[Fic B.A.P] Alcohol #ฟิครักอาชญากร

ตอนที่ 11 : Chapter 11 : Jager 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 448
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 พ.ค. 60



[Youngjae Part]


เวลา 14.55 น ผมแต่งตัวด้วยชุดที่เตรียมออกไปข้างนอก ผมรู้ว่ามันเร็วเกินไปที่จะแอบกลับไปที่ร้านตอนนี้เพราะฟ้ายังไม่มืดและไอ้จุนฮงยังไม่เข้านอน แต่ผมต้องรีบแล้ว...


เสื้อผ้าที่มีไม่กี่ชิ้นจับยัดลงกระเป๋าเสื้อผ้าอย่างลวกๆ รวมทั้งของใช้ต่างๆที่อยู่ในห้องน้ำก็เก็บมาหมด ต้องทำเหมือนว่าผมไม่เคยอยู่ที่นี่กับไอ้จุนฮงมาก่อน เพราะว่าถึงวันนี้แล้ว...วันที่ผมจะแอบเข้าไปเอารายชื่อสมาชิกแก็งแล้วหนีไปจากที่นี่


ขอโทษนะจุนฮง แต่ฉันทรยศครอบครัวของตัวเองไม่ได้ ฉันสัญญาว่าจะไปเยี่ยมนายที่คุกให้บ่อยที่สุด....


ผมพึมพำในใจ ขณะเก็บของใส่กระเป๋าก็รู้สึกว่าน้ำตาจะไหลออกมา หัวใจมันปวดร้าวเหมือนโดนทรยศซะเอง ผมไม่ได้อยากให้เรื่องมันลงเอยแบบนี้ ถ้าผมไม่เรื่องใช้วิธีเข้าหาไอ้จุนฮงตั้งแต่แรกเรื่องก็คงไม่จบแบบนี้ ผมไม่น่าปล่อยตัวปล่อยใจยอมให้มันเข้ามาอิทธิพลกับหัวใจของตัวเองเลย


ก๊อกๆๆ


“พี่ยองแจพี่ตื่นนอนรึยัง”


ผมสะดุ้งตกใจเสียงเคาะประตู คนที่มาเคาะประตูก็คือไอ้จุนฮง เมื่อคืนนี้มันกลับมาถึงห้องตอนฟ้าสร่างเพราะต้องอยู่วางแผนปล้นธนาคารกับไอ้ยงกุกทั้งคืน หลังจากมันตื่นนอนตอนเช้าก็รีบออกไปจากห้องทันที ผมคิดว่าวันนี้มันจะกลับดึกอีกก็เลยไม่ได้เตรียมตัวรีบมือเอาไว้ หลังจากสิ้นสุดเสียงตะโกนเรียกผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตู ผมรีบใช้เท้าเตะกระเป๋าเสื้อผ้าสไลด์ไปใต้เตียงอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากฉีกยิ้มให้ร่างสูงที่เดินเข้ามา


“ตื่นแล้วนินา... แล้วทำไมไม่ขานรับผมล่ะ” ไอ้จุนฮงถาม มันฉีกยิ้มกลับให้ ผมที่มีท่าทางอึกอักเล็กน้อยเพราะตกใจเอ่ยตอบคำถามของมัน


“ขอโทษที เมื่อกี้นี้ฉันเข้าห้องน้ำอยู่น่ะ นายมีธุระอะไรเร่งด่วนรึเปล่า”


“ผมจะชวนพี่ออกไปที่โกดังด้วยกันน่ะ วันนี้พวกเราก็จับคนทรยศได้อีกแล้ว” ทันทีที่ได้ยินธุระของไอ้จุนฮงผมก็เบิกตากว้าง ภาพวันที่มันบังคับให้ผมยิงคนตายฉายขึ้นมาในหัว ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธให้มันด้วยความกลัวว่าเหตุการณ์จะเป็นแบบวันนั้นอีก


“ฉะ...ฉันไม่ไปนะจุนฮง ฉันไม่อยากเห็นคนตายอีกแล้ว ละ...แล้วฉันก็ไม่ฆ่าใครอีกแล้วด้วย” แต่ไอ้จุนฮงกลับฉีกยิ้มแล้วบอกปัด


“ผมไม่ได้จะให้พี่ฆ่าใครสักหน่อยก็แค่ให้ไปอยู่เป็นเพื่อนเฉยๆ พอดีวันนี้พี่ยงกุกไม่อยู่แล้วเอาลูกน้องไปด้วยตั้งครึ่ง แต่ถ้าพี่ไม่อยากเห็นคนตายงั้นไปรอที่ห้องทำงานพี่ยงกุกก็ได้นะ หลังจัดการกับคนทรยศเสร็จผมจะพาพี่ออกไปกินข้าวข้างนอกดีไหม พวกเรายังไม่เคยออกไปกินข้าวข้างนอกด้วยกันเลยนะนอกจากเหล้า”


ห้องทำงานไอ้ยงกุก! หัวใจผมเต้นรัวแรงทันทีที่ได้ยินคำนี้ เพราะห้องทำงานของไอ้ยงกุกคือที่ที่ผมต้องแอบเข้าไปขโมยรายชื่อสมาชิกแก๊งออกมา แบบนี้มันก็เข้าทางผมเลยสิ งั้นผมก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธคำชวนของไอ้จุนฮง


“งั้นก็ไปสิ ถ้าไม่ต้องเห็นคนตายแล้วก็ไม่ต้องฆ่าใคร ฉันโอเคอยู่แล้ว” ผมฉีกยิ้มบอกให้ สีหน้าแตกต่างจากเมื่อสักครู่นี้อย่างสิ้นเชิง แต่พอผมเดินไปที่ประตูห้องและกำลังจะเปิดประตูเดินออกไป ไอ้จุนฮงกลับคว้าต้นแขนผมเอาไว้


“เดี๋ยวก่อนครับ...” ผมหันไปมองหน้ามันเหมือนจะถามว่ามีอะไร ไอ้จุนฮงจ้องหน้าผมนิ่งแล้วพูดขึ้น


“ก่อนจะไปผมมีบางอย่างที่ต้องบอกพี่”


“อะไรหรอ? ทำไม่นายต้องทำสีหน้าจริงจังแบบนั้นด้วย” ผมที่ยังไม่รู้ว่าไอ้จุนฮงจะพูดอะไรรู้สึกขำนิดๆที่เห็นมันทำหน้าจริงจังแบบนี้ เพราะปกติเวลาที่มันอยู่กับผมก็จะขี้อ้อนตลอด มันจะซีเรียสเฉพาะตอนทำงานเท่านั้น แต่มีพักหลังๆที่มันเริ่มเปลี่ยนไปมาก ผมเลยไม่รู้ว่าตอนนี้มันอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่


แล้วไอ้จุนฮงก็พูดขึ้น เรื่องที่มันพูดทำให้ผมงุนงงนิดหน่อย


“ก่อนที่ผมกับพี่ยงกุกจะมาอยู่ในแก๊งนี้และพี่ยงกุกได้ขึ้นเป็นหัวหน้า พวกเราเคยผ่านเรื่องแย่ๆด้วยกันมาก่อนจึงเป็นสาเหตุที่เราไม่เชื่อใจใคร แต่ตอนนี้พี่เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกับเราแล้ว พวกเราจะดูแลพี่และปกป้องพี่เหมือนคนในครอบครัวของเราจริงๆขอแค่พี่ทำแบบเดียวกันกลับมา นั่นก็คือปกป้องครอบครัวของเรา”


ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย หลังจากที่ฟังมาถึงตรงนี้ก็เกิดข้อสงสัยขึ้นมา


“นายจะบอกอะไรฉันกันแน่จุนฮง ฉันไม่เข้าใจ”


“พี่ไม่ต้องเข้าใจทั้งหมดหรอก เพราะผมว่าพี่รู้อยู่แล้วว่าผมกับพี่ยงกุกเกลียดอะไรมากที่สุด จนสุดท้ายแล้วถ้าอะไรมันยังไม่เปลี่ยนแปลงผมก็คงไม่มีทางเลือก ผมรักพี่มากนะพี่ยองแจ”


จนสุดท้ายแล้วถ้าอะไรมันยังไม่เปลี่ยนแปลงผมก็คงไม่มีทางเลือก.... คำนี้ของไอ้จุนฮงยิ่งทำให้ผมไม่เข้าใจ ฟังดูแล้วเหมือนมันกำลังเตือนอะไรผมสักอย่าง แต่ผมมั่นใจว่ามันไม่รู้เรื่องที่ผมเป็นสายแน่นอน เพราะถ้ามันรู้ก็คงไม่มายืนคุยดีๆกับผมแบบนี้แน่ มันจะต้องชักปืนมายิงหัวผมไปแล้ว


แต่หลังจากได้ยินคำบอกรักของมันผมก็สบายใจขึ้น ได้แต่คิดว่าคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง มันก็คงจะอ้อนผมตามเคย


“ฉันก็รักนายจุนฮง” ผมฉีกยิ้มแล้วเอ่ยบอกกลับไป ไอ้จุนฮงดึงผมเข้าไปสวมกอด ซึ่งเป็นการกระทำที่ผมไม่เข้าใจอีกเช่นกันว่าทำไม แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรเพราะยิ่งกว่ากอดก็ทำมาแล้ว


“พี่คงคิดว่าผมมัวเพ้อเจ้ออะไรอยู่ งั้นเราไปกันเลยเถอะ ผมอยากรีบทำงานให้เสร็จไวๆแล้วออกไปกินข้าวกับพี่จะแย่แล้ว” ไอ้จุนฮงกลับมาร่าเริงอีกครั้ง มันคลายอ้อมแขนที่กอดผมอยู่ออกแล้วเปิดประตูให้ผมเดินนำออกไป อันที่จริงผมกำลังแอบรู้สึกผิดในใจที่วันนี้ผมจะต้องหักหลังมัน แต่คำบอกรักเมื่อกี้นี้ผมยืนยันว่ามันคือความจริงไม่ใช่การแสดงเหมือนที่ผ่านๆมา


ประตูห้องทำงานไอ้ยงกุกถูกเปิดให้ผมเดินเข้าไปในนั้น ผมมาที่นี่หลายต่อหลายครั้งเพื่อรับคำสั่งและฟังแผนการชั่วช้า แต่วันนี้มันว่างเปล่าเพราะว่าเจ้าของห้องไม่อยู่ ช่างเป็นโอกาสเหมาะเหลือเกิน


“วันนี้พี่ยงกุกออกไปคุมสินค้าที่กำลังจะเข้ามาใหม่ น่าจะนานเลยกว่าจะกลับมา พี่นั่งรออยู่ในนี้ไปก่อนนะ อ่อ... ลืมบอกไปว่าพี่ยงกุกไม่ชอบให้แตะอะไร เพราะฉะนั้นถึงเป็นพี่ก็ห้ามแตะอะไรเด็ดขาด แล้วก็อย่าลืมเรื่องที่ผมบอกก่อนหน้านี้ด้วย” ไอ้จุนฮงเน้นย้ำคำว่าห้ามแตะอะไรเป็นพิเศษ ก่อนผมจะต้องขมวดคิ้วมุ่นงุนงงเพราะมันสั่งให้ผมทบทวนสิ่งที่มันบอกก่อนหน้านี่ ตกลงว่าเรื่องที่มันพูดก่อนหน้านี้สำคัญหรือไม่สำคัญกันแน่ เพราะเหมือนมันแค่พูดลอยๆกับผมเท่านั้น


หลังจากไอ้จุนฮงออกไปจากห้องผมก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที ในหัวไม่ได้มีคำสั่งของมันที่บอกว่าห้ามแตะต้องอะไรเลยสักนิด และแน่นอนด้วยความที่คลุกคลีกับอาชีพตำรวจผมจึงไม่ลืมที่จะพกถุงมือยางมาด้วย เพื่อไม่ให้มือไปแตะต้องโดนหลักฐานเสียหาย และเพื่อไม่ให้ทิ้งร่องรอยอะไรที่บ่งบอกว่าผมค้นห้องนี้


