AND THEN I FOUND YOUR HIDDEN SHADE | hoonyoung

ตอนที่ 8 : 07 | They say you were red, never know that you’re blue.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 917
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61


07

They say you were red, never know that you’re blue.

 

 

 

          คนเรามีความลับกันสักเรื่องสองเรื่องเป็นปกติของมนุษย์ ถ้าว่ากันตามตรงแล้ว ความลับสุดยอดที่เขาไม่คิดจะบอกใครก็คงจะเป็นเรื่องที่เขาแอบชอบเพื่อนสนิทตัวเอง

 

          ตอนนี้ก็ไม่มั่นใจนักหรอกว่ายังรู้สึกกับพัค อูจินเหมือนเดิมอยู่ไหม ถ้าเทียบกับตอนที่รู้ตัวว่าเขา ผู้ไม่เคยสนอกสนใจผู้ใดเป็นพิเศษ กลับเริ่มมีความรู้สึกชอบพอเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกัน กินด้วยกัน เล่นบอลด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกันกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงแบบนั้น แถมเจ้าหมอนั่นยังไม่รู้เรื่องรู้ราวพาผู้หญิงที่คบอยู่มานั่งให้เขารู้สึกปวดใจเล่นบ่อยครั้งอีกต่างหาก

 

          จีฮุนเคยผ่านช่วงเวลาที่เห็นมันอยู่กับใครแล้วต้องเบือนหน้าหนี ได้ยินมันคุยโทรศัพท์กับแฟนนานๆ แล้วต้องปลีกตัวไปอยู่ห้องเพื่อนคนอื่น หรือกระทั่งแบกร่างตัวเองไปกินเหล้าคนเดียวเพราะมันมาแล้วนับไม่ถ้วนสมัยอยู่มหาวิทยาลัย และแน่นอน, พัค อูจินคนนั้นไม่เคยรู้เลยแม้แต่น้อย

 

          ถ้าว่าไปแล้วช่วงนั้นเขาก็ใช้ชีวิตสุดโต่งพอตัว หกเดือนแรกที่เขาใกล้เป็นบ้าตอนอยู่ใกล้อีกฝ่าย หกเดือนถัดมาที่พยายามตัดใจแต่ไม่ได้ผล สุดท้ายแล้วเขาก็ใช้ชีวิตหนึ่งปีที่ชอบมันเรียนรู้ว่ามีวิธีง่ายๆ อยู่

 

          ก็แค่แยกความรู้สึกออกมาจากทุกเรื่อง

 

          เขาไม่ได้พยายามแสดงออกไป ไม่ได้ตัดพ้อว่าทำไมไอ้หมอนั่นถึงโง่เง่าไม่เคยรู้ตัวเสียที ไม่เคยที่จะเอาอูจินไปเป็นต้นแบบในจินตนาการเพื่อเซ็กส์ระหว่างเขากับใครสักคน จีฮุนก็แค่เก็บความรู้สึกที่มีอูจินไว้ในลิ้นชักที่ลึกที่สุดของจิตใจ ปิดล็อก ลงกลอนด้วยแม่กุญแจที่เรียกว่าความเฉยชา ไปๆ มาๆ เขาเองก็เก็บความรู้สึกคลั่งรักที่ตัวเองเคยมีให้ได้อย่างแนบเนียน

 

          พัค จีฮุนไม่ได้พยายามจะตัดใจ ไม่เลยสักนิด

 

          ในเมื่อเขาเคยพยายามแล้วพบว่ามันเป็นไปไม่ได้เขาก็เลือกที่จะเก็บมันไปเรื่อยๆ ครั้นจะดีกว่า แล้วดูตอนนี้สิ, เขาไม่เดือดร้อน ไม่ทุกข์ใจ ไม่ต้องเป็นบ้าเพราะการกระทำเล็กน้อยของอีกฝ่าย

 

          ว่ากันตามตรง เขาไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าถ้าเขาไขกลอนลิ้นชักความลับนั้นเขาจะยังเจอความรักที่ตัวเองเก็บไว้อยู่ไหม หรือว่ามันจางหายไปหมดแล้ว

 

          เขาไม่รู้เลยจริงๆ

 

 

         

          “ไม่เป็นไรหรอกจินยอง ฉันว่าคุณคังน่าจะชอบนาย”

 

          จินยองเค้นหัวเราะ เขามองไม่เห็นแม้แต่น้อยว่าสิ่งที่จีซองพูดจะเข้าทีในเมื่อผู้กำกับคังคนนั้นไม่ได้พอใจในฝีมือการแสดงของเขามากนัก ดูไปครั้นจะเลิกคิ้วไปเสียด้วยซ้ำ และคงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน

 

