ตอนนี้ (ยัง) เป็นคุณ [YAOI] E-BOOK บน MEB

ตอนที่ 13 : 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 734 ครั้ง
    16 มิ.ย. 62






12

 

 

          “เธอรับงานถ่ายรูปด้วยเหรอ”

 

          ผมเงยหน้าขึ้นมองคณณัฐ์ที่นั่งเล่นอยู่ที่ปลายเตียงของผมพร้อมกับกล้อง DSLR ในมือ อีกฝ่ายยิ้มตาหยี หันกล้องที่เป็นรูปผู้หญิงในชุดสวยงามตามประสาเชียร์ลีดเดอร์สมัยมัธยม

 

          ผมส่ายหน้า “เปล่า อันนั้นน้องที่เป็นญาติ” ผมอธิบาย “น้องมันเป็นหลีดฯ ไง เลยไปช่วยถ่ายรูป”

 

          “ถ่ายสวยเนอะ”

 

          “แน่นอน คนมันเก่ง”

 

          คุณแลบลิ้นทำเสียงแหวะออกมา ในขณะที่ผมหัวเราะแผ่วเบา

 

          ผมเดินเข้าไปทิ้งตัวข้างๆ “ทำไม เค้าทำไม่เก่งเหรอ”

 

          “เก่งก็ได้” ว่าที่คุณหมอหันตัวมา “แต่ไม่ชมมากหรอก เดี๋ยวเธอเหลิง”

 

          ว่าแบบนั้นพลางเอาแขนคล้องแขนของผมไว้ในขณะที่เล่นกล้องผมเหมือนเดิม เป็นวิธีการสัมผัสกันโดยที่เราได้ไปทำอย่างอื่น ผมสังเกตมาสักพักแล้วว่าคุณชอบที่จะอยู่ด้วยกันใกล้ๆ สัมผัสตัวกันเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่กอดก่ายหรือจับมือเหนียวแน่น

 

          “เคยคิดจะรับจ๊อบถ่ายรูปไหม” คุณเงยหน้าขึ้นมาถาม

 

          “เคยดิ แต่คงต้องฝึกฝีมืออีกหน่อย คณะเค้ามีคนทำเต็มเลย”

 

          “ก็เด็กฟิล์มอ่ะเนอะ”

 

          “เอกอื่นก็มี คณะเค้าเล่นกล้องเยอะ” ผมว่าพลางมองชายหนุ่มข้างกาย เผลอมองไล่ไปตั้งแต่ปลายเส้นผม, ดวงตากับไฝสองจุดตรงนั้น, จมูก เรื่อยไปจนริมฝีปากและข้อมือที่ขนาดใกล้เคียงกัน “เธอชอบเป็นแบบไหม”

 

          คุณหมอเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงงก่อนจะถามเสียงหลง “เค้า?”

 

          ผมพยักหน้า

 

          “โหย เค้าไม่ชอบถ่ายรูปอ่ะ” คุณว่าแบบนั้น เอียงศีรษะลงมาซบบนต้นแขนของผมขณะที่เลื่อนรูปในกล้องของผมไปเรื่อยๆ “เฮ้ย เพื่อนน้องสวยอ่ะอ๋อ ใช่ ไม่ใช่ถ่ายไม่ได้แต่ไม่ค่อยชิน เกร็งๆ กล้อง”

 

          “ไว้วันหลังถ่ายให้” ผมว่าแบบนั้น เอียงหัวซบศีรษะของคุณต่ออีกทอด

 

          “แบบเป็นกิจจลักษณะเลยเหรอ”

 

          ผมพยักหน้า “แบบเป็นกิจจลักษณะเลย”

 

          “ไม่เอาอ่ะ เขินแย่”

 

          คุณว่าแบบนั้นพลางซูมรูปเพื่อนๆ ของน้องผม เล่นเอาคิ้วกระตุกนิดหน่อยเพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายชอบจริงแต่ก็ไม่อยากจะไปหึงอะไรมั่วซั่ว มันดูเป็นคนงี่เง่าไปเสียหน่อย ว่าก็ว่าเถอะ, คุณชอบผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย ท่าทางอาหมวยนิดๆ สุดๆ จนตัวผมนึกขำไม่ได้ที่ผม ซึ่งเป็นแฟนคุณ เป็นเพียงผู้ชายตัวสูงโย่งหน้าตาไม่โดดเด่น แถมยังจะไว้เคราบางช่วงเพราะงานเยอะอีกต่างหาก

