ตอนนี้ (ยัง) เป็นคุณ [YAOI] E-BOOK บน MEB

ตอนที่ 2 : 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,451
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,434 ครั้ง
    10 ม.ค. 62



01

 


          “โย่ง มึงว่าเขาชื่ออะไรวะ อ่านยากฉิบหาย”


          ผมพูดคุยกับเพื่อนเพียงคนเดียวที่รู้จักกันในตอนนี้ ยกนิ้วขึ้นชี้ชื่อที่อยู่เหนือผมไป ดูท่าจะออกเสียงยาก หรือว่าผมโง่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน ตำแหน่งบนกระดาษเอสี่ที่แปะประกาศอยู่บ่งบอกชัดเจนว่าเจ้าของชื่อคงจะได้อยู่ห้องตรงข้ามไม่ก็ห้องข้างๆ กันแน่นอน


          “คะ-นะ-นัด”


          “อ๋อ เออว่ะ” เหลือบตาอ่านชื่อที่ถูกเขียนไว้ก็คิดว่ามันก็คงจะอ่านได้แบบนั้นจริงๆ ก่อนที่จะผงะอย่างตกใจเมื่อตระหนักได้ว่าเมื่อกี้ไม่ใช่เสียงของเพื่อนตัวเอง


          หันไปที่ต้นเสียงก็เจอกับผู้ชายรูปร่างสูงใกล้เคียงกันสวมเสื้อยืดคอวีสีดำที่ผมมารับรู้ทีหลังว่าตู้เสื้อผ้าของอีกคนเต็มไปด้วยเสื้อทรงนี้หลากหลายสีสัน ดวงตาใต้กรอบแว่นหนาเตอะกลายเป็นพระจันทร์เสี้ยว


          “มันอ่านยากขนาดนั้นเลยเหรอ”


          คำพูดเหมือนจะหาเรื่องแต่ก็เปล่า ผมเห็นอีกฝ่ายพยายามกลั้นขำเสียด้วยซ้ำ


          “ก็ยากนิดนึง”


          “จริงปะ เป็นคนแรกเลยที่บอก” ผมไม่รู้จะตอบอะไร อยู่ๆ ก็โดนคนอัธยาศัยดีชวนพูดคุยด้วยคำพูดสุภาพเลยทำได้แค่หัวเราะแห้งๆ ให้อีกฝ่าย “แล้วเธอชื่ออะไร”


          “เราเหรอ?”


          “อาฮะ”


          “ชื่อณภัทร” ผมแนะนำตัวด้วยชื่อจริง เพราะเกิดมาทั้งชีวิตไม่มีชื่อเล่นที่พ่อแม่ตั้งให้ แล้วแต่ศรัทธาคนจะเรียกทั้งนั้น “มึง เอ้ยเธอล่ะ” อยากกัดลิ้นตายฉิบหาย จั๊กจี้พิลึกกับการเรียกผู้ชายเหมือนกันว่าเธอ


          อีกฝ่ายเอามือปัดไปมา “พูดมึงก็ได้”


          “เอ้าเหรอ” ก็เห็นสุภาพ ผมนึกว่าจะซีเรียสมากกว่านี้เสียอีก “แล้วมึงชื่ออะไร”


          “ชื่อที่เธอเพิ่งอ่านไง” เพื่อนใหม่ยิ้ม “คะ-นะ-นัด”


          วันนั้นเป็นวันย้ายเข้าหอพักในของมหาวิทยาลัยตอนขึ้นปีหนึ่ง และผมเปิดตัวด้วยการโชว์โง่ด้วยการให้เจ้าของชื่อมาอ่านชื่อตัวเองให้ผมฟังโดยที่ไม่รู้จักกัน




         

          “แล้วไปทำอิท่าไหนอีกล่ะรอบนี้”


          “อะไร”


          อีกฝ่ายขมวดคิ้ว “ที่รถล้มไง” น้ำเสียงเข้มขึ้นนิดหน่อยราวกับต้องการจะดุกัน


          “อ๋อ หนีตำรวจน่ะ ไม่ได้ใส่หมวกมา มีคนซ้อนด้วย”


          “ยอมจ่ายค่าปรับอาจจะถูกกว่าค่าหมอ”


