AND THEN I FOUND YOUR HIDDEN SHADE | hoonyoung

ตอนที่ 6 : 05 | Even if you can’t deal with this pain, you can deal with ‘me’.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    21 พ.ค. 61


5

Even if you can’t deal with this pain, you can deal with ‘me’.

 

 

 

          “ไอ้งี่เง่า!”

 

          นั่นเป็นคำแรกที่เขาพ่นออกมาทันทีที่เปิดม่านเข้ามา ไอ้ตัวงี่เง่ากำลังนอนหน้าตางุนงงเหมือนกับจับอารมณ์เขาไม่ทัน ก่อนจะยิ้มโชว์ฟันเขี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

          “อะไรกันพัค จีฮุน มาโวยวายใส่กันเลยนะ”

 

ยังมีหน้ามากวนตีนอีก!

 

คนโดนยียวนกัดฟันกรอด เดินเข้าไปที่เตียง รูดม่านปิดอย่างรุนแรงเสียจนไม่เกรงใจว่าจะโดนพยาบาลข้างนอกด่า กำลังจะอ้าปากแต่โดนคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงนั่นยกมือห้ามเสียก่อน

 

“หยุดเลยพ่อ ไม่ได้อยากฟัง”

 

“พ่อมึงสิ” เขาสบถอย่างห้ามไม่ได้ “แล้วนั่นเป็นไง”

 

“ร้าว” ยกมือขวาขึ้นโชว์เฝือกที่พันบริเวณมือขวา “สักสามอาทิตย์ได้ล่ะมั้งกว่าจะกลับมาเป็นปกติ”

 

พัค อูจินยิ้ม - แต่เขารู้ว่าเพื่อนสนิทตัวเองไม่สบอารมณ์

 

แน่นอนว่าสำหรับช่างกล้อง มือเองก็เป็นหนึ่งในส่วนที่เรารักษาดูแลมากที่สุด กล้องตัวหนึ่งไม่ใช่เบา ยิ่งพัค อูจินที่เป็นช่างกล้องแนว Landscape ที่ชอบรับงานแนวเดินทางไปที่นั่นที่นี่ไกลๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

อูจินเป็นแบบนั้น, พลังงานเหลือล้น รักอิสระ ไม่ชอบหยุดนิ่ง เขารู้ดี

 

เพราะงั้นพอเห็นคนเป็นเพื่อนสนิทมีความขุ่นมัวในดวงตา ตัวเขาที่ร้อนอกร้อนใจก็กลายเป็นฝ่ายเย็นแทนอย่างไม่ต้องสงสัย

 

“ต้องนอนโรงพยาบาลหรือเปล่า” จีฮุนเอ่ยถาม

 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวก็กลับบ้านเหมือนเดิม”

 

“แล้วรถ?”

 

“ประกันมาช่วยจัดการแล้ว” เจ้าของฟันเขี้ยวเอ่ยแบบนั้น “แม่ง, หงุดหงิดฉิบหาย” ก่อนที่จะเป็นฝ่ายแสดงอาการไม่พอใจกลับมาบ้าง

 

“บอกกี่รอบแล้วว่าเลิกขับมอเตอร์ไซค์สักที ห่าเอ๊ย” เขาบ่นรอบที่ล้าน “สมน้ำหน้า เตือนล่ะไม่เคยจะฟัง”

 

เขาเคยบอกหลายต่อหลายรอบแล้วว่าอูจินควรบอกลามอเตอร์ไซค์ของตัวเองสักที ถึงจะรู้ว่าเจ้าตัวรักรถมากแค่ไหนก็ตาม อูจินไม่ได้ไม่มีเงินซื้อรถยนต์ ถ้าพูดให้ถูกคือมีเงินซื้อรถได้หลายคันหรืออาจจะรถหรูสักคันแล้วด้วยซ้ำแต่อีกฝ่ายกลับเอาไปลงกับการแต่งรถมอเตอร์ไซค์สองสามคันที่ตัวเองมี ใครต่อใครบอกให้ซื้อรถสักคันมาก็ไม่ยอมจะสน อูจินบอกว่าอาชีพตากล้อง ขับแบบนี้ไปก็ไม่มีใครมองไม่ดี มีมองแต่ว่าเป็นคนมีสไตล์ ซึ่งก็ถูกต้อง, จีฮุนไม่เถียงหรอก

 

แต่สำหรับคนมุทะลุแบบอูจิน แบบนั้นน่ะน่าเป็นห่วงเสียอีก

 

ไม่ใช่ครั้งแรกที่อูจินรถล้ม ตั้งแต่รู้จักกันช่วงมหาวิทยาลัย อูจินรถล้มไปห้ารอบแล้วเห็นจะได้ เคราะห์ดีตลอดที่ไม่ได้บาดเจ็บหนัก หนักสุดก็คือใส่เผือกอ่อนที่ขาครั้งนึง ครั้งนี้น่าจะเรียกว่าหนักที่สุด ยิ่งเป็นอวัยวะที่ใช้ทำงานประจำด้วยก็ตาม

 

“แล้วงานบ่าย ดาเนียลฮยองบอกนายรับต่อเหรอ?”

