[Fic B.A.P] Alcohol #ฟิครักอาชญากร

ตอนที่ 22 : Chapter 21 : Liqueur

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ต.ค. 60



[Jongup Part]


ภายในห้องนอนที่ไม่มีทั้งหน้าต่างและเครื่องปรับอากาศ สี่ด้านล้อมรอบด้วยกำแพงทึบหนาเพราะอยู่ใต้ดิน ผมนั่งกอดเข่าตัวเองนิ่งๆอยู่บนเตียง คิดถึงสิ่งที่ได้ยินเมื่อเย็นนี้


“ต่อให้สร้างภาพว่าน่าเชื่อถือแค่ไหนแต่อาชญากรก็ยังเป็นอาชญากร และกูไม่เคยไว้ใจอาชญากร....”


“ต่อให้ทำดีแค่ไหน พี่ก็ไม่เคยไว้ใจผมเลยสินะครับ” ผมพึมพำอยู่คนเดียว แล้วจู่ๆน้ำตาก็รื้นขึ้นมา ความเสียใจที่กักเก็บไว้ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นกำลังจะปะทุออกจากตาผม


พี่ยงกุกบอกว่าพี่แดฮยอนตั้งใจจะหักหลังพวกเรา แน่นอนผมไม่เชื่อหรอกว่าพี่แดฮยอนจะหักหลังผมจริงๆ แต่ผมโกรธที่เขาไม่ยอมบอกอะไรผมเลยต่างหาก ก่อนหน้านี้ผมสงสัยท่าทางแปลกๆของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่คิดถามเพราะอยากให้พี่แดฮยอนเป็นคนบอกผมเอง แต่ก็ไม่... พี่แดฮยอนเลือกที่จะปิดบังผมไว้ ทั้งๆที่เคยบอกว่าเชื่อใจผม


ก๊อกๆๆ


เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้ผมต้องรีบยกหลังมือเช็ดน้ำตาตัวเอง ในใจลึกๆหวังให้เป็นคนที่นึกถึง อยากให้อีกฝ่ายมาง้อมาอธิบาย แต่ผมก็ต้องผิดหวังอย่างแรงเมื่อคนที่เปิดประตูเข้ามาคือพี่ชายผมเอง


“พี่ยงกุก”


“เป็นอะไรไปจงออบ พี่เรียกไปกินข้าวทำไมถึงไม่ยอมไป” พี่ยงกุกเดินเข้ามาถามด้วยความห่วงใย ผมส่ายหน้าเบาๆให้ อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทางดุเดือดเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว


“เปล่าครับ ผมไม่ได้เป็นอะไรแค่ยังไม่หิว แล้วก็อยากอยู่เงียบๆคนเดียวด้วย” ผมบอกเสียงเรียบ พยายามกลบเกลื่อนสีหน้าเศร้าๆของตัวเองไม่ให้อีกฝ่ายรู้ แต่อีกฝ่ายคือบังยงกุกพี่ชายที่เลี้ยงดูผมมาเกือบยี่สิบปี ต่อให้ปิดยังไงก็ไม่มีทางปิดมิด


“เรื่องไอ้แดฮยอนล่ะสิ” ผมเหลือบตาขึ้นมองเล็กน้อย และไม่ตอบอะไร


“ที่นายเป็นแบบนี้เพราะมันหรอ แค่รู้ว่ามันทรยศพวกเรานายถึงกับไม่ยอมกินข้าวกินปลาเลยเชียว นายชอบมันมากเลยรึไง ทั้งๆที่มันตั้งใจหักหลังพวกเราเนี่ยนะ”


 “แล้วถ้าพี่แดฮยอนไม่ได้คิดหักหลังพวกเราล่ะครับ ถ้าเขาแค่เป็นห่วงพี่ฮิมชานอย่างที่พูดจริงๆ พวกเราจะทำยังไง” ผมเงยหน้าขึ้นถาม ดวงตาสั่นไหว พยายามหาเหตุผลต่างๆนาๆมาอธิบายการกระทำน่าสงสัยนั้น แต่ก็ไม่เป็นผล


“จนถึงขนาดนี้นายยังจะเข้าข้างมันอีกหรอจงออบ”


“ผ...ผมก็แค่...” ผมจะพูดอะไรบางอย่างแต่นึกไม่ออก หัวใจมันเต้นแรงจนปวดหนึบไปหมด การถูกคนรักไม่ไว้ใจมันเจ็บปวดที่สุดแล้ว


“ผมก็แค่คิดว่าเรารีบตัดสินเกินไปหน่อยรึเปล่า ที่ผ่านมาพี่แดฮยอนไม่เคยมีทีท่าว่าจะหักหลังพวกเราเลย แล้วทำไมจู่ๆถึงมาคิดหักหลังตอนนี้ ผมว่ามันแปลกๆอยู่นะครับ พี่ไม่คิดแบบนั้นบ้างหรอ” พี่ยงกุกมองหน้าผมแล้วถอนหายใจออกมา


“แล้วเรื่องที่มันบอกว่าไม่เคยไว้ใจอาชญากรล่ะ นายจะว่ายังไง ถึงมันไม่ได้คิดหักหลังพวกเราก็จริง แต่มันก็ไม่เคยไว้ใจพวกเราเลย แล้วพี่จะไว้ใจมันบ้างผิดด้วยหรอ”


“ก็จริงครับ แต่ว่า...” จู่ๆคำพูดทั้งหมดก็หายไปจากหัวของผมอีกครั้ง ผมไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่พี่ยงกุกได้เลย พี่ยงกุกพอเห็นผมพยายามช่วยพี่แดฮยอนก็เอ่ยขึ้นขัด


“พอเถอะจงออบ นายเลิกแก้ตัวแทนมันได้แล้ว ยังไงพี่ก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ หลังเสร็จงานครั้งนี้พี่จะหาโอกาสฆ่ามันซะ"


“ห๊ะ! พี่ว่าอะไรนะครับ” ผมทำหน้าตกใจ สองขารีบก้าวกระโดดลงจากเตียงพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่าย แต่พี่ยงกุกกลับไม่ยอมสบตาผม


“พี่อย่าฆ่าพี่แดฮยอนเลยนะครับ เรายังไม่แน่ใจสักหน่อยว่าพี่แดฮยอนทรยศจริงๆ ล้มเลิกความคิดนั้นเถอะนะครับ”


“ทำไม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม ดวงตาดุดันเลื่อนมาจับจ้องใบหน้าผม พอเจอคำถามแบบนั้นเข้าไปผมก็เกิดอ้ำอึ้งขึ้นมา จู่ๆก็รู้สึกไม่มั่นใจในคำตอบของตัวเอง


“เพราะว่า...เพราะว่า...”


“เพราะว่าอะไรจงออบ” ดวงตาที่สบกับอีกฝ่ายสั่นไหวรุนแรง ในหัวยังคงมีแต่คำว่าพี่แดฮยอนไม่ไว้ในผมอยู่เต็มไปหมด พี่แดฮยอนรักผมจริงๆรึเปล่า หรือแค่โกหกเพื่อให้ผมดีใจ แต่ขณะนั้นเองภาพวันเวลาดีๆระหว่างผมกับพี่แดฮยอนก็ลอยเข้ามา


จริงสิ... ทำไมผมถึงโง่อย่างนี้นะ ที่ผ่านมาพี่แดฮยอนมักจะย้ำกับผมเสมอว่าผมไม่เหมือนพี่ยงกุกกับจุนฮง ในความคิดของพี่แดฮยอนผมไม่ใช่อาชญากร พี่แดฮยอนไม่เคยรู้สึกว่าผมเป็นอาชญากรเลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นที่พี่แดฮยอนพูดว่าไม่ไว้ใจอาชญากรจึงไม่นับรวมผมด้วย ทำไมผมถึงเพิ่งนึกเรื่องนี้ออกนะ


ผมคลี่ยิ้มบางออกมา พี่ยงกุกมีสีหน้างุนงงเมื่อเห็นผมยิ้ม ก่อนผมจะเอ่ยตอบออกไปด้วยความมั่นใจว่า...


“เพราะผมรักพี่แดฮยอนครับ”


“มุนจงออบ!” พี่ยงกุกเรียกชื่อผมเสียงดังลั่นเหมือนเพิ่งได้รับรู้ความจริงเป็นครั้งแรก ทั้งที่อีกฝ่ายน่าจะเดาออกนานแล้วด้วยซ้ำว่าผมกับพี่แดฮยอนคบกัน แต่แค่ไม่ยอมรับความจริง ผมจึงพูดย้ำอีกครั้งให้อีกฝ่ายฟังชัดๆ


“ผมกับพี่แดฮยอนเรารักกันครับ พวกเราคบกันได้สักพักแล้ว และนี่ทำให้ผมมั่นใจว่าพี่แดฮยอนไม่มีทางทรยศผมแน่นอน เชื่อผมเถอะนะครับพี่ยงกุกว่าพี่แดฮยอนไว้ใจได้ ผมไม่อยากให้พวกพี่ทะเลาะกันอีกแล้ว” ผมพุ่งเข้าไปเกาะแขนแกร่ง แล้วช้อนตาขึ้นมองอย่างขอร้อง แวบนึงพี่ยงกุกเหมือนจะใจอ่อนแต่ก็....


“ไม่ ยิ่งได้ยินนายพูดแบบนี้พี่ยิ่งอยากฆ่ามัน พี่จะฆ่ามัน!”


“พี่ยงกุก!” สายตาของพี่ยงกุกขณะมองหน้าผมแข็งกร้าวขึ้ร ทำให้คำพูดหลังจากนั้นถูกกลืนหายลงคอ


ผมจะทำยังไงดี... ทำยังไงถึงจะเปลี่ยนใจพี่ยงกุกได้ คิดสิคิด


เอาล่ะ ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว ผมคงต้องพยายามให้ถึงที่สุด จะยอมให้พี่ยงกุกฆ่าพี่แดฮยอนไม่ได้เด็ดขาด เพราะพี่แดฮยอนคือคนรักของผม


“พี่ยงกุกครับ ผมขอร้องล่ะนะครับ...”