          ผมมองคนผิวขาวที่พูดถ้อยคำเหมือนจะสมน้ำหน้ากันด้วยริมฝีปากสีแดงน่าบีบหากแต่ยังแห้งเป็นขุยเล็กน้อย ไฝเล็กๆ สองดวงบริเวณใต้ดวงตาข้างซ้ายที่กำลังจับจ้องแผลของผมอยู่ ไปจนถึงปลายนิ้วเรียวที่บรรจงแตะต้องรอบๆ แผลของผมอยู่


          “แล้วพาใครซ้อนมา”


          “พี่ที่ทำงาน”


          “เป็นอะไรหรือเปล่า”


          “ไม่เป็น ก็นี่พยายามหลบไม่ให้พี่มันโดน”


          คุณละสายตาจากบาดแผล “พี่ผู้หญิงเหรอ” ผมคงเผลอแสดงสีหน้างุนงงออกไป เจ้าตัวถึงหัวเราะออกมาผะแผ่ว “ก็ปกติเธอทำแบบนั้นกับผู้หญิงนี่ เหมือนตอนที่พากิ๊บล้ม เอาตัวบังซะจนเปิดเปิงไปหมด”


          ผมกลืนน้ำลายอึก “ยังอุตส่าห์จำได้อีกนะ”


          “อืม” คุณพยักหน้า “ไม่รู้สิก็จำได้”


          แล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมเราอีกครั้ง


          ผมคิดไม่ออกว่าเราต้องรับมือกับสถานการณ์แบบนี้อย่างไร วันนี้ดูท่าจะสุดเหวี่ยงเกินไปแล้ว ตั้งแต่หนีตำรวจ รถล้ม เข้าโรงพยาบาล แล้วยังมาเจอแฟนเก่าที่รับมือยากที่สุดด้วย


          คุณ คณณัฐ์เป็นแฟนเก่าของผมสมัยมหาวิทยาลัย เสริมอีกหน่อยคือเป็นแฟนเก่าที่รับมือยากที่สุดในโลกใบนี้ คุณไม่เหมือนตอนที่ผมคบน้องหวานตอนม. สี่ หรือคบกับแก้วตอนม. ห้า อีกฝ่ายเป็นผู้ชายที่ท่าทางสุภาพเรียบร้อย ใจเย็นเสียจนคนใจร้อนอย่างผมทำอะไรไม่ค่อยถูกตั้งแต่เราคบกัน ไม่งี่เง่า ไม่งอแง เป็นแบบนั้นกระทั่งเวลาเราเลิกกันเลยด้วยซ้ำไป


          เมื่อจัดการแผลตรงหัวเข่าเสร็จ อีกฝ่ายก็เลื่อนสายตาไปที่ข้อเท้า แตะต้องมันตามประสาหมอ


          “เจ็บไหม”


          ผมนิ่วหน้า “เจ็บ”


          “สมน้ำหน้า”


          “เอ้า”


          “ล้อเล่น” และก็เป็นรอยยิ้มบางๆ อีกครั้งบนใบหน้าอีกฝ่าย “ขาเธอถึงขั้นร้าวเลยไหมเนี่ย”


          ผมกลืนน้ำลายอึก เอาล่ะชีวิตกู เริ่มคิดจริงๆ แล้วว่าไม่น่าห้าวขนาดนี้


          โดนตรวจอยู่พักหนึ่งก่อนที่สุดท้ายแล้วจะได้ข้อสรุปออกมาว่าไม่ใช่ขาผมร้าวแต่อย่างใด แค่พลิกเฉยๆ คุณหมอคนเก่งก็เลยจัดการพันข้อเท้าให้ผม อดคิดถึงตอนที่อีกฝ่ายเคยทำแบบนั้นสมัยเราอยู่มหาวิทยาลัยไม่ได้ ตอนนั้นคุณบ่นผมยับขณะทำแผลให้ผมไปด้วย สองสามครั้งเห็นจะได้ แต่ก็นั่นแหละ, ครั้งนี้คุณไม่ได้เอ่ยปากบ่นอะไรอีกแล้ว คงเพราะสถานะของเราไม่เหมือนเดิม


          “ที่ข้อเท้าก็ประคบร้อนประมาณ 2 วัน จากนั้นค่อยประคบเย็น ส่วนแผลตรงอื่น ระวังไม่ให้โดนน้ำ แล้วก็มาล้างแผลด้วย” ผมมองกลีบปากนั้นที่พูดอย่างใจเย็น ก่อนที่อีกฝ่ายจะชะงักไป “เธอล้างเองได้ไหมเนี่ย”