 

“ก็เออน่ะสิ” จีฮุนผ่อนลมหายใจ

 

“แล้วจะรีบมาโรงพยาบาลทำไมวะ” คนโดนถามขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยก่อนจะส่ายศีรษะ ให้ตาย ผ่านมาหลายปีเขาก็ยังไม่ชินกับนิสัยไม่ค่อยสังเกตอะไรรอบข้างของอีกฝ่ายทุกที “อ๋ออ” ไม่ทันจะตอบอะไร อีกฝ่ายก็ครางพร้อมยิ้มเผล่ เผยให้เห็นคมเขี้ยวที่เป็นเสน่ห์ของอีกฝ่ายทันควัน

 

“อ๋ออะไร?”

 

“แวะมาหาฉันเพราะนายไม่ได้อยู่บ้านล่ะสิ”

 

คำพูดนั้นทำเอาจีฮุนเค้นเสียงเฮอะในลำคอ “ใช่” ความหงุดหงิดวิ่งเล่นอยู่ในเส้นประสาทแบบห้ามไม่ได้ ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะเก่งกาจที่จะรู้

 

“สงสารเลยว่ะ ต้องมาหากันก่อน ไม่งั้นก็อาจจะเป็น morning kiss หรือ morning sex ดีๆ” เจ้าของคมเขี้ยวนั่นยักคิ้วหลิ่วตาเหมือนกับจะเย้าแหย่

 

คนพลาดโอกาส morning kiss ดั่งเพื่อนบอกถอนหายใจพรืด “ช่างแม่งเถอะ ไม่ได้สำคัญเท่าไหร่”

 

“ขอบคุณเหลือเกิน” อูจินหัวเราะ “ที่ให้กูสำคัญที่หนึ่ง”

 

พัค จีฮุนเค้นยิ้มบอกตัวเองด้วยคำเดียวกันที่พูดกับเพื่อนตัวเองเมื่อกี้

 

ช่างแม่งเถอะ เขาเลิกหวังไปแล้วแหละ

 

 

 

 

งานของพัค อูจินถูกกระจายไปที่ดาเนียลเป็นส่วนใหญ่ คงเป็นเพราะเป็นคนจับแนวเดียวกันตั้งแต่ต้น มีโยนมาให้เขาประปรายสำหรับงานที่เขาพอทำไหว ส่วนเจ้าตัวก็ประกาศไม่รับงานสักพักเพราะอาการบาดเจ็บ บางชิ้นที่ลูกค้าระบุเจาะจงว่าอยากได้ช่างกล้องพัค อูจินก็ไปจ้างงานของที่อื่นเลยก็มี แต่ถ้าไม่ใช่ลูกค้ามากเรื่องอะไร ก็ยอมให้ซองอูจัดแจงงานไปให้คนอื่นเหมือนกัน

 

ตากล้องจากที่คอยรับงานมีสามเหลือแค่สองในหนึ่งเดือน ความฝันที่จะลดรับงานลงของจีฮุนก็เป็นเหมือนฝัน จริงอยู่ที่เงินเข้าบัญชีมากขึ้น แต่เขาอยากได้เวลามานั่งคิดเรื่องโฟโต้บุ๊กมากกว่า

 

จีฮุนร่างคอนเซปต์คร่าวๆ ไว้เยอะแล้ว เพราะสำนักพิมพ์เองก็ให้สิทธิ์เขาแทบหมดเขาเลยสบายใจเช่นนี้ เหลืออย่างเดียวที่ยังไม่ได้รับการตอบรับ

 

นายแบบตัวดีนั่นแหละ

 

ก็ทราบดีว่าการติดต่อหานายแบบที่เจาะจงเช่นนี้ คงเป็นการยากที่จะยื่นเรื่องให้รวดเร็ว ยิ่งจินยองไม่ใช่คนรับงานอิสระแต่มีต้นสังกัดอยู่ คงมีการปรึกษากันหลายฝ่าย แต่นี่ก็ล่อไปเป็นอาทิตย์แล้ว สำนักพิมพ์อัพเดตข่าวให้เขาเรื่อยๆ ก็จริงว่าต้นสังกัดบอกว่าคิวของน้องชายแห่งชาติจัดการยาก แต่ตัวแทนก็เป็นฝ่ายช่วยยืนยันให้ว่าตากล้องอย่างเขาอยากร่วมงานกับแพ จินยองจริงๆ

 

“เอาอย่างนี้ไหมคะคุณจีฮุน คุณลองมาคุยกับทางต้นสังกัดแพ จินยองด้วยเป็นอย่างไรคะ จะได้รับรู้พร้อมกันเลย”

 

          นั่นเป็นข้อเสนอจากคิม ชองฮาที่มีเสน่ห์โดดเด่นเกินกว่าจะเป็นตัวแทนของสำนักพิมพ์ในการพูดคุยกัน เขาเลยใช้วันว่างของตัวเองในการออกจากเตียงนอนโง่ๆ ของตัวเองมาตามที่ร้านกาแฟที่มี Co-Working Space ใกล้ๆ กับต้นสังกัดแพ จินยองตามที่นัดไว้

         

