ตอนนี้ (ยัง) เป็นคุณ [YAOI] E-BOOK บน MEB

ตอนที่ 10 : 09

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 849 ครั้ง
    26 มี.ค. 62



09

 

 

 

          ผมไม่ใช่คนไม่รู้อะไรเลยแค่แกล้งทำตัวแบบนั้นเก่งเท่านั้น

 

          ตอนที่ผมรู้ตัวว่าเพื่อนคนหนึ่งแอบชอบผม แวบแรกก็รู้สึกตกใจ, ตกใจมากๆ เลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเลยตั้งใจว่าจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีใครมาชอบ ผมมันก็ทำแบบนี้ไปเสียทุกครั้ง ยิ้มแย้มเป็นมิตรแต่ถอยออกมาหน่อยเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายคิดไปเอง แต่เหมือนเคสนี้จะยากกว่าทุกครั้งในเมื่อณะหรือณภัทรคนนั้นเป็นผู้ชายตัวโตที่ดูท่าจะซื่อบื้อ

 

          แขนขายาวเก้งก้างนั่นจะขยับตัวแต่ละทีก็ยึกๆ ยือๆ ไปเสียหมด แถมสีหน้านั่นปิดบังอะไรไม่ค่อยได้เอาเสียเลย

 

          “คุณ” เสียงเรียกชื่อผมดังขึ้นมาจากหน้าประตู “อยู่ห้องเปล่า”

 

          ผมถอยเก้าอี้ออกห่างจากโต๊ะ เดินไปเปิดประตูเพราะรู้ว่าคนที่อยู่ข้างนอกคือใคร“ว่าไง”

 

          “ยืมเหรียญสิบหน่อยดิ ไม่มีเหรียญจะซักผ้าแล้ว”

 

          มุกที่เอามาใช้เคาะประตูห้องผมก็น่ารักดีเหมือนกัน ผมเริ่มจะชินไปเสียแล้วกับการที่มีคนห้องใกล้ๆ กันในหอในเดินออกมายืมนู่นยืมนี่ ขอแลกเหรียญสิบไปซักผ้าบ้าง บางวันก็เดินมายืมยากันยุง ยาสีฟัน ตลกไหม, รูมเมทของตัวเองก็มี เซเว่นใต้หอก็มี ยังอุตส่าห์มายืมนู่นนี่ของเพื่อนต่างคณะอีก ตอนแรกก็คิดในใจว่าไอ้เด็กฟิล์มตัวสูงชะลูดนี่ไม่มีอะไรเลยเหรอ แต่พอคุยกับไอ้แมคที่เป็นรูมเมทคณะเดียวกันแล้วก็กลายเป็นว่ามันส่ายหน้าบอกผมด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

 

          “ไอ้ณะมันไม่เคยมาเคาะห้องเราตอนกูอยู่เด้อ”

 

          “อ้าว” ผมเกาหัวแกรก “จริงเหรอ”

 

          “เออ มันหาเรื่องเจอหน้ามึงเปล่า”

 

          ก็คงใช่

 

          พอเริ่มสังเกตแล้วก็หยุดสังเกตไม่ได้ คงเพราะหอในมีกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ให้รู้จักกับเพื่อนคณะอื่น ไปๆ มาๆ ห้องของผมกับห้องของณะ รวมไปถึงปีหนึ่งอีกสองสามคนในหอก็ชอบสั่งพิชซ่ามากินกันตอนดึกๆ หรือไม่ก็คลุกกันเล่นเกม โดยที่ผมกับณะไม่เล่นเกม เวลาพวกนั้นสุมหัวกัน ผมก็ถูกดีดมาอยู่กับณะไปโดยปริยาย

 

          อยากจะแกล้งทำเป็นไม่รู้อยู่หรอก แต่ไอ้การที่เปิดพัดลมแล้วจงใจจ่อให้ผมทั้งที่ตัวเองเหงื่อแตกซ่กเต็มหลัง หรือการที่ชวนไปกินอะไรที่ผมเพิ่งเปรยว่าอยากกินไปเมื่อสองสามวันก่อนนั่นก็ค่อนข้างน่าสงสัย

 