ผมเริ่มจากโต๊ะทำงานก่อนเพราะเป็นที่ที่เหมาะกับวางแฟ้มเอกสารมากที่สุด แต่เมื่อค้นดูแล้วก็พบว่าไอ้ยงกุกไม่ได้ขยันทำงานทางด้านเอกสารเท่าไหร่ เพราะมันแทบไม่มีเอกสารอะไรเลยนอกจากบิลค่าน้ำค่าไฟที่วางกองรวมกันไปหมด แต่นั่นก็พออธิบายได้ว่าเพราะมันเป็นอาชญากรไม่ใช่นักธุรกิจ และอาชญากรเวลาวางแผนปล้นหรือฆ่าก็ไม่จำเป็นต้องมีรายงานเป็นเอกสาร งั้นผมก็หาผิดที่ผิดทางแล้วแหละ


เมื่อแน่ใจแล้วว่าที่โต๊ะทำงานไม่มีผมจึงหันไปสนใจชั้นหนังสือที่อยู่ด้านหลังแทน แล้วก็ค้นพบอีกครั้งว่าถึงไอ้ยงกุกจะไม่ใช่นักจัดการเอกสารที่ดีแต่มันก็เป็นนักอ่านตัวยงเลย เพราะทั้งชั้นเต็มไปด้วยหนังสือมากมายแถมไม่ใช่ภาษาเดียว โดยมีขวดเหล้าวางกั้นหนังสือแต่ล่ะชั้นไว้ ถ้าคิดในทางอคติคือแค่มีไว้ประดับห้องให้ดูสวยงาม แต่ถ้ามองในมุมนักอ่านผมไม่อยากเชื่อเลยว่าคนอย่างไอ้ยงกุกจะมีมุมนี้ ตอนแรกที่เห็นผมคิดว่าของประดับซะอีก


ผมลองไล่สายตามองชั้นหนังสือแบบผ่านๆแล้วก็พบว่าไม่มีอะไรที่คล้ายคลึงกับแฟ้มรายชื่อที่ผมเห็นในตอนนั้นเลย หรือบางทีไอ้ยงกุกอาจรู้ทันว่ามีคนจ้องจะขโมยจึงเอาไปเก็บในรูปแบบอื่น เช่น ไฟล์ข้อมูล แต่คนอย่างไอ้ยงกุกที่ชอบความท้าทายไม่น่าทำแบบนั้น มันจะต้องอยากให้หัวขโมยจอมอวดดีหามันเจอเพื่อจับมาลงโทษ แต่ผมจะไม่ยอมให้มันลงเอยแบบนั้นแน่นอน เพราะผมจะไม่นำมันออกไปจากห้องนี้


“อยู่ไหนวะ คิดสิไอ้ยองแจ มึงมันคือจอมวางแผนต้องคิดให้ออก” ผมเริ่มสั่งตัวเอง เนื่องจากเวลาผ่านไปเกือบห้านาทีแล้วแต่ยังหารายชื่อสมาชิกแก๊งไม่เจอ ถ้าเกิดไอ้จุนฮงกลับมาก่อนผมคงไม่มีโอกาสลงมือซ้ำสองภายในวันนี้แน่


และแล้วสายตาของผมก็มองไปยังกำแพงอีกฝั่งที่ถูกทำเป็นชั้นสำหรับตั้งโชว์ขวดเหล้า ผมเคยได้ยินมาว่าการจะซ่อนของสำคัญควรจะซ่อนในที่ที่หาเจอง่ายที่สุด แต่แบบนี้มันจะง่ายเกินไปหน่อยรึเปล่านะ.....


ผมเดินตรงไปที่ชั้นวางขวดเหล้าทันทีและเริ่มไล่สายตาตั้งแต่ชั้นหนึ่งจนถึงชั้นบนสุด และแน่นอนว่าต้องไม่เจออะไร ผมจึงเดินไปลากเก้าอี้มา จากนั้นก็ขึ้นไปยืนบนนั้นเพื่อดูด้านบนของชั้นวาง แล้วที่นั่นผมก็พบกับแฟ้มรายชื่อที่ตามหาจริงๆ!


“เจอแล้ว!” ผมฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ รีบเปิดดูรายชื่อพวกนั้นก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูป และนี่ก็คือวิธีป้องกันการถูกจับได้ของผมนั่นเอง


แชะ!


“บ้าเอ้ย! ดันลืมปิดเสียงโทรศัพท์” ผมหันไปมองทางประตูห้องอย่างลนลาน มือที่สั่นรีบกดปิดเสียงโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะพลิกหน้ากระดาษแล้วกดถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะมีใครเข้ามาเพราะได้ยินเสียงผมจะต้องถ่ายภาพรายชื่อพวกนี้ไปให้หมด


และแล้วใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีผมก็สามารถถ่ายภาพรายชื่อทุกหน้าไว้ได้สำเร็จ ยังเหลือเวลาอีกพอสมควรผมจึงส่งภาพทั้งหมดไปให้พี่ฮิมชานเก็บเอาไว้ เพราะหลังจากส่งเสร็จผมจะลบมันทิ้งทันทีเพื่อไม่ให้เหลือหลักฐานไว้กับตัว ซึ่งความรอบคอบนี้ก็มาจากประสบการณ์การทำงานก่อนหน้านี้นั่นเอง


‘ได้รับแล้ว ขอบใจมากยองแจ นายรีบออกมาจากที่นั่นซะ’


ข้อความจากพี่ฮิมชานที่ส่งกลับมา ผมยกสองมือขึ้นเหนือหัวอย่างดีใจที่ทำภารกิจสำเร็จ เพียงเท่านี้ไอ้ยงกุกก็จะถูกจับและแก๊งของมันก็จะถูกตำรวจกวาดล้าง ผมรู้สึกภูมิใจนิดๆที่มีส่วนช่วยให้ประเทศนี้ดีขึ้น แต่ในความดีใจนั้นก็ยังมีความเสียใจอยู่ เพราะหนึ่งในรายชื่อนั้นก็คือชื่อไอ้จุนฮง


หลังจากทำภารกิจเสร็จเรียบร้อยสิ่งต่อมาที่ผมต้องทำคือทำลายหลักฐานและหนีออกไปจากที่นี่ ผมจัดการวางแฟ้มรายชื่อไว้ที่เดิมและนำเก้าอี้กลับไปวางในตำแหน่งเดิมเป๊ะๆ ทำเหมือนว่าไม่เคยแตะต้องอะไรในห้องนี้ ก่อนจะถอดถุงมือยางออกแล้วเตรียมจะลบภาพถ่ายในโทรศัพท์มือถือ แต่ทว่ายังไม่ทันกดลบภาพประตูกลับถูกเปิดเข้ามาซะก่อน ซึ่งคนที่เดินเข้ามาก็คือไอ้จุนฮง!


เฮือกกก!


ผมสะดุ้งตกใจมองคนที่เดินเข้ามา พอหันไปมองนาฬิกาก็พบว่าเวลาเพิ่งผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีแต่ไอ้จุนฮงดันกลับมาแล้ว เมื่อกี้นี้ถ้าผมช้าอีกนิดเดียวก็คงถูกมันจับได้


“งานเสร็จเรียบร้อยแล้วหรอกลับมาไวจังเลย” ผมฉีกยิ้มหวานเอ่ยถาม หัวใจเต้นแรงนิดหน่อยเพราะตกใจที่มันกลับมาเร็ว พยายามแสดงสีหน้าให้เป็นปกติแต่ไม่สามารถห้ามเหงื่อที่ไหลอยู่ข้างขมับได้ โทรศัพท์ที่ถือค้างไว้ในมือผมแกล้งทำเป็นเอาขึ้นมากดเล่น ก่อนจะค่อยๆเก็บลงด้านหลังกระเป๋ากางเกงอย่างแนบเนียนที่สุด


“ยังหรอกครับ แต่พอดีเราจับคนทรยศได้อีกคน คนเก่าก็เลยปล่อยให้มีชีวิตอยู่ต่ออีกสักหน่อยเพื่อไปจัดการกับคนใหม่ก่อน” ไอ้จุนฮงเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย


คนทรยศอีกคนงั้นหรอ? พอได้ยินคำว่าคนทรยศจากปากของไอ้จุนฮงผมก็รู้สึกหนาวๆร้อนๆขึ้นมา แต่ผมไม่มีเวลามามัวสนใจเรื่องพวกนี้แล้วเพราะผมต้องรีบหาทางหนีไปจากที่นี่ มีหลักฐานติดตัวอยู่แบบนี้ผมรู้สึกไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ ต้องรีบหนีออกไปแล้วทำลายหลักฐานทิ้งซะ


“เอ่อ... จุนฮง ฉันนึกขึ้นได้ว่ามีธุระคงจะไปกินข้าวกับนายไม่ได้แล้ว เอาไว้วันหลังเราค่อยไปด้วยกันนะ ขอโทษที” ผมทำหน้าเศร้าเอ่ยบอก นี่เป็นข้ออ้างที่ผมเพิ่งคิดได้สดๆร้อนๆเมื่อกี้นี้ แต่ไอ้จุนฮงดันถามกลับมาว่า


“ธุระอะไรหรอครับ มันสำคัญขนาดต้องเลื่อนนัดผมเลยหรอ”


“เอ่อ...พอดีแม่ของฉันป่วยหนักน่ะฉันก็เลยต้องกลับบ้านไปเยี่ยมสักหน่อย นายก็รู้ใช่ไหมว่าเวลาที่คนแก่ป่วยมักจะมีนิสัยงอแงเหมือนเด็กๆ ถ้าฉันไม่รีบกลับไปละก็คงโดนโกรธแย่เลย” ผมโกหกต่ออย่างไหลลื่น โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าไอ้จุนฮงกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ แล้วประโยคถัดมาของมันก็ทำให้ผมต้องหน้าชา


“แต่พี่เคยบอกผมว่าพ่อแม่ตายหมดแล้วไม่ใช่หรอ”


“ห๊ะ!” ผมอุทานออกมา ก่อนจะนิ่งเงียบมองหน้ามัน สมองกำลังนึกว่าไปบอกมันตั้งแต่เมื่อไหร่เพราะผมจำไม่เห็นได้เลย อาจจะเป็นตอนแรกๆที่เราเจอกันผมอาจเผลอพูดเรื่องตัวเองออกไป ไอ้จุนฮงกดสายตาลงต่ำมองผม


“สรุปว่าพี่จะไปไหนกันแน่ครับ แม่พี่คงไม่บังเอิญฟื้นขึ้นมาหรอกใช่ไหม” มันถาม ตอนนี้ผมเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่าไอ้จุนฮงมีสีหน้าแบบไหน มันกำลังอารมณ์ไม่ดีอาจเป็นเพราะจับได้ว่าผมโกหก


“ขอโทษนะจุนฮง ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนายเลยนะ อันที่จริงเพื่อนของฉันต่างหากมันกำลังเดือดร้อนหนักมากก็เลยโทรมาขอความช่วยเหลือจากฉัน ฉันสงสารเพื่อนก็เลยว่าจะออกไปพบมันสักหน่อย นายคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม” ผมรีบเปลี่ยนข้ออ้างอย่างว่องไวแล้วช้อนสายตาขึ้นมองอีกฝ่าย พยายามตีสีหน้าให้เศร้าที่สุดเผื่อว่าไอ้จุนฮงจะเห็นใจแล้วไม่โกรธผม แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมต้องหน้าเหวอ


“ไม่เป็นไรครับ แต่ผมคิดว่าเพื่อนพี่น่าจะรอพี่กินข้าวกับผมก่อนได้ หลังจากกินข้าวด้วยกันเสร็จแล้วผมจะพาพี่ไปหาเพื่อนของพี่เอง เผื่อมีอะไรที่ผมสามารถช่วยได้อีกแรง” ไอ้จุนฮงเอ่ยบอกแล้วยกยิ้มหน่อยๆ ผมไม่แน่ใจว่ามันหวังดีจริงๆหรือกำลังระแวงผมอยู่กันแน่ แต่การที่มันเสนอตัวแบบนี้ยิ่งทำให้แผนหลบหนีของผมยากขึ้นไปอีก เพราะขืนพามันไอ้ด้วยก็ถูกจับได้พอดีน่ะสิว่าผมโกหก


งั้นก็เหลือแค่ทางเดียวแล้ว.....