สวัสดีครับ นี่ของฝาก”

 

เขายิ้มให้หล่อน ชองฮาเป็นผู้หญิงตัวเล็ก หน้าตาเหมือนอาหมวยแต่นิสัยในการทำงานทั้งสุภาพทั้งจริงจังเสียจนเขาไม่กล้าทำตัวขี้เล่นอะไรด้วยมาก การรักษาสัมพันธ์ไมตรีเลยอยู่ที่เวลาเจอกัน เขาก็ซื้อขนมเล็กๆ น้อยๆ มาให้เธอเสียที

 

เธอยกยิ้ม “ขอบคุณนะคะ แล้วก็ขอโทษด้วย ฉันได้ยินว่าช่วงนี้คุณจีฮุนงานยุ่ง”

 

“ไม่เป็นไรครับ ยังไงนี่ก็งานของผม จริงๆ ผมควรจะมาคุยด้วยตั้งแต่ต้นแล้ว”

 

“แต่ฉันว่าเผื่อใจไว้หน่อยก็ดีนะคะ” หล่อนเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “ฉันลองเข้ามาคุยแล้ว จริงอยู่ที่รายละเอียดตอนนั้นฉันไม่สามารถตอบได้หมด แต่ดูเหมือนยังไง ทางนี้ก็คงจะปฏิเสธน่ะค่ะ”

 

“จริงเหรอครับ” ตากล้องเลิกคิ้วนิดหน่อย “คิวยุ่งขนาดนั้นเลยหรือ”

 

“ฉันไม่อยากพูดแบบนี้นะคะ” สาวตัวเล็กช้อนตามองอย่างลังเลใจ “แต่แนวถ่ายภาพของคุณจีฮุนก็ค่อนข้างเฉพาะตัวและเป็นผู้ใหญ่ไปเสียหน่อย ยังไงแพ จินยองก็ยังมีภาพลักษณ์อยู่ ทางต้นสังกัดก็คงมองในจุดนี้ด้วยนั่นแหละค่ะ”

 

อื้ม” ร่างหนาตอบรับพลางเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างห้ามไม่ได้

 

หล่อนก็พูดถูกต้อง จินยองไม่ใช่นายแบบเพียงอย่างเดียวแต่เป็นดารานักแสดงด้วย แฟนคลับก็ไม่ใช่น้อยๆ เข้าวงการมายังไม่เท่าไหร่ บรรลุนิติภาวะมาไม่นาน ทั้งยังมีฉายาว่าน้องชายแห่งชาติค้ำคออยู่อีกต่างหาก เขาเองก็พอคิดออกหากต้นสังกัดยังอยากสกรีนงานบางประเภทให้อีกฝ่ายไว้บ้าง

 

“งั้นเดี๋ยวเราขึ้นบริษัทกันเถอะค่ะ”

 

“เราไม่ได้นัดคุยกันที่นี่หรือครับ”

 

“เปล่าค่ะ ดูเหมือนวันนี้จะได้คุยกับท่านประธานโดยตรงเลยน่ะค่ะ”

 

จีฮุนเลิกคิ้ว นึกแปลกใจนิดหน่อย กะไอ้แค่การคุยรายละเอียดของงานนี่ถึงขั้นต้องคุยกับประธานค่ายเลยงั้นหรือ? เป็นแบบนี้เสมอหรือสำหรับแพ จินยองเท่านั้นเล่า

 

ถึงเขาไม่ใช่คนติดตามวงการบันเทิงมากนักแต่ก็รู้ว่านี่เป็นค่ายของนักแสดงที่เริ่มจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในการบริหารงานขึ้นมาเหมือนกัน แต่แน่นอน, จีฮุนแทบไม่เคยถ่ายงานใดๆ จากต้นสังกัดนี้หรอก ถึงได้ถ่ายจริงๆ ก็ได้เจอเฉพาะคนที่มาอยู่หน้ากล้องเขาเท่านั้น เพราะไม่มีครั้งไหนเลยที่จะได้มาคุยกับต้นสังกัดขนาดนี้ ส่วนใหญ่คนจัดการให้ก็คือลูกค้าที่มาบรีฟงานนั่นแหละ

 

ตึกนี้ไม่ได้ใหญ่ ทันทีที่เดินเข้ามาพร้อมกับชองฮาเหมือนคนจำเธอได้อยู่แล้วเลยได้คำทักทายสั้นๆ “คุยกับบอสใช่ไหมคะ ลิฟต์ตรงริมทางเดิน กดชั้นสี่ได้เลยค่ะ”

 

เขาโน้มศีรษะขอบคุณเจ้าหล่อน เดินตรงมาตามทางที่บอก โชคดีที่บรรยากาศไม่เคร่งเครียดอะไรมากนัก เขาใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาว ถือว่าดูสุภาพแตกต่างจากครั้งอื่นๆ ที่ใส่กางเกงยีนส์หรือกางเกงวอร์มมาทำงาน

 

ตอนที่ประตูลิฟต์เปิดออก เขาถึงกับชะงักไปนิดหน่อยเมื่อมีใครสักคนกำลังยืนอยู่ตรงหน้าลิฟต์