 

          “งั้นวันรับปริญญาฯ”

 

          “นานไป”

 

          “จะไม่อยู่เหรอ”

 

          คุณถามคำถามที่ไม่ค่อยถาม

 

          ผมไม่ได้ตอบ ยอมรับว่าไม่เก่งกาจเรื่องการสัญญา จริงๆ แล้วเป็นคนซีเรียสเรื่องคำพูดค่อนข้างมาก และคุณเองก็ดูจะเข้าใจ อีกฝ่ายยิ้มและหัวเราะแหะๆ แล้วก็เอ่ยขึ้นมาว่า

 

          “งั้นวันรับกาวน์ เธอช่วยมาถ่ายรูปให้ด้วยนะ”

 

          ผมคิดไปถึงในระยะเวลาอีกครึ่งปีข้างหน้า ก่อนที่จะพยักหน้ารับคำ

 

          คุณยิ้มตาหยี น่ารักเหมือนเดิม ก่อนที่จะทำนั่นทำนี่กับกล้องผมต่อ

 

          เชื่อไหม, ผมเพิ่งถือกล้องไปถ่ายรูปให้คุณวันรับกาวน์ไม่ถึงเดือนดีด้วยซ้ำ เราก็เลิกกันเสียแล้ว

 

          ไม่ต้องไปสนใจวันรับปริญญาหรอก,

 

          มันไม่มีวันนั้นเลยสักนิด

 

 

 

 

         

          “น้อง น้องคนนั้นอ่ะลองมายืนข้างหน้าๆ เอ้ย ถอยอีกนิด”

 

          “มันจำชื่อน้องไม่ได้นะ ไม่จ่ายค่าจ้างนะพี่”

 

          “โหย” ผมเงยหน้าขึ้นมาจากช่องมองภาพ “น้องไม่จ่ายพี่ก็ไม่กดชัตเตอร์อ่ะ เอาดิ”

 

          กลุ่มสาวๆ หัวเราะคิกคัก ทั้งที่เป็นผู้หญิงแต่ด้วยความห้าวแล้วน้องๆ ก็ถือว่าคุยกับผมได้เร็ว อันที่จริงนี่เป็นเคล็ดลับในการทำให้คนถูกถ่ายรูปผ่อนคลายด้วย ขืนถามคำตอบคำภาพก็เกร็งยันชาติหน้า

 

          “พี่คุณยังจำชื่อพวกหนูได้เลยนะ”

 

          ผมหันไปมองคุณหมอที่วันนี้มาเป็นผู้ช่วยแบกของแบกน้ำจำยอม คณณัฐยักคิ้วหลิ่วตา ท่าทางน่าจะโดนหยิกสักทีแต่ก็ไม่อยากออกตัวมากเกินไป

 

          หันกลับไปจับกล้องเป็นมั่นเป็นเหมาะ “น้องสรุปชื่ออะไรนะ”

 

          “หวาน!”

 

          ผมหัวเราะ “ขอโทษๆ น้องหวานเข้าไปหน่อย”

 

          หญิงสาวทำหน้างออย่างไม่จริงจัง ผมทำงานของตัวเองไปตัวบรรยากาศเฮฮา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าอายุใกล้เคียงกัน น้องขิมเองก็ไม่ปล่อยให้มีเดดแอร์ แต่ที่มากไปกว่านั้น

 

          ผมเหลือบมองคุณหมอ รอยยิ้มหวานเหมือนเดิมถูกมอบให้กัน

 

คุณเอียงคอและยักคิ้ว “แค่นี้ก็จะไม่ได้ กา-จอก” ไม่ลืมที่จะพูดจากวนกันปิดท้ายจนผมอดไม่ไหว เอื้อมมือไปบีบปากนั้นจนได้

 

คุณนิ่วหน้าแต่เหมือนจะไม่จริงจังในขณะที่ผมหัวเราะ ผมหันไปหากลุ่มสาวๆ ก่อนที่จะเห็นว่าพวกหล่อนหัวเราะไปด้วย ไม่ได้มีทีท่าตกใจหรืออะไร น้องขิมมองผมนิ่งๆ แต่ยามเราสบตากันก็ยิ้มให้ ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนนิดหน่อย คงเพราะหล่อนเป็นเพียงคนเดียวที่รู้จักกับคนรู้จักของผมต่ออีกทอด และก่อนหน้านี้ก็ใช่จะไม่รู้ว่าเธอค่อนข้างจะสนใจผมไม่ใช่น้อย

