AND THEN I FOUND YOUR HIDDEN SHADE | hoonyoung

ตอนที่ 10 : 09 | I’m gasoline and, Bae, your kiss is the spark.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61




 09

 I’m gasoline and, Bae, your kiss is the spark.

 

bae :

อยากกิน

(photo)

(photo)

 

park jihoon :

แล้ว?

 

หากเด็กคนนั้นเก่งกาจเรื่องเอาแต่ใจ เขาคงเก่งกาจเรื่องขัดใจคนอื่นกระมัง

 

หลังจากเขาแนะนำหนังเรื่องโปรดให้เจ้าตัวดื้อไปครั้งหนึ่ง เด็กคนนั้นก็ดูจะสรรหาเวลาว่างมาทักเขาบ่อยขึ้นในเรื่องทั่วไปมากขึ้น ทั้งที่ตั้งใจจะมองผ่าน แต่ลองไม่ตอบอะไรไปสักคำ จินยองก็จะส่งเรื่องสัพเพเหระมาให้อยู่เสมอ

 

ไม่มีคนคุยเล่นด้วยหรือไง?

 

ตอนแรกก็อยากจะถามแบบนั้นไปอยู่หรอก แต่คิดไปคิดมาแล้ว เด็กคนนั้นก็ใช่ว่าจะนิสัยดีเท่าไหร่ ถ้าขืนร้องไห้บอกว่าไม่มีคนคุยด้วยมาจริงๆ คงจะแย่แน่

 

bae :

วันนี้ผมต้องไปเจอคุณ

ไปกินกันไหม?

         

เขามองข้อความนั้นอย่างชั่งใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปห้วนๆ

 

park jihoon :

ทำงานก่อน

มาถึงเร็วแล้วจะลองคิดดู

 

“คุณพัค”

 

“ครับ” เจ้าของชื่อละสายตาจากหน้าจอตรงหน้า คว่ำโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะก่อนจะหันไปหาสต๊าฟที่เรียกชื่อเขาขณะกำลังนั่งรอตัวเอกในงาน

 

“แพ จินยองมาแล้วครับ”

 

ตากล้องชื่อดังชะงักไปชั่วครู่ มองเลยผ่านสต๊าฟไปก่อนจะยิ้มหยันเมื่อเห็นว่าน้องชายแห่งชายมาพร้อมกับเมเนเจอร์ของตัวเองในชุดเสื้อยืดคอกลมกับกางเกงยีนส์ แต่งตัวสบายๆ กว่าที่เคยเห็น แถมในมือของอีกฝ่ายยังถือโทรศัพท์มือถืออยู่อีกต่างหาก

 

จินยองอมยิ้ม ยกโทรศัพท์ขึ้นมาหาเขาก่อนจะยักคิ้วเหมือนกับจะเย้ยหยันกันเพราะเงื่อนไขที่เขาให้

 

“โอเค งั้นเดี๋ยวเริ่มฟิตติ้งเลย”

 

คนรับตำแหน่งหัวเรือในการทำงานครั้งนี้จัดการพูดคุยกับคนอื่น เริ่มแรกด้วยการประชุมทวนกำหนดการอีกที

         

เพราะวันนี้เป็นการฟีตติ้งชุดกับเมคอัพเลยมีคนอยู่ไม่เท่าไหร่ แต่คงจะกินเวลายาวนานไม่ใช่น้อยเลยต้องมาจัดการเรื่องเวลาดีๆ ในเมื่อนี่ก็เที่ยงวันไปแล้วเพราะตารางงานของคนดังเลยไม่อาจนัดช่วงเช้าได้ในทันที ตอนนี้มีแค่เขามาดูภาพรวมของงาน สไตล์ลิสต์หนึ่งคน เมคอัพอาร์ตติสหนึ่ง แฮร์สไตล์ลิสต์อีกสอง นอกนั้นก็สต๊าฟประปรายเท่านั้น

 

          “ภาพที่ผมถ่ายจะเป็น 2 คอนเซปต์ใหญ่คือ mono-colors กับ colorful” เขาอธิบายอย่างใจเย็นในเมื่อน้องชายแห่งชาติยังไม่ได้มาฟังเขาบรีฟเรื่องธีม “ส่วนแรกถ่ายในสตูดิโอ หกเซ็ต เซ็ตละสี มีสีดำ สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว และสีฟ้า วันนั้นผมค่อยมาบรีฟเรื่องอารมณ์ทีหลังแล้วกัน ส่วนคอนเซปต์ colorful เดี๋ยวไปถ่ายนอกสถานที่กัน 3 เซ็ต”

 

          “บรีฟอารมณ์ตอนนี้ไม่ได้เหรอครับ”

 

          เขามองคนอายุน้อยกว่าที่เอ่ยถามด้วยตาใส่แป๋วทั้งที่ริมฝีปากวาดยิ้มน้อยๆ แล้วอดคิดไม่ได้ว่าเจ้าเด็กนี่หมายถึงอารมณ์ไหนกันแน่

 

          “วันนี้แค่ฟิตติ้งแล้วก็ถ่ายภาพเสื้อผ้าหน้าผมไว้เท่านั้นแหละ”

 

          “ว้า”

 

          ช่วงหลังๆ แพ จินยองก็ชักจะทำตัวดื้อเก่งเสียหน่อย แต่ก็ยังไม่ดูมากมาย คนส่วนมากก็แค่หัวเราะอย่างเอ็นดู บอกว่าพ่อน้องชายแห่งชาตินั่นช่างมีไฟในการทำงานเหลือเกิน ทั้งที่เจ้าเด็กนั่นยังไม่เลิกจ้องริมฝีปากเขาสักนิด

 

          พัค จีฮุนเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างนึกทำอะไรไม่ถูก นั่นโคตรน่าสมเพช ทำไมเขาต้องมาทำอะไรไม่ถูกต่อหน้าไอ้เด็กแก่แดดคนนี้ด้วยก็ไม่รู้ บอกทีเถอะว่ามันเป็นเพราะความละอายแก่ใจที่ตัวเองมีอยู่ลึกๆ ที่ใช้เด็กคนนั้นเติมเต็มจินตนาการตัวเองในครั้งก่อน

