ตอนนี้ (ยัง) เป็นคุณ [YAOI] E-BOOK บน MEB

ตอนที่ 6 : 05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,967
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 903 ครั้ง
    30 ม.ค. 62


05

 



          “แล้วถ้าเราเลิกกัน เธอจะคบกับเค้าเหมือนเดิมไหม”


          ไม่มั่นใจว่าบทสนทนานั้นเริ่มขึ้นตอนไหน อาจจะเป็นตอนที่เรากินหมูกระทะหลังจากช่วงที่เราคบกันใหม่ๆ หรืออาจจะเป็นตอนที่เรากำลังดูหนังในห้องของใครสักคนหลังจากคบกันมาสองปีแล้ว จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน และจำไม่ได้แม้แต่น้อยว่าทำไมเราเจอเหตุการณ์อะไรเราถึงถามคำถามแบบนี้ออกมาให้กัน


          ช่างเถอะ, เอาเป็นว่าตอนนั้นมันนานมากก็แล้วกัน


          “ทำไมถามแบบนั้นล่ะ”


          “ก็แค่ลองๆ คิดดู” จำได้แค่ว่าคุณเป็นคนพูดคำนั้น “ว่าถ้าเราเลิกกัน จะเลิกเป็นเพื่อนกันไปเลยหรือเปล่านะ”


          “แล้วทำไมต้องคิดด้วย”


          ไม่ได้ถามด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นหรือประชดประชัน ผมแค่ถามเฉยๆ คงเป็นเพราะปกติคุณไม่ใช่คนชอบเอ่ยเรื่องอนาคต (หมายถึงอนาคตของเรา) ประกอบกับที่เราเป็นผู้ชายทั้งคู่ ไอ้คำพูดจำพวกพอเธอแก่แล้วเราไปอยู่บ้านด้วยกันเถอะหรือว่าเธออยากเจอพ่อแม่เราหรือเปล่าก็หลุดปากออกมาน้อยมาก อย่างมากก็แค่เวลาเราเจอร้านอาหารแล้วบอกกันว่าเอาไว้ไปร้านนั้นด้วยกันนะอิหรอบนี้มากกว่า


          เราสัญญากันน้อยเรื่องมาก น้อยมากๆ


          และไม่รู้ว่าอะไรทำให้เราไปถึงคำสัญญาในเรื่องนี้ได้


          กลางเรื่องเราคุยอะไรกันบ้างนะ เราทะเลาะกันหรือเปล่า คุณงอนหรือผมเองที่เป็นคนน้อยใจ ผมตอนนี้จำอะไรไม่ได้สักอย่าง จำได้แค่ว่าเราจบกันด้วยคำพูดว่า


          “ถ้าเราเลิกกันแล้ว ช่วยเป็นเพื่อนกันต่อด้วยนะ”


          “ครับ” ผมตอบแบบนั้น “สัญญา”


          จำได้ว่าคณณัฐ์แปลกใจนิดหน่อยกับคำพูดนั้น แต่สักพักก็เปลี่ยนเป็นการฉีกยิ้มกว้าง


          เอ่ยเอื้อนคำเดียวกันกลับคืนมา


          “สัญญา”


          ใช่, เราสัญญากันแบบนั้น


          แต่สุดท้ายผมนี่แหละที่ทำไม่ได้


           รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่เคยชอบคำสัญญาที่อาจจะทำไม่ได้ในท้ายที่สุด รู้อยู่แก่ใจว่าเราไม่ควรให้คำมั่นกับสิ่งที่อาจจะไม่จีรังยั่งยืน


          เพราะแบบนั้นหรือเปล่าถึงรู้สึกว่าลืมคุณไม่ได้เสียที




          ผม ในวัยยี่สิบเจ็ดมองหมูยอเส้นที่ซื้อมาเกินจำนวนที่ตัวเองจะกินและขนมเปี๊ยะเจ้าดังจากอุบล อุตส่าห์แบ่งให้พี่ชายกับพี่สะใภ้ไปแล้วแต่ก็ยังมีเกินกว่าที่ตัวเองจะเก็บได้อยู่ดี ปกติก็ไม่ค่อยทำอะไรกินเท่าไหร่เสียด้วยคงเพราะตอนแรกตั้งใจจะซื้อมาฝากอีกคนด้วยกระมัง


          k.