          “อ่ะ เอาอันนี้ไปกินดิ”

 

          “เฮ้ย ณะกินไปก็ได้”

 

          “ไม่เป็นไร” อีกฝ่ายว่าแบบนั้น “อยากให้คุณกิน”

 

          ผมหัวเราะอย่างเก้อเขิน แกล้งทำเป็นไม่เห็นสายตาคู่นั่นที่มองมาอย่างซื่อตรง “เนี่ย ชอบพูดจาพระเอกนะเนี่ย ทำแบบนี้ให้สาวๆ สาวหลงตาย”

 

          “แล้วต้องไปทำให้สาวเหรอ”

 

          ฟังคำพูดแล้วโคตรของโคตรเจ้าชู้, แต่สีหน้างุนงงนั่นก็ไม่ได้บ่งบอกอะไรไปมากกว่าผู้ชายคนนี้ถามออกมาตรงๆ ว่าเขาต้องไปทำหรืออย่างไร

 

          “เดี๋ยวคนก็คิดว่าณะชอบเราหรอก”

 

          ผมเอ่ยแบบนั้นพลางหลบตา หมายมั่นว่ามันจะเป็นกำแพงให้เสียหน่อย

 

          ณะแสดงสีหน้าออกมา อ่านออกง่ายเหมือนกับทุกครั้ง ทำน้ำเสียงโอดครวญจนทำให้ก้อนเนื้อในอกผมเต้นระรัวอย่างห้ามไม่ได้

 

          “จริงๆ คุณเองก็รู้อยู่แล้วนี่นา

 

          แล้วผมก็รับรู้ได้ตอนนั้น ไอ้กำแพงที่ว่านั่นไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกันณะหรอก ไม่เช่นนั้น แค่ณะแตะต้องเพียงแผ่วเบาคงไม่ล้มครืนง่ายๆ ถึงเพียงนี้

 

          ขี้โกงเหลือเกินนะณภัทร

 

 

 

 

 

          เคยมีคนบอกว่าแฟนคนแรกมักจะติดอยู่ในความทรงจำไปอีกเนิ่นนาน ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้องมากที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิต แฟนคนแรกของผมอยู่ในความทรงจำของผมได้นานกว่าที่อยู่ในความเป็นจริงเสียอีก

 

          แม้จะไม่ได้นานเท่าไหร่นักที่ได้คบกับณะ แต่ก็ไม่ใช่เวลาที่น้อยเลย

 

          แต่เชื่อไหม, ณะ ในวัยยี่สิบปีที่อาศัยในภาพจำ ติดอยู่กับผมแม้ว่าผมจะผ่านช่วงเวลาสุดโหดในการเป็น extern, ผมรับปริญญา, ผมไปใช้ทุน จวบจนผมกลับมาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ

 

          เนิ่นนานขนาดนั้นแหละ

 

          เพราะฉะนั้นตอนที่เห็นใบประวัติคนเพิ่งได้รับอุบัติเหตุมา ชื่อณภัทรที่แสนโหลกับนามสกุลที่ผมคุ้นๆ ขึ้นมาทำให้ขมวดคิ้ว ก้อนเนื้อในอกเต้นตุบ, ตุบ, ตุบ เหมือนกับภาวนาอะไรสักอย่าง

 

          ตอนที่เดินเข้าไปและเห็นว่าณภัทรคนนั้นเป็นคนเดียวกับที่อาศัยอยู่ในภาพจำ รู้ไหมผมทำอะไรไม่ถูก เอ่ยปากทักทายด้วยรอยยิ้มทั้งที่ในหัวร้องกู่ก้องว่าฉิบหายแน่สลับกับตะโกนคำว่าทำยังไงดีอยู่ในใจเป็นร้อยเป็นพันครั้ง จะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักก็ไม่ได้เพราะวินาทีที่สบตากันผมก็รู้ว่าอีกฝ่ายจำผมได้

 

          ต้องดีใจหรือเสียใจนะ

 

          รำพันคำนั้นกับตัวเอง ผมคิดไม่ออกว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดีกับสถานการณ์แบบนี้

 

          ห้าปีที่ไม่ได้เจอกันเธอเป็นยังไงบ้างนะ

 