สำหรับแพ จินยอง งานนี้จะได้หรือไม่ก็ช่าง ในเมื่อมันไม่ใช่งานที่เขาสนใจ บทฆาตกรโรคจิตนั่นน่าจะเกินความสามารถเขาไปมากโข ที่ผ่านมาเขารับแต่บทเบาๆ ทั้งนั้น ฉายาน้องชายแห่งชาตินี่ก็ได้มาตอนเล่นละครเป็นน้องชายของนางเอกในซีรี่ส์เรื่องดังที่บังเอิญบทส่งกับเขาพอดีก็เท่าน้น

 

“วันนี้ไปพักเถอะ ฉันขับรถไปส่งนายเอง”

 

“ไม่ครับ พอดีผมนัดเพื่อนไว้”

 

“หื้ม” คุณผู้จัดการเลิกคิ้ว “นัดไว้ที่ไหน นี่มันสามทุ่มกว่าแล้ว”

 

“ร้านเนื้อย่าง แถวๆ ฮงแด” เขาตอบไปตามจริงแต่สีหน้าของคนตรงหน้ายังไม่เชื่อใจนักจนเขาต้องย้ำอีกครั้ง “ผมไปกินเนื้อย่างนะ ไม่ได้ไปดื่มสักหน่อย”

 

“เดต? หรือนัดบอด?”

 

“ไม่ใช่ครับ เพื่อน”

 

“ขอให้จริงอย่าเพิ่งรีบเดตเลย บอสฆ่านายตายแน่”

 

จินยองยิ้มให้กับคำบ่นที่ไม่รู้เรื่องอะไรของจีซอง อันที่จริงทุกวันนี้บอสก็อาจจะอยากฆ่าเขาให้ตายวันละสิบรอบแล้วด้วยซ้ำ

 

ไม่ต้องกลัว ถ้างั้นผมถ่ายรูปให้เลยไหมล่ะ จะได้สบายใจ”

 

“โอ๊ย แล้วแต่นายเถอะ” คุณเมเนเจอร์ปัดมือไปมา

 

ใช้เวลาไม่นานเพื่อนตกลงกันว่าจินยองจะให้ผู้จัดการของเขาขับรถไปส่งเขาที่แถวๆ นั้น เพราะว่าวันนี้เขาไม่ได้เอารถมา รถที่ใช้ก็เป็นรถของบริษัท จินยองเองก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด

 

“ไงคนดัง”

 

คนดังที่ว่ายกยิ้มทักทายเพื่อนอีกสามคนที่มาถึงก่อนแล้ว “มีคนดังกว่าฉันอีกนะ ทักทายนายแบบควอนสิครับคุณ”

 

“กลับมาเกาหลีคนก็ไม่รู้จักแล้ว จะไปสู้อะไรน้องชายแห่งชาติ”

 

กลุ่มของแพ จินยองมีกันสี่คน คนที่พาเขามารู้จักคือยู ซอนโฮที่เคยถ่ายมินิซีรี่ส์ด้วยกันครั้งหนึ่ง หมอนั่นเป็นเมมเบอร์ไอดอลของค่ายเพลงดังที่มีฐานแฟนคลับตั้งแต่ก่อนเดบิวต์เสียอีก ส่วนอีกคนก็คือไล ควานลินที่เป็นเพื่อนสนิทของซอนโฮอีกที อยู่วงเดียวกัน ทั้งสองคนอายุน้อยกว่าจินยองหนึ่งปี ในขณะที่นายแบบควอน ฮยอนบินอายุเท่ากันกับเขา หมอนั่นรู้จักกับไล ควานลินที่สถาบันสอนภาษา ควานลินเรียนภาษาเกาหลี ในขณะที่ฮยอนบินไปเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ

 

ด้วยความที่ทำงานในสายงานใกล้ๆ กันพวกเขาเลยสนิทกัน นานครั้งถึงจะได้เจอกันที ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตารางงานที่แน่นเสียจนขยับตัวไม่ได้ อย่างรุกกี้ไอดอลสองคนนั้น ค่ายก็ยังไม่ค่อยปล่อยให้ทำอะไรเอง ตัวเขาถ้าเป็นช่วงเปิดกองถ่ายก็ไม่ต้องนึกเลย ส่วนฮยอนบินเพิ่งไปเซ็นสัญญาเป็นนายแบบกับทางอเมริกา นานวันถึงจะกลับมาเกาหลีได้สักที

 

“แล้วเป็นยังไงบ้างฮยอนบิน สาวที่นู่นสวยไหมล่ะ”

 

ฮยอนบินหัวเราะ ยกนิ้วโป้งแทนคำตอบใดๆ ทั้งหมด “โคตรแจ่มเลย”

 