“ฉะ...ฉันว่าธุระของเพื่อนฉันคงไม่สำคัญแล้วแหละ ใครจะสำคัญกว่าแฟนของฉันล่ะเนอะ งั้นเราไปกินข้าวกันอย่างเดียวเถอะ ไปกันเลยไหมจุนฮงฉันหิวจะแย่แล้ว” ผมฉีกยิ้มฝืนๆให้แล้วเอ่ยถาม ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้มีทางออกเดียวคือต้องไหลตามน้ำไปก่อน เอาไว้ตอนออกไปกินข้าวกับมันผมค่อยหาทางหนีก็ได้


“ครับ ไปกันเลยก็ดี” ไอ้จุนฮงเอ่ยตอบก่อนจะเดินนำหน้าออกไป ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองไหม แต่ไอ้จุนฮงตอนนี้ดูต่างจากไอ้จุนฮงคนก่อนหน้านี้ยังไงไม่รู้ หรือว่ามันยังเคืองผมอยู่นะ....


“จะไปไหมครับ”


“เอ๊ะ?” ไอ้จุนฮงหันมาเรียกผมหลังจากที่เห็นผมเอาแต่ยืนนิ่งไม่ยอมเดินตามไปสักที ผมพยักหน้าให้มันแล้วรีบเดินตามไป หวังว่าตอนออกไปกินข้าวด้วยกันผมจะหาทางหนีสำเร็จนะ เหลือเวลาอีกไม่มากก่อนที่ไอ้ยงกุกจะถูกจับกุม



……………………………



[Daehyun Part]


“ไอ้แดฮยอน! ไอ้แดฮยอน! มึงอยู่ไหนวะ...ได้เรื่องแล้ว...” เสียงพี่ฮิมชานตะโกนโวยวายดังมาจากข้างหลังร้าน ผมที่กำลังก้มลงจัดของใต้เคาน์เตอร์เงยหัวขึ้นมา ก็เห็นพี่ฮิมชานที่เพิ่งเดินออกมาจากหลังร้านมองหาผมด้วยสีหน้าแตกตื่น


“ผมอยู่หลังเคาน์เตอร์นี่ มีเรื่องอะไรพี่แหกปากซะลั่นร้านเลย ตั้งแต่หายป่วยนี่ดูกระชุ่มกระชวยเป็นพิเศษเลยนะ” ผมแกล้งเอ่ยแซวนิดหน่อยเนื่องจากยังหมันไส้พี่ชายตัวดีเรื่องไอ้ยงกุกวันก่อนอยู่ อีกฝ่ายเดินอ้อมมาหลังเคาน์เตอร์แล้วทำท่าจะตีผมแต่ไม่ได้ตี


“มันใช้เวลามาล้อเล่นไหมมึง คือว่าไอ้ยองแจมัน....”


“ยองแจมันทำไม! เกิดอะไรขึ้นกับไอ้ยองแจ!” ผมเอ่ยถามเสียงดังยิ่งกว่าพี่ฮิมชานเมื่อได้ยินว่าเกี่ยวกับไอ้ยองแจ เกิดอะไรขึ้นกับไอ้ยองแจงั้นหรอพี่ฮิมชานถึงได้แตกตื่นขนาดนี้ แต่ที่แน่ๆรู้สึกว่าตอนนี้ผมจะแตกตื่นกว่าพี่ฮิมชานแล้ว


“เปล่า ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับไอ้ยองแจ แต่ว่า...” พี่ฮิมชานไม่ได้เอ่ยตอบเลยในทันทีแต่หันไปมองทางจงออบที่กำลังกวาดพื้นร้านอยู่ ผมที่พอได้ยินว่าไอ้ยองแจไม่ได้เป็นอะไรก็สบายใจขึ้น ก่อนจะหันมองตามสายตาของพี่ฮิมชานไป ผมเข้าใจความหมายของสายตานั้น พี่ฮิมชานคงไม่ไว้ใจให้จงออบได้ยินสิ่งที่เรากำลังจะพูดกัน แต่ผมยืนยันได้เลยว่าจงออบจะไม่เอาความลับของเราไปพูดเด็ดขาด นั่นก็เพราะ....


“อ่อ ไม่เป็นไรหรอกพี่ ตอนนี้จงออบก็เหมือนเป็นพวกเดียวกับเราแล้วนั่นแหละ เขาจะไม่เอาเรื่องที่เราพูดกันไปบอกใครเด็ดขาด ใช่ไหมจงออบ” ผมบอกแล้วหันไปถามจงออบ จงออบที่กำลังหวาดพื้นอยู่หันมามองทางพวกเราแล้วพยักหน้าให้


“ครับ ผมจะไม่บอกใครเด็ดขาด” ผมฉีกยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย เราสองคนจ้องตากันและกันจนจงออบหน้าแดงเขินอาย ผมถึงหันกลับมามองพี่ฮิมชาน


“เห็นไหม ผมบอกแล้วว่าจงออบไว้ใจได้ ทีนี้พี่ก็พูดมาเถอะว่าไอ้ยองแจทำไม”


“นี่มึง....” พี่ฮิมชานยกนิ้วขึ้นชี้หน้าผมอย่างอึ้งๆ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างผมกับจงออบ ซึ่งผมก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะถึงเวลาแล้วที่ผมจะยอมรับเรื่องนี้อย่างลูกผู้ชายสักที


“ขนาดเด็กในร้านมึงยังไม่เว้นนะไอ้แดฮยอน ต่อไปกูคงไม่กล้ารับพนักงานหญิงมาทำงานที่ร้านเพราะมีคนอย่างมึงอยู่เนี่ยแหละ” พี่ฮิมชานต่อว่าแต่ก็ไม่ได้จริงจังนัก อาจเป็นเพราะเดาออกตั้งแต่วันที่ผมอุ้มจงออบออกไปจากร้านแล้วก็ได้ ผมกับจงออบมองหน้ากันแล้วฉีกยิ้มเขินๆนิดหน่อย


“แหม...พี่ ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้สักหน่อย แต่พี่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เรื่องจงออบเดี๋ยวผมจัดการเองและจะไม่ทำให้พี่ต้องเดือดร้อนแน่นอน”


“เออ ดี จะได้ไม่เดือดร้อนไอ้ยองแจมันด้วย”


“อ้าว...” ผมทำหน้าเหวอหลังจากได้ยินที่พี่ฮิมชานพูด แสดงว่าเรื่องของไอ้ยองแจก็เป็นอีกเรื่องที่พี่ฮิมชานเดาออก สรุปว่าไม่ใช่ผมแค่คนเดียวที่คอยสังเกตพี่ฮิมชาน แต่พี่ฮิมชานก็คอยสังเกตผมอยู่ตลอดเหมือนกัน


พี่ฮิมชานละสายตาจากผมแล้วหันไปมองทางจงออบอีกครั้ง


“ดีใจด้วยนะจงออบ ฝากดูแลไอ้ดำนี่ด้วยล่ะ ถ้ามันแกล้งอะไรนายหรือทำให้นายเสียใจก็มาฟ้องฉันได้เลยนะ เดี๋ยวฉันจะหักเงินเดือนมันเอง”


“ได้เลยครับ” จงออบฉีกยิ้มโลกสดใสตอบกลับก่อนจะหันไปกวาดพื้นต่อ


ผมทำหน้าบอกบุญไม่รับ เพราะปกติสองคนนี้ก็เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยอยู่แล้ว พอเป็นแบบนี้ยิ่งรวมหัวกันรังแกผมเข้าไปใหญ่ ผมคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่นะที่บอกเรื่องนี้ออกไป แต่พอเห็นรอยยิ้มบนหน้าจงออบผมก็รู้ในทันทีว่าตัวเองตัดสินใจถูกต้อง พี่ทำดีแล้วใช่ไหมจงออบ....


“จะเข้าเรื่องได้รึยังอ่ะ ตกลงว่าไอ้ยองแจมันทำไม” ผมดึงสติพี่ฮิมชานให้กลับมาเข้าเรื่องที่คุยค้างเอาไว้ พี่ฮิมชานหันกลับมามองผมก่อนจะทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกออก


“อ่อ กูจะบอกมึงว่า... ไอ้ยองแจมันส่งรายชื่อสมาชิกแก๊งทั้งหมดของไอ้ยงกุกมาแล้วนะ ระหว่างที่มันกำลังหนีออกมาจากที่นั่นพวกเราก็วางแผนจับไอ้ยงกุกกันได้เลย”


“งั้นก็เป็นข่าวดีน่ะสิ!” ผมตะโกนเสียงดังลั่น สิ่งที่ทำให้ดีใจยิ่งกว่าการได้รายชื่อสมาชิกแก๊งของไอ้ยงกุกมาคือการรู้ว่าไอ้ยองแจกำลังจะกลับมาแล้ว ผมจะไม่ต้องคอยเป็นห่วงมันแล้ว ไม่ต้องมาคอยกังวลว่ามันจะเป็นอันตรายไหมจะถูกพวกอาชญากรทำร้ายรึเปล่า เพราะพวกเรากำลังจะกลับมาอยู่ด้วยกันสามอีกครั้ง ไม่ใช่สิ... สี่คนต่างหาก


“ก็เออสิว่ะ เดี๋ยวกูรีบไปโทรบอกยงฮวาก่อน ส่วนมึงก็เตรียมตัวให้พร้อมเพราะเราอาจต้องล่อให้ไอ้ยงกุกมาที่นี่เพื่อจัมกุม” พี่ฮิมชานเอ่ยสั่งก่อนจะเดินเข้าไปหลังร้านเพื่อโทรศัพท์ ผมที่ยังฉีกยิ้มกว้างดีใจหันไปมองจงออบที่กำลังก้มหน้าก้มตากวาดพื้นอยู่ ไม่รู้ว่าจงออบได้ยินที่เราคุยกันเมื่อกี้ไหม แต่ผมรีบตรงดิ้งไปหาเขาทันที


“จงออบ...” ผมเรียก จงออบหยุดกวาดพื้นแล้วหันมามองผม


“ครับ?”


“นายได้ยินแล้วใช่ไหมว่าพวกเรากำลังจะมีข่าวดี แต่ก่อนหน้านี้ที่นี่คงไม่ปลอดภัยสำหรับนาย นายจะต้องหยุดงานไปสักพักนะ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะเพราะพี่จะไม่ให้พี่ฮิมชานหักเงินเดือนนายเด็ดขาด หลังจากนั้นถ้านายอยากจะไปไหนพี่จะพานายไปทุกทีเลย รวมถึงเลี้ยงไอสกรีมนายด้วย” มือเล็กถูกผมคว้าขึ้นมาจับ ผมฉีกยิ้มกว้างเหมือนคนบ้าด้วยความดีใจ จงออบทำหน้าตางุนงงนิดหน่อยคงเพราะไม่เข้าใจว่าผมพูดอะไร แต่ก็ยังพยักหน้ารับ


“ครับ ขอบคุณครับพี่แดฮยอน” จงออบฉีกยิ้มจนเห็นฟันหน้าสองซีกน่ารักให้ ทำไมเขาถึงได้ว่านอนสอนง่ายแบบนี้นะ ไม่ถามผมสักคำว่าทำไมแต่กลับตอบรับง่ายๆ แล้วความน่ารักของจงออบก็ทำผมอดใจไม่ไหวดึงเขาเข้ามาก่อน แต่แล้วผมกลับถูกผลักออกเพราะพี่ฮิมชานเดินกลับออกมาจากหลังร้านพอดี


“ฉันโทรหายงฮวาไม่ติดเลยไม่รู้หมอนั่นทำอะไรอยู่ เดี๋ยวฉันไปหาหมอนั่นที่ทำงานเลยดีกว่าเรื่องนี้ปล่อยช้าไว้ไม่ได้เด็ดขาด ฉันฝากนายกับจงออบดูแลร้านด้วยนะ เดี๋ยวเย็นๆฉันก็คงจะกลับมาแล้ว” พี่ฮิมชานทำหน้าเครียดเอ่ยสั่ง สายตายังคงจดจ่อกับโทรศัพท์ในมือไม่ได้หันมามองพวกเราตอนพูดสักนิด ผมกับจงออบหันมองหน้ากันก่อนจะหันไปขานรับพี่ฮิมชาน


“ได้เลยพี่ ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้นะ พวกเราจัดการได้เหมือนที่ผ่านๆมานั่นแหละ” หลังจากนั้นพี่ฮิมชานก็เดินออกไปจากร้าน สิ้นเสียงปิดประตูผมหันกลับไปมองจงออบอีกครั้ง อีกฝ่ายยืนก้มหน้าเขินอายอยู่ข้างๆผม


“พี่แดฮยอนครับ...”