“น...นายจะทำอะไรน่ะจงออบ” พี่ยงกุกมีสีหน้าตกใจเมื่อถูกผมกอด ตั้งแต่เล็กจนโตผมไม่เคยกอดอีกฝ่ายเลยเพราะคิดมาตลอดว่าเป็นเรื่องน่าอาย แต่ตอนนี้ผมกำลังกอดพี่ชายของผม และก็กำลังอ้อนอีกฝ่ายด้วย


“ผมขอร้องนะครับ พี่อย่าฆ่าพี่แดฮยอนเลยนะ ผมอุตส่าห์ยอมสารภาพกับพี่เพราะคิดว่าพี่คือคนที่เข้าใจผมมากที่สุด ตั้งแต่โตมาพี่ก็เป็นคนเดียวที่ผมพึ่งพาได้ พี่คือพี่ชายที่แสนดีของผม ได้โปรดอย่าทำร้ายคนที่ผมรักเลยนะครับ นะครับพี่ยงกุก” พี่ยงกุกมองผมอย่างอึ้งๆ


“จงออบ นี่นาย...” อีกฝ่ายอึ้งจนพูดไม่ออก แล้วตอนนั้นเองที่ผมเห็นใบหูของพี่ยงกุกเปลี่ยนเป็นสีแดง ท่านหัวหน้าแก๊งผู้น่าเกรงขามของลูกน้องกำลังเขินอายเพราะถูกน้องชายอ้อนใส่หรอเนี่ย รู้ถึงไหนคงอายไปถึงนั่น แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่อาย เพราะงั้นเรื่องนี้ผมจะเก็บไว้เป็นความลับของเราสองคนพี่น้อง ไม่มีวันแพร่งพลายออกไปเด็ดขาด


แต่แล้วพี่ยงกุกกลับเบือนหน้าหนีเหมือนทนมองอยู่ไม่ได้ น้ำเสียงที่เหมือนไม่ใช่อีกฝ่ายพูดขึ้น


“พูดแบบนี้...จะบอกว่านายรักมันมากกว่าพี่งั้นหรอ ถ้างั้นพี่ไม่ยอมเด็ดขาด ยังไงพี่ก็จะฆ่ามัน”


“ใครบอกว่าผมรักพี่แดฮยอนมากกว่าพี่ล่ะครับ” ผมรีบบอก พี่ยงกุกพอได้ยินดังนั้นก็หันขวับกลับมามอง ผมนิดนึง แต่ก็หันกลับไปอย่างรวดเร็ว แวบนึงเหมือนผมจะเห็นอีกฝ่ายยิ้มด้วย


“งั้นก็ตอบมา ว่านายเลือกใครระหว่างมันกับพี่ที่เลี้ยงดูนายมา” คำถามนั้นทำให้ผมนิ่งงันไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยสีหน้าหนักใจ


“ถามแบบนี้ใครจะไปตอบได้ล่ะครับ อย่างกับให้เลือกว่ารักพ่อหรือแม่มากกว่ากันเลย”


“ทำไม! ไหนนายบอกว่าไม่ได้รักมันมากกว่าพี่ไง” ผมสะดุ้งตกใจ เพราะพี่ยงกุกหันมาทำหน้าโกรธใส่ อะไรกัน ทำไมแค่นี้จะต้องโกรธผมด้วย


“ก็ใช่ครับ แต่มันรักคนละแบบกันนี่นา กับพี่ผมรักแบบพี่ชาย แต่กับพี่แดฮยอนผมรักแบบ...เอ่อ...คนรัก มันไม่เหมือนกันสักหน่อย พี่เองก็น่าจะเข้าใจเรื่องนี้ดีหนิครับเพราะพี่เองก็มีความรัก”


“ไม่รู้ พี่ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้นแหละ ถ้านายไม่ยอมตอบมาว่าจะเลือกใคร พี่ก็ไม่ล้มเลิกความคิดที่จะฆ่ามันเหมือนกัน”


ผมมีสีหน้าตกตะลึง รู้ว่าพี่ยงกุกชอบทำอะไรตามใจตัวเอง แค่ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเอาแต่ใจแบบนี้มาก่อน และในเมื่อเป็นแบบนี้ก็มีทางออกเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ...


“ผมเลือกพี่ครับ!” ผมเอ่ยตอบเสียงดัง พี่ยงกุกมองหน้าผมอย่างไม่เชื่อ


“พูดจริง?”


“จริงครับ! ยังไงครอบครัวก็สำคัญที่สุด ผมต้องเลือกพี่ก่อนอยู่แล้ว ผมรักพี่มากกว่าครับ” ผมยืนยันอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น และแล้วรอยยิ้มแห่งชัยชนะก็ปรากฎบนหน้าพี่ยงกุก แค่นี้สินะที่พี่ชายผมต้องการ


“ก็ได้ งั้นพี่จะลองฟังเหตุผลของไอ้แดฮยอนอีกรอบ นายไปตามมันมาเจอพี่หน่อยสิ”


ดวงตาของผมเป็นประกาย เย้! ในที่สุดผมก็ทำสำเร็จแล้ว พี่ยงกุกยอมฟังเหตุผลของพี่แดฮยอน พี่ยงกุกไม่ฆ่าพี่แดฮยอน และด้วยความดีใจก็ทำให้ผมลืมอะไรไปบางอย่าง


“ได้เลยครับ ว่าแต่พี่จะให้พี่แดฮยอนไปเจอพี่ที่ไหนดีครับ”


พี่ยงกุกยกยิ้มก่อนจะเอ่ยตอบ


“ห้องซ้อมยิงปืน”



……………………………



[Daehyun Part]


ผมเดินวนไปเวียนมาอยู่ในห้องนั่งเล่นไม่หยุดตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น ในหัวมีแต่เรื่องที่ว่า... ทำยังไงจงออบถึงจะหายโกรธ จะอธิบายแบบไหนอีกฝ่ายถึงจะเข้าใจว่าผมไม่ได้จะหักหลัง ที่ผมทำไปทั้งหมดเพราะเป็นห่วงพี่ฮิมชาน แต่ที่ไม่ได้บอกเพราะกลัวอีกฝ่ายจะไม่สบายใจและระแวงผมเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้


น่าแปลก ทั้งที่ผมทำผิดต่อพี่ฮิมชานและไอ้ยงกุก แต่คนที่ผมนึกถึงกลับมีแค่จงออบเท่านั้น จงออบเท่านั้นที่ผมแคร์และอยากให้เข้าใจ ส่วนคนอื่นจะคิดยังไงก็ช่าง


“จงออบพี่ขอโทษ พี่ไม่ได้คิดจะหักหลังนาย แต่นายก็รู้ว่าพี่ชายนายเป็นอาชญากร พี่ก็เลย... ไม่สิๆ แบบนั้นจงออบจะยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่ ถ้างั้น... จงออบพี่ขอโทษ ที่พี่ไม่ได้บอกนายเพราะกลัวนายจะไปบอกพี่ชายของนาย ไอ้ยงกุกมันเป็นไอ้สา.... ไม่ได้!ๆ แบบนั้นยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย แล้วจะเอาไงดีว่ะเนี่ย!”


ผมโวยวายยกสองมือขยี้หัวตัวเองจนยุ่งเหยิงเหมือนคนบ้า คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี ทำไมแค่จะง้อแฟนถึงยากแบบนี้ มันคงไม่ยากถ้าผมไม่ได้เป็นคนผิดสินะ แต่เผอิญว่าเรื่องนี้ผมดันผิดเต็มๆเลย แล้วแบบนี้จะมีทางให้จงออบกลับมาคุยกับผมเหมือนเดิมไหม ถ้าเขาไม่กลับมาผมจะทำยังไง ผมควรไปปรึกษาใครดี


ยิ่งคิดสองเท้าของผมก็ยิ่งก้าวเร็วขึ้นจนตอนนี้ผมเริ่มมึนหัว เลยตั้งใจจะเดินไปนั่งที่โซฟา แต่ขณะกำลังจะหย่อนตัวลงนั่งหูผมกลับได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เสียงคล้ายฝีเท้าของคนกำลังวิ่งตรงมาอย่างว่องไว เสียงนั้นดังใกล้ห้องนั่งเล่นเข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนกระทั่ง....


ปึง!


“พี่แดฮยอนครับ!”


“จงออบ” ผมทำหน้าตกใจมองคนที่พุ่งเข้ามาในห้อง มุมปากเผลอยกยิ้มเมื่อเห็นหน้าคนที่กำลังเป็นกังวลว่าจะไม่ยกโทษให้ตัวเอง แต่อีกฝ่ายโผล่มาหาผมแบบนี้แสดงว่ายกโทษให้ผมแล้วใช่ไหม ผมเปลี่ยนจากนั่งลงบนโซฟาเป็นเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันเอ่ยถามอะไรจงออบกลับคว้าข้อมือผม แล้วทำท่าจะลากผมให้ออกไปจากห้องด้วยกัน


“ไปกับผมพี่แดฮยอน”


“ห๊ะ ป...ไปไหน เดี๋ยวก่อนจงออบนายจะลากพี่ไปไหน ทำไมต้องรีบร้อนแบบนี้ด้วย หรือว่าเกิดเรื่องร้ายอะไรขึ้น!” ผมทำตาโต ในหัวนึกถึงภาพตำรวจบุกถล่มฐานลับแห่งนี้ ใช่ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ ไม่งั้นจงออบคงไม่วิ่งหน้าตาตื่นมาลากผมออกไป คงจะมาตามผมให้รีบหนีไปด้วยกันสินะ


“ไม่ใช่ครับ แต่ผมจะพาพี่ไปหาพี่ยงกุก”


“ไปหาพี่ชายนาย!?” พอได้ยินชื่อไอ้ยงกุก สองขาของผมที่ก้าวตามแรงลากของร่างเล็กก็หยุดลงทันที


“เอ้า หยุดเดินทำไมล่ะครับ เร็วๆเข้าสิป่านนี้พี่ยงกุกรอแย่แล้ว”


“ไม่ พี่ไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่านายจะบอกว่าทำไมพี่ต้องไปหาไอ้ยงกุกด้วย” ผมทำสีหน้าจริงจังเอ่ยถาม จงออบนิ่งค้างไป ดวงตาเรียวเล็กกรอกไปมาอย่างนึกหาคำตอบ แต่ผมดูออกว่าอีกฝ่ายกำลังจะโกหกผมจึงรีบพูดดักไว้


“คือว่า...”