 

          คนดังมองตากล้องลามกแล้วแทบจะกลั้นยิ้มไม่อยู่ สุขใจนักเวลาได้แหย่คนฟอร์มจัด

 

          “เดี๋ยวไปลองชุดเลยครับ จินยอง” เด็กคนนั้นพยักหน้า เดินตามสต๊าฟผู้หญิงไปอย่างว่าง่าย ช่างกล้องหนุ่มเลยใช้เวลาคุยกับสต๊าฟอีกสองสามคำว่าให้หาเครื่องดื่มอะไรไปให้พ่อคนดังด้วย “คุณจีซองด้วยล่ะ”

 

          แต่ผู้จัดการของจินยองกลับเอามือปัดไปมา “โอ๊ย ไม่เป็นไรคุณพัค ผมมาส่งแล้วก็ต้องออกไปทำธุระต่อ”

 

          “อางั้นหรือครับ”

 

          “ครับ เดี๋ยวต้องเข้าบริษัทน่ะคุณ”

 

          “อ๋อ” ส่งเสียงครางรับในลำคอ จริงๆ แล้วสตูดิโอแห่งนี้เป็นสตูดิโอเล็กๆ มีแค่ฉากหลังให้ยืม ค่าเช่าก็ถูกดี ลืมไปเลยว่าใกล้กับต้นสังกัดของน้องชายแห่งชาติชนิดแค่ห่างไปสองสามถนนเท่านั้น

 

          “สักสองสามชั่วโมงเองมั้งครับ แล้วเดี๋ยวก็กลับมา”

 

          “ได้ครับ เชิญเลย”

 

          “ชุดไม่วาบหวิวใช่ไหมครับ”

 

          “ฮะ?”

 

          จีซองหัวเราะแผ่วเบา “มันก็ตลกที่พูดงี้นะคุณ แต่ชุดน่ะ ไม่ใช่เซ็กซี่จ๋าใช่ไหมล่ะครับ ทางบริษัทก็ยังอยากเก็บภาพลักษณ์ teenage ของเด็กคนนี้ไว้หน่อย บอสเขากำชับมา”

 

          กลีบปากคลี่ยิ้ม “ไม่หรอกครับ” ปากเอ่ยกลับอย่างสุภาพทั้งที่ในหัวกำลังคิดภาพท่านประธานหนุ่มคนนั้น

 

          จะอะไรกันหนักหนา เข้าใจหรอกว่าความสามารถในการทำเงินของแพ จินยองก็คงไม่ใช่น้อยๆ และภาพลักษณ์แบบหนุ่มวัยรุ่นก็ยังขายได้อีกยาว อย่างน้อยๆ ก็คงสองสามปี แต่ไอ้การเรื่องมาก จุกจิกกับการทำงานนี่ก็น่าหงุดหงิดใจพอสมควร

 

          จะบ่นมากก็ไม่ได้ในเมื่อตอนนี้คนมีอำนาจมากกว่าคงเป็นมินฮยอนอย่างไม่ต้องสงสัย ไอ้เรามันก็ตากล้องธรรมดาๆ ต่อให้โฟโต้บุ๊กนี่เป็นของเขาก็เถอะ

 

          “ถ้าไม่สบายใจเดี๋ยวคุณจีซองรอดูก็ได้”

 

          “ไม่เป็นไรเลยครับ ผมน่ะ ไม่คิดมากอยู่แล้ว” จีซองหัวเราะร่า “ผู้ชายมันจะซีเรียสอะไรขนาดนั้นล่ะคุณ ผู้หญิงน่ะว่าไปอย่าง”

 

          “นั่นสิครับ”

 

          จีซองบ่นนั่นนี่ให้เขาฟังเยี่ยงคนช่างจ้ออีกสองสามประโยค ก่อนที่จะขอตัวไปเข้าบริษัท บอกว่าจะกลับมาในเวลาไม่นาน แต่เขาเองก็ยืนยันว่าไม่ต้องรีบ สำหรับผู้จัดการแล้ว การมานั่งรอศิลปินฟิตติ้งชุดคงจะน่าเบื่อไม่ใช่น้อย

 

          “คุณพัคคะ” คุณพัคเพียงคนเดียวในห้องนี้หันไปตามเสียงเรียก ซองโซเดินเข้ามาประชิดตัว แตะแผ่วเบาที่ต้นแขน “ฉันให้เขาใส่ชุดเซ็ตนี้ก่อนนะคะ”

 

          “ครับ ตามนั้น”

 

          “ลองไปดูด้วยตัวเองไหมคะคุณพัค”

          “เดี๋ยวผมจัดการตรงนี้สักพักจะไปครับ จัดการเลย”

 

          หล่อนมองเขา ความเสียดายฉายชัดในแววตาทั้งที่ริมฝีปากเคลือบลิปสติกคลี่ยิ้ม “ค่ะ” ตอบรับกลับมาสั้นๆ

 

          จีฮุนมองเจ้าหล่อนเดินนวยนาดออกห่างเขา จังหวะฝีเท้าช้าราวกับรอให้เขารั้งเธอไว้ แต่จะรั้งไปเพื่ออะไร รีบๆ ไปทำงานครั้นจะดีกว่ามั้ง

 

          ใช่ว่าจะมองไม่ออกว่าเจ้าหล่อนดูจะอยากสนิทสนมกับเขามากกว่าที่เขาอยากให้เป็นเพียงเพื่อนร่วมงาน หากแต่ความคิดชั่วดีก็ตะโกนร้องแย้งออกมาว่า นายกำลังดูแคลนแฟนของพัค อูจินนะไอ้งี่เง่า เขาเลยพยายามทำเป็นมองไม่เห็นการกระทำของเจ้าหล่อนเสีย ถึงเสี้ยวเล็กๆ จะส่งสัญญาณร้องเตือนว่า นี่มันเป็นแฟนของอูจินเลยนะ หมอนั่นเคยเลือกแฟนดีๆ มาควงที่ไหน อยู่บ้างก็ตาม

 