“ครับ” ผมขานรับ จงออบเงยหน้าขึ้นมอง สีหน้าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ผมจึงตั้งใจฟังเขาเป็นอย่างดี


“คือว่า... ผมขอบคุณนะครับที่พี่ยอมบอกความจริงกับพี่ฮิมชาน แต่อันที่จริงพี่ปิดเรื่องนี้เป็นความลับก็ได้นะผมโอเคอยู่แล้ว คือผมกลัวว่าพี่ฮิมชานจะไปบอกเพื่อนของพี่ แล้วพี่จะ....” หลังจากได้ยินที่จงออบพูดผมถึงกับนิ่งอึ้ง นี่เขาเป็นห่วงความรู้สึกของผมมากกว่าความรู้สึกของตัวเองอีกหรอเนี่ย แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมใจเต้นแรงได้ยังไง


จงออบจ้องหน้าผม ดวงตาของเขาวูบไหว สีหน้าเหมือนกับไม่แน่ใจสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปเช่นกัน แต่แบบนั้นเขายิ่งดูน่ารัก ผมฉีกยิ้มให้แล้วเอ่ยตอบ


“ถึงบอกก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ยังไงสักวันทั้งสองคนก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดีเพราะพี่โกหกคนไม่เก่ง อีกอย่าง...พี่คิดว่ามันคงไม่ดีกับนายหากพี่จะทำเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น พี่บอกแล้วไงว่าพี่จะรับผิดชอบสิ่งที่ทำลงไป” พูดจบผมก็วางฝ่ามือลงบนหัวอีกฝ่าย สองแก้มของจงออบขึ้นสีแดงเรื่อหน่อยๆ


จริงอยู่ที่ผมกำลังจะสารภาพกับไอ้ยองแจว่าผมชอบมัน แต่ผมก็จะสารภาพเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไรผมก็จะยังรับผิดชอบจงออบอยู่ดี ผมรู้ว่าจงออบไม่ใช่หญิงสาวที่ต้องการให้ใครมารับผิดชอบ แต่เด็กคนนึงต้องมาแปดเปื้อนเพราะความไม่รู้จักหักห้ามใจตัวเองของผม ผมคงทนปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปเฉยๆไม่ได้


อีกอย่าง... ผมว่าผมเริ่มรู้สึกชอบจงออบขึ้นมาจริงๆแล้วแหละ เขาทำให้ผมรู้สึกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับไอ้ยองแจมาก่อน หลายครั้งที่จงออบทำให้ผมทนไม่ไหวจนอยากดึงเขาเข้ามากอดแน่นๆเหมือนตอนก่อนหน้านี้ นั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่ชัดเจนที่สุดว่าทำไมผมถึงตัดสินใจจะรับผิดชอบจงออบอยู่ดี แม้ว่าไอ้ยองแจจะตอบตกลงก็ตาม


“นายเชื่อใจพี่ใช่ไหมจงออบ” ผมถาม มือที่วางอยู่บนหัวเลื่อนลงมากอบกุมมือเล็กเอาไว้ จงออบหลุบตาลงต่ำมองมือของเราที่จับกันแล้วเอ่ยตอบเสียงเบาว่า....


“ครับ ผมเชื่อใจพี่”



……………50%………………


คำเตือน

เนื้อหาส่วนนี้มีความรุนแรงโปรดใช้วิจารณาญาณในการอ่าน




[Youngjae Part]


“นี่พวกเรากลับมาที่ห้องทำไมน่ะจุนฮง นายบอกว่าเราจะไปกินข้าวข้างนอกกันไม่ใช่หรอ” ผมถามหลังจากเดินตามหลังไอ้จุนฮงมาเรื่อยๆแล้วพบว่ามันเดินนำผมกลับมาที่ห้องนอน ไอ้จุนฮงไม่พูดอะไรแต่เดินไปกดล็อกประตู ยิ่งทำให้ผมงุนงงเข้าไปใหญ่ว่ามันจะทำอะไรกันแน่ หรือว่าอยากจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนออกไปกินข้าว?


“ผมเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้เราจะไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกกัน”


“ทำไมล่ะ?” ไอ้จุนฮงเดินมาหยุดยืนข้างหน้าผม สีหน้ายังคงเรียบเฉยก่อนจะเอ่ยตอบ


“เพราะผมรู้ว่าพี่ไม่ได้อยากออกไปกินข้าวกับผมจริงๆน่ะสิ” ผมสะอึกอยู่ในลำคอ รู้สึกเหมือนมันกำลังน้อยใจผมอยู่ ต้องเป็นเพราะเรื่องเมื่อกี้นี้แน่ๆที่ทำให้ไอ้จุนฮงคิดแบบนั้น ผมได้แต่ขอโทษมันอยู่ในใจ แต่ผมไม่สามารถบอกความจริงกับมันได้จริงๆว่าผมกำลังจะหนีไปจากมัน


“อ๊ะ! จุนฮงนายจะทำอะไร....” ผมรีบหดคอหนีเมื่อจู่ๆไอ้จุนฮงก็ก้มลงมาซุกไซร้ซอกคอผม นี่มันอะไรกัน... ทำไมจู่ๆมันถึงได้มีอารมณ์ขึ้นมา ตอนนี้ผมไม่มีเวลามามัวทำอะไรแบบนี้แล้วนะ


“จุนฮง... เดี๋ยวก่อน... นี่มันอะไรกันน่ะ ทำไมจู่ๆนายถึงได้...” ผมพูดพร้อมกับพยายามดันตัวมันออก แต่ไอ้จุนฮงกลับยิ่งเพิ่มแรงกระทำมากขึ้น มันคว้าตัวผมเข้าไปกอดแนบแน่นสองมือลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของผม ใบหน้าที่กำลังซุกไซร้อยู่ตรงบริเวณซอกคอหยุดลงแล้วกระซิบบอกที่ข้างหู


“ผมรักพี่นะครับ...” ผมหยุดขัดขืนไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำบอกรักของมัน คำบอกรักที่มักทำให้หัวใจผมเต้นรัวแรงทุกครั้งที่ได้ยิน แต่แล้วในขณะที่ผมเผลอไอ้จุนฮงก็คว้าบางอย่างจากตัวผมไป


ฟรึบ!


“อ๊ะ! จุนฮงเอาโทรศัพท์ของฉันคืนมานะนายจะทำอะไร!?” ผมเบิกตากว้างมองโทรศัพท์ของตัวเองในมืออีกฝ่าย จุนฮงผละออกจากตัวผมทันที มันพยายามจะกดเข้าโทรศัพท์แต่เข้าไม่ได้เพราะผมล็อกเอาไว้ด้วยลายนิ้วมือ ไอ้จุนฮงจึงหันขวับมามองผมที่กำลังยืนหน้าซีด เพราะกลัวว่ามันจะรู้ความลับที่อยู่ในนั้น


“ปลดล็อก” มันสั่งเสียงเรียบ ผมแสดงสีหน้าโกรธจัดออกมาทันทีแล้วเอ่ยบอกกลับไป


“ไม่ นี่มันจะเกินไปแล้วนะจุนฮง โทรศัพท์เป็นของส่วนตัว...นายไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับของส่วนตัวของฉัน”


“นี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น ปลดล็อกโทรศัพท์เดี๋ยวนี้ ผมพูดดีๆกับพี่แล้วนะ” ผมนิ่งอึ้งรู้สึกตกใจ เมื่อกี้นี้ไอ้จุนฮงมันว่าอะไรนะ... ทำไมมันถึงดูไม่เหมือนมันเลย


“นายพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงจุนฮง ถ้าฉันไม่ปลดล็อกโทรศัพท์ให้นายจะทำร้ายฉันหรอ นายไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะจุนฮง นี่เกิดอะไรขึ้นกับนาย”


“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ... เดี๋ยวก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ส่งมือมา!” แล้วผมก็ต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิมเมื่อถูกไอ้จุนฮงตะคอกใส่ มันคว้ามือผมไปแล้วบังคับให้แสกนลายนิ้วมือปลดล็อกโทรศัพท์ ผมเบ้หน้าด้วยความเจ็บรู้สึกเหมือนมือจะหัก


“โอ้ย! ฉันเจ็บนะจุนฮง...” แต่แล้วในที่สุดไอ้จุนฮงก็ปลดล็อกโทรศัพท์ผมได้สำเร็จ ทันทีที่มันปลดล็อกได้ก็รีบค้นโทรศัพท์ของผมอย่างรวดเร็ว พอเห็นแบบนั้นผมก็ตาลีตาลานรีบพุ่งเข้าไปแย่งโทรศัพท์กลับคืนมา แต่ไอ้จุนฮงรู้ทันยกโทรศัพท์ขึ้นหนีทำให้ผมไม่สามารถแย่งกลับคืนมาได้ แล้วทันใดนั้นเองบนหน้าจอก็ปรากฎภาพรายชื่อที่ผมถ่ายเอาไว้


ผมเบิกตากว้างยืนตัวแข็งทื่อขณะที่ไอ้จุนฮงกำลังก้มลงมองรายชื่อพวกนั้น มุมปากของมันยกยิ้ม ใบหน้าค่อยๆหันกลับมามองทางผม


“หึ ในที่สุด...พี่ก็ทรยศพวกเราจนได้! เนี่ยหรอเรื่องส่วนตัวของพี่!!!”


ปึง!!


โทรศัพท์ของผมถูกปาลงพื้นแตกกระจาย ผมสะดุ้งโหยง ขาถูกชิ้นส่วนของโทรศัพท์กระเด็นใส่แต่ไม่เลือดเพราะผมใส่กางเกงขายาว แต่ถึงอย่างนั้นทั้งร่างของผมกลับสั่นเทิมเพราะคนตรงหน้า ไอ้จุนฮงจ้องมองผมอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ผมรู้ว่ามันคงโกรธมากจึงรีบเอ่ยบอกเสียงสั่นเครือ


“จะ...จุนฮง... ฉะ...ฉันขอโทษ... ฉันไม่ได้...” แต่ไอ้จุนฮงกลับไม่ยอมฟังผมเลย มันคลุ้มคคลั่งแล้วตะโกนเสียงดังออกมา


“ทำไมพี่ต้องทรยศพวกเราด้วย!!! ทำไม!!! ทำไมจะต้องเป็นพี่ด้วยพี่ยองแจ!!! ห๊าาาาาา!!!!!”


โครมมม!!!! โครมมม!!!! เพล้ง!!!


ไอ้จุนฮงหันไปอาละวาดทำลายข้าวของในห้อง ผมที่ตกใจกลัวเผลอก้าวถอยหลังหนีจนหลังติดกำแพง ทีวีที่เราเคยนั่งดูด้วยกัน ชั้นวางของที่มีหนังสือการ์ตูนของมันและนิยายของผมวางปนกันอยู่ถูกไอ้จุนฮงผลักล้มลงมา ข้าวของในห้องกระจัดกระจายพังพินาศ ผมที่ไม่เคยรับรู้สภาพแบบนี้ของไอ้จุนฮงมาก่อนน้ำตาเอ่อคลอ ดวงตาที่จ้องมองเบิกค้าง


“จุน...จุนฮงฉันขอโทษ นะ...นายหยุดเถอะนะฉันขอร้อง จุนฮง....” ผมพยายามร้องห้ามมันทั้งๆที่หวาดกลัว ไม่อยากเห็นมันคลั่งไปมากกว่านี้ แต่ไอ้จุนฮงที่เหมือนกดปุ่มเปิดสวิตซ์แล้วไม่มีทางดับลงได้ง่ายๆ โต๊ะกระจกที่ตั้งอยู่กลางห้องถูกมันใช้โคมไฟฟาดจนแตกละเอียด


เพล้งงงง!!!!!