“ขอความจริงนะ ไม่งั้นพี่ก็ไม่ไป”


“ก็ได้ๆ ผมยอมบอกแล้วก็ได้ครับ” จงออบพอถูกจี้ถามก็ยอมจำนนแต่โดยดี เขาเงยหน้าขึ้นแล้วฉีกยิ้มให้ รอยยิ้มนั้นทำให้ผมประหลาดใจ เกิดเรื่องอะไรดีๆขึ้นงั้นหรอ


“ผมเกลี้ยกล่อมพี่ยงกุกให้ยอมฟังพี่สำเร็จแล้วนะครับ พี่รีบไปอธิบายเรื่องเครื่องติดตามให้พี่ยงกุกฟังเถอะครับ คราวนี้พี่ยงกุกต้องเชื่อพี่แน่ๆ รู้ไหมว่ากว่าผมจะเกลี้ยมกล่อมสำเร็จได้ใช้เวลาตั้งนานแหนะ” จงออบตอบด้วยสีหน้าภูมิใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมดีใจด้วยเลย


“แล้วทำไมพี่ต้องไปอธิบายให้พี่ชายนายฟังด้วย นายเองก็ไม่เห็นจำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย พี่ไม่สนหรอกนะว่าไอ้ยงกุกจะคิดยังไง มันอยากจะคิดอะไรก็ช่างมันสิพี่ไม่สน” จงออบหน้าเจื่อนลงเมื่อได้ยินว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปไร้ประโยชน์ ที่จริงมันก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ซะทีเดียวหรอก ผมรู้ว่าจงออบพยายามอย่างมากเพื่อให้ไอ้ยงกุกหายโกรธผม แต่ถ้าไอ้ยงกุกมันอยากเคลียร์กับผมจริงๆ มันก็ต้องเป็นฝ่ายมาหาผมเองสิไม่ใช่ให้ผมไปหามัน ผมไม่ใช่ลูกน้องมันซะหน่อย


“ไม่สนแน่หรอครับ” จงออบถาม


“ใช่ พี่ไม่สน"


“พี่จะไม่ไปเจอพี่ยงกุกกับผมแน่ใช่ไหม”


“ใช่ ยังไงพี่ก็จะไม่ไป”


“ไม่ว่าผมจะขอร้องยังไงพี่ก็ไม่ยอมไปหรอครับ”


“ใช่ ต่อให้นายคุกเข่าขอร้องพี่ก็ไม่ไปเด็ดขาด”


“ก็ได้ครับ งั้นเราเลิกกัน”


“ห๊ะ! ว...ว่าอะไรนะจงออบ” ดวงตาผมเบิกโพลง เมื่อกี้จงออบพูดเล่นใช่ไหม


จงออบเชิดหน้าขึ้นกอดอกตัวเอง


“ก็ในเมื่อพี่กับพี่ยงกุกไม่ชอบหน้ากัน แล้วเราจะคบกันไปทำไมล่ะครับ ถ้าครอบครัวไม่เห็นด้วยผมก็ควรตัดใจไม่ใช่หรอ ผมน่ะไม่อยากมีความรักต้องห้ามเหมือนในนิยายหรอกนะครับ ถ้าจะคบกันทั้งครอบครัวของพี่กับครอบครัวของผมก็ต้องเห็นด้วยสิ”


ผมอ้าปากอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก ที่จงออบพูดมาก็มีเหตุผล แต่การคืนดีกับไอ้ยงกุก แค่คิดผมก็ขนลุกแล้ว


“จงออบจ๋า... จงออบสุดที่รักของพี่ จงออบใจเย็นๆก่อนนะครับ นี่นายเอาจริงหรอ” ผมทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาเอ่ยถาม จงออบเปรยตามองผมเล็กน้อยแล้วตอบ


“จริงครับ ถ้าพี่ไม่ไปเจอพี่ยงกุกเราก็ตัดขาดกัน”


“โธ่ จงออบ” ผมจะดึงจงออบเข้ามากอด แต่จงออบกลับฝืนตัวไว้ แถมยังไม่ยอมให้ผมแตะต้องตัวเอง นี่ผมไม่เหลือทางเลือกอื่นนอกจากไปหาไอ้ยงกุกจริงๆสินะ


“ก็ได้ พี่ยอมไปเจอพี่ชายนายแล้วก็ได้ แต่นายห้ามเลิกกับพี่เลยนะ”


“พูดแล้วนะครับ” จงออบหันมาฉีกยิ้มฟันกระต่ายให้ ผมพยักหน้ารับอย่างจำใจ ร่างเล้กพุ่งเข้ามากอดผมอย่างรวดเร็ว


“ไม่เลิกแน่ครับ เราจะคบกันจนแก่เฒ่าเลย งั้นเรารีบไปหาพี่ยงกุกกันเถอะ ป่านนี้พี่ยงกุกรอแย่แล้ว” พูดจบจงออบก็ผละออกจากผม แล้วคว้าข้อมือผมดึงให้เดินตาม


แต่ระหว่างทางที่เดินไปหาไอ้ยงกุก ผมรู้สึกว่าเส้นทางมันคุ้นๆยังไงไม่รู้จึงเอ่ยถามร่างเล็กข้างหน้า ทำไมทางไปห้องไอ้ยงกุกถึงเป็นทางเดียวกับ.....


“เอ่อ จงออบ พี่ชายนายรออยู่ที่ไหนหรอ”


“ห้องซ้อมยิงปืนครับ”


“ห๊า!” จงออบหันมายิ้มตอบโดยที่ก้าวเดินอยู่ ผมร้องออกมาด้วยความตกใจ ท...ทำไมต้องเป็นที่ห้องซ้อมยิงปืนด้วย แบบนี้มันจงใจจะฆ่าผมชัดๆเลยไม่ใช่หรอ ว่าแต่ทำไมจงออบถึงไม่สงสัยอะไรเลย


“ถึงแล้วครับ” เสียงจงออบร้องบอก ผมทำตาโตมองประตูห้องข้างหน้าพวกเรา พลันหัวใจเต้นรัวแรงขึ้นมา นี่ผมเดินมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย ทำไมไม่รู้ตัวเลย


“เราเข้าไปกันเลยนะครับ”


“เดี๋ยวจงออบ!” ผมร้องห้ามแล้วคว้ามือเล็กที่จะเปิดประตูเข้าไปเอาไว้ จงออบทำหน้างุนงงมองผม


“ทำไมล่ะครับ ก็ในเมื่อพวกเรามาถึงแล้ว แล้วพี่ยงกุกก็กำลังรออยู่ข้างในด้วย ยังจะรออะไรอีกล่ะครับ”


“นายไม่รู้สึกว่ามันแปลกๆบ้างเลยรึไง"


“แปลกอะไรครับ” จงออบเอียงคอถาม บทจะซื่อก็ซื่อสุดๆไปเลย แฟนกำลังจะโดนพี่ชายตัวเองฆ่าอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก T^T


“จงออบหรอ มาแล้วก็เข้ามาข้างในสิ จะยืนคุยกันอยู่หน้าห้องทำไม” เสียงคนข้างในห้องซ้อมยิงปืนตะโกนออกมา ผมสะดุ้งเฮือก จงออบหันมามองหน้าผม


“เห็นไหมครับ พี่ยงกุกเรียกพวกเราแล้ว เรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะ”


“เดี๋ยววววว....จงออบบบ....” ผมร้องห้ามแต่ก็ไม่ทัน ประตูห้องถูกผลักเข้าไป พร้อมกับผมที่ถูกจงออบดึงให้เข้าไปในห้องด้วยกัน


ปึง!


ประตูห้องกระแทกปิดลง ผมและจงออบเข้ามาหยุดยืนด้านหน้าไอ้ยงกุก อีกฝ่ายนั่งอยู่บนโต๊ะที่ข้างๆมีปืนหลายกระบอกหลายขนาดวางไว้ เห็นเพียงแค่นั้นผมก็รู้สึกหนาวกระดูกสันหลังขึ้นมา ตายแน่ กูตายแน่ๆ


“ผมพาพี่แดฮยอนมาแล้วครับพี่ยงกุก” จงออบฉีกยิ้มจนตาหยีบอกคนตรงหน้า ก่อนจะเข้ามากอดแขนผมเอาไว้ ผมเบิกตากว้างหันขวับไปมองไอ้ยงกุกทันที แล้วก็เป็นอย่างที่คิด ไอ้ยงกุกกำลังมีสีหน้าไม่พอใจจ้องหน้าผมอยู่


“อึก...” เสียงผมกลืนน้ำลายลงคอ หน้าผากมีเหงื่อเย็นชื้นผุดขึ้นมา ผมถูฝ่ามือที่เย็ยเฉียบกับขากางเกงตัวเอง ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรู้สึกอึดอัดขนาดนี้มาก่อน นี่เป็นลางบอกเหตุว่าผมกำลังจะตายรึเปล่านะ


“จงออบ นายช่วยออกไปรอข้างนอกก่อนได้ไหม”


“เอ๊ะ ทำไมล่ะครับ ให้ผมอยู่ฟังพวกพี่คุยกันไม่ได้หรอ” ผมพยักหน้าให้บอกว่าอนุญาต แต่คำตอบไอ้ยงกุกกลับตรงข้ามกับผมอย่างสิ้นเชิง


“ไม่ได้ พี่อยากคุยกับหมอนี่สองคนเรื่องความสัมพันธ์ของพวกนาย รับรองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ พวกเราจะแค่คุยกันเฉยๆ” จงออบหันมองหน้าผมอย่างลังเล ผมแอบส่ายหน้าเบาๆให้อีกฝ่าย บอกว่าอย่าไป แต่เหมือนจะเบาไปจงออบเลยไม่สังเกตเห็น


“ถ้าเป็นแบบนั้น...ก็ได้ครับ ผมจะออกไปรอข้างนอกห้อง งั้นไว้เจอกันนะครับพี่แดฮยอน” พูดจบมือที่เกาะแขนผมอยุ่ก็ปล่อยออก จงออบเดินตรงไปที่ประตู ผมได้แต่มองตามแล้วกรีดร้องอยู่ในใจว่าอย่าไป กลับมาก่อน กลับมาอยู่เป็นโล่กันกระสุนให้พี่ก่อน ถ้านายไปพี่ต้องตายแน่ๆ


และเหมือนคำภาวนาของผมจะเป็นจริง เมื่อจงออบเดินย้อนกลับมา ผมฉีกยิ้มกว้างเพราะคิดว่าจงออบเปลี่ยนใจไม่ออกไปรอข้างนอกแล้ว ทว่าไม่ใช่....