          อย่างไรก็ดี ซองโซกระตือรือร้นในการทำงานดี เซ้นส์เสื้อผ้าของหล่อนก็ใช้ได้ ที่หล่อนเอามาเสนอเขาทั้งหลายก็ดูจะเป็นไปตามที่เขาต้องการ ถ้าเขาติงอะไรไปหน่อยหล่อนก็แก้ไขได้โดยเร็ว ถือเป็นคุณสมบัติคนร่วมงานที่อยากจะเก็บไว้ยาวๆ อยู่เหมือนกัน

 

          จีฮุนคุยกับสต๊าฟสองสามคำ เตรียมเซ็ตกล้องอะไรไว้สำหรับถ่ายภาพเสื้อผ้าในวันนี้ ขาตั้งกล้องก็เรียบร้อย ไฟก็เรียบร้อย เขาถึงขอตัวไปดูฝั่งพ่อคนดังที่กำลังฟิตติ้งชุดอยู่บ้างพร้อมกับกล้องคู่ใจ

 

          “หลวมไปใช่ไหมน้องจินยอง”

 

          “ครับ ตรงเอว”

 

          “งั้นเดี๋ยวติดเข็มกลัดไว้ก่อนนะ”

 

          แชะ

 

          คนที่อยู่ในโฟกัสหันมาทันทีที่เขากดชัตเตอร์ ย่นจมูกนิดหน่อยเหมือนกับขัดใจ “ถ่ายผมงี้เลยเหรอครับคุณจีฮุน ยังหน้าสดอยู่เลย”

 

          “เบื้องหลังน่ะ” เขาตอบกลับไปอย่างไม่คิดอะไร

 

          “เดี๋ยวก็มีคนเก็บภาพเบื้องหลังอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ”

 

          “ก็ฉันอยากถ่าย”

 

          เหมือนเหตุผลของเขาจะไปถูกอกถูกใจอะไรเข้า น้องชายแห่งชาติถึงคลี่ยิ้มเหมือนกับจะบอกว่า อ๋อเหรอ แต่ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา ไม่อย่างนั้นคนอื่นๆ คงแปลกใจอยู่บ้างว่าทำไมนักแสดงหนุ่มถึงมาสนิทกับช่างกล้องอย่างเขามากพอจะแหย่เล่นทั้งที่ ทั้งๆ ที่ร่วมงานกันแค่ภาพเซ็ตเดียวที่ถ่ายให้นิตยสารเท่านั้น

 

          “แต่งหน้าทำผมเซ็ตแรกเลยนะ” เขาเอ่ยย้ำ “อันนี้ yellow?”

 

          ใช่ค่ะ”

 

          “โอเคครับ เริ่มเลย”

 

          พัค จีฮุนไม่มีหน้าที่มากขนาดนั้นจนจะรอดูองค์รวม เพราะงั้นเขาเลยว่างมากพอจะมานั่งดูน้องชายแห่งชาติค่อยๆ ถูกแต่งแต้มสีสันลงบนใบหน้า

 

          จินยองผิวหน้าเนียนละเอียดดี ก็อย่างว่า อีกฝ่ายทำงานใช้หน้าใช้รูปร่าง ยังไงก็คงต้องทุ่มทุนกับใบหน้าอยู่ไม่ใช่น้อย น่าแปลกดีเหมือนกัน เวลาเขาเห็นใบหน้าเปลือยเปล่าปราศจากสิ่งใดของอีกฝ่ายมันทำให้เขาคิดถึงเด็กวัยรุ่นธรรมดามากกว่าดาราดัง

 

          ลองมาคิดๆ ดูแล้ว แพ จินยองก็แค่เด็กเพิ่งบรรลุนิติภาวะ ถือว่าเพิ่งขึ้นมหาวิทยาลัย อา ตอนนั้นเขาทำอะไรอยู่นะ เริ่มเดินสายประกวด? แต่ที่แน่ๆ ตอนนั้นก็ผ่านมาสักระยะแล้ว

 

          ถ้าเด็กคนนี้เป็นเด็กธรรมดาจะเป็นยังไงนะ หมายถึง จะกลายเป็นคนดังในเน็ตหรือเปล่า ในเมื่อยังไงก็หน้าตาดีพอตัว หรือถ้าอยู่มหาวิทยาลัยก็คงเป็นไทป์ที่มีแต่คนมาชื่นชอบแน่ๆ สาวๆ สวยๆ ก็คงเข้ามาให้เลือกสรรแทบไม่ทันเชียวแหละ

 

          จีฮุนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อคิดถึงคำพูดที่ดูจะเรียบง่าย หากแต่ไม่เคยจะวกเข้ามาในหัวของเขาเลยสักครั้ง

 

          นั่นสิ แพ จินยองกับผู้หญิง?

 

          เขาน่ะไม่ได้รู้สึกอะไรกับการชอบเพศเดียวกันหรอก แต่มันก็เป็นความสงสัยเล็กๆ ที่แล่นเข้ามาเมื่อกี้นี้ สำหรับเขา, จีฮุนน่ะได้ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย แม้ในใจจะเคยมีความรักใคร่ชอบพอกับเพียงผู้ชายคนเดียวเท่านั้นที่เป็นเพื่อนสนิทตัวเอง

 

          แต่แพ จินยองน่ะ เขาไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายเป็นแบบไหน

 

          เคยมีความสัมพันธ์กับผู้ชายมาก่อนนอกจากเขาไหมแต่ก็คงเคยมีอยู่แล้ว เล่นรู้งานเสียขนาดนั้น แล้วกับผู้หญิงล่ะ หรือแฟนของเด็กคนนั้นเป็นคนอย่างไรกัน เคยมีคนรักมาบ้างหรือเปล่า

 

          เขามองใบหน้าที่แต่งแต้มสีสันของอีกฝ่าย เด็กคนนั้นสบตาเขาในกระจกก่อนจะยักคิ้วลิ่วตาให้เสียจนน่าจะไปหยิกสักทีด้วยความหมั่นไส้

 

          ก็แล้วทำไมพัค จีฮุนจะไปสนใจอะไรกับเด็กแก่แดดคนนั้นขนาดนี้ด้วยเล่า

 

