[Bleach] New life Shinigami - (ichiruki)

ตอนที่ 8 : Ch.7 [น้องสาวของฉัน]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 มิ.ย. 62

[น้องสาวของฉัน]







               เมื่อไม่นานมานี้ที่ผมกับลูเคียได้ไปที่ร้านคุณอุราฮาระ เพื่อถามเรื่องเกี่ยวกับพลังวิญญาณของคาริน ว่าจะทำอย่างไงไม่ให้เธอมีพลังวิญญาณสูงขึ้นไปมากกว่านี้ แต่กลับไม่ได้เรื่องอะไรเลย เพราะคุณอุราฮาระเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องทำอย่างไง เคยทำได้แต่ให้พลังแข็งแกร่งขึ้นหรือฟื้นพลังกลับคืนมา ยกตัวอย่างเช่นกรณีของผม แต่ก็ไม่เคยมีเคสที่ทำให้พลังนั้นอยู่ดีๆก็หายไปได้เลย ถ้าไม่ได้ต่อสู้จนสูญเสียพลังไปเหมือนกับผมละก็นะ


“บ้าเอ้ย ! ถ้าเราไปไม่ทันก่อนประตูโรงเรียนจะปิดละก็โดนทำโทษแหงเลย” ตอนนี้ผมกำลังวิ่งอย่างสุดชีวิต


“มันเป็นเพราะใครละยะ เจ้าหน้าโง่ชอบนอนตื่นสายเอ้ย !!” ส่วนคนข้างๆก็คือหญิงสาวร่างเล็ก


“แล้วทำไมเธอไม่ปลุกฉันให้เร็วกว่านี้ละฟะ !!” 


“ข้าปลุกเจ้าแล้วนะ แต่เจ้าก็ไม่ยอมตื่นสักทีนี่น่า ข้าก็เลยเผลอหลับไปอีกรอบน่ะสิ !!” สองปากที่วิ่งไปเถียงกันไป


“เธอก็บ้าเหมือนกันนั่นแหละ เฮ้ย..!! ประตูโรงเรียนมันกำลังจะปิดแล้ว” เราที่ใกล้จะถึงหน้าโรงเรียนกันแล้ว แค่ข้ามบ่อน้ำตรงนั้นไปก็ถึงแล้ว


“บ้าจริง มีบ่อน้ำอยู่ข้างหน้านะ อิจิโกะ...วะ..ว้ายยยย !!”


“จับฉันไว้ให้แน่นๆละ ลูเคีย !!!” ไอ้เจ้าบ้านี่มันอุ้มต้วฉันลอยเลย และหนีบฉันเอาไว้ที่เอว ฉันไม่ใช่ตุ๊กตานะเว้ยยย -_-*


ฮึบบบบ.....!!!


“เยี่ยม ! ในที่สุดเราก็มาถึงทันเวลาพอดี” ลืมไปว่าเจ้าบ้านี่มันขายาว


“เรียกว่าทันก็ได้อยู่หรอกนะ คุโรซากิ แต่ทำไมฉันเห็นนายมาโรงเรียนกับคุจิกิเป็นประจำเลยล่ะ? ไม่ใช่ว่าอยู่บ้านเดียวกันหรอกนะ” อาจารย์หนุ่มผู้ที่ยืนเฝ้าประตูโรงเรียนหันมาพูดกับพวกเรา


“แหมม..เป็นมุขที่ดีนะคะอาจารย์ อิจิ..เอ้ย...คุโรซากิคุงกับดิฉันบ้านเราอยู่ใกล้กันน่ะคะ และทุกวันก็เจอกันโดยบังเอิญเท่านั้นเองละคะ โฮะๆ” 


กริ๊งงงงงงงงง.....!!!