          แล้วเธอยังอยากจะเจอกันอยู่ไหม

 

          “ณะ เธออันบล๊อกไลน์เค้าได้หรือยัง”

 

          ตอนที่พูดออกไป ในหัวไม่ได้คิดอะไรมากนักหรอก จริงๆ นะ นั่นมันเป็นแค่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะพูดออกมาตลอดตอนเจอหน้าอีกฝ่ายนับตั้งแต่เราเลิกรากันไป

 

          ณภัทรหน้าเจื่อนไปชั่วครู่กับคำพูดนั้น ผมแสร้งทำเป็นหัวเราะก่อนที่จะโบกมือไปมาเป็นเชิงว่าให้คนขาเป๋ออกไปจากที่ตรงนี้เสียที

 

          ความเงียบอยู่กับผมอยู่เพียงชั่วครู่ ผมถอนหายใจพรืด แต่นั่นไม่ได้ช่วยจัดการกับความรู้สึกปั่นป่วนในอกเลยแม้แต่น้อย

 

          ผมส่งยื่นเอกสารให้กับพี่พยาบาลที่เอ่ยปากถามว่าเจอคนรู้จักหรือ ตอบไปไม่กี่คำ ไม่ได้อธิบายใดๆ ต่อ

 

          ถ้ายังอยากรู้จักกันอยู่น่ะนะ

 

 

 

 

         

          “เจอกับณะด้วยแหละ”

 

          ผมเอ่ยปากบอกเพื่อนสนิทที่เพิ่งจะได้นัดเจอกัน แมคที่ตอนนี้เป็นหมอแมคขมวดคิ้วนิดหน่อยราวกับจะถามว่าผมกำลังพูดถึงใคร ก่อนที่มันจะเบิกตาโพล่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าจดจำแฟนเก่าของผมได้

 

          “ไอ้เชี่ยณะอ่ะนะ” ผมหัวเราะ พยักหน้าให้กับแมคที่ยังงุนงงไม่หาย “ตอนไหนวะ ได้ยังไง”

 

          “ก็เจอที่โรงพยาบาล ณะรถล้มมา เราตรวจให้ผมอธิบายไปตามจริง “แล้ววันก่อนก็นัดกินข้าวด้วยกัน”

 

          “สองคน?”

 

          “เปล่า กับโย่งด้วย”

 

          “โย่งไหนอีกวะ”

 

          “โย่งไง ที่เป็นแฝดกับณะอ่ะ ตัวติดกันบ่อยๆ ตอนปีหนึ่ง” ผมพยายามอธิบาย มันกรุ่นคิดไปชั่วครู่ก่อนจะร้องอ๋อออกมา “จำได้แล้วใช่เปล่า”

 

          “คิดออกแล้ว โหย, ก็ลืมไปเลยว่ะ”

 

          ไม่แปลกที่แมคจะลืม คณะแพทยศาสตร์ย้ายออกมาเรียนอีกวิทยาเขตตอนปีสอง เพราะฉะนั้นพวกเราเลยห่างกับคนวิทยาเขตนั้นไปโดยปริยาย มีเพียงผมที่ตอนนั้นยังคบกับณภัทรอยู่เลยเดินทางไปที่นั่นช่วงเสาร์ อาทิตย์ สลับกับให้ณะเดินทางมาหาผมบ้างก็เท่านั้น

 

          แมคมองหน้าผมด้วยสีหน้าจริงจังมากขึ้นแทนที่จะจดจ้องกับจานข้าวของตัวเอง “แล้ว?”

 

          “ฮะ?”

