฝีปากแต้มด้วยชาดตอบแค่นั้นก่อนจากไปพร้อมกับหญิงสาวทั้งสอง

            ส่วนนาเอลตะลึงงันทำอะไรไม่ถูกขณะโนอาร์ปลอบขวัญนาเอลและวิเวียด้วย

            “โทษคงไม่ร้ายแรงอะไรหรอก อย่าคิดมากเลย” นาเอลพยายามสะกดความหวาดกลัวที่เธอมีไว้ ขณะทั้งหมดกลับมายังเรือนอาคันตุกะ

 

            พอถึงเรือนอาคันตุกะแจ๊คกับเอซก็ขอตัวแยกย้ายไปขณะวิเวีย นาเอล โนอาร์และไนทซ์นั่งเล่นในสวนแถวนั้น ทันใดไนทซ์ก็ยื่นถุงกระดาษให้โนอาร์ใบหนึ่ง ขณะยื่นถุงกระดาษให้นาเอลสองใบ

            พอโนอาร์แกะห่อก็พบว่าเป็นเสื้อผ้าสาลูที่ตัดเย็บอย่างดี ขณะนาเอลเปิดถุงใบแรกก็พบกล่องของขวัญสีเขียวผูกโบว์บางเบาอย่างสวยงาม เธอบรรจงแกะอย่างเรียบร้อย  ทว่ามันก็ยังคงขาดเป็นแหว่งๆอยู่ดี พลันเธอก็เห็นขลุ่ยไม้สวยงามเลาหนึ่งซึ่งแสดงว่าพ่อที่เป็นนักโบราณคดีได้ไปสำรวจยังประเทศทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกแล้ว นัยน์ตาสีไพรจ้องมองขลุ่ยเลานั้นอย่างยินดีขณะลูบไล้มันอย่างทะนุถนอมทีเดียว จากนั้นเธอก็เปิดถุงกระดาษอีกใบแล้วก็ต้องตะลึงงัน เมื่อโนอาร์กับวิเวียเห็นดังนั้นจึงขอดูบ้างเมื่อเห็นว่าเป็นอะไร ขณะโนอาร์เริ่มเห็นลางหายนะ วิเวียก็พึมพำออกมา

            “อย่างนี้ฉันต้องอยู่ช่วยเธอแล้วสินาเอล”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น