“อ่ะ..เราต้องไปละคะ เสียงออดเข้าเรียนดังแล้ว ขอตัวก่อนนะคะอาจารย์” ฉันรีบดันหลังอิจิโกะให้เดินไปข้างหน้าทันที


“เฮ้...เธอไม่จำเป็นต้องกลัวมีใครรู้ว่าเราอยู่บ้านเดียวกันขนาดนั้นก็ได้ แค่บอกว่าเราเป็นญาติกันก็พอ” 


“จริงด้วยสินะ ก็เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนี่น่า” 


“ไงอิจิโกะ ฉันเห็นนายเดินอยู่กับลูเคียจังตลอดเลยนะ ไม่ใช่ว่าพวกนายสองคนคบกันอยู่หรอกหรอ ฉันอิจฉานายจังเลย” เจ้าเคโงะตะโกนลงมาจากหน้าต่างห้องเรียน


“เหอะๆ นายน่ะหุบปากไปเลย !!” แหงละสิ ตอนนั้นที่ยัยลูเคียบอกว่าฉันเป็นแฟนเธอ และขอให้พวกอิโนะอุเอะไปบอกว่าเรื่องมันไม่ใช่แบบนั้น แต่ไหนพอมาเจอกันอีกทีเจ้าพวกนี้กลับจำอะไรไม่ได้ซะงั้น พอหันไปมองข้างๆ ผมก็เห็นยัยลูเคียยกนิ้วโป้งขึ้นมาให้สองนิ้ว ลบความทรงจำเรียบร้อยแล้วสินะ


“อิจิโกะ ข้าอยากกินข้าวปั้น !!” ถึงเวลาพักกลางวันทีไหร่ ยัยนี่ต้องขอให้ซื้อของกินให้ตลอด


“ครับๆ แล้วจะเอาอะไรอีกมั้ย?”


“เอานมสตอเบอรี่ ขนมถุงมันฝรั่ง ช้อคโกแกต ลูกอมรสนม และก้...อุ้บบ”


“เยอะไปแล้วยัยบ้า !!” แปะ.....!!!


“กะ กอ ก้า ยาก กิง อ่อย อั้ย อะ” ก่อนที่ยัยนั่นจะพูดจบ ผมใช้สองมือตบเข้าไปที่แก้มของเธอเบาๆ และแกล้งบี้แก้มของเธอเล่น ปากจู๋จนพูดไม่เป็นภาษาเลย น่ารักดีแฮะ


“ดูเจ้าอิจิโกะสิ เล่นกับลูเคียจังอีกแล้ว ฉันละอิจฉาจังเลย เชอะ” เคโงะได้แต่นั่งร้องไห้กัดผ้าเช็ดหน้ามองตาปริบๆ


“แต่จะว่าไปคุโรซากิคุงกลับมาร่าเริงขึ้นเยอะเลยนะจ้ะ” 


“โอริฮิเมะ...” ทัตสึกิ ที่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนสาวตัวเองดี


“ถ้างั้นฉันขอตัวไปซื้อน้ำก่อนน๊าา” อิโนะอุเอะพูดและกำลังจะวิ่งออกไป


“แต่เธอซื้อน้ำมาแล้วนะ โอริฮิเมะ” 


“พอดีฉันอยากดื่มโคล่าน่ะจ้ะ แหะๆ” เธอเกาหัวก่อนจะวิ่งออกไปเลย


“ผมก็ขอตัวไปห้องน้ำเหมือนกัน” อิชิดะขยับแว่นของเขานิดนึงก่อนจะลุกเดินไป


“คุณอิโนะอุเอะเนี่ย ชอบเจ้าอิจิโกะสินะ” เคโงะมองตามหญิงสาวที่วิ่งออกไป


“ก็คงจะใช่มั้งครับ” มิสึอิโระก็รู้สึกได้


“ทัตสึกิเป็นอะไรไปน่ะ เห็นนั่งกำตะเกียบแน่นตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ” หญิงสาวใส่แว่น จิซึรุ ที่นั่งอยู่ข้างๆถามขึ้นมา


แกร๊กก....!!


“ไอ้เจ้าบ้าอิจิโกะนั้นมันมีดีตรงไหนกันนะ !! แล้วทำไมโอริฮิเมะต้องไปชอบคนอย่างหมอนั่นด้วย !!” ทัตสึกิที่ทำตะเกียบหักด้วยมือเปล่าพูดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว


“เอ่ออ..ทะ..ทัตสึกิ เธอใจเย็นก่อนนะ ระ..เรื่องแบบนี้มันบังคับกันได้ซะที่ไหน ชะ..ใช่มั้ยแช้ค” เคโงะเริ่มกลัวหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะหันไปถามชายหนุ่มรูปร่างใหญ่โตที่นั่งเงียบมาตลอด


“อืม ถ้าเป็นอิจิโกะละก็ไม่มีปัญหา”


[ณ เวลาเลิกเรียน...]


