คัดลอกลิงก์เเล้ว

Prisoned Prince [Bungou Stray Dogs Fanfic] Soukoku - HBD chibi!

โดย risasasa0118

องค์ชายดาไซ!! ท่านต้องไปช่วยเจ้าหยิงชูยะจากหอคอยนะ-- เอ๋?? ไม่ใช่เจ้าหญิงหรอกเหรอ?!!

ยอดวิวรวม

182

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


182

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


10
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 เม.ย. 62 / 21:38 น.
Prisoned Prince [Bungou Stray Dogs Fanfic] Soukoku - HBD chibi! | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
This Fanfic is written on 29/04/2019 

Sorry, if this is a mess 'cause i สูดกาวเยอะมาก

Anyway, Happy Birthday! Nakahara Chibi-kun!!!

Please enjoy!!


- Risa -





b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 เม.ย. 62 / 21:38


“ฮ่า.. ถึงเสียทีนะ” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระแอมไอแห้งๆ ขณะทอดสายตามองหอคอยหินสูงตระหง่านของปราสาทร้างแห่งหนึ่งท่ามกลางทะเลทรายกว้างใหญ่ไพศาล “รีบไปช่วยองค์หญิงชูยะ แล้วรีบกลับบ้านผูกคอดีกว่า.. คุนิคิดะคุงนี่ก็ใจร้ายเหลือเกินนะที่ร่ายเวทย์ใส่เราให้เป็นอมตะชั่วคราวจนกว่าจะทำงานนี้สำเร็จ”


ดาไซ โอซามุ, เจ้าชายอาภัพแห่งอาณาจักรบุโซผู้ปรารถนาความตาย ถูกองค์ราชาฟุคุซาว่า ยูคิจิที่มีศักดิ์เป็นลุงทาบทามให้รับภารกิจช่วยเหลืออาณาจักรพอร์ตมาเฟียของท่านโมริ โอไกเพื่อเป็นการสงบศึกระยะยาว โดยภารกิจนั้นคือไปช่วยเหลือเจ้าหญิงชูยะ นากาฮะระ น้องสาวคนสวยขององค์ราชินีโคโย โอซากิแห่งพอร์ตมาเฟียผู้ถูกพ่อมดฝ่ายมืดอย่างฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกีลักพาตัวไปยังดินแดนอันไกลโพ้นในอีกซีกโลกหนึ่ง และถูกสาปให้นิทราไปตลอดกาล จนกว่าจะมีคนมาจุมพิตนางเพื่อปลดปล่อยเหมือนนิทานแต่ละเรื่อง


เมื่อแรกนั้น อัศวินอัตสึชิจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบภารกิจนี้ แต่เขากลับติดงานพาเจ้าหญิงน้อยเคียวกะไปเดินเล่นที่ชายหาดตะวันออกกระทันหัน ทำให้ภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ตัวเจ้าชายทั้งๆที่พระองค์ไม่ยินยอม และพยายามจะฆ่าตัวตายหนีปัญหา เคราะห์ดีที่นักเวทย์ผู้รอบคอบอย่างคุนิคิดะ ดอปโปได้ร่ายมนต์แห่งความอมตะใส่ดาไซผู้น่าสงสาร แม้ว่าจะผูกคอ หรือดื่มยาพิษ หรือวิธีใดๆก็ไม่ทำให้ตายได้เลยสักนิด และเวทย์มนต์จะเสื่อมต่อเมื่อสามารถช่วยเจ้าหญิงกลับมาได้อย่างปลอดภัย บีบให้เจ้าชายดาไซรับภารกิจนี้ไปอย่างหลีดเลี่ยงไม่ได้…


ด้วยความช่วยเหลือจากผู้ช่วยนักเวทย์อย่างทานิซากิ จุนอิจิโร่,นักปราชญ์เอโดงาวะ รัมโป และมิยาซาว่า เคนจิ นักดาราศาสตร์ประจำสำนักช่วยคำนวณตำแหน่งดวงดาวและดวงชะตา ทำให้เจ้าชายสามารถระบุตำแหน่งที่อยู่ของตัวเจ้าหญิงชูยะได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะออกเดินทางตามแผนที่ตำแหน่งดวงดาวนั่น - ผ่านป่าดงดิบที่อับชื้นสุดอันตราย ผ่านหุบเขาที่ทั้งสูงชันและหนาวเหน็บ ผ่านทะเลทรายแห้งแล้งอันร้อนระอุ เป็นเวลานานหลายสัปดาห์ จนในที่สุดก็มาถึงปราสาทหินเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่สุดขอบหน้าผาในทะเลทรายนั้น.. หอคอยหินวังเวงที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงปีกตะวันตกของตัวปราสาทนั่นเปล่งกลิ่นอายดำทมิฬออกมารอบๆ ทำให้ดาไซรู้ได้ทันที ว่าสาวน้อยผู้ต้องการความช่วยเหลือนั้นกำลังนอนหลับไหลรอความช่วยเหลืออยู่