          กลับไปทำตามสัญญาได้เปล่า

          เลิกกันแล้วเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิมนะ


          ยังจำคำพูดของคุณได้อยู่เลย แม่งเอ้ย


          ผมถอนหายใจพรืด ตอนนั้นก็ตัดสินใจตอบไปด้วยเลขห้าที่ยาวกว่าทุกครั้งแทนการหัวเราะอย่างสมเพชตัวเองแล้วก็ใช้คำพูดปิดโอกาสตัวเองจนแทบเป็นศูนย์


napat

55555555555555

นึกว่าไม่อยากเป็นเพื่อนกันแล้วซะอีก

แบบนั้นก็ได้ครับ


          สุดท้ายแล้วผมเองนั่นแหละที่ต้องมานั่งกุมขมับ มีสองความคิดตีกันว่าระหว่างโอเค เพื่อนก็เพื่อนกับเพื่อนก็เหี้ยแล้ว วนเวียนเถียงกันอยู่อย่างนั้น คิดว่าถ้ายังคิดไม่ตกอีกหน่อยอาจจะต้องเลือกปรึกษาใครสักคน


          คงจะดีกว่านี้อีกหน่อยถ้าหากไม่ใช่วันต่อมาหลังจากบทสนาทนานั้นจบลง คุณบอกว่ามีเคสด่วน จากนั้นก็หายไปเลย ไลน์ไม่ได้ตอบอะไรอีก เล่นเอาตัวผมกระวนกระวาย ไอ้ครั้นจะทักไปบอกว่า นัดเจอกันไหมเผื่อเอาหมูยอกับขนมเปี๊ยะไปให้ก็ดูเป็นเรื่องกระอักกระอ่วน คิดไม่ออกว่าถ้าเจอหน้ากันตรงๆ จะเผลอทำหน้าแบบไหนออกไปเสียด้วย ขืนบรรยากาศกร่อยคงจะให้รู้สึกแย่น่าดู


          ผมเอาหมูยอที่เหลือไม่ถึงเส้น เดินไปที่ครัวแล้วหั่นให้เป็นลูกเต๋าขณะที่เปิดดูในตู้เย็น หยิบไข่ออกมาสองฟอง ทำไข่เจียวง่ายๆ


          เออ กินหมูยอคนเดียวก็ได้!


          ทั้งที่หมายมั่นปั้นมือไว้แบบนั้นแท้ๆ แต่เพียงเห็นคนที่หายหน้าหายตาไปจากแอพพลิเคชั่นไลน์สามวันทักทายเข้ามาประโยคเดียวขณะที่ผมกำลังตัดต่อคลิปวีดีโออยู่ในออฟฟิศ ไอ้ตัวผมถึงกับรู้สึกทำสีหน้าไม่ถูกกันเลยทีเดียว


          k.

          อ้าว เพิ่งเห็นว่าลืมตอบเธอ


          อยากจะประชดประชันว่าลืมนานกว่านี้ก็ไม่เป็นไรหรอกคุณ! แต่แน่นอนว่านั่นแค่คิดในใจเท่านั้น


          ผมเห็นข้อความเด้งอีกสองสามประโยคแต่ไม่อยากจะกดเข้าไปดู ปิดหน้าจอโทรศัพท์ใส่ใจกับงานตรงหน้าก่อน ไม่ใช่แฟนเก่าที่กำลังอยากเป็นเพื่อนกัน แม่งเอ้ย, รู้สึกว่าตัวเองขี้น้อยใจเหมือนกับสาววัยแรกรุ่นอย่างไรอย่างนั้น


          ผมเมินเฉยกับข้อความของอีกฝ่ายได้จวบจนพักเที่ยง ตอนที่เดินออกมากินร้านข้าวแกงกับพี่ๆ ที่ออฟฟิศบทสนทนาวนเวียนอยู่ถึงเรื่องทริปบรรยากาศการไปเที่ยวที่ผ่านมาไปจนถึงการวางแผนถึงคอนเทนต์การท่องเที่ยว


          “ลองไปตามงานที่เขาจัดไหมพี่” ไอ้โย่งเสนอ “ปกติถ้าเที่ยวในกรุงเทพฯ พี่ก็พาไปร้านนู้นร้านนี่ใช่ปะ ถ้าเป็นตามงานที่เขาจัดบ้างก็ไม่เลวมั้ง”


