[Fic B.A.P] Alcohol #ฟิครักอาชญากร

ตอนที่ 6 : Chapter 6 : wine 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 เม.ย. 60

Chapter 6 : wine






[Yongjae Part]


นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้ว ที่ผมอยู่กับไอ้จุนฮงแล้วไม่ได้กลับไปหาพี่ฮิมชานเลย วันนี้ผมเลยตั้งใจจะแอบกลับไปที่ร้านแล้วเล่าเรื่องรายชื่อสมาชิกแก๊งที่ผมเจอให้พี่ฮิมชานฟัง พี่ฮิมชานต้องดีใจแน่ๆที่ผมเจอรายชื่อสมาชิกแก๊งแล้ว


แต่ทว่าในขณะที่ผมเปิดประตูกำลังจะเดินออกไปจากห้อง ไอ้จุนฮงก็เดินเข้าประตูมาพอดี มันหยุดชะงักแล้วมองผมที่อยู่ในชุดเตรียมพร้อมออกไปข้างนอก ส่วนผมก็ยืนนิ่งตกใจที่เจอมันเช่นกัน


“พี่จะไปไหนน่ะ” ไอ้จุนฮงถาม ผมยืนตกตะลึงอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยตอบ


“ฉันอยู่แต่ข้างในนี้มาสามวันแล้วก็เลยอยากออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยนะ”


“แล้วไปไกลแค่ไหน ทำไมต้องเอากระเป๋าไปด้วย” ไอ้จุนฮงถามอีกครั้งพร้อมกับมองกระเป๋าเป้ด้านหลังผม ที่ข้างในล้วนเป็นพวกหลักฐานเล็กๆน้อยๆในการเอาผิดพวกมัน หัวใจผมเต้นรัวแรงขณะเอ่ยตอบ


“ฉันตั้งใจจะไปซื้อของด้วยน่ะ ก็น่าจะแถวๆกลางเมือง ฉันได้ยินว่าแถวนั้นมีห้าง” ผมตอบแล้วจะเดินสวนมันออกไปข้างนอก แต่ไอ้จุนฮงดันกางแขนกันผมไว้ ผมหันไปมองหน้ามันทันที


“คงจะยังไปตอนนี้ไม่ได้”


“ทำไม”


“พี่ยงกุกเรียกพวกเราสองคนไปพบ ผมว่าพี่ไปหลังจากเจอพี่ยงกุกก่อนดีกว่า เอากระเป๋ามาสิผมจะเอาไปเก็บให้” ไอ้จุนฮงยื่นมือมาหา ผมมีท่าทางลังเลแต่ก็ยอมส่งกระเป๋าให้มันเอาไปเก็บแต่โดยดี เมื่อกี้ไอ้จุนฮงบอกว่าไอ้ยงกุกเรียกผมไปพบงั้นหรอ มันมีเรื่องอะไรกับผมกัน


สิบนาทีต่อมาผมกับไอ้จุนฮงก็มาอยู่ในห้องทำงานของไอ้ยงกุก เบื้องหน้าของเราทั้งคู่คือชายคนนึงที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น สองมือถูกมัดไว้ด้านหลัง สีหน้าและแววตาดูหวาดกลัว ภายในห้องนอกเหนือจากผม ไอ้จุนฮงและไอ้ยงกุก ยังมีลูกน้องของไอ้ยงกุกคนอื่นๆอีก ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ชายคนนั้นด้วยความเกลียดชัง ทำให้ผมนึกสงสัยว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร


“มันทรยศแก๊งเราครับ มันแอบเอาข่าวเรื่องการส่งยาของเราไปขายให้พวกตำรวจ ทำยังไงกับมันดีครับหัวหน้า” ลูกน้องของไอ้ยงกุกคนนึงรายงาน ทำให้ผมรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร ไอ้ยงกุกมองคนทรยศตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน มันหยิบปืนกระบอกนึงออกมาแล้วโยนให้ไอ้จุนฮง


“หน้าที่มึงไอ้จุนฮง” ไอ้ยงกุกบอก จุนฮงยกกระบอกปืนที่ไอ้ยงกุกส่งมาให้ขึ้นจ่อหัวผู้ชายคนนั้นด้วยความยินดี ชายคนนั้นเบิกตากว้างอ้อนวอนขอชีวิตต่อไอ้ยงกุก แต่ไอ้ยงกุกก็หาสนใจไหม ส่วนผมที่ยืนอยู่ข้างไอ้จุนฮงหัวใจหล่นวูบไปที่พื้น นี่ผมจะต้องเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาอีกแล้วหรอ


“ย...อย่านะจุนฮง...”


ผมพูดเสียงค่อยให้แค่ไอ้จุนฮงได้ยิน มันหันมามองผมเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไป แข้งขาที่สั่นระริกของผมเผลอก้าวถอยหลังหนีด้วยความกลัว ผมไม่อยากเห็นไอ้จุนฮงฆ่าใครตายต่อหน้าผมอีกแล้ว แต่ทว่าคำขอของผมไม่เป็นผล ไอ้จุนฮงเหนี่ยวไกปืนอย่างไม่ลังเล กระสุนฝังในกระโหลกทำให้เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วห้อง ร่างนั้นล้มลงทั้งๆที่ตายังเบิกค้างอยู่ ผมยกมือขึ้นปิดปากตัวเองห้ามเสียงร้องเอาไว้


“เรียบร้อยครับพี่” ไอ้จุนฮงส่งปืนกลับให้ไอ้ยงกุก ไอ้ยงกุกมีสีหน้าพึงพอใจ มันกระดิกนิ้วสั่งให้ลูกน้องลากศพออกไป ผมยืนตัวแข็งทื่อมองศพที่ถูกลากไปกับพื้น บนพื้นมีคาบเลือดเป็นทางยาวไปจนถึงหน้าประตู


“ที่พี่เรียกผมกับยองแจมาเพราะเรื่องนี้หรอครับ” ไอ้จุนฮงเอ่ยถามขึ้นมา ทำให้ผมต้องละสายตาจากรอยเลือดบนพื้นแล้วหันไปมองหน้าไอ้ยงกุก แต่ภาพที่ผู้ชายคนนั้นถูกยิงก็ยังคงติดตาผมอยู่ดี ตอนนี้ไอ้ยงกุกในสายตาผมดูน่ากลัวขึ้นสิบเท่า


