[Fic B.A.P] Alcohol #ฟิครักอาชญากร

ตอนที่ 2 : Chapter 2 : Whisky

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    7 มี.ค. 60



Chapter 2 : Whisky


วันต่อมาร้านของผมก็ยังคงครึกครื้นอย่างเช่นทุกคืน ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะลูกค้าที่ยองแจชวนมาเที่ยว ซึ่งก็คือคนจากแก๊งของยงกุก ผมที่กำลังยืนชงเหล้าอยู่คอยสั่งเกตโต๊ะของพวกมันเป็นระยะๆ แต่ที่โต๊ะของพวกมันก็มีคนนึงคอยสังเกตผมเป็นระยะเช่นกัน ไอ้ยงกุก....

“พี่ฮิมชาน ผมว่าพี่กำลังถูกจ้องอยู่นะ” เสียงของไอ้แดฮยอนที่ยืนชงเหล้าอยู่ข้างๆผมกระซิบบอก ผมเหลือบสายตามองไปยังโต๊ะที่อยู่กลางร้านอีกครั้ง ก็เห็นสายตาดุดันของไอ้ยงกุกที่มองมา มันคงจะเอาจริงสินะ คงคิดที่จะจับตาดูผม หรืออาจกำลังไม่ไว้ใจผมอยู่ก็ได้

“กูเห็นแล้ว เดี๋ยวกูจะเอาเครื่องดื่มไปเสริฟที่โต๊ะพวกมันก่อน ส่วนมึงก็ทำหน้าที่สังเกตการณ์ต่อไป” ไอ้แดฮยอนพยักหน้ารับ ผมยกถาดเครื่องดื่มแล้วเดินออกจากเคาน์เตอร์ไปที่โต๊ะของพวกมัน เสียงของยองแจยังคงดันที่สุดในโต๊ะ

“อ๊ะ เครื่องดื่มมาแล้ว ดื่มนี่ก่อนสิจุนฮง” มันคว้าแก้วเครื่องดื่มจากในถาดที่ผมถืออยู่ไปส่งให้ไอ้หน้าอ่อนข้างๆ ซึ่งผมมารู้ทีหลังจากการบอกเล่าของมันว่าไอ้หน้าอ่อนนี้แหละที่เป็นมือขวาของไอ้ยงกุก ทำเอาผมช็อกไปเลย ไม่คิดว่าไอ้ยงกุกจะใช้เด็กทำเรื่องผิดกฎหมาย และก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกเกลียดขี้หน้ามันเข้าไปใหญ่ มันช่างเลวหาอะไรเปรียบไม่ได้จริงๆ

“ของฉันล่ะ” เสียงทุ้มต่ำพูดขึ้น ผมที่กำลังมองยองแจอยู่ด้วยความหมันไส้สะดุ้งหันไปมอง ก่อนจะส่งแก้วเครื่องดื่มส่งให้

“นี่ครับ...” มือที่ยื่นมารับแก้วเหล้าแตะสัมผัสกับมือของผมเล็กน้อย ขนอ่อนบนร่างกายผมลุกชัน ผมทำหน้าตกตะลึงมองหน้าอีกฝ่าย ริมฝีปากหนายกยิ้ม เหมือนว่าที่สัมผัสกันเมื่อกี้ตั้งใจไม่ใช่อุบัติเหตุ

“มานั่งข้างๆฉันสิ” ผมหยุดชะงักเท้าที่กำลังจะเดินกลับไปยังเคาน์เตอร์ ยงกุกตบมือลงตรงที่ว่างข้างกายตัวเอง อีกแล้วหรอ... ทำไมมันถึงชอบให้ผมเข้าไปนั่งใกล้ๆจังนะ รู้ไหมว่าผมเกลียดอาชญากรอย่างมันที่สุด แล้วยังจะเรียกให้ผมเข้าไปนั่งใกล้ๆอีก

แต่ถึงจะบ่นไปก็เท่านั้น เพราะสุดท้ายผมก็ต้องจำใจเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆมัน แล้วสูดดมกลิ่นบุหรี่อ่อนๆที่ติดตัวมันมา

“เดี๋ยวมานะครับ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน” เสียงไอ้ยองแจที่ลุกขึ้นเอ่ยบอก ผมทำท่าจะห้ามมันเอาไว้ให้มันนั่งอยู่เป็นเพื่อนก่อน แต่กลัวว่าพวกมันจะรู้ว่าผมกับยองแจรู้จักกัน จึงได้แต่นั่งนิ่งสูดดมกลิ่นบุหรี่ต่อไป




[Yungjae Part]


“เดี๋ยวมานะครับ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน” ผมจับแขนที่พาดบ่าอยู่ออกแล้วลุกขึ้นยืน แต่พอจะเดินออกไปข้อมือกลับถูกคว้าเอาไว้ พอหันไปมองก็ไม่ใช่ใครแต่เป็นไอ้จุนฮงนั่นเอง ท่าทางมันจะเมาหนักแล้วเพราะโดนผมมอมเหล้าไปหลายแก้ว แต่ก็ยังมีสติรั้งตัวผมไว้

“นายจะไปไหน...” เสียงที่เมามายเล็กน้อยเอ่ยถาม ผมกลอกตาขึ้นลงอย่างรู้สึกรำคาญ ไม่รู้ว่ามันจะเกาะแกะอะไรนักหนาทั้งๆที่ผมกับมันก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน

ถ้าเป็นเวลาปกติที่มีผู้ชายเข้ามาเกาะแกะผมแบบนี้ ผมคงจัดการล็อกคอมันไปแล้ว แต่นี่เพราะว่ามันเป็นมือขวาของไอ้ยงกุกหรอกนะ แถมมันยังเป็นคนพาผมเข้าแก๊งด้วย ผมเลยยิ่งทำอะไรมันไม่ได้ไปกันใหญ่ ไม่งั้นคงโดนฆ่าตายก่อนทำงานสำเร็จ

“ฉันบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยฉันก่อนเถอะจุนฮง เดี๋ยวฉันกลับมาใช้เวลาไม่นานหรอก” ผมก้มลงกระซิบบอกแล้วแกล้งฉีกยิ้มละมุนส่งให้ มือที่จับข้อมือผมไว้จึงค่อยๆคายออก

“รีบๆกลับมานะ ฉันไม่อยากอยู่ห่างจากนาย” ใบหน้าที่แดงนิดๆเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เอ่ยบอก ผมฉีกยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะหันตัวเดินจากมา ในใจก่นด่ามันรัวเป็นชุด แขนข้างที่ถูกจับรู้สึกขยะแขยง

“ไอ้ยองแจ...” เสียงเรียกเบาๆดังขึ้นขณะที่ผมกำลังจะเดินเลี้ยวเข้าห้องน้ำ ผมรีบหันขวับไปมองเพราะเป็นเสียงเรียกอันคุ้นเคย แล้วก็เห็นไอ้แดฮยอนที่กำลังกวักมือเรียกผมจากด้านหลังเคาน์เตอร์

