[Bleach] New life Shinigami - (ichiruki)

ตอนที่ 7 : Ch.6 [วันเฮงซวย]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 มิ.ย. 62

Ch.6 [วันเฮงซวย]







“อรุณสวัสดิ์คะ พี่ลูเคีย” คารินพูดทักทายฉันตามปกติแบบนี้ทุกเช้า


“อรุณสวัสดิ์คะ พี่ลูเคียจัง มานั่งทานข้าวเช้าก่อนนะคะ” ก่อนที่ยูซึจะพูดทักทายเป็นคนต่อไป และชวนให้กินข้าวด้วยกัน


“อรุณสวัสดิ์จ้ะ” ฉันตอบพวกเธอกลับ ก่อนที่จะเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร และสังเกตุว่ามีวิญญาณอยู่รอบๆตัวคารินเยอะเลย แต่วิญญาณพวกนั้นคือวิญญาณทั่วไป ไม่ใช่วิญญาณพลัสที่กำลังจะกลายเป็นฮอลโลว์ เดี๋ยวเอาไว้ค่อยให้อิจิโกะจัดการ


“พี่อิจิตื่นยังคะ?..วุ่นวายจริงๆเลยพวกนายเนี่ย !” คารินถามถึงพี่ชาย ก่อนจะทำท่าทางรำคาญกับวิญญาณรอบๆตัวของเธอ มีทั้งเด็กเนิร์ด เด็กแฝด ชายอ้วน หญิงแก่ชรา และชายหัวล้าน


“อืม แต่งตัวอยู่มั้งนะ...คาริน ช่วงนี้เจอเรื่องอะไรแปลกๆบ้างหรือป่าว?” ฉันต้องปลุกอิจิโกะทุกเช้าเลย และตอนนี้ก็ได้โอกาสที่จะถามเธอ เพราะช่วงนี้พลังวิญญาณของคารินสูงขึ้นเรื่อยๆเลย กังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับเธอ 


“เรื่องแปลกๆหรอ? ก็..เอ่อ..ไม่มีนะคะ” เธอเหมือนชะงักไปนิดนึงก่อนที่จะพูดตามปกติ


“แน่ใจนะ คาริน? รู้ต้วมั้ยว่าตอนนี้...”ฉันกำลังจะบอกว่าให้ระวังตัว เพราะพลังวิญญาณเธอสูงขึ้นมาก แต่...


“มาแล้วๆ ข้าวเช้ามีอะไรกินบ้าง ยูซึ” เจ้าบ้านี่ชอบขัดจังหวะซัทุกที


“อ่ะ...พี่อิจิ เดือนหน้าหนูมีแข่งฟุตบอล อย่าลืมมาดูด้วย และก็พาพี่ลูเคียไปด้วยนะ” 


“อ่า เข้าใจแล้ว แค่ไปดูก็พอแล้วใช่มั้ย” อิจิโกะตอบก่อนจะกัดขนมปังไปคำนึง


“อืม และก็วันนี้ช่วยทำอะไรกับวิญญาณพวกนี้ให้หนูทีนะ อิ่มแล้ว ไปก่อนละคะ” เธอลุกขึ้นและหยิบกระเป๋า ก่อนจะใช้นิ้วโป้งชี้ไปข้างหลังของเธอ เนื้อหอมในหมู่วิญญาณจังนะ


“จร้าๆ เดี๋ยวจัดการให้นะ ไปดีมาดีละ” เหมือนเธอมีอะไรบ้างอย่างปิดบังไว้ แต่ไม่ยอมบอกพวกเรา


“เป็นอะไรของเธอ ลูเคีย?” ฉันที่ทำท่าคิดหนักอยู่ระหว่างทางเดินไปโรงเรียน ฉันก็ยังเดินไปคิดไม่ตกไป จนเสียงอิจิโกะทักขึ้นมา


“เปล่าหรอก แค่ช่วงนี้รู้สึกเป็นห่วงคารินนิดหน่อยน่ะ”


“คารินทำไม!?” 


“นายไม่สังเกตุบ้างหรอว่าช่วงนี้วิญญาณเกาะติดคารินเยอะกว่าเดิม และพลังวิญญาณของเธอก็สูงขึ้นมากด้วย” ฉันหันไปอธิบายเรื่องที่กำลังคิดไม่ตกให้อิจิโกะฟัง


“จะว่าเยอะกว่าเดิมก็ใช่ละนะ เมื่อก่อนก็มีแค่ตนสองตน มาแบบวันเว้นวัน แต่เดี๋ยวนี้เห็นมาทุกวันเลย แล้วมันทำไม??”


