Single Papa คุณพ่อยังโสด {YAOI} ตีพิมพ์กับสนพ. BLY

ตอนที่ 20 : CHAPTER 18 - อย่าไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 พ.ค. 57





CHAPTER 18

อย่าไป”

 

 

 

ผมกำลังจะหย่า

 

คำพูดของคุณปฐพียังคงดังก้องอยู่ในหัวของผม

 

“น้าเพชรเป็นอะไรเหรอคะ” เสียงเรียกของหลานทำให้ผมหันไปมองแก พระพายจ้องผมตาแป๋ว “ไม่กินเหรอคะ”

 

ผมส่ายหน้า “ขอโทษค่ะ น้าคิดอะไรเพลินๆ” ก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อ

 

และถ้าจัดการอะไรเสร็จแล้ว ผมอยากจะพาพระพายกลับมาอยู่ด้วยกัน

           

เมื่อชั่วโมงก่อนผมคุยกับคุณปฐพี พอได้ยินแบบนั้นผมก็ได้แต่ถามว่ามันจะเร็วแค่ไหน เขาตอบได้แค่ว่าคงจะไม่ใช่ในเดือนนี้ ผมไม่ได้ถามว่าทำไมเขาถึงจะหย่า... ดูเขาเป็นคนเคารพภรรยาค่อนข้างมาก (หรืออาจจะค่อนไปทางกลัว) นับตั้งแต่ตอนที่คุณลดาทำให้พระพายต้องออกจากบ้านหลังนั้นผมก็ไม่คิดจะถามถึงเธออีก ขี้คร้านที่จะฟังเหลือเกิน

           

“เครียดเหรอครับ” คำถามของคนที่นั่งตรงกันข้ามทำให้ผมเงยหน้าขึ้น

           

“เปล่าหรอก”

 

ผมโกหกโดยไม่ได้สบตาของอีกฝ่าย ฟ้าครามเป็นหมาตัวโตเหมือนกับทุกครั้ง ทำสายตาเหมือนกับเป็นห่วงผม มันก็ถือเป็นเรื่องดีนั่นแหละ...

           

ผมอยู่กับภาพแบบนี้จนชินตาแล้ว

           

รอเจอฟ้าครามตอนเช้า ฝากฝังหลานไว้กับเขา ไปทำงาน จากนั้นก็มีเขามารับกลับบ้าน เรากินข้าวด้วยกัน เขาเป็นคนทำบ้าง บางครั้งผมก็เป็นคนทำ จากนั้นผมก็ไปล้างจาน ปล่อยให้เขาคุยเล่นกับหลานต่ออีกนิดหน่อย พอผมล้างจานเสร็จเขาก็จะออกจากบ้าน

           

มัน ชินจนผมไม่อยากคิดว่าถ้าหากผมขาดภาพพวกนี้จะทำยังไง

           

ถ้าผมจะกินข้าวคนเดียว ไปทำงานคนเดียว กลับมาที่บ้าน ทำอาหารเอง กินข้าวเอง... จัดการทุกอย่างเองและอยู่คนเดียวในบ้านหลังนี้

           

...คงจะเหงาน่าดู

           

คุณปฐพีบอกว่าเรื่องทุกอย่างคงจะไม่จบก่อนสิ้นเดือน ซึ่งเหลือเวลาอยู่ราวๆ สองอาทิตย์ ก่อนหน้านั้นผมคงต้องถามความคิดเห็นของพระพายก่อน

           

“อย่าเครียดมากนะครับ”

           

เสียงทุ้มที่เอ่ยให้กำลังใจทำให้ผมยิ้มออกมานิดหน่อย “ขอบคุณ”

           

เรากินข้าวกันต่อ จากนั้นผมก็เป็นคนจัดการล้างจานเหมือนกับเคยๆ ปล่อยให้พระพายนั่งต่อจิ๊กซอว์กับฟ้าครามไป พอเสร็จผมก็เดินออกมานั่งดูทั้งสองคน