 

          “แล้วยังไงต่อ” มันถามย้ำ “คือมึงต้องการสื่ออะไรวะ”

 

          “เปล่านี่”

 

          “อยากคืนดีกับมันหรือยังไง”

 

          นั่นน่ะเป็นคำถามที่ยิ่งกว่าหมัดฮุกเสียอีก

 

          ผมเลิกคิ้วกับคำถามนั้นทั้งที่ในใจร้อนรนยิ่งกว่าโดนไฟลน แต่คงจะตบตาเพื่อนที่ยังอาศัยอยู่ด้วยกันเกือบตลอดไม่ได้ คนตรงข้ามทำสีหน้าค้านคั้น แต่ผมเลือกที่จะเงียบ และนั่นคงจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนดี

 

          “แค่คิดว่าดีจังนะที่ได้เจอกันอีก” ผมพูดไปตามที่คิด

 

          นั่นไม่ได้โกหก

 

          ถ้าเป็นตัวผมก่อนหน้านี้สักแปด-เก้าปีผมคงบอกว่าถ้าเป็นไปได้ก็คงไม่อยากเลิกกันหรอก ถ้าเป็นก่อนหน้านี้สักห้าปีผมก็คงจะร้องไห้บอกว่าคิดถึงฉิบหาย หรือถ้าเป็นก่อนหน้านี้สักสองปีคงจะบอกว่าณะจะไปอยู่ที่ไหนก็ไป

 

          คิดออกไหม

 

          ความรู้สึกที่ผมมีให้ณะมันเปลี่ยนไปทุกปี มันเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาที่ไหลผ่านผมไป เปลี่ยนไปตามความเนิ่นนานของความทรงจำ

 

          ตัวผมตอนนี้คิดแค่ว่าดีจังนะที่ได้เจอกันอีก ขอบคุณนะที่ยังยอมคุยกันบ้าง

 

          “แค่นั้น?” แมคถามอย่างแปลกใจ

 

          ผมพยักหน้า “แค่นั้น”

 

          “ตอนนั้นมันทำมึงไว้มาก” มันส่ายหน้า พันสปาเก็ตตี้ในจานตัวเองต่อ บรรยากาศไม่ตึงเครียดเท่ากับคราแรกที่เอ่ยปากบอกเรื่องแฟนเก่า “แต่พอมานั่งคิดๆ แล้วก็เข้าใจได้ มันไม่ได้นอกใจ แล้วก็ไม่ได้งี่เง่า”

 

          “อืม” ผมครางในลำคอ คิดย้อนไปถึงความทรงจำเก่าๆ “แต่ตอนนั้นแมคด่าณะไว้ซะเสียหมา”

 

          กาลครั้งหนึ่งคนที่มองโลกในแง่ดี ดีลกับปัญหาเก่งอย่างผมยังเคยโทรมเป็นหมาในวอร์ด จำช่วงเวลาที่ตัวเองเจ็บเจียนตายกับคำยุติความสัมพันธ์ที่ถูกเอ่ยเอื้อนออกมาผ่านโทรศัพท์ได้ไม่มีวันลืม และยังจำได้ด้วยว่าตอนนั้นแมคกับพี่ๆ ที่วอร์ดช่วยแบกผมกันมากแค่ไหน

 

          “ก็แหงดิวะ ตอนนั้นกูยังเด็ก คิดแค่ว่าใครทำอะไรเพื่อนกูคือเลวมาก”

 

          “แล้วตอนนี้ล่ะ”

 

          “ถ้ามันทำมึงเจ็บกูก็ด่ามันเหมือนเดิมอ่ะ”

 

          ผมหัวเราะพรืด “ไม่ทำหรอก”

 

          “อย่าบอกนะว่ากูจะหมาแล้ว” แมคทำท่าลุกลี้ลุกลน

 

          “เปล่าสักหน่อย แต่ยังไงณะก็คงไม่ทำอะไรหรอก” ผมอดขำกับทีท่าแบบนั้นของเพื่อนไม่ได้ เพราะเราเองก็เจ็บแล้วก็จำเหมือนกัน”

 

          แมคมองผมด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ ก็จะตามมาด้วยการส่ายศีรษะน้อยๆ

 

          “เพราะแบบนี้ไงกูถึงได้เชียร์หมอเจต”

 

          “เลิกเชียร์เถอะ”

 

          “ทันทีมาก ถ้ากูเป็นพี่มันกูร้องไห้แล้วนะ”

 