เศษกระจกและซากโคมไฟกระเด็นไปคนละทาง ตอนนั้นเองที่ไอ้จุนฮงยอมหยุดอาละวาด ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันมีเพียงแค่เสียงหอบหายใจของมัน และซากข้าวของที่ถูกทำลาย


“แฮ่กๆๆ”


ไอ้จุนฮงปล่อยซากโคมไฟในมือทิ้งลงพื้นแล้วหันมามองผม เศษกระจกที่อยู่บนพื้นถูกมันเหยียบอย่างไม่สนว่าจะบาดเท้าตัวเองไหม มันค่อยๆสาวเท้าเข้ามาหา ผมที่ยืนชิดติดกำแพงพอเห็นมันเดินเข้ามาก็ตัวสั่นระริกด้วยความกลัว จุดหมายต่อไปคงเป็นผมสินะ....


“พี่เคยรักผมบ้างไหม... เคนรู้สึกอย่างที่ผมรู้สึกบ้างรึเปล่า...” มันถามหลังจากเดินมาหยุดยืนข้างหน้าผม สายตาที่มองมาตัดพ้อและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด พอเห็นแบบนั้นผมก็รีบพุ่งเข้าไปจับแขนมันทันทีแล้วพยักหน้าเอ่ยตอบให้


“รักสิ... ฉันรักนายนะจุนฮง แต่ว่าฉันทรยศครอบครัวตัวเองไม่ได้ ฉันจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวถ้าฉันทำแบบนั้น นายเข้าใจฉันเถอะนะจุนฮง”


“พี่พูดว่าครอบครัวงั้นหรอ” ไอ้จุนฮงถามกลับหลังจากได้ยินที่ผมพูด ผมหยุดชะงักแล้วยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ความกลัวทำให้ผมเกือบเปิดเผยคนที่เกี่ยวข้องออกไป ซึ่งมันควรจะเป็นความลับ


“เอ่อ...คะ...คือว่า...”


“ช่างเถอะ... เพราะมันคงไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ไม่ว่าพี่จะทำไปเพราะอะไรผมไม่สนใจทั้งนั้น คนทรยศยังไงก็คือคนทรยศและหน้าที่ของผมก็คือกำจัดคนทรยศ ผมให้โอกาสพี่แล้วนะพี่ยองแจ” ไอ้จุนฮงเอ่ยบอกอย่างเย็นชา สายตาของมันที่มองผมตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้น มือของผมที่จับแขนมันอยู่ค่อยๆปล่อยออกตามสัญชาตญาณ


“นะ...นายจะฆ่าฉันหรอจุนฮง” ผมถามเสียงสั่น เท้าก้าวถอยหลังหนีอีกครั้ง ไอ้จุนฮงแสยะยิ้ม


“เหอะ กลัวด้วยหรอ กล้าเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงล้วงข้อมูลคิดว่ารู้อยู่แล้วซะอีกว่าต้องเจอกับอะไร แถมยังกล้าใช้ร่างกายตัวเองยั่วยวนผมจนได้เข้ามาในแก๊งสมใจ แล้วยังจะต้องกลัวอะไรอีกห๊ะ!!!” มันตะคอกใส่ผมเสียงดังลั่น ผมส่ายหน้ารัวแรงปฏิเสธคำกล่าวหาพวกนั้น


“เปล่านะ ฉันไม่ได้ยั่วยวนนายนะ ฉันไม่เคยคิดทำแบบนั้นเลย”


“คิดว่าผมยังจะเชื่อพี่อีกหรอ! พี่คงจะทำแบบนี้มาเยอะสินะแล้วก็คงจะนอนกับคนอื่นมาเยอะด้วย งั้นผมขอใช้สิทธิ์ที่เหลือของตัวเองหน่อยแล้วกัน มานี่!!!” ไอ้จุนฮงกระชากข้อมือผมอย่างแรง มันตั้งใจจะลากผมให้ตามเข้าไปในห้องนอนด้วยกัน แต่ผมที่รู้ว่ามันจะทำอะไรฝืนตัวเองเอาไว้


“ไม่! อย่าทำแบบนี้จุนฮง... นายไม่ใช่คนแบบนี้...”


“รู้ด้วยหรอว่าผมเป็นคนยังไง หุบปากแล้วเลิกเล่นตัวได้แล้ว!” มันหันมาตะคอกใส่อีกครั้ง ประตูห้องถูกผลักเข้าไปอย่างแรง ผมพอเห็นเตียงนอนอันจุดหมายของมันยิ่งขัดขืนรุนแรงขึ้น


“ไม่... ฉันไม่ไปจุนฮง... ปล่อยฉันนะ... ปล่อยฉัน!” มือข้างที่ไม่ได้ถูกยึดเอาไว้หยิบทุกอย่างที่คว้าได้ปาใส่ไอ้จุนฮง ไอ้จุนฮงที่ถูกของปาใส่เผลอปล่อยมือผมแล้วยกแขนขึ้นป้องกันตัวเอง ได้โอกาสผมรีบผลักตัวมันออกไปอย่างแรง ไอ้จุนฮงล้มลงทับเศษกระจกที่อยู่บนพื้น


ตุบ!


“โอ้ย!” มันร้องแล้วยกมือขึ้นมา ผมเบิกตากว้างมองมือซ้ายของไอ้จุนฮงมีเศษกระจกทิ่มอยู่ เลือดสีแดงสดไหลออกจากบาดแผลหยดลงบนพื้นห้อง


“ฉะ...ฉันขอโทษจุนฮง” ผมเอ่ยบอกอย่างรู้สึกผิดก่อนจะรีบวิ่งหนีไปที่ประตูห้อง แต่ทว่าไอ้จุนฮงกลับดึงเศษกระจกที่ทิ่มมือตัวเองออกอย่างไม่ใยดีแล้วลุกขึ้นเดินตามผมมา


“จะไปไหน!!!” มันตะโกนเสียงกร้าว ผมคว้าลูกบิดแล้วกำลังจะเปิดออกไป แต่ช่วงขาที่ยาวกว่าทำให้ไอ้จุนฮงเดินมาถึงตัวผมอย่างรวดเร็ว มันคว้าต้นแขนผมไว้แล้วกระชากให้ออกห่างจากประตู ก่อนจะจัดการอุ้มผมขึ้นพาดบ่า ทันทีที่ผมถูกอุ้มลอยขึ้นจากพื้นก็ร้องโวยวายออกมาพร้อมกับทุบตีแผ่นหลังของมัน


“ปล่อยฉันจุนฮง! วางฉันลงนะ! ไม่! ฉันไม่เข้าไปในนั้น!” ผมพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกพาเข้าไปในห้องนอน สองมือเกาะกำแพงตรงประตูห้องเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ถูกพาเข้าไป แต่ไอ้จุนฮงก็จับมือผมออก สุดท้ายมันก็พาผมเข้ามาในห้องนอนได้สำเร็จ


“ปล่อยฉันออกไปนะ!” ผมร้องบอกแล้วทำท่าจะวิ่งออกไปจากห้องหลังจากที่ไอ้จุนฮงวางผมบนพื้นแล้ว แต่แล้วสิ่งที่ผมไม่คาดคิดว่าไอ้จุนฮงจะทำ ไม่เคยคาดคิดจริงๆว่ามันจะกล้าทำก็เกิดขึ้น


เพลี๊ยะ!!!


ไอ้จุนฮงง้างมือขึ้นตบหน้าผมอย่างแรง แรงตบจากมือใหญ่ทำผมหน้าหันก่อนจะเซล้มลงไปนั่งบนพื้น ใบหน้าด้านซ้ายรู้สึกเจ็บแปลบน้ำตาไหลหวืดออกมา แต่ยังไม่เจ็บเท่าหัวใจที่แตกสลาย ผมค่อยๆหันกลับไปมองคนที่ตบหน้าตัวเอง


“นะ...นายตบฉัน...” ผมพูดออกไปเหมือนยังไม่อยากเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง ไอ้จุนฮงที่คอยปกป้องผมจากอันตรายมาตลอดและคอยดูแลผมในฐานะคนรัก นี่คือครั้งแรกที่มันทำร้ายผม....


“ผมกล้าทำมากกว่านี้อีกถ้าพี่ยังสะดีดสะดิ้งไม่เลิก กระแดะทำเป็นกลัวแต่ที่จริงก็คุ้นชินกับเรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี อย่ามาเล่นตัวนักเลยคิดซะว่ามีความสุขก่อนตายก็แล้วกัน” ทุกคำพูดเหยียดหยามของมันทิ่มแทงใจผมให้เจ็บปวดกว่าเดิม มันไม่ใช่ไอ้จุนฮงที่ผมรู้จักอีกต่อไปแล้ว


“ลุกขึ้น!!!” มันเอ่ยสั่งพร้อมกับก้มลงมาจับตัวผมให้ลุกขึ้นยืน แต่ผมไม่ยอม


“ฮือ... ไม่ ฉันจะไม่ทำกับนาย ฉันไม่ยอมให้นายทำมันเด็ดขาด อย่ามายุ่งกับฉันนะ!” ผมปัดมือที่เอื้อมลงมาจับตัวเองพัลวัน ไอ้จุนฮงโมโหที่ผมไม่ยอมทำตามคำสั่ง มันกระชากตัวผมให้ลุกขึ้นก่อนจะเหวี่ยงผมไปกระแทกกับกำแพงด้านนึง แต่ว่าตรงนั้นมีโต๊ะตัวใหญ่ตั้งอยู่


โครมมมม!!!


“อึก!” ร่างของผมและข้าวของบนโต๊ะล่วงลงสู้พื้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ผมเบ้หน้าด้วยความเจ็บและจุกเนื่องจากท้องกระแทกกับขอบโต๊ะอย่างแรง ไอ้จุนฮงเตะข้าวของที่ขวางทางอยู่ออกไปแล้วก้าวเข้ามาหาผม ก่อนจะลงมาค่อมทับตัวผมเอาไว้ ผมยกสองมือขึ้นประสานกันที่อกอ้อนวอนมัน


“ฮือ... ฉะ...ฉันขอโทษจุนฮง...นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ พวกนายทำผิดก็ต้องชดใช้ความผิด ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่...”


“แล้วความรักที่ผมให้พี่ไปล่ะ!!! พี่เอามันไปไว้ที่ไหน!!!” ผมหดคอตกใจเสียงตะคอก ไอ้จุนฮงมีสีหน้าดุดัน ดวงตาของมันที่จ้องมองลงมาแดงกล่ำน่ากลัว


“ถึงผมจะเลวแค่ไหน แต่ผมก็ไม่เคยเอาความรักของใครมาเป็นเครื่องมือเหมือนที่พี่ทำ! พี่มันสมควรโดนแล้วพี่ยองแจ” มันว่าอย่างโกรธจัดแล้วยื่นสองมือลงมาที่ลำคอผม ดวงตาของผมเบิกกว้าง แรงบีบที่ลำคอทำให้ผมหายใจไม่ออก สองมือทุบตีแขนของมันรัวแรง


“อึก...อื๊อ! จะ...จุนฮง...ยะ...อย่า...!” ผมส่งสายตาอ้อนวอนขอร้อง สีหน้าหวาดกลัวสุดขีดเพราะกำลังจะถูกฆ่า ไอ้จุนฮงจ้องหน้าผมเขม็ง เหมือนผมเห็นคำว่า จงตายซะ! จงตายไปซะ! ไอ้คนทรยศ! ออกมาจากสายตาของมัน น้ำตาผมไหลพรากไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้


ไม่นะ...ได้โปรด...ฉันยังไม่อยากตายทั้งๆที่นายยังเข้าใจฉันผิดอยู่....