ดวงตะวันสีแดงซ่านเหมือนเลือดสดๆกำลังตรงดิ่งคาบเส้นขอบฟ้า ย้อมสีผืนนภาให้เป็นสีส้มแสดชวนแสบตา ก่อนจะนำพาความมืดมิดกัดกินพื้นที่แต่ละตารางนิ้วไปเรื่อยๆจนกระทั้งรอบกายของเจ้าชายนั้นไม่มีแสงสว่างอยู่เลยแม้แต่น้อย.. ยกเว้นก็แต่คบเพลิงรอบๆปราสาทที่ลุกโชติช่วงขึ้นมาเอง ราวกับกำลังเชิญชวนให้ชายหนุ่มเข้าไปด้านในยังไงยังงั้น


“ถ้าอย่างนั้น, ฉันจะเข้าไปแล้วนะ ดอปโปคุง” ดาไซลูบจมูกของม้าสีขาวเพื่อนยากที่เขาตั้งชื่อล้อเลียนคุนิคิดะ ก่อนจะกระโดดลงจากหลังของมัน “ถ้าเกิดว่าช่วยนางได้แล้ว ชวนนางฆ่าตัวตายด้วยเลยดีไหมนะ..”


คิดไปพลางเดินข้ามสะพานคูน้ำที่เปิดอ้าต้อนรับการมาถึงของเขา พร้อมขยี้เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของตัวเองไปด้วยจนมันยุ่งฟูทั้งหัว จนกระทั่งเดินมาถึงท้องพระโรงว่างเปล่า ไม่มีพรมหนาอุ่นหรูหรา ไม่มีโคมระย้าส่องแสงสวยงาม ไม่มีแม้กระทั่งบัลลังก์ของราชา ไม่มีแม้แต่ร่องรอยว่าที่แห่งนี้นั้นมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่.. จะหนูหรือค้างคาวสักตัวก็ไม่มี ทำให้ผู้มาเยือนหนุ่มอดสนใจในที่แห่งนี้ไม่ได้ จนต้องออกเดินสำรวจรอบๆสถานที่ด้วยความใคร่รู้

และแล้วก็ได้มาพบกับแผ่นหินประหลาดที่ถูกวางไว้ที่ผนังด้านหนึ่ง ใกล้ๆทางขึ้นบันไดวนอันจะนำสู่หอคอยดังกล่าว  แผ่นหินแผ่นนั้นถูกสลักเอาไว้ด้วยตัวอักษรโย้เย้ว่า


สิ่งที่เจ้าเห็น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเคยคิด

จุมพิตเท่านั้นที่จะคลายคำสาป

ขอความกล้าจงสถิตอยู่กับท่าน


หากเป็นคนอื่น คงคิดว่าแค่จูบประกบปากเป็นเรื่องกล้วยๆ ยิ่งได้จุมพิตกับเจ้าหญิงผู้เลอโฉมด้วยแล้วนั้นยิ่งเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในฝันหวาน… แต่ไม่ใช่ดาไซคนหนึ่งล่ะ เกิดมาทั้งชีวิตนี้ไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงนางใดสักทีหนึ่ง จู่ๆจะให้จูบกับผู้หญิงแปลกหน้าที่มาจากอาณาจักรศัตรูเนี่ยนะ??


ชายหนุ่มหัวเราะหึๆปลอบใจตัวเองขณะเดินขึ้นบันไดวนมืดทึบ พยายามไม่ให้รองเท้าหนังกระทบขั้นบันไดหินดังเกินไป ก่อนจะพบว่าตรงสุดทางนั้นมีแสงสว่างไสว… เปล่งออกมาจากห้องๆหนึ่งที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามน่าอยู่ -- เตาผิงอบอุ่นบรรจุไฟลุกโชติช่วงขับไล่ความหนาวเหน็บออกไปจากตัวห้อง มีชุดเก้าอี้ยาวนุ่มนิ่มสำหรับนั่งเล่นอยู่ตรงริมทางเข้า เตียงสี่เสาอุ่นหนาตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางห้องพร้อมกางม่านบางทั้งสี่ทิศราวกับจะปิดบังอะไรบางอย่าง… เห็นแล้วล่ะ ร่างเล็กอรชรที่นอนอยู่บนเตียงนั้นน่ะ