ผมเหลือบสายตามองไปที่โต๊ะของพวกแก๊งอาชญากรเล็กน้อย พอเห็นว่าทุกคนไม่ได้สนใจผมอยู่ ผมจึงทำทีเป็นลูกค้าเข้าไปสั่งเครื่องดื่มกับไอ้แดฮยอน

“มีอะไรไอ้แดฮยอน เรียกกูซะโจ่งแจ้งเลย เดี๋ยวพวกมันก็จับได้หรอก” ผมเอ่ยถามเสียงเบาจนเหมือนกระซิบ ไม่กล้าพูดดังนักเพราะกลัวพวกมันได้ยิน เนื่องจากโต๊ะที่พวกมันนั่งไม่ห่างจากเคาน์เตอร์ชงเหล้าสักเท่าไหร่

“เมาขนาดนั้นไม่ทันสังเกตอะไรหรอก ว่าแต่มึงดูมีความสุขจังเลยนะกับไอ้หน้าอ่อนนั่นน่ะ เห็นควงกันไม่ยอมห่างเลย” ผมยกยิ้มที่มุมปาก ก็คิดว่ามันเรียกมาคุยเรื่องอะไร ที่แท้ก็เรื่องผมกับไอ้จุนฮงนี่เอง

“เออ แล้วจะทำไม หรือว่ามึงหึง?”

“หึงใคร? หึงมึงอ่ะหรอ ตลกแล้ว... อย่างมึงก็เป็นได้แค่เพื่อนกูเท่านั้นแหละ เสียใจด้วยนะ” ไอ้แดฮยอนทำหน้าแสดงความเสียใจให้ผม ซึ่งผมก็ไม่โกรธเพราะพวกเราต่างรู้กันดีว่าเราเป็นอะไรกัน เพื่อนสนิท... เพื่อนที่สามารถพูดคุยหยอกล้อกันได้ทุกเรื่อง และตีกันได้ทุกเรื่อง จนทำให้พี่ฮิมชานต้องพึ่งยาแก้ปวดหัวไปหลายโหล

“ถ้าไม่หึงแล้วมึงถามทำไม” ผมทำหน้าตากวนประสาทถามกลับไป ไอ้แดฮยอนเหลือบสายตามองไปทางด้านหลังของผมเล็กน้อย

“คือกูอยากรู้ว่ามึงใช้วิธีไหน ไอ้เด็กนั่นถึงติดมึงอย่างกะมึงเป็นแม่มันขนาดนี้วะ มึงไม่ได้ทำเสน่ห์ใส่มันใช่ป่ะ” มันทำสีหน้าน่ากลัวเอ่ยถาม คำถามของมันทำให้ผมเกือบหลุดหัวเราะออกมาดังลั่นร้าน เพราะรู้ว่ามันชอบดูพวกเรื่องลี้ลับเรื่องไสยศาตร์ก่อนเข้านอนทุกคืน และเพราะแบบนี้มั้งมันถึงได้ถามคำถามแบบนี้กับผม

“กูจะบอกอะไรให้นะไอ้แดฮยอน ว่าคนอย่างกูไม่ต้องพึ่งของพันธุ์นั้นหรอกเว้ย แต่ถ้ามึงอยากรู้จริงๆกูจะเล่าให้ฟัง ขยับมาใกล้ๆดิ” ผมทำหน้าเลศนัยเอ่ยบอก ไอ้แดฮยอนทำตาโตอย่างตื่นเต้นแล้วขยับหน้าเข้ามาใกล้ผม มุมปากของผมยกยิ้ม ก่อนจะเริ่มต้นเล่าให้มันฟังถึงเรื่องราวการแทรกซึมเข้าไปในแก๊งอาชญากรของผม


………


………………


………………………………


ย้อนกลับไปเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว....

ผมไปยังบาร์ที่เมืองข้างๆเพราะได้รับเบาะแสสำคัญมาว่า หนึ่งในลูกน้องของไอ้ยงกุกมักจะมาเที่ยวกลางคืนที่นี่เป็นประจำ และหลังจากที่ผมสืบมาแล้วว่ามันเป็นใคร มีหน้าตาแบบไหน ผมก็ตรงดิ่งไปที่นั่นทันทีอย่างไม่มีความเกรงกลัว แผนของผมก็คือ... การทำทีว่าอยากจะเข้าร่วมแก๊งของพวกมันด้วยการโชว์ความโหดเหี้ยมของผมที่มีต่อโลกใบนี้ให้มันดู เพื่อสร้างความประทับใจแล้วมันจะได้รับผมเข้าแก๊งด้วย

แล้ววันนั้นก็มาถึง... ท่ามกลางเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ บรรยากาศมึนเมาแบบผู้ใหญ่ๆ ผมเดินเข้าไปนั่งที่หน้าเคาน์เตอร์ แล้วกวาดตามองไปรอบๆร้านเพื่อตามหาไอ้จุนฮง แต่กลับไม่พบใครที่มีเค้าโครงเหมือนในรูปถ่ายเลยสักคน ผมจึงหันไปสั่งเครื่องดื่มแทนเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย

“วิสกี้แก้วนึงครับ” บาร์เทนเดอร์พยักหน้ารับให้ผม ผ่านไปไม่ถึงสามนาทีเครื่องดื่มที่ผมสั่งก็มา

“วิสกี้แก้วนึงได้แล้วครับ” ผมหันไปยิ้มขอบคุณให้ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆร้านอีกครั้ง ตอนนี้ใกล้จะตีสองแล้วแต่ทำไมมันยังไม่โผล่มาอีก ไหนแหล่งข้อมูลบอกว่ามันมาที่นี่เวลานี้ประจำไง หรือว่าวันนี้มันเกิดอยากจะนอนเล่นอยู่บ้านขึ้นมาก็เลยไม่มาที่นี่ ถ้าเป็นงั้นผมก็มาเสียเที่ยวน่ะสิ

“เอ่อ...ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าคุณจุนฮงมาที่นี่รึยังครับ” และเพราะความกลัวมาเสียเที่ยวของผม ผมจึงหันไปถามบาร์เทนเดอร์ที่ยืนรอรับออร์เดอร์อยู่

“คืนนี้ยังไม่เห็นเลยนะครับ ว่าแต่คุณมีธุระอะไรกับแขกวีไอพีของร้านเราหรอ” บาร์เทนเดอร์หันมาตอบ สายตาหรี่ลงเหมือนต้องการจะจับผิดผม ไอ้จุนฮงคงเป็นเซเลปของที่นี่สินะใครๆถึงได้รู้จักมัน แถมยังทำท่าหวงเหมือนมันเป็นดาราคนดังอีก

“ผมแค่อยากจะคุยกับเขาเรื่องเข้าแก๊งน่ะครับ พอดีช่วงนี้ผมตกงานอยู่ แต่ถ้าเขายังไม่มาก็ไม่เป็นไร ขอบคุณนะครับ” ผมเอ่ยตอบกลับไป แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดมากนักเพราะกลัวจะยิ่งถูกสงสัย และถึงแม้ว่าผมจะสวมเสื้อราคาแพงหูฉี่ที่ขัดกับคำตอบ แต่บาร์เทนเดอร์ก็พยักหน้าให้ผมอย่างไม่ติดใจอะไร...รึเปล่า