ผมคิดในใจแล้วยกมือขึ้นกอบกุมใบหน้าของร่างด้านบน ลมหายใจที่ขาดห้วงและภาพใบหน้าของไอ้จุนฮงที่เริ่มพล่าเบลอบ่งบอกให้รู้ว่าผมต้องตายแน่ๆ แต่ไหนๆก็ต้องตายแล้วผมจึงมีบางอย่างที่อยากพูดกับไอ้จุนฮงเป็นครั้งสุดท้าย เพียงคำเดียวที่อาจช่วยชีวิตของผมได้หรืออย่างน้อยก็แค่ให้มันรับรู้


“จุน...ฮง...ฉะ...ฉัน...รักนาย...” คำพูดที่ไม่ปะติดปะต่อเปล่งออกมาจากลำคอของผมที่ถูกบีบ ไอ้จุนฮงเบิกตากว้างแล้วปล่อยมือออกจากลำคอผมทันที


“แค่กๆๆๆ!” ผมไอโขลกออกมา ไอ้จุนฮงถอยห่างออกจากตัวผมแล้วจ้องมองมาอย่างสับสน ผมพอหยุดไอก็หันไปมองมัน น้ำตายังคงไหลพราก


“ฉันขอโทษจุนฮง ฉันขอโทษที่เอาความรักของนายเป็นเครื่องมือ แต่เชื่อเถอะว่าฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ นายปล่อยฉันไปเถอะนะจุนฮง แล้วฉันสัญญาว่าจะไม่เอาภาพพวกนั้นไปให้ตำรวจ ฉันจะเลิกอาชีพสายตำรวจด้วย” ผมขอร้องอีกครั้งทั้งน้ำตา มือยื่นไปจับมือของคนที่นั่งมองผมอยู่ ไอ้จุนฮงก้มลงมองมือตัวเองที่ถูกจับก่อนจะปัดมือผมทิ้งอย่างไม่ใยดี


“หึ สายตำรวจงั้นหรอ... งั้นผมก็ยิ่งปล่อยพี่ไปไม่ได้ใหญ่เลย พี่ยงกุกบอกว่าถ้าเจอสายตำรวจต้องฆ่าทิ้งให้หมด ขอโทษด้วนะ... แต่พี่คงไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่อีกแล้ว” มันพูดก่อนจะลุกขึ้นยืน ผมเบิกตากว้างแล้วเงยหน้าขึ้นมองตามมัน มะ...มันจะทำอะไรผมอีก!


ปึก!


“อุก!”


ปึก! ปึก!


“อุก! อุก!” ไอ้จุนฮงเหวี่ยงเท้าใส่ท้องผมอย่างแรง ผมนอนตัวงอกุมท้องตัวเองสีหน้าแสดงความเจ็บปวด แขนอีกข้างยกขึ้นพยายามปกป้องใบหน้าตัวเองเอาไว้ ไอ้จุนฮงกำลังซ้อมผมเหมือนที่ทำกับคนทรยศคนอื่นๆ ทั้งร่างของผมถูกไอ้จุนฮงฟาดเท้าใส่ไม่ยั้ง แขนและขาปวดร้าวเหมือนกระดูกหักออกเป็นเสี่ยงๆ แต่ยังไม่เจ็บเท่าหัวใจที่ถูกมันทำร้าย


“ฮือๆ...ฉันขอโทษ...ฮือ...จุนฮงฉันขอโทษ...” ผมร้องไห้บอกขณะถูกมันซ้อม ผ่านไปสักพักไอ้จุนฮงถึงยอมหยุดซ้อมผม มันพูดเสียงปนหอบออกมา


“พี่น่าจะฟังคำเตือนของผมตั้งแต่แรก ถ้าพี่ฟังมันพี่อาจไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ก็ได้”


คำเตือนงั้นหรอ? ผมนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ แล้วก็พบว่าไอ้จุนฮงพยายามเตือนผมจริงๆด้วย แสดงว่ามันรู้ตั้งนานแล้วแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้แล้วรอให้ผมเปิดเผยตัวตนออกมาเอง พอคิดได้แบบนั้นผมก็รู้สึกว่าตัวเองช่างโง่เง่าสิ้นดี ที่ผ่านมามันคงหัวเราะเยาะผมน่าดูเลยสินะ


“อ๊ะ!” คอเสื้อผมถูกกระชากให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะถูกผลักลงไปบนเตียง ไอ้จุนฮงจับผมนอนคว่ำหน้าแล้วกดแผ่นหลังของผมเอาไว้ มันถอดกางเกงผมออกอย่างรวดเร็ว


“ไม่...ได้โปรด....” ผมได้แต่ร้องบอกอย่างหมดแรงที่จะขัดขืน ตามร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากการถูกกระทืบ แถมท้องที่ถูกไอ้จุนฮงฟาดเท้าใส่ก็ยังจุกไม่หาย ผมไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายตัวเองได้เลย ไอ้จุนฮงไม่สนใจเสียงอ้อนวอนของผม มันถอดกางเกงตัวเองออกแล้วตามลงมาทาบทับทันที


“ฮือ...อย่า...” 





ตามหาฉาก Cut ได้ที่

1.ทวิต @Rodtung_fiction

2.เพจ Fiction By Rodtung

3.#ฟิครักอาชญากร






หลังจากที่ทำกันเสร็จแล้วผมกับไอ้จุนฮงก็ล้มตัวลงนอนแผ่เคียงข้างกันบนเตียง โชคดีที่เตียงยังไม่พังลงมาแต่ข้าวของในห้องกระจัดกระจาย เกิดจากที่ไอ้จุนฮงอาละวาดทำลายข้าวของและที่ผมหยิบมาขว้างปาใส่มัน คิดแล้วก็ตลกสิ้นดี ผมกับมันก่อนหน้านี้อย่างกับผัวเมียที่ทะเลาะตบตีกัน แต่สุดท้ายก็จบลงที่เตียงเหมือนกับคู่รักส่วนใหญ่


คู่รักงั้นหรอ... ตอนนี้ผมจะยังใช้คำนี้ได้อยู่ไหมนะ....


ความเงียบเข้าปกคลุมเราทั้งคู่เหมือนให้เวลาพวกเราได้คิดอะไรบางอย่าง เสียงหอบหายใจที่ดังอยู่ข้างๆบอกให้ผมรู้ว่าไอ้จุนฮงยังไม่หลับ แต่มันกำลังนอนคิดอะไรบางอย่างอยู่ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร เวลาผ่านไปเนิ่นนานผมเริ่มทนไม่ไหว ผมไม่ต้องการยืดเยื้อเวลาอีกต่อไปจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน


“นายไม่ฆ่าฉันแล้วหรอจุนฮง”


“แล้วพี่ว่าผมควรจะฆ่าพี่ไหม” ไอ้จุนฮงไม่ตอบแต่เอ่ยถามผมกลับทันควัน ผมยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วก้มลงมองมัน ซึ่งมันก็หันมามองผมเช่นกัน เราสองคนมองหน้ากัน แล้วผมก็เห็นว่าไอ้จุนฮงไม่ได้ต้องการกวนประสาทผมแต่อย่างใด แต่มันกำลังถามผมจริงๆอย่างรู้สึกสับสน ซึ่งคำตอบที่ผมจะให้มันก็คือ....


“ฆ่าฉันเถอะจุนฮง นายบอกเองไม่ใช่หรอว่ามันคือหน้าที่ของนาย อีกอย่าง...ถ้านายฆ่าฉันก็เท่ากับว่าฉันไม่ได้ทรยศต่อครอบครัวตัวเองแล้วก็ไม่ได้ทำร้ายนายด้วย มันเป็นเพราะฉันทำงานพลาดเองต่างหาก นายฆ่าฉันเถอะนะจุนฮง” ทันทีที่ไอ้จุนฮงได้ยินที่ผมบอกมันก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง สีหน้าของมันเกรี้ยวกราดขึ้นมานิดหน่อย


“พี่คิดว่าการฆ่าพี่มันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ! ทำไมถึงคิดว่ามันง่ายขนาดนั้น อยากจะตายมากรึไงห๊ะ!” ผมไม่เข้าใจว่าไอ้จุนฮงจะโมโหทำไม ในเมื่อมันก็ตั้งใจจะฆ่าผมตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


“ก็นายบอกเองไม่ใช่หรอว่าการฆ่าคนมันง่ายสำหรับนาย แล้วฉันต่างกับคนทรยศที่นายเคยฆ่าตรงไหน นายทำได้อยู่แล้วจุนฮง” ท้ายประโยคเสียงของผมเบาหวิว สีหน้าแสดงความเศร้าสร้อยออกมา ถึงจะพูดออกไปแบบนั้นแต่พอคิดว่าตัวเองต้องตายก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี


ผมไม่ได้อวดเก่งท้าทายให้ไอ้จุนฮงฆ่าตัวเองเพราะคิดว่ามันไม่กล้า แต่เป็นเพราะรู้ดีต่างหากว่าไม่มีทางที่ไอ้จุนฮงจะทรยศต่อไอ้ยงกุก ไอ้จุนฮงเคารพไอ้ยงกุกมาก เปรียบไอ้ยงกุกเสมือนพี่ชายแท้ๆ ส่วนผมก็เป็นแค่คนที่มันดันตกหลุมรักแล้วทรยศต่อความรักของมัน ก็สมควรแล้วที่ผมจะตายๆไปซะ


แต่ทว่าผมกลับทำให้ไอ้จุนฮงโมโหกว่าเดิม


“นี่พี่ไม่เข้าใจอะไรเลยใช่ไหมพี่ยองแจ ได้! ในเมื่อพี่อยากตายมากละก็.... ผมก็จะฆ่าพี่เดี๋ยวนี้แหละ!” ไอ้จุนฮงพูดอย่างใส่อารมณ์ก่อนจะลุกออกจากเตียงไปหยิบปืนมา มันเดินมาหยุดยืนตรงหน้าแล้วยกปืนขึ้นจ่อที่หน้าผากผม สัมผัสเย็นวาบส่งผ่านจากปลายกระบอกปืนมายังหน้าผาก ไอ้จุนฮงจ้องหน้าผมอย่างโกรธจัด


“พี่รู้ไหมว่าผมสับสนแค่ไหนที่ต้องเลือกระหว่างพี่กับพี่ยงกุก ผมต้องทรมานแค่ไหนเมื่อคิดว่าฝ่านยใดฝ่ายหนึ่งจะต้องจากผมไป แต่พี่กลับบอกให้ผมฆ่าพี่อย่างง่ายดาย การหนีปัญหาด้วยวิธีนี้มันคงง่ายสำหรับพี่สินะ” ผมนิ่งงันไปเล็กน้อย นี่ผมทำให้ไอ้จุนฮงต้องทุกข์ใจเรื่องของผมขนาดนี้เลยหรอ แต่เดี๋ยวมันไม่ต้องทุกข์ใจขนาดนี้แล้วแหละ เพราะว่า.... ผมฉีกยิ้มออกมาแล้วเอ่ยบอกกลับไป


“หึ ใช่มั้ง ก็ฉันมันเป็นคนขี้โกหกหลอกลวงนินา แถมยังทรยศต่อนายต่อแก๊งของนายอีกด้วย จะเป็นคนชอบหนีปัญหาอีกสักอย่างจะเป็นไรไป ยิงฉันเลยสิจุนฮง นายจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกยังไงล่ะ”


“อย่ามาท้าผมนะ! พี่คิดว่าผมไม่กล้าหรอ!” ไอ้จุนฮงตะคอกเสียงดัง ดวงตาเบิกกว้างขึ้น ปืนในมือมันกดลงที่หัวของผม ผมส่ายหน้าให้มันทั้งๆที่ยังฉีกยิ้มอยู่


“เปล่า... นายกล้าหาญมากเลยต่างหากจุนฮง นายไม่ได้หนีปัญหาเหมือนกับฉัน ขอบคุณนะที่นายคอยปกป้องฉันมาตลอด ฉันจะไม่โทษว่าที่ฉันตายเป็นความผิดของนาย มันเป็นเพราะฉันทำพลาดเองทั้งเรื่องงานทั้งเรื่องนาย ลาก่อนนะจุนฮง” ใบหน้าที่ฉีกยิ้มของผมอาบไปด้วยน้ำตา คงถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะต้องลาจากกันสักที ไม่ใช่ในโลกนี้แต่คือชาตินี้ทั้งชาติเลยต่างหาก


“ได้! งั้นก็ลาก่อน...” ไอ้จุนฮงว่าด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด นิ้วชี้ของมันขยับไปด้านหลังเตรียมจะลั่นไกปืน ผมหลับตาลงเตรียมตัวเผชิญหน้ากับความตาย ตอนเด็กๆผมสงสัยมาตลอดว่าคนตายแล้วไปไหน แต่อีกเดี๋ยวผมก็จะได้รู้คำตอบแล้ว แต่ทว่า....