น้องชายแห่งชาติหัวเราะ จินยองไม่ได้สนใจนักหรอกว่าสาวๆ ที่ไหนเจ๋งกว่ากัน แต่เขาก็ชอบบรรยากาศแบบนี้ บรรยากาศเหมือนกับเขาทำอะไรก็ได้เพราะที่นี่เป็นร้านที่มีห้องในการกินอาหารเป็นการส่วนตัว ช่วงหลังๆ เขาโดนจับผิดจนแทบไม่ต้องทำอะไรแล้ว ขยับตัวลำบากสิ้นดี พอได้อยู่กับเพื่อนๆ ถึงได้รู้สึกว่าเป็นตัวของตัวเองขึ้นมาบ้าง

 

“แล้วจินยองฮยองล่ะ แคสต์วันนี้เป็นยังไงบ้าง” หนุ่มไต้หวันเป็นคนเอ่ยปากถามเขาบ้าง

 

“ไม่น่ารอด” จินยองตอบตามตรง “ช่างเถอะ ฉันไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่”

 

“โหย แต่ช่วงนี้ผมเห็นหน้าฮยองทุกวันเลยนะในเกาหลีเนี่ย”

 

เขาหัวเราะกับคำยกยอปอปั้นจากซอนโฮ “ให้ฉันหน่อยเถอะ ไม่ค่อยจะมีเวลานอนแล้ว”

 

“ไหนตอนแรกบอกว่าไม่ชอบงานแสดง หลังๆ รับแต่งานแสดงไม่ใช่หรือ”

 

ฮยอนบินที่มีพื้นฐานมาจากงานประเภทเดียวกันเป็นคนถามเขาบ้าง เขาเคยเจอฮยอนบินบ้าง มีหลายคนเคยพูดถึงบ่อยๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะไปอเมริกา หากแต่ฮยอนบินเป็นนายแบบที่รับงานเดินแบบเป็นนิจ ผิดกับเขาที่มักจะอยู่ทางสายภาพนิ่งมากกว่า

 

“ก็ไม่ได้ชอบ แต่ข้างบนเขาอยากได้แบบนั้น” น้องชายแห่งชาติตอบไปตามจริง “บอสฉันไม่อยากให้รับงานนายแบบมากๆ น่ะ ก็พอเข้าใจ สำหรับฉันงานนายแบบคงยังไม่ยืนยาวเท่าไหร่”

 

“ก็ไปเซ็นสัญญากับค่ายนักแสดงนี่นา”

 

จินยองยิ้ม ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ในสายตาคนอื่นเขาคงเป็นประเภทที่เอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นเอง เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรนักหรอก ยิ่งถ้าคนพวกนี้รู้ว่าทำไมเขาเซ็นสัญญา ครั้นจะด่าเขาว่าโง่เง่าแน่ๆ

 

แต่เซ็นสัญญาเรื่องโฟโต้บุ๊กไป”

 

“หือ?” ฮยอนบินส่งเสียงฉงนในลำคอ “โฟโต้บุ๊กเหรอ? กับตากล้องคนไหนล่ะ”

 

“พัค จีฮุน”

 

เพื่อนรุ่นเดียวกันชะงักก่อนที่จะหันมามองเขาอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “เอาจริงดิ? ตากล้องคนนั้นจะมีโฟโต้บุ๊กงั้นเหรอ”

 

“อื้อ”

 

“โหย ปกติถ้าเป็นงานส่วนตัวของตัวเองถ่ายแต่ผู้หญิงแท้ๆ” หมอนั่นดูจะไม่เชื่อเขาจริงๆ “หรือนายถ่ายร่วมกับใคร”

 

“ไม่รู้สิ แต่เท่าที่คุยก็ทั้งเล่ม”

 

“เหย แปลกมากจริงๆ”

 

“ก็นั่นน่ะสิ”

 

แสร้งทำเป็นเหมือนกับไม่รู้ไม่เห็น แต่จริงๆ ก็ถูกต้องนั่นแหละ เขาไม่ได้รู้อะไรนักหรอก จินยองคิดไม่ออกเท่าไหร่ว่าทำไมพัค จีฮุนถึงอยากได้เขาไปเป็นแบบขนาดที่สามารถเดินมาพูดคุยกับประธานบริษัทเขาโดยตรงขนาดนั้น

 

“ก็ระวังตัวแล้วกัน ตากล้องหัวงูคนนั้นน่ะ”

 

“อะไรเหรอฮยอง” ซอนโฮดูจะไม่เข้าใจเสียเท่าไหร่

 

“พัค จีฮุนน่ะตากล้องดัง แต่เห็นว่าชอบนอนกับนางแบบบ่อยๆ บางทีก็หายไปกลางกองนั่นแหละ”

 

จินยองคลี่ยิ้มเย้ยหยันกับคำพูดนั้น โถ คุณตากล้อง ไหนบอกเขาว่าจะไม่ยุ่งกับใครถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องงาน เห็นทีคืนนี้จะต้องทักไปถามเสียหน่อยแล้ว