“ด้วยความยินดีครับ” บาร์เทนเดอร์บอกก่อนจะหันกลับไปทำงานตัวเองต่อ ส่วนผมก็มองหาไอ้จุนฮงต่อไป แต่ผ่านไปแล้วสิบหานาทีผมก็ยังไม่เห็นหัวของมัน หรือว่าผมจะมาเสียเที่ยวจริงๆนะ

และหลังจากที่นั่งรอมานาน ผมก็เริ่มรู้สึกกระหายน้ำ จึงคว้าแก้วเครื่องดื่มที่สั่งเมื่อกี้ขึ้นกระดกดื่ม แต่ทว่าความแรงของมันที่บาดคอทำให้ผมพ่นออกมาแทบจะในทันที

“อุแหวะ! ขมจังวะ นี่หรอเหล้าที่ลูกค้าชอบดื่มกัน ขมแบบนี้กินยาแทนก็ได้มั้ง” ผมเบะหน้ามองแก้วเหล้าในมือตัวเองที่แรงกว่าบาร์ของพี่ฮิมชานถึงสามเท่า ลืมไปซะสนิทว่าบาร์แห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องความหรูหราและความแรงของเหล้า ผมหมุนตัวไปจะสั่งเครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์กับบาร์เทนเดอร์เพื่อเอามาล้างปาก แต่กลับชนเข้ากับลูกค้าที่กำลังยื่นสั่งเครื่องดื่มอยู่

“ว้ากกก! เสื้อฉันนนน!” ผมตะโกนลั่นออกมาเมื่อเหล้าในมือหกลงเสื้อตัวเอง เสื้อที่มีราคาแพงหูฉี่ที่ผมอุตส่าห์ทุบกระปุกซื้อมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ตอนนี้กำลังถูกความแรงของเหล้าทำลายล้าง ผมต้องรีบเช็ดเหล้าออกเดี๋ยวนี้!

ว่าแล้วผมก็ดีดตัวขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่แล้วคว้ากระดาษทิชชู่มาซับเหล้าบนเสื้อ และในขณะที่ผมกำลังวุ่นวายอยู่กับการกู้ชีวิตเสื้อตัวเองอยู่ ทำให้ผมไม่ทันสังเกตเห็นร่างที่เพิ่งเดินเข้ามาในบาร์ ทันทีที่ร่างนั้นเดินเข้ามา หนึ่งในพนักงานก็เดินเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่าง ทำให้ร่างนั้นหันมาจ้องมองที่ผม

“โธ่เว้ย! ทำยังไงถึงจะเช็ดออกวะเนี่ย” ผมพูดอย่างใส่อารมณ์ขณะใช้กระดาษทิชชู่เช็ดเสื้อตัวเองอย่างรุนแรง ทำให้กระดุมสามเม็ดบนหลุดออก เผยให้เห็นเนินหน้าอกน้อยๆของผมสู่สายตาประชาชนและร่างที่กำลังจ้องมองมา

“ขอโทษครับ มีน้ำเปล่าไหมครับ ขอน้ำเปล่าให้ผมแก้วนึงด่วนเลย” ผมหันไปสั่งกับบาร์เทนเดอร์ แต่คนที่ส่งแก้วน้ำเปล่าให้ผมกลับไม่ใช่บาร์เทนเดอร์ แต่เป็น...

“นี่ครับน้ำเปล่า ให้ผมช่วยเช็ดไหมครับ” ผมหันขวับไปมองร่างที่ส่งแก้วน้ำเปล่าให้ผม ปากอ้าออกกำลังจะเอ่ยของคุณและบอกว่าไม่เป็นไร แต่หน้าตาของอีกฝ่ายทำให้ผมเอ่ยเรียกชื่อออกมาแทน

“จุน...ฮง...” ผมรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทำหน้าตกตะลึง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายออกไป แบบนี้อีกฝ่ายก็รู้น่ะสิว่าผมสืบเรื่องของมัน ร่างสูงส่งยิ้มมาให้ผม ยิ้มแบบนั้นหมายความว่าผมต้องตายรึเปล่า ไม่เอาน๊าาา!

“ได้ยินมาว่านายอยากคุยกับฉันเรื่องขอเข้าแก๊งงั้นหรอ ถามหน่อยได้ไหมว่าทำไม”

“เอ๊ะ?” ผมเอียงคออย่างสงสัยในคำถาม คิดว่ามันจะควักปืนออกมายิงผมแล้วซะอีก แต่ไหงถึงกลายเป็นการสัมภาษณ์เข้าแก๊งไปได้ซะนี่

“เอ่อ...คือว่า...ฉันได้ยินมาว่าทำงานกับแก๊งของพวกนายแล้วได้เงินเยอะ คือตอนนี้ฉันกำลังตกงานแล้วก็อยากได้เงิน...แค่นั้นแหละ” ผมเอ่ยตอบเสียงตะกุกตะกัก เนื่องจากไม่ได้เตรียมพร้อมมาก่อนว่าจะเจอกันกระทันหันแบบนี้ ทำให้ผมรู้สึกประหม่านิดหน่อย

“เงินมันสำคัญกับนายขนาดนั้นเลยหรอ” อีกฝ่ายถามกลับ ผมขมวดคิ้วรู้สึกงุนงงในคำถามอีกครั้ง ก็ถ้ามันไม่สำคัญผมจะมาหามันเพื่อขอเข้าแก๊งไหมเล่า

“แล้วนายคิดว่าชีวิตคนเรามันอยู่ได้ด้วยการนั่งมองลมฟ้าอากาศรึไงล่ะ ฉันก็ต้องใช้เงินแลกข้าวกินนะ แต่ถ้านายไม่รับฉันเข้าแก๊งก็ไม่เป็นไร ฉันไปหาแก๊งอื่นเข้าก็ได้ งั้นฉันรบกวนเวลาของนายแค่นี้แหละ” ผมพูดอย่างใส่อารมณ์ก่อนจะสะบัดตัวเดินจากไป ไม่สนใจแล้วว่ามันจะรับผมเข้าแก๊งไหม หรือจะโกรธที่ผมพูดแล้วชักปืนออกมายิงผมรึเปล่า เพราะตอนนี้ผมรู้สึกหงุดหงิดมาก ทั้งเรื่องที่ต้องมานั่งรอมัน และไหนจะเรื่องเสื้อผมที่ถูกเหล้าหกใส่อีก ทำให้ผมรู้สึกว่าวันนี้มันช่างเป็นวันที่เลวร้ายสำหรับผมเหลือเกิน แต่ทว่า...