 

เรียกว่าเซ้นส์ก็คงได้ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงหรอก ผู้ชายเองก็มีเหมือนกัน

 

“เอ้า ถ่ายต่อ เดี๋ยวคิดชั่วโมงเพิ่มนะ”

         

          “ไม่ใจดีเลยอ่ะ”

 

          “ให้พี่ทำมาหากินเถอะน้อง”

 

          น้องๆ หัวเราะ ไม่นานเราก็ถ่ายที่ตึกเรียนเสร็จ คงเพราะคนไม่เยอะ แถมในวันเสาร์-อาทิตย์แบบนี้ก็ไม่ค่อยเจอใคร ที่สำคัญคือแสงดี

 

          ผมปล่อยให้น้องๆ เดินพาผมไปที่หอสมุดซึ่งเป็นโลเคชั่นถัดไป รอบนี้คงจะเย็นขึ้นมาหน่อยหลังจากเดินวนอยู่ในตึกร้อนๆ เสียนาน

 

          “เหนื่อยไหม” คุณหมอเดินมาถามพร้อมกับพัดลมตัวเล็กที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวไปเอามาจากไหน หันมาจ่อให้ที่ใบหน้าของผม “ร้อน”

 

          “พกด้วยเหรอ”

 

          “ไปยืมน้องมา มันชอบใช้ตอนมันไปคอนเสิร์ต”

 

          “อ๋อ” พยักหน้าและไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมให้มากความ

 

คณณัฐยิ้มหวาน เลื่อนมือที่ถือพัดลมพกพามาให้ที่ใบหน้า จ่อเข้าที่หน้าผาก ขยับปากถามโดยไร้เสียงว่าหายร้อนยัง ซึ่งทั้งหมดนั่นโคตรจะน่ารัก เป็นการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้พบเจอมานานมากแล้ว

 

คุณเก่งกาจเรื่องรอยยิ้มที่ทำให้โลกสดใสไม่พอ ยังเก่งกาจเรื่องทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆ รู้สึกดีด้วย

         

          เราเดินมาถึงห้องสมุด รอบนี้เริ่มจากการถ่ายเดี่ยวกันก่อน น้องผู้หญิงคนหนึ่งเป็นคนแรกที่นั่งลงพิงชั้นหนังสือ ผมเหลือบเห็นภาพกระโปรงนักศึกษาของหล่อนร่นขึ้นไปเลยลดกล้องลง มองซ้ายขวาก็พบว่าเพื่อนๆ น้องเขาคุยกันอยู่เลยไม่สังเกต แต่ไอ้ครั้นจะเตือนเองก็กระอักกระอ่วน

 

          “น้องครับ” และคนช่วยชีวิตผมคือคุณหมอที่ยืนอยู่ข้างหลังผม “นั่งระวังหน่อยน้า” ใช้น้ำเสียงในการเตือนให้ดูน่ารักมากกว่าดูน่าเขินอาย

 

          เธอรีบเปลี่ยนท่านั่ง ผมเลยโล่งใจหน่อยและเริ่มทำงานต่อ

 

          คุณไม่ได้เก่งแค่เรื่องรอยยิ้มทำให้โลกสดใส แต่ยังเก่งเรื่องการวางตัวให้ไม่มีใครสักคนเกลียด จะไม่ชอบหน้าคณณัฐได้ก็คงจะมีความคิดที่ซับซ้อนน่าดู คุณวางตัวดีกับผู้หญิงและผู้ชาย ถนอมน้ำใจแต่ไม่ให้ความหวัง อ้างอิงจากตอนที่สาวๆ สมัยมหาลัยชอบที่จะขายขนมจีบให้อีกคนเหลือเกิน

 

          “เมื่อยไหม” คุณเดินเข้ามาถามผมตอนที่ผมเดินมาหยิบขวดน้ำขึ้นดื่ม

 

          ผมเงยหน้าขึ้น ส่ายหน้าน้อยๆ “นั่งรอเบื่อไหม”

 

          “เฉยๆ”

 

          “วันหลังต้องเอาไฟอะไรมาให้ถือแล้ว”

 

          “งั้นวันหลังไม่มาแล้ว”

 

          “โหย” แล้วคุณก็หัวเราะที่แหย่ผมได้ แหงล่ะ, คุณถือไพ่เหนือกว่าผมเสมอแหละ “ตอนนี้เธอก็มาเดินตามต้อยๆ แล้วนะ อุตส่าห์แนะนำว่าเป็นผู้ช่วย ไม่ได้ช่วยอะไรสักอย่าง”

