AND THEN I FOUND YOUR HIDDEN SHADE | hoonyoung

ตอนที่ 17 : 15 | Didn’t know that I was starving, until I tasted what I never had.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    29 ส.ค. 61



15

Didn’t know that I was starving, until I tasted what I never had.

 

 

 

พัค จีฮุนเคยมีความรักครั้งเดียวในชีวิตที่ผ่านมาจวบจนวัยเบญจเพส เขากล้าพูดได้เลยว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเขาเพิ่งขึ้นมหาวิทยาลัย และถูกกักเก็บมาจนถึงปัจจุบัน

 

เขาเคยคิดมาตลอดว่าตัวเองจัดการความรู้สึกตัวเองได้ ควบคุมสถานการณ์ได้ เขาอดทนเก่ง เขาแสดงละครเก่ง เขาเหตุผลต่างๆ นานาที่ทำให้เขามั่นใจว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับตลอดไป ไม่มีใครจะได้ล่วงรู้เรื่องนี้ ไม่แม้แต่เจ้าตัวที่ทำให้เขากักเก็บความรู้สึกมาจนหลายปีเต็ม

 

แล้วเขาก็เพิ่งรู้ในวินาทีที่ตะโกนออกไป, เสี้ยววินาทีเท่านั้นที่ทำให้ทุกอย่างแหลกสลายเป็นผุยผง ใช่ว่าจะมีใครจับสังเกตได้ หรือว่าเจ้าตัวล่วงรู้เอง

 

“แหกตาดูสิพัค อูจิน คนที่ฉันชอบมาตลอดหลายปีคือนาย!”

 

เขาเองที่โพล่งออกไป

 

กว่าจะรู้ตัวมันก็เอากลับคืนไม่ได้แล้ว พัค อูจินเบิกตากว้าง มือที่จับอยู่ที่คอเสื้อของเขาถูกคลายออก อีกฝ่ายถอยไปหนึ่งก้าวราวกับไม่อยากจะเชื่อ จะบอกว่านั่นเป็นปฏิกิริยาที่ไม่เกินความคาดหมายก็ไม่เชิง เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะพูดคำนั้นออกมา ไม่เคยเลยแม้แต่นิด, แต่มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ

 

เขาได้ยินคนที่อยู่ตรงหน้าสบถออกมาทั้งที่คิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม เห็นหญิงสาวข้างหลังที่คงไม่เคยคิดถึงประเด็นนี้มาก่อนหน้าซีดลงไปในเสี้ยววินาที แต่เขาไม่เห็นหรอกว่าคนที่เขาจงใจใช้ร่างกายบังอยู่ทำสีหน้าแบบไหน

 

จีฮุนกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ “ฉันไม่มีสาเหตุอะไรให้สนใจแฟนนายเลย ไม่มีเลยสักนิด” เอ่ยเอื้อนน้ำเสียงจริงจัง “ดูแลแฟนนายให้ดีๆ หน่อย อย่างน้อยให้เลิกพูดโกหก เลิกปั้นน้ำเป็นตัว และเลิกกระสันอยากได้ใครสักที”

 

นี่คงเป็นการกระทำที่แรงที่สุดเท่าที่เขาเคยทำแล้วเสียกระมัง เจ้าหล่อนถึงได้มองหน้าเขาด้วยใบหน้าซีดเซียว เอื้อมมือมาดึงแขนของแฟนหนุ่มโง่เง่าคนนั้นออกไปจากสถานที่นี้ในที่สุด

 

พัค อูจินมองเขาสลับกับซองโซด้วยสีหน้าทำอะไรไม่ถูก คนไม่ชอบคิดอย่างหมอนั่นคงจะโดนใส่ข้อมูลอะไรให้ปวดหัวมากเกินกว่าหัวสมองจะรับไหว

 

สุดท้ายแล้ว เพื่อนสนิทของเขาก็เดินตามสาวเจ้าไปโดยที่ก้มหน้าไม่มองเขาอีกเลย

 

เขายืนนิ่งงัน นั่นไม่ใช่สิ่งที่แปลกประหลาดใจ นั่นคือสิ่งที่อูจินน่าจะเป็น มีแต่คำพูดแบบนั้นวนเวียนอยู่ในหัวของเขา

 

“จีฮุน”

 

เจ้าของชื่อกลืนน้ำลายอีกครั้งยามที่คนที่นิ่งเงียบมากที่สุดเรียกชื่อเขาจากด้านหลังเสียงผะแผ่ว เขาหลับตาลง สูดลมหายใจ ก้อนเนื้อในอกหนักอึ้งจนเกือบจะหันกลับไปมองอีกฝ่ายไม่ได้ และสิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจโดนถ่วงลงไปใต้ผืนดิน

 

จินยองมองเขาด้วยดวงตาที่แดงก่ำ หยาดน้ำคลอหน่วยพร้อมจะหยดลงตามแรงโน้มถ่วงอยู่รอมร่อ แต่ก็ยังไม่สามารถปิดบังความผิดหวังในแววตานั้นได้เลยแม้แต่น้อย

 

เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอพร้อมๆ กับก้อนความรู้สึกผิดที่หนักหนาชนิดที่ว่ากองอยู่ที่พื้น

 

“เรา” นานทีเดียวกว่าจะคลำหาเสียงตัวเองเจอ “เราขึ้นไปคุยกันบนห้องไหม”

 

“จีฮุน” อีกฝ่ายมองหน้าเขา เรียกชื่อเขาเสียงเบาอีกครั้ง กัดริมฝีปากล่างจนแทบห้อเลือด คนอายุมากกว่าเอื้อมมือไปหมายจะแตะต้องเบาๆ แต่น้องชายแห่งชาติกลับเบี่ยงหน้าหลบ “ตอบมาคำถามเดียวนะ”

 

ได้โปรด

 

“คุณรักคุณอูจินเหรอ”

 

เขายืนนิ่งเงียบ ปราศจากคำพูดใด

 

“รักคนนั้นมากไหม”

 

ปราศจากความมั่นใจใดๆ ทั้งปวง

 

เด็กคนนั้นเม้มปากแน่น เสี้ยววินาทีนานเหมือนชั่วโมงตอนที่เขานิ่งเงียบจัดระบบความคิดต่างๆ ในหัว และมันคงนานเกินไปทำให้เขาเห็นหยดน้ำตาที่อีกฝ่ายกลั้นไว้ค่อยๆ ไหลลงมาเหมือนภาพที่ถูกกรอให้ช้าลง และหัวใจของเขาก็ถูกถ่วงลงไปพร้อมๆ กับหยาดน้ำตาของอีกค

 

“ก็แค่นั้นแหละไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”

 

เขาเพิ่งตะโกนสุดเสียงอย่างไร้สติเมื่อไม่กี่นาทีก่อนใส่คนหนึ่ง แต่พอได้สติขึ้นมาเขากลับมอบเพียงความเงียบงันให้อีกคน

 

แพ จินยองคงมองว่านั่นเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้ว

 

แต่พัค จีฮุนกลับไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยสักนิด

 

น้องชายแห่งชาติมองเขาอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเงยหน้าขึ้น หัวเราะในลำคอเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จีฮุนคิดว่าตัวเองควรจะพูดคำพูดสักคำแต่อีกฝ่ายกลับเอ่ยผะแผ่วออกมา

 

“ผมไปเก็บของก่อนนะ” จินยองไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำ “เดี๋ยวคงไปขอเลื่อนไฟล์ท”

 

“จินยอง

 

ไม่ต้องพูดอะไรหรอกคุณ” อีกฝ่ายแทรกก่อนที่เขาจะรั้งไว้ด้วยซ้ำ “คุณคิดจะให้ผมมองกลับกับคุณจริงๆ เหรอ มองหน้าคุณตลอดทริป?”