“เดี๋ยวสิ... แล้วใครบอกล่ะว่าจะไม่รับเข้าแก๊ง”

“หืม... นายว่าอะไรนะ?” ผมหยุดเท้าที่ก้าวเดินอยู่แล้วหันกลับไปมองหน้าคนพูดทันที ร่างที่อีกนิดนึงจะสูงเท่าอวตารเดินเข้ามาหาผม แล้วตอนนี้เองที่ผมเพิ่งสังเกตเห็นสายตาของมันที่มองหน้าอกผมอยู่ ผมรีบคว้าคอเสื้อตัวเองปิดทันที มันเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าผมแล้วก้มลงเอ่ยบอก

“ตอนนี้นายได้เข้าแก๊งพวกเราแล้ว บอกชื่อของนายมาสิ ฉันอยากรู้ว่าสมาชิกใหม่ของแก๊งเราชื่อว่าอะไร” ผมสบสายตากับใบหน้าที่ก้มลงมา หัวใจเต้นสั่นรัวแรง ได้แต่นึกสงสัยว่าผมไปทำอะไรให้มันประทับใจตอนไหน มันถึงได้ยอมรับผมเข้าแก๊ง แต่ก็เก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ เพราะจะยังต้องสงสัยอะไรอีกในเมื่อตอนนี้ผมได้เข้าแก๊งตามแผนที่วางเอาไว้แล้ว

“ยองแจ...ฉันชื่อว่ายูยองแจ อ๊ะ!” ผมร้องออกมาเมื่อจู่ๆก็ถูกกระชากให้เข้าไปใกล้ ท่อนแขนกำยำที่ดูไม่เข้ากับใบหน้าเจ้าของร่างเกี่ยวกระหวัดรอบเอวผม ร่างกายของเราแนบชิดติดกัน และเป็นเพราะความตกใจทำให้ผมไม่ทันผลักอีกฝ่ายออก

ใบหน้าที่ยังดูอ่อนเยาว์แตกต่างจากรูปร่างสูงใหญ่ก้มลงมา แล้วกระซิบที่ข้างหูผมแผ่วเบาว่า....

“ยินดีต้อนรับสู่แก๊งของเรา...ยูยองแจ”


………


………………


………………………………


“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ” ผมยักไหล่บอกหลังจากเล่าจบ และไม่รู้ว่าแก้วเหล้ามาอยู่ในมือตั้งแต่เมื่อไหร่ ไอ้แดฮยอนคงชงให้ตอนที่กำลังฟังผมเล่าอยู่

“เหอะ งั้นก็สรุปว่าไอ้หน้าอ่อนนั่นมันชอบผู้ชายสินะ มันถึงได้รับมึงเข้าแก๊งง่ายๆแบบนี้”

“เรื่องนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่กูได้ยินพวกลูกน้องในแก๊งมันเล่าว่า...ไอ้จุนฮงชอบพาผู้หญิงมานอนด้วยไม่ซ้ำหน้าเลย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะมายุ่งกับกูทำไม” ผมทำหน้าไม่เข้าใจเอ่ยบอก ก่อนจะยกแก้วเหล้าในมือกระดกดื่ม วิสกี้ที่นี่ต่างจากบาร์ที่ผมเจอกับไอ้จุนฮงจริงๆด้วย สงสัยต้องบอกให้พี่ฮิมชานเช็คคุณภาพของสินค้าสักหน่อย ถึงจะสบายปากพวกคออ่อนอย่างผม แต่คงไม่ดีสำหรับพวกนักดื่มและร้านของพวกเราแน่

“เห้ย หรือว่ามันอยากจะลองของแปลกวะ แบบว่ายังไม่เคยทำกับผู้ชายเลยอยากลองไรงี้” ไอ้แดฮยอนทำหน้าตาตื่นพูดขึ้น ข้อสันนิฐานของมันทำให้ผมนิ่งงันไป จากตอนแรกที่คิดว่าไอ้จุนฮงคงชอบอะไรในตัวผมสักอย่างถึงได้ให้ผมอยู่ใกล้ตลอดเวลา กลายเป็นว่าผมเริ่มกลัวที่จะกลายเป็นเครื่องมือให้อาชญากรได้ลิ่มลองของแปลก หลังจากที่หน่ำใจแล้วก็คงฆ่าทิ้ง

“คุยอะไรกันอยู่หรอ ดูท่าทางสนุกจัง”

เฮือก!

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นทางด้านหลัง ไอ้แดฮยอนที่มองไปด้านหลังของผมค่อยๆถอยห่างออกไป สีหน้าของมันนิ่งงัน ทำให้ไม่ต้องหันไปมองผมก็รู้ว่าใครที่ยืนอยู่ด้านหลังของผม

“จุนฮง...” ร่างสูงเดินเข้ามาแล้วฉีกยิ้มให้ผมกับแดฮยอน ถึงแม้ว่าหน้าจะยิ้มอยู่ แต่ผมรับรู้ได้ว่าอารมณ์ข้างในของจุนฮงตอนนี้ไม่เหมือนกับสีหน้าที่แสดงออกมา มันคงไม่ได้ยินที่ผมกับไอ้แดฮยอนคุยกันหรอกนะ เพราะได้ยินนั่นเท่ากับพวกเราต้องจบเห่ แผนที่วางเอาไว้ต้องล้มไม่เป็นท่าเพราะความสนุกปากของผมกับไอ้แดฮยอน

“คือว่าฉัน...กำลังสั่งเครื่องดื่มให้นายอยู่น่ะ แล้วก็สอบถามเกี่ยวกับความรู้เรื่องเหล้านิดหน่อย” ผมเอ่ยตอบแล้วหันไปสบตากับไอ้แดฮยอนเล็กน้อย จุนฮงมองหน้าผมกับแดฮยอนสลับกัน ท่าทางดูเหมือนไม่เชื่อที่ผมบอก หวังว่าพวกเราคงไม่ถูกจับได้ตอนนี้หรอกนะ

แต่แล้วบรรยากาศมาคุก็สลายไป เมื่อจุนฮงหันมาพูดกับผม

“ไม่ต้องแล้วล่ะ เพราะฉันอยากกลับบ้านแล้ว เรากลับบ้านของเรากันเถอะยองแจ” จุนฮงไม่พูดเปล่า แต่ยังดึงตัวผมให้ลงมาจากเก้าอี้แล้วใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวผมเอาไว้ สายตาที่จุนฮงใช้จ้องหน้าแดฮยอนเหมือนจะบอกว่าผมเป็นของมัน

“ด...ได้สิ งั้นเรากลับกันเถอะ” ผมพูดเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะจับมือที่วางอยู่บนเอวดึงให้เดินตามออกไป แต่จุนฮงกลับฝืนตัวเองเอาไว้ทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง และพบว่าจุนฮงกำลังจ้องหน้าแดฮยอนอย่างหาเรื่อง

“คงรู้นะว่าอะไรควรยุ่งแล้วอะไรที่ไม่ควรยุ่ง” น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยบอก รังสีความน่ากลัวของอาชญากรแผ่ออกมาจากร่างจุนฮง

ผมหันไปมองหน้าไอ้แดฮยอนอย่างหวั่นใจ กลัวว่ามันจะทนไม่ไหวแล้วเปิดเผยกับคนตรงหน้าว่าตัวเองเป็นสายตำรวจ ส่วนผมก็เป็นคนล่ออีกฝ่ายมาที่นี่เพื่อทำการจับกุม ถ้าทำแบบนั้นพวกเราทั้งสามต้องถูกยิงตายก่อนแน่ เพราะอาชญากรอยู่กันเต็มร้าน แต่ไอ้แดฮยอนเพียงแค่พยักหน้าให้เท่านั้น