“เปล่า ที่กูเรียกพวกมึงมาก็เพื่อจะบอกว่าเรากำลังจะมีงานใหญ่กันเร็วๆนี้ กูอยากให้มึงกับยองแจเตรียมตัวเอาไว้”


“งานอะไรครับ”


“ปล้นธนาคาร” ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นนิ่งเรียบตามเดิม ปล้นธนาคาร! ไอ้ยงกุกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ นี่มันจะเลวให้ครบทุกด้านเลยรึไง ทำแบบนี้เท่ากับมันไม่กลัวเกรงกฎหมายแถมยังท้าทายพวกตำรวจอีก


“เอ่อ...พี่ยงกุก ผมมีเรื่องที่อยากขอพี่สักหน่อย พี่คงไม่ว่าอะไรนะ” และในขณะที่ผมยังคงอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน  ไอ้จุนฮงก็พูดขึ้นอีกครั้งโดยหันมาคว้ามือผม ผมหันขวับไปมองหน้ามันทันที รู้ว่ามันกำลังจะพูดเรื่องอะไร


“มีอะไรก็พูดมาสิ มึงเป็นน้องชายกูมีอะไรบ้างที่มึงขอแล้วกูไม่ให้ ขอแค่ไม่ใช่เรื่องออกจากแก๊งก็พอ” ไอ้ยงกุกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เอ่ยบอก ท่าทางที่ดูน่าเกรงขามของมันทำให้ผมกลัว ถ้าไอ้จุนฮงขอเรื่องนั้นไม่สำเร็จ สถานการณ์ของผมตอนนี้จะต้องพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือแน่ๆ หัวใจผมเต้นรัวแรงอย่างลุ้นระทึก


“ผมอยากให้ยองแจอยู่ข้างกายผมตลอดเวลา พวกงานเสี่ยงอันตรายผมก็จะขอทำแทน ผมไม่อยากให้ยองแจต้องตกอยู่ในอันตรายอีกแล้ว พี่จะว่ายังไงครับ” หลังจากที่ไอ้จุนฮงถามออกไป ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน สายตาดุดันของไอ้ยงกุกจ้องมองมาที่ผม


ผมก้มหน้าลงมองพื้นไม่กล้าเงยขึ้นสบตากับมัน ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่นาทีที่ผมถูกจ้องอยู่แบบนั้น แล้วในที่สุดไอ้ยงกุกก็พูดขึ้น


“ได้สิ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” ผมกับไอ้จุนฮงหันมองหน้าแล้วฉีกยิ้มอย่างดีใจให้กันทันที มือของเราที่จับกันไว้บีบแน่น แต่ทว่าขณะที่พวกเราทั้งคู่กำลังดีใจอยู่นั้น ไอ้ยงกุกก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินมาหยุดยืนตรงหน้าผม ผมกับไอ้จุนฮงหยุดยิ้มแล้วหันไปมองมัน ดวงตาดุดันของไอ้ยงกุกมองมาที่ผมอีกครั้ง รอยยิ้มบางๆที่ผมไม่ค่อยได้เห็นคลี่ออกให้


“ยินดีด้วยนะยองแจ นายเข้ามาอยู่ในแก๊งของฉันได้ไม่นานแต่ก็ดันถูกใจน้องชายฉันซะแล้ว ไต่เต้าเร็วจริงๆเลย ขอต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา” ไอ้ยงกุกบอกก่อนจะวางมือลงบนบ่าของผม ผมรู้สึกได้ถึงน้ำหนักมือของมันที่กดลงมา และสายตาที่มีผมคนเดียวที่เห็น สายตาที่ผมไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร แต่ร่างกายผมกลับสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว


“ขอบคุณครับหัวหน้า” ผมก้มโค้งขอบคุณให้ไอ้ยงกุกหนึ่งครั้ง ผมถอยออกไปแล้วหันไปพูดกับไอ้จุนฮงต่อ


“พวกมึงไปได้แล้ว ส่วนเรื่องรายละเอียดงานกูจะเรียกประชุมอีกครั้ง คงต้องใช้เวลาวางแผนให้รอบคอบสักหน่อย เพราะช่วงนี้ตำรวจกำลังเพ่งเล็งแก๊งเราเป็นพิเศษ”


“ครับ” แล้วผมกับไอ้จุนฮงก็ออกไปจากห้องพร้อมกัน ขณะเดินออกมาผมยังรู้สึกอยู่เลยว่าถูกสายตาของไอ้ยงกุกมองอยู่ แต่ผมไม่ได้หันกลับไปมอง เพราะกลัวว่าพอหันไปแล้วจะต้องเจอกับสายตาแบบนั้นอีกครั้ง ซึ่งผมแน่ใจแล้วว่ามันคือสายตาข่มขู่



……………………………



ผมกลับมาที่ห้องไอ้จุนฮงอีกครั้ง เสียงปิดประตูดังตามหลังก่อนไอ้จุนฮงจะเดินเข้ามาสวมกอดผม มันวางคางเกยบนไหล่ผม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ


“ผมดีใจจังที่เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาแล้ว”


“อือ” ผมตอบกลับไปแค่เพียงสั้นๆเนื่องจากกำลังคิดถึงเรื่องอื่นอยู่ ปฏิกิริยาของผมคงทำให้ไอ้จุนฮงแปลกใจ มันขมวดคิ้วมุ่นแล้วเดินอ้อมมายืนข้างหน้า


“พี่เป็นอะไรรึเปล่า ไม่ดีใจหรอที่พี่ยงกุกอนุญาตให้เราคบกัน” ผมเงยหน้าขึ้นมองมัน ดวงตาสั่นไหวเหมือนคนจะร้องไห้ สีหน้าของผมทำให้ไอ้จุนฮงตกใจ


“จุนฮงฉันกลัว...” ผมบอกด้วยเสียงสั่นเครือ ไอ้จุนฮงรีบยกสองมือขึ้นจับไหล่ผมแล้วย่อตัวลงมา


“พี่ยองแจพี่กลัวอะไร ที่นี่ไม่มีอะไรน่ากลัวสักหน่อย แถมผมก็อยู่ที่นี่ด้วย”