 

จีฮุนกลืนน้ำลายลงอีกครั้งพร้อมๆ กับคำอธิบายที่ตอนนี้รั้งแต่จะเป็นข้อแก้ตัว แม้จะไม่รู้ว่ามันเป็นข้อหาอะไรก็ตาม

 

จินยองเค้นยิ้มออกมาหลังจากไม่ได้รับสิ่งใดตอบรับจากการประชดประชันของเขา จีฮุนก้มมองพื้น เท้าที่หมายจะก้าวเดินออกมาก็หยุดนิ่ง ถูกดึงกลับไปเสียจนได้

 

คนอายุน้อยกว่าเม้มปากแน่น “หลังจากนี้ก็ไม่ต้องพูดคุยอะไรกันอีกเลยดีกว่าเนอะจีฮุน” เดินไปกดลิฟต์โดยไม่สนใจที่จะหันกลับไปมองอีกฝ่าย

 

ตอนประตูลิฟต์เปิดออก เขาก้าวเข้าไปบนนั้นคนเดียว จินยองมองประตูลิฟต์ที่ค่อยๆ ทำให้มองเห็นวิสัยแคบลง ชายคนนั้นไม่เงยหน้าขึ้นมามองเขาเลยด้วยซ้ำ

 

จินยองลำคอแห้งผาก ขอบตาร้อนผ่าว หยดน้ำตานั้นไม่ได้ไหลไปมากกว่าหนึ่งหยด บอกแล้วว่าพัค จีฮุนมีอะไรบางอย่างที่แตะต้องไม่ได้ เดาได้อยู่แล้วนี่เขาบอกกับตัวเองแบบนั้นตอนที่ตัวเองเปิดเข้าไปในห้องด้วยคีย์การ์ด ค่อยๆ เก็บกวาดข้าวของที่เหลือจากการแพ๊คเก็บไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ได้แต่ยัดของที่อยู่นอกกระเป๋าเดินทางเข้ากระเป๋าเป้

 

ไม่ได้น่าแปลกใจเสียหน่อย จินยองกระซิบคำนั้นกับตัวเองตอนที่ปิดประตู อะไรทำให้นายคิดว่าเขาจะไม่มีใครในใจงั้นเหรอ

 

เขาแบกกระเป๋าเดินทางลงมาเร็วกว่าที่ตัวเองคิดไว้ เหลือบตามองซ้ายขวาตอนประตูลิฟต์เปิดออกพบว่าไม่มีคนที่ควรอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว และคงไม่ได้อยู่ใกล้ๆ นั่นด้วย จีฮุนไม่ได้ถือคีย์การ์ดอีกอัน เขาเลยตัดสินใจเดินไปพูดภาษาอังกฤษงูๆ ปลาๆ ให้กับพนักงานที่เพิ่งจะเดินเข้ามาประจำบริเวณหน้าเคาท์เตอร์บอกว่าให้นำไปให้ผู้พักอีกคนด้วย และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าหล่อนเข้าใจหรือเปล่า แต่นั่นแหละ, จินยองออกมาเรียกแท็กซี่ไปที่สนามบินแล้ว

 

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจัดการเรื่องตั๋ว ไม่มีการเลื่อนไฟลท์เข้ามา มีแต่จะเลื่อนออกไป และเขาหวังว่าที่สนามบินจะมีที่ให้เขานั่งเล่นสักเจ็ด-แปดชั่วโมง เพราะเขาไม่มีแพลนใดๆ ในหัวเลยนอกจากทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องเห็นหน้าพัค จีฮุนตอนนี้

 

เขาลงจากแท็กซี่ จ่ายเงิน จัดการเดินไปซื้อตั๋วใหม่โดยทิ้งตั๋วเดิม จ่ายเงินอีกครั้งก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองไปหาที่นั่ง จินยองหย่อนกายบนม้านั่งสักตัว ก้มมองมือของตัวเองที่ประสานกันอยู่ตรงหน้าและพบว่ามันค่อยๆ แปดเปื้อนจากน้ำใสที่ทำให้ภาพเดิมเริ่มพร่ามัว

 

หนึ่งหยด, สองหยด, สามหยด และน้ำตาเขาก็พรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่ได้อีกต่อไป

 

หนึ่งชั่วโมงครึ่งเป็นระยะเวลาที่นานเกินกว่าเขาจะอดทนได้อีกต่อไป

 

ไม่มีข้อความใดใด ไม่มีความห่วงใย ไม่มีความดันทุรังที่จะอธิบายแม้แต่น้อย พัค จีฮุนทำให้ความเงียบเป็นคำตอบที่ดังที่สุด ดังกว่าเสียงตะโกนบอกรักเพื่อนสนิทสกุลพัคของอีกคน ดังเสียจนหัวใจเขาแหลกสลายหลังจากถูกประกอบขึ้นมาใหม่ยังไม่ทันจะสมบูรณ์

         

หัวไหล่บางสั่นเทิ้มพอๆ กับริมฝีปากที่สั่นระริก เขาก้มหน้าลง อยากจะตะโกนร้องไห้โฮ แต่พบว่ามันเจ็บปวดกว่านั้นเมื่อเขาไม่มีแม้แต่แรงจะส่งเสียงใดด้วยซ้ำ

         

คนใจร้าย, พัค จีฮุน, ไอ้งี่เง่า, พัค จีฮุน, ไอ้คนโง่ พัค จีฮุน

 

          ร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างไร้เสียงท่ามกลางความเงียบงันที่ยังคงดังอยู่ในหูเขาทุกวินาทีพอๆ กับเสียงตะโกนบอกรักที่ดังลั่นตอนนั้น โดยที่คนที่อีกฝ่ายบอกไม่ใช่เขา

 

          ทำไมคุณถึงบอกรักพัค อูจินเสียงดังลั่นถึงเพียงนั้น แต่กลับไม่เอ่ยคำใดให้คนที่อยู่ตรงนี้เลย

 

          ทำไมคุณถึงไม่พยายามอธิบายใดใดเหมือนที่คุณทำเหมือนกับคนนั้นบ้าง

 

          ทำไมคุณถึงไม่คว้ามือผมไว้และบอกให้ผมหยุดบ้าง

 

          ไม่ต้องบอกรักกันหรอก, ในเมื่อแค่บอกกันว่าอย่าไป คุณยังไม่พูดเลย

 

          ก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือว่าจะอยู่หรือจะไปก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน

 

 

 

          “ไอ้เวรเอ้ย อึดอัดฉิบหาย!”