“เราไปกันเถอะจุนฮง นายเมาแล้วเดี๋ยวฉันจะขับรถให้เอง” ผมรีบหันไปบอกคนข้างกาย ก่อนจะจับมือใหญ่ลากให้ออกไปจากร้านโดยไวก่อนที่จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก แล้วในที่สุดผมก็จัดการพาจุนฮงออกมาจากร้านได้สำเร็จ



……………………………


[Himchan Part]


ผมชะเง่อคอมองหายองแจที่หายตัวไปนานแล้ว ทั้งมันแล้วก็ไอ้มือขวาหน้าอ่อน ไม่รู้ว่าพวกมันหายไปไหนกัน การที่มันและไอ้หน้าอ่อนนั่นหายไปจากสายตาทำให้ผมรู้สึกเป็นกังวล

“มีอะไรรึเปล่า ดูเหมือนนายจะมีเรื่องให้ต้องทำเลยนะ” เสียงของคนที่นั่งข้างๆเอ่ยถาม ผมรีบหันขวับไปมอง สายตาดุดันคู่นั้นทำให้ผมผวาทุกครั้งที่หันไปสบตา แต่ก็ยังคงปั่นสีหน้านิ่งเฉย

“อ่อ เปล่าครับ ผมก็แค่มองดูความเรียบร้อยของร้าน”

“งั้นหรอ...” ผมพยักหน้าให้ อีกฝ่ายหันไปรับแก้วเหล้าจากลูกน้องที่เพิ่งชงเสร็จส่งมาให้ผม

“ชนแก้วกันหน่อยไหม” ผมก้มลงมองแก้วเหล้าที่ส่งมากับหน้าอีกฝ่ายสลับกัน ก่อนจะค่อยๆยื่นมือไปรับ ให้ตายเถอะ... บอกตามตรงว่าผมไม่ชอบดื่มเวลางานเลย แต่ไอ้ยงกุกกลับเอาแต่ส่งเหล้าให้ผมดื่ม นี่มันคงไม่ได้คิดจะมอมเหล้าผมหรอกใช่ไหม

“ชน...” มันพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับยกแก้วขึ้น สายตาที่มองมาเหมือนกดดันให้ผมต้องยกแก้วเหล้าขึ้นชนกับมัน เสียงแก้วเหล้าที่กระทบกันดังกังวาน ผมรีบยกกระดกดื่มรวดเดียวจนหมด เพื่อจะได้ขอตัวลากลับไปทำงานสักที

“ผมขอตัวก่อนนะครับ มานั่งนานแล้วเดี๋ยวไม่มีใครคิดเงินให้ลูกค้า ขอบคุณที่เลี้ยงเหล้าครับ” ผมเอ่ยบอกรัวเร็วแล้วลุกขึ้นยืนทันที โดยไม่สนว่าไอ้ยงกุกจะอนุญาตหรือไม่ ที่จริงผมยังอยากจะนั่งอยู่ต่อสักหน่อยเพื่อจะได้ยินพวกมันพูดคุยอะไรกันบ้าง แต่กลัวว่าไอ้ยงกุกจะส่งเหล้าให้ดื่มอีก ซึ่งถ้าดื่มอีกเพียงแก้วเดียวผมต้องขาดสติแน่ๆ

“ไอ้แดฮยอน... ยองแจล่ะหายไปไหน” ผมเดินเข้าไปถามไอ้แดฮยอนที่ยืนชงเหล้าอยู่หลังเคานเตอร์ แต่หน้าตาของมันดูบูดบึ้งยังไงไม่รู้

“ไปกับไอ้หน้าอ่อนแล้ว”

“ห๊ะ! ไปไหน แล้วมึงเป็นอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้น”

“เปล่า ไม่มีอะไร พี่ไม่ต้องเป็นห่วงไอ้ยองแจมันหรอก คนอย่างมันทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว” ไอ้แดฮยอนเอ่ยตอบทั้งๆที่ยังทำหน้าตาบูดบึ้ง ดูเหมือนมันจะกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง แถมน้ำเสียงที่ใช้พูดถึงไอ้ยองแจยังฟังดูประชดประชันแปลก นี่มันกับยองแจคงไม่ได้ทะเลาะกันอีกแล้วใช่ไหม ผมล่ะปวดหัวกับพวกมันจริงๆเล๊ยยย....

“งั้นเดี๋ยวมึงเฝ้าหน้าร้านก่อนนะ กูจะเข้าไปเช็กสต็อกสักหน่อยว่าเหล้าในร้านยังเหลืออยู่เท่าไหร่” ผมเอ่ยสั่ง ไอ้แดฮยอนพยักหน้าให้ ผมจึงเดินเข้าไปที่ด้านหลังร้าน

หลังจากที่เดินเข้ามาหลังร้านผมก็รีบหยิบโทรศัพท์ออกมา กดส่งข้อความหายงฮวารายงานสถานการณ์ในตอนนี้ให้อีกฝ่ายรู้ ผ่านไปไม่กี่นาทียงฮวาก็ตอบกลับมา บอกให้ผมคอยดูสถานการณ์ต่อไปก่อน เพราะอีกฝ่ายต้องการจับไอ้ยงกุกให้ได้คาหนังคาเขา งั้นผมคงต้องหลอกล่อให้ไอ้ยงกุกเปิดเผยสถานที่ทำชั่วของมันออกมาสินะ

“บ้าชะมัด แล้วฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไงกัน” ผมพึมพำออกมาหลังจากเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า แค่คิดว่าต้องเดินกลับไปนั่งร่วมโต๊ะกับไอ้หัวหน้าแก๊งอาชญากรนั่น ผมก็เกิดอาการพะอืดพะอมขึ้นมาแล้ว ไหนจะเหล้าที่ถูกบังคับให้ดื่ม ไหนจะกลิ่นบุหรี่และสายตาโลมเลียนั่นอีก แล้วยังต้องคิดหาวิธีทำให้มันพูดถึงงานชั่วๆของมันอีก ผมจะทนได้แค่ไหนกันนะ

แต่ทว่าในขณะที่ผมหันตัวจะเดินออกจากหลังร้าน ใครคนหนึ่งก็เดินเข้ามาขวางผมเอาไว้ ตอนแรกผมคิดว่าเป็นไอ้แดฮยอนที่คงเดินเข้ามาตาม แต่อีกฝ่ายรูปร่างสูงใหญ่เกินไป พอเงยหน้าขึ้นมองผมก็พบกับสายตาดุดันที่จ้องมองมา

“คุณเข้ามาในนี้ไม่ได้นะครับ!” ผมรีบร้องบอก สีหน้าแตกตื่นอย่างควบคุมไม่อยู่ เพราะคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าผมตอนนี้ก็คือไอ้ยงกุก! มันเข้ามาในนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเมื่อกี้นี้มันเห็นที่ผมส่งข้อความคุยกับยงฮวารึเปล่า ความตกใจทำให้สมองของผมรวนไปหมด

กริ๊ก!