          ผมยิ้มและหัวเราะแห้งๆ  แม้ว่าตอนแรกก็สงสารพี่หมอเจต ถึงทีท่าจะดูหมาหยอกไก่กับผมมานานแถมสาวๆ ในวอร์ดก็ชอบแซวกันเสียเหลือเกินแต่ช่วงหลังๆ ก็พอรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคาดหวังให้มีการพัฒนาความสัมพันธ์จริงๆ ตอนแรกผมปฏิเสธออกไปชัดเจน แม้ไม่ได้ขัดกับผู้ชายแต่ไม่ได้แปลว่าเป็นใครก็ได้ หากแต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าให้ลองดูไปก่อนโดยที่ไม่ดันทุรังจนน่าเกลียดจนผมเองก็ใจอ่อน ยอมคุยกันแม้จะรับรู้ว่าอีกคนคิดยังไงหากแต่ก็ยังไม่เปิดใจ

 

          “ใจร้ายเก่งเนอะมึงอ่ะ”

 

          “แมคก็รู้” ผมส่ายหน้า “ไม่เคยใจร้ายได้จริงๆ สักทีหรอกน่า เราอ่ะ”

 

          “โอ้โห” เพื่อนสนิทเลิกคิ้วราวกับคำพูดของผมมันฟังดูตอแหลหนักหนา เอาอะไรกับเพื่อนคนเดียวที่ยังกล้าพูดกูมึงใส่ทั้งที่ผมเคยชนิดกับการพูดสุภาพล่ะ หมอนี่น่ะเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมเร็วกว่าชาวบ้านเขาเสมอนั่นแหละ “จะคอยดูแล้วกัน”

 

 

 

 

 

          หรือว่าวันที่ผมต้องใจร้ายจริงๆ มันมาถึงแล้วนะ

 

          ผมคิดว่าณะอาจจะร้องไห้ไปแล้วถ้ารู้ว่าบุฟเฟ่ต์โรงแรมที่อีกฝ่ายซื้อต่อมามันคือของพี่เจตที่กำลังพยายามจะก้าวเข้ามาในชีวิต ตอนแรกไม่คิดหรอกว่าจะต้องทำอะไรแบบนี้ แต่พออีกฝ่ายหยิบยื่นน้ำใจให้กันก็เลยคิดว่าไม่เป็นอะไรกับการไปกินข้าวกับแฟนเก่า

 

          ผมคิดแบบนั้น

 

          หรือบอกให้ตัวเองคิดแบบนั้นกันแน่นะ

 

          บริสุทธิ์ใจทุกอย่างที่พูดกับณะ ไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ และแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสิ่งที่วูบไหวในแววตาอีกคน

 

          หลายครั้งที่ใจนึกหวาดหวั่นว่าถ้าผมเห็นมันเมื่อไหร่ ผมจะแกล้งทำเป็นโง่ไม่ได้อีกต่อไป

 

          และถ้าผมแกล้งทำเป็นโง่ไม่ได้ ผมอาจจะเสียเขาไปอีกก็ได้ คราวนี้คงไม่มีใครใจดีเหวี่ยงเขามาให้ผมเจออีกแล้ว

 

          ณะไม่เคยจะปิดบังอะไรได้, ไม่เคยเลย, แต่เขากลับไม่ชอบพูดออกมาตรงๆ สักที ผมคิดว่าระยะเวลาห้าปีที่เราไม่เจอกันจะสอนให้เขาปิดบังได้หรือไม่ก็มีความกล้าในการพูดมากขึ้น สักทางใดทางหนึ่ง แต่เหมือนคำภาวนาของผมจะไร้ผมชอบกล

 

          ดังนั้นการอยู่ในระยะใกล้ที่ผมรับรู้ถึงลมหายใจอีกฝ่ายถึงได้อันตรายเหลือเกิน

 

          แววตาของเขามองผม ไม่เหมือนเดิมนักแต่ก็ไม่แปลกไปจากเดิม และมั่นน่าแปลกมากๆ ที่ผมยังจดจำมันได้แม้แต่ได้รับรู้มาตั้งหลายปี

 

          ผมรอว่าเขาจะทำอะไร เขาจะขยับเข้ามาใกล้เหมือนแต่ก่อนไหมนะ หรือจะผละออกไปเลย

 

          แต่พอณะขยับเข้ามา เป็นผมเองที่เผลอถอยออกไป

 

