นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

รถไฟ ความเหงา เราสองคน

คุณคิดว่า... ความเหงาหน้าตาเป็นยังไง?

ยอดวิวรวม

260

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


260

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 พ.ค. 58 / 21:25 น.
นิยาย ö ˧ ͧ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นที่มาเพียงวูบเดียว

เรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นที่เหมาะกับอากาศร้อนๆ และการนั่งอ่านคนเดียว

และที่สำคัญที่สุด

เรื่องสั้นเรื่องนี้เป็น “คำถาม” มากกว่า “คำตอบ”

 

...แนะนำให้เปิดเพลงโปรดของคุณขณะอ่าน...


themy  butter

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 พ.ค. 58 / 21:25


 

รถไฟ ความเหงา เราสองคน

 

...คุณคิดว่า...

...ความเหงา หน้าตาเป็นยังไงเหรอ?...

 

            คุณกำลังจะไปทะเล

            คุณไม่มีอะไรติดตัวเลยนอกจากโทรศัพท์มือถือ หนังสือเล่มโปรดหนึ่งเล่ม กระเป๋าเป้สะพายที่หลังขนาดย่อมหนึ่งใบ ข้างในนั้นมีเพียงของจำเป็นอย่างพวกหมวก ครีมกันแดด แต่ไม่มีชุดที่สำหรับเล่นน้ำ ตอนนี้คุณใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อยืดเนื้อบางเพราะอากาศร้อน

            ...ฤดูร้อนกำลังจะหมดลง…

            คุณกำลังคิดอย่างงั้น แต่คุณก็หัวเราะออกมาเบาๆ แท้จริงแล้วประเทศไทยมีแค่ ฤดูร้อน เพียงฤดูเดียว (หรือบางทีอาจจะมี ฤดูร้อนมาก และ ฤดูร้อนชิบหาย อยู่ด้วย) ถึงอย่างงั้นก็เถอะ คุณคิดว่าฤดูร้อนกำลังจะหมดลงแล้ว มันกำลังจะกลายเป็นฤดูฝนเข้ามาแทนที่ เพราะฉะนั้นคุณเลยคิดว่าคุณควรจะใช้เวลาว่างใน ฤดูร้อน ที่ว่านี้กับสิ่งนี้เป็นอย่างสุดท้าย

            คุณค่อยๆ เงยหน้ามองพาหนะตรงหน้าก่อนที่จะบอกว่าตัวเองต้องบ้าไปแล้วที่เลือกเจ้าสิ่งนี้มาใช้ในการเดินทาง

            รถไฟ

            คุณกำลังจะเดินทางไปทะเลเพียงคนเดียวโดยรถไฟ

          มือของคุณกำตั๋วรถไฟแน่นก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนขบวน คุณมองซ้ายขวา... ไม่พบคนมากมายเฉกเช่นที่คิดไว้ อาจจะเป็นเพราะวันนี้เป็นวันจันทร์ ซ้ำยังอยู่นอกเทศกาล ไม่มีใครที่ว่างงานอยากจะไปทะเลตอนนี้หรอก

            คุณหย่อนกายนั่งบนเก้าอี้ไม้ก่อนที่จะเริ่มหยิบหูฟังขึ้นมาต่อกับโทรศัพท์ เปิดเพลงโปรดเมื่อนานมาแล้วของคุณฟังคลอเบาๆ ขณะรอคนอื่นๆ ให้ขึ้นมา

            สักพักคุณก็ได้แต่เลิกคิ้วเมื่อมีใครบางคนเดินเข้ามานั่งที่นั่งตรงกันข้ามคุณ

            คนตรงหน้าเป็นคนรูปร่างสูงโปร่งแบบที่หาได้ทั่วไป ใบหน้าแสดงว่าอยู่ในวัยเดียวกับคุณ แต่งตัวทะมัดทะแมงด้วยกางเกงขายาวกับเสื้อกล้ามและรองเท้าผ้าใบ สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวของคุณคือ ไม่ร้อนหรืออย่างไร แน่นอนว่าคุณมีมารยาทพอที่จะคิดมันแค่ในใจเท่านั้น ไม่ได้หลุดปากพูดออกมา