“ฉ...ฉันกลัวตาย เมื่อกี้ที่นายยิงผู้ชายคนนั้นภาพยังติดตาฉันอยู่เลย ฉันกลัวว่าฉันจะตายแบบนั้น ฉันกลัวว่าถ้าฉันตายแล้วจะไม่มีใครรู้ ฉันกลัวจุนฮง...ฉันกลัว...” ผมพูดรัวเร็วอย่างใกล้จะเสียสติเต็มที การที่ต้องเห็นคนถูกยิงตายต่อหน้าต่อตาเป็นครั้งที่สองทำให้ผมสติแตก ผมอยากกลับบ้านกลับไปหาพี่ฮิมชานกับไอ้แดฮยอน แล้วบอกให้เลิกทำงานนี้ซะ เพราะไอ้ยงกุกน่ากลัวกว่าที่พวกเราคิด แต่ก็ไม่รู้ว่าทั้งสองคนจะฟังผมไหม


“ใจเย็นๆพี่ยองแจ ผมขอโทษที่ทำให้พี่ต้องเห็นภาพแบบนั้น แต่ผมสัญญาว่าพี่จะไม่ตายแบบนั้นแน่นอน ถ้าต้องตายผมจะตายก่อนพี่” คำพูดของไอ้จุนฮงทำให้ผมนิ่งค้าง อาการสั่นกลัวเหมือนจะหยุดลง มันพูดจริงหรอเรื่องที่จะตายแทนผม


“ขอบคุณนะจุนฮง” ผมบอกก่อนจะโน้มตัวไปซบกับแผ่นอกของมัน ไอ้จุนฮงยกมือขึ้นลูบหัวผมแผ่วเบาเป็นการปลอบประโลม ถึงแม้ว่าผมจะอายุเยอะกว่ามัน แต่น่าแปลกที่มันกลับกลายเป็นที่พึ่งสำหรับผมในยามนี้ ซึ่งผมเองก็รู้สึกดีที่มีมันอยู่ข้างๆกาย


“ยังมีอะไรที่พี่ไม่สบายใจอยู่ไหม บอกผมได้เลยนะ ผมไม่อยากให้พี่อยู่ที่นี่อย่างกังวลอะไร” ไอ้จุนฮงถาม ผมเงยหน้าขึ้นมองมันอย่างลังเลว่าจะพูดออกไปดีไหม แต่สุดท้ายก็พูดออกมา


“นายสัญญาบางอย่างกับฉันได้ไหมจุนฮง”


“อะไรครับ”


“ถ้าหากฉันทำผิดต่อนาย ไม่ว่าจะเรื่องอะไร จะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่แค่ไหน นายก็จะอภัยให้ฉัน ส่วนฉันก็จะอภัยให้นายเช่นกัน” ไอ้จุนฮงที่ก้มหน้าลงมาสบตากับผมนิ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้


“ได้สิครับ ก็เราเป็นแฟนกันแล้วนี่นา” มันก้มลงมาหอมแก้มผมหนึ่งที ก่อนจะดึงผมให้ซบกับแผ่นอกของมันอีกครั้ง


ผมรู้ว่าการทำแบบนี้มันคือการเห็นแก่ตัว ที่บังคับให้ไอ้จุนฮงสัญญาในสิ่งที่ผมเข้าใจอยู่ฝ่ายเดียว แต่ความรักมันก็คือการเห็นแก่ตัวอยู่แล้วไม่ใช่หรอ ผมคงรับไม่ได้ถ้าหากวันนั้นมาถึงแล้วไอ้จุนฮงจะเกลียดผม เพราะในหัวใจของผมตอนนี้มีมันเข้ามานั่งอยู่ซะแล้ว



……………………………



[Daehyun Part]


ปึง!ๆๆๆๆๆ


เสียงเคาะประตูร้านรัวๆ ผมเด้งตัวขึ้นนั่งบนที่นอนตัวเองเส้นผมชี้ฟู ตาปริบปรือหันไปมองพี่ฮิมชานที่ยังหลับไม่รู้เรื่อง ท่าทางจะต้องเป็นผมที่ลงไปเปิดประตูสินะ


แกร๊ก!


“เคาะแบบนี้ทำไมไม่พังประตูเข้ามาเลยล่ะ” ผมพูดกับคนที่มาหลังจากเปิดประตูร้านให้แล้ว จงออบก้าวเข้ามาในร้านแล้วพูดด้วยสีหน้ามึนๆ


“ได้หรอครับ”


“ได้กะผีสิ! ถ้านายทำประตูร้านพัง ฉันจะเอาเงินเดือนนายมาเป็นค่าซ่อมประตู” ผมยกนิ้วชี้หน้ามัน จงออบยักไหล่ให้อย่างไม่แคร์ เพราะไม่ได้ตั้งใจทำอย่างที่พูดอยู่แล้วก็แค่กวนตีนผมเฉยๆ


“แล้วนี่ทำไมมาตั้งแต่เช้าเลยเนี่ย ฉันไม่ได้นัดนายไว้ตอนบ่ายหรอ” ผมถามก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากหาว รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งนอนไปไม่กี่ชั่วโมงเอง ยังง่วงๆอยู่เลย


“ก็นี่บ่ายแล้วไงครับ” ไอ้จงอบบตอบ


“ห๊าา” ผมหันไปทำหน้าตกใจ ก่อนจะเงยขึ้นมองนาฬิกาที่ติดอยู่บนพนังร้าน แล้วก็พบว่าเข็มสั้นของมันชี้อยู่ที่เลขสาม ส่วนเข็มยาวเกือบจะชี้ที่เลขหกอยู่แล้ว


“ฉิบ! นี่มันบ่ายสามโมงกว่าแล้วนี่หว่า แล้วทำไมนายไม่รีบมาให้เร็วกว่านี้ห๊ะ จัดร้านเลยเดี๋ยวฉันจะขึ้นไปตามพี่ฮิมชาน” ผมพูดรัวเร็วก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสามของร้าน ปลุกพี่ฮิมชานที่ปกติต้องทำหน้าที่ปลุกผม แต่วันนี้พี่แกดันนอนยาวแล้วพาผมนอนยาวจนเลยเวลาเปิดร้านไปด้วย


และหลังจากผ่านช่วงชุลมุนไป ผม พี่ฮิมชาน และจงออบก็กำลังช่วยกันจัดเตรียมร้านเพื่อจะเปิดตอนหกโมงเย็น ผมที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์จ้องมองจงออบที่กำลังเช็ดแก้วอยู่ แล้วจู่ๆเรื่องที่มันชอบแย่งซีนผมชงเหล้าให้ลูกค้าสาวๆก็ผุดเข้ามาในหัว จากความหมันไส้ก่อเกิดเป็นความชั่วร้าย ผมหันซ้ายหันขวาดูว่าพี่ฮิมชานอยู่แถวนี้ไหม ก่อนจะหันกลับไปมองจงออบแล้วยกยิ้มออกมา