 

เจ้าของใบหน้าเล็กคลี่ยิ้มให้เขาอย่างใสซื่อ เรียกชื่อเขาอย่างร่าเริง “คุณจีฮุน”

 

เขาเหลือบมองหญิงสาวข้างกาย หล่อนเองก็แสดงอาการตื่นเต้นนิดหน่อย มองหน้าเขาสลับกับคนดังอย่างทำอะไรไม่ถูกจนเขาต้องไขข้อสงสัยขณะที่เดินออกจากลิฟต์เสียก่อน

 

“ผมเคยเจอเขาตอนถ่ายให้นิตยสารน่ะครับ”

 

“อ๋อ” หล่อนส่งเสียงคราง

 

“วันนี้มาทำอะไรที่ค่ายผมล่ะ คุณจีฮุน”

 

เขามองน้องชายแห่งชาติที่ยิ้มให้เขาเหมือนไม่เคยเรียกเขาด้วยชื่อจีฮุนเฉยๆ มาก่อน ครั้งสุดท้ายที่เจอกันก็คือวันที่เด็กคนนี้รับบทเป็นแมวตัวโตวันนั้นนั่นแหละ และเขาก็ไม่ได้ติดต่อใดๆ ไป ในเมื่ออย่างไรเราก็ไม่มีเบอร์ติดต่อกันอยู่แล้ว พอเขารีบออกมาแต่เช้าแบบนั้นเลยไม่ได้สนใจอะไรอีก

 

จริงๆ แล้วต่อให้เขาไม่รีบออก จีฮุนก็คงไม่ได้ทะเยอทะยานกับจินยอง

 

ถึงเด็กคนนั้นแหกกฎมากมายที่เขาหมั่นเพียรสร้างมาอยู่บ้าง แต่มันก็ยังยอมรับได้ ในเมื่อความสัมพันธ์ของเขากับจินยองเป็นความสัมพันธ์แบบ win-win และจินยองยังไม่ก้าวเข้ามาถึงส่วนที่เขาห้ามใครแตะต้อง

 

ในเมื่อมันเกิดขึ้นจากเรื่องบังเอิญ เขาก็ยินดีให้ความบังเอิญเป็นตัวพาเรามาเจอกันเท่านั้น

 

“มาคุยกันเรื่องงานนิดหน่อย คุณก็คงทราบแล้ว”

 

“งาน?” คนอายุน้อยกว่าทวนคำเสียงฉงน “เกี่ยวกับผมเหรอครับ ยังไม่ได้ทราบอะไรเลย”

 

จีฮุนเป็นฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นมาเอง ไม่ทันที่จะถามอะไรก็ได้ยินคนตะโกนเรียกชื่อน้องชายแห่งชาติ อีกฝ่ายเป็นเมเนเจอร์ของอีกฝ่ายที่เขาเคยเห็นหน้าจากคราก่อน จินยองเลยโน้มศีรษะเล็กน้อย ยิ้มให้เขาและชองฮาเป็นเชิงขอตัวก่อนจะเดินไปที่อีกฝั่งหนึ่ง

 

เขากับหญิงสาวเดินตรงมาตามทาง พอถึงจุดที่มีโต๊ะแยกไว้หน้าห้องเขาก็พอจะเดาได้ว่านั่นเป็นห้องของท่านประธาน หญิงสาวหน้าห้องยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร

 

“ที่ติดต่อไว้ใช่ไหมคะ บอสรออยู่แล้วค่ะ เข้าไปคุยได้เลย”

 

“ขอบคุณค่ะ” หล่อนตอบกลับ เป็นฝ่ายเปิดประตูเข้าไปในห้องที่เขียนไว้ว่าท่านประธานเสียก่อน

 

ภายในห้องมีส่วนหนึ่งถูกกั้นไว้ แยกจากส่วนที่เป็นโซฟาและโต๊ะขนาดเล็กเพื่อพูดคุยอย่างชัดเจน ช่างกล้องมองชายหนุ่มที่กำลังจิบกาแฟที่โซฟา ใส่เสื้อเชิ้ตอย่างเป็นทางการที่ไม่มากเกินไป ใบหน้าหล่อเหลานั่นทำให้เขาหรี่ตามองเล็กน้อยก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อคิดออกว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

 

ฮวัง มินฮยอน เป็นนักร้องนักแสดงดังอยู่ช่วงหนึ่งตอนที่เขาเรียนอยู่ชั้นมัธยม ก่อนที่จะค่อยๆ บอกลาอาชีพหน้ากล้อง ได้ยินว่าไปเรียนต่อถึงต่างประเทศ กลับมาทำงานบริหารธุรกิจบันเทิง ไม่ยักกะรู้มาก่อนว่าอายุเพียงสามสิบกว่าจะทำให้อีกฝ่ายถือตำแหน่งสูงสุดของค่ายระดับกลางเช่นนี้ได้แล้ว

         

“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้เจอ” อดีตนักร้องคนนั้นลุกขึ้นมาทักทายเขากับชองฮา ดวงตาเรียวเหมือนกับสุนัขจิ้งจอกนั่นทำให้เขาเผลอคิดว่ามินฮยอนเหมาะกับตำแหน่งบริหารคนแบบนี้มากกว่าตอนอยู่หน้ากล้องเสียอีก “ดีใจที่ได้เจอคุณครับคุณพัค”