            อีกฝ่ายก็มองคุณเช่นกัน ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย

            “มีคนนั่งหรือ” ตามด้วยการเอ่ยปากถาม

            คุณตอบปฏิเสธและยิ้มให้อีกฝ่ายที่นั่งลงตรงกันข้ามกับคุณอย่างเป็นมิตร

            ไม่กี่นาทีต่อมารถไฟเริ่มเดินทาง คุณมองข้างทางอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะไม่สนใจมันเพราะมันเป็นวิวทิวทัศน์แบบที่คุณเคยเห็น ก่อนที่จะค่อยๆ หลับตาลงเพื่อฆ่าเวลา

            นานทีเดียวกว่าคุณจะนึกขึ้นได้ว่าคุณพกหนังสือเล่มโปรดมา คุณจึงลืมตาขึ้นและหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน แต่คุณสังเกตเห็นอะไรบางอย่างเสียก่อนจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น

            คนที่นั่งตรงข้ามกับคุณกำลังมองคุณอยู่

            ตอนนี้คุณเริ่มรู้สึกเก้อเขินและพยายามสำรวจตัวเอง คุณก้มลงมองเสื้อตัวเองโดยฉับพลันว่า พยายามหาสาเหตุว่าอะไรทำให้เขาจับจ้องคุณขนาดนั้น แต่คุณไม่พบ ก่อนที่คุณจะเห็นว่าริมฝีปากของคนตรงหน้าเริ่มระบายยิ้มขึ้นมาบางๆ

            “ไม่มีอะไรผิดปกติหรอก” เสียงเดิมเอ่ยพูดขึ้นมาอีกครั้ง

            “อะ อ๋อ...” คุณพยักหน้าทั้งๆ ที่ในใจเริ่มขุ่นเคือง ถ้าไม่มีอะไรจะมองกันให้เสียความมั่นใจทำไม!

            คนตรงหน้าคลี่ยิ้มให้คุณก่อนที่จะเอ่ยปากถามต่อ “ร้อนเนอะ”

            คุณพยักหน้าอีกครั้งเพราะเห็นด้วย

            “คุณมาคนเดียวเหรอ”

            “อื้อ คนเดียว” คุณตอบไปตามจริง

            อีกฝ่ายมองคุณเล็กน้อยก่อนที่จะขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปมและเอียงคอนิดหน่อย เอ่ยถามคำถามที่คุณไม่คิดว่าจะได้ยิน

“...คุณไม่ เหงา เหรอ?”

คุณผงะและตอบไม่ถูก ความคิดต่างๆ ถูกตีรวนในสมองอย่างรุนแรงเพียงเพราะคำพูดนั้น ใจหนึ่งคุณคิดว่าคุณไม่ตอบไปก็ได้ เจ้าคนๆ นี้มายุ่งอะไรกับชีวิตของคนอื่นกัน แต่คุณก็กรุ่นคิดกับคำถามนี้ของเขา ก่อนที่จะเอ่ยปากกลับไปบ้าง

“แล้วคุณไม่ เหงา เหรอ”

มันเป็นการตอบคำถามด้วยคำถาม คุณรู้ดี... และถ้าคุณมาเจอแบบนี้คุณคงจะหงุดหงิด แต่อีกฝ่ายไม่ เขายังคงยิ้มให้คุณแบบเป็นมิตรก่อนที่จะส่ายหน้าช้าๆ

“ไม่หรอก... คิดว่าไม่”

คนๆ นี้ช่างแปลกเหลือเกิน มีการ คิดว่า เสียด้วย

ไม่มีคำพูดใดๆ ระหว่างพวกคุณสองคนอีก อาจจะเป็นเพราะคุณไม่อยากจะสานต่อ และอีกฝ่ายไม่ได้ถามอะไร คุณจึงนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดที่คุณพกมาด้วยตามปกติ

