องครักษ์หญิงหมายเลขหนึ่ง

ตอนที่ 10 : ตอน9 นกกับจดหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 มิ.ย. 57

Chapter9 นกกับจดหมาย

นัยน์ตาสีไพรลืมขึ้นอย่างช้าๆก่อนกวาดสายตามองรอบห้อง เธอจึงตระหนักได้ว่านอนอยู่บนเตียงห้องพักตนเอง ทันใดนั้นความที่ว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงก็เกิดขึ้น แต่ก่อนที่จะทันคิดอะไรต่อ ท้องเจ้ากรรมก็ดันร้อง “โครกคราก”  ความคิดทั้งหมดจึงชะงักลงทันทีขณะเมนูอาหารหลากหลายไหลเข้ามาแทนที่ ฉะนั้นเธอจึงรีบลุกจากเตียงอย่างรวดเร็วก่อนคว้าผ้าขนหนูไปล้างหน้าล้างตา เสร็จแล้วก็รีบคว้าซองจดหมายที่วางไว้บนโต๊ะเพื่อส่งไปให้วิเวียโดยพลัน ก่อนสืบเท้าออกจากห้องอย่างเร่งรีบ

 

พลันม้าสีน้ำตาลสง่าที่นาเอลขอยืมจากโรงเก็บม้าในเขตพระราชฐาน ก็ทำให้เธอหงุดหงิดใจไม่น้อยที่ต้องลงลายมือชื่อพร้อมกับกำกับเวลาส่งคืนด้วย แต่เมื่อเธอได้ม้ามา ความหงุดหงิดก็สูญสิ้นก่อนจะห้อม้าเข้าสู่ศูนย์กลางของไซแคลเกีย

            ครั้นแล้วเธอก็บังคับม้าให้วิ่งเหยาะๆเพื่อเข้าไปในคอกรับฝากก่อนที่เธอจะได้รับแลกหมายเลขฝากจากนั้นก็มุ่งหน้าเข้าสู่ศูนย์รวมย่านการค้าที่ใหญ่สุดในไซแคลเกียเสมือนจัตุรัสย่านการค้าของโรเดโอที่ถนนหนทางสะอาดสะอ้าน มีตึกรามบ้านช่องตั้งเรียงรายเพื่อเปิดเป็นร้านประเภทต่างๆ แถมยังมีตรอกเล็กตรอกน้อยที่พ่อค้าแม่ค้าใช้ผ้าปูบนพื้นเพื่อตั้งสินค้าอีกด้วย นาเอลเดินดูร้านค้าต่างๆมากมายจนรู้สึกอยากได้สินค้าทั้งหมดทีเดียว โดยเฉพาะอาหารที่เธออยากกินมากเหลือเกิน แต่พ่อแม่กลับฝากเงินไว้กับพี่ชายแสนดี โดยไม่ยอมให้เธอใช้เยอะจนเกินเหตุ และขณะนี้เธอก็เหลือเงินในกระเป๋าไม่เท่าไร เธอจึงคิดจะซื้อผลไม้แทนแต่ก็ฉุกนึกได้ว่าต้องรีบหาที่ส่งจดหมายให้วิเวียก่อน นาเอลจึงเดินไปเรื่อยๆเพื่อหาที่ส่งจดหมาย โดยไม่รู้ตัวเลยว่าโดนนัยน์ตาสีเทาจ้องมองตลอดเวลา

            เขาเห็นตั้งแต่เธอฝากม้าไว้ที่คอกแล้วเพราะเขาก็มาที่นี่เพื่อทำธุระเหมือนกัน แต่เนื่องจากกลัวว่าน้องสาวตัวดีจะก่อเรื่องอีกจึงแอบติดตามโดยไม่ให้เธอรู้ตัว จากนั้นเขาก็เห็นนาเอลเดินเข้าไปใกล้ร้านสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นที่หมายเขาเช่นกัน ฉะนั้นเขาจึงคิดว่าค่อยมาร้านสัตว์เลี้ยงใหม่หลังจากน้องสาวตัวดีออกไปแล้ว ทันใดนั้นโนอาร์ก็เดินไปอีกฟากของถนนทันที

           

            พลันนาเอลก็จ้องมองกระจกหน้าร้านสัตว์เลี้ยงที่มีสัตว์ทุกชนิดที่สามารถขายเป็นสัตว์เลี้ยงได้ แต่เหตุที่เธอจ้องร้านนี้อย่างสนใจนั้นเพราะมันเป็นร้านสุดท้ายที่เธอเจอแล้วต่างหาก จากนั้นเธอก็จ้องมองจดหมายของตัวเองกับป้ายชื่อร้าน “พริตตี้เพต” อย่างผิดหวังก่อนพึมพำเบาๆ