“นี่จงออบเช็ดแก้วให้มันดีๆหน่อยสิ เช็ดแบบนั้นแล้วมันจะสะอาดไหม” ผมแกล้งพูดขึ้น จงออบหยุดชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะออกแรงถูแก้วมากขึ้นตามที่ผมสั่ง ผมยิ้มขำที่เห็นมันทำตามที่ผมสั่งจริงๆ แต่แค่นี้มันยังไม่พอหรอกนะ


“เอ้า ถูแรงแบบนั้นถ้าแก้วแตกขึ้นมาฉันจะหักเงินเดือนนายนะ รู้รึเปล่าว่าแก้วพวกนี้แพงแค่ไหน” จงออบหยุดชะงักอีกครั้ง แล้วทำท่าทางงกๆเงิ่นๆเพราะไม่รู้จะออกแรงเช็ดแก้วเท่าไหร่ดี ยิ่งทำให้ผมรู้สึกขำ จงออบบทจะบื้อก็บื้อชะมัด


“นั่นแหละ เช็ดแบบนั้นแหละ และหลังจากเช็ดแก้วเสร็จแล้วอย่าลืมไปเช็ดโต๊ะด้วยล่ะ ทำงานให้มันคุ้มกับค่าเงินที่ฉันเสียให้นายหน่อย” ได้ที่ผมจึงวางมาดใส่ จงออบวางแก้วใบสุดท้ายที่เช็ดเสร็จลง ก่อนจะเดินไปเช็ดโต๊ะตามคำสั่ง และแน่นอนว่าผมไม่ยอมให้ทำงานอย่างสงบสุขแน่ๆ


“เก้าอี้น่ะยกลงให้หมดเลยนะ ระยะห่างของเก้าอี้แต่ละตัวก็ต้องเท่ากัน เช็ดโต๊ะเสร็จแล้วก็อย่าลืมเช็ดเก้าอี้ด้วย เชื้อโรคจะได้ไม่ติดก้นลูกค้า” และเหมือนความอดทนของจงออบจะหมดลง มันปล่อยผ้าที่ใช้เช็ดโต๊ะอยู่ลงพื้น แล้วหันมามองหน้าผมด้วยสายตาและท่าทางไม่พอใจ แต่ผมหากลัวไม่


“ทำท่าแบบนี้หมายความว่ายังไง หรือว่าโกรธที่ถูกสั่ง เป็นลูกจ้างเขาก็ต้องทำตามคำสั่งเขาแบบนี้แหละน้า ทำงานต่อสินายจะมายืนจ้องหน้าฉันทำไม หรือว่าอยากจะถูกหักเงินเดือน” ผมพูดขู่ มุมปากยกยิ้มเยาะเย้ย เพราะรู้ว่าถึงยังไงจงออบก็ไม่กล้าเถียงหรือทำอะไรผมอยู่แล้ว แต่ทว่า....


โป๊ก!!


“โอ้ย! พี่ฮิมชาน พี่เขกหัวผมอีกแล้วนะ” ผมหันไปโวยวายใส่คนด้านหลัง ที่ไม่รู้ว่าเดินเข้ามาตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อกี้ยังเห็นตรวจเช็กเหล้าที่เหลืออยู่ข้างหลังร้านเลย


“ก็เออสิวะ แล้วมึงไปแกล้งจงออบทำไม กูเห็นนะที่มึงแกล้งสั่งจงออบให้ทำงานเมื่อกี้ เดี๋ยวคนที่จะโดนกูหักเงินเดือนน่ะคือมึงไม่ใช่จงออบ!” ผมอ้าปากพะงาบๆ เหมือนน้ำตาจะลื่นขึ้นมาเล็กน้อย พี่ฮิมชานพอพูดขู่ผมเสร็จก็เดินกลับเข้าไปข้างหลังร้าน ผมหันกลับไปมองจงออบก็เห็นมันกำลังยิ้มขำผมอยู่


“หยุดยิ้มเลยนะ อยากจะโดนใช่ไหม” ผมยกมือขึ้นขู่ แต่เสียงพี่ฮิมชานก็ตะโกนลอยมาจากข้างหลังร้าน


“ไอ้แดฮยอน!”


“คร้าบบบ” เพียงเท่านั้นผมก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อทันทีแล้วไม่ยุ่งกับจงออบอีก จนกระทั่ง....


“ไอ้แดฮยอน” เสียงเรียกอันคุ้นเคยดังขึ้น ผมรีบผงกหัวขึ้นมองทันที แล้วก็พบว่าเป็นไอ้ยองแจที่ยืนอยู่หน้าประตู ผมรีบพุ่งออกจากหลังเคาน์เตอร์ไปหามัน


“ไอ้ยองแจ! นี่มึงยังไม่ตายหรอเนี่ย” ผมทำหน้าตกตะลึง ไอ้ยองแจทำหน้าเอือมมองผม


“มึงนี่ปากเสียไม่เปลี่ยนเลยนะ ถ้ากูตายจะมายืนอยู่ตรงนี้ไหมล่ะ” มันพูดอย่างมีน้ำโห ผมฉีกยิ้มกว้างอย่างสะใจที่กวนประสาทไอ้ยองแจได้ ที่จริงผมรู้อยู่แล้วว่ามันยังไม่ตายแล้วต้องกลับมาเร็วๆนี้แน่นอน แต่แค่อยากแกล้งมันสักหน่อยเพราะไม่ได้มีเรื่องกันมานานแล้ว


“แล้วนั่นใครน่ะ” ไอ้ยองแจถาม ผมหันไปมองทางด้านหลังตัวเอง ก็เห็นจงออบที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่ แต่สายตามองมาที่ผมและไอ้ยองแจอย่างสนใจ


“เด็กที่พี่ฮิมชานจ้างมาช่วยงานที่ร้านน่ะ ชื่อว่าจงออบ แต่ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ นี่กูก็ช่วยๆสอนงานให้อยู่” ผมยกสองแขนขึ้นกอดอกอธิบาย ไอ้ยองแจร้องอ๋อแล้วพยักหน้าให้ รู้สึกเท่ชะมัดที่ได้พูดออกไปแบบนั้น