          “เค้าล้างได้” ตอนพูดออกไปผมเกือบจะกัดลิ้น ไอ้ห่า เค้าอะไรกัน


          “เหรอ แต่เค้าว่าตรงเข่านี่ช่วงแรกมาล้างที่โรงพยาบาลหรือคลีนิกก็ดีนะ เธอชอบทำอะไรสกปรกอ่ะ”


          “ไม่สกปรกแล้ว”


          “จริงเหรอ ถ้าเน่ามาโดนตัดขาไม่รู้นะ”


          สีหน้าจริงจังของอีกฝ่ายทำให้ผมหลุดขำ คุณขู่แบบนี้กับผมมาตั้งแต่รถล้มครั้งแรกนั่นแหละ


          “เธอขำมากปะ” แล้วก็ชอบต่อด้วยประโยคนี้อีกเหมือนกัน “ออกไปได้แล้ว นานแล้ว”


          “นานอะไร”


          “ตรวจเธอนานแล้ว เดี๋ยวโดนคนอื่นด่า”


          “สิบห้านาทีเนี่ยนะ”


          “เออ นั่นแหละ นานแล้ว!” คุณเริ่มเสียงแข็งขึ้นมาอีกหน่อย


          และ โอเค, ผมยอมแพ้ สิ่งที่ทำได้มีแค่การยกมือสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ บ่งบอกว่าผมยอมให้อีกฝ่าย “ไปแล้ว”


          “ล้างแผลดีๆ ด้วยนะ”


          “อาฮะ” ผมพยักหน้า พยุงตัวเองลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทุลักทุเลเล็กน้อย


          จังหวะนั้นเองที่ผมเหลือบมองใบหน้าที่ยังไม่แตกต่างจากสมัยเราเป็นนักศึกษาของอีกฝ่าย แต่ก็ชัดเจนว่าคณณัฐ์หาได้สนใจกันไม่ กำลังเขียนลายมืออ่านง่ายลงบนกระดาษแผ่นนั้น ไหนใครว่าลายมือหมอมักจะห่วยแตก ผมสาบานเลยว่าไม่จริง อีกฝ่ายเป็นระเบียบกว่าเด็กฟิล์มอย่างผมเสียอีก


          เหมือนอีกฝ่ายรับรู้ คุณเงยหน้าขึ้นมา ขมวดคิ้วมุ่น “ยังไม่ไปอีก”


          “เอ่อขอโทษ”


          นั่นยิ่งทำให้คุณงงยิ่งกว่าเก่า “ขอโทษอะไร”


          ไม่รู้ นั่นเป็นคำตอบแรกที่ผุดเข้ามาในหัว ผมแค่อยากจะเอ่ยคำขอโทษออกมา


          “ไปแล้วครับ”


          ผมหันหลังกลับ กำลังจะเดินไปเปิดม่านที่ถูกพี่พยาบาลปิดตั้งแต่ตอนนั้นแล้วเชียว หนึ่ง, ผมแอบนับในใจ บอกกับตัวเองว่าถ้าถึงก้าวที่ห้าแล้วยังไม่มีเสียงเรียกใดใดรั้งไว้ สอง, คงเป็นตัวผมเองที่จะต้องหันกลับไปพูดอะไรสักอย่าง สาม


          ณะ”


          ผมเกือบตะโกนออกมาด้วยความปิติ แต่สิ่งที่ทำได้มีแค่การหันไปหาอีกฝ่าย “ว่า?”


          “เปล่าเลย” แต่คุณกลับทำแค่ยิ้มแบบที่คุณเคยทำ “แค่เรียกเฉยๆ”


          “อาฮะ”


          “ณะ”


          ผมหันไปอีกครั้ง “ครับ”


          “เธออันบล๊อกไลน์เค้าได้หรือยัง”





         

          คุณเคยต้องมานั่งมองหน้าโปรไฟล์แฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้วหลายปีไหมครับ


          ใช่ ผมกำลังทำแบบนั้นแหละ


          “ส่องใครอ่ะ”


          เสียงเพื่อนสนิทที่ดังขึ้นมาจากข้างหลังทำให้ผมเผลออุทานคำหยาบ “โว้ย โผล่มาไม่ให้สุ่มให้เสียง” ด่าไอ้โย่งที่ไม่ได้ตัวโย่งสมชื่อก่อนจะกดออกจากแอพพลิเคชั่น ลนลานแม้คำพูดของมันจะทำให้ผมรับรู้ว่าเพื่อนสนิทจากมหาวิทยาลัยต้องรับรู้แล้วแน่นอนว่าผมไปเจอกับใครมา