 

          “เช่นกันครับ ไม่คิดว่าคุณจะมาคุยรายละเอียดงานด้วยตัวเอง”

 

          “ปกติก็ไม่ใช่ผมหรอกครับ” มินฮยอนว่าเช่นนั้น คลี่ยิ้ม ยิ้มแบบนักธุรกิจ “พอดีว่าจินยองตอนนี้กำลังอยู่ในเส้นทางที่ดี ไม่ได้แปลว่าผมไม่อยากให้เขาร่วมงานกับคุณนะ มันเป็นโอกาสที่ดี แต่ถ้าจะร่วมงานจริงๆ ผมคิดว่าเราควรต้องคุยรายละเอียดกันมากทีเดียวล่ะ”

 

          จีฮุนยิ้ม “ครับ เริ่มจากเรื่องไหนก่อนดี”

 

อะไรบางอย่างในตัวเขาบอกเขาว่านี่ไม่น่าสบอารมณ์เอาเสียเลย

         

จริงอยู่ที่เขาชอบการทำงานที่เป็นการเป็นงาน ชื่นชอบการคุยรายละเอียด เรื่องที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ หรืองานการโดยตรง คุยกันอย่างจริงจัง ไม่ต้องอ้อมค้อมก็เป็นเรื่องดี แต่อะไรบางอย่างในตัวบอสของค่ายนี้ทำให้เขารู้สึกแปลก

 

          ถ้าไม่ใช่ฮวัง มินฮยอนเป็นคนประเภทที่เขาไม่เคยรับมือด้วย ก็คงจะเป็นคนที่เหมือนกันเกินไปกระมัง

 

          “ผมอยากทราบช่วงเวลาและคอนเซปต์คร่าวๆ” มินฮยอนตอบเขาตามตรง “ถ้าตารางเวลาไม่ตรงผมอาจจะต้องปฏิเสธงานให้น้องเขา”

 

          สรรพนามนั่นยิ่งน่าแปลกใจเข้าไปใหญ่ เรียกน้องเขาทีเดียวเชียว

 

          “งานถ่ายแบบจริงๆ ผมคิดว่าจะกินเวลาไม่เกินหนึ่งเดือน หมายถึงนัดวันภายในช่วงนั้นน่ะครับ เพราะคงถ่ายเป็นเซ็ตๆ ไป แต่ตัวผมอยากให้มีการถ่ายโลเกชั่น outdoor สวยๆ สักที่ คงจะเป็นในประเทศหรือไม่ก็ต่างประเทศใกล้ๆ กินเวลา 3-4 วันไม่เกิน” เขาอธิบายทุกอย่างอย่างใจเย็น แม้คิดว่าเรื่องพื้นฐานเช่นนี้ ชองฮาเองก็ทราบรายละเอียดและชี้แจงไปแล้วก็ตาม “ถ้าตกลง ผมสามารถเริ่มถ่ายงานได้ช่วงกลางเดือนนี้ เผื่อว่าน้องเขาไม่ได้มีตารางงานอยู่ในตอนนี้”

 

          “ช่วงนี้จินยองยังไม่มีกองถ่ายอะไรติดค้างแต่ก็มีงานบ้างประปราย” บอสหนุ่มว่าเช่นนั้น “แล้วเรื่องคอนเซปต์ล่ะครับ ผมเคยดูงานของคุณมาเหมือนกัน”

 

          “...”

 

          “จริงๆ ผมน่ะแปลกใจนะครับ ที่คุณนึกสนใจนายแบบขึ้นมา”

 

          ริมฝีปากได้แต่คลี่ยิ้มทั้งที่ในใจเหงื่อตกเล็กน้อย รู้ดีว่าอดีตคนดังไม่น่ารู้ได้หรอกว่าเขาสนใจนายแบบในความหมายใดบ้าง

 

          “ผมอยากลองอะไรใหม่ๆ บ้าง ถ่ายนางแบบมาเยอะแล้ว นี่โฟโต้บุ๊กครั้งแรก ก็อยากจะแสดงตัวตนใหม่บ้างน่ะครับ” จีฮุนพูดติดไม่จริงจังอะไร “บังเอิญได้ร่วมถ่ายปกนิตยาสารให้แพ จินยองคราวก่อน ผมว่าเขาก็ น่าสนใจดี”

 

          แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะพูดหรอกนะว่าจินยองมีดีกว่าหน้าฉากที่เขาจัดให้มากแค่ไหน แต่ในฐานะช่างกล้อง, เขาเองก็ไม่ได้บิดพริ้วคำใด จินยองเป็นบุคคลที่ไม่ใช่นายแบบเต็มตัว ประสบการณ์ยังน้อยแต่เซ้นส์กลับดี มีพื้นที่ให้เขาเติมเต็มและสร้างสรรค์ศิลปะของตัวเองได้มากพอ และจากการไปดูผลงานเก่าๆ ของอีกฝ่ายมา จินยองน่าจะเข้ากับหลายคอนเซปต์ได้แน่นอน

 

          “คุณพัค ผมถามตรงๆ” ชายหนุ่มวัยกลางคนมองเขา คลี่ยิ้มแต่แววตาไม่ได้ยิ้มไปด้วย “ผลงานนี้ของคุณจะผู้ใหญ่แค่ไหน?”