“จุ๊บ โชคดีนะครับพี่แดฮยอน พี่ยงกุกห้ามรังแกพี่แดฮยอนของผมนะครับ ไม่งั้นผมไม่ยกโทษให้พี่แน่” จงออบกลับมาเพื่อหอมแก้มให้กำลังใจผม แถมยังหันไปบอกไอ้ยงกุกด้วยท่าทางน่ารักก่อนจะเดินกลับไปที่ประตู วินาทีนั้นในหัวก็ผุดคำว่าจบเห่ขึ้นมา ดับสิ้นแล้วสินะชีวิตผม จงออบจะรู้ไหมนะว่าการทำแบบนั้นยิ่งทำให้ผมตายเร็วขึ้น


“ท่าทางจงออบจะรักมึงมากเลยนะ”


“ม...แหม...ก็เป็นแฟนกันนี่นา จะรักกันก็เรื่องธรรมดาไม่ใช่หรอ” ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยิ้มตอบ แต่ข้างในใจไม่ได้ยิ้มด้วยเลย นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย ทำไมผมต้องพูดถึงเรื่องความรักกับไอ้เวรนี่ด้วย


“แล้วมึงล่ะ รักน้องชายกูจริงรึเปล่า”


“รักสิ ไม่มีใครบนโลกนี้ที่กูจะรักได้เท่ากับจงออบอีกแล้ว กูให้จงออบได้ทุกอย่าง”


“แม้แต่ชีวิตของมึงน่ะหรอ”


“ใช่ แม้แต่ชีวิตของกู” ผมเอ่ยตอบอย่างไม่ได้คิดอะไร เพราะตัวเองรู้สึกแบบนั้นจริงๆ หารู้ไม่ว่ามันคือการขุดหลุมฝังศพตัวเอง เพราะไอ้ยงกุกดันหยิบปืนที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมา


“กูดีใจนะที่ได้ยินมึงตอบแบบนี้ ทำให้กูมั่นใจสิ่งที่กำลังจะทำขึ้นมาหน่อย”


“ม...มึงจะทำอะไร” ผมถามเสียงสั่น จ้องมองปืนในมือมันไม่กระพริบ ไอ้ยงกุกก้มลงมองปืนในมือตัวเองเช่นกัน ทันใดนั้นมันยกปืนกระบอกนั้นเล็งมาที่ผม


“มาทดสอบความรักที่มึงมีให้จงออบกัน ภายในสิบห้านาที ถ้ามึงหนีรอดจากลูกกระสุนปืนของกูได้ กูจะยอมยกจงออบให้"


“ว่าไงนะ!” ผมร้องเสียงหลงหลังจากได้ยินที่ไอ้ยงกุกพูด ทดสอบความรักที่ผมมีให้จงออบงั้นหรอ แต่วิธีทดสอบความรักที่ผมมีต่อจงออบก็มีตั้งเยอะแยะหลายวิธีไม่ใช่รึไง แล้วทำไมต้องให้ผมวิ่งหนีลูกกระสุนปืนด้วย ผมว่าไอ้ยงกุกคงอยากฆ่าผมมากกว่า แต่เอาเรื่องจงออบมาอ้าง


“กูจะเริ่มแล้วนะ"


“เห้ย! เดี๋ยวสิว่ะ กูยังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะ” ผมร้องโวยวาย แต่เสียงนับเลขกลับเริ่มขึ้นโดยไม่สนการประท้วงของผม


“หนึ่ง..."


“กูบอกว่าเดี๋ยวไง"


“สอง...”


“เวรเอ้ย!” ผมเริ่มหันซ้ายหันขวาหาที่ซ่อน


“สาม!”


ปัง!ๆๆๆๆๆๆๆ


และแล้วเสียงปืนก็ดังสนั่นขึ้น พร้อมกับขาของผมที่สับหนีลูกกระสุนอย่างว่องไว


“ว้ากกกกกกก!!!!!”



[Jongup Part]


“เสียงปืนหนิ!?” ผมหันหลังกลับไปมองประตูห้องที่ตัวเองเพิ่งเดินออกมา เสียงปืนดังรัวไม่หยุด หัวใจผมกระตุกวูบคิดว่าต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ๆ จึงเอื้อมไปจับลูกบิดจะเดินกลับเข้าไปข้างใน แต่ทว่ามีใครบางคนมาดึงผมไว้จากทางด้านหลัง


“อ๊ะ พวกนายจะทำอะไรนะ” ผมถามคนที่ดึงตัวเองออกห่างจากประตู พวกมันก็คือลูกน้องของพี่ยงกุกนั่นเอง ทั้งสามคนหันมองหน้ากันด้วยท่าทางแปลกๆ ก่อนหนึ่งในนั้นจะเอ่ยตอบคำถามของผม


“ขอโทษครับ แต่หัวหน้าสั่งให้พวกเราคอยจับคุณเอาไว้ ถ้าหากคุณจะกลับเข้าไปข้างในห้อง”


“แสดงว่าเกิดเรื่องข้างในจริงๆสินะ” ผมทำตาโตถาม แล้วจะพุ่งไปที่ประตูอีกครั้ง แต่ทั้งสามเข้ามาขวางเอาไว้


“ถอยออกไปนะ พวกนายมาขวางฉันทำไม”


“ไม่ได้ครับ หัวหน้าสั่งไม่ให้คุณกลับเข้าไปข้างในเด็ดขาด”


“แต่พี่แดฮยอนอยู่ข้างใน ฉันจะเข้าไปช่วยพี่แดฮยอน พวกนายนั่นแหละถอยออกไป อย่ามายุ่ง!”


“ก็บอกว่าไม่ได้ไงล่ะครับ”


เสียงปืนยังคงดังไม่หยุด หัวใจผมร้อนลุ่มด้วยความเป็นห่วงพี่แดฮยอน ป่านนี้พี่แดฮยอนจะเป็นไงบ้าง คงไม่ได้โดนพี่ยงกุกยิงตายไปแล้วใช่ไหม


ไม่หรอก ถ้าพี่แดฮยอนตายแล้วทำไมเสียงปืนยังดังอยู่


“พวกนายกล้าขัดคำสั่งฉันหรอ ฉันบอกให้ถอยไปไง!” ผมที่หมดความอดทนยกนิ้วชี้หน้าทั้งสามคนที่เข้ามาขวาง พวกมันอยากเจอดีใช่ไหมถึงกล้าทำกับผมแบบนี้


“ขอโทษจริงๆครับคุณจงออบ พวกเราก็ไม่ได้อยากขัดคำสั่งคุณ แต่ถ้าเทียบกันแล้วพวกเราเชื่อหัวหน้ามากกว่า คุณยอมแพ้เถอะนะครับ”


ห๊ะ! พวกมันบอกให้ผมยอมแพ้งั้นหรอ ยอมแพ้เรื่องอะไรล่ะ เรื่องทำให้พี่ยงกุกกับพี่แดฮยอนเข้าใจกัน หรือว่าเรื่องที่ผมจะเข้าไปช่วยชีวิตพี่แดฮยอน แต่ไม่ว่าจะเรื่องไหนผมก็ไม่ยอมแพ้ทั้งนั้น เพราะงั้นพวกมันได้เจอดีแน่


“ได้ ไม่ยอมถอยไปใช่ไหม งั้นพวกนายรออยู่ตรงนี้นะเดี๋ยวฉันกลับมา” พูดจบผมก็วิ่งจากไป ทั้งสามคนมองตามผมด้วยสีหน้างุนงง


ที่วิ่งจากมาไม่ใช่ว่าผมยอมแพ้แล้ว แต่ผมมีแผนการที่ดีกว่าบุกเข้าไปเองต่างหาก เพราะถึงบุกเข้าไปได้ก็ใช่ว่าผมจะหยุดพี่ยงกุกได้ แต่มีคนนึงที่ผมรู้ว่าหยุดพี่ยงกุกได้แน่นอน คนนั้นก็คือ...


“พี่ฮิมชาน...พี่ฮิมชานอยู่ไหน...” ผมตะโกนเรียกหลังจากวิ่งมาถึงส่วนของฐานลับที่แบ่งให้กับสามพี่น้องสายตำรวจอาศัยอยู่ด้วยกัน


ที่นี่ประกอบด้วยห้องนอนสามห้อง ห้องนั่งเล่นหนึ่งห้อง และห้องน้ำอีกหนึ่งห้อง ส่วนห้องทานอาหารพวกเราทั้งสายตำรวจและอาชญากรจะใช้ร่วมกัน เช่นเดียวกับห้องครัว ห้องซ้อมยิงปืนและห้องอื่นๆ แต่พอมาถึงคนแรกที่ผมเจอกลับเป็นจุนฮง อีกฝ่ายที่กำลังเล่นอยู่บนโซฟาเงยหน้าขึ้นมามองผม ก่อนยองแจที่นั่งอยู่ข้างๆจะเงยขึ้นมองตาม


ยองแจพอเห็นผมก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ผมรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบหน้าผมและยังโกรธเรื่องที่ผมทำลายร้านของอีกฝ่ายอยู่ เพราะงั้นน้ำเสียงตอนที่เอ่ยถามจึงไม่ดีนัก


“มีธุระอะไรกับพี่ชายฉัน”


“เกิดเรื่องขึ้นกับพี่แดฮยอนแล้วครับ” ผมบอก


“ว่าไงนะ!” แต่คนที่ร้องออกมาไม่ใช่ยองแจ แต่เป็นพี่ฮิมชานที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ อีกฝ่ายรีบปลี่เข้ามาหาผมทันที


“เล่ามาสิจงออบว่าเกิดอะไรขึ้นกับไอ้แดฮยอน”


“ไม่มีเวลาเล่าแล้วครับ ผมได้ยินเสียงปืนดังมาจากข้างใน พี่รีบไปช่วยพี่แดฮยอนก่อนเถอะครับ”


“ข้างใน? ข้างในไหน”


“ข้างในห้องซ้อมยิงปืนครับ”


“ข้างในห้องซ้อมยิงปืน? งั้นได้ยิงนเสียงยิงปืนก็น่าจะถูกแล้วหนิ แล้วนายตกใจอะไร” เป็นยองแจที่พูดขึ้นจากตรงโซฟา สายตาที่มองมาเหมือนจะบอกว่าผมนั้นโง่เง่าสิ้นดี แต่ประโยคถัดมาของผมก็ทำให้อีกฝ่ายต้องเปลี่ยนความคิด


“ใช่ครับ แต่พี่แดฮยอนไม่ได้อยู่ในห้องซ้อมยิงปืนคนเดียวน่ะสิ แต่มีพี่ยงกุกอยู่ด้วย”


“ฉิบหายแล้ว! ไปเร็วไอ้ยองแจ” พี่ฮิมชานอุทาน ก่อนจะร้องเรียกแล้ววิ่งออกจากห้องไปอย่างว่องไว ยองแจกับจุนฮงพอได้ยินดังนั้นก็ลุกพรวดขึ้นจากโซฟาแล้ววิ่งตามไปทันที ตามด้วยผมเป็นคนสุดท้าย หวังว่าพวกเราจะไปช่วยพี่แดฮยอนได้ทันนะ


ทว่าพอมาถึงกลับเจอลูกน้องพี่ยงกุกขวางเอาไว้เหมือนเดิม พวกเราทั้งหมดหยุดยืนหน้าห้อง ก่อนจะเป็นพี่ฮิมชานที่พูดกับพวกนั้น


“หลบไป!”