          “มา เดี๋ยวกูไปส่ง”


          “ขอบใจมากมึง”


          “ทำบุญทำทานให้หมามันจ้า”


          ด่ากันเก่งแต่เลิกคบกันก็ไม่ได้ เจอหน้าแม่งตั้งแต่มัธยม มหาวิทยาลัย กินข้าวคลุกน้ำปลาพร้อมเซ็ทฉากด้วยกันตอนออกกองครั้งแรกยันงานธีสิส แยกกันอยู่พักหนึ่งแล้วยังอุตส่าห์มาสมัครทำงานที่เดียวกันอีก เหมือนโลกบอกว่าคนต่ำตมก็ต้องอยู่ด้วยกัน มีณะมีโย่ง มีโย่งมีณะที่แท้


          ไอ้โย่งโกยเศษซากกาแฟออกมาจากโต๊ะ ตอนนี้ทุ่มกว่าแล้วและนี่ถือว่าเป็นการกลับบ้านเร็วของออฟฟิศผม มันจะขับรถไปส่งให้ส่วนมอเตอร์ไซค์ให้ผมจอดไว้ที่ออฟฟิศจะได้ไม่วุ่นวายมาก เป็นการทำเพื่อตัดรำคาญคำบ่นจากเจ้ปันที่ผมได้บุญลงไปเต็มๆ


          “เมื่อกี้มึงส่องเฟซใครนะ”


          ผมอยากยกตีนขึ้นมากุมขมับ แต่เกรงว่าจะเป็นการเล่นใหญ่เกินไป “เสือก”


          “ขอบใจ กูภูมิใจกับคำนี้” ฉายาไอ้โย่งตาทิพย์ไม่ได้ได้มาเล่นๆ “เจ้ปันบอกว่ามึงเหวอจนเกือบขับชนเสาอีกรอบตอนกลับมา สรุปเจอจริงเหรอวะ”


          “ใคร”


          “คุณ”


          ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เออ” รู้ไปว่าสักวันก็ต้องบอกมันอยู่ดี เพราะว่าไม่มีใครให้ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอีกแล้ว


          โย่งถึงกับระเบิดหัวเราะ “จริงปะเนี่ย ทักปะ”


          “ไม่ทักก็แย่ เขาตรวจกูเนี่ย” แค่เท่านั้นเพื่อนเวรของผมก็ระเบิดหัวเราะเล่นใหญ่กว่าเดิม ไม่ได้สงสารใจกันแม้แต่น้อย ไอ้โย่ง เพื่อนสันดานเสีย


          “เห็นคุณย้ายมาโรงพยาบาลนี้กูยังไปเม้นแซวเลยว่าอยู่ใกล้ๆ กัน เดี๋ยวจะพาเพื่อนไปเจอ สมพรปากว่ะ” มันสตาร์ทรถจับเกียร์ สีหน้ามีความสุขบนความทุกข์ของเพื่อนเสียจนผมอยากด่าว่าไอ้โย่งหน้าหมา “แล้วไหงไปส่องเฟซเขาอีกวะ”

       

   “ก็แค่เจอ”

          “จริงปะจ๊ะ”

          “จริง” ผมย้ำ นิ่งไปชั่วครู่ “มั้ง”

          “เนี่ย มึงมีเยื่อใยอ่ะ”

          “ไอ้เวร กูแค่ตกใจไหมล่ะ ไม่คิดว่าจะเจอ”

          จริงๆ ไม่คิดว่าจะเจออีกฝ่ายอีกแล้วในชีวิตนี้

          นั่นไม่ใช่เรื่องที่โกหก ใช่ว่าไม่รู้ความเป็นไปในชีวิตอีกคน พอจะรับรู้ได้อยู่หรอกจาก social media ของเพื่อนๆ คุณ แหงล่ะ ผมเล่นอันเฟรนด์เฟซบุ๊กอีกฝ่ายไปตั้งแต่เราเลิกกัน ไม่นับไปถึงการบล๊อกไลน์และเบอร์โทรในช่วงเวลาที่เราตัดสินใจว่าพอดีกว่า เพราะฉะนั้นผมก็ไม่รับรู้หรอกว่าอีกคนเป็นอย่างไรบ้าง รู้แค่ว่ากลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วหลังจากไปใช้ทุนที่นครศรีธรรมราชมาเพราะเพื่อนๆ มีการอัพเดตให้เห็นหน้าคุณบ่อยกว่าปกติ