 

          อง ซองอูตะโกนสุดเสียงอย่างยั้งไม่อยู่ตอนที่เพื่อนร่วมสตูดิโอคนหนึ่งของเขาเดินออกไปจากห้องพร้อมกับกลิ่นบุหรี่ฉุนจมูก ให้ทายหมอนั่นคงคิดจะไปสูบบุหรี่ข้างนอกอีกแน่หลังจากซองอูตัดสินใจยื่นคำขาดไปว่าถ้าสูบบุหรี่ในห้องนี้จะเลิกให้ทำงานด้วยกันอีกต่อไป

 

          ดาเนียลเลิกคิ้วให้กับเพื่อนร่วมรุ่น “อึดอัดอะไรวะ”

 

          “ถามจริง” คนถูกถามถึงกับหันขวับมามองอย่างไม่เชื่อสายตา “ไม่อึดอัดเหรอ มองหน้ามันเนี่ย”

 

          เอ่ยคำว่ามันพร้อมกับชี้ไปที่ประตูบ่งบอกว่าเหมายถึงคนที่เพิ่งจะเดินออกไปเมื่อกี้นี้

 

          ดาเนียลร้องอ๋อ “ไอ้จีฮุนน่ะเหรอ”

 

          “ก็เออน่ะสิ” คนสกุลองถอนหายใจพรืด “นายไม่ได้เข้าสตูบ่อยจะไปรู้อะไร แต่หมอนั่นสภาพสังกะตายเป็นบ้า สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว กลับมาสูบบุหรี่ตัวเหม็น แถมหนวดเฟิ้มไปหมดแล้ว ก่อนหน้านี้หมอนั่นเพิ่งถึงขั้นทำกล้องตกสองครั้งในหนึ่งเซ็ต แบบ พัค จีฮุนน่ะนะทำกล้องตก”

 

          “จริงเหรอ” คราวนี้ดาเนียลเองก็แปลกใจเหมือนกัน เขาไม่ค่อยมาทำงานที่สตูดิโอบ่อยนักเนื่องด้วยเป็นคนชอบทำงานที่บ้านกับสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้ แถมงานที่รับส่วนใหญ่ก็เป็นการไปถ่ายนอกสถานที่ ไม่เหมือนกับพัค จีฮุนเสียหน่อยเลยไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ “หมอนั่นรักกล้องกว่าฉันซะอีก ใครจะจับยังไม่ได้เลย พอๆ กับมือถือ”

 

          “แต่ฉันเห็นมันปามือถือวันก่อน”

 

          “ว้าว” ดาเนียลไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่านั้น “แปลกจริงแฮะ”

 

          “แม่งเอ้ย ฉันถามอูจิน หมอนั่นก็บอกว่าไม่รู้”

 

          “อูจินมีแฟนแล้วอยู่กับเพื่อนที่ไหนเล่า”

 

          “ก็จริง” คนฟังได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย “ไม่ยักกะเจอมันพร้อมจีฮุนสักที ตอนโสดนะ แยกกันไม่ได้เชียว”

 

          ซองอูเหลือบตามองประตูที่พัค จีฮุนเพิ่งเดินออกไป เขาน่ะประจำที่สตูดิโออยู่แล้ว นอกจากจัดงานต่างๆ ให้ตากล้องทั้งสาม สตูดิโอวันว่างๆ เขาก็ปล่อยให้เช่า คนคอยดูแลงานในส่วนนั้นก็เขาทั้งนั้น ที่ดาเนียลพูดก็ไม่ได้ผิดอะไร ถ้าไม่ติดว่าเขาจำได้ว่าตอนถามเรื่องสภาพของจีฮุนจากเจ้าของฟันเขี้ยวนั่น หมอนั่นทำสีหน้าลำบากใจอย่างปิดไม่มิดราวกับไม่อยากจะพูดถึง ไอ้ครั้นจะเล่าให้ดาเนียลฟังก็รู้สึกว่ามันเกินเรื่องไปเสียหน่อย ในเมื่อเขาเองก็หาได้รู้เรื่องลึกตื้นหนาบางแต่อย่างใด

 

          เขาไม่รู้หรอกว่าพัค จีฮุนกำลังหงุดหงิดเรื่องอะไรอยู่

 

 

 

          เขาไม่ชอบที่เราเป็นแบบนี้

 

          หงุดหงิดใจเสียจนหันไปพึ่งบุหรี่หลังจากเลิกจุดมันได้ตั้งนาน พอๆ กับการไปที่บาร์ใหม่ๆ เพื่อนกินเหล้าคนเดียวจนเกือบเมามายหลายต่อหลายครั้งตั้งแต่กลับมาจากญี่ปุ่นครั้งนั้น มันกินเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว

 

เขาไม่รู้จะพูดเรื่องที่เกิดขึ้นนี้กับใคร ซองอูหรือดาเนียลก็คงไม่ใช่ ส่วนพัค อูจินก็ตัดไปได้เลย เขาไม่ได้คุยกับหมอนั่นมาตั้งแต่เกิดเรื่องแล้ว และดีไม่ดีก็อาจจะไม่ได้คุยกันไปตลอดเลยหลังจากนี้ แต่จะอย่างไรก็ช่างมันเถอะ

 

เรื่องแพ จินยองเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดมากกว่าเสียอีก

         

น้องชายแห่งชาติคนนั้นมีตัวตนอยู่ในทุกแก้วของเหล้าที่เขาดื่มหรือทุกขวดของโซจูที่เขาเองก็ไม่ได้นึกชอบเท่าไหร่ อยู่ในบุหรี่ทุกมวนที่เขาจุด แม้กระทั่งทุกอณูของควันที่ถูกปล่อยขึ้นฟ้า

 

          เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าแพ จินยองมีตัวตนสำหรับเขามากขนาดนี้ ไม่เคยคิดเลยจริงๆ

 