ผลัวะ.....!!!


“โอ้ยยย...เจ็บนะเว้ย ยับบ้า!!” ผมโดนเธอตบหัวแต่เช้าเลย เป็นสิริมงคลกับชีวิตมากเลย -_-*


“หน้าตาเจ้าว่าโง่แล้ว ไม่คิดว่าสมองเจ้าจะโง่ตามไปอีกเลยนะ” ฉันตบเข้าไปที่หัวเจ้างั่งนี่นึงทีให้หายโง่แปป ทำให้สายเลือดตรงขมับเริ่มปูดขึ้นมาอีกแล้วสิ


“เออ แล้วอย่างไงต่อละ?”


“เพราะว่าถ้าเธอมีพลังวิญญาณสูงขึ้นไปเรื่อยๆแบบนี้ ไม่ใช่แค่วิญญาณธรรมดาจะมาหาเธอน่ะสิ” 


“หรือว่าฮอลโลว์...” ผมที่เริ่มคิดและพยายามประมวณผลตามที่ลูเคียเล่า


“ใช่ ฮอลโลว์น่ะ ยิ่งผู้ที่มีพลังวิญญาณสูงมันก็ยิ่งชอบ เพราะคารินเธอไม่รู้จักวิธีซ่อนพลังวิญญาณเหมือนกับพวกเราหรอกนะ” ยิ่งเธออธิบายผมก็ยิ่งตั้งใจฟัง


“แล้วมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยคาริน?” ผมคว้าไหล่เล็กของเธอให้หันมาทางผม


“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวหลังเลิกเรียนค่อยไปถามเจ้าอุราฮาระแล้วกัน”


“อะ-รุณ-สะ...อ่ะ...อิ-จิ-โกะ !! นายทำอะไรลูเคียจังของฉานนนน..!! ” จู่ๆเจ้าเคโงะก็โผล่มาหาพวกเราที่กำลังคุยกัน และก็คงเห็นว่าผมยืนจับไหล่ยัยนี่อยู่


“อรุณสวัสดิ์ครับทั้งสองคน เช้านี่ก็ยังสนิทกันเหมือนเดิมเลยนะครับ” มิสึอิโระที่เดินมาทีหลังก็พูดขึ้น เรื่องเมื่อตอนนั้นนายทำไว้แสบมากนะ ไอ้เจ้าเบื๊อก


“อะไรของพวกเจ้าน่ะ? ไม่เห็นจะแปลกเลยเพราะว่าเราเป็นแฟนกันนี่น่า” ฉันหันไปหาทั้งสามคนพร้อมกับพูดขึ้นอย่างหน้าตาเฉย


“ห้ะ..!!!! ว่าอะไรนะ !!” ทั้งสามคน รวมถึงอิจิโกะต่างก็ทำท่าทางตกอกตกใจ แถมยังตะโกนออกมาซะดังเชียว


“อิจิโกะ เจ้าเพื่อทรยศ !!! ฮืออออ...ลูเคียจังกับ...อิจิโกะ ม่ายยยย..!!” เคโงะที่กำลังอึ้งไปนิดนึง ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งร้องไห้ฟูมฟายออกไป


“นี่เธอพูดอะไรออกมาน่ะ รู้ตัวมั้ย!?” ผมรีบคว้าคอยัยนี่มาพูดใกล้ๆ >///0


“อะไรของเจ้าเหล่า !! ข้าก็พูดถูกแล้วไม่ใช่หรอไง ก็คารินกับยูซึบอกข้าว่าข้าเป็นแฟนเจ้า เพราะคำว่าแฟนแปลว่าเพื่อนคนสำคัญอย่างไงละ” เธอสะบัดแขนผมออก...คาริน ยูซึ พวกเธอสอนอะไรให้ยัยนี่เนี่ย !!


“ยินดีด้วยนะครับทั้งสองคน” เจ้ามิสึอิโระยังมายิ้มหน้าตาเฉยอีก


“ไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะเฟ้ย!!”


