องครักษ์หญิงหมายเลขหนึ่ง

ตอนที่ 11 : ตอน10 แหกกฎ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 มิ.ย. 57

Chapter10 แหกกฎ

ณ เรือนอาคันตุกะ ก่อนแสงแรกแห่งตะวันจะสาดส่อง ท่านเรดดิชก็ปรบมือเสียงดังลั่นราวกับเรียกรวมพลทีเดียว ขณะเจ้าพนักงานเดินไปเคาะประตูตามห้องพัก จนในที่สุดว่าที่ราชองครักษ์ทั้ง35คนก็ลงมาครบครันอย่างงัวเงียเป็นที่สุดจนบางคนต้องพิงหรือเกาะเสาไม่ให้ล้มขณะที่บางคนเกาะบ่าเพื่อนเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้เผลอหลับ

ครั้นแล้วนัยน์ตาสีแดงสดก็กวาดมองทั่วโถงชั้นล่าง เมื่อเห็นว่าครบคนแล้วจึงประกาศด้วยเสียงก้องกังวานให้ได้ยินทั่วทุกบริเวณจนนักเรียนนีโอไฟล์รุ่น16 ตื่นเต็มตาทุกคน

“อีกสามวันจะเป็นฤกษ์ดีสำหรับพิธีรับองครักษ์ประจำกรมของไซแคลเกีย พวกเธอทุกคนเตรียมเก็บข้าวของกันให้ดีล่ะ อย่าหลงเหลืออะไรไว้ที่นี่แต่อย่างเดียว เข้าใจมั้ย?” ประโยคหลังนัยน์ตาสีแดงสดดุดันมากจนทุกคนต่างพยักหน้าอย่างเกรงกลัว ทว่าท่านเรดดิชก็กระแอมขึ้นเล็กน้อยราวเรียกสติทุกคนกลับมาก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เอาล่ะ! ไหนๆก็ตื่นกันหมดทุกคนแล้ว รีบไปแต่งตัวแล้วลงมาทานมื้อเช้ากัน” พอสิ้นคำทุกคนต่างรีบขานรับกันทันทีแล้วเผ่นหนีเข้าห้องตัวเองให้เร็วที่สุด เพราะแต่ละคนกลัวหญิงสาวชุดส่าหรีคนนี้เหลือเกิน

 

ห่างออกไปจากไซแคลเกีย ขณะนั้นเองรถม้ารับจ้างคันหนึ่งก็เทียบจอดหน้าอาคารสีมุขที่ดูหรูหราสวยงาม พลันสารถีก็เปิดประตูให้นายจ้างอย่างนอบน้อม ทว่าก่อนที่นายจ้างร่างสูงเพรียวจะก้าวขึ้นรถ เขาก็ได้หันมากำชับกับสารถีคนนี้

“อย่าบังคับม้าจนหลงทิศอีกล่ะ คราวนี้เรารีบ”

“ขอรับท่านราชทูต กระผมจะตรงไปยังนีโอไฟล์ให้เร็วที่สุดขอรับ” สารถีรับปากอย่างหนักแน่น ทำให้ชายร่างสูงเบาใจไม่น้อยก่อนก้าวขึ้นรถม้า แล้วขณะนั้นสารถีก็รีบหอบถุงกระดาษอย่างพะรุงพะรังมาวางไว้บนเบาะอีกฟากของท่านราชทูตทันที

ครั้นแล้วรถม้าก็ทะยานออกจากหน้าเรือนสีมุข ขณะนัยน์ตาสีเทาประกายเขียวแหงนมองท้องฟ้าที่หน้าต่างรถม้า แล้วดวงอาทิตย์สีแดงกลมโตก็ค่อยๆเคลื่อนออกจากเมฆหมอกยามเช้า จากนั้นรอยยิ้มพิมพ์ใจก็ผุดขึ้นที่ริมฝีปากบางขณะนัยน์ตาสีเทาประกายเขียวจ้องดวงอาทิตย์อย่างแสนสุข