“ลูเคีย เย็นนี้คารินมีแข่งบอล แต่ฉันโดนทำทัณฑ์บนอยู่ เธอช่วยไปหาคารินกับยูซึก่อนได้มั้ย เดี๋ยวฉันจะรีบตามไปทีหลัง” ก็โดนทำโทษเรื่องที่เคยก่อไว้เมื่อปีที่แล้วน่ะสิ ยูซึเป็นผู้จัดการทีมชมรมฟุตบอลเดียวกับคาริน


“อืม ข้าเข้าใจแล้ว งั้นไว้เจอกันที่นั้นนะ อิจิโกะ”


               ฉันเดินออกมาจากโรงเรียนและตรงไปที่โรงเรียนของคารินกับยูซึ คารินบอกพวกเราก่อนหน้านั้นอยู่ว่าเธอจะมีแข่งฟุตบอล เหตุผลที่เธออยากให้พวกเรามาดูเธอเตะฟุตบอลก็คงเพราะว่าเจ้าอิจิโกะมันเก่งกีฬาน่ะสิ คงอยากให้พี่ชายมาดูว่าครวจะต้องปรับปรุงและแก้ไขตรงไหนบ้าง หน้าตาโง่ๆอย่างเจ้านั่นเล่นฟุตบอลเป็นด้วยหรอ ถ้าหัวหน้าฮิตสึกายะก็ว่าไปอย่าง


“อ่ะ...พี่ลูเคียจังมาแล้ว ทางนี้คะ !” พอฉันเดินมาถึงสนามก็ได้ยินเสียงยูซึตะโกนเรียก พร้อมกับโบกมือไปมาให้ฉัน


“ข้ามาช้าไปหรือป่าว?” เดินเข้าไปก็เห็นทุกคนกำลังเล่นกันอยู่ในสนามแล้ว รวมทั้งคารินด้วย


“ไม่ช้าหรอกคะ พวกคารินจังแค่ซ้อมก่อนลงสนามเฉยๆน่ะคะ” 


“พี่ลูเคีย แล้วพี่อิจิล่ะคะ?” คารินวิ่งมาหาฉัน เมื่อเธอกับเพื่อนๆของเธอวอร์มร่างกายเสร็จ


“เจ้านั่นโดนทำโทษอยู่น่ะ อิจิโกะบอกว่าจะตามมาทีหลัง”


“ให้ตายสิพี่อิจินี่ละก็ !” คารินยืนกอดอกและบ่นออกมาเล็กน้อย


ติ๊ดดด...ติ๊ดดดดดด...!! ตูมม...!!!


“อะไรน่ะ !!!” มือถือส่งสัญญาณเตือนได้แปปนึง หลังจากนั้นอยู่ๆก็เหมือนมีอะไรตกลงมากลางสนามฟุตบอล โชคดีนะที่ไม่มีเด็กๆอยู่ในสนาม


“ว้ายยยยย / อ้ากกกกก นั่นอะไร ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่น่า แต่ทำไมเสียงดังจัง” เด็กๆรอบสนามต่างก้มลง และพูดขึ้นมาว่าข้างหน้าของพวกเขาไม่เห็นมีอะไรเลย แต่มันไม่ใช่น่ะสิ...


“พะ...พี่ลูเคีย..จะ..เจ้านั่นมัน...” มีแค่ฉันกับคารินเท่านั้นที่เห็นมัน ตัวเบ่อเริ่มเลย ไม่ใช่ฮอลโลว์ทั่วๆไปด้วยสิ


“อืม ฮอลโลว์ !!” 


“พะ..พี่ลูเคีย จะ..จัง หนูก็รู้สึกได้ ตะ..แต่หนูมองไม่เห็น” ตอนนี้ยูซึตัวสั่นมาก คงกลัวมากเลยสินะ ตามใบหน้าก็มีเหงื่อออกมาเยอะเลย


“คาริน !! พายูซึกับเด็กคนอื่นๆหลบไปก่อน” ฉันวิ่งไปยืนข้างหน้าทุกคน ก่อนจะหันหน้ามาแค่ครึ่งเดียวและตะโกนบอกให้คารินพาเพื่อนๆไปอยู่ที่ปลอดภัย


“วิถีทำลายที่ 33 โซลคัทซุย !!” พอเจ้าฮอลโลว์นั่นมันตั้งท่าจะขยับ ฉันก็ชิงลงมือซะก่อน โดยการใช้วิถีมาร ปล่อยคลื่นพลังเพลิงสีฟ้าที่มีความรุนแรง ใส่ตัวของมันไปเต็มๆ


ตูมมมมมมม......!!! 