          “จริงเหรอวะ” โย่งใช้จังหวะที่รถมาถึงไฟแดงหันมาถาม น้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย

          “มันไม่น่าเชื่อเหรอ”

          “ไม่รู้ดิ กูแค่แบบคุณคือคนที่มึงคบนานที่สุดอ่ะ”

          ผมย้อนคิด ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เกือบสี่ปีที่คบกับอีกฝ่ายก็เป็นสถิติสูงสุดที่เกิดขึ้นในชีวิตรักผมจริงๆ

          “ทำให้มึงเลิกบุหรี่ได้ด้วย” มันเสริม

          “แล้วก็ทำให้กูกลับมาติดบุหรี่ใหม่”

          เพื่อนคนเดียวส่ายหน้า “ดึงดราม่าเฉย”

          “กูเปล่าเลย”

          “จริงปะจ๊ะ”

          “ขอร้อง ไอ้คำพูดนี้เลิกพูดสักที เปรี้ยวตีนฉิบหาย”

          “จริงปะ—” ผมด่ามันก่อนที่มันจะพูดจบ แล้วบทสนทนาของเราก็จบอยู่ตรงนั้นเพราะไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี

 

          ไอ้โย่งมาส่งถึงหน้าคอนโด ขอบคุณที่มีเซเว่นอยู่ใกล้ๆ คอนโดของผมขนาดนี้ ทำเลดีแท้ แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ของผมแต่เป็นของพี่ชาย ตอนแรกผมก็อยู่กับมัน จนสุดท้ายมันเลือกที่จะแต่งเข้าบ้านเมียของตัวเอง ผมเลยได้ยึดสถานที่ดีๆ แบบนี้ไปฟรีๆ


          อาหารมื้อนี้โง่กว่าทุกวัน มันจบลงที่พะแนงไก่ในเซเว่น เวฟมาเลยจะได้ไม่ต้องล้างจาน ผมกึ่งนั่งกึ่งนอนอย่างเอื่อยเฉื่อย เริ่มรู้สึกถึงความเจ็บจากแผลที่ได้จากความโง่ของตัวเองเข้าให้แล้วจริงๆ ในเวลานี้


          Kunnanad T.


          อ่านชื่อเดิมบนหน้าจอโทรศัพท์ซ้ำไปมา ผมไล่รูปโปรไฟล์ของคุณไปนาน ไปจนถึงวันสำคัญต่างๆ ในชีวิตอย่างเช่นวันรับปริญญาหรือวันรับกาวน์ที่จำได้ว่าตัวเองเป็นคนถ่ายมากับมือ นั่นเป็นทั้งหมดที่ทำได้แล้วในเมื่ออีกฝ่ายตั้งไว้เป็น private


           ผมคิดถึงคำพูดล่าสุด คำถามโง่ๆ ว่าผมยังไม่อันบล๊อกไลน์อีกฝ่ายสักที


          จำไม่ได้ว่าทำไมถึงตัดสินใจทำแบบนั้น แต่ก็นึกได้ว่าทรมานไม่ใช่น้อยในตอนนั้น ผมจำได้ว่าตัวเองต้องทำธีสิสในสภาพไหน ตัดวีดีโอไปร้องไห้ไปก็เคย แล้วก็จำได้เหมือนกันว่าเพื่อนๆ ของคุณที่ยังพูดคุยถามไถ่กัน เล่าว่าสภาพของคุณก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่


          ผมมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง คว่ำหน้าจอโทรศัพท์


          ไม่นานก็หยิบมาใหม่ มองภาพเหล่านั้นอยู่อีกสองสามนาที สุดท้ายก็ออกจากแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก  พอแล้วดีกว่า, ส่องไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นหรอก บอกกับตัวเองแบบนั้นก่อนจะเดินไปอาบน้ำด้วยสภาพทุลักทุเลนิดหน่อย


          ออกจากห้องน้ำพร้อมกับความคิดว่าที่ข้อเท้าผมปวดระบมจริงๆ เสียแล้ว จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าตอนนั้นคุณบอกผมว่าอะไร ประคบร้อนหรือเย็นกันแน่ ผมเลยตั้งใจจะเสิร์จกูเกิ้ลเสียหน่อย


          Kunnanad T. sent you a friend request.