“ไม่ได้ หัวหน้าสั่งว่าห้ามใครเข้าไปทั้งนั้น”


“อยากลองดีกับสายตำรวจหรอ”


“เหอะ พวกกูไม่กลัวสายตำรวจกระจอกๆอย่างพวกมึงหรอกเว้ย ฮ่าๆๆ” ทั้งสามคนหัวเราะร่วนออกมา ผมได้แต่คิดในใจว่าซวยแล้วไง พวกนั้นดันไปกระตุกหนวดเสือเข้าให้ซะแล้ว


“ไอ้ยองแจ ช่วยแสดงให้พวกมันดูหน่อยสิว่าพวกเราน่ากลัวยังไง” พี่ฮิมชานพูดโดยที่ยังมองทั้งสามคนอยู่ ยองแจยกยิ้มก่อนจะก้าวออกไปข้างหน้า แล้วชูบางสิ่งบางอย่างในมือขึ้นให้ทั้งสามคนดู


“เห้ย! ระเบิด!” ทั้งสามคนมีสีหน้าตกใจผงะก้าวถอยหลังจนชิดกำแพง ดวงตาที่เบิกโพลงมองระเบิดในมือยองแจด้วยท่าทางหวาดกลัว


“เอาไง จะถอยไปหรือตายด้วยกันตรงนี้” ยองแจไม่พูดเปล่าแต่ยังดึงสลักระเบิดออกอีกด้วย ยิ่งทำให้ทั้งสามคนร้องลั่นไปกันใหญ่ นี่ถ้าผมไม่สังเกตเห็นก่อนว่าเป็นระเบิดปลอมคงมีอาการเหมือนไอ้พวกนั้นแน่ๆ


“พ...พวกเรายอมแล้ว อย่าปล่อยระเบิดนั่นหลุดมือเด็ดขาดเลยนะ พวกเรายอมให้พวกนายเข้าไปแล้ว” ทั้งสามคนบอกก่อนจะค่อยๆเคลื่อนตัวออกห่างจากประตู เปิดทางให้พวกผมเข้าไปข้างในอย่างง่ายดาย นี่สินะวิธีจัดการกับอาชญากรในแบบของสายตำรวจ สุดยอดไปเลย


แต่ก่อนที่พวกเราจะเปิดประตูเข้าไปข้างในกัน ยองแจที่นึกสนุกก็โยนระเบิดปลอมในมือให้กับสามคนนั้น ทั้งสามคนร้องลั่นแล้ววิ่งแตกกระเจิงกันไปคนละทิศละทาง


“เหวออออ!!!”


“ฮ่าๆๆๆ” ยองแจหัวเราะสะใจ ก่อนจะหันไปตีมือกับจุนฮง


และหลังจากทำลายแนวป้องกันหน้าห้องได้แล้ว พี่ฮิมชานก็ไม่รอช้ารีบเปิดประตูห้องเข้าไป พอดีกับที่เสียงปืนนัดสุดท้ายดังขึ้น ภาพที่ปรากฎตรงหน้าผมคือพี่แดฮยอนล้มลงนอนกับพื้น พลันผมรู้สึกช้าวาบไปทั้งร่างกาย ดวงตาเบิกโพลง สองขารีบวิ่งเข้าไปหาร่างนั้นอย่างรวดเร็ว


“พี่แดฮยอน!” เสียงร้องเรียกของผมดังกล้องไปทั้งห้อง พี่ฮิมชาน ยองแจ และจุนฮงหยุดยืนนิ่งกับที่ ผมทรุดลงนั่งกับพื้นแล้วประคองร่างพี่แดฮยอนขึ้นมา แต่พี่แดฮยอนนิ่งไปแล้ว


“ฮือๆ พี่แดฮยอนอย่าเป็นไรนะ ผมขอโทษ ผมไม่น่าบังคับให้พี่มาเลย ทำใจดีๆไว้นะพี่แดฮยอน ใครก็ได้ช่วยเรียกรถพยายามที พี่แดฮยอนอย่าเป็นอะไรนะ ฮือ...” ผมทั้งตะโกนเรียกทั้งเขย่าแต่พี่แดฮยอนก็ไม่ฟื้น วินาทีนั้นผมรู้สึกว่าหัวใจแตกสลาย นี่ผมนำความตายมาให้คนรักหรอเนี่ย ไม่นะ ผมไม่อยากให้เขาตาย ฟื้นขึ้นมาสิ ฟื้นขึ้นมาเดี๋ยวนี้พี่แดฮยอน


“แค่กๆๆ ครบสิบห้านาทีแล้ว กูชนะ” เสียงไอและเสียงพูดของคนในอ้อมกอดทำให้ผมหยุดร้องไห้แล้วก้มลงมองอีกครั้ง ก่อนจะเห็นว่าพี่แดฮยอนยังไม่ตายและกำลังลืมตามองผมอยู่


“พี่แดฮยอน! นี่พี่ยังไม่ตายหรอ แล้วเมื่อกี้นี้พี่พูดอะไร” พี่แดฮยอนมองหน้าผมแล้วฉีกยิ้มให้ ก่อนจะพูดบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจ


“พี่ชนะแล้วจงออบ นายเป็นของพี่แล้วนะ”


“ห๊ะ พี่หมายถึงอะไรครับ”


“แม่งเอ้ย!” ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ยงกุกที่สบถ อีกฝ่ายมองมาทางผมกับพี่แดฮยอนด้วยสายตาไม่พอใจ


นี่มันเรื่องอะไรกัน พี่แดฮยอนพูดอะไร แล้วทำไมพี่ยงกุกต้องหัวเสียด้วย






[Himchan Part]


หลังจากเห็นว่าไอ้แดฮยอนไม่เป็นอะไรแล้วผมก็โล่งใจ พลันสายตาเลื่อนไปจับจ้องที่ไอ้ยงกุกแทน ในมือของมันยังคงถือปืนเอาไว้ แต่ความโกรธก็ทำให้ผมพุ่งเข้าไปหามันอย่างไม่เกรงกลัว


“ไอ้ยงกุก นี่มึงทำบ้าอะไรเนี่ย เอาปืนยิงน้องกูทำไม” ไอ้ยงกุกที่ถูกกระชากให้หันมาดูตกใจนิดหน่อยตอนเห็นหน้าผม มันคงเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ในห้องไม่ได้มีแค่มัน ไอ้แดฮยอน และจงออบ แต่มีพวกผมอยู่ด้วย และตอนนี้ผมก็กำลังไม่พอใจมาก


“กูก็แค่เล่นเกม”


“เกมบ้าอะไรของมึง เกมที่ไหนเอาปืนไล่ยิงคนแบบนี้”


“ก็น้องมึงบอกว่ารักน้องกูมาก ยอมยกให้ได้ทุกอย่างแม้แต่ชีวิตตัวเอง กูแค่อยากทดสอบว่ามันพูดจริงรึเปล่า เลยจัดเกมนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับน้องของมึงไง” ไอ้ยงกุกตอบหน้าตาย นี่มันไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับที่ไอ้แดฮยอนเกือบตายเลยสินะ


“เกมหรอ... ทดสอบหรอ...” ผมเอ่ยทวนแล้วพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ มือที่กำหมัดแน่นตั้งแต่ตอนมาถึงง้างขึ้นชกหน้าไอ้ยงกุกเต็มแรง


พลั๊ว!


“พี่ฮิมชาน!” ไอ้ยองแจรีบเข้ามาห้ามก่อนที่ผมจะเข้าไปซ้ำอีกรอบ ทุกคนตกใจเมื่อเห็นผมชกหน้าไอ้ยงกุก รวมทั้งตัวไอ้ยงกุกเองด้วยที่หันมามองผมอย่างอึ้งๆ หึ มันคงคิดไม่ถึงล่ะสิว่าผมจะกล้าทำ แต่ผมกล้าทำทุกอย่างนั่นแหละถ้ามันทำร้ายน้องผม


“ถ้าน้องกูเป็นอะไรไป กูจะไม่มีวันให้อภัยมึงเลย”


“ฟังกูก่อนฮิมชาน”


“กูไม่ฟังอะไรทั้งนั้น​! คนอย่างมึงก็ดีแต่ใช้กำลัง ถ้าจงออบไปตามกูมาไม่ทัน มึงคงฆ่าน้องกูไปแล้วใช่ไหม” ผมตะเบ็งเสียงพูดอย่างโกรธจัด รู้สึกว่าเลือดขึ้นหน้าจนระงับอารมณ์ไม่อยู่ สิ่งที่ทำให้ผมโกรธมากที่สุดไม่ใช่การถูกหักหลัง แต่คือการที่มีคนมายุ่งกับน้องๆของผมต่างหาก


ไอ้ยงกุกมันคิดว่ามันห่วงน้องเป็นคนเดียวรึไง ผมก็เป็นห่วงน้องผมเหมือนกัน ถ้ามันไม่พอใจเรื่องที่ไอ้แดฮยอนกับจงออบคบกัน ทำไมมันไม่ห้ามน้องมันเองล่ะว่าอย่ามายุ่งกับน้องผม มาทำแบบนี้กับไอ้แดฮยอนทำไม


ทุกคนภายในห้องนิ่งเงียบ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรทั้งนั้น ไอ้ยงกุกพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ผมรู้ว่ามันก็คงจะแก้ตัว จึงไม่สนใจฟังที่มันพูดแล้วหันไปหาไอ้แดฮยอนแทน


“ไอ้แดฮยอน มึงลุกขึ้นยืนไหวไหม”


“ไหวครับ”


“ดี งั้นก็กลับห้องกันได้แล้ว และจนกว่าจะถึงมะรืนนี้ที่บุกไปถล่มโรงงาน มึงกับไอ้ยองแจไม่ต้องออกมาจากห้องอีก ยกเว้นแค่ตอนวางแผน”


“ห๊า!” ไอ้แดฮยอนกับไอ้ยองแจร้องออกมาพร้อมกัน ก่อนพวกมันจะหันไปมองคนข้างกายตัวเอง


“พี่ฮิมชาน...”