          “เออ พวกนั้นก็น่าสนใจ” พี่เอกทำท่ากรุ่นคิดก่อนจะหันไปคุยกับแฟนตัวเองว่ามีกิจกรรมไหนที่อยากทำเป็นพิเศษหรือเปล่า


          Wedding Fair ไหม” ผมเอ่ยถาม “พวกลูกเพจเขาก็รู้กันนี่นาว่าพี่จะแต่งงาน”


          “โอ๊ย ผิดคอนเซปต์เพจไปเยอะ”


          “ก็ยังไงพี่ก็ต้องไปอยู่แล้วไง”


          เก็บๆ ไว้ก่อนแล้วกัน” หัวหน้าว่าเช่นนั้น “แต่ถ้าไปงานอะไรพวกนี้คนตัดต่อลำบากนะเว้ย มึงจะทำทันเหรอไอ้ณะ”


          บทสนทนาเราวนเวียนกันอยู่แค่นั้นในช่วงพัก ผมเลื่อนนิ้วไปเรื่อยๆ ในเฟซบุ๊กเผื่อจะมีร้านหรืออะไรน่าสนใจ ระหว่างนั้นเห็นชีวิตเพื่อนที่แยกย้ายกันไปแทรกอยู่บ้างก่อนจะนิ่งไปชั่วครู่ยามเฟซบุ๊กแส่รู้ด้วยการขึ้นข้อความเตือนขึ้นมา


          Kunnanad T. sent you a friend request.


          จริงสินะ ผมยังไม่ได้รับแอดจากคุณเลยตั้งแต่ตอนนั้น


          เพราะปกติคุยไลน์กัน ไม่ได้ห่างกันไปนานเท่าไหร่เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก ไม่รู้ว่าเฟซบุ๊กแส่รู้ขึ้นมาหรืออาจเป็นคุณที่ส่งคำขอมาใหม่ แต่นั่นก็ดูผิดวิสัยของคุณไปเสียหน่อย ผมเลยเทน้ำหนักไปที่ข้อแรกมากกว่า


          ผมมองปุ่มสองปุ่ม


          ความหมายของมันคือการตอบรับกับปฏิเสธ


          สุดท้ายผมก็ยอมกดตอบรับคำขอนั้นหลังจากเมินเฉยมันมาเสียนาน


          ไม่มีแล้วนายณภัทรที่จะจมปลักกับเรื่องเก่าๆ นายณภัทรคนนี้จะเอาใหม่ ไม่มีมาตราการรอเพื่อนตอบไลน์ ไม่มีการอยากเจอหรืออยากได้ยินเสีย ไม่มีกระทั่งการคิดเรื่องเก่าๆ


          เพื่อนก็เพื่อนดิวะ!






         

          napat

(photo)

(photo)

เธอเคยบอกอยากกินใช่ปะ


          อย่าไปบอกใครแล้วกันว่าอาทิตย์ก่อนหมายมั่นปั้นมือกับตัวเองอย่างไร เสียหมาฉิบหาย


          ผมเกลียดการที่พอเจอเมนูบางเมนูก็ย้อนนึกถึงบทสนทนาเรื่อยเปื่อยของคุณ การเดินเข้ามาในร้านอาหารเกาหลีแล้วกินเมนูที่ปกติตัวเองไม่คิดอยากกินเพียงเพราะนึกสงสัยว่ารสชาติแบบไหนที่คุณอยากกินเป็นเรื่องพิลึก และการถ่ายเมนูนั้นไปให้คุณก็เป็นเรื่องที่พิลึกมากขึ้นไปอีก


          k.

          เอ้า 5555555 เธอกินเหรอ?


napat

ครับ

ทำไมเหรอ


          k.

          ก็ปกติไม่น่าจะกินอะไรงี้อ่ะ

          แล้วนี่ออกไปทำอะไรเหรอ


          napat

มาดูหนัง


          ตอบไปพลางละเลียดกินข้าวไป เอาจริงๆ นะ, ไอ้ไก่ทอดเกาหลีราดชีสนี่เห็นจะไม่อร่อยตรงไหน เสียสุขภาพอีกต่างหาก ผมคิดว่าผมคงจะเลี่ยนก่อนกินหมดแหงๆ แต่นั่นแหละ สั่งมาแล้ว จะไม่กินก็เสียดายเงิน


          k.