          นั่นมันแย่ที่สุด, ห่วยมากๆ, ผมอยากจะร้องไห้ออกมาเลยเสียด้วยซ้ำตอนที่ตัวเองทำแบบนั้น ความรู้สึกในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด

 

          ใจหนึ่งก็กลัวแต่อีกใจกลับบอกตัวเองว่า คณณัฐ์ เอาหน่อย, อีกครั้งจะเป็นอะไรไป

 

          ผมเองที่สร้างกำแพงให้กับความสัมพันธ์ที่เคยพังในครั้งเก่าเพียงเพื่อค่อยๆ หยิบอิฐออกทีละชิ้น, ทีละชิ้น, ด้วยความใจอ่อน

 

          คิดถึงคำพูดแมคที่บอกว่าผมใจร้าย

 

          ผมรู้ว่าผมใจร้าย แต่ไม่เคยจะใจร้ายกับณภัทรได้เลยสักครั้ง ตั้งแต่ตอนเขาเริ่มมันครั้งแรกแล้ว

 

          พูดออกมาตรงๆ ได้ไหม ผมเว้าวอนทุกครั้งที่เห็นข้อความที่มาจากอีกฝ่าย ผมอยากรู้เหลือเกินว่าณะคิดอะไรอยู่ในหัว ผมจะได้แสดงออกแบบไหน

 

          เจ็บแล้วจำน่ะใช่ แต่เรื่องดีๆ ที่เคยทำให้กันก็จำได้เหมือนกัน

 

          ถ้าณะเป็นคนที่ทำเลวกับผมมันคงจะง่ายกว่านี้ เพราะคงไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่าความสัมพันธ์มันจะถูกดึงกลับมาได้หรือเปล่า แต่ณะไม่ใช่, ไม่เคยเลยสักครั้ง, สิ่งเดียวที่ณะทำร้ายกันคงจะเป็นการเอ่ยปากบอกเลิกออกมา แล้วบอกกันว่าไม่อยากมีผมอยู่ในชีวิตแล้ว

 

          k.

          ณะ เธอถามเค้าในฐานะอะไรเหรอ

          เค้าจะได้ตอบคำถามถูก

          เค้าเหนื่อยจะเดาใจเธอแล้วอ่ะ

จริงๆ นะครับ

 

          ถ้าเราย้อนกลับไปเป็นแบบเดิม เราจะไปต่อกันรอดจริงๆ ใช่ไหม

 

          k.

          บอกเค้าหน่อยนะ เค้าเดาใจเธอตลอดไปไม่ได้หรอก

          เค้าจะได้รู้ไง

          ว่าเค้าควรตอบที่เธอถามว่าอะไร

         

          ถ้าเธอบอกกันว่าเธอไม่อยากเค้าอยู่ในชีวิตซ้ำสองจะต้องทำยังไงนะ

 

          ใช้เวลานานเลยกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติได้ นานเลยนะที่คนซึ่งไม่เคยร้องไห้ต้องร้องไห้เวลาปิดไฟ นานเลยนะที่ต้องทำตัวให้ชินกับการไปไหนโดยไม่มีเธอ

 

          กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ความเหนื่อยยากในอาชีพการงานยังไม่ได้ทำให้รู้สึกตื่นเต้นเท่าตอนนี้ อาจจะเป็นเพราะห่างหายจากความรู้สึกแบบนี้มานานแล้ว ผมทำอะไรไม่ถูก ณะทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กปีหนึ่งคนนั้น

 

          ผมมองข้อความของตัวเองที่ขึ้นว่าอีกฝ่ายรับสารนั่นแล้ว และณะเงียบไป

 

          กำโทรศัพท์มือถือแน่นอย่างทำอะไรไม่ถูก

 

          napat

          เธอพักที่ไหนนะ?