            “รึว่าเราจะมาผิดเนี่ย? แต่แล้วความคิดอีกอย่างก็โลดแล่น

            “แม้จะไม่ได้ส่งจดหมายก็ไม่เป็นไร ขอไปเล่นกับเจ้าแมวเหมียวขนฟูสักหน่อยดีกว่า” ว่าแล้วเธอก็ผลักประตูร้านเข้าไปอย่างมาดมั่นเพื่อหวังจะเล่นกับลูกแมวน้อยให้เต็มที่ ทันใดที่เสียงกรุ๋งกริ๋งจากกระดิ่งที่แขวนหน้าประตูดังขึ้น หญิงสาวร่างระหงก็เอื้อนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ

            “มีอะไรให้ช่วยมั้ยค่ะ”

            สิ้นคำของหญิงสาวเล่นเอานาเอลงงเป็นไก่ตาแตกทีเดียวจนขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เพราะปกติเจ้าของร้านมักพูดว่า รับอะไรดีค่ะ ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม? คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวนาเอลทำให้เธอไม่ตอบสักที ทว่าหญิงสาวร่างระหงนั้นกลับสังเกตเห็นจดหมายในมือเธอก่อนกล่าวอย่างต้อนรับอีกครั้ง

            “คุณคงจะมาส่งจดหมายสินะค่ะ กรุณาคอยสักครู่ค่ะ” ครั้นแล้วหญิงสาวร่างระหงก็เผยมือให้นาเอลนั่งฝั่งตรงข้ามกับเก้าอี้มีพนักพิงตัวใหญ่ที่ดูเหมือนว่าเบาะจะหนานุ่มทีเดียว แล้วสักเดี๋ยวชาร้อนชั้นดีของไซแคลเกียก็ถูกมาวางบนโต๊ะข้างตัวนาเอล นัยน์ตาสีไพรจ้องมองมันอย่างยินดีทีเดียวก่อนค่อยๆจิบชาแสนอร่อยนี้ให้ชื่นใจแทนความเมื่อยล้าที่เดินมาเป็นชั่วโมง

            จากนั้นขณะรอจดหมายนาเอลจึงเอามือไปลูบขนแมวขาวปลอดทั้งตัวแต่นัยน์ตากลับเป็นสีฟ้ามุขที่แปลกตาและสวยงาม ขนของแมวก็ละเอียดฟูฟองแถมอบอุ่นและนุ่มทีเดียว หญิงสาวร่างระหงจึงเปิดกรงให้นาเอลอุ้มเล่น แต่ขนมันกลับร่วงติดเต็มชุดของนาเอลไม่น้อย และบัดนั้นเสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง ชายรูปร่างสันทัดผมสีหยกก็ปรากฏพร้อมนกพิราบสามตัวที่เกาะบนหัวเขาบ้างเกาะบนไหล่ทั้งสองข้างบ้างก่อนสบถขึ้น

            “กว่าจะจับกลับมาได้ครบทุกตัวยากชะมัด โซลาร์ขออะไรหวานๆกินหน่อยสิ” หญิงสาวร่างระหงรีบหายเข้าไปในครัวทันทีก่อนจะยกคัสตาร์ดเค้กที่ฉ่ำด้วยน้ำตาลไหม้ออกมา

            จากนั้นชายหนุ่มผมหยกก็เก็บนกพวกนั้นใส่กรงก่อนนั่งลงบนเก้าอี้พนักพิงฝั่งตรงข้ามกับนาเอล แต่นาเอลกลับไม่สนใจแกล้งทำเป็นเล่นกับแมวเหมียวน้อยต่อไป ทันใดนั้นหญิงสาวร่างระหงก็เตือนสติชายหนุ่มผมหยกที่มัวแต่กินคัสตาร์ดอย่างอร่อย

            “เกรงใจแขกบ้างสิแบล็ค เขามาส่งจดหมายนะ” ทันใดชายหนุ่มก็หรี่ตามองนาเอลก่อนจะผลักถ้วยคัสตาร์ดเค้กไปที่มุมโต๊ะ