“ในที่สุดก็ทันพระอาทิตย์ขึ้นสักทีนะ”

 

 

          บัดนั้นเองนาเอลที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกจากห้องพักเพื่อไปยืมม้าจากโรงม้าเช่นเดิม ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังศูนย์รวมย่านการค้าที่ใหญ่สุดของไซแคลเกีย เพราะเมื่อวานเธอมัวแต่หาร้านส่งจดหมายจึงไม่ได้เดินดูให้หนำใจ แถมวันนี้โนอาร์ก็ให้เงินเธอมาก้อนหนึ่งแล้วด้วย คราวนี้ล่ะ! อยากซื้ออะไรก็จะซื้อให้สะบั้นหั่นแหลก แต่ก่อนอื่นเธอต้องแวะหม่ำมื้อเที่ยงแสนอร่อยเสียก่อน นาเอลจึงฝากม้าไว้ที่คอกเหมือนเคยก่อนมุ่งไปยังร้านอาหารที่เมื่อวานได้เล็งไว้

            ครั้นแล้วเธอจึงเดินเข้าร้านพิซซ่า สั่งทั้งพิซซ่าถาดกลาง สปาเก็ตตี้จานยักษ์ และอะไรต่อมิอะไร จากนั้นเธอก็กินอย่างเอร็ดอร่อยแสนสุข แม้จะปากเปรอะเปื้อนไปบ้างเธอก็ไม่ถือสา พออิ่มได้ที่เธอจึงเช็ดปากด้วยกระดาษก่อนจะไปจ่ายเงิน

และแล้วเธอก็เดินดูตรอกนู้นตรอกนี้อย่างสบายใจแถมยังได้ของเล็กๆน้อยๆติดมือมาด้วย ทว่าความจริงแล้วเธออยากได้ดาบจำลองแต่ก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เพราะประลองกับใครก็ไม่ได้แล้วอีกไม่กี่วันเธอก็จะได้ดาบอันใหม่ เธอจึงตัดสินใจไม่ซื้อก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังสวนสาธารณะแล้วเอนตัวนอนลงบนพื้นหญ้ามองดูแสงอาทิตย์ยามสนธยา ทว่าเธอเผลอหลับไปนานตื่นขึ้นมาก็มืดเสียแล้ว จึงรีบหาทางกลับแต่ทว่าดันหลงเสียอีก กว่าจะเจอคอกม้าดวงจันทร์เต็มดวงก็สาดส่องแล้ว

เธอยังคงจำกฎของเรือนอาคันตุกะได้ดีจึงรีบห้อม้ากลับเรือนเร็วไว แล้วดวงจันทร์ก็เริ่มเคลื่อนตรงหัวเธอเรื่อยๆ นั่นแสดงว่าเที่ยงคืนกำลังคืบคลานเข้ามา แต่โชคยังดีที่เธอกลับเข้าห้องตัวเองทันเพียงแค่เสี้ยวนาทีเท่านั้น

          ทว่าพอเธออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเสียงโหยหวนหรือเสียงสวดอะไรสักอย่างก็ดังขึ้นทำให้เธอไม่อยากอยู่คนเดียวจึงรีบวิ่งข้ามฝั่งไปเคาะประตูห้องโนอาร์อย่างลืมกฎของที่นี่ทันที

            พอโนอาร์เปิดประตูห้องนาเอลก็โผกอดพี่ชายแสนดีทันทีก่อนเอ่ยอย่างรวดเร็ว

            “พี่ๆ ฉันขอนอนด้วยนะ” โนอาร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นสภาพนาเอลที่ตัวสั่นราวกับลูกนกตกน้ำและยังคอยมองซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวังแถมบางครั้งยังยกมือปิดหูด้วย เขาจึงยอมแหกกฏเช่นกันก่อนจะประคองและปลอบน้องสาวให้สงบ จากนั้นเขาก็ให้เธอนอนบนเตียงขณะตัวเขานอนบนโซฟายาว แต่ยังคงมองเธอเป็นระยะๆ จนนาเอลม่อยหลับไป เขาจึงค่อยหลับอย่างไร้กังวล แต่ทว่าบทลงโทษที่ทั้งสองแหกกฎแล้วนี้กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่ช้าแม้จะเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันก็ตาม