“ถ้างั้นกูไปหาพี่ฮิมชานก่อนนะ พอดีมีเรื่องด่วน”


“อืมๆ เดี๋ยวกูตามเข้าไป” ผมมองตามไอ้ยองแจที่เดินเข้าไปหลังร้าน หลับหลังมันแววตาของผมก็แปลเปลี่ยนไป ต่อหน้ามันผมไม่กล้าแสดงออกว่าเป็นห่วงมันแค่ไหน ทุกค่ำคืนเฝ้าหรอเสียงเคาะประตูรอว่าเมื่อไหร่มันจะกลับมา แล้วมันก็กลับมาจนได้ หัวใจที่เป็นกังวลของผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้น


แต่พอหันไปมองทางจงออบ ก็เห็นมันกำลังมองยองแจอยู่เช่นกัน มันมองตามยองแจไม่กระพริบ ความหงุดหงิดพุ่งทะยานขึ้นมาทันที ผมจึงเดินปลี่เข้าไปหามัน


“มองอะไร มีงานก็ทำไปสิ หรือว่านายคิดอะไรกับเพื่อนฉัน” จงออบละสายตาจากยองแจมามองหน้าผมแทน สีหน้าของมันไม่แสดงอาการใดๆ ก่อนจะพูดด้วยเสียงนิ่งเรียบเหมือนหน้าตา


“พี่หรือผมกันแน่ครับที่คิด"


“น...นายหมายความว่ายังไง” ผมทำหน้าแตกตื่นถามกลับ คราวนี้ไอ้จงออบยกยิ้ม


“แค่มองตาก็รู้แล้วไม่ใช่หรอ” ดวงตาผมเบิกกว้าง รู้อะไร! มันรู้อะไรเกี่ยวกับผมงั้นหรอ! ผมอ้าปากจะถามแต่จงออบก็เดินหนีผมไปซะแล้ว มันเดินออกไปตรวจเช็กความเรียบร้อยของหน้าร้านว่าพร้อมเปิดรึเปล่า


“อ...ไอ้เด็กบ้าเอ้ย! ฝากไว้ก่อนเถอะ!” ผมได้แต่แสดงอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่เพียงลำพัง ถ้ามันคิดจะข้ามรุ่นจีบไอ้ยองแจล่ะก็ เชิญผ่านด้านผมก่อนเถอะ! หึย!



……………………………



[Yongjae Part]


“พี่ฮิมชาน” ผมเรียกคนที่ยืนหันหลังกำลังตรวจเช็กเหล้าอยู่ให้หันมา พี่ฮิมชานหันมามองแล้วทำหน้าดีใจที่เห็นผม สมุดและปากกาในมือรีบวางลงบนโต๊ะ


“ไอ้ยองแจ มึงเป็นยังไงบ้าง กูเป็นห่วงมึงแทบแย่”


“ผมไม่เป็นอะไรครับ ขอโทษที่กลับมาช้าพอดีผมบาดเจ็บนิดหน่อย” ผมฉีกยิ้มบอก แค่คำบอกเล่าของผมกลับทำให้พี่ฮิมชานทำหน้าตกใจ


“มึงบาดเจ็บหรอ! ตรงไหน!” ผมถูกจับหันซ้ายหันขวา ทำให้ต้องรีบเอ่ยบอกออกมาก่อนไม่งั้นคงถูกจับแก้ผ้าหาบาดแผลแน่ๆ


“ที่แขนครับ ถูกลูกกระสุนถากแต่ตอนนี้แผลเกือบจะหายดีแล้ว” พี่ฮิมชานทำหน้าโล่งใจแล้วยอมปล่อยมือออกจาตัวผม ผมรู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่พี่ฮิมชานมีให้อย่างล้นเปี่ยม เขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านจริงๆ ดีจริงๆที่มีพี่ชายอย่างมีฮิมชานคอยห่วงใย


“กูดีใจนะที่มึงกลับมา พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้าขาดใครไปสักคนกูคงทนไม่ได้” พี่ฮิมชานตบบ่าผมบอก


“ผมก็คงทนไม่ได้ถ้าไม่ได้กลับมาที่นี่เหมือนกัน” ผมฉีกยิ้มบางตอบกลับ ก่อนพี่ฮิมชานจะถามขึ้นอีกครั้ง


“เออ...แล้วนี่มึงได้ข่าวอะไรมาอีกรึเปล่า”


“ได้สิ ข่าวใหญ่เลยด้วยแหละ แต่คงจะพูดรายละเอียดตรงนี้ไม่ได้” ผมบอกแล้วมองออกไปนอกห้องที่จงออบกำลังยืนเช้ดโต๊ะอยู่ พี่ฮิมชานหันมองตามก่อนจะดึงผมไปยืนคุยตรงข้างบันได


“ว่ามา ตรงนี้ข้างนอกไม่ได้ยินแน่” ผมที่ยังลังเลหันซ้ายหันขวาก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบบอก


“ไอ้ยงกุกกำลังจะปล้นธนาคาร”


“ห๊ะ!” พี่ฮิมชานทำหน้าตกใจ ก่อนสีหน้าจะแปลเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาแทน เช่นเดียวกับผมตอนที่ได้ยินไอ้ยงกุกบอกครั้งแรก


“แต่ผมยังไม่รู้ว่าธนาคารไหน ลงมือวันและเวลาใดเพราะไอ้ยงกุกยังไม่บอกให้รู้”


“นี่มันกำลังท้าทายพวกตำรวจอยู่สินะ” พี่ฮิมชานยกมือขึ้นจับคางบอก ผมพยักหน้าให้เพราะคิเห็นอย่างเดียวกัน


“ผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ข่าวที่ผมจะบอกยังไม่หมดแค่นี้นะ” พี่ฮิมชานหันขวับมามองหน้าผม ก่อนผมจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วกระซิบบอกอีกครั้ง


“ผมเจอรายชื่อสมาชิกแก๊งไอ้ยงกุกแล้ว” พี่ฮิมชานเบิกตากว้างแล้วฉีกยิ้มดีใจออกมา


“เก่งมากยองแจ ทีนี้พวกเราจะได้จับไอ้ยงกุกสักที” ผมฉีกยิ้มน้อยๆตอบกลับให้ อันที่จริงผมยังมีอีกเรื่องที่อยากจะบอก นั่นก็คือผมอยากให้พวกเราทุกคนหยุดทำเรื่องนี้ แต่พอเห็นท่าทางดีใจของพี่ฮิมชานที่จะได้จับไอ้ยงกุกเข้าคุก คำพูดที่ผมเตรียมเอาไว้ก็กลืนหายไปจนหมด ผมจะทำลายสิ่งที่ทุกคนพยายามด้วยกันมาได้ยังไง แล้วผมจะทำลายไอ้จุนฮงได้ยังไงกัน