 

“หายไปกลางกองนี่ก็เกินไปหน่อยมั้ง” ควานลินทำท่าเหมือนไม่อยากเชื่อ “แล้วฮยองอยู่ตั้ง เมกา ทำไมรู้ดีจัง”

 

“คนรู้จักฉันส่วนใหญ่ก็อยู่สายนี้ไหมล่ะ” นายแบบดังเถียงคนอายุน้อยกว่าอย่างนึกหมั่นไส้เล็กน้อย “แต่แนวที่เขาถ่ายแบบก็อืม นางแบบก็น่าจะอร่อยอยู่น่ะนะ”

 

“ก็นะ” จินยองรีบพูดตัดบท “ตากล้องก็คงอยากลองอะไรใหม่ๆ บ้างหรือเปล่า”

 

“ก็เป็นไปได้ อารมณ์ศิลปินน่ะ”

 

“นั่นน่ะสิ”

 

“แต่นายก็ระวังไว้เถอะจินยอง” ฮยอนบินตบบ่าเขาปุๆ “ตากล้องคนนั้นอาจจะอยากลองของใหม่ในเรื่องบนเตียงด้วยนะ ผู้ชายอะไรอย่างงี้”

 

เขายิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขอบคุณคลาสการแสดงที่บริษัทเคยส่งเขาไปแล้วกัน

 

ไม่กล้าบอกเลยแฮะว่าผู้ชายคงไม่ใช่ของใหม่สำหรับตากล้องลามกคนนั้นหรอก

 

 

 

 

bae :

จริงๆ แล้วเป็นตากล้องลามกเหรอเนี่ย? 

 

พัค จีฮุนขมวดคิ้วมุ่นเมื่อมีคนทักทายมาหาเขาด้วยถ้อยคำแบบที่น่าจะเดินไปตีแรงๆ สักที พ่อคนดังคนนั้นว่างขนาดมากวนประสาทเขาเลยหรือยังไงนะ

 

ปรายตามองข้อความที่เด้งมาบนหน้าจอก่อนที่จะใส่ใจกับ Netflix ตรงหน้าต่อไปสักพักหนึ่ง ถ้าไม่ติดว่าเจ้าเด็กแก่แดดคนนั้นส่งข้อความมาเพิ่มอีก

 

bae :

กลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ ไหนของฝากอ่ะ

 

park jihoon :

ไม่มี

 

bae :

ใจร้ายเก่ง ):

 

ใครกันนะไปสอนเด็กคนนั้นว่าการพิมพ์อะไรแบบนี้มันดูน่ารัก เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธหรอกว่ามันก็น่ารักดี ดูกระเง้ากระงอดขี้ออดอ้อน แต่เขาไม่ได้ชอบคนขี้อ้อนเสียหน่อย

 

park jihoon :

ว่างงานอะไรขนาดนั้น

 

เขาพิมพ์ตอบกลับไปแบบเรียบง่าย ข้อความนั้นไม่ได้ถูกกดเข้ามาอ่านทั้งที่ปกติมักจะอ่านทันทีเวลาที่มาป่วนแชตเขา แพ จินยองเป็นแบบนั้น เพราะงั้นพอเห็นว่าห้านาทีผ่านไปแล้วยังไม่มีข้อความใดตอบกลับมา ช่างกล้องหนุ่มเลยรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย

 

เป็นอะไร เขาพิมพ์แบบนั้นก่อนจะกดลบ

 

หรือจริงๆ ไม่ว่างงาน ไปทำงานแล้วเหรอ กดลบอีกครั้งเมื่อคิดว่านั่นเป็นคำพูดที่ดูหาเรื่องพอประมาณ แล้วนี่ก็ตีหนึ่งแล้วด้วย คงไม่ได้ทำงานหนักขนาดนั้นหรอกมั้ง

 

นายโกรธฉัน? เขากำลังจะกดลบ ก่อนที่โทรศัพท์มือถือจะสั่น หน้าจอเผยชื่อชัดว่าเป็นคนที่เพิ่งจะเงียบหายไปก่อนหน้านี้

 

จีฮุนมองมันอย่างไม่มั่นใจ ลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกดรับสาย

 

“ไหน ดูสิ ใครกันแน่ที่ว่างงาน” เขามองเด็กแก่แดดที่พูดจาน่าตีตั้งแต่คำแรก รีบกดปิดกล้องตัวเองในทันทีเมื่อเพิ่งสังเกตว่าจินยองคอลมาเป็นวีดีโอคอล “อะไรของจีฮุน เปิดกล้องเลย!”