          ผมใจกระตุกนิดหน่อย


          ยอมรับจริงๆ ว่าคุณเป็นคนที่ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจผมผิดเพี้ยนตั้งแต่ครั้งแรก บางทีก็แค่ตกใจ, รอยยิ้มของเขาทำให้ผมอ่านไม่ค่อยออกเท่าไหร่


          ผมลังเลว่าตัวเองควรจะกด confirm หรือ delete request จากอีกฝ่ายดี


          สุดท้ายแล้วผมก็เมินเฉยกับคำแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ กดเข้าแอพพลิเคชั่นไลน์ของตัวเองแทน ค้นหารายชื่อที่เคยบล๊อกไว้เมื่อนานมาแล้ว กดอันบล๊อก มองหน้าแชทอยู่นานก่อนที่จะตัดสินใจพิมพ์เข้าไปสั้นๆ แม้ในหัวจะมีคำถามมากมาย


          napat

เค้าไม่ได้บล๊อกเธอแล้ว


          คุณไม่ได้ตอบผมในทันที และมันน่าตลกมากที่ผมมองหน้าจอทุกๆ ห้านาทีขณะที่ประคบข้อเท้าของตัวเองอยู่


          คนเราจะต้องรอข้อความจากแฟนเก่าที่เลิกกันไปห้าปีหรือเปล่า ผมไม่มั่นใจเหมือนกัน


          คืนนั้นผมมองเพดานสีขาว พลิกตัวไปมาสองสามรอบ นึกคึกเปิดเพลย์ลิสต์ของ the script ที่ไม่ได้เปิดฟังนานแล้ว ได้ยินเพลง the man who can’t be moved วนไปมาหลายเวอร์ชั่นเสียจนผมเผลอฮัมทำนองที่คุ้นเคยจนเผลอหลับไป


          ผมฝันถึงคุณในชุดนักศึกษา กินอะไรสักอย่างอยู่ที่ม้านั่งหอในที่เราเคยนั่งด้วยกันบ่อยๆ คุยกันด้วยอะไรที่อีกฝ่ายมีรอยยิ้มเหมือนที่ได้เห็นบ่อยๆ และผมเอาแต่จับจ้องอีกฝ่าย เส้นผมสีดำขลับ, สีผิวที่ขึ้นสีแดงขณะที่โดนแดด, รอยยิ้มที่สดใสสู้กับพระอาทิตย์และเสียงหัวเราะผะแผ่วของอีกฝ่ายในบทสนทนาโง่ๆ ของเรา


          ผมตื่นมาตอนเช้าเพราะนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือตัวเอง กดเลื่อนมันอยู่สองสามรอบก่อนจะมีสติว่าตัวเองควรจะตื่นจริงๆ ไม่เช่นนั้นจะไปทำงานสาย


          สิ่งที่ปรากฎในโทรศัพท์นอกจากนาฬิกาปลุกก็คงเป็นข้อความจากเจ้าของความฝันของผมในไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้เอง


          k.

          โอเคสิ 5555

          เธออย่าลืมล้างแผลด้วยนะ


          คุณเป็นแบบนั้นเสมอ ให้ความรู้สึกว่าได้ยินเสียงที่พูดแบบช้าๆ ออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ แม้จะไม่ได้คุยกันต่อหน้า เป็นคนที่ให้ความรู้สึกว่า ให้ตาย แล้วใครแม่งจะเกลียดเธอลง แบบนี้บ่อยๆ แล้วผมก็นึกขึ้นได้ว่าอะไรทำให้ผมฝันถึงคุณที่เป็นแบบนั้น


          คงเพราะภาพจำของคุณเป็นแบบนั้น ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้กระทั่งเราเลิกกัน


          ต่อให้เราเป็นแฟนเก่ากันแล้วก็เถอะ แต่ให้ตาย, แล้วใครจะเกลียดเธอลง





-------------------------

แฟนเก่าไม่จำเป็นต้องดราม่าเสมอไปค่ะ

เจอกันในแท๊กทวิตเตอร์ได้นะคะ 

ขอฝากคุณกับณะไว้ด้วยค่า <3



#ตอนนี้ยังเป็นคุณ


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.434K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,245 ความคิดเห็น