          แหน่ะๆๆ แผลหายแล้วก็เปรี้ยวเลยนะ

          ไปกับใครค้าบ


          ผมได้แต่ถอนหายใจพรืดกับคำถามนั้น ถามจริงคณณัฐ์ ถามจริง! นั่นคือสิ่งที่อยากจะตะโกนถามอีกฝ่ายแต่ทำได้แค่ในใจ ช่วงหลังๆ คุณเริ่มหยอกเย้าผมเหมือนกับเราเป็นเพื่อนกัน ให้ตาย พูดแล้วก็เศร้าเอง แต่นั่นแหละ คุณทำแบบนั้น วันก่อนคุณยังบอกว่าไม่เชื่อที่ผมจะโสดสนิท แบบไม่มีใครจริงๆ


          คณณัฐ์คิดว่าผมหน้าตาดีมากขนาดนั้นเลยหรือ ส่องกระจกแล้วก็เริ่มจะภูมิใจหน่อยๆ แม้ในใจจะตัดพ้อรอบที่ล้านว่าผมไม่ได้ต้องการให้อีกฝ่ายคิดอย่างนั้นสักนิด


          napat

มากับสาว


          k.

          เอ้าาาาา ไหนบอกไม่มีใคร

          โกหกนี่นา แย่ๆๆๆ


          ช่วยแสดงอาการเศร้าเสียใจหน่อยได้ไหมคุณ แค่นี้ผมก็จะกระอักเลือดตายอยู่แล้ว เล่นตอบกันมาแบบนี้ก็เหมือนคุณจะไม่คิดอะไรเลย


          ไอ้เวรเอ๊ย, ก่อนเลิกกันก็ฉีกเฟรนด์โซนมาได้ เลิกกันแล้วมาเจอกันใหม่ก็ยัดกันไปอยู่ในตำแหน่งเดิมเฉย


          napat

ก็ยังเชื่อเนอะ 555

มาคนเดียวครับ


          k.

          จริงเปล่า เชื่อได้ปะเนี่ย


napat

ช่วยเชื่อเถอะตอนนี้


          k.

          5555 เชื่อก็ได้

          ณะดูอะไรมาเล่าให้ฟังมั่งนะ

          เราไปกินข้าวบ้างแล้ว


          ผมส่งสติ๊กเกอร์ไปหนึ่งตัว ล็อกหน้าจอ เห็นว่ามีข้อความอีกสองสามคำจากคนช่างชวนคุยแต่ก็เมินเฉย อย่าว่ากันเลยในเมื่อมันเป็นการมอบโอกาสให้ตัวเองต่อบทสนทนาอื่นต่อไปเรื่อยๆ


          สุดท้ายแล้วอาหารมื้อนั้นก็เหลืออย่างที่ผมคาดการไว้ การกินอะไรเลี่ยนๆ ไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบ นึกขันที่คุณหมอซึ่งน่าจะซีเรียสเรื่องสุขภาพเมินเฉยกับเรื่องพวกนี้มากกว่าผมอีก ตอนที่ผมถาม เจ้าตัวก็บอกว่าเราก็รู้หมดแหละว่าอะไรดีไม่ดี แต่ก็อยากกินนี่ ซึ่งมันก็ถูกต้องของเขา ก่อนเลิกกันคุณก็เป็นคนที่ดูมีความสุขกับการกินมากเสียจนผมไม่เคยโต้แย้งใดๆ ในเรื่องนี้





         

          เทศกาลหนังญี่ปุ่นทำให้ผมมีความสุขในวันเสาร์อาทิตย์ จริงอยู่ที่ตอนเรียนผมเรียนเอกตัดต่อ เพราะฉะนั้นเลยคลุกคลีอยู่กับภาพยนตร์ค่อนข้างมาก ตอนที่ตัวเองเรียนอยู่ก็คิดว่าจะทำงานเกี่ยวกับด้านนั้นเหมือนกัน ถึงสุดท้ายจะมีหลายปัจจัยให้ไม่ได้ทำงานตรงตามที่เคยคิดไว้ในตอนนั้นเท่าไหร่ แต่การใช้ทั้งวันในการดูหนังสองสามเรื่องในโรงหนังขนาดเล็กและล้อมรอบไปด้วยคนที่ดูจะเข้าใจทุกอย่างเหมือนกันก็เป็นความรู้สึกที่ดี