“ถ้าพี่คิดว่าผมสามารถฆ่าพี่ได้แสดงว่าพี่ไม่ได้รู้จักผมเลยพี่ยองแจ” เสียงไอ้จุนฮงพูดขึ้นพร้อมกับที่ปืนผละออกจากหัวผม ผมลืมตาขึ้นมองเห็นไอ้จุนฮงโยนปืนในมือตัวเองทิ้งลงพื้น


ตุบ!


“ไปจากที่นี่ซะแล้วอย่ากลับมาอีก ผมจะไม่บอกใครว่าพี่เป็นคนทรยศ เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งในห้องนั้นและห้องนี้ผมจะสั่งให้พวกลูกน้องปิดเป็นความลับ แต่ถ้าพวกมันไม่ยอมทำตามผมจะฆ่าพวกมันทิ้งซะ!” ไอ้จุนฮงเอ่ยบอกด้วยสีหน้าดุดัน ผมที่ไม่รู้ว่ามันพูดเล่นหรือพูดจริงเกิดอาการมึนงงสับสนขึ้นมา นี่มันเกิดอะไรขึ้น ไอ้จุนฮงเปลี่ยนใจไม่ฆ่าผมแล้วงั้นหรอ?


“ตะ...แต่ว่าถ้ายงกุกรู้เรื่องนี้...นายจะ...”


“พี่ยงกุกจะไม่มีวันรู้เรื่องนี้ ไปจากที่นี่ซะ ไปสิ!!!” ไอ้จุนฮงขึ้นเสียงสั่ง ผมสะดุ้งตกใจก้าวขาลงจากเตียง ไม่รู้ว่าไอ้จุนฮงเปลี่ยนใจเพราะอะไร แต่ดูเหมือนว่าผมจะไม่ต้องไปยมโลกตอนนี้แล้ว และเพราะยังสับสนมึนงงบวกกับผมเป็นห่วงไอ้จุนฮงจึงยังไม่ยอมขยับไปไหน ผมยื่นมือไปแตะไหล่ของมัน


“จะ...จุนฮง...”


“ผมบอกว่าให้พี่ไปไงล่ะ!!! หรือจะรอให้ผมเปลี่ยนใจฆ่าพี่ก่อน” ไอ้จุนฮงหันมาตะคอกใส่ผมเสียงดังลั่น ผมพยักหน้ารัวให้บอกว่าเข้าใจแล้ว ก่อนจะก้มลงหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่ซ่อนไว้ใต้เตียงออกมา


หลังจากหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาได้ผมก็รีบหยิบเสื้อและกางเกงที่คว้าง่ายที่สุดออกมาใส่อย่างลวกๆ ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูห้อง


แต่พอจะเปิดประตูออกไปผมหันกลับไปมองที่ไอ้จุนฮงอีกครั้ง มันไม่ได้กำลังมองผมอยู่ ผมรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมันที่ต้องปล่อยคนทรยศอย่างผมไป แต่ไอ้จุนฮงกลับยอมทรยศต่อแก๊งตัวเองเพื่อช่วยชีวิตผม ก่อนจะไปผมจึงอยากพูดกับมันเป็นครั้งสุดท้าย เพราะหลังจากนี้เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว


“ขอบคุณนะจุนฮง ฉันจะไม่มีวันลืมนายไม่มีวันลืมวันนี้ของเราเลย ขอบคุณจริงๆ” พูดจบผมก็เดินออกไปจากห้องทันที หลังปิดประตูลงผมได้ยินเสียงไอ้จุนฮงอาละวาดอีกครั้งตามด้วยเสียงมันร้องไห้ พลันน้ำตาผมก็ไหลตามมันออกมา อยากจะเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วโอบกอดมันแต่ก็ทำไม่ได้ ที่ทำได้คือฝืนก้าวเท้าเดินออกไปจากตรงนั้น เพราะผมยังมีครอบครัวที่รอผมอยู่


พี่ฮิมชาน... ไอ้แดฮยอน... ฉันกำลังจะกลับไปหาทุกคนแล้วนะ


………….


…………………………


…………………………………………


หลังจากที่เดินออกมาจนเกือบถึงประตูเซฟเฮ้าส์ ที่นี่ถูกเรียกว่าเซฟเฮ้าส์หรือแหล่งกบดานของแก๊งไอ้ยงกุกตั้งอยู่เกือบๆชานเมือง ผมปาดเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเรียบร้อยแล้ว และพยายามทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุดเนื่องจากยังมีลูกน้องของไอ้ยงกุกอยู่ที่นี่ และทุกคนก็กำลังเดินตรวจตราที่นี่อย่างเข้มงวด


แต่ทว่าขณะที่ผมกำลังจะเดินออกนอกประตูไป ก็บังเอิญสวนกลับกลุ่มลูกน้องของไอ้ยงกุกประมาณห้าหกคนที่เดินเข้ามาทันที อีกฝ่ายพอเห็นผมก็ร้องทักไว้


“คุณยองแจจะไปไหนหรอครับ” ผมหยุดชะงักเท้าที่ก้าวเดินทันทีแล้วหันไปฉีกยิ้มให้อีกฝ่าย


“ไปธุระข้างนอกน่ะค่ำๆถึงจะกลับมา แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะเพราะฉันบอกหัวหน้าไว้แล้ว” หัวหน้าที่ผมว่าหมายถึงไอ้ยงกุกนั่นเอง และแน่นอนว่าผมโกหกเรื่องที่บอกว่าบอกไอ้ยงกุกไว้แล้ว อีกฝ่ายที่เป็นถึงหัวหน้าเวรยามของที่นี่พยักหน้ารับให้ผมและปล่อยผมไป ผมแอบรู้สึกโล่งใจที่อีกฝ่ายไม่สงสัยอะไรและปล่อยให้ผมไปง่ายๆ แต่พอผมก้าวขาจะเดินต่ออีกฝ่ายกลับเรียกผมไว้อีกครั้ง


“เดี๋ยวก่อนครับคุณยองแจ”


“มีอะไรหรอ” ผมทำเป็นใจดีสู้เสือแล้วหันกลับไปฉีกยิ้มให้เป็นครั้งที่สอง หัวใจเต้นรัวแรงอย่างลุ้นระทึก อีกฝ่ายทำหน้าสงสัยแล้วเอ่ยถาม


“คือว่า...คุณยองแจเห็นลูกพี่ไหมครับ ลูกพี่บอกให้พวกเราเฝ้าระวังคนทรยศเอาไว้เพราะเดี๋ยวจะมีคนทรยศหลบหนี แต่นี่พวกเรายังไม่เจอใครหลบหนีเลยสักคน แถมไม่รู้ว่าลูกพี่หายไปไหนแล้วด้วย” ผมอ้าปากค้างหลังจากได้ยินคำถาม อีกฝ่ายไม่รู้เลยว่าคนทรยศที่ไอ้จุนฮงสั่งให้เฝ้าระวังเอาไว้ก็คือผมเอง และตอนนี้ผมก็กำลังจะหลบหนีออกไปจากที่นี่


“เอ่อ...ลูกพี่ของพวกนายไม่สบายน่ะตอนนี้กำลังนอนพักผ่อนอยู่ในห้อง แต่ฉันว่าพวกนายอย่าเพิ่งไปรบกวนเขาเลยดีกว่านะ เดี๋ยวจะซวยเอาเพราะตอนนี้จุนฮงกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย พอไม่สบายอะไรๆก็ขัดหูขัดตาไปหมด พวกนายก็ทำหน้าที่เดิมไปก่อนก็แล้วกัน” ผมอธิบายพร้อมกับเอ่ยสั่งการแทนเสร็จสรรพ ทั้งกลุ่มพยักหน้ารับให้ผม


คงหมดเรื่องแล้วสินะ... ผมก้าวขาเตรียมจะเดินออกไปจากที่นี่สักที แต่อีกฝ่ายก็ยังจะเรียกผมไว้อีกครั้ง


“เดี๋ยวครับคุณยองแจ”


“อะไรอีกล่ะ” คร่าวนี้ผมหันกลับไปถามอย่างใส่อารมณ์เล็กน้อย แต่แล้วกลับเห็นสายตาขี้สงสัยของอีกฝ่ายที่จ้องมายังกระเป๋าด้านหลังผม ทันใดนั้นหัวใจผมก็เต้นรัวแรงขึ้นมา


“นั่นกระเป๋าอะไรหรอครับ คุณไม่ได้กำลังจะย้ายออกไปไหนใช่ไหม” สีหน้าของอีกฝ่านแสดงออกชัดเจนว่ากำลังสงสัยผม พลอยทำให้ไอ้พวกที่อยู่ด้านหลังหันมามองผมด้วยเช่นกัน ลูกน้องของไอ้ยงกุกทั้งหมดหันมามองผมเป็นตาเดียว ซวยแล้วไง... คนเยอะขนาดนี้ผมสู้ไม่ไหวแน่ๆ


“เอ่อ...คือ...คือว่า...” ผมอึกอักตอบ สีหน้าลนลานอย่างทำอะไรไม่ถูก ตอนนั้นเองที่ลูกน้องของไอ้ยงกุกคนนึงยื่นมือไปจับปืนที่เอว เตรียมจะยิงผมเพราะสงสัยว่าผมจะเป็นคนทรยศ แต่พอผมเห็นปืนเพียงเท่านั้นสติก็กลับคืนมา สีหน้าแปลเปลี่ยนเป็นนิ่งเรียบทันที


“ฉันคิดว่าพวกนายไม่ควรยุ่งเรื่องของฉันนะ อย่าลืมสิว่าฉันเป็นคนสำคัญของลูกพี่พวกนาย แถมหัวหน้าของพวกนายก็ยอมรับฉันเป็นคนในครอบครัวแล้วด้วย ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็เลิกยุ่งเรื่องของฉันซะ” ผมเชิดหน้าขึ้นบอกอย่างวางอำนาจเต็มที่ มันออกจะน่าอายสักหน่อย แต่มันก็ได้ผลเป็นอย่างดี...


“เปล่าครับๆ พวกเราก็แค่อยากรู้เฉยๆ งั้นเชิญคุณยองแจเถอะครับพวกเราไม่รบกวนแล้ว” หัวหน้าเวรยามรีบก้มโค้งบอกผมทันที ทุกคนรีบหันหน้าหนีเมื่อถูกผมเปรยตาใส่ พอเห็นว่าไม่มีใครสนใจแล้วผมจึงเดินออกไปจากที่นี่ จุดมุ่งหมายคือกลับไปหาพี่ฮิมชานและไอ้แดฮยอนที่ร้านเหล้า....




#ฟิครักอาชญากร


ก่อนอื่นต้องขอโทษก่อนที่อัพช้า

ถ้าอัพช้าสันนิษฐานได้เลยว่าตอนนั้นมี Nc แต่งยากมาก ร้องไห้ T^T


ถ้า Nc ไม่ถึงใจก็ขอโทษด้วยนะคะ มันยากมาก

ที่จะแต่งให้ฉากนั้นมีทั้งดราม่าและ....(ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)


มารอติดตามตอนหน้ากันต่อนะ เนื้อหาจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

แล้วก็ขออ่านคอมเม้นหน่อยนะคะ พลีสสสสส


ปล.มีอะไรจะถาม ถ้าหากฟิคเรื่องนี้รวมเล่มมีคนสนใจไหมคะ?