 

          ข้อความนั้นทำให้ผมขมวดคิ้วมุ่นอย่างงุนงง ไม่ทันจะตอบอะไรกลับหน้าจอก็เปลี่ยนเป็นสายโทรเข้าผ่านไลน์ ผมเบิกตากว้างเมื่อพบว่าเป็นคนที่เพิ่งโต้ตอบกันล่าสุด

 

          ตอนนี้เนี่ยนะ ถามจริง

 

          ผมเม้มปากแน่นทำท่าจะกดรับสายแต่สุดท้ายก็ลังเล กำลังจะตัดสายแต่ใจก็ไม่แข็งพอที่จะทำอย่างนั้น สุดท้ายมันก็ถูกตัดไป

 

          napat

          คุณ รับหน่อยครับ

          อยากคุยด้วย

 

          พิมพ์กลับมาแค่นั้น เงียบไปชั่วครู่กับการนิ่งเฉยของผม ก่อนที่สายเดิมจะโทรเข้ามาใหม่

 

          นาทีนั้นแหละที่ผมรู้ว่าณะก็ยังเป็นณะ และผมก็ยังเป็นคุณ

 

          ใจร้ายกับณะไม่ลงเสียที

 

          “ฮัลโหล”

 







------------------------------------------

เป็นกึ่งๆ ตอนพิเศษนั่นแหละค่ะ

รู้แล้วว่าทุกคนอยากรู้ความคิดคุณ ตอนนี้ก็ได้รู้แล้วนะ

 

หลายคนที่อ่านคุณไม่ออก ตอนนี้คงอ่านออกมากขึ้นแล้วน้า ( :

 

ปล. ไม่มีประสบการณ์กับแฟนเก่าค่ะ

แต่คิดว่าถ้าเป็นตัวเองมีแฟนเก่าแบบนี้คือฟาดมันสักทีแล้ว ยึกยือ!

 

เจอกันในแท็ก #ตอนนี้ยังเป็นคุณ นะคะ


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 849 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,245 ความคิดเห็น

  1. #1236 toonny_do (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 22:52
    เอ๋าาา กลับตาลปัตรไปหมดแล้วววว ตอนที่แล้วเพิ่งบอกคุณใจร้ายไป55555
    #1,236
    0
  2. #1222 pangpoppura (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 22:51

    คุณก็คือมีใจให้ณะเหมือนกันแต่แค่กลัว..กลัวว่าจะเจ็บอีกครั้ง อย่างที่คุณบอก'เพราะเราเองเจ็บแล้วจำเหมือนกัน' ณะนี่น่าตีจริงๆบอกเลิกเขาก่อนแต่ก็กลับมาทำใจคุณสั่นไหวอีกครั้ง ฮึ่ยย..ครั้งนี้ถ้าทำร้ายความรู้สึกคุณอีกนะจะตีให้!

    #1,222
    0
  3. #1195 mileyduchess (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 21:09
    สงสารคุณจัง ถ้าคุณให้โอกาสอีกครั้ง ณะอย่าใจร้ายอีกเลยนั
    #1,195
    0
  4. #1175 punpikk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 18:18
    ณะค้าบบบ เคเาเปิดใจขนาดนี้แล้วนะ!! สู้หน่อยๆๆๆ
    #1,175
    0
  5. #1164 คังมินิ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 16:28

    โอ๊ย สงสารคุณเลย ณะนายพลาดแล้วที่ปล่อยคนดีๆไป อยากโอ๋น้องมากเลยตอนนี้ พาเราน้ำตาซึมไปด้วยเลย

    #1,164
    1
    • #1164-1 คังมินิ (จากตอนที่ 10)
      2 กรกฎาคม 2563 / 16:34
      ที่สำคัญคือเป็นแฟนคนแรกของน้องด้วยไง เราเข้าใจน้องเลย อยากให้น้องใจแข็งอีกหน่อยอ่ะ
      #1164-1
  6. #1147 อยากเกิดเป็นแมว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 05:05
    เอ้าณะะ แกไปบอกเลิกเค้าก่อนแล้วไม่อธิบายด้วย สงสารพี่คุณเลย!!
    #1,147
    0
  7. #1125 - cherish 。 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 02:28

    อ่าว!!! นังพี่ณะ ไปบอกเลิกพี่คุณก่อนอ่ะ!!! ทำให้เค้ารู้สึกด้วยว่าพี่ไม่อยากมีเค้าในชีวิตแล้ว แถมบล็อคทุกอย่างหายไปตั้งห้าปี ที่สำคัญคือได้คะแนนสงสารเราไปเยอะมาก พออออ! โก่ดด ใจร้ายมาก ไม่มีอีกแล้วอีกต่อไปคนเห็นใจพี่ณะ จะมีแต่ทีมพี่คุณเท่านั้น!