          คำพูดนั้นของแพ จินยองยังดังอยู่เลยด้วยซ้ำ ในเมื่อเด็กคนนั้นบอกว่าไม่ต้องคุยกันอีกจะดีกว่า บทสนทนาทุกสิ่งก็ถูกลบลงไปอย่างกับไม่เคยเกิดขึ้น แชตของแพ จินยองยังอยู่ในโทรศัพท์ เด็กคนนั้นไม่แม้แต่จะตอบข้อความล่าสุดที่เขาส่งไปถามเรื่องไฟลท์บินและคำถามงี่เง่าว่าถึงเกาหลีหรือยัง

 

          บางทีเด็กคนนั้นอาจจะบล๊อกเขาไปแล้ว เขาอดคิดแบบนั้นไม่ได้

 

          ภาพจำของแพ จินยองยังติดตา ต่อให้เข้าอัพโหลดไฟล์ภาพโฟโต้บุ๊กทั้งหมดมาจัดเรียง ปรับแต่งสี จนตอนนี้ทุกอย่างเสร็จไปกว่าครึ่งเล่มแล้ว แต่จะมีภาพน้องชายแห่งชาติที่ทำงานได้ดีมากแค่ไหนก็ไม่ได้ลบภาพเด็กคนนั้นร้องไห้ให้เขาเห็นได้เลยแม้แต่น้อย

 

          เขาเคยก่นด่าฮวัง มินฮยอนแทบตายตอนที่รับรู้เรื่องที่อีกฝ่ายทำกับจินยอง เคยกระทั่งอยู่ตอนจินยองร้องไห้ปานจะขาดใจในวันนั้นเพราะเขาบอกว่าเขาทนไม่ได้ที่จะทิ้งอีกฝ่ายไว้คนเดียว

 

          แล้วดูสิ แค่หยดเดียวมันก็คือน้ำตาเหมือนกัน คนที่ทำให้เด็กคนนั้นร้องไห้ในวันนี้คือเขาเองนั่นแหละ

 

          เขามองควันบุหรี่ที่ลอยขึ้นฟ้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เขาควรชินกับมัน บางทีมันอาจจะหายไปเหมือนตอนที่เขาเคยประสบปัญหานี้กับเพื่อนสนิทตัวเอง เขาพยายามบอกตัวเองแบบนั้นมาสักพักแล้ว แล้วก็พบว่ามันหนักหนากว่าตอนนั้นเสียอีก

 

          พัค จีฮุนไม่เคยดันทุรังให้ความสัมพันธ์ครั้งไหน เขาไม่ปฏิเสธคนที่เข้ามาพอๆ กับไม่วิ่งตามคนที่จากไป

 

          เขาเคยอดทนในการเก็บทุกอย่างให้อูจินได้เป็นปีๆ

 

          แต่สำหรับแพ จินยอง, ไม่มีเด็กคนนั้นไม่ถึงเดือน เขายังรู้สึกเหมือนจะตายให้เสียดาย

 

          ใช่ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะตายจริงๆ

 

 

         

          เขาเห็นข่าวในอินเตอร์เน็ต ข่าวฮิตในเรื่องบันเทิงพร้อมกับชื่อน้องชายแห่งชาติที่เด่นหราขึ้นมาพร้อมๆ กับชื่อเขา คงเป็นเรื่องการประกาศข่าวเรื่องโฟโต้บุ๊กของเด็กคนนั้นกับเขาที่จะวางขายในช่วงปลายเดือนหน้า แน่นอนว่าพัค จีฮุนไม่ได้เข้าไปอ่านความคิดเห็นอะไรให้มากความในเมื่อเขายังเลือกภาพที่จะนำไปใช้แสดงในนิทรรศการไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ

 

          ตอนแรกเขาก็ไม่คิดจะจัดนิทรรศการอะไรหรอก เขาเคยส่งภาพเข้าไปร่วมในนิทรรศการภาพถ่ายหลายครั้ง แต่คราวนี้มีคนเสนอขึ้นมาว่าถ้าหากเขาจัดนิทรรศการผลงานตัวเองไปเลยอาจจะเป็นเรื่องดีในการโปรโมทร่วมไปด้วย จีฮุนเองก็ไม่ได้คิดว่ามันลำบากอะไรในเมื่อหน้าที่เขาครั้งนี้มีแค่การส่งภาพไปเหมือนกับครั้งอื่นๆ ส่วนแม่สาวตัวเล็กอย่างชองฮาจะเป็นคนติดต่อไปเอง

 

          “อยากให้แพ จินยองไปด้วยไหมคะ ฉันว่าคนคงสนใจเยอะขึ้น”

 

          นั่นคือคำถามของเจ้าหล่อนหลังจากหล่อนรายงานความคืบหน้าเรื่อยๆ ให้กับเขา เขาอยากให้จินยองมา นั่นน่ะเรื่องจริง แต่ว่าการที่เขาไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะมาไหมนั่นก็เป็นเรื่องจริงเหมือนกัน

 

          พอคิดแบบนั้นเขาเลยได้แต่ตอบกลับไปเป็นกลาง “ลองติดต่อไปก่อนก็ได้ครับ ถ้าเขามาได้ก็ดี”

 

          ตลกเนอะ, เขาเคยดั้นด้นไปหาอีกฝ่ายเพียงเพราะอีกฝ่ายบอกว่าอยากกินข้าวด้วยกันสักมื้อ แต่ตอนนี้คงไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกต่อไป

 

          เขาเค้นยิ้มให้น้องชายแห่งชาติในหน้าจอของตัวเองแล้วได้แต่ถอนหายใจพรืดใหญ่ ภาพของนางแบบคนอื่นๆ เขาใช้ระยะเวลาเลือกไม่นานนักสำหรับสาม-สี่ภาพในแต่ละเซ็ตที่เคยถ่าย แต่น้องชายแห่งชาติใช้เวลานานกว่านั้นมาก, คงเพราะเขาสับสนระหว่างภาพที่แพ จินยองดูดีทุกภาพ กับความรู้สึกที่ว่าเขาไม่อยากให้ใครเห็นภาพพวกนี้ของเด็กคนนั้นสักนิด

 

          กึก!

 

          พัค จีฮุนหลุดออกจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงจากประตูสตูดิโอ วันนี้เขาเป็นคนที่บอกว่าอาจจะนอนค้างที่นี่เพราะขี้เกียจจะกลับบ้านตัวเองก่อนจะทำงานเสร็จหลังจากทำมาตั้งแต่ช่วงบ่าย ซองอูเองก็บอกลากันไปตั้งแต่มื้อเย็นแล้วด้วยซ้ำ

 

          หลังจากนั้นไม่นานประตูก็เปิดออก คนที่เข้ามากลับทำให้เขาแปลกใจอย่างห้ามไม่ได้ “อูจิน?”