“อ้ากกกก.! วิถีมารงั้นหรอ เจ้าเป็นยมทูตสินะ แต่ทำไมมันรู้สึกคันๆเจ็บแค่นิดเดียวเองละ ฮ่าๆ คราวนี้ตาข้าบ้างละนะ !!” มันร้องออกมานิดนึงก่อนที่จะพูดขึ้นมา และใช้หางของมันที่มีหนามอันแหลมคมโจมตีใส่ฉัน


พรึ่บบบบ.....ปึกกกกกก....ตูมมมมม!!!


“พี่ลูเคีย !!!” 


“อย่าเข้ามาคาริน ถอยไป !!!” โธ่เว้ย คิดว่ากระโดดหลบได้แล้วเชียว เจ้าฮอลโลว์ตนนี้มันเร็วกว่าที่คิดไว้เยอะเลย พลังในตอนนี้ไม่พอหรอเนี่ย ชิ


“พอดีข้าได้กลิ่นหอมหวานมาจากแถวนี้ แต่ไม่น่าจะใช่เจ้านะยมทูต เพราะพลังวิญญาณของเจ้าแทบจะไม่ค่อยมีเลยนี่น่า แค่ยืนขึ้นได้ก็ถือว่าเก่งแล้ว” พอมันพูดจบ สายตามันก็หันไปจ้องที่คาริน


“หรือว่า...ไม่นะ คารินหนีไป !!!” มันจ้องเล่นงานคารินตั้งแต่แรกแล้ว เพราะรู้ว่าเธอมีพลังวิญญาณที่สูง


หมับบบบบ......!!!


“อ้ายยยยยยยย พี่ลูเคีย ช่วยหนูด้วย !!!” คารินถูกเจ้าฮอลโลว์นั่นจับตัวไปแล้ว


“คาริน !! / คารินจัง...!!”


“นี่ละใช่เลย กลิ่นแบบนี้แหละ !! แม่สาวน้อยกลิ่นของเจ้ามันช่างน่ากินเหลือเกิน” 


“ปล่อยน้องสาวข้าเดี๋ยวนี้นะ เจ้าฮอลโลว์โสโครก !!!” 


“น้องสาวงั้นหรอ ถ้าอย่างงั้นข้าก็ขอกินน้องสาวของเจ้าหน่อยละกัน !!!”


“วิถีทำลายที่ 73 โซลเร็น โซลคัทซุย” วิชามารนี้เป็นการรวบรวมพลังวิญญาณเพื่อปลดปล่อยเพลิงสีฟ้าออกมาด้วยมือทั้งสองข้าง มีอานุภาพแรงกว่าโซคัทซุย ฉันใช้จังหวะที่มันกำลังจะอ้าปากกินคารินยิงวิถีมารใส่ปากมันเข้าไปเต็มๆ แต่ทำให้ใช้แรงไปเยอะพอสมครว


“อ้ากกกกกกกกกก !! เจ้ายมทูตแกอยากตายมากนักสินะ !! ” มันกำลังโหโมใหญ่เลย และตั้งท่าจะปล่อยอะไรออกมา!?


ชู้ดดดดดดด........!!!! ก๊าชชชชชชช..!!!


“ไฟงั้นหรอ !!!” ฉันกระโดดหลบได้แต่ว่าแขนซ้ายโดนไฟของมันเข้าไปถากๆ อยู่ในร่างนี้ทำอะไรไม่ได้เลย


“อ้ายยยยยยย....!!”ข้างหลังนั่นมันพวกยูซึกับเด็กๆนิ !


“วิถีพันธนการที่ 81 ดันคู !!” ฉันใช้วิถีมารสร้างกำแพงโปร่งใสขนาดใหญ่เท่าตึกอาคารป้องการโจมตีของมันตรงหน้าพวกเด็กๆขึ้นมาได้ทัน


แกร๊กกก...!! โธ่เว้ย มันจะแตกแล้ว...ถ้าเรามีแรงดันวิญญาณสูงกว่านี้จะสามารถสร้างกำแพงดันคูที่แข็งแกร่งกว่านี้ได้ ถ้าเรามีพลังมากกว่านี้ละก็...