 

เรื่องอะไร”

 

“เดี๋ยวนี้ใจร้ายกับผมเก่งนักนะ”

 

“แน่นอน” เขายักคิ้ว ลืมไปเลยว่าเด็กคนนั้นไม่เห็น

 

จินยองอยู่ในสภาพเสื้อฮู้ดสีดำ ไม่ได้สวมแมสปิดปากแต่ก็ใส่หมวกแก๊ป ด้านหลังเป็นถนนที่เหลือผู้คนบางตา หัวคิ้วขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าภาพที่ถ่ายมามันคุ้นตาอย่างน่าประหลาด

 

“นายทำอะไรอยู่”

 

“เพิ่งแยกกับเพื่อน มากินเนื้อย่างกัน”

 

“อ๋อ”

 

“แถวๆ ฮงแด”

 

ชัดเลย จีฮุนก็ว่าอยู่ว่านั่นไม่ได้ไกลจากที่อยู่เขาเท่าไหร่ ที่อยู่อาศัยเขาอยู่ห่งออกมาอีกสองสามถนน เขาไม่ค่อยได้ไปแถวนั้นนักหรอกเพราะรู้สึกว่าวัยรุ่นและคนที่มาท่องเที่ยวเยอะเกินไปจนรู้สึกเหนื่อย ถึงการพูดแบบนี้มันจะทำให้เขาเหมือนเป็นลุงแก่ๆ ก็เถอะ

 

“แล้วยังไงต่อ”

 

“ก็ไม่รู้ พูดกันเรื่องจีฮุน นึกถึงเลยทักขอโทษครับ”

 

คำสุดท้ายจินยองไม่ได้พูดกับเขา แต่อีกฝ่ายคุยนั่นคุยนี่จนชนเข้ากับใครสักคนแถวๆ นั้นเข้าให้ เด็กแก่แดดลดกล้องในมือลงทำให้มุมมองเขาเปลี่ยนไป ถึงกระนั้นก็ยังได้ยินเสียงพูดคุยดังเดิม

 

“แพ จินยองหรือเปล่าคะ”

 

“ฮะ, อ๋อ ใช่ครับ”

 

“อ๋า” ได้ยินเสียงหวีดร้องเบาๆ จากปลายสาย คงเป็นผู้หญิงคนนั้นแหละ “ขอถ่ายรูปได้ไหมคะ”

 

“คงไม่สะดวกครับ ที่บริษัทผมไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป”

         

“งั้นลายเซ็นล่ะคะ”

 

          เขาได้ยินเสียงกุกกักนิดหน่อยก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงผู้หญิงคนเดิมร้องขอบคุณ ทายเอาเองว่าพ่อคนดังคนนั้นคงจะยอมมอบลายเซ็นให้เธอไปแล้ว

 

          จีฮุนกำลังจะกดตัดสาย ถ้าหากไม่ได้ยินเสียงผู้หญิงที่แตกต่างไปจากเดิมร้องขึ้นมาว่า “แพ จินยองเหรอคะ ฉันขอลายเซ็นด้วยได้ไหม”

 

          อื้ม, ก็คนดังจริงๆ นั่นแหละ ยังไงหมอนั่นก็เป็นน้องชายแห่งชาติ คนคอละครก็คงรู้จักในวงกว้างพอสมควรด้วยซ้ำ แล้วก็ยังจะอุตส่าห์ไปเดินย่านวัยรุ่นพลุกพล่านอีกนะพ่อคุณ

 

          เสียงกุกกักดังขึ้นนิดหน่อยก่อนที่จะกลับมาเป็นใบหน้าของแพ จินยองดังเดิม

 

          “ว้าว ยังไม่วางสายด้วยอ่ะจีฮุน”

 

          เขาเค้นยิ้ม “ยังปากดีได้อีก ไม่รีบๆ กลับเสียล่ะ คนดังไม่ใช่หรือไง”

 

          “เดี๋ยวนั่งรถไฟใต้ดินกลับมั้ง”

 

          “รถคุณล่ะ”

 

          “ไม่ได้เอามา” เขามองนาฬิกาที่อยู่ไม่ไกลนัก ตอนนี้ตีหนึ่งเศษๆ ถ้าจินยองคิดจะกลับคอนโดของตัวเองก็คงใช้เวลาร่วมๆ ชั่วโมงหนึ่ง “ถามทำไม คุณจะมารับเหรอ”

 

          “อืม เดี๋ยวไป” ปลายสายเงียบไปนิดหน่อย ใบหน้าแสดงความงุนงงอย่างเห็นได้ชัดจนเขาต้องอธิบายเพิ่มเติม “ไปหาที่นั่ง เดี๋ยวโทรหา ไม่ถึงสิบนาทีหรอก”

 

 

 

         

          “เอาจริงสิคุณ?”