 

          เจ้าของชื่อสะดุ้งแทบจะในทันทีเมื่อเห็นว่าเขาเป็นคนเดียวที่อยู่ในที่แห่งนี้ หมอนั่นเหมือนเขียนคำว่าลำบากใจไว้บนหน้าผากตัวเองเลยด้วยซ้ำ

 

          “เอ่อไง” คำทักทายโง่ๆ ถูกหยิบยื่นมา “อยู่คนเดียวเหรอ”

 

          “อาฮะ”

 

          “โทษ ฉันมาเอาเลนส์กล้อง ลืมไปว่าเก็บไว้ที่นี่”

 

          เขาพยักหน้าส่งๆ ไม่ได้ถามอะไรมากกว่านั้น หมอนั่นก็ยังเหมือนเดิมแม้เราจะไม่เจอกันมาเกือบๆ เดือน ไม่รู้สิ, เขาไม่ได้ยินข่าวคราวใดใดจากอูจินและแฟนเจ้าปัญหาของหมอนั่นอีก นอกจากข้อความที่อูจินส่งมาบอกว่าซองโซสารภาพหมดแล้วเรื่องที่เขาไม่ได้ทำอะไรหล่อนและไม่มีสิ่งใดเป็นหลักฐานเหมือนที่หล่อนขู่ไว้ (ซึ่งเขาก็เดาได้อยู่บ้างว่าเจ้าหล่อนแค่ขู่ส่งๆ) แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่าบอกหมอนั่นว่าเขารับรู้แล้ว อูจินไม่อยากคุยกับเขาหรอก เขารู้

 

          เราไม่ได้เจอกันซึ่งๆ หน้าอึกเลยนับตั้งแต่ครั้งนั้น แล้วเขาเองก็เหนื่อยเกินกว่าจะเก็บเรื่องของหมอนั่นมาคิดอีกแล้ว

 

          อูจินเดินเข้าไปที่โต๊ะตัวเองตอนที่เขาตัดสินใจจะหรี่เสียงเพลงที่เปิดดังลั่นอยู่ หมอนั่นทำท่าเหมือนจะเดินออกไปทันทีที่หาเลนส์กล้องที่เก็บไว้ในตู้เล็กๆ ของพวกเราเจอ แต่ไม่วายหันกลับมาเอ่ยถามคำที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยิน

 

          “ตอนนั้นนายพูดจริงเหรอ”

 

          พัค จีฮุนนิ่งงัน เงยหน้าสบตาเพื่อนสนิทที่อยู่กันมาหลายปี แววตาคมของหมอนั่นดูแสดงความอึดอัดใจอย่างปิดไม่มิด

 

          เขาไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าพยักหน้า “อือ”

 

          “ขอโทษที่ไม่เคยรู้เลย” และนั่นเป็นคำเดียวที่พัค อูจินมอบให้กัน

 

          “ช่างมัน”

 

          เขาเลือกที่จะช่างมันกับความรู้สึกที่มีให้พัค อูจินมานานแล้ว นานมากๆ เลยด้วยซ้ำ

 

          เหมือนที่เคยบอก, พัค อูจินเป็นเหมือนตัวตนหนึ่งที่เขาเก็บไว้ในกล่องที่อยู่ในตู้เซฟ เป็นยิ่งกว่าสิ่งที่เขาไม่แตะต้อง เขาไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องดันทุรัง แยกมันออกมาจากชีวิตปกติ เขาเก็บมันวันไว้จนลืมไปแล้วว่าตัวเองอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับอีกคนแล้ว

 

          วันหนึ่งหมอนั่นทำให้เขาโกรธเสียจนขว้างปาข้าวของทุกอย่างในระบบความคิด กล่องที่เขาเก็บไว้มันก็ถูกเขวี้ยงออกมา และพอมันเปิดออก, พัค จีฮุนถึงได้เข้าใจในตอนนั้น

 

          ว่าที่เขารู้สึกมาหลายปี ก็แค่ความคิดเท่านั้น

 

          คิดว่ายังรักอยู่แค่เท่านั้นเอง

 

          กล่องนั้นว่างเปล่ามานานเกินไปแล้ว ความรู้สึกนั่นคงจางหายไปตามระยะเวลา ตามความเคยชิน ตามความสิ้นหวังที่เขามอบให้ตัวเองตั้งแต่เพิ่งเริ่มรักแรกๆ หรือจะปัจจัยต่างๆ นานา เขาเพิ่งจะรู้ตอนที่มันเปิดให้เห็นทั้งหมดวันนั้นเองแล้วว่ามันเลือนหายไปหมดแล้ว

 

          “นายกับหล่อนล่ะ”

 

          “ไม่ค่อยดีเท่าไหร่” หมอนั่นเกาหัวแกรก “นายก็ด่าฉันนี่ว่าฉันเลือกผู้หญิงห่วย”

 

          เขาเค้นหัวเราะ แต่เรื่องที่พัค อูจินเลือกผู้หญิงห่วยก็เป็นเรื่องจริง เขาหวังว่าหมอนั่นจะฉลาดกว่านี้ในเรื่องนี้บ้าง จากใจจริงเลย

 

          “ฉันไปก่อนนะ เธอรออยู่ที่รถ”

 

          จีฮุนได้แต่พยักหน้าให้เพื่อนสนิท เอามือโบกไปมาเป็นเชิงว่านายไปเสียทีเถอะ พัค อูจินหันหลังให้เขาอีกครั้งเหมือนที่เคยทำมาตลอด แต่ไม่วายหันหน้ามาอีกที

 

          “เออ ว่าจะบอก” หมอนั่นทำท่าลังเลนิดหน่อย “นายโทรมลงไปเยอะเลยว่ะ”

 

          คนโดนทักเลิกคิ้วเล็กน้อย

 

          “ที่เป็นขนาดนี้ไม่ใช่เพราะฉันใช่ไหมวะ”

 

          เป็นคำถามง่ายๆ ที่ทำให้เขากลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เขามองหมอนั่นสลับกับคนที่ยังอยู่บนหน้าจอที่เขาทำงานค้างอยู่ เสี้ยววินาทีเท่านั้นที่เขาเค้นยิ้มก่อนจะตัดสินใจตอบไปตามความรู้สึกจริงๆ ที่เกิดขึ้น

 

          “ไม่ใช่เพราะนายหรอก”

 

และจะไม่ใช่เพราะนายอีกแล้ว

 

 

 

          เคยมีคนบอกเขาว่าตอนที่เราต้องการใครสักคนมากจริงๆ เราจะไม่รู้ตัวหรอกตอนที่อยู่ด้วยกัน แต่จะรู้ตัวตอนที่เราไม่อยู่ด้วยกันต่างหาก

 

          แพ จินยองหมดความสงสัยในคำพูดนั้นตั้งแต่แหลกสลายครั้งแรก เขาจำตอนที่ตัวเองเจียนตายได้ตอนนั้น และคิดว่าจะไม่มีอะไรหนักหนากว่านั้นอีกแล้ว เขาคงไม่รู้สึกเหมือนร่วงหล่นจากตึกสูงสิบเมตรที่ห่างไกลคำว่าศีลธรรมแบบนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง

 

แต่ครั้งนี้, เขากลับแหลกสลายอย่างช้าๆ

 

นึกขอบคุณอยู่บ้างที่กองถ่ายเปิดเรียบร้อยแล้ว และเขามาใช้เวลาในการถ่ายทำอยู่ที่ประเทศอินโดนิเซียตั้งแต่อาทิตย์แรกหลังจากเกิดเรื่อง แต่กลายเป็นว่าเขาใช้เวลาตั้งนานกว่าจะกลับมาแสดงให้ดีจนผู้กำกับพอใจได้ จนวันนี้ที่เขากำลังจะกลับประเทศเกาหลี มีเวลาหยุดพักสองวันก่อนที่จะมีคิวถ่ายการเข้าฉากครั้งต่อไปของตัวเอง

 

จินยองไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาเคยเจอเรื่องหนักหนามาครั้งหนึ่งแล้ว หรือเขาโตกว่าเดิมนิดหน่อยเขาเลยเป็นแบบนี้ เหมือนกับไม่เป็นอะไร แต่จริงๆ แล้วเขาเป็น เป็นมากเสียด้วย

 

จินยองยังได้ยินเสียงตะโกนบอกรักใครอยู่ในหัวสมองอยู่เลย และเขาก็ได้ยินเสียงความเงียบงัน มองเห็นความจริงที่ว่างเปล่าว่าพัค จีฮุนไม่พยายามติดต่อมาเลยแม้แต่น้อย เขาเคยทิ้งทิฐิตัวเอง กอดขาใครสักคน อ้อนวอนให้อีกฝ่ายอยู่ด้วยแล้วและพบว่ามันไร้ค่า เขาดูแคลนตัวเองตอนนั้น เพราะงั้นตอนนี้เลยคิดว่าคงไม่ใช่เขาหรอกที่จะพยายามให้ความรักอีกครั้ง

         

ความรัก? เขาเรียกแบบนั้นได้ไหมนะ

 

          มีสิ่งนั้นเจืออยู่บ้างหรือเปล่าในความสัมพันธ์ของเรา พัค จีฮุนถึงไม่ทุรนทุรายอะไรเลย เหมือนว่าเขาจะเดินออกไปง่ายๆ เหมือนกับไม่มีอะไรก็ได้แบบนี้

 

          “ผิวเข้มขึ้นเหมือนกันนะ” ยุน จีซองเป็นคนที่มารับเขาที่สนามบินหลังจากบินกลับมาก่อนหลังจากที่หลายๆ อย่างลงตัวในอาทิตย์แรก “ทาครีมบ้างรึเปล่าเนี่ย”

 

          “ทาแล้วครับ แต่ฮยองก็เห็น, ออกแดดเยอะจะตาย”

 

          “จ้าๆ”

 

          อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น เขาเองก็ได้แต่พยักหน้าส่งๆ แบ่งกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งให้จีซองช่วยถือไปที่รถพร้อมกับนั่งฟังเรื่องต่างๆ จำพวกว่าเขามีงานเล็กๆ ไหนบ้างตอนนี้

 

          “อ๋อ จริงสิ คุณจีฮุนจะมีนิทรรศการแสดงภาพถ่ายด้วย” ชื่อที่หลุดมาจากปากผู้จัดการทำให้เขาหยุดหายใจไปชั่วครู่ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นอย่างเผลอตัว “แต่บอสบอกปัดไปแล้ว”

 

          “งั้นหรือครับ”

 

          “แต่จะไปก็ได้นะ แต่ไม่เป็นกิจลักษณะ เพราะยังไงก็มีภาพของนายอยู่แล้วนี่นา”

 

          “อาเดี๋ยวดูอีกทีครับ”

 

          เขากลับมาที่คอนโดหรูของตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน เปิดประตูเข้าไปในห้องพร้อมกับกลิ่นอับเล็กน้อยตามประสาห้องที่ไม่ได้ทำความสะอาดมานาน มีจดหมายบางอย่างส่งมาถึงเขาและยังคงอยู่ที่หน้าประตูเพราะเป็นห้องที่ดีไซน์ให้หย่อนจดหมายจากทางประตูได้เลย เขามองเอกสารบางอย่างที่ส่งมาอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะเห็นสิ่งหนึ่งที่แปลกตา

 

          STANDING NAKED : photography exhibition by park jihoon

 

           เขามองชื่อที่ทำให้ใจเขาไปกองที่ตาตุ่ม เค้นยิ้มเมื่อคิดว่านี่คงเป็นบัตรเชิญตามมารยาทของอีกฝ่ายมากกว่า เพราะถ้าอยากให้เขาไปจริงๆ อย่างน้อยส่งข้อความมาเป็นส่วนตัวก็คงไม่ลำบากนักหรอก

 

          จินยองเปิดซองจดหมายสีดำทองที่เผยให้เห็นการ์ดสีขาวที่ทำให้เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ

 

          ภาพของเขาอยู่บนนั้น พร้อมกับลายมีหวัดๆ ที่เขียนไว้เป็นคำที่เขาคิดว่าตัวเองจะไม่ได้เห็น

 

          ‘Wish you be there’

 

          แล้วจะให้เขาไปทำอะไรที่นั่นอีกงั้นหรือพัค จีฮุน?

 

          ไปเพื่อฟังคุณบอกรักใครอีกคนหรืออย่างไรกัน

 

 

         

          “ยินดีด้วยคะคุณพัค”

 

          เขาได้ยินคำนี้มาประมาณรอบที่ร้อยของวันนี้แล้ว คนในวงการต่างเดินเข้ามาหาเขาตั้งแต่งานเปิดตัวที่แกลลอรี่ขนาดกลางแห่งหนึ่ง แม่ของเขาเองก็มาในตอนเช้า ชองฮา ซองอูกับดาเนียลก็มาแต่พัค อูจินติดงานอยู่ที่ต่างจังหวัดก็ยังส่งข้อความมาบอกว่ายินดีด้วยกับนิทรรศการแสดงภาพถ่ายของเขาในครั้งนี้ ยังไม่นับคนที่เคยทำงานร่วมกันอีกมากหน้าหลายตา

 

          แต่นั่นแหละ, ไม่มีนายแบบคนเดียวที่เขาถ่าย

 

          เขาเค้นยิ้มทุกครั้งที่ความสมเพชวิ่งมาหาเขา พอๆ กับคำว่ายินดีด้วยที่ได้ยิน ทุกครั้งที่ว่างหรือเดินผ่านโซนที่เขาจัดแสดงภาพของแพ จินยอง เขาก็คิดแบบนั้นทุกครั้ง จีฮุนหยิบโทรศัพท์มือถือบ่อย เขาคิดว่าขนาดอูจินยังส่งข้อความมาแสดงความยินดี อย่างน้อยน้องชายแห่งชาติคนนั้นก็น่าจะส่งมาบ้าง