“พี่ลูเคีย...ชะ..ช่วยหนูด้วย..” คารินเริ่มอ่อนแรงแล้ว ถ้ามีเวลาท่องบทวิถีมารละก็ อาจจะพอทำอะไรได้บ้าง ฉันจะทำอย่างไงดี...!?


“อ่ะ..นะ..นี่มัน..อะไรกัน..เนี่ย..กึกก..!!!” พอฉันหันไปก็เห็นว่าเจ้าฮอลโลว์ตนนั้นหยุดนิ่งไปแล้ว มันอะไรกันเนี่ย


“คาริน..!!” แสงเหลืองๆที่ออกมาจากตัวคาริน พลังกดดันวิญญาณ เธอใช้แรงดันวิญญาณของเธอสะกดเจ้าฮอลโลว์ตนนั้นอยู่ ถึงเธอจะไม่ค่อยรู้สึกตัวก็ตาม


“ดีละตอนนี้แหละ... ผู้ปกครอง เอ๋ย ผู้สวมหน้ากากแห่งเลือดเนื้อ ปรากฏอยู่ กระพือปีก สวมนามแห่งมนุษย์ ความจริงและความลวง จงกางเล็บเพียงน้อยใส่กำแพงฝันอันไร้มลทินด้วยเถิด วิถีทำลายที่ 33 โซลคัทซุย !!” 


ฮึบบบบ....พรึ่บบบบ....!!! อ้ากกกกกก!!!


“คารินๆ ไม่เป็นอะไรแล้วนะ” ฉันเล็งไปที่แขนของมันข้างที่จับคารินไว้เป็นตัวประกัน จนมันปล่อยตัวเธอออกเพราะโดนโซลคัทซุยของเราไป ก่อนที่ฉันจะไถลตัวไปรับคารินที่กำลังล่วงลงมา


“พะ..พี่ลูเคีย” เธอได้สติขึ้นแล้ว ก่อนที่ฉันจะรีบวิ่งพาเธอไปที่ปลอดภัยรวมกับพวกยูซึ โชคดีที่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก


“คาริน จับมือพี่เอาไว้แล้วหลับตาลงซะนะ” ฉันเหมือนนึกอะไรออก ถ้าคารินปล่อยแรงดันวิญญาณออกมากดดันพลังของเจ้าฮอลโลว์นั่นได้ละก็...โอกาสมีเพียงครั้งเดียว !!


อึกกก.........!!! พรึ่บบบบ.....!!!!!


“เป็นอย่างที่คิดจริงๆด้วย” พอคารินทำตามที่ฉันบอก และฉันก็ทำปากท่องบทสวดอะไรสักอย่าง หลังจากนั้นพลังวิญญาณของเธอก็ไหลเข้ามาในตัวของฉัน ก่อนที่ฉันจะหยิบยาลูกกอนขึ้นมากินและร่างกายฉันก็เปลี่ยนเป็นยมทูต


“แกทำฉันเจ็บแสบมากเลยนะ เจ้ายมทูต !!! แกตายซะเถอะ !!!” มันตั้งท่าจะปล่อยไฟมาอีกรอบ


“จงร่ายรำ โซเดะโนะชิรายูกิ ระบำที่ 2 ฮาคุเร็น !!!” คลื่นน้ำแข็งยักษ์พุ่งออกมาจากปลายดาบและเข้าไปหาเจ้าฮอลโลว์นั่นอย่างจัง จนตัวของมันขยับไม่ได้เพราะแข็งเป็นน้ำแข็งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


“ถ้าแกเป็นไฟ มันก็ต้องดับด้วยน้ำ(แข็ง)ของข้า นี่คือโทษฐานที่แกบังอาจมาแตะต้องน้องสาวของข้า !!”


เพล๊งงงงงง.......!!! และน้ำแข็งก็แตกละเอียดออกอย่างงดงาม


“ไม่เป็นอะไรนะคารินยูซึ....ฟึ่บบ!!” ฉันเดินไปหาพวกเธอก่อนที่จะหมดแรงล้มลงไป เป็นอย่างที่คิดสินะ


“พี่ลูเคีย !! / คารินจัง พี่ลูเคียจังเป็นอะไร !!? ” จริงสิยูซึมองไม่เห็นเรานี่น่า คารินยูซึปลอดภัยสินะ ดีจังเลย


“ลูเคีย !!!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

3 ความคิดเห็น