    #1,125
    0
  8. #1095 hibara_ii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 00:02
    พอนึกถึงว่าณะเคยบอกเลิกคุณยังไง ก็แอบคิดง่าไม่อยากให้กลับไปคบกันเหมือนกันนะ สงสารคุณ อนาคตจะเลิกอีกรึป่าวยังไม่รู้เลย
    #1,095
    0
  9. #1054 byjune96 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:20
    อาาาาาาา
    #1,054
    0
  10. #1033 mnrฯ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 22:32
    โอ้ยยยย สงครามประสาท
    #1,033
    0
  11. #1013 MinRos (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 23:58
    น่ารักอ่ะ อ่นแล้วใจเต้นเพราะช่วยลุ้น
    #1,013
    0
  12. #993 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 18:59
    ยึกยือทั้งคู่ กลับมาคบกันเถอะจ้าา //โบกแท่งไฟ
    #993
    0
  13. #977 gxisimp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 13:04
    มันคงเป็นความรู้สึกที่ยากจะรับมือ... คนแปลกหน้าที่รู้จักกันดีแต่ก็ไม่แน่ใจว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมั้ยอีกนั่นแหละ 55555555 หัวเราะแต่รู้สึกขมขื่นไปหมด
    #977
    0
  14. #938 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 22:53

    เข้าใจความคิดทั้งคู่เลยแหละ คนเจ็บมันก็ยังกลัวจะซ้ำรอยเดิม คนผิดมันก็ไม่มีหน้าจะเรียกร้องขออะไร เฮ้อออ

    #938
    0
  15. #923 fayfai2302 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 23:31
    เราว่าทั้งคู่พอกันเลย เรื่องของการไม่พูดอะไรออกมาตรงๆ อาจจะเพราะกลัวด้วย มันยากจริงๆค่ะ กับการต้องเริ่มใหม่ครั้งที่สอง
    #923
    0
  16. #896 Angzaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 23:37
    ลุ้นมากลูกกก อยากให้กลับมาคบกัน
    #896
    0
  17. #843 OverOzone (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 15:35
    ฮือออออ ใจเหลวไปหมดแล้ว
    #843
    0
  18. #824 shubyaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 05:08
    ชั้นว่าแร้วกลัวจบแบบเดิม เข้าใจความรู้สึกคุณมากอะ มันเจ็บจริงๆแหละ
    #824
    0
  19. #815 fffyty (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 21:47
    ใครสักคนควรเปิดใจพูดกันตรงๆได้แล้ว ทางนี้ไม่ไหวแล้วเจ้บกระเองใจ
    #815
    0
  20. #787 RayNyu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 10:29
    เนี่ย มันต้องมีคนเริ่มสักคน ลุยเลยพวกกก
    #787
    0
  21. #767 เด็กหญิง น่วมเนี่ยม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 18:26

    เเป็นเราเราก็ว่างั้น

    เจ็บละจำทั้งๆที่ยังรู้สึกอยู่

    หน่วงง

    #767
    0
  22. #734 รออยู่ที่เดิม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 03:56
    เป็นแบบนี้เอง
    #734
    0
  23. #732 Okoy up (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 03:14
    อ่านไปถอนหายใจไป
    #732
    0
  24. #684 Kerorina (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 22:35
    เปิดใจกันได้แล้วว น่าจะใกล้ๆสามสิบกันละ อย่าท่าเยอะ หึ้ยย
    #684
    0
  25. #607 ARMMOMII |♡ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 22:45
    โอ้ สรุปที่เดาไว้เรื่องบุฟเฟต์ไม่ใช่แบบนั้น ;-; คุณจะไปกินกับคนที่คุยๆกันอยู่ต่างหาก เศร้าๆเลย แต่ยังไงคนที่ได้ใจคุณไปก็ยังเป็นณะแหละเนอะ ฮือ
    #607
    0