          ผมออกจากห้างช่วงสามทุ่ม ถนนที่เคยหนาแน่นในช่วงกลางวันเหลือรถน้อยแล้ว ส่วนผมก็ได้แค่มองจากสะพานเดินขึ้นไปที่รถไฟฟ้า ถ้ารถเป็นแบบนี้ทั้งวันก็คงจะดี ผมไม่ค่อยอยากขับรถยนต์เพราะไม่ชอบช่วงที่ต้องติดอยู่ในถนนนานๆ ตอน rush hour ประกอบกับได้ที่ทำงานห่างไปจากคอนโดไม่ถึงหนึ่งสถานีดี ผมเลยยังกระเตงมอเตอร์ไซค์คันเดิมเป็นพาหนะคู่ใจไปก่อน วันไหนจะไปที่อื่นค่อยพึ่งรถไฟฟ้ากับ grab เอา


          ผมเดินแทรกเข้าไปในรถไฟฟ้า ผู้คนไม่ได้น้อยขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้แออัด ในหัวคิดไปถึงหนังที่เพิ่งดูจบทั้งสองเรื่อง


          เวลาไหนที่เหงามากที่สุดก็คงจะเป็นเวลาแบบนี้ เจอหนังที่อยากพูดคุยกับใครสักคนแล้วไม่มีใครคุยด้วย ได้เจอเพลงใหม่ที่ชอบแล้วไม่รู้จะแชร์กับใคร จะบอกว่าให้แชร์กับเพื่อนอย่างไอ้โย่งหรือเพื่อนในคณะคนอื่นที่เริ่มห่างๆ กันไปแล้วก็คงไม่ใช่


          เคยบ่นเรื่องนี้กับเจ้ปัน เจ้มันก็บอกว่าให้เลี้ยงสัตว์สักตัวแล้วพล่ามให้มันฟังเอา เป็นคำแนะนำที่เหมาะกับผู้ที่โสดมาอย่างเชี่ยวชาญฉิบหาย


          เปิดประตูเข้ามาในห้องพบเจอแต่ความมืด คลำหาสวิชต์เปิดไฟ โยนกระเป๋าที่ใช้อยู่ใบเดียวของตัวเองไว้ที่โซฟา เดินเอาเฉาก๊วยที่ซื้อมาเพราะสงสารยายแกไปใส่ไว้ในตู้เย็นก่อนจะนั่งเอื่อยเฉื่อยเพราะยังไม่อยากอาบน้ำ แต่ก็ยังไม่ขยันพอจะเปิดคอมมาทำงานที่ตัวเองรับเพิ่ม


          k.

          ณะๆ

          วันอาทิตย์หน้าว่างไหม


          ขมวดคิ้วนิดหน่อยกับคำถามที่ถูกยื่นให้กันค้างไว้เมื่อสาม สี่ชั่วโมงก่อน


          napat

มีอะไรหรือเปล่า


          พิมพ์คำถามกลับไปและออกหน้าแชตออกมาก่อน คุณคงไม่ตอบผมในเร็วๆ นี้ก่อนจะขมวดคิ้วอีกหน่อยเมื่อเห็นว่ามีอะไรแปลกไปในแอพพลิเคชั่น


          ปกติไลน์ผมมีแชตน้อยมาก นอกเหนือจากไลน์ครอบครัวและงานที่ปักหมุดไว้บนสุด คนที่ตอบโต้กันตลอดก็มีแค่คณณัฐ์ พี่ชาย และเหล่าออฟฟิเชี่ยลต่างๆ แต่ตอนนี้กลับมีแชตใบหน้าผู้หญิงยิ้มแป้นให้เห็นอีกคน