 

            ข้ามเขตป่าจักรพรรดิเข้าสู่เขตนีโอไฟล์ไปสักระยะ รถม้าคันหนึ่งได้วิ่งห้ออย่างเร่งรีบก่อนหยุดลงหน้าคฤหาสน์สีขาวปลอด หลังคาสีทองอร่าม ถึงแม้ยามดึกสงัดแบบนี้แต่ตัวเรือนขาวกับหลังคาทองนั้นก็ยังคงประจักษ์ต่อสายตาทุกผู้ที่พบผ่านดังสารถีคนนี้เช่นกัน  นัยน์ตาสีเทาประกายเขียวจ้องคฤหาสน์นั้นก่อนจะหลับตาลงอย่างรวบรวมสมาธิพร้อมใส่หัวโขนที่เขาเป็นก่อนจะทอดถอนใจทีหนึ่งแล้วจึงก้าวออกจากรถม้าอย่างมั่นคง แววตาเรียบเฉย แล้วมุ่งหน้าเข้าคฤหาสน์เพียงอย่างเดียว ขณะสารถีและสาวใช้ของคฤหาสน์ต่างรีบหอบของพะรุงพะรังตามชายร่างสูงไปทันที

            พอถึงห้องโถงกลางของคฤหาสน์ สาวใช้ที่คาดผ้ากั้นเปื้อนรีบรินชาให้แขกทั้งสองที่มาเยือนยามวิกาลขณะที่สารถีได้รับชาเขาก็ขอตัวไปรอข้างนอก ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับเจ้าของคฤหาสน์ลงมาจากข้างบนพอดี

            ชายร่างสูงเรียบทำความเคารพเขาทันทีก่อนกล่าวอย่างสุภาพนอบน้อม

            “ขอประทานโทษขอรับ ที่มาหาท่านเอกอัครราชทูตประจำพลีนุนยามวิกาลเยี่ยงนี้”

            “ไม่ต้องมีพิธีรีตองรอไนทซ์ เธอเสมือนเป็นหลานเรานะ ทำตัวตามสบายเถอะ”

            “ขอรับ” ไนทซ์ขานรับขณะยกถ้วยชาขึ้นจิบ แต่ก็ไม่วายสงสัยบางสิ่ง

            “กระผมขอเรียนถามอะไรท่านสักนิดได้ไหมขอรับ”

            “เอาสิ มีอะไรว่ามาเลย” ท่านเมอร์แลนด์พยักหน้าเล็กน้อย

            “ทำไมท่านถึงอยู่นีโอไฟล์แทนที่จะอยู่พลีนุนขอรับ”

            “เราพักร้อนอยู่นะ แต่อีกไม่นานก็จะกลับพลีนุมแล้ว”

            “พักร้อน?” ไนทซ์ทวนคำอย่างฉงน เพราะตอนนี้มันเป็นรอยต่อของฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อนนะสิ ท่านเมอร์แลนด์จึงกล่าวอย่างรู้ทันความคิดไนทซ์

            “ฉันขอลาก่อนหน้าร้อนเองแหละ เพราะจะได้ใช้เวลาให้กับวิเวียที่ปิดเทอมอย่างเต็มที่” ท่านเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนรีบเอ่ยอย่างฉุกคิดได้

            “ถ้าวิเวียเปิดเทอมแล้ว เธอช่วยดูแลเขาแทนฉันด้วยล่ะ เพราะปีนี้เป็นปีสุดท้ายของการเรียนทูตแล้ว อีกอย่างพวกเธออยู่โรเดโอเหมือนกัน มันคงลำบากไม่น้อยที่จะให้วิเวียไปหาฉันที่พลีนุม”