 

 

          ใครกันนะจงใจปั้นแพ จินยองขึ้นมา หวังว่าคำตอบนั้นจะไม่ใช่พระเจ้าแล้วกัน

 

          “หันข้างหน่อย”

 

          แพ จินยองที่ว่าง่ายก็ดีแบบนี้นี่เอง ขืนเด็กคนนั้นพยายามทำตัวดื้อดึงเหมือนตอนร่วมงานกันครั้งแรกก็คงตลกไปเสียหน่อย ฟิตติ้งชุดไม่ต้องทำอะไรมากมาย แค่ถ่ายเสื้อผ้าและการแต่งหน้าไว้ เอาไปเลือกและแก้ไขก่อนงานจริง จินยองจะทำไม่ได้ก็เกินไปเสียหน่อย

 

          จีฮุนคลี่ยิ้ม ภาพที่ได้มองผ่านเลนส์กล้องดูดีไม่หยอก เป็นแพ จินยองแบบที่เขาต้องการ ด้านข้างของเด็กคนนั้นเห็นชัดถึงจมูกโด่งรับกับใบหน้า สันกรามชัดเจน โหนกแก้มและดวงตาจากการแต่งหน้าก็ยอดเยี่ยมดี

 

          แพ จินยองเป็นศิลปะ

 

          แค่เค้าโครงก็ถูกใจขนาดนี้ จิตกรอย่างเขาก็อยากจะแต่งแต้มสีเสียจนห้ามใจไม่ไหว

 

          ช่างกล้องหนุ่มยกกล้องจากขาตั้ง เดินเข้ามาใกล้ในฉากไปอีกระยะหนึ่ง กดชัตเตอร์อยู่สองสามรอบเพื่อให้ได้ระยะภาพที่ถูกใจ

 

“ถ่าย headshot นะ” เอ่ยบอกให้อีกฝ่ายรู้ตัวเสียหน่อย “หน้าตรง มองกล้อง”

 

แพ จินยองหันมาตามคำสั่ง เสี้ยววินาทีที่หลับตา ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วจ้องมาที่เขา

 

ลมหายใจของพัค จีฮุนชะงักไปเล็กน้อย

 

จำไม่ได้เหมือนกันว่าเขาเคยสบตากับนางแบบจำนวนกี่คนโดยมีแค่เลนส์กล้องราคาแพงขวางกั้น แค่เขาจะจำไว้เลย น้องชายแห่งชาติเป็นคนแรกที่ทำให้จังหวะการกดชัตเตอร์ของเขาผิดเพี้ยนไปหมดเพียงเพราะทีท่าจริงจังของอีกคน ใบหน้าของอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไปตามจังหวะเสียงลั่นชัตเตอร์ที่เสียจังหวะไปเสี้ยววินาที

 

เสี้ยววินาทีที่มีความคิดหลายๆ อย่างวิ่งเข้ามาในหัว อย่างเช่น จะเป็นอย่างไรถ้าเขาทำให้แววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นนั่นเปลี่ยนมาเป็นแววตาฉ่ำเยิ้ม เหลือแต่คำอ้อนวอนให้เขากระทำดั่งใจต้องการโดยไร้เสียง

 

เขาไล่ตะเพิดความคิดเหล่านั้นออกไป บอกให้อีกคนหันข้างไปเรื่อยๆ เพื่อถ่ายภาพ reference ให้ได้มากที่สุด ก่อนจะเป็นคนตะโกนบอกไปเองว่าให้จินยองเข้าไปเปลี่ยนชุดได้ ตัวเอกของงานนี้ถึงได้เดินออกมาจากฉากสีขาวสะอาด กลับเข้าไปในโซนแต่งตัวใหม่

 

พัค จีฮุนเอาลิ้นดุนดันกระพุ้งแก้มขณะที่มองภาพที่ได้บนจอมอนิเตอร์ ห่างไกลคำว่าเลวร้ายไปหลายขุม เรียกได้ว่าดีด้วยซ้ำไป

         

เขาได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบามากับอากาศ เด็กคนนั้นหัวเราะคิกคักกับซองโซ ยิ้มเป็นเด็กๆ จนบางทีเขาก็มองไม่ออกว่าแบบไหนเป็นตัวจริง

 

          แพ จินยองที่อยู่บนเตียงเป็นยิ่งกว่าเด็กแก่แดด

 

          แพ จินยองที่อยู่หน้าฉากเป็นยิ่งกว่างานศิลปะ

 

          แล้วแพ จินยองที่ไม่ได้อยู่สองที่นั่นเป็นคนแบบไหนกันแน่

 

          “คุณพัคคะ”

 

          เจ้าของชื่อหลุดออกจากภวังค์ “ครับ” หันไปขานรับ ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนตะกอนความหงุดหงิดถูกกวนขึ้นมาเมื่อเห็นว่าคนที่มาเรียกเขาว่าคุณพัคคะยังเป็นคนเดิม

 

          “ธีมแรกเอาชุดไหนบ้าง

 

          จบวันแล้วค่อยตัดสินใจดีกว่าครับ” เขาเอ่ยตัดบทก่อนเจ้าหล่อนจะพูดจบประโยคเสียอีก “คุณซองโซเหนื่อยไหมครับ หาอะไรทานเล่นก่อนก็ได้นะ”

 

          กลีบปากเคลือบลิปสติกวาดยิ้มหวานให้เขาทั้งที่สายตาหล่อนดูจะไม่พอใจอยู่นิดหน่อย “ค่ะ ถ้าอย่างงั้นคุณตัดสินใจเรื่องชุดได้ก็ทักฉันมานะคะ”

         

เขาพยักหน้า ไม่เอ่ยอะไรออกไปขณะที่มองขาเรียวของเจ้าหล่อนที่พาร่างตัวเองไปที่อื่นก่อนจะส่ายศีรษะอย่างระอา พาตัวเองไปอีกด้านบ้าง

 

          เอาชุดไปเปลี่ยนที่นะ เดี๋ยวพี่ไปเข้าห้องน้ำก่อน”