 

          พิมพ์ลบข้อความอยู่หลายต่อหลายครั้ง นี่ไม่ใช่ตัวเขาเลยแม้แต่น้อย แต่เขาก็กลายเป็นเป็นแบบนี้เพราะแพ จินยองไปเสียแล้ว

 

          เขาเดินวนอยู่ที่นิทรรศการของตัวเองจนเกือบเวลาปิด สต๊าฟแห่งนี้เดินมาถามเขาว่าอยากให้ช่วยเหลืออะไรไหม แต่สิ่งเดียวที่เขาตอบได้คือเขาขอเวลาสักพักหนึ่งในการชื่นชมผลงานของตัวเองบ้าง และขอโทษเจ้าหล่อนที่ทำให้ยังเลิกงานไม่ได้ แต่หล่อนก็ยังยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตรอยู่ดี

 

          จีฮุนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ

 

          ครั้งเดียว เขาอยากให้น้องชายแห่งชาติคนนั้นที่เป็นแค่แพ จินยอง ถ้าเขากดโทรไปแล้วอีกฝ่ายไม่รับ เขาจะไม่ดันทุรัง

          จีฮุนมองภาพเจ้าเด็กนั่นที่อยู่ตรงหน้า เม้มปากแน่นก่อนจะกดโทรออก เขาฟังเสียงสัญญาณที่เป็นจังหวะด้วยก้อนเนื้อในอกที่บีบรัดกว่าครั้งไหน

 

          จวบจนมันตัดเข้าสู่การฝากข้อความ

 

          จีฮุนหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน มันน่าจะเดาได้อยู่แล้ว เขาบอกตัวเองว่าแค่ครั้งเดียวเท่านั้นและเขาจะไม่ดันทุรัง

 

          ตากล้องชื่อดังเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อ เขาหันหลังกลับอย่างนึกยอมแพ้ ก่อนที่จะนิ่งไปยามที่ตัวเองก้มมองเท้าของตัวเองที่กำลังจะเดินจากตรงนี้ไป

 

          สิ่งที่เขาทำคือเงยหน้าขึ้นและกดโทรออกอีกครั้ง

 

          อีกครั้ง

 

          และอีกครั้ง

 

          เขาอาจจะไม่เคยปรารถนาใครรุนแรง อาจจะไม่เคยพยายามเพื่อใคร อาจจะเมินเฉยกับทุกความสัมพันธ์ หรือกระทั่งอาจจะไม่เคยดันทุรังเพื่อใครสักคนหนึ่ง แต่แพ จินยองทำให้เขาทำลายทุกกฎที่เขาเคยสร้างมาให้ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่ครั้งแรกแล้วด้วยซ้ำ

 

          สิบสายเห็นจะได้ตอนที่เขาโดนกดตัดสายตั้งแต่ครั้งเสียงสัญญาณแรก เขามองหน้าจอโทรศัพท์นิ่ง และกำลังจะโทรเข้าไปเป็นครั้งที่สิบเอ็ดถ้าไม่ได้ยินเสียงพูดจากใครสักคนขัดขึ้นมาก่อน

 

          “จีฮุน”

 

          เขาเม้มปากแน่นก่อนจะหันไปหาเจ้าของเสียงที่เขาคุ้นเคยหากแต่ไม่ได้ยินมาร่วมหนึ่งเดือน

 

          คนอายุมากกว่ามองน้องชายแห่งชาติที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยภาพที่เขาคุ้นชิน เสื้อยืดโง่ๆ กับกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ สักตัว แมสปิดปากสีดำที่ปิดไปครึ่งหน้า และแววตาที่ยังใสซื่อที่เขาเคยทำให้มีน้ำตาในครั้งสุดท้ายที่เจอหน้า

 

          พัค จีฮุนเค้นยิ้มกับภาพตรงหน้าที่เกือบจะไม่เชื่อว่ามันเป็นความจริง แต่มันก็เป็นความจริง

 

          “ถ้าผมไม่มาคุณจะทำยังไง”

 

          เขารู้ในตอนนั้นเอง, คำถามที่จินยองเคยถามตอนที่เดินจากไปแล้วเขาตอบไม่ได้ คราวนี้เขาจะตอบให้มันชัดเจนเสียที

 

          “ผมก็จะไปหาคุณด้วยตัวผมเอง”

 

ว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไรกับใครกันแน่

 

 

 

 

 

เกือบไม่ได้อัพแล้วค่ะ ทำแลปไม่เสร็จ555555555555

ตอนหน้าเป็นตอนสุดท้ายแล้วนะคะ คืนนี้จะเขียนถึงนิสัยตัวละครไว้ในทวิตเตอร์

เจอกันในแท็กนะคะ (หอไม่มีเน็ตค่ะ นี่แชร์ฮอตสปอตจากมือถือ 5555555)

อย่าลืมค่ะ! ตอนนี้เปิด Pre-Order ฟิคแล้วนะ จะยอมพลาดเหรอคะ!

 

#ฟิคHiddenShade




? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

353 ความคิดเห็น

  1. #329 pm0402 (@saimai_1265) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 01:28
    โอ๊ยฮือเราก็ว่าว่าทำไมฟิคถึงไม่อัพเลยแง้ อยู่ๆมันก็อันเฟบออกไป กะจะมาอ่านทวนอีกรอบก่อนไปอ่านในเล่มปรากฎว่าจบแล้วค่องงเลยฮือ ในที่สุด ไฟนอลลลี่่ยย่่ยย่ย่ยยย ดีใจแบบดีใจมากพี่ตากล้องรู้ใจตัวเองแล๊วววววววว อ้ยยยยยย อูจินเปงอารมณ์คนที่เราไม่ลืมแบบเป็นคนที่ฝังใจประมาณนี้มากกว่าแบบรักแรก แต่น้องเป็นคนที่ปลดล็อกทุกอย่าฃจากตัวจีฮุน คนที่เป็นข้อยกเว้นของทุกอย่าง คนที่เรายอมทำตามอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ ฮือออออออ; ____ ;
    #329
    0
  2. #305 ngampisut (@ngampisut) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 22:43