“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นไอ้ยองแจ ในเมื่ออีกฝ่ายเขาไม่อยากให้เรายุ่งกับน้องเขา เราก็จะไม่ยุ่ง” ผมพูดแล้วหันไปจ้องหน้าไอ้ยงกุกตาเขม็ง ในเมื่อปัญหามันเกิดจากการที่น้องๆของพวกเราคบกัน งั้นก็จับแยกกันซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แบบนี้ไอ้ยงกุกคงสบายใจขึ้นสินะ


แต่ผ่านไปหลายนาทีไอ้แดฮยอนกับไอ้ยองแจก็ยังไม่ขยับตัวสักที จนผมต้องหันไปตะคอกใส่พวกมัน


“กูบอกให้กลับห้องไง ยังจะยืนทำอะไรกันอีก” สิ้นเสียงตะคอกของผม ทั้งไอ้แดฮยอนและไอ้ยองแจต่างเดินคอตกไปที่ประตูห้อง ต่างฝ่ายต่างไม่อยากแยกจากคนรักของตัวเอง แต่ช่วยไม่ได้เมื่อเป็นคำสั่งของผม ไอ้ยงกุกก็ดูทำอะไรไม่ถูกเมื่อเรื่องดันกลายเป็นแบบนี้


“พี่ยองแจ"


“พี่แดฮยอน” จุนฮงกับจงออบทำตาละห้อยมองตามไอ้ยองแจกับไอ้แดฮยอน ทั้งสองมีสีหน้าเศร้าสร้อยไม่ต่างจากน้องๆของผม หึ ทีนี้ไอ้ยงกุกมันจะได้รู้สักทีว่าการกระทำของมันส่งผลให้น้องๆของมันเองต้องเจ็บปวดแค่ไหน



……………………………



“ไอ้เวรเอ้ย กล้าดียังไงเอาปืนมาไล่ยิงน้องกู ทำแบบนี้สัญญาสงบศึกจะมีความหมายอะไร แน่จริงก็ให้กูยิงน้องมึงด้วยสิวะ” ผมบ่นกระปอดกระแปดหลังจากที่เดินออกมาแล้ว ไอ้แดฮยอนและไอ้ยองแจที่ย้ายไปเดินข้างหลังยังคงนิ่งเงียบ พวกมันคงผิดหวังที่ผมตัดสินใจแบบนี้ แต่ที่ผมทำไปก็เพื่อจบปัญหาระหว่างพวกเรากับไอ้ยงกุก ทีนี้ทุกคนจะได้สนใจแต่เรื่องแผนการกันสักที


แต่ขณะที่เดินไปได้ครึ่งทาง ไอ้แดฮยอนก็ยอมเปิดปากเรียกผม


“พี่ฮิมชานครับ”


“มีอะไร” ผมหันไปมองมันโดยที่ยังไม่หยุดเดิน ตอนแรกคิดว่ามันจะอ้อนวอนขอร้องให้ผมเปลี่ยนใจ เรื่องที่สั่งไม่ให้มันเจอจงออบอีกจนกว่าจะถึงมะรืนนี้ แต่กลับไม่ใช่


“ผมรู้ว่ามันฟังดูแปลกๆ แต่พี่อย่าโกรธไอ้ยงกุกมันเลยนะครับ”


“มึงว่าไงนะ” เท้าที่ก้าวเดินอยู่หยุดลงทันที นี่ผมฟังอะไรผิดไปรึเปล่า ไอ้แดฮยอนเพิ่งบอกไม่ให้ผมโกรธไอ้ยงกุกงั้นหรอ


“คือ...พี่ไม่คิดว่ามันแปลกหรอครับ”


“อะไรแปลกวะ”


“ก็เรื่องที่เกิดขึ้นไงครับ พี่ก็เคยเห็นไอ้ยงกุกยิงปืนแล้วไม่ใช่หรอ ตอนที่พวกเราจัดฉากว่าเข้าไปช่วยมันจากการต่อสู้ ตอนนั้นพวกเรายังอึ้งในฝีมือยิงปืนของมันอยู่เลย เพราะขนาดคู่ต่อสู้ที่ว่าไวแล้วแต่ก็ยังหลบลูกกระสุนของไอ้ยงกุกไม่พ้น แล้วที่ผมรอดมาได้พี่ไม่คิดว่ามันแปลกหรอ” ผมขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิด ว่าที่ไอ้แดฮยอนบอกว่าแปลกคืออะไร แต่ก็คิดไม่ออก


“ก็เพราะว่าพวกกูเข้าไปช่วยมึงไว้ไง”


“ไม่ใช่เพราะพี่สักหน่อย ตอนที่พี่มาถึงเกมมันจบลงไปแล้วต่างหาก นี่พี่ไม่รู้อะไรเลยแต่ดันไปชกหน้าไอ้ยงกุกมันเนี่ยนะ” อ้าว แล้วทำไมไอ้แดฮยอนต้องพูดเหมือนผมเป็นคนผิดด้วย ว่าแล้วต่อมอารมณ์หงุดหงิดของผมก็เต้นตุบๆขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะผมเข้าไปช่วยมันไง งั้นมันเพราะอะไรล่ะ


“นี่ไอ้แดฮยอน ตกลงมึงจะบอกอะไรกูกันแน่ กูชักอารมณ์เสียขึ้นมาอีกรอบแล้วนะ เดี๋ยวมึงก็โดนชกเป็นรอบที่สามของวันหรอก” ไอ้แดฮยอนรีบถอยหนีเพราะไม่อยากถูกชกเป็นครั้งที่สาม แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ตอบคำถามของผมกลับเป็นไอ้ยองแจ


“มึงจะบอกว่า...ที่มึงรอดมาได้ เพราะไอ้ยงกุกจงใจอ่อนให้มึงใช่ไหมไอ้แดฮยอน”


“ใช่!”


“ห๊ะ หมายความว่าไงวะ กูไม่เข้าใจ” ผมหันมองไอ้ยองแจกับไอ้แดฮยอนสลับกัน ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่เนี่ย


“คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ....”


และแล้วไอ้แดฮยอนก็เริ่มต้นเล่าทุกอย่างให้ผมกับไอ้ยองแจฟัง ตั้งแต่เรื่องที่จงออบวิ่งไปตามมัน จนถึงตอนที่มันเข้าไปหาไอ้ยงกุกในห้องซ้อมยิงปืน พอได้ฟังทุกอย่างจนจบ จู่ๆผมก็รู้สึกผิดขึ้นมา ภาพที่ผมชกหน้าไอ้ยงกุกฉายซ้ำในหัว


“พี่ฮิมชาน ผมขอโทษนะที่สร้างแต่ปัญหาให้พี่ แต่คิดว่าหลังจากนี้คงไม่มีอีกแล้วแหละ เพราะจากเหตุการที่ไอ้ยงกุกยอมให้ผมชนะในวันนี้ หมายความว่าไอ้ยงกุกเองก็อยากจบมีปัญหากับพวกเราเหมือนกัน พี่ยกโทษให้ไอ้ยงกุกมันเถอะนะ”


“นั่นสิ ผมเห็นด้วยกับไอ้แดฮยอนมันนะ แล้วผมก็ขอโทษพี่ด้วยเหมือนกัน ผมเองก็สร้างปัญหาให้พี่ไว้มาก แต่ต่อไปนี้พวกเราจะไม่สร้างปัญหาให้พี่อีกแล้ว ขอโทษนะครับพี่ชาย” ไอ้แดฮยอนกับไอ้ยองแจเดินเข้ามาจับมือผมคนละข้าง พวกมันสองคนส่งสายตาสำนึกผิดมาให้ เล่นทำแบบนี้แล้วมีหรอที่พี่ชายอย่างผมจะไม่ใจอ่อน


“เฮ้อ... พวกมึงนี่มันจริงๆเลย ช่างเถอะ ถึงพวกมึงจะสร้างปัญหาให้กูมากแค่ไหน แต่ยังไงพวกมึงก็เป็นน้องชายกู กูไม่มีทางโกรธพวกมึงนานหรอก” สิ้นคำตอบของผม ไอ้แดฮยอนกับไอ้ยองแจก็โผเข้ากอดผมแน่น


“พวกเรารักพี่นะครับ” คำบอกรักที่ไม่ได้ฟังตั้งแต่พวกมันโตทำผมหน้าร้อนผ่าว ความรู้สึกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกจนเติบโตมาได้มันเป็นแบบนี้เองสินะ


“เออ กูก็....รักพวกมึง” ผมตอบกลับอย่างเขินๆ พวกเราถึงไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ แต่การผ่านเรื่องราวมากมายมาด้วยกันก็ทำให้พวกเราแน่นแฟ้นซะยิ่งกว่าพี่น้องแท้ๆอีก ผมภูมิใจตรงจุดนี้มากๆเลย


“เอาล่ะ งั้นก็ถึงเวลาที่พี่ต้องเคลียร์ปัญหาของพี่บ้างแล้วนะครับ”


“ปัญหาอะไรของมึงว่ะไอ้ยองแจ”


“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยครับ ทำผิดแล้วจะไม่ยอมรับผิดหรอ”


“นั่นสิ ครั้งนี้พี่ผิดเต็มๆเลยนะครับพี่ฮิมชาน” ผมผละตัวออกแล้วมองไอ้ยองแจกับไอ้แดฮยอนสลับกัน พวกมันคงหมายถึงเรื่องไอ้ยงกุกสินะ แต่เรื่องนั้นผมไม่ได้ผิดสักหน่อย ไอ้ยงกุกต่างหากที่ผิด มีที่ไหนจบปัญหาด้วยการเอาปืนไล่ยิงคนอื่น


“อะไรของพวกมึง อย่่ามาโทษกูนะเว้ย ใครเห็นแบบนั้นก็ต้องโกรธเป็นธรรมดารึเปล่า”


“ก็ใช่ครับ แต่ยังไงพี่ก็ผิดที่ไม่ดูสถานการณ์ให้ดีก่อน ถ้าเป็นผมคงไม่เดินหนีออกมาแบบนี้ แต่จะขอโทษอีกฝ่ายก่อน พี่ไม่คิดว่าตัวเองควรทำแบบนั้นหรอครับ” 


“ไอ้แดฮยอน ตกลงมึงอยู่ข้างใครกันแน่ หรือว่ามึงคิดที่จะย้ายข้าง” ผมที่เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้งถามอย่างไม่พอใจ นี่พวกมันหลงน้องชายของไอ้ยงกุกขนาดยอมแก้ตัวแทนให้ไอ้ยงกุกเลยหรอ แต่ผมเป็นพี่ชายพวกมันนะ พี่ชายที่เลี้ยงพวกมันมา ทำไมพวกมันถึงไม่เข้าข้างผม