 

          “เค้าถือกระเป๋ากล้องให้ไง ช่วยแล้ว”

 

          “กินแรง”

 

          คณณัฐยักไหล่เป็นเชิงบอกว่าช่วยไม่ได้ ผมเอื้อมมือไปหมายจะดึงแก้มอีกคนด้วยความมันเขี้ยว แต่จังหวะนั้นเองที่คุณเบี่ยงตัวออก

 

          เหมือนบรรยากาศรอบข้างของเราน่าอึดอัดขึ้นมาภายในเสี้ยววินาทีกับการกระทำนั้น คุณดูตกใจ ผมเองก็เหมือนกัน ถึงได้ลดมือกลับในวินาทีถัดไป

 

          “เอ่อ

 

          “พี่ณะๆ”

 

          เสียงเรียกของใครคนหนึ่งทำให้ผมกลืนคำพูดลงคอ คุณคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อน น้องขิมเป็นคนที่เรียกผมเมื่อกี้นี้ เธอเดินเข้ามาหาพร้อมกับชี้ที่กล้อง

 

          “หนูขอดูรูปหน่อยได้ไหมคะ”

 

          “อ๋อ, ได้ๆ”

 

          ผมหยิบกล้องขึ้นมาเปิดที่อัลบั้มภาพที่เพิ่งถ่ายไป หันกล้องให้ด้วยความเคยชิน

 

          น้องขยับเข้ามาหนึ่งก้าว กลิ่นหอมแฮะ น้ำหอม, ไม่สิ, แชมพู? ผมตั้งคำถามกับกลิ่นที่แทรกเข้ามาในเสี้ยววินาทีก่อนที่จะได้ยินสัญญาณร้องเตือนเมื่อพบว่าระยะห่างนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ การใกล้กันจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ

จากตัวหล่อนคงไม่ใช่ระยะธรรมดา

 

          ผมเงยหน้าขึ้น เป็นจังหวะเดียวกันที่สบตากับคุณที่กำลังมองอยู่แล้ว แววตาของคุณดูปกติดีราวกับผมกำลังยืนคุยกับน้องเฉยๆ ทั้งๆ ที่น้องกำลังก้มหน้ามองหน้าจอกล้องที่คล้องคอผมอยู่

 

          ผมกลืนน้ำลาย “แป๊บนะน้องขิม” เอ่ยแบบนั้นก่อนจะถอยมาหนึ่งก้าว ยื่นกล้องให้เธอ

 

          น้องทำหน้างุนงงในจังหวะแรก ก่อนจะเหลือบตาไปมองออกฝั่ง “อะ- อ๋อ ค่ะ” ตอบมาแผ่วเบาก่อนจะถอยออกไปอีกหนึ่งก้าว

 

          ผมเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ไม่รู้หรอกว่าตัวเองทำหน้าตาแบบไหนออกไป แต่คุณถึงกับหลุดหัวเราะออกมาก่อนที่จะยกมือป้องปากและหันไปทางอื่นแทน

 

          “ชอบรูปประมาณนี้อ่ะ” น้องขิมหันหน้าจอกล้องมาทางผม “ขอโทษนะพี่”

 

          “ฮะ?” ผมร้องเสียงฉงน

 

          “เมื่อกี้ลืมตัว”

 

          “ไม่เป็นไรๆ พี่ไม่ได้เอ่อ ซีเรียสอะไร”

 

          “อ๋อ” เธอพยักหน้า “พี่โย่งไม่มาด้วยเหรอคะวันนี้”

 

          ผมขมวดคิ้ว “ปกติพี่รับงานนอกก็ไม่มาด้วยนะ ปกติพี่ก็มาคนเดียว”

 

          “อ้าวเหรอคะ” น้องเอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนที่จะเอ่ยถามคำถามที่ทำให้ผมจนมุมในที่สุด “แล้วทำไมวันนี้พี่คุณถึงมาด้วยล่ะคะ”

 

          ผมถึงกับอึ้งไปเลยจังหวะนั้น

 

          ไม่ได้ตอบอะไรไปสักคำเดียวทั้งๆ ที่ขยับปากออกแต่สุดท้ายก็หุบปากฉับ

 

          น้องขิมครางต่ำในลำคอ “อ๋อ” แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้ ทั้งๆ ที่ยิ้มให้กันแต่ผมก็ทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ ตอบกลับไป

 