“คุโรซากิคุง คุณคุจิกิ ที่ว่า..เอ่ออ..ปะ..เป็นแฟนกันนี่หมายความว่าอย่างไงหรอจ้ะ” อิโนะอุเอะเดินเข้ามาถามพวกเราที่เดินมาถึงหน้าห้องเรียนขึ้นอย่างตะกุกตะกัก ไม่ใช่แค่เธอ อิชิดะ กับ แช้คก็มาด้วย


“เอ่อ..คือเรื่องนั้น....” เจ้าเคโงะ แกจะปากไวไปไหน -_-*


“ไม่ใช่แค่อิจิโกะนะที่เป็นแฟนข้าน่ะ อิโนะอุเอะ ชาโดะ อิชิดะ รวมถึงทุกๆคนที่เป็นเพื่อนของข้าก็เป็นแฟนข้าด้วย” เธอประกาศออกมาซะดังลั่น


“เอ๋????” เล่นทำเอาทุกคน งง เป็นไก่ตาแตกเลย


“ยัยบ้าเอ้ย...” ผมยืนกุมหัวตัวเองและส่ายหน้าเบาๆ ผมแทบอยากจะเอาหัวโขกพื้นตาย


“ฉันคิดว่าฉันพอจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้วละ” อิชิดะใช้นิ้วตัวเองขยับแว่นตาเล็กน้อย


“ไว้ฉันจะอธิบายให้พวกนายฟังทีหลังแล้วกัน”


[ระหว่างทางไปร้านอุราฮาระ]


“เจ้าเป็นอะไร ทำไมทำหน้าเหนื่อยขนาดนั้นล่ะ?” 


“เป็นเพราะเธอนั้นแหละ ยัยบ้า !! กว่าฉันจะอธิบายให้พวกนั้นเข้าใจได้ เล่นเอาแทบตายเลย” ก็ไอ้คำว่าผมเป็นแฟนเธอนี่ละ หลังจากนั้นผมจึงอธิบายให้พวกอิโนะอุเอะฟังว่าน้องสาวของฉันสอนความหมายผิดๆให้กับยัยนี่น่ะ เธอเลยเข้าใจความหมายผิดไป และพอไปอธิบายให้พวกเคโงะฟัง พวกนั้นดันไม่เชื่ออีก เลยขอร้องให้พวกอิโนะอุเอะไปอธิบายกับพวกเคโงะและทัตสึกิให้ที แบบหาเหตุผลอะไรมาก็ได้ แค่ยัยนี่คนเดียวฉันก็ปวดหัวจะแย่แล้ว 


“อ่ะ...” อะไรเข้าตาผมฟะ


“เป็นอะไรไปอีก อิจิโกะ”


“อะไรไม่รู้มันเข้าตาฉันน่ะสิ รู้สึกแสบตามากขึ้นแล้วด้วยสิ” ผมหยุดเดินก่อนจะขยี้ตาเบาๆ แต่มันก็ยังไม่หาย


ฮึบบบบ....!!!


“ไหนมาข้าดูให้ ตาซ้ายหรือขวาล่ะ?” สักพักไม่นาน ลูเคียก็ใช้เท้าเหยียบขึ้นมาบนฟุตบาทที่มีอยู่ข้างทางเดิน และใช่มือของเธอประคองหน้าผมเอาไว้


“เอ่อ...ขะ..ข้างขวาน่ะ” หน้าของเธออยู่ใกล้ผมเกินไปแล้ว อยู่ในระดับสายตาเลย >///<


“เจ้าอยู่นิ่งๆแปปนึงนะ เดี๋ยวข้าเป่าออกให้” ลมหายใจอุ่นๆของเธอทำให้ผมแทบเป็นบ้าเลย ให้ตายสิลูเคีย >///<


“อะ...อืม”


“ลองลืมตาสิ ดีขึ้นมั้ย?” พอผมลืมตาขึ้น ก็พบกับใบหน้าหญิงสาวที่อยู่ใกล้กันมาก ดวงตาเธอยังสวยเหมือนเดิมเลย >///<


“เอ่อออ..ขะ..ขอบใจนะ” ผมรีบหันหน้ากลับมาทันที >///<


“กรุณารอเถ่าแก่ที่ห้องนี้สักครู่นะครับ” พอมาถึงเปิดประตูออกมาก็เจอกับคุณเท็ตไซ และเขาก็พามานั่งรอที่ห้องรับรอง