“ตอนนี้ไม่มีข้างใครสักหน่อย อย่าลืมเรื่องสัญญาสงบศึกสิครับ พวกเราเป็นทีมเดียวกันต่างหาก” ไอ้ยองแจพูด พวกมันย้ายข้างไปแล้วจริงๆด้วย ผมไม่ยอมนะ


แต่พอคิดๆดูแล้ว จะว่าไปผมเองก็ผิดเหมือนกันที่ไม่ถามอะไรให้ดีก่อนแล้วไปชกหน้าไอ้ยงกุกแบบนั้น แต่หน้าไอ้ยงกุกมันก็น่าชกจริงๆนิหว่า แล้วผมจะเอาไงดีเนี่ย ถ้าไปต้องเสียฟอร์มแน่ๆเลย แต่ถ้าไม่ไปไอ้แดฮยอนกับไอ้ยองแจคงคะยั้นคะยอไม่เลิก แถมยังถูกพวกมันประณามด้วยสายตา และพอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นไอ้แดฮยอนกับไอ้ยองแจจ้องมองผมอยู่จริงๆ


“กูต้องไปจริงๆหรอ” ผมถามเสียงอ่อย พวกมันสองคนพยักหน้าตอบพร้อมกัน


“เยส/เยส”


“แล้วถ้ามันไม่ยกโทษให้กูอ่ะ”


“พี่ก็ขู่ว่าจะหนีไปสิครับ รับรองว่าได้ผลแน่นอน” ไอ้ยองแจบอกแล้วฉีกยิ้มแปลกๆส่งมาให้ ผมไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร แต่สุดท้ายผมก็ยอมทำตามที่พวกมันแนะนำ


เอาว่ะ แค่ไปขอโทษมันจะยากอะไร เป็นสายให้ตำรวจยังจะยากกว่า เรื่องแค่นี้ลูกผู้ชายแมนๆ(?)เขาไม่กลัวกันอยู่แล้ว ลุย!


ทว่า.....


ทำไงดีวะ จะพูดยังไงดี ให้เดินเข้าไปแล้วบอกขอโทษเลยจะดูแปลกๆไหม แต่ผมอยากรีบบอกแล้วรีบกลับนี่นา แล้วถ้ามันไม่ยอมยกโทษให้ล่ะ ผมจะบอกไอ้แดฮยอนกับไอ้ยองแจว่ายังไง


ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วที่ผมเอาแต่เดินไปเดินมาหน้าห้องไอ้ยงกุก ไม่ยอมเคาะประตูห้องสักที เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นบทสนทนายังไง จู่ๆเจอหน้าแล้วบอกขอโทษเลยมันคงแปลกๆ แถมไม่รู้ว่าไอ้ยงกุกยังโกรธผมอยู่ไหม ถ้าผมเข้าไปมันจะไม่ชกผมคืนหรอ


และระหว่างที่คิดว่าจะถอยกลับดีไหม เสียงเรียกจากทางด้านหลังก็ทำผมสะดุ้งตกใจ


“พี่ฮิมชานครับ”


“จงออบ!” ผมหันไปมองคนที่ร้องเรียก ร่างเล็กที่มีสีหน้าเรียบเฉยเป็นเอกลักษณ์เดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าผม ทำไมจงออบมาอยู่ตรงนี้ได้ แต่พอก้มลงมองมืออีกฝ่ายก็เห็นถือกล่องปฐมพยาบาลอยู่ จงออบเอากล่องปฐมพยาบาลมาให้ไอ้ยงกุกนี่เอง แล้วผมจะทำไงดีโดนจับได้ซะแล้วว่ามาหาไอ้ยงกุก


“มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้หรอครับ ถ้ามาหาพี่ยงกุกทำไมไม่เข้าไปข้างในล่ะครับ”


“ค...คือว่า...”


“หรือว่าไม่มีเหตุผลที่จะใช้เข้าไปข้างใน” ผมทำตาโต ไอ้เด็กนี่เมื่อไหร่จะเลิกพูดตรงๆแบบนี้สักที อ้อมบ้างก็ได้ ไม่มีใครว่าหรอก


“ถ้างั้น...เอานี่ไปสิครับ ผมกำลังจะเอาเข้าไปให้พี่ยงกุกพอดี” จงออบส่งกล่องปฐมพยายามมาให้ ผมมองอีกฝ่ายตาปริบๆ รู้สึกเขินอายยังไงไม่รู้เลยไม่กล้ารับ แต่จงออบพอเห็นผมไม่รับไปสักทีจึงยัดกล่องปฐมพยาบาลใส่มือผมให้ ก่อนจากไปจงออบยังพูดให้กำลังใจผมอีกด้วย


“สู้ๆนะครับ”


ผมยิ้มเจื่อนตอบกลับให้อีกฝ่าย ใบหน้าผมตอนนี้ต้องแดงมากแน่ๆเลย รู้งี้เลิกลังเลแล้วเดินเข้าไปก่อนที่จะโดนจับได้ดีกว่า อายจงออบชะมัดเลย


ก็อกๆๆ


“เข้ามา” เสียงคนข้างในตะโกนบอก ผมหมุนลูกบิดประตูแล้วเปิดเข้าไป ขณะก้าวเท้าเข้าไปข้างในหัวใจผมเต้นแรงไปเป็นจังหวะ พอเข้ามาก็พบกับความมืดมิดเพราะไอ้ยงกุกเปิดไว้แค่โคมไฟข้างหัวนอน แสงสลัวๆทำให้ผมมองเห็นอะไรไม่ถนัดนัก แต่เห็นว่าไอ้ยงกุกกำลังนั่งหันหลังอยู่บนเตียง


“จงออบไหนล่ะยาพี่ ถ้าเอามาแล้วก็ช่วยทำแผลให้พี่ด้วยนะ พี่เอื้อมไม่ถึง”


เอื้อมไม่ถึง? มันโดนชกที่หน้าไม่ใช่รึไง แล้วทำไมถึงเอื้อมไม่ถึง ผมคิดในใจแล้วเดินเข้าไปใกล้กว่าเดิม ก่อนจะเห็นว่าที่แผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่าของมันมีบาดแผลขนาดใหญ่ น่าจะเป็นรอยถากของกระสุน หรือจะเป็นตอนที่มันกลับไปช่วยผม!


“ไอ้ยงกุก นี่มึงโดนยิงหรอ” ผมถามด้วยน้ำเสียงตกใจ ทันใดนั้นไอ้ยงกุกหันมามองผม มันมีสีหน้าตกใจเช่นกัน


“ฮิมชาน ทำไมมึง...”


“อยู่เฉยๆ ไม่ต้องพูดมาก เดี๋ยวกูจะทำแผลให้เอง” ว่าแล้วผมก็นั่งลงบนเตียงข้างมันอย่างถือวิสาสะ แล้วจัดการหยิบอุปกรณ์ทำแผลออกมาจากกล่องปฐมพยาบาล ก่อนจะเริ่มต้นทำแผลให้มันอย่างระมัดระวัง แผลใหญ่ขนาดนี้ทำไมมันถึงไม่ยอมบอกผมนะ แถมยังเอาเวลาไปทำเรื่องไร้สาระอยู่ได้ตั้งนาน ไม่เจ็บรึไง


“ทำไมมึงถึงมาทำแผลให้กูล่ะ แล้วจงออบหายไปไหน”


“กูบอกว่าอย่าพูดอะไรไง อยากโดนแอลกอฮอลล์ราดแผลหรอ”


“ก็กูอยากรู้” ไอ้ยงกุกบอกแล้วไม่ได้พูดอะไรอีก ความเงียบยิ่งทำให้ผมรู้สึกอึดอัดจึงยอมตอบคำถามของมัน


“ไอ้แดฮยอนเล่าทุกอย่างให้กูฟังหมดแล้ว มึงยอมให้ไอ้แดฮยอนชนะสินะ ทำแบบนั้นเพื่ออะไรวะ ในเมื่อมึงไม่ชอบขี้หน้าน้องกูไม่ใช่หรอ”


“ใช่ แต่กูดันชอบพี่ชายมัน” มือของผมที่ทำแผลอยู่ชะงักไปเล็กน้อย


“กูเลยรู้ว่าเวลาไม่สมหวังกับความรักมันเป็นยังไง ขอโทษนะที่เอาปืนไล่ยิงน้องมึง แต่กูไม่ได้คิดจะฆ่าน้องมึงจริงๆ” คนที่ควรขอโทษมันคือกูต่างหาก ผมคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป ปล่อยให้เป็นแบบนี้แหละดีแล้ว ปล่อยให้ไอ้ยงกุกคิดว่าเป็นความผิดของมัน เพราะแค่ผมมาที่นี่แถมยังทำแผลให้มัน ก็ถือว่าผมชดใช้ความผิดของตัวเองแล้ว


“เสร็จแล้ว ตอนอาบน้ำมึงก็ระวังแผลด้วยล่ะ เดี๋ยวแผลเน่าขึ้นมาแล้วต้องไปโรงพยาบาล งั้นกูขอตัวกลับห้องก่อนนะ” ผมบอกแล้วจะลุกขึ้นยืน แต่ไอ้ยงกุกกลับหันมาคว้าข้อมือผมเอาไว้


“เดี๋ยวสิ แล้วแผลที่ปากกูล่ะ”


“มึงก็ทำเองสิวะ แค่ที่ปากทำเองได้ไม่ใช่รึไง”


“แต่กูอยากให้มึงทำให้ อย่าลืมสิว่าแผลนี้มึงเป็นคนทำ”


“ก็ใครใช้ให้มึงเล่นพิเรนทร์แบบนั้นล่ะ ก็สมควรแล้วไม่ใช่รึไง”


“งั้นอยู่ดื่มเหล้าเป็นเพื่อนกูก่อนก็ได้” ไอ้ยงกุกยังคงรบเร้า ทำไมมันต้องอยากให้ผมอยู่ด้วยขนาดนี้เนี่ย


“มึงนี่ข้ออ้างเยอะจังนะ ไม่เอาเว้ย ปล่อยกูได้แล้ว” ผมบอกแล้วพยายามสบัดข้อมือที่ถูกเกาะกุมออก แต่ไอ้ยงกุกไม่ยอมปล่อยง่ายๆ


“งั้นแค่นั่งเป็นเพื่อนกูก็ได้ ขอแค่ชั่วโมงเดียวคงไม่รบกวนมึงมากไปใช่ไหม เพราะอีกไม่กี่วันกูกับมึงก็คงไม่ได้นั่งด้วยกันแบบนี้อีกแล้ว” คำพูดของไอ้ยงกุกทำให้ผมหยุดสะบัดข้อมือตัวเองออก ท่ามกลางแสงสลัวของโคมไฟ ผมเห็นสายตาเศร้าสร้อยของมัน แล้วนั่นก็ทำให้ผมใจอ่อนยอมอยู่เป็นเพื่อนมัน