เจ้าชายดาไซถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนอัดความมั่นใจทั้งหมดเข้าไปเต็มปอด พลางท่องคำเตือนบนแผ่นหินซ้ำอีกรอบแล้วจึงสาวเท้าเดินเข้าไปหาเตียงสี่เสาหลังนั้นพลางคลายผ้าพันแผลรอบคอออกสักเปราะสองเปราะเพื่อให้อากาศถ่ายเท และกระชากผ้าม่านเปิดออกทันที!


“ @#%$&O@#)(*!!!!!!!!”


ดวงตาสีสนิมนั้นเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นมันช่าง---


สิ่งที่เจ้าเห็น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเคยคิด


แทนที่จะเป็นเจ้าหญิงแสนสวย กลับกลายเป็นชายหนุ่มผมหยักสีส้มเสนยาวประบ่าร่างเล็กคนหนึ่งในชุดกำมะหยี่สีแดงสลับดำสูงศักดิ์ถูกผ้ามัดปากเอาไว้จนทำได้แค่ส่งเสียงอู้อี้ๆ กำลังดิ้นพล่านขอความช่วยเหลือเป็นการใหญ่--ไม่ใช่สิ ดวงตาคมสีมอครามที่กำลังเดือดดาลคู่นั้นกำลังขู่รีดไถความช่วยเหลืออยู่มากกว่าจะเป็นการอ้อนวอน ใบหน้าคมคายของชายคนนั้นกำลังเปล่งแดงก่ำเพราะความฉุนเฉียว เพราะว่ามือทั้งสองถูกลำแสงเวทย์มนต์สีม่วงอ่อนรัดไพล่หลังอยู่จนทำอะไรไม่ได้ ขาเรียวทั้งสองก็เช่นกัน… หากพิจารณาจากพู่สีทองอร่ามที่ห้อยอยู่บนบ่าทั้งสองแล้ว--หมอนี่เป็นเจ้าชาย


“โอ๊ะโอ๋..  เจ้าหญิงชูยะไม่ได้โดนคำสาปให้หลับใหล แต่โดนสาปให้กลายเป็นผู้ชายหรอกเหรอเนี่ย??” เจ้าชายดาไซเอ่ยด้วยน้ำเสียงระรื่น ก่อนจะลงมือแก้มัดให้คนที่กำลังนอนดิ้นอยู่อย่างบ้าคลั่ง


“แก--!! ดาไซ! มาได้ซักทีนะ!!” ทันทีที่ผ้าผืนสีขาวหลุดพ้นจากริมฝีปาก ชายผมสีส้มก็เปล่งเสียงอาละวาดออกมาดังลั่นทันที ทำเอาคนตัวสูงผมสีน้ำตาลเอียงคอเพราะความสับสนเล็กน้อย


“...รู้จักชื่อฉันได้ยังไงกันน่ะ??”

“แกนั่นแหละที่ลืมฉัน! ฉันเป็นผู้ชายตั้งแต่แรกละโว้ย!! ฉัน--เจ้าชายชูยะแห่งพอร์ตมาเฟีย! คนที่โดนแกล้อเรื่องส่วนสูงมาตลอด22ปีที่มีชีวิตอยู่นี่ไงเล่า! จำได้บ้างมั้ย?!!”


อย่างนี้สินะ… สิ่งที่เจ้าเห็น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเคยคิด


ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มเพ่งพิเคราะห์ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังส่อแววพิโรธระคนหวาดผวาของคนบนเตียง… แม้ว่าจะพยายามนึกเท่าใดก็นึกไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียวเลยว่าเคนรู้จักกันมาก่อน


“คืออย่างนี้นะ ฉันไม่รู้ว่านายเป็นใคร แต่ฉันได้รับคำสั่งจากทางอาณาจักรพอร์ตมาเฟียให้ออกตามหาและช่วยเหลือเจ้าหญิงชูยะที่โดนพ่อมดดอสโตเยฟสกีสาปให้หลับใหลภายในปราสาทแห่งนี้ แต่พอมาถึงก็เห็นนายนอนบื้ออยู่ตรงนี้แทนที่จะเป็นเจ้าหญิง สาบานได้ว่าไม่เคยเห็นนายมาก่อนในชีวิตนี้”


คนผมสีส้มเสนได้สดับดังนั้นแล้วก็หน้าถอดสีทันที ริมฝีปากยามซีดเผือดของเขาสั่นระริกขณะกระซิบถามเสียงแผ่วเบาด้วยความตระหนก


“แก… บอกว่าอาณาจักรพอร์ตมาเฟียให้ออกตามหาเจ้าหญิงที่ชื่อชูยะอย่างนั้นเรอะ.?”