 

          ตอนที่ขับรถมาถึงสถานที่ที่แพ จินยองบอกว่าไปรออยู่ เขาก็เห็นใบหน้างุนงงของคนอายุน้อยกว่าฉายแววไม่เข้าใจระคนแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด เด็กคนนั้นสวมแมสปิดปากเป็นการพรางตัวให้แนบเนียนมากกว่าเดิมแล้ว

 

          “ขึ้นมาน่า” เขาตัดบท

 

          น้องชายแห่งชาติเดินอ้อมหน้ารถมาขึ้นตำแหน่งข้างๆ คนขับด้วยสีหน้าอมยิ้ม เหมือนกับเด็กที่ได้ของเล่นที่ถูกใจ “ทำไมใจดี”

 

          “ถ้าคุณกลับเองคงจะกลับถึงบ้านหรอก” เขาตอบไปตามจริง “คุณแพ จินยองคะ ถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ” ก่อนจะเย้าแหย่ด้วยการดัดเสียงเป็นผู้หญิงที่ได้ยินผ่านวีดีโอคอลเมื่อครู่ “ดังใหญ่แล้วไม่ใช่หรือ”

 

          “ว่าแต่ทำไมคุณถึงมาถึงเร็วนัก ที่พักอยู่แถวนี้เหรอจีฮุน”

 

          “ไม่ไกลมาก” เขาตอบไปตามจริง

 

          แพ จินยองมองช่างกล้องคนเก่งที่ตอนนี้กำลังจับพวงมาลัยด้วยมือเดียว หัวก็ยุ่ง อยู่ในสภาพกางเกงขาสั้นกับเสื้อฮู้ดคลุมศีรษะ ทั้งยังใส่แว่นมาอีกต่างหาก ถึงเวลาที่เจอกันจีฮุนจะไม่ใช่ผู้ชายประเภทสำอางที่ต้องสนใจเรื่องแฟชั่นเหมือนกับคนอื่นๆ ในวงการ แต่นี่ก็จัดเป็นลุคแปลกตาที่เขาไม่เคยเห็นอยู่ดี

 

           “งั้นไปบ้านคุณ”

 

          “ไม่” เขาตอบชัดถ้อยชัดคำ ไม่ต้องคิดอะไรเลย

 

          “ทำไมล่ะ เปลี่ยนบรรยากาศ”

 

          รถคันหรูหยุดนิ่งเพราะเป็นจังหวะที่รอสัญญาณไฟ คนอายุมากกว่าหันไปขมวดคิ้ว “เปลี่ยนบรรยากาศ?” ทวนคำเสียงสูง หรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด

 

          มือของดาราดังวางลงบนหน้าขาของเขาอย่างแผ่วเบา ออกแรงบีบเบาๆ ให้อีกฝ่ายเข้าใจในความหมายโดยนัย

 

          “แพ จินยอง” ช่างกล้องปัดมือนั่นทิ้ง เรียกน้องชายแห่งชาติเสียงห้วน “ไม่เกี่ยว ฉันมารับเฉยๆ ไม่คิดจะทำอะไรทั้งนั้น”

 

          “งะ- งั้นเหรอ”

 

คนโดนปฏิเสธรู้สึกเหมือนเลือดไหลไปกองท่วมหน้า ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าตัวเองควรจะโมโหหรืออับอาย แต่จินยองรู้สึกว่ามีความรู้สึกเหมือนในอกเขาถูกสูบลมเข้าไปให้พองโตเพิ่มขึ้น เป็นความรู้สึกที่ไม่ควรมาอยู่ด้วยกันเลยแม้แต่น้อย

 

น่าสับสนและน่าหวาดหวั่น

 

บางครั้งพัค จีฮุนก็ทำให้เขารู้สึกแบบนั้น เหมือนจะสนใจแต่ก็ไม่สนใจ เหมือนจะใจดีแต่จริงๆ ก็ใจร้าย เหมือนจะปล่อยเขาทิ้งไว้แต่ก็ยังอุตส่าห์มารับ บอกว่าไม่ต้องการให้เบอร์ติดต่อหากแต่ถ้าเขาส่งข้อความไปหาก็ไม่เคยปล่อยให้รอนานก่อนจะตอบกันกลับแม้ถ้อยคำจะดูเย็นชา

 

หรือจริงๆ จีฮุนเป็นคนเข้าใจยากอยู่แล้ว ตั้งแต่การที่โด่งดังจากการถ่ายภาพ portrait แนวเซ็กซี่ แต่จริงจังในการทำงาน ทั้งๆ ที่เวลาอยู่บนเตียงก็เป็นคนลามกใช่เล่น

 

“เรื่องโฟโต้บุ๊กเป็นยังไงมั่งล่ะ” จินยองบ่ายเบี่ยงประเด็น

 

“เดี๋ยวคงนัดคุยกันอีกรอบ คอนเซ็ปอะไรก็คิดไว้หมดแล้ว” ตากล้องชื่อดังตอบแบบนั้น “ฝั่งคุณนั่นแหละจะมีปัญหา”

 

“ทำไม?”