“อย่าทำอะไรปะเจิดปะเจ้อนักละ” ไอ้เด็กเวรจินตะ ยังปากดีเหมือนเดิม


“น้ำชาคะ” อรุรุถือน้ำชามาวางไว้ให้ ก่อนที่ทุกคนจะเดินออกไป


“.......................”เงียบ


“นี่ลูเคีย คำว่าแฟนมันหมายถึงคนสำคัญก็จริงนะ แต่ไม่ได้แปลว่าเพื่อนคนสำคัญ มันใช้สำหรับคนที่ชอบ” เราที่เงียบกันอยู่สักพักนึง ผมเลยตัดสินใจพูดขึ้นมา


“คนที่ชอบงั้นหรอ ?! ก็คารินบอกข้าว่า มันหมายถึงเพื่อนคนสำคัญนี่น่า และเจ้าก็เป็นเพื่อนของข้า” ยัยตัวแสบสองคนนั้น ว่าแล้วว่าต้องสอนอะไรผิดๆให้ยัยนี่ !!


“เออ เอาเถอะน่า แค่อย่าเอาไปพูดกับใครแบบนั้น เก็บไว้พูดกับคนที่เธอชอบก็พอ” 


“แต่ข้าก็ชอบเจ้านะ อิจิโกะ” เธอพูดขึ้นเรียบๆ และมองมาที่ผม สายตาจะใสซื่ออะไรขนาดนั้นแม่คุณ อายุ100ปีจริงๆหรือป่าวเนี่ยเธอ


“อะ..เอ่อ..ขอบคุณ เอ้ย..ไม่ใช่ อะ...เอาเป็นว่าห้ามพูดก็แล้วกัน !!” ผมเผลอไปกับคำพูดของยัยนี่ได้ไง พูดว่าชอบเราออกมาหน้าตาเฉยเลยวุ้ย >///<


“อะไรของเจ้าเนี่ย แสดงว่าเจ้าจะบอกว่าเจ้าไม่ชอบข้างั้นหรอ !? ข้าไม่ใช่เพื่อนคนสำคัญของเจ้างั้นสินะ” เธอพูดขึ้นเสียงดัง ก่อนจะทำหน้าสลดพร้อมกับพูดประโยคหลังออกมา


“มะ..ไม่ใช่ๆ คือว่า..แบบว่า มันเอาไว้เรียกกับคนที่รักกัน ระ..รักกันแบบลึกซึ้งน่ะ คราวนี้เธอเข้าใจหรือยัง ยัยบ๊อง !!” ที่เรื่องอื่นฉลาดนัก เรื่องนี้กลับไม่รู้เรื่อง 


“เอ๋? คะ...คนรักแบบลึกซึ้งงั้นหรอ !! ทำไงดีละ ข้าดันพูดไปแล้ว” เธอดูจะตกใจมากเมื่อรู้ความหมายที่แท้จริง


“ไม่เป็นไรหรอก ฉันอธิบายให้พวกอิโนะอุเอะฟังไปแล้วละ ทีหลังถ้าไม่รู้เรื่องอะไรให้มาถามฉัน อย่าไปฟังที่คารินกับยูซึพูดเด็ดขาด !!” 


“แต่ว่าเจ้าแลดูหน้าโง่เกินไป ข้าก็เลยไม่กล้าจะถาม ฮ่าๆ” นี่หล่อนยังกล้าหัวเราะด่าคนอื่นได้อีกหรอ


“นี่เธอ !!!”ผมกำลังเตรียมตัวที่จะโวยวาย แต่ทว่า...


“เฮ้ อิจิโกะ นั้นเส้นอะไรอยู่ที่คอเจ้าน่ะ ไม่เห็นจะเคยใส่เลย” อยู่ๆเธอก็เปลี่ยนเรื่องเฉยเลย และชี้มาที่คอของผม


“อ่า..เน็กไทน่ะ พอดีวันนี้โดนเรียกเข้าห้องปกครอง เลยต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย” พอบอกให้ถามก็ถามเรื่องไร้สาระชิบเป๋งเลย


“แล้วทำไมข้าไม่เห็นมีมันเหมือนเจ้าเลยล่ะ?”


“เธอก็มีนั่นไง ของผู้หญิงเป็นโบว์ ส่วนของผู้ชายก็เป็นเน็กไท”ผมพูดก่อนที่จะแกะเน็กไทและส่งให้เธอดู ตาเธอเป็นประกายขึ้นมาเชียว อย่างกับเด็กน้อยเลยยัยนี่


“อิจิโกะ ข้าอยากลองใส่เจ้าเน็กไทนี่ !!” 