          ขอโทษนะครับน้อง

 

 

 

 

         

          ผมเสร็จงานตอนช่วงบ่าย นานกว่าที่คิดไว้เล็กน้อย จริงๆ พวกน้องๆ ชวนกันไปทานร้านชาบูแต่ผมก็ปฏิเสธไปเพราะรู้ดีว่ายังมีนัดกับคนที่มาด้วยกันในที่ที่คุณเคยส่งมาว่าอยากไปเลยได้บอกลากับทุกคนไปเลย

 

          “เป็นแมปให้ด้วยนะ”

 

          “รู้แล้วน่า” คุณว่าแบบนั้น “จริงๆ ให้เค้าขับไหม ตอนเช้าเธอขับแล้ว”

 

          “คิดมาก เดี๋ยวเค้าขับให้แหละ”

 

          ผมตอบปัดพลางคาดเข็มขัด สตาร์ทรถที่ตอนนี้ร้อนฉิบหายเพราะจอดไว้บริเวณที่โดนแดด คุณกดเร่งแอร์ในขณะที่ผมวางมือลงบนพนักเก้าอี้ของอีกฝ่ายเพื่อถอยรถ

 

          จังหวะที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นก็เผลอสบตากับคุณที่มองมาที่ผมอยู่ เพียงแค่เราสบตากันคุณก็หลบสายตาไปทางอื่น

 

          “มีอะไรเหรอ”

 

          “เปล่า”

 

          ผมมองหน้าอีกฝ่ายที่บ่นงึมงำก่อนจะยักคิ้ว “หล่ออ่ะดิ”

 

          “เอ้า ก็หล่อน่ะสิถึงได้มอง”

 

          ถ้าคิดว่าจะชนะคุณได้ ผมก็คิดผิดอีกตามเคย

 

          ทั้งที่คิดว่าจะหยอดไปแล้วจะทำให้อีกฝ่ายเขิน คำตอบคือใช่เลยสักนิด ในเมื่อคุณตอบกลับอย่างไม่มีรีรอ ไม่มีแม้แต่จังหวะจะเขินด้วยซ้ำ

 

          พอผมเป็นฝ่ายเงียบ กลายเป็นคุณเสียอีกที่เอานิ้วชี้ว่า “แหน่ะ เขินล่ะสิ”

 

          จะเหลือเหรอพ่อคุณ

 

          มื้อกลางวันตอนบ่ายสองไม่ได้แย่ ถึงแม้ว่าจะมีคนบ่นอิดออดนิดหน่อยที่หิวมาก แต่เพราะร้านอาหารไม่หนาแน่นเท่าช่วงเที่ยงเลยได้มาเร็ว มื้ออาหารไม่ได้กร่อยมาก ผมนั่งฟังคุณพูดเรื่องกองทุนไปจนถึงนินทาเจ้าหมา

ของตัวเองที่ผมเคยไปช่วย พร้อมกับนินทาเพื่อนสนิทที่ผมไม่ได้ยินชื่อมานาน

 

          “แมคจะแต่งงานแล้วนะ”

 

          “แมค? อ๋อ” นั่งคิดหน้าเพื่อนไปชั่วครู่ คงเพราะถึงจะเป็นเพื่อนกับเพื่อนของคุณในเฟซบุ๊กเหมือนเดิม แต่ว่าไม่ได้มีบทสนทนาต่างๆ นานแล้ว “มันจะแต่งแล้วเหรอ”

 

          “ไม่ได้เจอเลยเหรอ”

 

          “ตั้งแต่มันรับปริญญาก็ไม่ได้เจอเลยนะ แรกๆ ก็คุยกันบ้าง แต่สักพักก็หาย”

 

          คุณขมวดคิ้วมุ่น “เธอไปงานรับปริญญามันด้วยเหรอ”

 

          ผมครางต่ำในลำคอ สบถในใจว่าพลาดแล้ว

 

          คนเรามีเรื่องที่อยากจะฝังเก็บไว้, ผมเองก็เหมือนกัน

 

          จริงๆ แล้วผมก็มีเพื่อนที่เรียนหมอคณะเดียวกับคุณสองสามคน อย่างที่บอกว่าปีแรกเรียนวิทยาเขตเดียวกัน เพราะฉะนั้นวันรับปริญญาของพวกมัน ถ้าหากผมว่างก็จะไปหา

 