            “มาส่งจดหมายเหรอ?” ทว่านัยน์ตาสีไพรกลับมีแววขึงขังระแวดระวังตลอดเวลาเพราะเธอไม่ไว้ใจคนๆนี้เอาเสียเลย ขณะโซลาร์ก็ขอแมวคืนเพื่อเก็บไว้ในกรงให้ลูกค้าต่อไป ทำให้นาเอลปัดขนแมวไปมาอย่างไม่ใส่ใจนัยน์ตาเขาที่จ้องมองเธอทุกกระเบียดนิ้ว ทันใดที่โซลาร์เห็นดังนั้น เธอจึงเอ่ยกับนาเอล

            “ส่งจดหมายให้เขาเถอะ เขาไม่กัดหรอก” คำพูดนั้นทำให้ทั้งโซลาร์และนาเอลต่างหัวเราะขณะแบล็คหน้ามุ่ยเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงอารมณ์ดีที่เห็นนาเอลเป็นแบบนั้น

            “ฮะฮะฮ่าๆๆๆ ฉันไม่เคยเจอใครที่อยากส่งจดหมายแต่กลับทำตาขึงขังใส่คนรับฝากอย่างเธอเลยนะ ฮะฮะฮ่าๆๆๆๆ” เมื่อเป็นแบบนี้เธอจึงยอมส่งจดหมายให้เขาแต่โดยดี แล้วพลันนัยน์ตาสีเหลืองอ่อนก็ไล่อ่านที่หมายของหน้าซอง พอเห็นว่าเป็นจดหมายถึงคุณหนูเมอร์แลนด์ เขาจึงกล่าวกับนาเอลอย่างจริงจัง

            “ถ้าจดหมายถึงคนสำคัญแบบนี้ ทำไมถึงไม่ใช้นกล่ะ” นาเอลขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะเธอไม่รู้จริงๆว่ามีวิธีใช้นกเป็นตัวสื่อสารด้วย เนื่องจากตอนอยู่นีโอไฟล์เธอก็มักจะวานบุรุษไปรษณีย์ของโรงเรียนช่วยส่งจดหมายให้

            เมื่อนัยน์ตาสีเหลืองอ่อนเห็นนาเอลเป็นแบบนั้นจริงเอ่ยถามอย่างจริงใจ

            “รึว่าเธอใช้นกไม่เป็น” นาเอลพยักหน้ารับทันทีเพราะเธอไม่รู้เรื่องอะไรด้านนี้เลย จากนั้นโซลาร์ก็ช่วยอธิบายถึงลักษณะนกของที่นี่ ขณะแบล็กตีตราประทับบนซองจดหมายของนาเอล

            “นกแต่ละกลุ่มจะผูกริบบิ้นที่แผงคอต่างกัน นั่นหมายความว่า ถ้าจะส่งกลับไปยังนีโอไฟล์ต้องใช้นกผูกริบบิ้นสีทอง พลีนุมจะเป็นสีขาว โรเดโอเป็นสีแดง แอสทิวส์เป็นสีน้ำเงิน ส่วนไซแคลเกียนั้นจะเป็นสีน้ำตาล แต่ว่าถ้าเธอจะส่งจดหมายไปที่ใดในขณะที่เธออยู่ไซแคลเกียจะต้องใช้นกผูกริบบิ้นสีน้ำตาลเท่านั้น ขณะนกที่ผูกริบบิ้นสีอื่นๆคือนกที่เก็บมาไว้ส่งคืนให้แต่ละอาณาจักรต่อไป เราไม่มีสิทธิ์ใช้ เพราะนกพวกนี้แค่มาพักกับเราเท่านั้น แล้วนกอีกจำพวกคือนกพิราบสีเทาที่บินได้เร็วที่สุดแต่มันจะบินได้เฉพาะระยะทางที่สั้นๆเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจะใช้ส่งสาสน์ลับในอาณาจักรกันหน่ะ” พอนาเอลฟังคำร่ายยาวของโซลาร์เสร็จ เธอก็มีข้อสงสัยนิดหน่อยจึงถามขึ้น

            “แล้วนกมันจะไปถึงที่หมายได้ยังไงค่ะ” คำถามนี้เรียกเสียงหัวเราะแบล็คอีกครั้งพอๆกับโซลาร์ที่แอบหัวเราะเช่นกัน

            “เพราะฉันสื่อสารกับนกได้ด้วยนกหวีดอันนี้ไง” แบล็กชูนกหวีดไม้ให้นาเอลดู เธอจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่ก็ไม่วายที่จะสงสัยอีก