“ถูกแล้ว จดหมายของท่านราชาโมริน่ะ เขียนไว้ว่าเจ้าหญิงเต็มๆเลยล่ะ” เจ้าชายดาไซเอ่ยตอบพร้อมพยุงร่างคนตัวเล็กขึ้นมาอยู่ในท่านั่งตรงขอบเตียง “..นากาฮะระ ชูยะคุงกำลังจะบอกว่าในจดหมายนั้นถูกปลอมแปลงอย่างนั้นเหรอ?”

“อืม--เพราะว่าฉันน่ะเป็นเจ้าชายและเป็นนักรบมาตลอดชีวิตฉันเลยนะ จะเป็นผู้หญิงไปได้ไงวะ--” หัวคิ้วของชูยะขมวดมุ่นยามใช้สมองวิเคราะห์เหตุการณ์.. นับตั้งแต่ถูกพาตัวมาอยู่ที่นี่ เขาเป็นคนที่จดจำทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้เป็นอย่างดี ชื่ออะไร ญาติพี่น้องชื่ออะไร เคยรู้จักกับใคร วีรกรรมเด็ดๆของตัวเอง แม้กระทั่งตอนที่โดนลักพาตัว.. เพราะฉะนั้น เขาไม่คิดว่าตัวเองไม่น่าจะโดนคำสาปด้านจิตใจ ไม่เหมือนกับดาไซ--ทั้งที่เป็นเพื่อนและคู่กัดกันมาตั้งแต่เด็ก  แต่คนหัวดีความจำดีอย่างหมอนั่นกลับคิดว่าเขาเป็นคนแปลกหน้า แบบนี้แปลกแล้ว..

“หากเป็นเรื่องปลอมแปลงจดหมายน่ะ ไม่นาจะเป็นไปได้นะ… เพราะว่าจอมเวทย์ที่เก่งกาจของเราตรวจสอบสารนั่นแล้วไม่พบคำสาปแอบแฝง--ท่านโมริเป็นคนเขียนด้วยตัวเองอย่างแน่นอน” เจ้าชายผมสีน้ำตาลเปลือกไม้หรี่เสียงทุ้มนุ่มของตนลงพร้อมประสานมือเข้าด้วยกันราวกับกำลังใช้ความคิด เปลวไปโชติช่วงในเตาผิงอบอุ่นเปล่งประกายวูบไหวสะท้อนนัยน์ตาสีสนิมเป็นประกายหม่น  


“ถ้าองค์ราชาเป็นคนเขียนด้วยตนเองจริงๆแล้วล่ะก็…มีความเป็นไปได้สองทางด้วยกัน, หนึ่ง เขาต้องการจะแกล้งเจ้าเล่น แต่ข้าไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ เพราะเขาน่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าข้ารู้จักกับเจ้ามาก่อน--” ชูยะเปิดช่วงเว้นให้ตัวเองหายใจเพียงครู่เดียว แต่ดาไซก็ช่วงชิงเอาจังหวะนั้นอธิบายข้อสันนิษฐานต่อ “ส่วนข้อสอง, เขาอาจจะลืมไปจริงๆว่าชูยะแท้จริงเป็นเจ้าชาย และเคยรู้จักกับฉันมาก่อน ถ้าไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ส่งมาอย่างที่ชูยะว่าหรอกจริงมั้ย? งั้นก็แสดงว่า…”

“ทั้งเขา ทั้งแก และคนอื่นๆในอาณาจักรน่ะ โดนคำสาป--ไม่ใช่ฉัน”