           

“วันนี้แค่นี้ก่อนนะ” เหมือนฟ้าครามจะรู้เวลาเขาเลยยืดตัว

           

หลานโอดครวญ “ต่ออีกไม่ได้เหรอคะ”

           

“พระพายอยากต่อไปก็ได้นะ แต่พี่ฟ้าต้องกลับแล้ว”

           

พระพายทำหน้าเบ้แต่แกก็ก้มหน้าก้มตาต่อจิ๊กซอว์ต่อไป อันนี้เป็นอันที่ผมซื้อให้เองครับ ห้าร้อยชิ้น เห็นฟ้าครามบอกว่าพระพายชอบเล่นอะไรแบบนี้เลยปล่อยให้แกเล่นดู ดูเหมือนแกเองก็มีความสุขแหละนะ

           

พี่เลี้ยงเด็กเงยหน้ามองผมที่ได้แต่ยักไหล่ “เดี๋ยวน้าเพชรไปส่งพี่ฟ้าก่อนนะคะ”

           

“พี่ฟ้าสวัสดีค่า” พระพายละมายกมือไหว้ฟ้าครามก่อนที่จะไปขะมักเขม้นกับการต่อจิ๊กซอว์ใหม่

           

ผมลุกขึ้นเดินไปส่งฟ้าครามที่หน้าประตูเหมือนกับทุกครั้ง

           

“อ๊ะ จริงสิครับ” แต่ก่อนที่เจ้าพี่เลี้ยงเด็กจะไปก็ร้องขึ้นมาเหมือนกับคิดอะไรได้ “วันอาทิตย์คุณเพชรมีแพลนจะไปไหนรึเปล่า”

           

ผมขมวดคิ้ว กรุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ “ก็ไม่มีหรอก”

           

“งั้นไปเที่ยวกันมั้ยครับ!

         

...

           

เหมือนฟ้าครามจะนึกขึ้นได้ว่าเขามีทีท่าตื่นเต้นต่อหน้าผมมากเกินไปหน่อย “ถ้าคุณเพชรไม่สนใจ...”

 

            “ผมยังไม่ทันพูดว่าไม่สนใจเลย” ดูเหมือนเขาจะเป็นพวกขี้กังวลมากไปจริงๆ นั่นแหละ เจ้าเด็กคิดมากนี่ “แล้วจะไปไหนเหรอ”

           

“อ๋อ ผมได้ตั๋วฟรีไปดูดิสนีย์ออนไอซ์” เขาชูมือเป็นเลขสาม “พอดีพี่ชายเล่นเกมแล้วได้มาสามใบน่ะครับ แต่ว่าลูกคนอื่นเป็นผู้ชาย ไม่สนพวกนั้นหรอก เขาเลยเอามาให้ผม”

           

ผมพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ “อื้อ”

           

“ผมก็เลยมาชวนคุณเพชรกับพระพาย”

           

“ก็เอาสิ” ผมตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดเลยทีเดียว

           

ฟ้าครามทำหน้าตกใจไม่ใช่น้อย “จริงเหรอครับ!”

           

อื้อ” ผมพยักหน้าก่อนที่จะเลิกคิ้ว “หรือว่าไม่อยากให้ไป”

           

“ไม่ครับ ผมอยากไปกับคุณเพชรใจจะขาด”

         

คำพูดของเจ้าเด็กนี่ทำให้ผมอยากจะเตะมันเพราะความหมั่นไส้ปนเอ็นดูเหลือเกิน สุดท้ายก็มาดูแลเด็กเพราะว่าหวังผลสินะ

           

แต่ว่า... ผมรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยของตัวเอง

           

ถ้าเป็นปกติผมคงสยอง แต่ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกอะไรขนาดนั้น

           

“แปลก”

           

“ครับ?” คนตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมาทำหน้างุนงง

           

ผมปฏิเสธแทบไม่ทัน “แค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะ”

           