            “ขอรับ กระผมจะช่วยอย่างเต็มที่เหมือนที่ท่านเมตตากระผมขอรับ”เขารับปากอย่างหนักแน่น

            “แล้วเจอวิเวียยังล่ะ?” ท่านเมอร์แลนด์ถามอย่างกระเซ้าเย้าแหย่

            “ยังขอรับ” ทว่าคำตอบของไนทซ์รวมทั้งแววตาสีเทาประกายเขียวนิ่งเฉย ก่อนเขาจะเปลี่ยนเรื่องอื่นเอง

            “วันนี้กระผมได้นำของกำนัลเล็กน้อยมาให้ท่านขอรับรวมทั้งของฝากจากพ่อและแม่ขอรับ”ไนซท์รีบเอาของทั้งหมดออกจากถุงกระดาษโดยส่งแต่ละชิ้นให้ท่านเมอร์แลนด์พิจารณาซึ่งมันเป็นสิ่งของที่วิเศษมาก มีเนคไทสีเงินที่ไนทซ์เลือกให้ ขณะอีกกล่องเป็นผ้าพันคออย่างดีที่เป็นฝีมือของแม่เขา ส่วนกล่องที่สามเป็นหีบเพลงชั้นดีจากพ่อของเขาเอง เมื่อท่านเมอร์แลนด์เห็นของแต่ละชิ้นก็อดหัวเราะไม่ได้

            “ฮะฮะฮ่าๆๆๆ สมแล้วที่ครอบครัวเราเป็นเพื่อนกัน ของแต่ละสิ่งนั้นถูกใจเรามากทีเดียว ฮะๆๆ”ท่านยังคงหัวเราะเล็กน้อย ขณะไนทซ์ก็ยิ้มน้อยๆที่มุมปากอย่างพึงพอใจซึ่งปกติเขาเป็นคนยิ้มยากทีเดียว แต่ทว่าเขาก็ฉุกคิดเรื่องจดหมายขึ้นมาได้

            “กระผมมีอีกเรื่องที่จะปรึกษาท่านเกี่ยวกับเรื่องจดหมายด้วยขอรับ”

            “อ๋อ!” ท่านเมอร์แลนด์ร้องขึ้นทันทีก่อนกล่าวเนื้อความในจดหมาย

            “หากเธอจะไปไซแคลเกียเมื่อไรก็ฝากวิเวียไปด้วยใช่มั้ย”

            “ขอรับ”เขาขานรับทันที

“กระผมคิดว่าจะเดินทางไปไซแคลเกียพรุ่งนี้ขอรับ” ไนทซ์กล่าวอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ

“ดีล่ะ พรุ่งนี้เช้าเธอก็มารับวิเวียไปไซแคลเกียและกลับมาพร้อมกันแล้วกัน”ท่านเมอร์แลนด์สรุปเสร็จสรรพ ทำให้ไนทซ์ไม่มีทางเลือกอีก

“ขอรับ กระผมจะดูแลท่านหญิงอย่างดีที่สุดขอรับ”

“ดีมากๆๆ”ท่านเมอร์แลนด์ตบบ่าไนทซ์หลายครั้งจนเขาแทบรู้สึกเหมือนไหล่ทรุดทีเดียว แต่นัยน์ตาสีเทาประกายเขียวนั้นก็ยังคงนิ่งเฉย

จากนั้นไนทซ์ก็ขอตัวกลับไปยังบ้านพักที่เขาติดต่อเช่าไว้แล้ว ครั้นแล้วสารถีก็ทะยานม้าออกจากคฤหาสน์เมอร์แลนอย่างว่องไวขณะนัยน์ตาสีทองของวิเวียจ้องมองรถม้าที่พุ่งทะยานจากหน้าต่างตลอดเวลา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น