 

          พอเดินเข้าไปบริเวณห้องแต่งตัวกลับได้ยินเสียงของสต๊าฟคนหนึ่งดังขึ้นมาพร้อมกับประตูที่เปิดออกก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปจับ คนเปิดประตูโค้งศีรษะให้เขาน้อยๆ เมื่อเห็นว่าเกือบออกแรงเสียจนประตูฟาดหน้าผากเขา ก่อนที่จะเดินออกไปทำธุระ

 

          เขาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าในห้องเหลือแค่แพ จินยองคนเดียว

 

          “คนอื่นไปไหน”

 

          “ไม่รู้สิ แต่พี่คนเมื่อกี้ไปเข้าห้องน้ำ”

 

          เขาพยักหน้า “เหรอ” ว่าพลางปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา

 

          แพ จินยองวาดยิ้มขณะที่เขาเดินไปวางกล้องไว้ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง “อะไรน่ะจีฮุน ผมจะเปลี่ยนเสื้อ จะมาแอบดูเหรอ”

 

          กลายเป็นคนที่ได้รับสมญานามว่าตากล้องลามกเนี่ยแหละที่ต้องมาประดักประเดิดกับคำพูดของอีกฝ่าย เขาชี้ไปที่ห้องลองเสื้อที่มีเพียงผ้าม่านผืนหน้ากั้นไว้

 

“ตรงนั้นเขาให้เปลี่ยนเสื้อนะ เผื่อไม่รู้”

         

น้องชายแห่งชาติเดินเข้ามาประชิดตัวเขา เอานิ้วชี้หน้าเขาเหมือนจะเย้าแหย่ “ร้อนตัว”

 

          “ไปเปลี่ยนเสื้อไป” จีฮุนกัดฟันกรอดเมื่อเจ้าตัวยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ไปเสียหน่อย

 

แตะเบาๆ ตรงสีข้างของอีกฝ่ายหมายจะผลักกายอีกคนไป แต่ความคิดเจ้ากรรมของเขากลับวิ่งย้อนเวลาไปทันทีที่สัมผัสช่วงตัวบาง ความทรงจำกระโดดโลดเต้นเข้ามาว่าเขาเคยบังคับให้คนตรงหน้าเคลื่อนกายแบบไหน

 

และแม่ง, พัค จีฮุนเหมือนคนหมกมุ่นฉิบหาย สาบานได้เลยว่าเขาเคยเป็นแบบนี้

 

“จีฮุน” คนตรงหน้ากระซิบทั้งที่ยังไม่ยอมผละหน้าไปเสียที  

 

เจ้าของชื่อจดจ้องที่ดวงตาคู่นั้นซึ่งไม่ยอมผละไปไหน ทั้งยังมองกันเหมือนจะไม่ยอมแพ้

 

ลามก”

 

พัค จีฮุนเลิกคิ้ว เขายอมรับคำด่านั้นโดยดุษฎี ยังไงก็คงปฏิเสธไม่ได้แล้ว ในเมื่อเขายังไม่สามารถห้ามมือตัวเองไม่ให้ลากผ่านส่วนโค้งใต้ร่มผ้าได้เลยแม้แต่น้อย

 

ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าตัวเองมองอีกฝ่ายแบบไหน แพ จินยองถึงเป็นฝ่ายหลบสายตาเขาเป็นในที่สุด แต่สาบานเลยว่าตอนที่คนอายุน้อยกว่าเลื่อนมือไปดึงมือของเขาออกจากร่างกายตนเองเขาตั้งใจจะถอยอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่ติดว่าเด็กคนนั้นเอามือของเขาไปกดจูบแผ่วเบาที่ฝ่ามือ เลื่อนมาที่ปลายนิ้ว ก่อนจะช้อนตามองกันเหมือนกับที่เคยทำยามอยู่บนเตียง และยามอยู่ในจินตนาการของเขา

 

สาบานอีกครั้ง พัค จีฮุนไม่เคยเป็นแบบนี้

 

ไม่เคยที่จะเป็นฝ่ายกระชากเสื้อผ้าบนไว้แขวนจากมือของใคร วางมันพาดเอาไว้ที่ไหนสักทีแค่ให้แน่ใจว่าไม่กองที่พื้น ไม่เคยที่จะดึงใครสักคนเข้ามาที่ห้องลองเสื้อเพื่อตระโบมจูบเหมือนกับขาดสติทั้งที่ไม่ได้นึกหงุดหงิดกับการทำงานกะหลั่วๆ ของคนหน้ากล้องจนต้องคอยสร้างอารมณ์เพื่อถ่ายภาพในคอนเซปต์ยั่วยุอารมณ์ในเมื่อแพ จินยองทำมันได้ดี บางทีอาจจะดีเกินไปด้วยซ้ำ คนที่โดนยั่วยุถึงเป็นเขาแทนที่จะเป็นคนมองเห็นภาพที่เขาได้ถ่าย

 

เขาได้ยินเสียงหายใจหอบถี่จากคนตรงหน้ายามผละออก ก่อนที่จะเป็นคนช่วงชิงลมหายใจอีกฝ่ายไปใหม่ ลากไล้ฝ่ามือตัวเองเข้าไปใต้ร่มผ้าที่บรรจงเลือกเพื่อแต่งแต้มอีกคน

 

กึก!