“อ๋อ” ขอบคุณที่ฟ้าครามไม่ใช่เด็กขี้สงสัย ขืนเขาซักซี้อีกไม่นานผมคงหลุดปากพูดออกไปนั่นแหละ “งั้นฝันดีนะครับ” พี่เลี้ยงเด็กคลี่ยิ้มก่อนที่จะเดินขึ้นรถและขับออกไป

           

ผมไม่ทันได้เอ่ยปากบอกเขาว่า ฝันดีนะอาจจะเป็นเพราะสตั๊นท์อยู่กับรอยยิ้มเทวดาที่หายไปนานก็ได้

           

ให้ตายสิ ดูเหมือนนายพชรจะอาการหนักแล้วจริงๆ

           

 

 

            วันเสาร์พระพายได้คุย Video Call กับพ่อแก ทำตัวเหมือนอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแต่จริงๆ ก็อยู่จังหวัดเดียวกันนี่แหละ ดูแกก็จะแฮปปี้ขึ้นมาหน่อยหลังจากที่พ่อไม่มาหาถึงสองอาทิตย์

 

ผมนึกขอบคุณคุณปฐพีที่ยังไม่ได้พูดกับพระพายเรื่องที่จะเอาแกกลับไปอยู่ด้วย ส่วนผมก็ไม่ได้เอ่ยปากถามแกเหมือนกัน ตั้งใจว่าจะรอให้มั่นใจกว่านี้... อย่างน้อยๆ ก็คงจะอีกสักระยะ

           

พอวันอาทิตย์พระพายก็ดูตื่นเต้นกว่าปกติ ถึงแกไม่ใช่คนชอบหนังดิสนี่ย์อะไรแต่ยังไงเด็กๆ ก็ชอบเรื่องพวกนี้อยู่ดีแหละเนอะ

           

“ผมมารับแล้วครับ”

 

ประมาณบ่ายสามโมงเจ้าพี่เลี้ยงเด็กก็มารับตามที่นัดกันไว้ รอบแสดงเป็นรอบเย็นพวกเราเลยไม่ได้รีบอะไรเท่าไหร่นัก

 

“ไปทานอาหารกันที่นู่นเลยนะครับ” คนขับหันมาถามผมกับพระพายที่เดินเข้ามานั่งที่เบาะหลัง แหม... ประหนึ่งมีคนขับรถส่วนตัว

 

“อืม” ผมพยักหน้า “พระพายขอบคุณพี่ฟ้ายังคะ”

 

“ขอบคุณพี่ฟ้ามากค่า พระพายอยากไปดูเร็วๆ จัง”

 

“โอเคจ้า”

 

พวกผมมาถึงสถานที่แสดงเร็วกว่าที่คิด เราสามารถเข้าได้ตอนห้าโมงครึ่ง โชคดีที่รอบๆ นั้นมีอะไรให้เดินเยอะแยะไปหมด มีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ไปจนถึงร้านขายของกิ๊ฟชอปต่างๆ นานา พวกเราไปกินข้าวกันก่อน หลังจากนั้นพระพายก็เอ่ยปากอยากเข้าไปดูที่ร้านขายของที่ระลึก ผมก็ไม่ขัดข้อง

 

“น้าเพชรขา น่ารักมั้ยคะ” พระพายเอาที่คาดผมลายสติ๊ชขึ้นมาสวม

 

“น่ารักกกกก” ผมแทบจะถลาเข้าไปกอดแก้ไว้แทบไม่ทัน โอ๊ย... หลง หลานใครก็ไม่รู้

 

ฟ้าครามที่ยืนใกล้ๆ หัวเราะออกมาเบาๆ “คุณเพชรครับ ไม่ต้องกอดขนาดนั้นก็ได้” คำพูดนั้นทำให้ผมได้สติเลยหัวเราะเจื่อนๆ แทน

 

“ซื้อมั้ยจ๊ะ?”