            “แล้วทำไมพวกคุณถึงต้องขายสัตว์เลี้ยงอื่นเยอะแยะด้วยล่ะ” แล้วคราวนี้แบล็คก็หัวเราะหนักกว่าเดิมหลายเท่า

            “ฮะฮะฮ่าฮ่าๆๆๆๆๆๆ ถ้าขืนเปิดแค่รับส่งจดหมายอย่างเดียวก็ขาดทุนก็พอดีสิ ขายสัตว์พวกนี้ยังพอได้กำไรอยู่ท้องไปบ้างไงล่ะ เข้าใจรึยัง?” นาเอลพยักหน้ารับรู้ แล้วก็ลูบหัวแมวในกรงเล่นก่อนบอกลาทั้งสองคนแล้วสืบเท้ามุ่งไปยังร้านผลไม้ที่เธอหมายมั่นว่าจะซื้อให้ได้

            ขณะนั้นเองนัยน์ตาสองคู่ของเจ้าของร้านสัตว์เลี้ยงได้ทอดสายตามองเธอตลอดทางก่อนโซลาร์จะหันมาสบตากับคนรักแล้วเอ่ยขึ้น

            “เด็กสาวคนนี้สินะแบล็ก”

            “น่าจะใช่ เพราะเธอมีนัยน์ตาสีไพรอย่างที่ท่านแวเรสบอก”

            และแล้วนัยน์ตาสองคู่ก็มองนาเอลที่เลี้ยวหายเข้าไปในตรอก สายตาทั้งคู่ที่สื่อออกมานั้นเป็นความรู้สึกทั้งสงสารทั้งเอ็นดูในคราวเดียว

 

            ครั้นแล้วนาเอลก็เห็นร้านเค้กที่ดูน่าอร่อย เธอจึงหอบผลไม้กับหนังสือสองเล่มวิ่งไปยังร้านเค้กทันที โดยไม่ระแวดระวังแม้แต่น้อยทำให้เธอชนกับใครคนหนึ่งอย่างจัง ทันใดนาเอลก็รีบก้มหัวอย่างสำนึกผิดแล้วกล่าวขอโทษจากใจจริง

            “ขอโทษๆๆจริงๆค่ะ”

            “พอได้แล้ว” เสียงคุ้นเคยเอ่ยเล่นเอานาเอลชะงักไปทันที เพราะชายหนุ่มที่เก็บผลไม้กับหนังสือให้เธอไม่ใช่ใคร เขาคือวีลด์นั่นเอง

            “วีลด์!” นาเอลร้องอย่างตกใจขณะเอื้อมมือจะไปรับถุงกระดาษที่ใส่ของทั้งหมด แต่วีลด์ปฏิเสธก่อนเอ่ยถามเธอพร้อมจ้องของมากมายในถุงใบใหญ่

            “จะซื้อไว้ตุนเป็นเสบียงเหรอ?

            “เปล่า! แค่วันเดียวก็หมดแล้วเธอพยายามจะแย่งถุงจากวีลด์อีก แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะเขาตัวสูงเกินไป แล้วเขาก็เอ่ยกับเธอด้วยเสียงเรียบ

            “ผมถือให้ แล้วเธอจะไปไหนต่อล่ะ”

            “แล้วนายไม่มีธุระรึไง ถึงต้องไปด้วย” นาเอลยังคงอยากถือของเองเสียเต็มประดา แต่วีลด์ก็ไม่คืนให้

            “ผมไม่มีธุระอะไรแล้ว แต่ผมอยากไปกินเค้กร้านนี้ เธอจะไปด้วยกันมั้ย?” นัยน์ตาสีไพรเบิกกว้างอย่างตื่นเต้นทันที จนอดปฏิเสธคำชวนไม่ได้

            “ไปสิ แต่นายต้องเป็นคนจ่ายนะ เพราะเงินฉันหมดแล้ว หรือถ้านายอยากจะเรียกเก็บเงินก็ไปบอกโนอาร์แล้วกัน เงินฉันอยู่ในความควบคุมของพี่นะ” นาเอลร่ายยาวเป็นชุดแต่กลับสาวเท้าเข้าไปในร้านเค้กอย่างรีบเร่ง โดยไม่รอคนเลี้ยงสักนิดเลย

            พอพ้นประตูกระจกใส เสียงกรุ๋งกริ๋งจากระฆังจิ๋วที่คาดเป็นสายกันเสมือนสายรุ้งอย่างสวยงามก็ดังขึ้น ทันใดพนักงานในชุดแขนตุ๊กตา มีผ้าคาดผมกับคาดเอวรีบมาต้อนรับทันที