 

เราผละออกจากกันทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู เขาโดนผลักออกมาข้างนอกก่อนที่จินยองจะเป็นฝ่ายรูดผ้าม่านปิดก่อนที่ประตูนั่นจะถูกเปิดพอดี

 

จีฮุนกระแอมไอ “เสร็จหรือยังคุณ”

 

“แป๊บนะครับ กระดุมมันติดรังดุม แกะไม่ออกสักที”

 

ขอบคุณสกิลในการเล่นละครของพ่อน้องชายแห่งชาติแม้จะมาแค่เสียงก็เถอะ จีฮุนเอาลิ้นดุนดันกระพุ้งแก้มอย่างนึกทำอะไรไม่ถูกเมื่อสต๊าฟที่เดินเข้ามาทำสีหน้างุนงงเล็กน้อย

 

“น้องจินยอง เสื้อมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”

 

อ๊ะ เรียบร้อยแล้วครับ”

 

“เดี๋ยวฉันจัดการตรงนี้ก็ได้ค่ะคุณจีฮุน”

 

ตากล้องที่เป็นหัวหน้างานพยักหน้าให้สต๊าฟสาว “ฝากด้วยนะครับ” ว่าเช่นนั้นก่อนที่จะหยิบกล้องคู่ใจที่วางไว้แถวนั้น เดินออกมาจากห้องแต่งตัว

 

เขานับหนึ่ง, สอง, สาม ก้มมองเท้าของตัวเอง นับเลขในใจเพื่อมุ่งหวังให้สงบลง ก่นด่าตัวเองว่าตัวเองทำอะไรลงไป โอเค ยอมรับเลย ใช่ว่าไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในกอง แต่ตอนนั้นเขาต้องมั่นใจแค่ไหนว่าตัวเองล็อคประตูแล้วเรียบร้อย และคนที่เริ่มก่อนไม่เคยเป็นเขาเลยสักครั้ง

 

จีฮุนสูดลมหายใจลึก เขาไม่เคยเลยที่จะปรารถนาใครซ้ำไปซ้ำมา ไม่เคยมีความสัมพันธ์กับใครมากกว่าหนึ่งครั้ง ไม่เคยที่จะเอาใครเป็นตัวตนมาเติมเต็มความต้องการ

 

ไม่เคยที่จะขาดสติง่ายๆ แบบนี้เลยด้วยซ้ำ

 

แพ จินยอง หมอนั่นไม่ใช่แค่คนที่ทำให้ไฟศิลปินในกายเขาลุกขึ้น

 

แต่เป็นไปแม้กระทั่งประกายไฟดวงน้อยที่ทำให้เชื้อเพลิงที่เขาฝังอยู่ในส่วนลึกของจิตใจตื่นขึ้นมา ลุกโชน โหมจนทำให้ความยับยั้งชั่งใจของเขามอดไหม้  

 

กำลังจะทำให้กติกาที่เขาเคยตั้งให้ตนเองกลายเป็นขี้เถ้าในที่สุด

 

 

 

“ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับ”

 

“เหนื่อยหน่อยนะครับ”

 

นั่นเป็นคำพูดที่ดังไปทั่วที่แห่งนี้หลังจากเขาประกาศเลิกกองตอนเวลาสามทุ่มกว่าเพราะการฟิตติ้งชุดแต่ละชุดต้องเก็บรายละเอียดมากที่สุด ไหนจะเมคอัพที่ต้องลบแล้วแต่งใหม่ในแต่ละธีม ถ้าเทียบกับจำนวนคน แค่นี้ก็ถือว่าเร็วแล้วด้วยซ้ำไป

 

เขาหัวหมุนกับการเช็กความเรียบร้อยต่างๆ นานา เดินสวนคนนั้นคนนี้เป็นว่าเล่น เขาบอกให้สต๊าฟบางฝ่ายกลับไปได้เมื่อทำงานเสร็จ

 

“ไปเร็วจินยอง วันนี้ได้กลับเร็วสักที”

 

เขาหันไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้นลอยเข้ามากระทบหูด้วยเสียงของผู้จัดการพ่อน้องชายแห่งชาติ สบตากับอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนที่จะโดนสต๊าฟคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่าให้เอาอุปกรณ์ที่แบกมาไปเก็บที่ไหน

 

ตอนหันไปอีกทีก็เป็นตอนที่แพ จินยองโค้งศีรษะบอกลาคนอื่นๆ อยู่นั่นแหละ ตอนนั้นเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย เป็นครั้งแรกที่อยากจะปัดความรับผิดชอบทุกอย่างทิ้งซะ แน่นอนว่าทำไมได้

 

หลังจากน้องชายแห่งชาติออกไปราวๆ ครึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็เรียบร้อย เขาเป็นคนขับรถพาสต๊าฟสองสามคนไปที่สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุด หนึ่งในนั้นคือซองโซ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ในเมื่อใจของเขาวิ่งไปนอนที่เตียงล่วงหน้าแล้วเสียด้วยซ้ำ

 

“ขอบคุณนะจีฮุน”

 

“ขอบคุณค่ะคุณพัค”

 

“กลับดีๆ ครับ” เขาว่าเช่นนั้นขณะที่ทุกคนลงไปจากรถส่วนตัวของตนเอง

 

จีฮุนถอนหายใจ เหนื่อยฉิบหาย และพอเลี้ยวรถเข้าถนนเจอกับไฟแดงและขบวนรถยนต์ยาวเหยียดก็ยิ่งนึกขี้เกียจ

 

ครืด

 

ตากล้องชื่อดังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเมื่อมันสั่น บ่งบอกว่ามีข้อความเข้ามา

 

bae :

โกหกอ่ะ ผิดสัญญา : (

ใจร้าย

 

ข้อความนั้นเต็มไปด้วยความน้อยใจ ไม่ทันที่จะตอบอะไร อีกฝ่ายก็พิมพ์เสริมมาเป็นคำว่าใจร้ายซ้ำไปมาเสียจนโทรศัพท์สั่นไม่หยุด

 

เขาวางโทรศัพท์เมื่อได้ยินเสียงบีบแตรจากรถคันหลัง จิ๊ปากอย่างนึกขัดใจ คว่ำเครื่องมือสื่อสารไว้ที่เบาะข้างคนขับและพบว่ามันยังสั่นไม่หยุด ดูเหมือนเด็กคนนั้นจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อยู่พักหนึ่งก่อนจะเงียบไป

 

พอมาถึงไฟแดงแยกถัดไปเขาถึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

 

bae :

เนี่ย แล้วผมก็ต้องสั่งอาหารจีนมากินที่ห้องคนเดียว : ((

 

เขาถอนหายใจ กดเครื่องหมายโทรศัพท์เพื่อโทรออกและเปิดลำโพงในทันทีขณะที่กลับไปจับพวงมาลัยเมื่อสัญญาณไฟจารจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว

 

“อะไร” ปลายสายรับสายเสียงห้วน “โทรมาทำไมคุณ”

 

“อยู่ไหน” เขากรอกเสียงลงไปสั้นๆ

 

“ห้อง คนเดียวแบบเหงาๆ ไหนคุณบอกว่าจะคิดดูถ้า

 

เขาไม่ยอมให้เด็กคนนั้นบ่นจนจบหรอก “อีกสิบนาทีลงมาที่หน้าคอนโดเลย”

         

“อะไรนะ”

 

          “ก็ตอนนั้นส่งอะไรมาล่ะ” จีฮุนว่าเสียงเรียบในขณะที่คนเอาแต่บ่นเมื่อกี้ถึงกับเงียบไป คงยังจะปรับอารมณ์ไม่ทัน “จะไปกินไม่ใช่เหรอ ถ้าผมขับผ่านไปแล้วไม่เจอคุณก็ไม่ต้องไปแล้วกัน”

 

ว่าเช่นนั้นก่อนจะตัดสายทิ้งเพื่อจดจ่ออยู่กับเส้นทางบนถนนใหม่

 

          เป็นอะไรไปแล้วพัค จีฮุน

 

          ไม่ต้องมาถามอะไรเขาหรอก เห็นทีเขาเนี่ยแหละที่ต้องถามตัวเอง







ขอโทษที่มาช้าค่ะ แต่ตอนนี้ยาวกว่าที่คิดไว้

อยากอัพให้ทันวันนี้เลยยังไม่ได้ตรวจเช็กคำผิด

(รอบที่แล้วก็ไม่ได้เช็ก ขอบคุณทุกคนที่เตือนนะคะ //ไหว้ย่อ)


ชอบเวลาเห็นทุกคนเม้นแบบกรีดร้องค่ะ 

เชื่อกันเถอะนะคะว่านี่ฟิค fluff 

(ดู bite me สิคะ บอกว่า fluff ก็ไม่ได้โกหก โกหกที่ไหน!)


อ่านให้สนุกค่ะ อยู่ด้วยกันไปตลอดเลยนะคะ


เจอกันในแท็ก #ฟิคHiddenShade ค่ะ


ปล. อิพี่ขี้เก๊กมาก 


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

353 ความคิดเห็น

  1. #351 ggamjan (@ggamjan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:02
    เนี่ย ตามใจน้องเก่ง มันดีมากเลย งือออ
    #351
    0
  2. #251 Ch.KKwan (@kwanjiramama) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 01:25
    อ่านไปกรีดร้องไปฮือออฟิน
    #251
    0
  3. #231 xj4ohx2 (@xj4ohx2) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 05:52
    ประทับใจในการฉีกกติกาของพี่
    #231
    0
  4. #215 p n l s (@you0my0you) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 06:35
    ไงล่ะพัคจีฮุนนอิคนลามกไงล้ะ!!!น้องเสน่ยเกินห้ามใจช้ะคนลามมก!!แต่ชอบ!!ชอบมาก!!!มันดีอ่ะ!!!
    #215
    0
  5. #186 pcxbh♡ (@baekfour) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 03:48
    กิ้ดดด หัวใจมันเต้นตุบตับเป็นจังหวะรัก พี่จีฮุนก็คือเริ่มหวั่นไหวแล้วชั่ยมั่ยชั่ย รู้สึกดีใจและปลาบปลื้มมากๆ เขินเองเหมือนเป็นจินยอง บ้าเอ้ย
    #186
    0
  6. #170 kkline93 (@kkline93) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 00:52
    ดิชั้นอยากกุมมือลูกแล้วพูดว่า หนูเก่งมากจินยอง!!!!! ชอบเวลาลูกทำให้พี่จีฮุนสูญเสียการควบคุม รู้สึกชนะแทนลูก555555555555555555 แบบว่าจีฮุนเป็นคนใจเย็นอยู่นา แต่หนูทำให้เขาสติแตกได้นาจาาา แง มาจุ้บกระหม่อมเลยน้องแพลูกกกก
    เป็นตอนที่จีฮุนตีกับความคิดตัวเองมากพอสมควรเลย คือเริ่มหวั่นไหวกับลูกชั้นแล้วล่ะซี่!!! คิดนู้นคิดนี่ไม่หยุดเลยน้าาา ดีค่ะดี เอาให้หนักกกกก
    แล้วเนี่ยขมวดคิ้วกับผญสไตลิสมากๆ (ถึงจะอยากเป็นเพราะเป็นแฟนอูจิน) นังจะต้องมีร้ายกว่านี้แน่ๆเลยอ่ะ!!!!
    แล้วนี่ขนาดแค่ฟิตติ้งนะคะ ยังมาจู่โจมจูบขนาดนี้! แล้วถ่ายจริงนี่...../ลูบหน้ารอ
    รอติดตามต่อเสมอค่าาาา
    ปล. คถอูจินจังเล้ยยยย ก๊ากกก
    #170
    0
  7. #169 kwqn (@kawinpakk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 23:51
    จมูกบานและเริ่มเคี้ยวแก้มตัวเอง อันนี้เป็นกลุ่มอาการที่เรียกว่าเขินใช่มั้ยคะ ;___; มันดีมาก ชอบการฉุดความรู้สึกตัวเองไม่อยู่ของคนพี่ ลามกอะ5555555 แต่ชอบ กรี๊ดดดดดดดดด ความคิดพี่เขามันแบบ น่กดึจกนพ้รเนเาดวงเง ช่วยไม่ได้นะน้องมันน่ารัก จนถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับแล้วนะคะว่าหลงจริง ส่วนรักมั้ยนี่ . . .ไม่ขอเดาเรากลัวเจ็บ แง้ แล้วไอที่เขามางอแงอยากกินก็พาไปกิน รถก็ติด ทุกอย่างน่าเบื่อ แต่ก็ยังจะพาไปกินนี่มัน เอ๋??? ฮือ หนูว่าพี่เขาน้องเขาแล้วละค่ะ