 

          จีฮุนมองดวงตาของอีกฝ่ายตรงๆ วาดยิ้มบนริมฝีปาก ตอบคำถามด้วยคำถาม

 

“แล้วคุณให้อนุญาตได้ถึงไหนล่ะครับ”

         

 

 

          เขาเดินออกมาจากห้องหลังจากคุยกันเกือบชั่วโมง มินฮยอนมีทีท่าไม่พอใจนิดหน่อยหลังจากที่เราตกลงกันไม่ได้สักที ทำท่าเหมือนจะปฏิเสธอย่างจริงจังไปตั้งหลายคราแต่เขากับชองฮาพยายามยื่นข้อเสนอนั่นนี่เสียจนอีกฝ่ายเริ่มยอมแพ้ สุดท้ายก็ตอบกลับมาว่า

 

          “แพ จินยองสัมภาษณ์อยู่ห้องข้างๆ ยังไงผมก็ต้องถามความสมัครใจของเขา เดี๋ยวถ้ายังไงคงไม่นาน เรามาคุยกันอีกทีดีกว่าครับ”

 

          พอเห็นว่ายังไงก็ต้องรอน้องชายแห่งชาติตัวแสบคนนั้น จีฮุนเลยขออนุญาตมาเดินยืดเส้นยืดสายพร้อมกับเข้าห้องน้ำไปด้วยเลย ทำธุระเสร็จ กำลังล้างมือก็เห็นว่าห้องน้ำชายมีผู้มาใหม่เข้ามา

 

          จีฮุนขมวดคิ้วมุ่น มองคนที่ตัวเองกำลังรออยู่ผ่านกระจก จินยองไม่ใช่แค่เดินเข้ามาเฉยๆ แต่จัดการปิดประตูลงกลอนเสร็จสรรพ

 

          “ใจร้ายนักนะจีฮุน” คนอายุน้อยกว่าว่าหน้าบึ้ง “คราวก่อนลุกไปตอนไหน ไม่ยักกะรู้”

 

          เขาหัวเราะ “ปกติก็ไม่ต้องปลุกนี่ นายตื่นเองทั้งนั้น แล้วฉันก็มีธุระด้วย”

 

          “งั้นเหรอ” จินยองวาดยิ้ม เดินเข้าใกล้เขาที่กำลังยืนอยู่บริเวณซิงค์ล้างมือ พอเขาหันกลับมา เจ้าตัวดีก็อยู่ในระยะประชิดกันเสียแล้ว “ธุระอะไรนะตอนเช้า แฟน?”

 

          “ฉันไม่มีแฟน”

 

          “ก็ดี ถ้าจีฮุนมีแฟน” เว้นวรรคไปชั่วครู่เหมือนคนอายุน้อยกว่ากำลังนึกอะไรได้ แววตาเศร้าหมองเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาซุกซนเหมือนกับปกติ “ผมคงไม่ยุ่งด้วยหรอก”

 

          ร่างหนาทำได้เพียงส่งเสียงเค้นหัวเราะในลำคอ เด็กแก่แดดของเขาเลิกคิ้วราวกับจะถามว่าขำอะไรนักหนา ก่อนที่จะเป็นฝ่ายเปลี่ยนบนสนทนาเสียก่อน

 

          “แล้วสรุปมาทำอะไรที่นี่ บอสจะเรียกผมเข้าไปคุยด้วย อย่าบอกนะว่าเกี่ยวกับคุณ”

 

          จีฮุนยักไหล่ “เดี๋ยวไปคุยกันอีกทีก็ได้มั้ง ไม่เห็นต้องรีบเลย”

 

          “ผมรีบ” ว่าอย่างเอาแต่ใจ ปากเล็กยู่เข้าหากันเสียจนเขานึกขันเมื่อคิดว่าจริงๆ แล้ว ปากเล็กนี่ไม่เคยหยุดออกคำสั่ง ถ้าไม่นับบนเตียงที่เขาเป็นฝ่ายได้ออกคำสั่งเสียเอง “สรุปมีอะไร”

 

          เขาลังเลนิดหน่อยที่จะตอบ แต่สุดท้ายยังไงเด็กนี่ก็คงเซ้าซี้เสียจนได้สิ่งที่ต้องการ

 

“ฉันอยากได้นายมาเป็นนายแบบให้โฟโต้บุ๊กของฉัน”

         

จินยองเบิกตากว้างเล็กน้อย แสดงความดีใจอย่างปิดบังไม่มิด “จริงเหรอ!”

 

          “อื้อ” เขาพยักหน้า “บอสเรียกนายไปคุย แต่ก็อาจจะไม่ได้ก็ได้นะ บอสนายดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่”

 

          สิ้นประโยคนั้นน้องชายแห่งชาติก็หุบยิ้ม คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเสียจนคนเห็นการเปลี่ยนแปลงนึกงุนงง ไม่ทันที่จะถามอะไรอีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นมาก่อน

 

          “ทำไมเขาถึงไม่พอใจ คอนเซปต์?”