 

“ดูบอสคุณสิ หวงคุณอย่างกับอะไร” คนฟังได้แต่ส่งเสียงเฮอะในลำคอจนคนที่กำลังขับรถอยู่ปรายสายตามอง

 

จีฮุนเก่งเรื่องจับสังเกต ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะว่าตัวเองทำงานเกี่ยวกับการใช้จังหวะเสี้ยววินาทีสร้างผลงานหนึ่งชิ้นหรือเปล่า เขาเลยพอจะจับสังเกตได้ว่าเสี้ยววินาทีนั้นเปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจจากอีกคน เลยเลือกที่จะไม่พูดอะไรเพิ่มเติม

 

“ถ้าเขาใจดีอย่างคุณคงดีนะจีฮุน”

 

“ตลกใหญ่แล้ว” คราวนี้คนอายุมากกว่าเป็นฝ่ายหัวเราะบ้าง “ผมไม่ได้ใจดี”

 

“ไม่ คุณใจดี”

 

“อะไรทำให้คิดอย่างนั้น”

 

“ถ้าคุณไม่ใจดีคุณจะแบล็กเมล์ผมตั้งแต่เราเจอกันครั้งแรกแล้วมั้ง” น้องชายแห่งชาติหัวเราะร่า พูดเหมือนกับเรื่องเมื่อสองเดือนก่อนเป็นเพียงเรื่องน่าขำขัน “หรือว่าเป็นเพราะคุณรวยอยู่แล้วเลยไม่ทำ?”

 

“ก็ถูก ผมไม่มีปัญหาเรื่องเงินนะคุณ”

         

โดนตอบแบบนั้น ดาราดังก็เผลอหัวเราะลั่น เล่นเอาคนถูกหัวเราะหน้าสั่นหน่อยๆ ก็แหงล่ะ ถ้าเทียบระหว่างเขากับแพ จินยอง คนที่รวยกว่าคงจะเป็นอีกฝ่ายอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงครอบครัวเขาจะมีฐานะแต่เดิม หากจินยองเองก็คงไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่นัก

 

          “ไม่เกี่ยวกับเงินก็ได้ คุณอาจจะอัดคลิปไว้แล้วก็แบล็กเมล์ผมทำอะไรๆ ไง”

 

          “นายอินกับการถ่ายหนังมากไปเหรอ” เขาว่าพลางหักพวงมาลัยเข้าทางโค้ง “คนปกติเขาจะมีความคิดทำอะไรแบบนั้นหรือไง”

 

          “ไม่แน่เสียหน่อย”

 

          “แพ จินยอง”

 

เจ้าของชื่อครางรับเสียงอ่อน เหลือบตามองคนขับรถที่เข้าเกียร์ที่สี่แยกไฟแดงอีกครั้ง จีฮุนมองลึกลงไปในแววตาอีกคน เขาเคยเห็นอีกฝ่ายผ่านตามาบ้างในทีวีก่อนจะได้เจอกันในคืนนั้น

 

“ถ้านายเจอตัวเองร้องไห้จะเป็นจะตายอยู่ที่บาร์ แล้วพูดอะไรเพ้อพกกับคนที่มาเต้นด้วยไปทั่วน่ะ เชื่อเถอะว่านายก็ปล่อยไปไม่ได้เหมือนกัน”

         

น้องชายแห่งชาติเม้มปากแน่นอยู่พักหนึ่งเมื่อคำพูดนั้นยิ่งกว่าลูกธนูยิ่งมาปักอก ภาพในวันวานย้อนกลับมาเป็นฉากๆ ว่าเขาเคยเหลวแหลกแค่ไหนเพื่อจัดการกับความรู้สึกที่พังทลายลงครั้งก่อน ประชดตัวเองมากมายเพียงใดในวันนั้น

 

          “ถึงได้บอกไงล่ะ ว่าคุณใจดี”

 

          คนใจดีไม่ได้ตอบอะไรเขาไปมากกว่าถ้อยคำสั้นๆ “อยากคิดแบบนั้นก็ตามใจ”

 

          ถ้าคนไม่รู้จักเราคงคิดว่าเขาไปเจอด้านที่ไม่น่ามองของพัค จีฮุนเข้าให้ แต่จินยองไม่ได้คิดแบบนั้นเลยสักครั้ง จีฮุนต่างหากที่มองเห็นด้านที่ไม่น่ามองของเขา

 

และเขาต่างหาก, ที่ได้พบเจอด้านที่น่าหลงใหลของอีกฝ่าย

         