          ผมยังจำความบ้าบิ่นของตัวเองเมื่อก่อนได้อยู่เลย, ตอนนั้นเราน่าจะเลิกกันไปสักสองปีไม่สิ, ประมาณปีกว่าๆ มากกว่าล่ะมั้ง ใช่, ประมาณนั้นแหละ

 

          ผมไปงานรับปริญญาที่รู้ว่าคุณกำลังรับปริญญาด้วย แต่ไม่ได้ไปหา

 

          ไม่มีดอกไม้ ไม่มีคำยินดี ไม่ได้เจอหน้าตรงๆ ด้วยซ้ำ ผมไปถ่ายรูปกับไอ้แมคสองสามภาพและพูดคุยไม่กี่ประโยคก่อนจะแยกตัวออกมาหาเพื่อนคนอื่นๆ จำได้ว่าตอนนั้นเราคลาดกันเพราะสาเหตุอะไรบางอย่าง มันถามผมว่าอยากเจอคุณไหมและผมตอบว่าไม่เป็นไร

 

          ถ้าตอนนั้นผมตอบว่าอยากเจอจะเป็นอย่างไรนะ หรือถ้าผมรอนานกว่านั้นผมจะทำอย่างไร

 

          จำได้ว่าตอนนั้นไม่ได้จะเป็นจะตายแล้ว แต่ในหัวก็คิดแค่ว่าไม่ต้องเจอคงจะดีกว่า คิดอยู่แค่นั้นจริงๆ

 

          “ไปแหละ” ผมตอบเสียงแผ่ว

 

          คุณวาดยิ้มแต่แววตาเศร้าลงนิดหน่อย “แต่วันนั้นเราไม่ได้เจอกันเนอะ”

 

          “อื้อ”

 

          แล้วอาหารก็ดูจะรสชาติจืดชืดลงนิดหน่อยหลังจากนั้น

 

          เราเปลี่ยนเรื่องราวไปที่ชีวิตของแมคที่ยังเป็นเพื่อนสนิทของคุณอยู่ ช่วงนี้ได้ยินเรื่องการแต่งงานบ่อยเสียเหลือเกิน ผมแอบนินทาพี่สะใภ้ของตัวเองให้คุณฟัง อย่างเช่นเรื่องแปลกๆ ตอนท้อง แต่คุณกลับอธิบายมาอย่างวิทยาศาสตร์ตามประสาคนเป็นหมอ โดนผมแซวว่ายังเนิร์ดเหมือนเดิมแล้วมันก็กลายเป็นเรื่องขำขัน

 

          กว่าเราจะเดินออกมาจากร้านอาหารก็ใช้เวลาไปเป็นชั่วโมงพร้อมท้องที่อิ่มเกินกว่าที่คิด

 

          “ไปไหนต่อดี” คณณัฐเอ่ยถามขึ้นมา “รอบนี้ณะเลือก เค้าเลือกร้านอาหารแล้ว”

 

          “ยากว่ะ”

 

          “งั้นกลับเลยดีไหม”

 

          “คุณณณ” ผมลากเสียงยาวในขณะที่เจ้าของชื่อหัวเราะแผ่วเบาที่แหย่ผมได้อีกครั้ง

 

          ลงท้ายเราก็จบกันที่การจอดรถไว้แถวข้างทางแล้วลงไปเดินตลาดงานอาร์ตและของมือสองใกล้ๆ นี้ตามที่ผมหาในอินเตอร์เน็ตว่ามีอะไร ผมหยิบกล้องลงไปด้วย ถือว่าถ้ามีอะไรน่าสนใจคงจะได้ทำงาน

 

          แต่น่าแปลกนะ, ของที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผมตอนนี้คงเอาไปเสนอไม่ได้แน่

 

          ทั้งที่ถือกล้องอยู่พร้อมกับเลนส์ที่เปลี่ยนจากตอนกลางวันเป็นระยะภาพที่กว้างขึ้นเพื่อถ่ายให้เห็นบรรยากาศมากกว่าภาพบุคคลแล้วแท้ๆ แต่ทำไมจุดโฟกัสเวลาผมมองผ่านกล้องถึงเป็นคุณมากกว่าบรรยากาศเหล่านั้นได้ก็ไม่รู้

 

          “ณะๆ” คุณเรียกชื่อผมพลางสะกินต้นแขน “เค้าขอไปดูต้นไม้ร้านนั้นนะ”

 

          ผมมองปลายนิ้วไปที่ร้านขายกระบองเพชร “เธอเลี้ยงด้วยเหรอ”

 