    safeword : เอวจินยอง

    แง้ หัวใจนุ้เกือบหยุดเต้นตอนอ่านห้องลองเสื้อ บ้าไปแน้วๆงๆๆๆๆง
    #169
    0
  8. #168 LaliLi (@LaliLi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 22:50
    เขินมากกกกกกกกกกกรี้ดอิพี่เขาเริ่มตบะแตกแล้วสินะ-//////////-เป็นแบบนี้คือน่ารักเขารู้มั้ยอ่ะว่าน่ารักมากชั้นอิจฉาน้องแพแต่อย่างว่าขี้อ้อนขนาดนั้นน่ารักขนาดนี้ใครจาไปทนไหวคะ(กรี้ดในใจอีกรอบ)
    #168
    0
  9. #167 -SongGSo(o)- (@-seoulsew-) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 16:55
    อห เขินตอนนี้มาก ตัวบิดดด เขินตอนอิพี่คอนโทรลตัวเองไม่ได้อะ บ้าบออออ -คนลามกกกกก
    #167
    0
  10. #166 ohlittlehead (@ohlittlehead) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 14:58

    จริงๆพจฮก็มีมุมที่น่ารักในแบบของเค้าอะเนอะ แล้วก็เขินที่พี่เค้าตบะแตกแค่น้องแพคนเดียวอะ

    me/กรี้ดมืออุดปากTT

    #166
    0
  11. #165 ngampisut (@ngampisut) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 14:57

    มันคือฟิคน่ารัก

    เขินนนน คุณตากล้องอะ หลงน้องเข้าเเล้ว ยอมรับใจตัวเเองสักทีเถอะค่ะ แหม

    ยอมน้อง ขาดสติเอาซะขนาดนี้


    #165
    0
  12. #164 babyamam (@babyamam) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 10:30
    โว๊ยยย ที่น้องบอกลามกเนี่ย ไม่เกินจริงเลยจ้าาาาาา ความคิดคุณเค้าร้อนแรงจริงๆ จะถือว่าตอนนี้เค้าเริ่มจีบกันแล้วได้มะ ได้เนอะ เลิกงานก้พากันไปกินงี้ ถึงแม้วิธีการชวนกันมันจะ... //น้องจินยองขี้อ่อยขี้เหงามาก แต่ก้น่ารักอยู่ดี *หอมหัว*
    #164
    0
  13. #163 yellownme (@_taQxt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 10:30
    หลุดมาดที่วางไว้แล้วนะค้าคุณช่างกล้องงงง แหมมมมมมม
    #163
    0
  14. #162 B's angle (@byun-jrni) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 09:36
    คนขี้เก๊กเสียอาการแล้วว่ะ
    #162
    0
  15. #161 love38 (@lovesjsj) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 07:13
    คุนตากล้องงงง ยินดีด้วยค่ะคุนตกบ่วงน้องแล้ว5555555
    #161
    0
  16. #160 `Barbara (@momomo1997) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 04:33
    มาดพี่แกเยอะมาก5555555เก๊กสุดอะ น้องจินยองน่ารักกกก
    #160
    0
  17. #159 junhi (@junhi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 03:14
    หวั่นไหวเข้าแล้ว ขี้เก๊กเหลือเกินนนน
    #159
    0
  18. #158 AoyyAoii (@AoyyAoii) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 01:11

    ขอกรีดร้องก่อนหนึ่งทีค่ะ กี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!! แค่ฟิตติ้งชุดก็แซ่บไปเบอร์นี้แล้วนะคะ คุณพัคจีฮุนนี่ร้ายจริงๆ จะว่าคุรเค้าคนเดียวก็ไม่ได้ น้องแพก็ร้าย แต่คุณแม่เค้าข้างน้องค่ะ ฮือออออออ พัคจีฮุน คนบ้าๆๆๆๆๆๆๆ บทจะใจดีขึ้นมาก็ขนาดนี้เลย เนี่ยแหละ ความเด็กมันมีของ ถ่ายไปไม่เท่าไหร่คุณพัคก็สติแตกแล้ววววว แต่คนที่สติแตกที่สุดตอนนี้น่าจะเป็นเราเอง แฮร่ ชอบความมีซีนเผ็ดนิดๆ กับซีนหยอกกันไปหยอกกันมา หวังว่าตอนต่อๆไปทั้งสองคนจะได้รู้จักกันมากขึ้นเนอะ ฮือออออ ชอบจังค่ะ ขอบคุณคุณนินิวที่มาอัพมากค่ะ ตอนแรกจะนอนแล้วเปิดมาเห็นก่อน เปลี่ยนใจทันที เป็นกำลังใจให้นะคะ ตอนที่เก้าแล้ว ไม่ต้องห่วงว่าจะหนีหายไปไหนนะคะ อัพช้า อัพห่างขนาดไหนก็จะตามอ่านตลอดไปค่ะ สู้ๆๆๆๆๆๆค่ะ

    #158
    0
  19. #157 vgny__ (@vgny__) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 01:09
    พี่จีฮุน=ขี้เก๊กอ่ะ แต่ตอนนี้ก็เริ่ม out of control แล้วรึป่ะ อุกรีส ตอนบอกจะไปรับน้องให้ลงมารอนี่กรีสมาก เขินอ่ะ ตามใจน้องเหมือนกันนะเราอ่ะ ก็น้องน่ารักอ่ะเนอะ ทำงานเก่งด้วย ฮื่อ เก่งที่สุดเลยน้องแพรู้ก555
    #157
    0
  20. #156 Puddinghh (@nvidiaoptimus) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 00:56
    เริ่มมีใจให้น้องแล้วก็บอก เก๊กอยู่นั่น :/
    #156
    0
  21. #155 Asuna ^^ (@gorbua123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 00:05
    คุณจีฮุนเริ่มรู้สึกกับน้องแล้วใช่มั้ยล้าาาาาา
    #155
    0
  22. #154 juriblossomx (@pemypemika) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 23:27
    ่าว พี่คะ ชอบจังเลย น่ารก5555
    #154
    0
  23. #153 butterni (@moneynoey) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 23:27
    พี่คะะะ เปิดใจให้น้องแล้วนะะๆๆๆๆๆๆ
    #153
    0