ชูยะจำได้, วันที่เขาโดนพ่อมดผมสีดำคนนั้นลักพาตัวมา… ตอนนั้นเขากำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างโดดเดี่ยวในห้องนอนของตัวเอง ...พ่อมดเอามือทาบทั้งริมฝีปากและสันจมูกจนเขาหายใจไม่ออก ทว่าตาทั้งสองข้างนั้นยังคงเห็นทุกอย่างได้ตามปกติ เพียงเสี้ยววินาทีที่เปลือกตากระพริบ...เขาก็ไม่อยู่ในห้องนอนของตัวเองเสียแล้ว แต่กลับมาโผล่ในห้องบนหอคอยปริศนาแทน ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาครั้งแรกในห้องนั้นและพบว่ามีพันธนาการเวทย์รัดมือและเท้าอย่างแน่นหนา ดิ้นเท่าไหร่ก็ดิ้นไม่หลุด จนกระทั่งตนเหนื่อยและหลับไป เมื่อตื่นมาอีกครั้งนั้นก็ปรากฏว่าตัวเองเป็นอิสระ แถมมีน้ำและอาหารคอยวางเอาไว้ให้ที่เก้าอี้นวมตรงปากประตู แต่พอนอนหลับและตื่นมาอีกครั้งหนึ่งก็ไม่มีอาหารแล้ว แถมยังถูกมัดไว้เหมือนเดิมอีก เป็นอย่างนี้สลับกันมาเรื่อยๆ


“อ้อใช่ เวลาอยากเข้าห้องน้ำน่ะนะ ก็ต้องรีบเข้าตั้งแต่ตอนที่มีโอกาส ไม่อย่างนั้นแย่เลย” ชายหนุ่มเจ้าของผมสีส้มบ่นไปพลางส่ายหน้าว่า ไม่ไหวๆ แล้วก็รู้สึกตัวว่าตัวเองเล่านอกเรื่องมามากแล้ว

“หืม?? ไม่เห็นเกี่ยวกับเรื่องคำสาปเลยนี่ชูยะ--แต่ขอบคุณนะที่ไขข้อข้องใจเรื่องห้องน้ำกับอาหารน่ะ” ดาไซยิ้มยียวนชวนหมั่นไส้ หลังจากนั่งฟังชูยะเล่าเรื่องหลังจากโดนลักพาตัวมาเป็นชั่วโมงๆ “แล้วก่อนจะโดนคำสาปเนี่ย ชูยะกับฉันน่ะ--เป็นยังไงกันเหรอ?”


“ฮะ?! อยากรู้เหรอ?” ชายตัวเล็กทำหน้าเหยเกแปลกๆพลางขยับร่างจัดกระดูกที่เมื่อยขบไปมาให้เข้าที่ “แกชอบเรียกฉันว่าทากเตี้ย, แกมันเป็นคนหัวดีที่เอาความฉลาดมาแกล้งฉันตลอด ชอบจำผิดคำพูดของฉันทุกคำ แถมยังปั่นให้ฉันโมโหได้ทุกครั้ง--จนถึงตอนนี้หน้าของแกยังกวนส้นฉันเลยเนี่ย!”


“ไม่เอาน่า, ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะเป็นคนที่เลวร้ายขนาดนั้น ฉันเป็นถึงเจ้าชายเลยน้าา” เจ้าชายหนุ่มแสร้งยิมใสซื่อบางๆ

“แกมันเลว ดาไซ--แกเคยปฏิเสธเจ้าหญิงอากาธาที่พยายามจะผูกมิตรกะแก แล้วแกดันไปปฏิเสธเขาว่า ต่อให้ฉันแกล้งชูยะจนถึงรอบที่ล้าน ฉันก็ไม่แต่งกะเธอหรอก แกมันใจร้าย! ไอ้ซาบะงี่เง่า!”


ทว่าคนผมสีน้ำตาลกลับเบิกตากว้างเมื่อได้ยินชื่อชื่อหนึ่งที่หลุดออกมาจากปากของชูยะเมื่อครู่… ก่อนจะพึมพำอะไรออกมาบางคำ


“อ้อ.. เป็นอย่างนี้นี่เอง”

“แก--เข้าใจอะไรแล้วเรอะ??”


ดาไซเหยียดยิ้มบางตรงมุมปาก


“ฉันอาจจะลืมชูยะ แต่ฉันไม่ลืมแม่คนนั้นหรอกนะ...ฉันจำไม่ได้หรอกว่าปัดหล่อนได้ว่าอะไร แต่ฉันจำได้ว่าทำไม--หล่อนเป็นแม่มดไงล่ะ ขืนอยู่กับหล่อนไป หล่อนไม่สะกดจิตฉันแย่เหรอ? หล่อนคงน้อยใจที่ฉันไม่เล่นด้วย เลยแกล้งให้ฉันและคนที่เหลือลืมชูยะ และก็ฝากพ่อมดที่เป็นเพื่อนกันลักพาตัวชูยะไป”


คนผมสีเสนผินหน้ามองใบหน้าเอาจริงเอาจังของคนร่างสูงที่นั่งอยู่ด้านข้าง ก่อนเอนกายลงนอนตะแคงหันหลังให้เขาแล้วพูดว่า

“ทำไมหล่อนถึงไม่สะกดให้แกรักหล่อนตั้งแต่แรกล่ะ.? ถ้าเป็นอย่างนั้นแกก็จะได้ไม่ต้องลำบากมาช่วยฉันถึงขนาดนี้..”