          ขิม

          พี่ณะว่างไหมคะ

          น้องจะมาถามว่าพี่ณะรับถ่ายรูปรับปริญญากลุ่มมั้ยย


          งุนงงนิดหน่อยว่าเธอเอาไลน์ผมมาจากไหน แต่ก็พอเข้าใจได้กับคำถามนั้น ยิ่งเห็นว่าเป็นเรื่องงานเลยยิ่งตอบกลับอย่างรวดเร็วทั้งๆ ที่เจ้าหล่อนพิมพ์ค้างไว้ให้ตั้งแต่ตอนผมกลับบ้าน เลยไม่ได้สังเกต


napat

ต้องบอกรายละเอียดกับวันก่อนอ่ะ


          ขิม

          กลุ่ม 5 คนค่ะ ไม่ได้อยากได้อะไรยิ่งใหญ่อ่า ขอแค่ถ่ายที่มหาลัย

          แต่วันเวลาคุยกันได้นะคะ ขิมอยากถ่ายกับเพื่อนๆ

          ปกติพี่ณะคิดราคาเท่าไหร่คะ


          น้องขิมตอบกันเร็วเหมือนกับเฝ้ารออยู่ตลอดเวลา ผมพิมพ์รายละเอียดต่างๆ ให้ยาวเหยียด ผมเคยรับถ่ายรูปรับปริญญามาบ้างแต่ส่วนใหญ่มาจากคนรู้จักๆ กันเลยไม่ได้ทำอะไรเป็นกิจลักษณะนัก ยังไงก็ไม่ใช่ช่างภาพอาชีพ แค่ถือคติไม่เลือกงานไม่ยากจน


          ขิม

          งั้นเดี๋ยวน้องถามเพื่อนก่อนนะคะ

          แต่เพื่อนๆ อยากจะให้พี่ณะถ่ายแหละ


          napat

เอ้า เพื่อนรู้จักพี่ด้วยเหรอ


          ขิม

          อัพรูปที่อุบลฯ ในไอจีงายย

          เพื่อนๆ บอกว่าพี่ถ่ายสวย


napat

อ๋ออ

โย่งก็ถ่ายสวยนะ


          เสนอตัวเลือกไปให้ ระหว่างโย่งกับผม ไอ้โย่งรับงานถ่ายภาพบ่อยเสียจนรายได้แทบจะเทียบเท่ากับที่พี่สาวน้องจ้างเป็นตากล้องแล้วกระมัง


          ขิม

          น้องอยากให้พี่ณะถ่าย


          napat

          แล้วแต่ครับ 55555


          ผมทำสีหน้าไม่ถูกกับคำพูดแบบนั้น คิดแบบไม่มีนัยยะก็ไม่มีอะไร แต่ก็นั่นแหละ, ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเสียหน่อยที่มีเซ้นส์ ฟังดูน่าหมั่นไส้ฉิบหาย แต่ผมว่าผมก็มีเซ้นส์เรื่องแบบนี้อยู่บ้าง เพราะงั้นเลยเลือกตอบไปแบบกลางๆ


          น้องพิมพ์กลับมาว่าขอคุยกับเพื่อนแป๊บหนึ่งแต่ถ้าจ้างจริงๆ จะเป็นช่วงเสาร์อาทิตย์ ให้คำตอบได้ภายในพรุ่งนี้ ไม่วายทิ้งท้ายเย้าแหย่กันว่ารู้จักมักจี่กันลดราคาให้ได้หรือไม่ ไอ้เราก็อยากจะบอกว่าน้องครับ ถ่ายรูปให้สาวๆ แม่งเหนื่อยฉิบหายแต่สิ่งที่ตอบกลับไปได้ก็แค่คำว่าเอาไว้จะลองคิดดู


          ออกจากไลน์มาไม่ทันไรก็ต้องกดเข้าไปใหม่เมื่อพบว่าคนที่ถามคำถามไว้ตอบกลับมา


          k.

          นี่กับเพื่อนซื้อจองบุฟเฟ่ต์โรงแรมไว้อ่ะ

          แต่เขาไม่ว่างแล้ว

          สนใจไหม จะขายต่อ 55555


napat

          ที่ไหนอ่ะ กลางวันเหรอ


          k.

          (photo)

          (photo)

          ที่นี่ๆ ตอนนั้นมันมีโปรจองผ่านแอปอ่ะ

          จะทิ้งก็เสียดายด้วย


napat

          อ๋อ คิดออกๆ

แล้วเธอไม่อยู่เวรเหรอตอนนี้


          k.