ขอแค่ระมัดระวัง ยืนมองด้านนั้นจากตรงนี้ก็พอแล้ว

 

          อย่าหาเรื่องอะไรให้ตัวเองแหลกสลายอีกเลย

 

 

 

 

 

 

 

ก็คือ ช่วงนี้เรือเดินดีมาก รู้สึกตกใจ เหมือนไม่ใช่วิ้งดีพที่รู้จัก

สถานการณ์ในเรือขัดกับเรื่องที่กำลังเขียนเหลือเกินค่ะคุณกิตติ

แต่ไม่ต้องกลัวนะคะ ไม่เน้นดราม่า เราจะดราม่าพอกรุบกริบ

(ถ้าถือว่า Bite Me คือฟิคไม่ดราม่าน่ะนะ ฮื้อ 555555555)

 

อาหารน่ะจะเผ็ดอย่างเดียวมันไม่อร่อยไงล่ะ เราต้องมีรสอื่นบ้าง!

ฟิคก็เช่นกัน!

 

ปล. ยังอ่านฟิคกันอยู่ใช่หรือไม่ จะพยายามอัพบ่อยๆ แล้วค่ะ แงง

ปล. 2 กำลังรีปริ้นนิยายวายเรื่อง #ขอให้ไม่ใช่รัก ใช่ค่ะ ขายของค่ะ เยิ้บนะคะ

 

เจอกันในแท็ก #ฟิคHiddenShade ค่ะ

อย่าปล่อยให้อิฉันไถแท็กอย่างเหงาๆ เลย555555555


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

353 ความคิดเห็น

  1. #350 ggamjan (@ggamjan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:20
    แงงง น้องแพ เข้าใจน้องมากๆที่ทำตัวแบบนี้เพราะกลัวตัวเองเสียใจอีกครั้ง น้อง รู้กกกก
    #350
    0
  2. #184 pcxbh♡ (@baekfour) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 02:38
    แพจอนยิง อย่าเหลวแหลกนะ ฮึบไว้
    #184
    0
  3. #148 kkline93 (@kkline93) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 21:05
    จีฮุนหัวยุ่ง ใส่แว่น ขับรถออกมารับน้องแพ = พี่ตายแล้ว
    โอ้ยทำไมดีจังอ่ะๆๆๆๆ จริงงงงง ถึงจะปฏิเสธแต่ตีฮุนใจดีไม่รู้ตัวจริงๆ ตอนพิมข้อความแล้วลบก็คือน่ารักมากกกกกก ชอบอะไรแบบนี้ มันเหมือนกับคสพเริ่มคืบหน้าทีละนิดๆแบบไม่มีใครรู้ตัว แอบมองเห็นข้อดีของอีกคนทีละอย่างๆ แบบว่ามันดี
    เนี่ยยย ลูกแม่น่าสงสารจริงๆ หนูก็คือเด็กตัวเล็กๆคนนึงที่โดนตามใจแล้วก็ถูกทิ้งกลาง!!!! ใจร้ายที่สุดเลยไอบอส!!!!! ฮือออออออ
    เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ชั้นล่ะอยากจะรู้ว่าพจฮจะบอกแพจินยองไม่ใช่สเปคอยู่อีกมั้ย?????? เออ อาจจะไม่ใช่สเปคแต่นายก็แคร์ล่ะวะะะ มารับตอนตี1ล่ะวะะะะ

    ปล. ตอนตี1รถไฟเกาหลีหมดแล้วน้าคะแหะๆ ._.
    #148
    0
  4. #139 fluffybaebae (@fluffybaebae) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 03:20
    คนที่รู้สึกก่อนนี่มันฮือ จีฮุนพูดแต่ละอย่างแบบตรงมากกกกกตรงแบบไม่มีการให้ความหวังใดๆ สงสารลูกน้อยของแม่แง อย่าพึ่งคิดอะไรไปมากกว่านี้เลยกลัวหนูจะเจ็บอีกT_T
    #139
    0
  5. #138 Ttppak (@tita090) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 23:12

    รอนะคะะ

    #138
    0
  6. #137 decembbber (@bbbesttt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 18:20
    รอนะคะ แงงง
    #137
    0
  7. #136 Puddinghh (@nvidiaoptimus) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 01:49
    แอบสงสารน้องจินยอง ;—;
    #136
    0
  8. #135 -SongGSo(o)- (@-seoulsew-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 18:25
    ไม่อยากให้น้องเป็นฝ่ายรู้สึกก่อนเลยแงงงกลัวใจ
    #135
    0
  9. #134 Asuna ^^ (@gorbua123) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 17:32
    น้องลูก;___; อย่าพึ่งชอบจีฮุนเลยน้าหม่ามี๊กลัวหนูเสียใจอ่ะ ฮื่อออ
    #134
    0