    โอยยย รู้ใจตัวเองกันสักทีนะ

    มามีความสุขกันเถอะ โอยเฉพาะน้องแพ

    น้องบอบช้ำมามากเกินพอแล้ว

    #305
    0
  3. #304 hyungwonho (@galaxypangmii) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 06:16
    ต่อไปนี้ก็คุยกันดีๆนะทั้งสองคนเลย เจ็บสุดน้ำตาจะไหล สงสารน้องแพ
    #304
    0
  4. #303 ineedmoney (@ineedmoney) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 15:29
    ฮืออออออ คือแบบคืออินมากๆๆๆๆๆๆ อ่านแล้วจะร้อง คือแบบอ่านแล้วเจ็บมาก ขอให้ตอนหน้ามีความสุขกันได้แล้ว แง คือดีใจที่รู้ใจตัวเองกันสักที
    #303
    0
  5. #302 baeeejy (@somchangez) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 19:25
    อ่านไปเจ็บไปน้ำตาไหลไป สงสารน้องมากๆๆ แต่ก็ไม่นึกโกรธพี่เค้านานเพราะพี่เค้ารู้ใจตัวเองแล้ว เย้ ตอนหน้าจะแฮปปี้ใช่มั้ยคะ //คาดหวัง เอิ้ก
    #302
    0
  6. #301 pcxbh♡ (@baekfour) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 16:58
    แงงงง ดีใจมากกกกกกก เห็นตอนนี้อัพแล้วรีบกดเข้ามาอ่านเลย อ่านไปก็เจ็บหัวใจไปหน่วงไปน้ำตาจะไหล ฮึกก ดีใจที่สุดท้ายพี่จีฮุนก็ยอมทิ้งทุกกฎของตัวเองเพียงเพราะคนนั้นคือแพจินยอง โทรตั้งสิบสายแหนะ แงง แล้วเค้าก็ได้เจอกันแล้วค่ะหลังจากหนึ่งเดือน!! อยากอ่านต่อเรยเนี่ย
    #301
    0
  7. #300 FreeSpirit (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 11:48

    ดีใจมากก มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ที่สุดท้ายพี่เค้ายอมทิ้งทิฐิ กฎเกณฑ์บ้าบอทั้งหลายทั้งปวง เพื่อง้อน้องงงงง


    แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง T__________________T




    อยากรู้ว่าที่น้องตัดสินใจมาเพราะพี่โทรหา หรือตั้งใจจะมาอยู่แล้ว แงง ตอนน้องร้องให้อยากลูบหัวกอดปลอบมาก สุดท้ายก็ใจอ่อนใช่มั๊ยเนี่ยยยยย โอ๋เอ๋นะลูกกก


    หวังว่าต่อไปนี้พี่เค้าจะรักษาใจหนูดีๆนะคะ หนูสมควรที่จะได้รับความรักมากๆๆๆ

    #300
    0
  8. #299 wrkiiy (@wrkiiy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 07:27
    ชอบตอนนี้มาเลย ไรท์บรรยายได้ดีมาก หน่วงสุดๆ ชอบตอนที่โทรหาน้องเป็นสิบสาย น้องเข้มแข็งมากเลยอะ มากอดที
    #299
    0
  9. #298 junhi (@junhi) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 03:50
    พี่จีฮุนเจอคำตอบสักที ;-; หน่วงใจมากกก จุกไปหมดเลย ไม่อยากเห็นน้ำตาน้องอีกแล้ว
    #298
    0
  10. #297 B's angle (@byun-jrni) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 23:55
    ฮืออออออออออออออ เป็นตอนที่รับรู้ความรู้สึกตาพี่ได้ดีที่สุดเลยยยยย;-; โหยหาเขามากกกกกก
    #297
    0
  11. #296 vgny__ (@vgny__) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 23:37
    ดีใจที่จีฮุนเป็นฝ่ายวิ่งตาม ละน้องแพเป็นฝ่ายที่อยู่เฉยๆบ้าง คือการทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองเพื่อใครสักคน มันแบบ ฮื่อ น้ำตาจะไหล ดีกันๆ
    #296
    0
  12. #295 `Barbara (@momomo1997) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 23:17
    มันต้องอย่างนี้นะจีฮุน!!!! อย่ายอมแพ้
    #295
    0
  13. #294 babyamam (@babyamam) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 22:14
    ตรรกะไรท์ล้ำมาก มีทฤษฎีรองรับ ฮือออ ชอบๆ ดีจัยที่พี่รู้ความรู้สึกตัวเองสักที รักขนาดนี้ไม่รู้ได้ไงเนอะ ถือว่าเดือนนึงไม่สูญเปล่า กับอูจินก้คือ ร้องไห้แร้วเค้ายังคุยกัน TT หวังว่าวันข้างหน้าก้ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะ แล้วก้หาแฟนใหม่เถอะ 555555
    #294
    0
  14. #293 Asuna ^^ (@gorbua123) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 21:54
    คุณจีฮุนไม่ได้ทำแค่น้องแพร้องไห้นะเพราะทำเราร้องไห้ด้วย แงงงงงง
    #293
    0
  15. #292 ❥, ₭ ₱ (@KJ_mild) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 21:47
    กี๊ดดดดดในที่สุดดดด ทำซะพี่ฮุนนน
    #292
    0
  16. #291 juriblossomx (@pemypemika) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 21:26
    โอ้ย!! โกดพี่มากกกกก ไม่รั้ง ไม่อะไรทั้งนั้น ปล่อยให้น้องเสียใจเป็นเดือน!
    #291
    0
  17. #290 -SongGSo(o)- (@-seoulsew-) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 21:26
    แงงงงง คือตอนต้นนี่ผิดหวังในตัวจีฮุนมากๆ แบบทำไมไม่รั้ง ทำไมปล่อยน้องไป แต่ก็ดีใจที่ได้ให้เวลาเค้าในการทบทวนตัวเอง เข้าใจตัวเองให้มากขึ้น พอได้กลับมาเจอในเวลาที่ความรู้สึกชัดเจนแล้ว อะไรก็ดีกว่ามากๆเลย ชอบตอนที่ก้าวผ่านการเพิกเฉย แล้วพยายามต่อของจีฮุนมากๆ ตอนนี้เป็นตอนที่อิมแพคที่สุดสำหรับเราเลยค่ะ ชอบมากๆ (จองฟิคไปแล้วค่ะ แหมใครจะพลาด555555555555)
    #290
    0
  18. #289 fahhhhhhhhhja (@fahhhhhhhhhja) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 21:22
    ฮืออออออ สงสารจินยองตอนนี้มากๆ ต้องมาได้ยินคนที่เรารักมาบอกรักคนอื่นต่อหน้าแบบนี้ ใจพังมากๆ;-;
    #289
    0
  19. #288 . littlebear (@cookie-cookie) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 21:17
    คุณจีฮุนคะ เกือบทิ้งให้น้องหายไปแล้วนะ อุแงงงง
    ขอบคุณที่น้องกลับมา ไม่ว่ายังไงจินยองก็ยังซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองเสมอเลย ต่อให้เจ็บมากๆก็เถอะ รักน้อง ;-;
    ต่อไปก็ขอให้เข้าใจกันไวๆ นะคะ รอเค้ากลับมาหวานชื่นกันเหมือนเดิมใจจะขาดรอนๆแน้วค่ะไรท์ ;-; ใจบางมั่ก
    #288
    0