          “เพิ่งลองเลี้ยงก่อนหน้านี้ไม่นาน” คณณัฐตอบแบบนั้น “เบื่อๆ ก็หาอะไรทำ” ว่าแบบนั้นแล้วก็เดินดุ่มๆ ออกไปเลย

 

          ผมถ่ายรูปถนนที่ไม่ค่อยมีผู้คนในเวลานี้เนื่องจากตลาดเพิ่งตั้ง อีกสักพักก่อนที่จะหันกลับไปที่คุณหมอ ตั้งใจจะเดินไปหาแต่พอมองคุณที่ก้มหน้าทำหน้าเคร่งเครียดกับต้นไม้จิ๋วต่างๆ แล้วก็อดระบายยิ้มออกมาไม่ได้

 

          คุณตอนเรียนมหาวิทยาลัยเคยบ่นว่าเลี้ยงต้นไม้ไม่เคยรอด ไม่กินปลาดิบ หน้าตาเคร่งเครียดกับหนังสือเรียนแต่เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กันทุกที

 

          ห้าปีไม่ใช่เวลาน้อยๆ เลยนะ จำไม่ได้แล้วว่าตั้งแต่เจอกับคุณผมคิดคำนี้มากี่ครั้งแล้ว แต่มันก็ยังผุดขึ้นมาอีกที

 

          มันจะไปรอดจริงๆ ใช่ไหม

 

          จู่ๆ คำถามแบบนี้มันก็เคลื่อนตัวเข้ามาในหัวสมอง เป็นจังหวะที่ทำให้ลังเลจะกดชัตเตอร์จากมุมนี้

 

          แต่เสี้ยววินาทีนั้นคุณเงยหน้าขึ้นมา ริมฝีปากนั่นไม่ได้ยิ้มเหมือนเดิมแต่กัดเม้มน้อยๆ ก่อนที่จะกวักมือเรียกผมให้เข้าไปใกล้

 

          “ณะ มาช่วยเลือกหน่อย”

 

           ผมลดกล้องลงหลังจากกดชัตเตอร์ตอนที่เราสบตากันผ่านกล้อง

 

          เดินเข้าไปหา, ให้อีกฝ่ายบ่นงึมงำใส่และหันกลับมาถามด้วยคำถามง่ายๆ ว่าคุณจะเลือกอะไรดี ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เข้าถึงเรื่องต้นไม้ใบหญ้าและไม่เข้าใจว่าต้นไหนแตกต่างกันอย่างไรด้วยซ้ำ แต่คุณก็ถามความคิดของผม สุดท้ายคุณก็ได้ต้นไม้ทั้งสองต้นนั้นใส่ถุงกระดาษมา

 

          “ป่ะ ไปต่อกัน” คุณว่าแบบนั้นก่อนที่เราจะเดินต่อ

 

          หลังมือของเราสัมผัสกันแผ่วเบา,

 

          มันคงจะเร็วไปที่จะจับมือกันแน่นเหมือนที่เคยทำ

 

          แต่ความอ่อนไหวที่โดนบนหลังมือของผมทำให้รู้สึกดีพอๆ กับรอยยิ้มทำให้โลกสดใสของคุณ เพราะฉะนั้นผมจะยินดีกับช่วงเวลาเช่นนี้ไปก่อนแล้วกัน

 

          อย่างน้อยมันก็ใกล้พอที่ทำให้มือของเราโดนกันได้






-----------------------------------------------

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ


จริงๆ มันใกล้จบแล้วน้า ; - ; 

กะไว้ประมาณ 15 ตอนค่ะ


ถ้ามีโอกาสรวมเล่มคงจะดี 

แต่ถ้าเขียนช้าแบบนี้ก็คือ--- 5555555555555555555


เจอกันในแท็กนะคะ 

#ตอนนี้ยังเป็นคุณ


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 734 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,245 ความคิดเห็น

  1. #1198 mileyduchess (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 08:23
    คือมันน่ารักมากๆ เลย ฟุ้งไปด้วยความน่ารัก
    #1,198
    0
  2. #1184 คังมินิ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 09:26

    ขิมนี่ยังไงๆอยู่นะ จะมาเป็นตัวแปรของทั้งสองคนหรือเปล่า

    #1,184
    0
  3. #1150 อยากเกิดเป็นแมว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 06:12
    ก็แผลลึกแหละเนอะ ถึงจะหายแล้วแต่ถ้าเผลอไปสะกิดโดนก็ใช่ว่ามันจะไม่เจ็บ มันอบอุ่นใจในโทนหม่นๆ สุขไม่สุด เริ่มลังเลจริงๆว่าเค้าจะกลับมารู้สึกด้วยกันแบบเดิมได้ยังไง
    #1,150
    0
  4. #1128 - cherish 。 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 14:57