            “กี่ที่ค่ะ”

            “2 ครับ” วีลด์ตอบ แล้วพนักงานร้านก็พาพวกเขาไปยังโต๊ะในสุดริมกระจกซึ่งเป็นที่ประจำของวีลด์ จนพนักงานทั้งร้านจะเว้นไว้ให้เขาโดยเฉพาะ แล้วครั้งนี้ดูทุกคนจะตื่นเต้นมากที่วีลด์พาผู้หญิงมาด้วยแม้จะดูไม่เหมือนผู้หญิงก็เถอะ

            ครั้นแล้วเมนูก็ถูกวางบนโต๊ะของพวกเขา นาเอลจึงขอประเดิมด้วยเค้กมูสช็อคโกแลต และชาเขียวร้อนสูตรไซแคลเกีย ขณะที่วีลด์ขอกาแฟร้อนกับเค้กมอคค่าแอลมอนด์ จากนั้นทั้งสองก็กินเค้กกับดื่มชากาแฟอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะนาเอลที่มีความสุขกับการกินเหลือเกินจนปากเปรอะ ทำให้วีลด์ต้องยื่นกระดาษเช็ดปากให้หลายครั้ง แต่เธอก็ยังไม่วายสั่งเค้กอีกหลายชิ้นราวกับจะกินให้หนำใจทีเดียว จากนั้นวีลด์ก็ยื่นบัตรชำระเงินให้พนักงาน ทว่านาเอลกลับอยากจ่ายด้วยตัวเองมากกว่า เพราะที่เธอพูดก่อนหน้านั้น เธอเอ่ยเล่นๆ ทำให้วีลด์รีบบอกพนักงานให้เอาบัตรเขาไปก่อนหันมาหากระซิบกับนาเอล

            “ร้านนี้ผมมาประจำ ขืนให้เธอออกผมก็เสียหน้าแย่สิ แล้วคราวหลังเธอค่อยเลี้ยงผมแล้วกัน”

            “ได้เลย ฉันไม่เบี้ยวสัญญาแน่” นาเอลดีดนิ้วดัง “เป๊าะ”ทีหนึ่งแทนการทำสัญญา ทว่าก่อนออกจากร้านวีลด์ก็ยังมีของเล็กๆน้อยๆติดมาด้วย

 

            ส่วนโนอาร์ก็เดินเรื่อยเปื่อยเพื่อไปยังจุดหมายที่เขาต้องการ เมื่อเขาเห็นว่าไม่มีนาเอลแล้ว เขาจึงเดินเข้าไปในร้านขายสัตว์เลี้ยง โดยเลือกนกพิราบขาวปลอดตัวหนึ่งที่ผูกริบบิ้นสีน้ำตาลเพื่อจดหมายจะได้ไปถึงที่หมายเร็วๆโดยไม่ต้องรอผ่านนายไปรษณีย์มารวบรวม แล้วเขาก็ชี้ไปยังนกพิราบพร้อมกับยื่นม้วนกระดาษให้กับโซลาร์ เธอจึงนำมันไปผูกติดไว้กับอุ้งเท้านก ก่อนนำไปส่งให้แบล็กเพื่อเป่านกหวีดส่งสัญญาณให้มันบินไปยังที่หมายตามเจ้าของจดหมาย แล้วนกพิราบตัวนั้นก็โบยบินไปบนฟากฟ้าอย่างอิสระแต่ทว่าต้องมุ่งตรงไปยังโรเดโออย่างเดียว

            ครั้นแล้วโนอาร์ก็เอ่ยขอบคุณทั้งสองก่อนจากไป ทว่านัยน์ตาสีเหลืองอ่อนของแบล็กประสานกับนัยน์ตาสีมุกของโซลาร์ ทั้งสองเหลือบมองโนอาร์อีกครั้งก่อนเอ่ยขึ้น

            “คนนี้สินะแบล็ก”

            “คงใช่แฝดชายตามที่ท่านแวเรสบอกล่ะ” แบล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

            พลันแจ๊ค เอซ โนอาร์ นาเอลและวีลด์ก็เดินมาเจอกันโดยบังเอิญหน้าตรอกตลาดมืดที่ไม่มีใครคิดจะเฉียดกรายเข้าไปสักนิด แล้วโนอาร์ก็ตกใจที่นาเอลอยู่กับวีลด์อย่างคนเป็นห่วงน้องสาว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับวีลด์ยื่นของทั้งหมดให้เธอรวมทั้งกล่องเค้กด้วย นาเอลจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างลืมตัว เมื่อวีลด์เห็นดังนั้นจึงเอ่ยขึ้น