 

“ได้เหรอคะ!” พระพายถามเสียงกระตือรือร้น

 

ที่แกถามอย่างงี้คงเป็นเพราะผมมักจะไม่ค่อยถามแกแบบนี้บ่อยๆ แต่ผมเห็นว่ามันน่ารักดี อีกอย่างงานนี้บัตรก็ฟรี จะซื้อของสนับสนุนคนเขาพอประมาณจะเป็นอะไรไป

 

ฟุบ!

 

ผมชะงักเมื่อจู่ๆ ก็มีอะไรบางอย่างถูกสวมลงมาที่หัว

 

“อะไรน่ะ” ผมหันไปมองพี่เลี้ยงเด็กที่กำลังคลี่ยิ้มออกมาบางๆ อยู่ ก่อนที่จะตะปบหัวตัวเอง ดูเหมือนจะมีที่คาดผมใส่ไว้

 

ผมกำลังจะเอื้อมมือไปดึงมันออกแต่ผมก็ชะงัก “ใส่ไว้แบบนี้ก่อนนะครับ” เจ้าพี่เลี้ยงเด็กคลี่ยิ้มเทวดาและเอื้อมมือมาจับซ้อนมือผมไว้ไม่ให้ดึงออก

 

ผมแทบจะอุทานออกมาว่าเชี่ย! แต่ติดที่ว่าตอนนี้อยู่ในที่สาธารณะ ครั้นจะให้ทำอะไรแบบนั้นก็คงดูทุเรศไปหน่อย ผมจึงเปลี่ยนหนทางมามองที่กระจกของร้านแทน

 

“น้าเพชรเป็นมิกกี้ น่ารักจังค่ะ!”

 

ถ้าไม่ใช่หลานเป็นคนพูดผมจะบอกว่าน่ารักพ่อง!

 

อีกแป๊บๆ ก็จะอายุสามสิบแล้ว ให้มาใส่ที่คาดผมลายมิกกี้นี่มันน่ารักตรงไหนฮะ!

 

ผมถลึงตาใส่คนที่เอาที่คาดผมปัญญาอ่อนๆ มาให้ผม กำลังจะดึงออกแต่เจ้าพี่เลี้ยงเด็กตรงหน้าก็ไม่ยอมปล่อยมือที่จับมือผมไว้สักที ก่อนที่เขาจะใช้อีกมือที่ว่างอยู่วางอะไรไว้บนหัวตัวเอง พร้อมกับคลี่ยิ้มเทวดาอีกครั้งหนึ่ง

 

“คุณเพชรเป็นมิกกี้... ผมก็เป็นมินนี่ล่ะกันครับ”

 

ไปตายซะ!

 

 

 

ไม่น่าเชื่อว่าผมกำลังใส่ที่คาดผมไอ้หนูผีนี่อยู่จริงๆ ตอนแรกก็ว่าจะไม่ซื้อ แต่พอผมถอดมันออกพระพายก็ทำหน้าเสียดาย

 

น้าเพชรไม่ชอบใส่เหรอคะ

 

เอ่อ จ้ะ

 

น้าเพชรไม่ชอบจริงๆ เหรอคะน้ำตาแกเริ่มปริ่ม

 

‘…’

 

โอเค ผมหมดคำพูด ณ ตอนนั้นเอง ผิดที่พระพายน่ารักเกินไป! แถมพอผมซื้อที่คาดผมสามอันออกมาจากร้าน ทางร้านแกก็ขอถ่ายรูปด้วยนะ ซ้ำยังแซวผมอีกว่าครอบครัวอบอุ่นน่ารักดี

 

เยี่ยม... ทุกๆ คนต่างรวมเจ้าพี่เลี้ยงเด็กจอมเนียนอย่างหมอนี่มาเป็นครอบครัวผมไปด้วยแล้ว

 