    น่ารักแต่มันก็หม่นๆในใจไปด้วยเช่นกัน ตอนที่แล้วว่าเลิ่กลั่กแล้ว มาตอนนี้คือเลิ่กลั่กกว่าเดิมไปอีก y—y เพลงหน่วงลอยมาเลย แง

    #1,128
    0
  5. #1096 hibara_ii (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 23:22
    ฮ่วยยยยยยยย ณะะะะ
    #1,096
    0
  6. #1057 byjune96 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:24
    น่ารักกกกกก
    #1,057
    0
  7. #1036 mnrฯ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 22:58
    น่ารักที่มากับความอึนๆ
    #1,036
    0
  8. #996 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 22:52
    ยุบยิบในใจจ
    #996
    0
  9. #897 Angzaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 06:59
    พี่คุณหล่อน่ารัก คนชอบเยอะแน่ๆ
    #897
    0
  10. #860 fffyty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 20:18
    ชอบ​บรรยากาศของเรื่องจังเลยค่ะ มันอบอุ่นมากๆ
    #860
    0
  11. #827 shubyaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 15:26
    อยากให้มีสัก30ตอนเลยค่ะ มันอบอุ่นหัวใจดี
    #827
    0
  12. #790 RayNyu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 12:22
    อย่างน้อยก็มกล้กันมากขึ้นนะ
    #790
    0
  13. #755 yayeff (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 15:24
    จะให้เหมือนเดิม100%คงยาก ค่อยๆสร้างใหม่แล้วกันเนอะ เริ่มจาก0%กันเหมือนเดิม สู้ๆๆเน้อออ
    #755
    0
  14. #737 รออยู่ที่เดิม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 04:14
    คงกังวลกันมากๆแน่เลยยยย
    #737
    0
  15. #612 ARMMOMII |♡ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 07:35
    เข้าใจถึงความกังวลของณะ และเชื่อว่าถ้าได้อ่านมุมมองของคุณอีก คุณก็คงกังวลไม่แพ้กัน การกลับมาอีกครั้งหลักจากที่เลิกกันไป ถ้ามันไม่ดีกว่าเดิม ถ้ากลับไปวนซ้ำรอยเดิม แผลครั้งนี้คงเจ็บหนักแน่ๆ
    #612
    0
  16. #538 satohara (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 00:11
    น่ารัก ละมุนมากเลยค่ะแต่ก้อยังแอบหน่วง ;-;
    #538
    0
  17. #445 hellomunchkin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 10:19
    ใจบางไปหมด เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคับผ้ม สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #445
    0
  18. #444 weiweiranida (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 20:11
    มาต่อทีอยากกอ่านแล้ว
    #444
    0
  19. #443 ningpornprapa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 15:17
    รอลุ้นอยู่นะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้น้าาาา
    #443
    0
  20. #432 TSawangpheng (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 02:07
    เฟบเรื่องไว้นานแล้วแต่เพิ่งได้อ่าน อยากบอกกับคุณไรท์ว่าฟิคสนุกมากกกกกกเลยค่ะ เราชอบการบรรยาย ตัวละคร บรรยากาศอะไรต่างๆในเรื่องแบบแบบนี้มากๆๆๆ คึณไรท์เก่งมากเลยฟิคสนุกสุดๆไปเลยค่ะ ครบอารมณ์มากกก รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะคะ
    #432
    0
  21. #431 e-tong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 13:25
    น่ารักมากกกกกกกกกอ่านแล้วอบอุ่นหัวใจจดีแงงงง;-;
    #431
    0
  22. #429 Kim-kibom (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 22:25
    ลุ้นไปด้วยเลย
    #429
    0
  23. #426 PBGYSHKYK (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 18:32
    เป็นกำลังใจให้ทั้งคนเขียน คุณหมอ และคุณณะ ;-; ฮึ้บๆนะคะ
    #426
    0
  24. #425 JB_BestDEF (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 13:43
    มันแบบบ ยุบยิบๆๆๆๆในใจจจ
    #425
    0
  25. #423 Tealeaf (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 03:31
    เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นแต่ก็อึมครึมหน่อยๆ เอาใจช่วยให้เขาใกล้กันกว่านี้ค่ะ
    #423
    0