เสียงของโลหะดังขึ้น ก่อนปืนสีดำมันวาวจะยกขึ้นจ่อที่หัวของผม ผมยกสองมือขึ้นในท่ายอมแพ้ทันที สายตาจับจ้องที่ปลายกระบอกปืน เหงื่อเย็นชื่นไหลลงมาที่ข้างขมับ

“จะให้ฉันเข้าไปดีๆหรือจะต้องให้ฉันยิงนายก่อนถึงจะเข้าไปได้” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างน่าหวั่นเกรง ผมขยับรีบเท้าก้าวถอยหลังเปิดทางให้มันเพราะยังรักชีวิตตัวเองอยู่ ปืนที่จ่อหัวอยู่ลดลง ไอ้ยงกุกเดินเข้ามาแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆหลังร้าน

“คุณต้องการอะไร” ผมเอ่ยถาม สายตาเหลือบมองปืนในมือของมันเป็นระยะๆ พร้อมกับขยับมือเอื้อมไปทางด้านหลังตัวเองช้าๆ เพื่อหยิบปืนที่ซ่อนเอาไว้ แต่ทว่าใบหน้าที่หันมามองอย่างรวดเร็วก็ทำให้ผมต้องลดมือลง

“ฉันก็แค่อยากรู้ว่าหลังร้านนายมีอะไรบ้าง”

“ร้านเหล้าก็ต้องมีเหล้าสิครับ คุณเห็นว่ามีอย่างอื่นด้วยหรอ”

“แล้วเฮโรอีนล่ะ นายเก็บไว้ที่ไหน” เป็นนิ่งเงียบไปหลังจากได้ยินคำถาม เฮโรอีนเก็บไว้ที่ไหนน่ะหรอ มันจะมีที่เก็บได้ยังไงล่ะในเมื่อผมไม่ได้ค้ายาจริงๆ เท่าที่มีก็ขายให้มันไปหมดแล้ว ถ้าต้องการเมื่อไหร่ถึงจะให้ไอ้แดฮยอนไปซื้อมา แต่ถ้าตอบออกไปแบบนั้นมันจะต้องสงสัยผมแน่ๆ

“เรื่องนี้ผมบอกไม่ได้หรอกครับ เพราะไม่รู้ว่าผมไว้ใจคุณได้รึเปล่า” ผมเอ่ยตอบยิ้มๆให้ ไอ้ยงกุกเดินเข้ามาใกล้แล้วจ้องหน้าของผม วินาทีนั้นผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองรัวอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน มือพยายามจะเอื้อมจับปืนอีกครั้ง คิดว่าต้องถูกจับได้แน่ๆ แต่แล้วไอ้ยงกุกกลับหันไปสนใจที่บันไดร้านแทน

“ที่ชั้นสองมีอะไร” มันเอ่ยถามผมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมสุดจะทนกับมันแล้วจริงๆจึงไม่ตอบคำถาม

“ขอโทษครับแต่คุณต้องออกไปแล้ว ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับลูกค้า” ผมเอ่ยบอกแล้วดันตัวมันให้ออกไปจากหลังร้าน แต่มันปัดมือผมที่ดันตัวมันออก แล้วผลักผมเข้ากำแพงอย่างแรงก่อนจะใช้ท่อนแขนกดร่างของผมเอาไว้ ผมเบ้หน้าเพราะรู้สึกเจ็บแผ่นหลังที่กระแทก ปืนกระบอกเดิมยกขึ้นจ่อหัวผมไว้อีกครั้ง

“ถ้าฉันเป็นตำรวจร้านของนายคงโดนปิดไปตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่ที่ฉันเข้ามาที่นี่เพราะรู้สึกว่าท่าทางของนายตอนอยู่กับฉันมันน่าสงสัย คิดว่าฉันไม่เห็นสายตาของนายตอนมองฉันรึไง บอกมาว่านายวางแผนจะทำอะไรที่ร้านเฮงซวยนี่” เสียงกรรโชกเอ่ยถาม หัวใจผมเต้นรัวแรงกว่าเดิม ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะปืนที่จ่อหัวผมอยู่ แบบนี้ก็แสดงว่าไอ้ยงกุกกำลังสงสัยผมอยู่สินะ

เกิดความเงียบขึ้นที่หลังร้าน ผมสบตากับดวงตาดุดันคู่นั้น พยายามสงบสติอารมณ์และความกลัวของตัวเอง และหลังจากที่ควบคุมอารมณ์ได้แล้ว ผมก็ฉีกยิ้มเอ่ยตอบคำถามนั้นของอีกฝ่าย

“แผนของผมหรอครับ มีสิ... แผนที่จะทำให้ร้านเหล้าแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนของผู้คนในเมื่อนี้ไงล่ะ พอใจรึยังครับ” ผมเอ่ยถามกลับพร้อมกับทำสีหน้าท้าทาย สายตาดุดันมองหน้าผมไม่กระพริบ ผมรู้ว่ามันคงไม่เชื่อที่ผมบอกหรอก แต่เพราะว่าผมไม่ได้แสดงพิรุธอะไรออกมาให้มันจับได้ ปืนที่จ่อหัวผมอยู่จึงค่อยๆลดลง

“อย่าให้ฉันจับได้ล่ะกันว่านายวางแผนอะไรไว้ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนที่เพิ่งย้ายข้ามเมืองมาแถมยังเพิ่งเปิดกิจการของตัวเองจะกล้าขายยาเสพติดในร้าน และไม่ว่านายคิดจะทำอะไรจำเอาไว้ว่าเมืองนี้เป็นของฉัน ใครที่มันทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาฉัน มันไม่มีวันได้อยู่ที่นี่อย่างสงบสุข”

ท่อนแขนที่กดหน้าอกของผมอยู่ปล่อยออก สายตาดุดันคู่นั้นจ้องหน้าผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันตัวเดินออกไป และขณะที่มันเดินออกไป ไอ้แดฮยอนก็เดินสวนเข้ามาพอดี มันทำหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าใครที่เดินออกมาจากหลังร้าน

“พี่ฮิมชาน! พี่เป็นอะไรรึเปล่า ไอ้เวรนั่นมันทำอะไรพี่” ไอ้แดฮยอนที่หันมาเห็นผมทรุดลงนั่งกับพื้นรีบเดินเข้ามาถาม ผมยกมือขึ้นโบกให้มัน ผมไม่ได้เป็นอะไรก็แค่รู้สึกขามันสั่นๆเท่านั้น เพราะถูกปืนจ่อหัวถึงสองรอบ

“เปล่า กูไม่เป็นไร มันก็แค่ขู่เฉยๆ”

“ขู่?! นี่มันรู้ตัวตนของพวกเราแล้วงั้นหรอ!” ไอ้แดฮยอนทำหน้าตกตะลึงกว่าเดิม ผมนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามของมัน เพราะผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไอ้ยงกุกรู้ตัวแล้วหรือเปล่า ว่ากำลังถูกสายตำรวจจับตาดูตัวเองอยู่



……………………………


[Yungjae Part]


“จุนฮง...หยุดก่อน...จุนฮง...อย่า...” ผมร้องบอกขณะที่ถูกร่างสูงดันให้เข้าไปในห้อง จุนฮงเอื้อมมือไปเปิดไฟแล้วยืนจ้องมองมาที่ผม สายตาเต็มไปด้วยความกระหาย สองขาของผมที่ก้าวถอยหลังหนีสั่นระริกด้วยความกลัว วันนี้จุนฮงดูป่าเถื่อนกว่าทุกวัน เขาดูเหมือนต้องการทำลายอะไรสักอย่าง ซึ่งนั่นก็คือผม!