ผมยอมใส่ที่คาดผมคิกขุนั่นจนจบการแสดงนั่น มองๆ ไปก็มีพ่อแม่ยอมทำตัวแอ๊บแบ๊วแบบนี้กันตั้งเยอะ ผมก็เลยมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่พอจะทำใจยอมรับได้ จนออกจากการแสดงนั่นแหละผมถึงถอดมันออกเพราะหลานยังคงตื่นเต้นกับการแสดงอยู่เลยไม่สังเกต

 

พวกเราพาพระพายไปถ่ายรูปอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนที่จะเดินออกมาจากสถานที่แสดง

 

“พระพายอยากลองเล่นแบบนั้นบ้างจัง สวยยยย” หลานก็ยังคงตื่นเต้นอยู่ “อยากลองหมุนเหมือนนักบัลเล่ย์บ้าง!” แกพูดถึงเรื่องการแสดงด้วยสเก็ตน้ำแข็งนั่นแหละครับ

 

ผมหัวเราะนิดหน่อย ฟังแกพูดอะไรไปเรื่อยแต่ไม่ได้ตอบอะไรมาก ผมไม่ได้ตื่นเต้นแบบที่แกเป็น

 

...แต่เจ้าฟ้าครามก็ดูตื่นเต้นนิดๆ นะครับ เห็นผู้ชายตัวโตหน้าเข้มใส่ที่คาดผมมินนี่แล้วทำหน้าตื่นเต้นตอนดูดิสนีย์ออนไอซ์นี่มันชวนหัวเราะจริงๆ

 

“พระพายอยากให้คุณพ่อมาดูด้วยจังเลยค่ะ”

 

คำพูดอีกคำของหลานทำให้ผมชะงัก

 

ก็นั่นสินะ... คุณปฐพีก็เป็นพ่อนี่นา

 

ผมลูบผมนิ่มๆ ของหลานเบาๆ ก่อนที่จะสังเกตว่าหน้าม้าของพระพายเริ่มยาวแล้ว อาจจะให้แกตัดไม่ก็อาจจะให้ไว้ยาวไปเลย แต่ผมต้องระวังไม่ให้มันมาทิ่มตา กลัวแกจะเป็นโรคตาเข

 

“คิดถึงคุณพ่อเหรอคะ” ผมเอ่ยถาม

 

พระพายหันมาพยักหน้า “ค่ะ”

 

“เอาไว้พรุ่งนี้ลองโทรหาคุณพ่อดูละกันเนอะ”

 

“ได้หรือคะ!” พระพายทำหน้าตื่นเต้น “คุณพ่อจะไม่งานยุ่งเหรอ” ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นหน้ากังวลใจ

 

คงเป็นเพราะพระพายเป็นเด็กที่ต้องอยู่กับสถานการณ์แบบนี้แกเลยเป็นเด็กที่มีวุฒิภาวะค่อนข้างมาก ตั้งแต่ตอนที่ต้องอยู่กับแม่เพียงคนเดียว ตอนมาอยู่กับคุณปฐพี จนมาอยู่กับผม แกไม่เคยทำตัวให้เป็นกังวลใจจนมันน่าเป็นห่วง

 

...เด็กก็คือเด็ก จะเข้มแข็งได้สักเท่าไหร่กันเชียว

 

“คุณพ่อก็อยากคุยกับพระพายนั่นแหละค่ะ”

 

หลานยิ้มออกก่อนที่จะพูดเรื่องดิสนีย์ออนไอซ์ที่พวกเราเพิ่งได้ไปมาต่อ

 

ผมเห็นพี่เลี้ยงเด็กสบตากับผมชั่วครู่ผ่านกระจกที่ใช้มองด้านหลัง แววตาเขาดูเป็นกังวล... แต่ผมแกล้งทำเป็นไม่เห็น เพราะผมไม่อยากที่จะสนใจตอนนี้

 

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ?”