            “ผมให้เห็นว่าเธอชอบจนตาลุกวาวเป็นประกายเลย แล้วก็ไปแบ่งกับพี่และเพื่อนๆของเธอก็ได้นะ” จากนั้นวีลด์ก็หันมาตบบ่าโนอาร์ทีนึง

            “ขอโทษนะที่ผมยืมตัวนาเอลไปสักพัก”

            “อืม” โนอาร์ตอบแค่นั้นพร้อมกับพยักหน้า ขณะนาเอลเปิดกล่องเค้กปอนด์ก็ต้องร้อง “ว้าว!” เพราะเป็นเค้กมูสช็อคโกแลตแสนสวยประดับด้วยครีมเป็นสายระย้าที่ฐาน และมีแอลมอนด์เม็ดๆประดับบนเนื้อครีมที่ขมวดกันคล้ายดอกไม้บนหน้าเค้กด้วย ทำให้นัยน์ตาสีไพรลุกวาวเป็นประกายแบบอยากหม่ำสุดๆ ทุกคนจึงหันมาสนใจเค้กกันหมดขณะวีลด์อมยิ้มกับภาพแสนสุขเบื้องหน้าก่อนเดินจากไป

 

            ห่างออกไปไกลจากไซแคลเกีย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง ก่อนเจ้าหน้าที่ส่งจดหมายจะเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม

            “ท่านราชทูตขอรับ มีจดหมายถึงท่านขอรับ”

            “อืม   สอดไว้นั่นแหละ”เสียงคนข้างในเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ

            “ขอรับ” เจ้าหน้าที่คนเดิมตอบกลับแล้วค่อยๆสอดจดหมายเข้าไปใต้ประตู ขณะที่คนข้างในกำลังง่วนกับกองเอกสารมากมาย พอเขาเห็นจดหมายใต้ประตูแล้วจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้โต๊ะทำงานไปหยิบมันขึ้นมา ทันใดเขาก็เผยรอยยิ้มพิมพ์ใจบนริมฝีปากบางเมื่อเห็นว่าเป็นลายมืออันคุ้นเคย

            “คราวนี้คนส่งคงหานกไม่ได้สินะหึ! หึ!” เขาหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ขณะนกพิราบสีขาวปลอดบินฉวัดเฉวียนมาเกาะขอบกระจกก่อนจะใช้จะงอยเคาะกระจกสองสามที มือขาวซีดจึงรีบเปิดให้มันเข้ามาเกาะบนคอนไม้ทันที แล้วเขาก็เห็นว่าริบบิ้นบนแผงคอเป็นสีน้ำตาลของไซแคลเกีย ขณะข้อความในจดหมายมีไม่มากแต่แฝงไว้ดุจรหัสลับ แค่ว่า

            “มีเวลาว่างมาเยี่ยมบ้างนะ” คำว่าเยี่ยมของโนอาร์หากไม่ใช่เรื่องใหญ่โตก็ต้องเป็นเรื่องที่ปรึกษาทางจดหมายไม่ได้ ทว่าเขาก็คิดว่าจะไปไซแคลเกียอีกไม่กี่วันถึงได้รีบจัดการงานทั้งหมดให้เสร็จสิ้น

            ครั้นแล้วเจ้าหน้าที่คนเดิมก็กลับมาเคาะประตูอีกครั้งก่อนเอ่ยอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวคนข้างในอย่างมากทีเดียว

            “มีจดหมายตกหล่นขอรับท่านราชทูต”

            “รู้แล้ว สอดเข้ามาใต้ประตูเลย” ริมฝีปากบางเอ่ยอย่างเอือมระอากับพวกจดหมายเต็มแก่           “ขอรับ” เจ้าหน้าที่คนเดิมขานรับแล้วรีบเผ่นหนีทันที เพราะใครต่อใครรู้ดีว่าหากท่านราชทูตคนนี้โกรธแล้ว ไม่ว่าช้างหรือใครก็ฉุดไม่อยู่ทั้งนั้น

            ทันใดนั้นนัยน์ตาสีเทาประกายเขียวก็อ่านหน้าซองจดหมายที่ตีตราประทับรูปกระต่ายขาวจึงรู้ว่ามาจากพลีนุม ทำให้เขารู้สึกหนักใจเสียเต็มประดา

            “เฮ้อ! งานเข้าแล้วสินาเอล”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น