“พี่จะหนีผมทำไม ในเมื่อก็รู้ว่าไม่มีทางหนีรอด” จุนฮงพูดขึ้นขณะก้าวเท้าเข้ามาหาผม สรรพนามที่ใช้จะใช้เมื่อเวลาที่เราอยู่กันสองคน มันเดินเข้ามาพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อตัวเองออก และถึงแม้ผมจะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางหนีพ้น แต่ผมก็ยังคงก้าวเท้าถอยหนี ทำไมน่ะเหรอ... ก็เพราะว่าผมยังไม่อยากตกเป็นของผู้ชายน่ะสิ!

“ย...อย่านะจุนฮง!” ผมร้องลั่นเมื่อถูกคว้าตัวเอาไว้ ใบหน้าที่อยู่สูงกว่ามากก้มลงมาซุกไซร้ซอกคอ ผมพยายามหดคอหนี สองมือทุบตีไปตามร่างกายของมัน ขนบนร่างผมลุกชันเพราะสัมผัสจากผู้ชายด้วยกัน มันทำให้ผมทั้งโกรธทั้งกลัว

“หยุดก่อนจุนฮง...ฉันเหม็นกลิ่นเหล้า...นายช่วยออกไปก่อนได้ไหม” ผมหาข้ออ้างเพื่อให้มันยอมปล่อยตัวผมออก แต่กลับกลายเป็นว่าผมถูกมันผลักลงไปบนเตียงแทน สองแขนรีบยันตัวเองขึ้นหมายจะลุกออกจากเตียง แต่ถูกไอ้จุนฮงขึ้นมานั่งทับร่างไว้ทำให้ผมไม่สามารถลุกออกจากเตียงได้ ใบหน้าที่มีอาการมึนเมานิดๆก้มลงมองผม

“เหม็นกลิ่นเหล้างั้นหรอ เหอะ! ก็เป็นเหล้าที่พี่ยัดใส่มือให้ผมดื่มไม่ใช่รึไง” จุนฮงพูดแล้วก้มลงซุกไซร้ซอกคอผมอีกครั้ง มือของมันสอดเข้ามาใต้เสื้อลูบไล้หน้าท้องและแผ่นอกของผม ผมเบิกตากว้าง สองมือออกแรงทุบตีบ่าแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม

“จุนฮง...หยุด!...นายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ!” ผมตะโกนออกมา ไอ้จุนฮงยอมหยุดแล้วผละใบหน้าขึ้นมองหน้าผม ดวงตาสั่นไหวของผมมีน้ำตาเอ่อคลอ แผ่นอกขยับขึ้นลงรัวแรงด้วยความกลัว 

“ทำไม” ไอ้จุนฮงเอ่ยถามเสียงเรียบ ผมกลอกตาไปมาก่อนจะเอ่ยตอบ

“พ...เพราะว่าเรา....ไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“งั้นก็เป็นซะสิ” ไอ้จุนฮงพูดแล้วก้มลงมาอีกครั้ง ผมร้องลั่นแล้วผลักตัวมันออกไปอย่าแรง

“หยุดนะจุนฮง!...หยุดเดี๋ยวนี้!” ทันทีที่ไอ้จุนฮงกระเด็นออกไป ผมก็รีบลุกออกจากเตียงไปยืนที่หน้าประตูห้อง ดวงตาที่ยังเบิกกว้างจ้องมองมันที่คอยๆยันตัวลุกขึ้นยืน

“ถ้านายยังไม่ยอมหยุดฉันจะออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้” ผมร้องบอก ทั้งร่างกายสั่นระริกหวาดกลัว ไอ้จุนฮงกระดกริมฝีปากฉีกยิ้มให้ มันยืดตัวขึ้นเต็มความสูงจ้องมองมาที่ผม สีหน้ายังคงเมามายจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

“ถ้าผมไม่ให้พี่ไป พี่คิดว่าจะออกไปจากที่นี่ได้งั้นหรอ”

“นายหมายความว่ายังไง” ผมถาม ขายาวๆของมันก้าวเข้ามาใกล้ ผมขยับถอยหลังจนชิดกับประตูห้อง ไอ้จุนฮงก้าวเข้ามาแล้วใช้มือยันประตูเอาไว้ ทำให้ตอนนี้ผมเหมือนถูกกักอยู่ในอ้อมแขนของมัน ใบหน้าที่มีดวงตาหยาดเยิ้มก้มลงมาใกล้ใบหน้าของผมแล้วเอ่ยบอก

“อย่าลืมสิว่าผมเป็นคนพาพี่เข้ามาในแก๊ง แล้วพี่ก็รู้กฎของแก๊งเราดีว่ามีคนเข้ามาต้องไม่มีคนออกไป คนที่มันคิดจะออกจากแก๊งเราจะต้องถูกฆ่าด้วยน้ำมือผมทุกคน!” ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินคำว่าฆ่า ใบหน้าพรั่นพรึงเงยขึ้นสบตากับมัน นั่นใช่คำขู่หรือเปล่า หมายความว่าถ้าผมคิดจะออกจากแก๊งก็ต้องถูกมันฆ่างั้นหรอ

สองแขนที่สั่นระริกของผมโผเข้ากอดร่างสูงของมัน

“จุนฮง... ฉันขอโทษ... ฉันไม่รู้ว่านายโกรธฉันเรื่องอะไร แต่นายอย่าพูดแบบนี้สิฉันกลัวนะ” น้ำเสียงสั่นเครือของผมเอ่ยบอก ใบหน้าซบลงที่แผ่นอกของมันอย่างออดอ้อน ไอ้จุนฮงหลับตาลงแล้วค่อยๆลืมขึ้นก้มลงมองผมที่กอดมันอยู่ มันดันตัวผมออกเล็กน้อย ดวงตาสั่นไหวของผมช้อนขึ้นมองมัน

“พี่กับไอ้บาร์เทนเดอร์นั่น...มีอะไรกันรึเปล่า” ในที่สุดผมก็รู้สักทีว่ามันโกรธผมเรื่องอะไร ที่แท้ก็เรื่องผมกับไอ้แดฮยอนนี่เอง ผมส่ายหน้าให้แล้วทำน้ำเสียงเศร้าเสียใจเอ่ยบอก

“ฉันจะไปมีอะไรกับเขาได้ยังไงล่ะ เราก็แค่พูดคุยกันเฉยๆ ทำไมนายถึงไม่เชื่อฉันบ้าง”

“ผมไม่ชอบที่มีพูดคุยหยอกล้อกับคนอื่น”

“พูดแบบนี้นายหึงฉันหรอ”