หนังสือผ่านไปหลายสิบหน้า แต่คุณต้องยอมรับว่าทุกครั้งที่คุณเปิดหน้าถัดไปคุณมักจะเผลอชำเลืองมองอีกฝ่ายบ้าง น่าแปลกเหลือเกินที่อีกฝ่ายนั่งอยู่แบบเดิม ท่าเดิม มองไปที่เดิมและทำตัวเงียบเหมือนเดิม

“ไม่เบื่อบ้างเหรอ” เป็นครั้งแรกที่คุณเปิดบทสนทนากับอีกคนก่อน

คนตรงหน้าหันมามองคุณก่อนที่จะส่ายหน้า “ไม่เบื่อเลย... มองไปนอกหน้าต่าง วิวมันไม่เห็นเหมือนกันสักวินาที”

แปลก!

เป็นคำแรกที่แวบเข้ามาในหัวของคุณ อันที่จริงคุณเกือบหลุดปากพูดมันไปแล้วด้วยซ้ำแต่คุณยั้งปากของตัวเองทัน

“คุณไปที่ไหน” อีกฝ่ายเอ่ยปากถาม

คุณบอกชื่อสถานที่ไปและเขาก็พูดออกมาว่าเขาลงที่เดียวกัน แต่เขาไม่ได้เอ่ยถามต่อว่าคุณจะไปที่นั่นทำไม คุณเองก็ไม่คิดจะบอกมันเลยมีแต่ความเงียบเข้าแทรกซึมในบรรยากาศโดยรอบของพวกคุณ หากแต่น่าแปลกเหลือเกินที่คุณไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่นิดเดียว ซ้ำตอนนี้คุณยังปิดหนังสือเล่มโปรดของคุณลง และมองไปที่วิวที่อีกฝ่ายมอง

“...คุณคิดว่า... ความเหงา หน้าตาเป็นยังไง”

เป็นอีกครั้งที่คุณตอบคำถามของอีกฝ่ายไม่ได้

คุณนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ๆ เลยด้วยซ้ำกับคำถามนั้นก่อนที่จะขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปม อีกฝ่ายหัวเราะนิดหน่อยและบอกว่าอย่าเครียดเลย

“ไม่รู้สิ” คุณตอบไปตามจริง “ความเหงามีหน้าตาด้วยเหรอ”

“ทุกอย่างมี หน้าตา หากแต่มันคงจะไม่เหมือนกันสำหรับคนแต่ละคน”

คำตอบที่ถูกหยิบยื่นให้ทำให้คุณยิ่งขมวดคิ้วไปมากกว่าเก่าเสียอีก ตามปกติแล้วคุณจะต้องเข้าใจมันมากขึ้น แต่เปล่าเลย คนตรงหน้าสามารถทำให้คำถามที่ควรจะมีแค่ ใช่ กับ ไม่ กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่เข้าใจยากเสียเหลือเกิน

“แล้ว ความเหงา ของคุณหน้าตาเป็นยังไง?” คุณอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย

อีกฝ่ายทำหน้ากรุ่นคิดก่อนที่จะบอกว่า “คงเหมือนกับคนทั้งโลก...” เงียบไปพักหนึ่งก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้คุณ “คุณไม่เข้าใจฉันล่ะสิ”

“ไม่ แน่นอนอยู่แล้ว” ...ใครจะเข้าใจสิ่งที่เข้าใจยากแบบคุณกัน?