 

          “ฉันลดให้เขาเยอะแล้ว” ตากล้องหนุ่มว่าอย่างนึกหัวเสียหน่อยๆ “ถ้านายรู้ว่าเขาไม่อยากให้นายโชว์อะไรบ้างนายจะเชื่อฉัน ว่าฉันลดให้เขาเยอะแล้วจริงๆ”

 

          คำพูดนั้นยิ่งทำให้คนอายุน้อยกว่าขมวดคิ้วหนัก “แต่คุณอยากได้ผมไปเป็นแบบมากขนาดนั้นเชียว”

 

          “เอาล่ะ ตัวแสบ” จีฮุนถอนหายใจ “ฉันอยากได้นายไปเป็นแบบ มากๆ” เขาย้ำให้ชัดเจน มองลึกไปในแววตาของอีกฝ่าย

 

          เขารู้ว่าอีกฝ่ายมีดี และเขาจะยินดีเป็นอย่างยิ่งหากตัวเองจะเป็นคนได้ปั้นแต่งความงดงามนั้นให้คนประจักษ์

 

          “แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ฉันก็คงต้องยอมแพ้”

 

          “อย่ายอมแพ้” จินยองว่าขึ้นมาก่อน “ผมทำให้คุณแน่”

 

          “ไปตกลงกับบอสนายให้ได้ก่อนเถอะ” ช่างกล้องหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ “นายเข้าไปในห้องนั้น เชื่อเถอะเขาโน้มน้าวนายแน่ มองยังไงก็ไม่อยากให้นายทำจริงๆ หวงอย่างกับเป็นลูก”

 

          จินยองเค้นหัวเราะ หวงก้างล่ะสิไม่ว่า แต่นั่นก็ดี, ถ้ามินฮยอนหวงก้างจริง แพ จินยองก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อทำให้อีกฝ่ายเป็นบ้า

 

“ผมน่ะ เก่งเรื่องดื้อนะรู้ไหม” น้องชายแห่งชาติว่าเช่นนั้น เอื้อมมือไปไล้บนไหล่กว้างที่เคยใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยว “ถ้าผมทำได้ คุณจะว่ายังไงล่ะ”

 

จีฮุนมองคนอายุน้อยกว่าอย่างเหลือเชื่อ ให้ตาย วันนี้เขาเอียนกับการพูดจาภาษาธุรกิจเหลือเกิน ปล่อยเขาไปกดชัตเตอร์ธรรมดาๆ ทีเถอะ

 

“อยากได้อะไรล่ะ” ร่างหนาถามอย่างตรงไปตรงมา

 

“เบอร์ของจีฮุน”

 

คำตอบนั่นเกินความคาดหมายไปมากเลยทีเดียว เขาสบตากับดวงตาตรงไปตรงมาของอีกฝ่าย จินยองไม่ได้ระบายยิ้มอยู่ทั้งยังมองเขาด้วยความอยากเอาชนะบางอย่างที่เขาไม่รู้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมแพ้เสียจริง

 

“แพ จินยอง” เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายตรงไปตรงมา “ฉันไม่มีความคิดจะสร้างความสัมพันธ์กับใคร”

 

“หลงตัวเอง” คำที่ตอกกลับมาเล่นเอาตากล้องผงะไปนิดหน่อย “ผมอยากได้เบอร์คุณแปลว่าผมจะจีบหรือไง จะบ้าหรือ”

         

คนอายุมากกว่าส่งเสียงเฮอะ คำพูดคำจานี่น่าโดนตีหนักๆ สักที ยอมรับว่าเสียหน้านิดหน่อย ผิดหรือไงที่เขามักจะโดนคู่นอนขอหนทางติดต่อเพราะนึกสนใจกันน่ะ

 

          “แล้วจะเอาไปทำอะไร”

 

          “แก้เหงามั้ง” จินยองยักไหล่ “จีฮุนแก้เหงาผมได้ดี”

 

          ตากล้องหนุ่มเอาลิ้นดุนดันกระพุ้งแก้มอย่างห้ามไม่ได้ โอ้โห, คนที่เขาปฏิเสธๆ ไปต้องร้องไห้แน่ถ้ารู้ว่าเขาเป็นของแก้เหงาให้เจ้าน้องชายแห่งชาติอย่างกับของเล่นแบบนี้

 

          “ว่าไงล่ะ”

 

          เขามองคนที่เพิ่งบรรลุนิติภาวะหมาดๆ เร่งเร้าเขาด้วยใบหน้าดึงดัน เอาแต่ใจ โหมดที่เขาถูกใจเป็นลูกแมวที่ว่าง่าย แต่ก็ยอมรับว่าแมวที่ดื้อดึงแบบนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

 

          จีฮุนยักไหล่ “ทำให้ได้ก็แล้วกัน”

 

          และเชื่อเถอะ, แพ จินยองน่ะ เก่งเรื่องทำตัวดื้อดึงจริงๆ

 