  1. #1168 punpikk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 13:01
    หื้มมมม แล้วทำไมถึงเลิกกันเนี่ยยย
    #1,168
    0
  2. #1156 คังมินิ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 11:24

    เป็นเรื่องที่ดีเลยนะเนี่ย

    #1,156
    0
  3. #1139 อยากเกิดเป็นแมว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 10:31
    อบอุ่นแปลกๆ
    #1,139
    0
  4. #1117 - cherish 。 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 19:14

    ถ้าต่างคนต่างเสียใจแล้วทำไมถึงเลิกกันน้อ แงง อยากรู้ความหลังครั้งก่อนเลยค่ะ ;—;

    #1,117
    0
  5. #1090 hibara_ii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 00:55
    เอาแล้วววววว
    #1,090
    0
  6. #1074 babypearly_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:04
    คุณเขาน่ารักจังเลยยยย งื้อออออ
    #1,074
    0
  7. #1063 Jewapatcha (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:57
    คุณ! ทำไมน่ารักกันจังเลยค้าบบบ
    #1,063
    0
  8. #1046 byjune96 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:18
    สงสัยมาก สงสัย
    #1,046
    0
  9. #1042 Beautyploy30752 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 10:01
    โพไหนอะแม่รรร นุมั่ยหยักเข้าผิดด้อมม
    #1,042
    0
  10. #1040 mileyduchess (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 21:31
    คุณดูเป็นคนที่น่ารักจัง ;-;
    #1,040
    0
  11. #1025 mnrฯ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 21:25
    น่ารักจัง ดูรักกันมาก ทำไมเลิกกันนะ
    #1,025
    0
  12. #985 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 14:55
    มีเยื่อใยกันนดูออกก
    #985
    0
  13. #970 gxisimp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 03:01
    นึกภาพตามที่เลิกกันตอนนั้นคงทรมานกันน่าดู
    #970
    0
  14. #956 Kookie@Me (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 23:11
    ชอบการเรียกตัวเอง น่ารักมากๆ
    #956
    0
  15. #929 super__p (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 16:46
    ชอบความแฟนเก่า ถ่านมันร้อนๆ
    #929
    0
  16. #913 fayfai2302 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 00:26
    ทำไมสองคนนี้ถึงเลิกกันนะ?
    #913
    0
  17. #905 skullployz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 20:33
    กลัวผิดโพ คุณณะ หรือณะคุณ
    #905
    0
  18. #879 KeuaYoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 20:26
    the man who can't be move คือตำนานของคนมูฟออนเป็นวงกลมเลยนะเข้าใจความรู้สึกนายณะกะคุณเลย
    #879
    0
  19. #865 june (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 20:52

    ขอนิดนึง ในการบาดเจ็บข้อเท้าพลิก ใน 48 ขม แรก หรือ 2 วัน แรก ควรประคบเย็น หลังพ้นไป 48 ชม ถึฝประคบอุ่นค่ะ

    #865
    2
    • #865-1 soadah3458200(จากตอนที่ 2)
      1 ตุลาคม 2562 / 21:14
      +++++6
      #865-1
    • #865-2 soadah3458200(จากตอนที่ 2)
      1 ตุลาคม 2562 / 21:15
      +++++1
      #865-2
  20. #862 earnnearn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 20:35
    แง๊ชอบจังเลยค่ะ
    #862
    0
  21. #849 แมวตัวที่สาม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 09:13

    ไม่รู้​มีคนทักยังเรื่องการประคบ จริงๆคือต้องประคบเย็น24ชม.แรก จากนั้นค่อยประคบอุ่นนะคะ

    #849
    0
  22. #796 personalprim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 17:19
    เห้ออ แงง อ่านแร้วมันจื๊ดๆ แต่สัมผัสถึงฟามรัก
    #796
    0
  23. #778 Zazarian (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 00:19
    ชอบบ
    ปล.ชอบเพลง the man who can’t be moved มากๆ
    #778
    0
  24. #760 RayNyu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 16:50
    ทำไมถึงเลิกกันนะ
    #760
    0
  25. #751 เด็กหญิง น่วมเนี่ยม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 14:46

    ถถ้าทั้งสองยังรู้สึกดีๆต่อกัน

    ทำไมตอนนั้นถึงเลิกกัน

    เพราะอะไรนะ

    อยากรู้ววว

    #751
    0