“มึงจะหนีหรอ” ผมเอ่ยถามขณะหย่อนก้นลงนั่ง ที่ถามเพราะอยากรู้ว่าหลังจากจบภารกิจมันจะเอาไงต่อ แล้วก็ไม่มีอะไรจะคุยด้วย ให้นั่งอยู่เฉยๆคงอึดอัดแย่ แต่ไอ้ยงกุกกลับเอ่ยตอบด้วยท่าทางสบายๆว่า


“หลังจากระเบิดโรงงาน พวกตำรวจก็คงจะแห่กันมา กูคงไม่มีทางเลือกนอกจากพาจงออบกับจุนฮงหนี ถามทำไม หรือว่ามึงตั้งใจจะส่งกูให้ตำรวจหลังจบงาน”


“เปล่าสักหน่อย กูไม่ชั่วเหมือนมึงนะ เรื่องส่งมึงให้ตำรวจเอาไว้หลังจากนั้นอีกสองสามวันก็ได้ ยังไงกูก็จับมึงได้แน่นอน”


“มั่นใจจังเลยนะคุณสายตำรวจ ตั้งใจจะทำผลงานชิ้นโบว์แดงเลยสิท่า งั้นให้กูช่วยมอบตัวกับตำรวจเลยดีไหมล่ะ” ไอ้ยงกุกพูดอย่างทีเล่นทีจริง แต่การพูดเล่นของมันกลับทำให้ผมโมโหขึ้นมา


“อย่ามาพูดเล่นนะ! หลังจบภารกิจมึงต้องหนีไป และต้องหนีรอดด้วย อ๊ะ” ผมยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง นี่ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย แบบนี้ไม่เท่ากับผมเป็นห่วงมันหรอ


“ค...คือ...คือกู....”


“หึ ไม่สมกับเป็นมึงเลยนะ ถ้าเป็นมึงคนเดิมคงประกาศแล้วว่าจะจับกูให้ได้ คิมฮิมชานคนนั้นที่กูรู้จักหายไปไหนแล้วล่ะ” ไอ้ยงกุกพูดพลางฉีกยิ้มเช่นเดิม แต่ข้างในใจเราสองคนรู้กันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกของพวกเรามันได้เปลี่ยนไปแล้ว พวกเราไม่ได้มองกันและกันเป็นศัตรูอีกต่อไป ตั้งแต่ที่มันช่วยผมไว้


ผมยกมือขึ้นแล้วแตะบริเวณหน้าอกไอ้ยงกุก ก่อนจะพูดขึ้น


“ไม่รู้สิ คงอยู่แถวๆนี้ล่ะมั้ง” ไอ้ยงกุกมองหน้าผมนิ่งอึ้ง มันยกมือขึ้นกุมมือข้างนั้นของผม ก่อนจะดึงตัวผมเข้าไปกอด


“ทำแบบนี้กูก็แย่สิ พวกตำรวจสอนให้มึงใช้วิธีนี้จับอาชญากรหรอ ถ้าไม่ใช่ก็อย่าทำแบบนี้อีก มึงกำลังจะมีอนาคตที่สดใส อย่าทำให้กูเปลี่ยนใจพามึงไปด้วย เพราะถ้ากูเปลี่ยนใจคนที่เดือดร้อนก็คือมึง” ผมอยู่นิ่งๆให้ไอ้ยงกุกกอด หัวใจรู้สึกปวดร้าวขึ้นมา


หลังจากถล่มโรงงานยานรกและเปิดโปงยงฮวาสำเร็จ ในความคิดผมพวกตำรวจก็คงจะยกความดีความชอบให้กับสายตำรวจ นั่นก็คือผม ไอ้แดฮยอน และไอ้ยองแจ พวกเราจะได้เงินจำนวนมากจากพวกตำรวจ และที่ไอ้ยงกุกตัดสินใจหนีไปไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อไม่ให้พวกตำรวจมาเห็นผมอยู่กับมัน ไม่งั้นผมต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรไปด้วย


“กูขอโทษนะที่ชกหน้ามึง เพื่อเป็นการชดใช้หลังเสร็จภารกิจกูจะช่วยให้มึงกับน้องๆหนีไป” สุดท้ายผมก็ตัดสินใจพูดคำนี้ออกมา ยังไงผมก็ควรจะขอโทษมัน


“ขอบคุณนะ ขอบคุณเรื่องที่มึงยอมอยู่เป็นเพื่อนกูด้วย” เสียงทุ้มต่ำของไอ้ยงกุกเอ่ยตอบข้างหู หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก ปล่อยความรู้สึกไปกับความมืดและความเงียบ และเมื่อไหร่ไม่รู้ที่ผมเผลอหลับไปในอ้อมกอดของมัน




#ฟิครักอาชญากร


ช่วงนี้เร่งแต่งฟิคทั้งกลางวันทั้งคืนแต่ก็ยังอัพช้า

ต้องขอโทษด้วยนะคะ

พอคิดจะรวมเล่มคนแต่งก็เลยกดดัน

กว่าจะกลั่นกรองแต่ละประโยคออกมาได้

หัวแทบจะระเบิดอยู่แล้ว

แต่จะพยายามแต่งให้ทันส่งฟิคให้ทุกคนต้นเดือนหน้า

ขอบคุณทุกคอมเม้นจากตอนก่อนหน้าด้วยค่ะ


ปล.ถ้าเจอคำผิดแจ้งได้นะคะ







©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

188 ความคิดเห็น

  1. #162 KUROBUTA (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 06:00
    บทจะง่ายก็ง่ายจังนะฮิมชาน ยอมเป็นฝ่ายไปขอโทษ แถมยอมมให้เค้ากอดง่ายๆ นึกว่าจะมีncซะแล้วววววววว555555 แอบสงสาร เด็กแสบที่โดนจับแยก ถึงกับคอตกกันเลยทีเดียว แต่เชื่อนะว่าเดี๋ยวก็ต้งแอบมาหากันอยู่ดี แหมก็มีกันอยู่แค่นั้นเนอะ เผลอ ๆ อาศัยช่วงฮิมขานกับยงกุกเคลียร์กันเนี่ย ไปหากันเรียบร้อยแล้ว ก็แสบซะขนาดนี้คงไม่ยอมแน่ๆที่จะห่างกันเป็นวันๆ ใจขาดกัพอดี จริงมั้ยยยย
    #162
    0
  2. #161 @!k@w@_k (@aikawa_k) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 23:48
    ชอบความสัมพันธ์ระหว่างยงกุกกับแดฮยอนมากค่ะ

    คนนึงก็หวงน้องสาว?ตัวเอง ส่วนอีกคนก็หวงพี่สาว?ของตัวเอง

    เลยพาลให้ไม่ชอบขี้หน้ากันซะงั้นเพราะกลัวอีกฝ่ายจะมาทำให้คนสำคัญของตนเองเสียใจ

    แต่ตลกบทพิสูจน์ของยงกุกมากอ่ะ ที่ให้แดฮยอนวิ่งหนีกระสุนตัวเอง 15 นาที

    มันเหมือนกับยิงระบายอารมณ์โทษฐานกล้ามาแหยมกับน้องสุดรักของตัวเอง

    มากกว่าจะยิงให้ตายเพื่อเอาชีวิต คือดูก็รู้ว่าพี่ยงกุกแคร์น้องมาก

    ถ้าฆ่าสามีน้อง น้องก็จะเสียใจ นอกจากนั้นคะแนนกับพี่ฮิมชานก็ต้องติดลบอีก

    สู้ปล่อยให้น้องมีความรัก แดฮยอนก็จะได้ยอมอ่อนข้อเรื่องพี่ฮิมชาน 

    ส่วนพี่ฮิมชานก็อาจจะใจอ่อนขึ้นก็ได้ ซึ่งจากท้ายเรื่องบอกได้เลยว่าแผนพี่ยงกุกประสบความสำเร็จอย่างสูง

    นอกจากจะได้ปรองดองแล้ว ยังได้หัวใจพี่ฮิมชานด้วย

    นี่สารภาพจากใจจริงเลยนะคะ ว่ามองจากดาวอังคารก็รู้แล้วว่าพี่ฮิมชานมีใจให้พี่ยงกุก

    ทีนี้คู่พี่คนโตก็สมหวังเสียที หลังจากเล่นบทพ่อแง่แม่งอนมาหลายตอน

    ในที่สุดเค้าก็เข้าใจกันแล้วค่ะ ทีนี้แร่ะจะได้พัฒนาความสัมพันธ์กันสักที

    คู่น้องนี่นำไปไกลแล้วนะ ทั้งจุนฮงxยองแจ คู่นั้นนี่สวีทหวานออกสื่อ ไม่แคร์ใครทั้งสิ้น 

    ยองแจนี่อารมณ์เลี้ยงเด็กโข่งอ่ะ ขี้อ้อน น่ารัก กินเด็กก็เงี้ยะ 5555

    ส่วนคู่แดฮยอนxจงออบ คือดูก็รู้ว่าแดฮยอนนี่หย่อนขาเข้าสมาคมพ่อบ้านใจกล้าไปเต็มๆแล้ว

    คือดูเหมือนจะเด็ดขาดนะ แต่สุดท้ายก็หงอกับเมียจนได้ ดูเกรงใจเมียมาก

    น้องออบนี่ก็ตรง+เด็ดขาดมาก ชอบตรงความกล้าได้กล้าเสียของน้องนี่แร่ะ

    รู้จุดอ่อนของพี่ยงกุกด้วย อ้อนจนได้รักกับพี่แดฮยอนอ่ะ 

    ตอนอ้อนนี่น้องน่ารักมากอ่ะ อารมณ์เหมือนหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อยๆ น่าเอ็นดู 

    คือตอนนี้เป็นตอนที่ฮามากอ่ะ ตัวโจ้กของยกให้เป็นแดฮยอนกับพี่ยงกุกเลย

    อะไรจะฮาเบอร์นี้ อ่านแล้วขำเสียงดังมาก 5555

    ปอลิง สู้เค้านะคะคุณรถถัง เป็นกำลังใจให้นะคะ 
    #161
    0
  3. #160 KC KwangChan (@chanchanbaby) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 21:51
    โอ้ยยยยยยบังชานมานิดเดียวแต่ทำไมเขินนน งืออออออ อยากอ่านตอนต่อไปแล้ววววววววว เขิน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ????????
    #160
    0