          เพิ่งออกครับ กำลังจะขับรถกลับ


          napat

          ขับดีๆ นะ

ก็น่าสนใจอ่ะ เห็นกุ้งแล้วอยากกิน

แต่ไม่รู้จะไปกับใคร 55555


          ผมตอบกลับไปแบบนั้น ภาพที่อีกฝ่ายส่งมาก็ชวนน้ำลายสอไม่เบา ราคาก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับบุฟเฟ่ต์โรงแรมชื่อดัง จำได้ว่าตอนเห็นโปรโมชั่นผมยังแคปหน้าจอไว้อยู่เลย เพียงแค่ไม่มีเพื่อนไปด้วย


          k.

          เดี๋ยวขายให้ราคาคนเดียวไหม 5555

          เค้าแค่เสียดายอ่ะ

          อยู่ๆ คนที่จะไปด้วยก็ติดเวร


          คำพูดชวนขมวดคิ้วนิดหน่อยเมื่อในหัวเผลอมีคำถามเข้ามาว่าปกติคนเราไปกินบุฟเฟ่ต์โรงแรมกับใครสองคนกันนะ


          และใช่, คนส่วนใหญ่น่าจะไปกินกับแฟน


          napat

          แหน่ะ ตอนแรกจะไปกับใคร


          k.

          เธอไม่รู้จักหรอก 55555555555


napat

          เดท?


          ผมกดออกจากหน้าแชตเมื่อเห็นว่าข้อความนั้นขึ้นอ่านแล้วในทันที ล็อกหน้าจอ ตั้งใจจะรอแจ้งเตือนว่าอีกฝ่ายตอบกลับมาว่าอะไร


          แล้วมันก็เป็นคำตอบที่ตอบกลับมาแบบให้ผมหน้าหงาย


          k.

          55555555555


          คุณไม่ใช่คนชอบโกหก ผมรู้ และเรื่องที่คุณชอบบ่ายเบี่ยงด้วยการหัวเราะผมเองก็รู้อีกนั่นแหละ


          แม่งเอ๊ย, ผมสบถคำผรุสวาทในใจเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ยิ่งกว่าโดนกระทะฟาดหน้ายามคิดว่านัดนั้นสำหรับคุณอาจจะเป็นเดตจริงๆ ก็ได้ แล้วอีกฝ่ายเป็นใคร? ผมอยากจะดึงทึ้งศีรษะตัวเองฉิบหายในตอนนี้แต่สิ่งที่พิมพ์กลับไปได้น่ะหรือ


napat

          55555555555555555


          ใครก็ได้ช่วยแทนเลขห้านั่นแทนคำว่าห่าที ขอร้อง!


          k.

          เดี๋ยวค่อยตอบก็ได้ครับ


napat

          เธอ


          ผมสูดลมหายใจ พิมพ์ไปคำเดียวแล้วขึ้นว่าอีกฝ่ายรับรู้เลยแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาราวกับรอให้ผมพิมพ์ประเด็นเข้าไปก่อน


          ณภัทร เอาสักหน่อย, ลองดูไม่เสียหาย


          napat

          ยังไงเค้าก็ไม่มีใครไปด้วยอยู่แล้ว

ถ้าไม่อย่างนั้น

เธอไปกินกับเราได้ไหมครับ




 -------------------------

ตอนหน้าไม่มีแชตแล้วค่ะ


ช่วงนี้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะทุกคน

เพราะสภาพอากาศแย่มากจริงๆ T_T


ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ

ให้กำลังใจหรือพูดคุยกันได้ในแท๊กนะคะ! 

#ตอนนี้ยังเป็นคุณ




? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 903 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,245 ความคิดเห็น

  1. #1239 RealBT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 16:51
    คือ เลข5 มีน้ำตาซ่อนอยู่จริงๆ 5555555
    #1,239
    0
  2. #1218 pangpoppura (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 20:05

    ตะไมมันช่างอึดอัดแบบเน้ แอแงง ทั้งคู่ก็คือบอกว่าจะกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมแต่เชื่อเถอะว่าร้อยทั้งร้อยก็กลับไปเป็นเพื่อนอย่างเดิมไม่ได้แล้วเพราะนี่คิดว่าใจของคนทั้งคู่มันยังหลงเหลือความรู้สึกดีๆระหว่างกันอยู่

    #1,218
    0
  3. #1213 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 10:44
    55555ของณะมีน้ำตาซ้อนอยู่5555555
    #1,213
    0
  4. #1209 chonlarotkumin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 17:24
    คุณอาจจะกำลังจีบ ณะ ไหม
    #1,209
    0
  5. #1207 Nutt. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 01:05