“สะใจไง.. น้อยใจที่ฉันให้ความสนใจชูยะมากกว่า เลยแกล้งให้ชูยะต้องเหงา -- รวมถึงทำให้ฉันลืมความรู้สึกที่มีกับชูยะไปด้วย..”


ชูยะได้ยินเสียงทุ้มละมุนของดาไซ พลางรับรู้ได้ถึงฝ่ามือกว้างสัมผัสหัวไหล่ของตนอย่างแผ่วเบา --


“ทำไมเราไม่ลองแก้คำสาปดูล่ะชูยะ? เผื่อว่าฉันจะจำเรื่องของชูยะได้..”


จุมพิตเท่านั้นที่จะคลายคำสาป

ขอความกล้าจงสถิตอยู่กับท่าน


“พูดเรื่องอะไรวะ??ผู้ชายกันเองนะเว้ย--”


คนตัวสูงพลิกร่างแบบบางในชุดสูงศักดิ์ให้พลิกกลับมาหาตน..นิ้วเรียวยาวทั้งห้าเอื้อมปิดดวงตาสีมอครามสดใสเสียจนมองอะไรไม่เห็น.. มองไม่เห็นใบหน้าคมคายที่โน้มเข้ามาใกล้ ทว่ารับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เรี่ยไล้บริเวณลำคอและพวงแก้ม.. ก่อนที่สัมผัสบอบบางราวกับกลีบบุปผาจะแตะเข้ากับริมฝีปากของตน---


.

.

.

.
.
.
.
.

“อ๊าาาากกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!” เสียงแหบต่ำกรีดร้องอย่างหวาดผวา ท่ามกลางความมืดมิดรอบกาย ชูยะกระเด้งท่อนบนเปลือยเปล่าโทรมเหงื่อของตนขึ้นนั่งทบทวนความฝันเมื่อครู่บนเตียงกว้างหนานุ่มพร้อมหอบแห่กๆก่อนหันมองนาฬิกาดิจิทัลที่เรืองแสงอยู่ในความมืด -- ตีหนึ่งครึ่ง วันที่ 29 เมษายน


ฝันร้าย.. ฝันร้ายโว้ย!! จูบกับเจ้าดาไซน่ะรึ บ้าไปแล้ว!!


“เห.?? ชูยะละเมอกลางดึกแบบนี้ ฝันร้ายล่ะสิท่า..” เสียงทุ้มนุ่มงัวเงียแว่วแผ่วเบาพร้อมแรงพลิกกายใต้ผ้าห่มข้างตัว

“ก็เออสิวะ! ฉันฝันว่--” ชูยะกระชากเสียงกระซิบอย่างหัวเสีย ภาพในความฝันยังติดตาอยู่ไม่คลาย แต่เอ๊ะ..เดี๋ยวนะ

“โอ๋ๆ ทากเตี้ยไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะปลอบใจให้” เสียงนั่นกล่าว พร้อมเอื้อมท่อนแขนเรียวหุ้มผ้าพันแผลโอบร่างเล็กก่อนดึงเข้าไปแนบกาย.. เส้นผมที่เป็นสีน้ำตาลเข้มในความมืดนั้นมีกลิ่นหอมหวานของสบู่ปะปนอยู่

“ไม่ต้องเลยเว้ย! ฉันฝันว่าจูบกับแกนั่นแหละ! ดาไซ!”

“แล้วนั่นไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรือ หืม?? ชูยะ?”  ว่าพลางแนบสันจมูกโด่งได้รูปซุกไซ้ลำคอเรียวของอีกฝ่าย ก่อนเลื่อนเรียวหน้าหล่อเหลาขึ้นประกบจูบแผ่วเบา.. เหมือนกับฝันเมื่อกี้ไม่มีผิด




“นอนซะ ชูยะ, ไม่งั้นฉันไม่เซอร์ไพรส์วันเกิดให้จริงด้วย..”





ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ risasasa0118 จากทั้งหมด 4 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น