©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

188 ความคิดเห็น

  1. #176 oynit (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 17:11
    เราร้องไห้ไปกับจูด้วยฮืออ คือรักมากกเสียใจมากโอ้ยหน่วงใจ ดูเอาเถอะใครรักใครมากกว่ากัน แจหนีไปแล้วนี่ต้องมาเครียดกับออบอีกต้องเป็นหนอนแน่ๆดูฉลาดนัก
    #176
    0
  2. #113 porrybitty (@porry02) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 21:23
    จะเกิดอะไรขึ้นกับการไว้ใจจงออบมากไปนะ?

    เฮ้อ สงสารทุกคนจัง
    #113
    0
  3. #88 เจ้ยจ๋า (@xxxchan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 15:05
    น้องสงสารโล่แจ ฮื่อ????????????
    ยองแจคงคิดมาตลอดว่าจูจะไม่รู้ มั่นใจมากว่าไม่พลาด เพราะตัวเองไม่เคยแสดงพิรุธอะไรออกมา
    รักก็ยังรัก แต่ก็ต้องทำทั้งที่ปวดใจ ไหนจะงานไหนจะครอบครัว

    น้องอินตามมากกกกก
    มันสื่อว่าโกรธจนจะฆ่าให้ตาย แต่ใจมันทำไม่ลง
    เพราะรักเลยยอมทุกอย่าง ยอมเจ็บ ยอมทน ยอมหันหลังให้ครอบครัวตัวเองสักครั้งเพื่อคนที่รัก
    จูด้วยความที่เป็นคนโมโหร้ายอยู่แล้ว
    พอรู้ว่าโดนหักหลังทั้งที่เตือนมาหลายรอบเลยหน้ามืดทำร้ายเจี๊ยบไป มันเจ็บทั้งสองคน
    ยิ่งฉากเอ็นซี... เอาไปเลยสามผ่าน ฮรื่อ
    มันบีบหัวใจน้องสุดๆ /กุมอก
    ปล่อยเจี๊ยบไปแบบนี้ นี่กลัวไม่พ้นสายตายงกุก
    ปังจะรู้หรือยัง แล้วจะเป็นยังไงต่อไป น้องลุ้นนน

    ยังคงเชื่อว่าจงออบไม่ใส ไหนจะเรื่องที่น้องมุนไม่ชอบ เรื่องพี่ชายที่สะสมเหล้าอีก
    เปิดเผยตัวออกมาเถอะลูก ถึงร้ายแต่ก็จะรักหนูนะ ;-;

    น้องชอบมากๆเยย ขอบคุณที่เขียนฟิคให้อ่านนะฮับ เลิฟ? /ปาหัวใจใส่รัวๆ

    ถ้ารวมเล่มน้องสนจายยยยย????
    #88
    0
  4. #87 kawii (@k-a-win) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 18:58
    จงออบต้องเป็นน้องชายยงกุกแน่ๆ.. สงสารจูนง ความรักแกนี่มันมากกว่าสิ่งอื่นใด..
    #87
    0
  5. #86 BabyzHari (@haribaby) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 13:31
    งื้อออ น้องจูคือดีอ่ะะะ ถึงจะโหดไปหน่อยแต่ก็ยังปกป้องพี่แจผู้เป็นที่รัก รักพี่เค้ามากสินะ

    สู้ๆนะคะไรต์ ติดตามๆ
    #86
    0
  6. #85 ทาสรักยงกุก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 13:52
    ลุ้นใจหายใจคว่ำ ฮืออออ จูนงลูกแม่ หนูทำดีแล้วลูก แต่ก็ห่วงว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้จะเป็นยังไง ถ้ายงกุกรู้ จุนฮงจะรอดไหม ไหนจะฮิมชานอีก รวมทั้งจงออบที่ยังคลุมเครืออยู่ว่าเป็นคนของใคร โอ้ยยย สนุกมากจริงๆค่ะ ลุ้นเหงื่อแตก
    #85
    0
  7. #84 Helenew (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 12:51
    โหยย ผิดคาดมาก ซึ่งความรักของจุนฮงเลย รักมาก TTTTTTTTTT ไม่คิดว่าจะปล่อยยองแจไปเลย เรากะว่าอย่างน้อยไม่ฆ่าก็ต้องกักตัวไว้ แต่คิดไป ถ้าพี่ยงกุกกลับมาก็คงสั่งฆ่ายองแจอยู่ดีถ้ารู้ว่าน้องทรยศ ไม่รู้้สิ เรารู้สึกว่าความรักที่ยองแจให้จุนฮง มันไม่เท่าครึ่งหนึ่งของจุนฮงด้วยซ้ำ พอจุนฮงไล่ ยองแจก็ลนลานออกไปเลย ต่อให้หันมาพูดขอบคุณยังไง เราว่ามันไม่พอ ไม่รู้สิ รู้สึกอกหักแทนจุนฮง ;-;
    #84
    0
  8. #83 KUROBUTA (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 04:29
    ขนาดอิจู ยังโหดร้ายทั้งซ้อมทั้งซั่มขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดเลยอ่ะว่า จะเป็นยังไงถ้ายงกุกรู้ แต่ก็สงสารอิจูนะ เพราะรักมากใช่มั้ยถึงได้ยอมปล่อยยองแจไป นึกว่าจะฆ่ายองแจซะอีก ตกใจ!!!! แล้วถ้าหนีกลับไปหาฮิมชานกับดยอนแล้ว จะทำใจไม่ให้คิดถึงอิจูได้เหรอดูแล้วก็รักอิจูเหมือนกันแต่แค่ไม่รู้ตัวเองแค่นั้นแหละเนอะ ไม่รู้จะสงสารฝั่งไหนดีนะเนี่ย มันน่าสงสารไปหมด
    #83
    0
  9. #82 Sejunny (@Jr_p) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 22:11
    แดออบจะเป็นยังไงตาอน๊าาาา
    #82
    0
  10. #81 @!k@w@_k (@aikawa_k) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 21:41
    ขอนับถือความรักที่จุนฮงมีให้ยองแจ

    ถ้ามีคนรักแบบนี้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

    ปล.อยากรู้ตัวจริงของน้องออบแล้วอ่ะ
    #81
    0
  11. #80 นมผงของจูนง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 09:08
    ยองแจนิฉลาดจริงๆใช่มั้ยค่ะ555555 แกไม่คิดว่าในห้องจะมีวงจรปิดเลยงี้ออ? แล้วจุนฮงก้เตือนแล้วเตือนอีก ยังยังชะล่าใจยังไม่เก็ท เขารู้นานแล้วยัยเจี๊ยบ จูจะทำยังไงต่อไปอะยังไงก็แฟนแกนะเว้ยย ใจเย็นๆค่อยๆคุยกันลู๊กก/สงสารคู่นี้มากม่าหนักแน่ๆ/กอดๆ

    คู่นี้ก็ละมุนกันจัง จงออบนิก็ยังไงไม่ทวงไม่ถามทำไมเข้าใจอะไรง่ายจัง??55555 นิยังสงสัยจงออบกะยงกุกเป็นอะไรกัน ความสัมพันธ์ที่แท้ทรูคืออะไร? น้องเชื่อใจพี่แล้วพี่แด้จะเชื่อใจน้องได้มั้ยเนี้ยย ไม่รู้ออบมาแบบไหนออบจะดีหรือออบจะร้าย 55555 ยังไม่เฉลยเราก้จะไม่วางใจเดาว่าหนูมุนไม่ได้ซื่อๆไม่ธรรมดามันจะต้องมีอัลไรร



    ขอบคุณไรท์ที่แต่งฟิคสนุกๆให้อ่านนะคะ ชอบมากกกกก สู้ๆ เป็นกำลังใจให้คะ
    #80
    0
  12. #79 YouAndMe1994 (@YouAndMe1994) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 02:18
    จุนฮงอย่ามำอะไรแจน๊าาา ยงฮวาเกิดเรื่องอะไรกับคุณตำรวจป่าวนะ เป็นห่วง เข้าใกล้ดราม่าแล้วสินะค่ะ ลุ้นนน
    #79
    0
  13. #78 kawii (@k-a-win) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 10:29
    สงสารจูนง ฮืออออ เตือนอิแจแล้วเตือนอีกก็ไม่ฟัง ยัยซื่อบื้อ! ยัยจูจะทำไงต่อดีล่ะ! ไม่ฆ่าหรือทรมาณดี? รออัพต่ออออ
    #78
    0
  14. #77 Helenew (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 16:21
    โอ้ย อยากจะตะโกนบอกยองแจให้ดังเข้าไปในเรื่องเลยว่า เขารู้แล้วโว้ย เขาจับตามองเอ็งอยู่โว้ย อย่าทำ อย่าทำ อย่าทำ! ให้หมดความมั่นใจสักที ที่ผ่านมาที่ทำมาไม่เห็นว่าจะเนียนตรงไหน เฮ้อ จุนฮงก็เตือนแล้วเตือนอีก ย้ำสี่แสนครั้งยองแจก็ไม่ฉุกคิดสักที มันก็สมควรถ้าเขาจะจับได้คาหนังคาเขา แล้วในห้องหัวหน้าอย่างพี่ยงกุกจะไม่มีกล้องวงจรปิดหรอคะ เฮ้อ กลัวก็แต่ตอนต่อจากนี้ ยองแจจะโดนลงโทษยังไง กลัวจุนฮงฆ่าเอาจริง ๆ เตือนก็แล้วอะไรก็แล้ว ที่สำคัญ บอกรักไปตั้งหลายรอบไม่ซึมซับมั่งเลย คิดแค่จะไปเยี่ยมในคุกบ่อย ๆ ไม่ยอมคิดว่าถ้าเขาจับตายแกงค์นี้ขึ้นมาจุนฮงจะอยู่ในกรงให้เยี่ยมแ มะ โอ้ย อินค่ะ รอผลลัพธ์ 50 ที่เหลือแล้วกันนะคะ ;-)
    #77
    0
  15. #76 5146 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 23:27
    ยองแจคะ จุนฮงพูดมาตั้งนานแล้ว หลายรอบแล้ว จนจะจับมือเขียนว่า ถ้ามรึงทรยศ ตรูจะฆ่ามรึง อยู่แล้ว ยังทำมึนอยู่ นี่โง่หรือโง่คะ ขอโทษที่ด่าแรงค่ะ อิน



    คิดว่ายงกุกคงรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร รายชื่อนั่นปลอมแน่นอน อ่านแค่อักษรตัวหน้าเรียงลงมาอาจจะได้ ตรูหลอกมรึงจ้า แบร่ ก็ได้



    เล่นกับไฟแต่ไม่ระวัง ไฟจะเผาตัวเองละนะ/โยนฟืน



    รออีก50% ค่ะ
    #76
    0
  16. #75 ทาสรักยงกุก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 22:53
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด บอกตรงๆว่าหวั่นใจกับทางโน้นมาก จูนงรู้แล้วแน่ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นจูจะฆ่าแจไหม ฮือออออออ อย่าทำไรแจเลยนะ ยอมมอบตัวดีๆซะเถอะ
    #75
    0
  17. #74 KUROBUTA (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 22:29
    มันจะมาม่าเต็มกำลังแล้วใช่มั่ยอ่ะ ฮือออออออ สงสานยองแจ เป็นคนแรกที่จะต้องถูกจัดการแน่ๆเลยใช่มั้ยอ่ะ ไม่เอาแบบโดนฆ่านะมันโหดร้ายเกินไปอ่ะเอาแค่เบาะๆก็พออย่างเช่นอดข้าวอดน้ำแค่นี้พอได้มะ แต่คู่ที่โหดที่สุดน่าจะเป็นบังชานอ่ะเพราะบังเป็นหัวหน้าแกงค์เนอะโอ๊ยตายๆๆๆๆๆ ทำใจรอเลยใช่มั้ยเนี่ย ฝั่งปังคงเตรียมโซ่ แส้ กุญแจมือ ส่วนทางเรานี่คงเตรียมทิชชู่ ไม่ซับเลือดกำเดา ก็คงได้ซับน้ำตา
    #74
    0