 

“เปล่า...” ผมโกหกและนึกขอบใจที่เขาไม่เซ้าซี้อะไรต่อ

 

ผมเคยชินกับการที่นั่งรถบนนี้ คุยกับพระพาย มีฟ้าครามเป็นคนขับรถและเอ่ยปากพูดอะไรบ้างอย่างสุขใจ ผมเคยชินกับเรื่องเหล่านี้มากแล้วจริงๆ

 

...ชินจนไม่อยากจะคิดว่าถ้าทุกอย่างหายไป ผมจะอยู่คนเดียวได้ยังไง

 

 

 

 

 

ตอนนี้มันสั้นนิดหนึ่งค่ะ...

 

แต่ใบ้ให้ว่าตอนหน้ามีอะไรให้ประหลาดใจ แล้วก็ตอนหน้าๆ ด้วย ฮิฮะ... ต้องขอโทษที่มาช้าด้วยนะคะเพราะว่านับวันผิดนี่เอง Y_Y พอเปิดเทอมแล้วจะมาอัพเรื่องนี้ทุกๆ วันศุกร์ค่ะ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งจะอัพวันอังคารนะคะ ช่วงแรกๆ เอาแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน หลังจากนั้นยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงค่ะ แฮะๆ

 

วันนี้ไม่มีทอล์กอะไรเยอะนะคะ จะพยายามเขียนนิยายตุนไว้เพื่อไม่ลำบากตอนเปิดเทอม (แถมเรียนตลอดเจ็ดวันตั้งแต่เจ็ดโมงเลยค่ะ ฮือ!)

 

ทุกคนเปิดเทอมกันวันไหนบ้างเอ่ย ?

 

หนึ่งคอมเม้นเท่ากับหนึ่งกำลังใจ อย่าลืมให้กำลังใจนิวด้วยหนึ่งคอมเม้นนะคะ!


:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

360 ความคิดเห็น

  1. #251 MBKY; (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 17:03
    พึ่งรู้ว่าตัวเองพิม ปฐพี ผิด พิมเป็น ปัฐพี 5555 โอ้ย ขอโทษทีนะคะ

    พระพายน่ารักจัง คุณน้าเพชรนี้ก็รักหลาน หลงหลานมากนะ 4455
    #251
    0
  2. #234 happyf (@happyf) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 10:36
    โอ๊ยตอนนี้แอบเครียดอ่ะ
    สงสารทุกคนนะถ้าต้องไม่เจอกันจริงๆ
    ยังไงก็สู้แล้วกันนะคุณเพชร ฟ้าคราม น้องพระพาย😥😭😰
    #234
    0
  3. #164 Pi[ran]ya faravel (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 09:39
    ตายแล้วๆ เอาล่ะสิคะคุณเพชร อยู่ตัวคนเดียวแบบก่อนจะรับหลานมาอยู่ดัวยไม่ได้แล้ว



    เริ่มสงสารคุณเพชรค่ะ ชินกับปัจจุบันไปซะแล้ว ขึ้นต้นรอพบฟ้าครามตอนเช้านี่รีดเดอร์ก็แทบจะกรี๊ดดิ้นไปกับพื้นล่ะ



    โอ๊ยยย ชอบเจ้าหมาตัวโตขี้กังวลที่สุดเลยค่ะ น่ารักอ่ะ นายน่าจะเอาที่คาดผมมินนี่ให้คุณเพชรมากกว่านะคะ ตัวโตแต่ทำตัวแอ๊บแบ๊วกว่าได้ไง 555



    เฮ้อ อย่าอยู่คนเดียวเลยค่ะ แต่งกับฟ้าครามแล้วลากมาอยู่ด้วยกันดีกว่านะ อิอิ
    #164
    0
  4. #127 jan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 11:55
    ยังงง งง นะ่เราว่า ยังไม่ชัดเจน
    #127
    0
  5. #126 fate heria ^o^ (@fate14498) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 21:48
    โอยยย
    คุณเพชรถ้าจะขนาดนี้ขอเขาแต่งงานเลยดีกว๊าาาาา
    พี่นิวสู้ๆนะคะ :))
    #126
    0