    ก็ว่าไม่มีอะไรนะแต่ เอ๊าา น้ำตาไหลเฉย

    #1,207
    0
  6. #1191 mileyduchess (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 01:26
    เป็นแผนของคุณแกล้งมาชวนหรือคุณไปเดทจริงๆ แง
    #1,191
    0
  7. #1172 punpikk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 15:54
    โอ้ยยยย ใจเต้นตึกตักๆๆๆๆๆ หมอคุณค้าบบบบ
    #1,172
    0
  8. #1160 คังมินิ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 14:34

    ในที่สุดณะก็รุกกับเค้าสักที คราวนี้เอาให้เคลียร์เลยนะ

    อยากรู้มุมมองของคุณที่มีต่อณะขึ้นมาเลย

    #1,160
    0
  9. #1143 อยากเกิดเป็นแมว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 03:31
    คุณหมอมูฟออนไปแล้วเหรอ... สงสารณะเลย._.
    #1,143
    0
  10. #1121 - cherish 。 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 19:58

    เศร้าแทนพี่ณะเลยอ่ะ แสดงว่าคุณหมอมูฟออนไปไกลโพ้นแล้วเลยสินะ เศร้าอ่ะ แง เจื่อน เจ่บด้วย เหมือนเห็นภาพตัวเอง555555555

    #1,121
    1
    • #1121-1 - cherish 。(จากตอนที่ 6)
      27 เมษายน 2563 / 19:58
      ปล. บอกว่าพี่คุณใจร้ายได้มั้ย! เลิกกันจะให้เป็นเพื่อนกัน เพราะตัวเองมูฟออนแล้ว ใจล้ายยยยยย ;______;
      #1121-1
  11. #1092 hibara_ii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 21:18
    มันจะมีเร้อออออ เลิกกันแล้วยังเป็นเพื่อนกันเนี่ยยยย ไม่มีใครโอเคหรอกที่แฟนเก่าจะมาพูดถึงคนใหม่ให้ฟังอะ ต่อให้รู้นิดเดียวก็ไม่ได้ มันไม่ได้ๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,092
    0
  12. #1082 Ihaveadream (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:04
    เจ็บอะ.
    #1,082
    0
  13. #1077 babypearly_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:35
    ความสัมพันธ์แบบอึดอัดเฉยเลย ฮืออออ
    #1,077
    0
  14. #1050 byjune96 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:15
    รู้สึกเจ็บๆ
    #1,050
    0
  15. #1029 mnrฯ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 21:59
    เนี่ยยย มันต้องแบบนี้ ณะต้องสู้ไม่สู้ก็ไม่รู้ค่า
    #1,029
    0
  16. #989 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 16:01
    ออกจากเฟรนโซนเถอะ กราบล่ะ อยากร้องไห้
    #989
    0
  17. #973 gxisimp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 12:07
    มันยังไงกันนะ
    #973
    0
  18. #962 Lili405 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 11:26
    ชอบวิธีเขียนของไรต์นะคะ สำนวน unique มาก
    #962
    0
  19. #946 Alice J (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 23:13
    ไม่รู้สิ อ่านแล้วมันเศร้าๆยังไงก็ไม่รู้ แต่ไรท์เขียนดีนะคะ เราชอบที่ณะเป็นคนเดินเรื่องนะ เราว่าณะมีเสน่ห์ดีค่ะ
    #946
    0
  20. #935 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 01:12

    นี่หยั่งเชิงกันอยู่รึป่าวเนี่ย?

    #935
    0
  21. #931 SpongeKK Bubble (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 21:00
    ประโยค “5555555” ที่ตอบกันคือแบบบบบบ ชั้นจะร้องไห้ละ
    #931
    0
  22. #919 fayfai2302 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 15:53
    ทำดีมากนายณภัทร คือสองคนนี้เหมือนเล่นสงครามประสาทกันนิดๆนะคะ นิดๆจริงๆ แต่สัมผัสได้
    #919
    0
  23. #887 fffan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 15:15
    ไม่มีแฟนนนน แต่อินอะ ฮือออ
    #887
    0
  24. #886 waleephan1122 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 15:08
    อ้าว คุณหมอมีคู่เดตแล้วหรออออ แงงงงงง
    #886
    0
  25. #840 OverOzone (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 13:34
    กอดพี่ณะนะ
    #840
    0