 

 

 

กลับมาแล้วค่ะ //ไหว้ย่อ

ตอนนี้สอบเสร็จแล้วโดยสวัสดิภาพ ภาวนาให้เกรดอิฉันออกมาอย่างมีสวัสดิภาพด้วยนะคะ

เนื่องด้วยเดือนนี้วิ้งดีพมีโมเม้นเยอะมากเหลือเกิน จะพยายามเขียนในปิดเทอมนี้ให้เยอะที่สุดค่ะ

ยังไม่ได้หายไปไหนนะคะ ไม่ต้องกลัว 5555555555

เรื่องนี้ร่างไว้ว่ายาวกว่า Bite Me ค่ะ แต่นี่ก็ผ่านมาห้าเดือนแล้วตั้งแต่เปิดเรื่อง

เพื่อผ่านไปห้าตอน พฮื้อออ555555555

กราบขอบพระคุณทุกคนที่รอและให้กำลังใจกันตลอดค่ะ

อ่านคอมเม้นและแท็กอยู่เสมอนะคะ พูดคุยกันได้ค่ะ ( :

 

ปล. ไปมีตวิ้งดีพชิปเปอร์มา ดีใจที่ได้เจอทุกคนค่ะ ประทับใจในความใหญ่ของเรือ

 

เจอกันในแท็ก #ฟิคHiddenShade เช่นเคยนะคะ




? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

353 ความคิดเห็น

  1. #225 xj4ohx2 (@xj4ohx2) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 09:26
    -ดื้อของแม่ ประทับใจ
    #225
    0
  2. #145 kkline93 (@kkline93) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 20:27
    หลังจากติดนุ้นี่นั่น พี่มาแงะไหดองแล้วค่ะ!!!!
    เห้อออออ เนี่ยยยยยย ไม่รู้ว่าอยากบีบคอเพราะความหมั่นไส้ใครมากกว่ากันระหว่างจีฮึนที่ลุกจากเตียงไม่รอลูก กับเจ้าของค่ายหัวงูที่กันท่าอยู่นั่น!!!!! ลูกน่ารักมากตอนเป็นบอกว่าคิดว่าเอาเบอร์จะจีบหรือไง งิๆๆๆๆ ลูกแม่ต้องอย่างงี้ค่ะ!!!
    เอาเป็นว่าตอนนี้เดาว่าลูกแม่คงชอบมินฮยอน แต่อีกคนดันมีแฟน มีคุ่หมั้น หรืออะไรก็ตามแต่แล้วแน่เลย ทำให้ต้องเลิกยุ่งกับหนูไป แต่ไม่เป็นไรนะคะลูก เดวหนูจะได้เบอพี่จีฮุนมาแล้วค่ะ!!!!
    ยังไใ่ทันตกลงถ่าย แต่อยากอ่านตอนไปตปทด้วยกันแล้วเนี่ย แฮ่
    ส่วนอูจิน ไม่มีไรจะพูดเลย ตากล้องขับบิ๊กไบค์ของเจ้ หึ รักนะคะ
    #145
    0
  3. #123 B's angle (@byun-jrni) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 08:15
    แซบบบบบบ
    #123
    0
  4. #122 ongv (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 13:12
    วงวานน้องแพ พิมินก็ร้ายพิฮุนก็ร้าย พฮื้ออ สู้ๆนะรู้กแม่
    #122
    0
  5. #121 jmnjm (@hotissue-gy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 12:35
    น้องแพดูน่าตี แต่ลึกๆนี่กลับรู้สึกว่ามีมุมน่าสงสารอย่างบอกไม่ถูก แง ไม่รู้ แม่ทีมหนูเสมอแม้หนูจะแสบแค่ไหนนะคะแพจินยอง
    #121
    0
  6. #120 97ivy (@palmmus) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 12:06
    กรี้ดดด ชอบมากก ดื้อเยอะเลยค่าๆๆๆๆ ชอบที่น้องบอกจะทำให้มินฮยอนหวงก้างจนเป็นบ้าไปเลย มันแบบสนุกแน่ๆๆ55555555555 ส่วนพี่เขาก็อยากได้น้องมาเป็นนายเป็นขนาดนี้เลยนะคะ ฮอลล รอตอนต่อไปค้าา
    #120
    0
  7. #118 Asuna ^^ (@gorbua123) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 09:36
    น้องงงงงงงงง ตัวดื้อๆๆๆน่ารัก;__;
    #118
    0
  8. #117 `Barbara (@momomo1997) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 05:37
    แงงงงรักคาแรคเตอร์น้องแพ แสบมากกก
    #117
    0
  9. #115 babyamam (@babyamam) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 01:24
    มินยอน จีฮุน อะไรเหมือนกันคะะะะะะะ 555555 น้องแพน่าตีมากจริงๆ เหมาะกับคุณตากล้องมากๆ แต่เค้าดูยังไม่มีวี่แววจะรักกันเลย แงงงง ทำงานด้วยกันให้ได้นะะะะ
    #115
    0
  10. #114 butterni (@moneynoey) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 23:48
    อยากให้น้องทำได้จัง55555
    #114
    0