“ใช่! เพราะพี่เป็นของผม!” ไอ้จุนฮงขึ้นเสียงเล็กน้อยเอ่ยบอก สายตาที่มองลงมาช่างดูดุดัน ผมสังเกตเห็นสองมือของมันกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นี่มันหึงผมกับไอ้แดฮยอนจริงๆหรอเนี่ย แบบนี้ถ้าเกิดผมมีแฟนหรือไปพูดคุยกับใครสุ่มสี่สุ่มห้า คงโดนมันฆ่าตายด้วยมือคู่นี้จริง

น้ำลายอึกใหญ่กลืนลงคอ ผมยังคงแกล้งเล่นละครต่อไปแม้จะตกใจกับอาการหึงโหดของมันก็ตาม

“ฉันเป็นผู้ชายนะจุนฮง แล้วนายเองก็เป็นผู้ชาย ถ้าคิดจะแค่เล่นสนุกเฉยๆก็อย่าเลยดีกว่า ฉันไม่อยากเจ็บเพราะเป็นได้แค่ของเล่น...ของนาย” ผมแกล้งทำหน้าเศร้าเอ่ยบอก พร้อมกับบีบน้ำตาออกมา พอไอ้จุนฮงเห็นน้ำตาของผมก็ตกใจ มันรีบดึงตัวผมเข้าไปใกล้แล้วช้อนใบหน้าขึ้น

“พี่ไม่ใช่ของเล่นของใครพี่ยองแจ ผมรู้ว่าผมต้องการพี่ตั้งแต่วินาทีแรกที่เราเจอกัน ผมชอบพี่มากนะ” ผมนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ยอมรับว่าคำสารภาพของไอ้จุนฮงทำผมใจสั่น แต่ผมก็ไม่รู้อีกล่ะว่าที่มันพูดเป็นความจริงรึเปล่า ขึ้นชื่อว่าอาชญากรย่อมเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ผมไม่ยอมตกหลุมพรางของพวกมันแน่

“ถ้างั้น...นายช่วยลืมเรื่องในคืนนี้ไปได้ไหม แล้วเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันได้รึเปล่า” ผมจับมือใหญ่ขึ้นให้กอบกุมใบหน้าตัวเอง สายตาช้อนขึ้นมองอย่างออดอ้อน ไอ้จุนฮงคลี่ยิ้มให้

“ได้สิ... แต่ต้องหลังจากที่พี่ทำมันให้ผม” สายตามีเลศนัยมองผม นิ้วมือเกลี่ยที่ข้างแก้ม ผมหลุบสายตาลงต่ำมองส่วนล่างของมันที่ดุนดันกางเกงออกมา น้ำลายอีกอึกกลืนลงคอ นี่คือข้อแลกเปลี่ยนสินะ...

“ก็ได้...” ผมบอกก่อนจะผลักมันให้ไปนั่งลงบนเตียง แล้วตามไปนั่งคุกเข่าลงตรงหว่างขา สายตาช้อนขึ้นมองเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะผลุบหายไปที่ด้านล่างแล้วไม่โผล่ขึ้นมาอีกเลยเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง





#ฟิครักอาชญากร


ตอนที่ 2 มาอย่างไว ฮ่าๆ

แต่ตอนต่อไปขอเวลานิดนึงนะคะ มีงานด่วนเข้า

อ่านไปสองตอนแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง อย่าลืมบอกให้คนแต่งรู้นะ


ปล.เจอคำผิดแจ้งได้จ้า


©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

188 ความคิดเห็น

  1. #104 porrybitty (@porry02) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 22:10
    จุนฮงใจร้ายย
    #104
    0
  2. #46 jumpup0411 (@jumpup0411) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 05:16
    แหมะๆๆ ตอนที่พี่กุกตามเข้าไปหลังร้าน นึกว่าชานๆจะอ้_กใส่พี่กุกซะแล้ว 5555+++
    #46
    0
  3. #33 _likiji (@hhnaruto) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 16:35
    โอ้ยยยย อยากหวีดมากจุดนี้
    ที่ยงกุกเข้ามาหลังร้านถึงกับตกใจ
    อุเหม่ พ่อคุณ ดั๊นนึกว่าจะมาปล้ำฮิมชาน
    แค่กๆๆๆๆๆๆ

    ฮือจุนฮงงง หนูลูกกกก -หน้าอ่อน
    55555555555555 ชอบๆ
    แน่ะ ชอบยองแจ แหม่ๆๆๆ (แซว)
    ยองแจจจ๊ ไม่ยอมให้เขา
    แต่ก็ดันทำให้เขาซะอย่างนั้น ออมอ
    ดั๊นจะเป็นลม ร้อนแรงอะไรเบอร์นี้
    #33
    0
  4. #15 Y-overtwo (@yeen2) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 23:41
    งือออ ทำไมรู้สึกกบฎ 55555 แด้แจก็ดีนั้ลลลล ฮือออ 
    #15
    0
  5. #9 Helenew (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 13:51
    โอ้ยยยยยยยยยยย ยองแจลูกกกกก!!!!!! เป็นนกต่อก็รู้อยู่แล้วแหละว่าเสี่ยง แต่ไม่เสี่ยงตายนะคะ เสี่ยงโดนกิน แงงงง ดูดิ สองอาทิตย์ยังขนาดนี้ยองแจจะหลบเลี่ยงได้อีกสักกี่น้ำจุนฮงยิ่งหึงโหดอยู่ด้วย ออกตัวแรงด้วยว่าของเขา ๆ ไม่มีอารมณ์แอบชงแอบชอบอะไรเล้ย ดีเร็วดี แต่เราว่ายองแจเนียนสุดแล้วนะ ส่วนพี่ชานอ่ะ เจอกันวันแรกก็รีบไปหน่อย เผยไต๋เลยว่ามียา ถ้ากับคนที่เจอกันครั้งแรกก็น่าจะดูท่าทีกันไปก่อน รู้สึกว่ายงกุกจะเริ่มรู้ทันแล้วล่ะ ยังไงก็รอตอนต่อไปนะคะ
    #9
    0
  6. #8 KUROBUTA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 22:36
    จุนฮงร้ายกาจที่สุดจะให้

    ยองแจของเราทำอะไรกันนะ ไรท์จ๋ามาต่อเร็วๆเอะ สู้ๆนาะ
    #8
    0
  7. #6 @!k@w@_k (@aikawa_k) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 13:56
    ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
    มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ชอบฟิคที่แฝงความรุนแรงแบบนี้
    นี่รออยู่ว่าเมื่อไหร่น้องออบจะมาสมัครงาน
    แดฮยอนจะได้ไม่เหงาและว้าเหว่แบบนี้ 
    รอตอนต่อไปค่ะ :D
    #6
    0
  8. #5 Meen_GMC (@Meen_GMC) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 13:49
    ยองแจเสร็จนงแน่ๆอ่ะดูยังไงก็ไม่น่ารอดไปได้เลย คุณยงกุกนี่เกรี้ยวกราดมาก อย่าทำคนสวยของนี่นะ แดฮยอนกับยองแจอ่านแบบเผินๆเหมือนดูมีซัมติงกันด้วย รอน้องจงออบอยู่นะคะไรท์ 55555555
    #5
    0