“ห้ะ...ว่าอะไรนะ เธอจะใส่ไปทำไมกันเหล่า” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ


“แต่ข้าอยากรู้วิธีใส่เจ้านี่นิ บอกข้าหน่อยสิ..ไหนบอกว่าถ้าอยากรู้เรื่องอะไรให้มาถามเจ้าอย่างไงละ !!” 


“เออๆ มาใกล้ๆสิฟะ” ผมยอมแพ้ให้กับเธอ ก่อนจะบอกให้เธอขยับมาใกล้ๆ


“งั้นข้าก็ต้องถอดไอ้ที่เจ้าเรียกว่าโบว์ออกก่อนใช่มะ” 


“......................” ตอนนี้เธอกำลังนั่งหลับตาพริ้ม พับปกคอเสื้อขึ้น ใช้มือเรียวเล็กของเธอปลดโบว์ที่คอออก ภาพของคนร่างเล็กมันทำให้ผมหยุดมองเธอไปชั่วขณะนึงเลย จะเรียกว่าเย้ายวนนิดๆก็ได้ 0///0


“อิจิโกะ !! มั่วเหม่ออะไรอยู่ล่ะ รีบทำให้ข้าดูเร็วๆสิ”ผมตื่นจากพะวงด้วยเสียงเรียกของเธอ


“อ..อืม จะเริ่มแล้วนะ ดูให้ดีละ” ผมเอาเน็กไทขึ้นไปคล้องตรงปกเสื้อที่คอของเธอ แล้วจากนั้นก็เริ่มผูกเน็กไทให้กับเธอ ใกล้จังเลย >///<


“อิจิโกะ ทำอย่างเดียวข้าไม่รู้เรื่องหรอกนะ พูดให้ข้าฟังด้วยสิยะ เจ้าเซ่อ !!” 


“อะ...เออๆ งั้นก็เอาใหม่แล้วกันนะ” ผมแก้เน็กไทออกมาใหม่ เมื่อกี้ผมประหม่าจนได้แต่ทำไปเงียบๆ ไม่พูดไม่จาและไม่กล้ามองหน้าเธอด้วย


ครืนนนน.....!!!


“ขอโทษที่ทำให้รอกันนานนะครับผม คุณคุโรซากิ คุณ...คุจิกิ” 


“เอ๋?” เราทั้งสองคนหันหน้าไปทางบานประตูที่เลื่อนออก


“อุ้ย...พวกผมกำลังเข้ามาขัดจังหวะอะไรพวกคุณหรือป่าวครับ” รอยยิ้มแบบนั้นมันหมายความว่าอะไรน่ะ..?


“เฮ้ย...!! มะ..ไม่ใช่นะ อะ..อันนี้น่ะ ลูเคียแค่อยากจะรู้วิธี...” การกระทำของเราทั้งสองคนในตอนนี้ส่องแววไปในทางแบบว่า เอ่อออ..เหมือนผมกำลังจะปลดเสื้อของลูเคียออกอย่างงั้นละ >///<


“วิธีอะไรหรอครับ คุณคุโรซากิ” เจ้าหมวกเกี๊ยะดันขัดขึ้นมาซะก่อน


“อิจิโกะ นี่เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ ฮ่าๆ” แมวสีดำพูดได้ที่เกาะอยู่บนบ่าของเจ้านั่นก็พูดเสริมขึ้นมาอีก คุณโยรุอิจิก็อยู่หรอกเนี่ย


“ว้ายยยย / ไม่เบาเลยนะ พี่ชายหัวส้มกับเจ๊ขาโหด” เจ้าเด็กปากดีหัวแดงกับเด็กผู้หญิงผมแกละก็หลบอยู่ข้างหลังบานประตู


“มันไม่ดีนะครับ พวกเรามีเด็กๆอยู่ด้วย กรุณาเก็บไว้ทำที่บ้านกันสองคนเถอะครับ” คุณเท็ตไซยื่นหน้ามาพูดใกล้ๆ สายตาแบบนั้นมัน...ไอ้เจ้าพวกนี้มันกำลังคิดเรื่องอย่างว่าจริงๆด้วยสินะ วันเฮงซวยอะไรของฉันวะเนี่ย -_-*


“โธ่เว้ย..ลูเคียแค่อยากรู้วิธีผูกเน็กไทเว้ย ไอ้พวกบ้า !!!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น