“อ๊ะ ผมออกมานานเกินไปแล้ว เดี๋ยวไอ้จุนฮงจะสงสัยเอา ผมปก่อนดีกว่า” ผมพูดหลังจากเห็นเวลาที่ติดอยู่บนพนังว่าใกล้จะหกโมงเย็นแล้ว ก่อนออกมาไอ้จุนฮงสั่งว่าห้ามกลับเกินหนึ่งทุ่ม ระยะทางจากที่นี่ไปถึงบ้านมันก็คงจะเกือบๆหนึ่งทุ่มพอดี


“เออ ระวังตัวด้วยนะ ถ้ารู้สึกไม่ปลอดภัยก็ออกมาจากที่นั่นทันที ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น”


“ขอบคุณครับพี่” ผมฉีกยิ้มตอบกลับให้พี่ฮิมชานก่อนจะหันตัวเดินออกไปจากห้อง ก่อนกลับผมก็แวะบอกลาไอ้แดฮยอนสักหน่อยนึง


“ไอ้แดฮยอนกูไปก่อนนะ”


“มึงจะไปอีกแล้วหรอ เพิ่งจะกลับมาแป็บเดียวเองอยู่ค้างที่นี่สักคืนไม่ได้รึไง” ไอ้แดฮยอนทำหน้างอแงเหมือนเด็กๆ แถมยังเดินเข้ามาจับแขนผมเหมือนไม่อยากให้ผมไปจริงๆ ผมจ้องมองมันอย่างแปลกใจ นี่มันกลัวไม่มีเพื่อนเล่นรึยังไงกัน


“สถานะของกูตอนนี้ทำแบบนั้นได้ที่ไหนล่ะ ขืนทำแบบนั้นไอ้จุนฮงได้ฆ่ากูตายพอดี” พอพูดชื่อนี้ไอ้แดฮยอนก็ทำหน้าเซ็งแล้วปล่อยมือออกจากแขนผมทันที ก่อนจะพูดเสียงห้วนๆ


“เออ มึงจะไปไหนก็ไปเหอะ”


“แหม...จะอวยพรกูสักหน่อยไม่ได้เลยนะมึง” ผมกับไอ้แดฮยอนทำหน้าเขม่นใส่กันเหมือนตอนเวลาที่พวกเราทะเลาะกัน ก่อนผมจะหันไปร่ำลาอีกคนที่เพิ่งได้เจอกันวันนี้วันแรก


“ฉันไปก่อนนะจงออบ” จงออบที่กำลังยืนมองผมอยู่ฉีกยิ้มแล้วโบกมือลาให้


“เดินทางปลอดภัยครับ” รอยยิ้มที่สดใสของจงออบทำให้ผมมั่นใจว่าเขาคงอยู่กับเราได้นาน และมั่นใจว่าจงออบคงเป็นเพื่อนเล่นแก้เหงาให้กับไอ้แดฮยอนได้แน่ๆระหว่างที่ผมไม่อยู่ พอเห็นแบบนี้ผมก็รู้สึกสบายใจว่าทางนี้ไม่มีปัญหาอะไร เหลือก็แค่ผมต้องเอารายชื่อพวกนั้นมาให้ได้เท่านั้นเอง


“ฉันไปล่ะทุกคน” ผมตะโกนบอกอีกครั้งก่อนจะหันตัวเดินออกไปจากร้าน ด้วยหัวใจที่รู้สึกหน่วงๆยังไงไม่รู้



……………70%………………




ผมมาถึงห้องไอ้จุนฮงตอนหนึ่งทุ่มตรงพอดี พอเดินเข้ามาก็เห็นไอ้จุนฮงกำลังก้มดูบางอย่างในโทรศัพท์อยู่ สิ่งนั้นคงน่าสนใจมากมันถึงไม่รู้ตัวเลยว่าผมกลับมาแล้ว ผมจึงยกมือขึ้นเคาะประตูส่งเสียงให้มันรู้ว่าผมกลับมาแล้ว ไอ้จุนฮงหันขวับมามองผม


ก๊อกๆๆ


“พี่ยองแจ...” มันเรียก แวบนึงผมเห็นสีหน้าของมันดูซีเรียสยังไงไม่รู้ ก่อนจะแปลเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มกว้าง


“ไปซื้อของมาเป็นไงบ้างครับ ได้ของมาครบไหมแล้วซื้ออะไรมาฝากผมรึเปล่า”


“ก็ซื้อเสื้อผ้ามาสองสามตัวน่ะ แต่ไม่มีของนายเพราะฉันไม่มีเงิน แหะ” ผมบอกแล้วฉีกยิ้มทะเล้นให้ โชคดีที่ผมไม่ลืมแวะห้างก่อนกลับมาที่นี่ ไม่งั้นไอ้จุนฮงต้องรู้แน่ๆว่าผมไปที่อื่นมา


“โห้ ใจร้ายอ่ะ ทีของตัวเองซื้อตั้งเยอะ”


“ก็นายไม่ได้ฝากฉันซื้อตั้งแต่แรกนี่นา” ไอ้จุนฮงทำหน้างอเดินมาสวมกอดผม ใบหน้ามันซบลงกับหัวของผมอย่างออดอ้อน ผมฉีกยิ้มนิดๆเพราะรู้สึกดีเวลาที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของมัน ได้ยินเสียงหัวใจของมันที่เต้นดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ


“ทำไมถึงต้องเป็นพี่ด้วยนะ”


“หืม? นายพูดว่าอะไรนะจุนฮง” ผมถามเพราะเมื่อกี้ได้ยินไม่ชัดว่าไอ้จุนฮงพูดอะไร มันก้มหน้าลงมามองผมแล้วฉีกยิ้มให้


“เปล่า ผมพูดว่าทำไมถึงรักพี่มากขนาดนี้น่ะ”


“เรื่องนั้นฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า คนที่รู้ก็คือตัวนายเองไม่ใช่หรอ” ผมบอกแล้วหลุบตาลงต่ำมองพื้น ใบหน้ารู้สึกร้อนผ่าว ถ้าเรื่องนี้ตัวมันเองยังไม่รู้แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไงกัน


แต่แล้วขณะที่ผมกำลังก้มหน้าเขินอายอย่างทำอะไรไม่ถูก จู่ๆไอ้จุนฮงก็ช้อนใบหน้าผมขึ้นให้สบตา ผมกับมันสบตากันเป็นเวลาเนิ่นนาน บรรยากาศรอบตัวหวานชื้นไปหมด จนกระทั่งไอ้จุนฮงพูดบางอย่างออกมาที่ทำให้ผมต้องอึ้ง


“พี่ยองแจ....เป็นของผมนะ” พูดจบไอ้จุนฮงก็ก้มหน้าลงมาซุกไซร้ซอกคอผมทันที ริมฝีปากของมันขบเม้มกับผิวหนังของผม พร้อมกับดันตัวผมไปที่เตียง จากความอึ้งกลายเป็นความตกใจแทน ผมรีบผลักไอ้จุนฮงออกไปก่อนที่จะถูกผลักถึงเตียงนอน


“ด...เดี๋ยวจุนฮง...นายจะทำอะไรน่ะ” ไอ้จุนฮงพุ่งกลับเข้ามารวบข้อมือของผมไว้ สีหน้าของมันจริงจังขึ้นมานิดหน่อย


“อย่าปฏิเสธผมเลยนะพี่ยองแจ ผมรักพี่นะ ผมอยากให้พี่เป็นของผม”


“ต...แต่ฉันยังไม่พร้อม...”


“ไม่เป็นไร ผมเองก็ไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายเหมือนกัน แต่ผมจะอ่อนโยนกับพี่ให้มากที่สุด” ผมทำตาโตตกตะลึง ไอ้จุนฮงก้มลงมาซุกไซร้อีกครั้งพร้อมกับพยายามจะถอดเสื้อยืดของผมออก มือใหญ่ของมันล้วงเข้าไปใต้เสื้อแล้วลูบไล้ที่ส่วนหน้า ส่วนอีกมือล้วงลงไปด้านหลังกางเกงของผม ผมดีดดิ้นสุดแรงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น


“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นจุนฮง เดี๋ยว...จุนฮงหยุด....ฉันบอกให้หยุดไง!”


เพี๊ยะ!


และเมื่อพูดแล้วไม่ยอมฟัง ผมจึงง้างมือตบหน้าไอ้จุนฮงอย่างแรงจนมันหน้าหัน ไอ้จุนฮงยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองที่ถูกผมตบ ส่วนผมก็ถลึงตามองมันด้วยความเกรี้ยวกราด


“อย่ามาทำแบบนี้กับฉันนะ ฉันไม่ชอบ!” ผมบอกก่อนทำท่าจะเดินหนีออกจากห้องไป แต่เดินไปได้เพียงสองก้าว ไอ้จุนฮงก็เข้ามาล็อกตัวผมจากด้านหลังไว้ แล้วซุกไซร้ลำคอผมรุนแรงกว่าเดิม


“อื๊อ! จุนฮง!” ผมที่พยายามขัดขืนถูกอุ้มจนตัวลอยขึ้นจากพื้น ไอ้จุนฮงเหวี่ยงผมลงไปบนเตียงนอนของมัน ก่อนจะตามขึ้นมาทาบทับเพื่อไม่ให้ผมหนี เสื้อยืดตัวบางของผมถูกมันจับถอดออกอย่างง่ายดาย ก่อนมันจะถอดเสื้อตัวเองออกเช่นกัน ทำให้ตอนนี้เราทั้งคู่ต่างเปลือยท่อนบน


ผมจ้องมองไอ้จุนฮงที่อยู่ด้านบนด้วยสายตาหวาดหวั่น พยายามคิดหาเหตุผลว่าอะไรที่ทำให้มันเป็นแบบนี้ เหล้าหรอ... แต่ดูแล้วมันก็ไม่ได้เมา กลิ่นเหล้าก็ไม่มี แถมสติยังมีครบถ้วนอีกด้วย


“อย่าา...” ผมร้องเมื่อไอ้จุนฮงก้มหน้าลงมา มันระดมจูบไปทั่วใบหน้าและแผ่นอกของผม ก่อนจะขบเม้มสร้างรอยสีแดงจางๆเอาไว้ ใบหน้าของไอ้จุนฮงเลื่อนลงจนอยู่ในระดับอก ผมผวาจับต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของมันแน่น





ตามหาฉาก Cut ได้ที่

1.ทวิต @Rodtung_fiction

2.เพจ Fiction By Rodtung

3.#ฟิครักอาชญากร














……………………………



[Junhong Part]


หลังจากที่กล่อมจนคนข้างกายหลับไปได้สักพัก ผมก็ลืมตาตื่นแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียง สายตาเจ็บปวดมองแผ่นหลังของร่างที่กำลังหลับอยู่ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองมากดเปิดดูอีกครั้ง


ข้อความที่ถูกส่งมาล่าสุดยังคงเปิดค้างไว้ ยิ่งอ่านข้อความนั้นซ้ำเท่าไหร่หัวใจผมก็ยิ่งเจ็บปวด ข้อความที่ระบุไว้ว่า ‘ยูยองแจคือคนทรยศ’ ผมกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนมันแทบจะแหลกคามือ ก่อนจะหันกลับไปมองคนที่หลับอยู่อีกครั้ง


“ไม่จริง พี่ต้องไม่ใช่คนทรยศ” ถึงปากผมจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกสับสนเหลือเกิน.....








#ฟิครักอาชญากร


แต่ง nc ยังไม่เครียดเท่าแต่งเนื้อเรื่อง

เริ่มเกิดความเคยชิน ฮ่าาา

ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ

เชิญติชมกันตามสบาย

อ่านแล้วก็อย่าลืมให้กำลังใจคนแต่งด้วยนะ

**ทำตาปริบๆ**







©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

188 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #108 porrybitty (@porry02) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 17:53
    ทำไมข่าวไวแบบนี้
    สงสารยองแจ
    #108
    0
  3. #60 _likiji (@hhnaruto) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 11:55
    ยองแจจะเป็นยังไงบ้างนะหลังจากนี้...
    จุนฮงต้องปกป้องยองแจนะ ฮือ
    จงออบน่ารักอะ ยังไงก็น่ารัก ลูกแม่ ฮึก
    อ่านเอ็นซีแล้วเขินขนาด แฮ่กๆ
    แดออบหรือออบแดกันแน่เริ่มสงสัย
    5555555555555555555
    แดฮยอนดูเบ๊อะบ๊ะ 55555555555
    #60
    0
  4. #50 nat-99 (@nat-99) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 22:22
    เป็นห่วงยองแจอ่า ไม่รอดออกไปจากรังอาชญากรแน่ๆเลย ฮืออ ถ้าโชคดีหน่อยคงต้องอยู่กับจุนฮงตลอดเวลา แต่ก็น่ากลัวอยู่ดี ที่น่าสงสารจริงๆก็จุนฮงเลย รักมากกก โดนแบบนี้ก็ยังรัก ถึงจะขอแบบอ่อนโยนแต่ก็ใส่ไม่ยั้งเลยครับบ อู้ยย ยองแจก็ยอมด้วย เริ่มรักกันแล้วววว
    จงออบนี่ต้องมีอะไรแน่นอนค่ะคุณตำหมวด!! น้องแจโดนจับได้แล้วอะ คุณพี่จ๊อบเป็นสายชัวร์
    #50
    0
  5. #44 Ging (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:11
    โอ้ยความแตกอ่าาา ทำไงดีล่ะทีนี้หนักใจแทนจุนฮงอ่ะ จงออบนี้ยังไงโอ้ยอยากจะบ้าอ่านวนแล้ววนอีกมโนไปเยอะแล้วเนียต่อไปจะเป็นยังไง รอค่ะรอ(ใจจะขาดแล้ว555) สู้ๆค่ะไรท์✌✌
    #44
    0
  6. #43 @!k@w@_k (@aikawa_k) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 22:24
    ขอมองโลกในแง่ร้ายนะ นี่ว่าจงออบเป็นสายให้ยงกุกอ่ะ
    ก็เหมือนทางฮิมชานไงที่ส่งยองแจให้ไปเป็นสา่ย
    ยงกุกก็ต้องส่งจงออบมาเป็นสายเหมือนกัน 
    เพราะฉากที่ยงกุกเจอจงออบครั้งแรกแล้วมองจงออบมันให้ความรู้สึกบางอย่าง
    ยังไงก็ต้องจงออบอ่ะ ไม่มีทางเป็นใครอื่นไปได้
    #43
    0
  7. #42 Helenew (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 14:22
    คิดอยู่แล้วเชียวว่าถ้าจุนฮงไม่เมา หรือไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้หึง คงไม่ขอยองแจขนาดนี้ ก่อนหน้านั้นเราคิดว่าถ้าวันหนึ่งจุนฮงรู้ความจริงขึ้นมาคงจะระเบิดเลย ไม่เก็บความรู้สึกอะไรทั้งนั้น อาจจะร้องไห้แล้วก็รุนแรงกับยองแจ แต่เอาเข้าจริงกลับไม่กล้าแม้แต่จะถาม TT สงสารอ่ะ ยองแจก็เริ่มมีใจให้เขาแล้ว ต่างคนต่างลังเลกับหน้าที่ของตัวเอง แต่หนักสุดคือจุนฮงนี่แหละ พี่ยงกุกก็เคารพมาก ยองแจก็รัก ฮือ



    /ลืมแซวก่อนหน้านั้น ขำแดฮยอนอ่ะ หวงยองแจแต่ก็ยึกยัก ๆ ไม่กล้าออกตัวแรงแต่ในใจก็ร้อนรน

    ขอเดาว่าจงออบคือคนของยงกุก ความแตกเพราะยองแจไปหา แต่จริง ๆ ความน่าจะแตกตั้งนานแล้วนะเพราะก่อนหน้านั้นยองแจเป็นเด็กเสิร์ฟที่นั่นเป็นเดือน พอกลับไปทีจะไม่มีลูกค้าสักคนจำได้หรอ / รอตอนต่อไปค่ะ
    #42
    0
  8. #41 viva_kanun (@viva_kanun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 12:52
    งืออออ ความแตกแล้วอ่ะ จุนฮงจะเลือกยองแจตามหัวใจหรือเลือกยงกุกตามหน้าที่ล่ะ แล้วฮิมชานนี่ด้วย ไม่อยากจบแบบดราม่าาาาา ไม่นะ
    #41
    0
  9. #40 @!k@w@_k (@aikawa_k) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 00:09
    เอาใจช่วยยองแจนะ สงสารนางอ่ะ

    จุนฮงก็ซื่อสัตย์กับบังยงกุกมาก

    กลัวถึงเวลาถ้าให้เลือกระหว่างหน้าที่กับความรัก

    กลัวว่าจุนฮงจะเลือกหน้าที่อ่ะดิ 

    ยองแจหนีออกมาเลยยยย TT

    ปล.แด้ออบน่ารักอ่ะ กัดกันตลอดเลย แดฮยอนชอบแกล้วน้องอ่ะ อิเลว 5555
    #40
    0
  10. #39 Kagi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 05:46
    กลัวอ่ะกลัวยองแจถูกจับได้ ไม่อยากจะคิดเลยอ่ะว่าจะเป็นยังไงมีความอึดอัดแปลกๆด้วยนะระหว่างยองแจกับยงกุุกสงสัยว่ายงกุกต้องรู้แน่ๆเลย โอ๊ยยยยไม่เอานะอย่าทำอะไรยองแจเชียวนะ จงออบนี่ก็แปลกๆ เหมือนจะเป็นสายฝั่งโน้นเลยไม่อยากจะคิดถ้าเป็นจริงๆล่ะก็ เละแน่ๆเลย รออีก30% อยากอ่านแล้วอ่ะสู้ๆนะไรท์
    #39
    0
  11. #38 Kagi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 05:46
    กลัวอ่ะกลัวยองแจถูกจับได้ ไม่อยากจะคิดเลยอ่ะว่าจะเป็นยังไงมีความอึดอัดแปลกๆด้วยนะระหว่างยองแจกับยงกุุกสงสัยว่ายงกุกต้องรู้แน่ๆเลย โอ๊ยยยยไม่เอานะอย่าทำอะไรยองแจเชียวนะ จงออบนี่ก็แปลกๆ เหมือนจะเป็นสายฝั่งโน้นเลยไม่อยากจะคิดถ้าเป็นจริงๆล่ะก็ เละแน่ๆเลย รออีก30% อยากอ่านแล้วอ่ะสู้ๆนะไรท์
    #38
    0