“ความเหงาของฉันเหมือนกับคนทั้งโลก” อีกฝ่ายอธิบายอีกครา “เหมือนกับคนทั้งโลกเพราะถึงมีพวกเขา ฉันก็ยัง เหงาเหมือนอยู่ตัวคนเดียวอยู่ดี”

คราวนี้คุณถึงขั้นดึงหูฟังออกข้างหนึ่งเพื่อที่จะฟังคำตอบของคนตรงหน้าให้กระจ่างกว่าเดิมแต่เสียงที่ถูกส่งให้กลับมีเพียงเสียงหัวเราะแผ่วๆ

“คุณไม่เข้าใจมันแน่ๆ” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวถึงเรื่องความเข้าใจยากของตัวเอง คุณแอบกลอกตาไปมานิดหน่อยแต่ไม่ได้พูดอะไร ในขณะที่อีกฝ่ายเริ่มหยุดหัวเราะก่อนที่จะสบตาคุณและเอ่ยเอื้อนขึ้นมาอีกครั้ง “นั่นเป็นเพราะความเหงาของฉันเป็นแบบนั้น”

“...”

“...แล้ว ความเหงา ของคุณหน้าตาเป็นอย่างไร?...”

คุณไม่สามารถตอบคำถามของอีกฝ่ายได้ อีกคนจึงส่ายหน้าช้าๆ ก่อนที่จะหันไปมองวิวทิวทัศน์ภายนอกอีกครา ในขณะที่คุณเริ่มเปิดหนังสืออ่านต่อหากแต่ตัวอักษรในหนังสือกลับมีแค่คำว่า เหงาเรียงรายอยู่เต็มไปหมด

คุณรู้ตัวทันทีว่าคุณโดนอีกฝ่ายเล่นงานเสียแล้ว

เล่นงานโดยไม่ต้องทำอะไร เล่นงานโดยการเอ่ยเอื้อนคำถามที่ทำให้คุณขบคิดเพียงเท่านั้น

ไม่มีบทสนทนาใดๆ ระหว่างพวกคุณทั้งสองอีก ก่อนที่คุณจะลุกขึ้นเมื่อมีเสียงประกาศว่ามาถึงสถานที่ที่คุณต้องการแล้ว หากแต่พอคุณลุกขึ้น อีกฝ่ายกลับไม่ลุกขึ้น

“ไม่ลงหรือ” คุณเอ่ยปากถาม

“อ๋อ จริงด้วยสินะ” อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ

คุณเดินลงมาพร้อมกับอีกคน ก่อนที่จะเดินออกมาที่ชานชาลา คุณเพิ่งสังเกตตอนนั้นเองว่าในมือของอีกฝ่ายมีกระเป๋าเป้ใบใหญ่หนึ่งใบ

“ลาก่อนนะ” เขาเอ่ยกับคุณก่อน

คุณได้แต่พยักหน้า “อื้อ”

“ขอให้คุณโชคดี...” อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ และสบตากับคุณ “แล้วเราจะได้เจอกันอีก”

คุณตอบกลับสั้นๆ เพียงแค่คำว่า เช่นกัน ก่อนที่จะเดินออกมาจากอีกฝ่ายเลย คุณไม่ได้หันหลังกลับไปมองว่าอีกฝ่ายเดินไปทางไหนและคุณก็ไม่คิดจะมอง คุณเดินออกมาจากรถไฟและกำลังจะไปในสถานที่ซึ่งคุณตั้งเป้าหมายมาตั้งแต่ต้นว่าจะไป

 

...ตอบ ฉัน หน่อยสิ...

...ตอนนี้ ความเหงา ของคุณหน้าตาเป็นอย่างไร?...

 

ผลงานอื่นๆ ของ เอ็นเอ็น ✼

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 เมษายน 2557 / 17:22
    ความเหงาแหวนหน้าตาเหมือนตัวเองค่ะ
    เพราะความเหงาะมันเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีเรา
    คนรอบข้างจะไม่มีผลอะไรหากเราไม่คิด ไม่นำพา ไม่รู้สึกเอง
    งงกับตัวเองนะคะ 55555 
    #2
    0
  2. วันที่ 29 เมษายน 2557 / 16:21
    ขอลอกแล้วกัน ความเหงา หน้าตาเหมือนคนทั้งโลก
    #1
    0